Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
الكهف
Al-Kahf
The Cave · Meccan · 110 ayahs
18:1Page 293
ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِ ٱلَّذِيٓ أَنزَلَ عَلَىٰ عَبۡدِهِ ٱلۡكِتَٰبَ وَلَمۡ يَجۡعَل لَّهُۥ عِوَجَاۜ ١
[All] praise is [due] to Allāh, who has sent down upon His Servant [Muḥammad (ﷺ)] the Book and has not made therein any deviance.1
การสรรเสริญด้วยคุณลักษณะที่สมบูรณ์และสูงส่ง และด้วยความโปรดปรานทั้งที่เป็นที่ประจักษ์เป็นรูปธรรมและไม่เปิดเผย(การสรรเสริญนั้น)เฉพาะอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์ผู้ซึ่งประทานอัลกุรอานแก่บ่าวและศาสนทูตของพระองค์คือท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม และพระองค์มิได้ทรงทำให้อัลกุรอานมีการบิดเบือนจากสัจธรรมแต่อย่างใด
18:2Page 293
قَيِّمٗا لِّيُنذِرَ بَأۡسٗا شَدِيدٗا مِّن لَّدُنۡهُ وَيُبَشِّرَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ٱلَّذِينَ يَعۡمَلُونَ ٱلصَّٰلِحَٰتِ أَنَّ لَهُمۡ أَجۡرًا حَسَنٗا ٢
[He has made it] straight, to warn of severe punishment from Him and to give good tidings to the believers who do righteous deeds that they will have a good reward [i.e., Paradise]
พระองค์ยังทำให้มันเป็นคำภีร์ที่เที่ยงธรรมโดยไม่มีข้อขัดแย้งและไม่มีการสวนทางกัน (เป็นคำภีร์ที่ประทางมา)เพื่อเตือนให้เหล่าผู้ปฏิเสธได้เกรงกลัวบทลงโทษอันเจ็บแสบจากอัลลอฮ์ที่กำลังรอพวกเขาอยู่ และเพื่อแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่กระทำความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้นคือรางวัลอันดีงามที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่าได้ (นั่นก็คือสรวงสวรรค์)
ซึ่งพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดไป โดยไม่มีวันหมดไปอย่างแน่นอน
18:4Page 293
وَيُنذِرَ ٱلَّذِينَ قَالُواْ ٱتَّخَذَ ٱللَّهُ وَلَدٗا ٤
And to warn those who say, "Allāh has taken a son."
และเพื่อที่จะได้ตักเตือนชาวยิวและชาวคริสต์ และพวกมุชริกีน(ผู้ตั้งภาคีต่อพระองค์)บางคน ที่กล่าวว่า "อัลลอฮฺทรงมีบุตร"
18:5Page 294
مَّا لَهُم بِهِۦ مِنۡ عِلۡمٖ وَلَا لِأٓبَآئِهِمۡۚ كَبُرَتۡ كَلِمَةٗ تَخۡرُجُ مِنۡ أَفۡوَٰهِهِمۡۚ إِن يَقُولُونَ إِلَّا كَذِبٗا ٥
They have no knowledge of it,1 nor had their fathers. Grave is the word that comes out of their mouths; they speak not except a lie.
พวกที่กล่าวพาดพิงอัลลอฮ์ว่า พระองค์นั้นทรงมีบุตร พวกเขาไม่มีความรู้หรือหลักฐานใดๆในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับบรรดาบรรพบุรุษของพวกเขาที่พวกเขาเลียนแบบมา มันช่างเป็นถ้อยคำที่น่าเกลียดที่สุดที่ออกจากปากของพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่ได้ตระหนักคิดในสิ่งที่กล่าวออกมา นอกไปจากความเท็จ ไร้ซึ่งหลักฐานหรือที่แหล่งอ้างอิง
18:6Page 294
فَلَعَلَّكَ بَٰخِعٞ نَّفۡسَكَ عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِمۡ إِن لَّمۡ يُؤۡمِنُواْ بِهَٰذَا ٱلۡحَدِيثِ أَسَفًا ٦
Then perhaps you would kill yourself through grief over them, [O Muḥammad], if they do not believe in this message, [and] out of sorrow.
บางทีเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย- อาจจะทำลายชีวิตของเจ้าเองเพราะเสียใจที่พวกเขาไม่ได้ศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอานนี้ เจ้าอย่าได้กระทำเช่นนั้น เพราะมันไม่ไช่หน้าที่ของเจ้าที่จะให้ทางนำแก่พวกเขา แต่หน้าที่ของเจ้าคือการเผยแพร่และบอกกล่าวแก่พวกเขาเท่านั้นเอง
18:7Page 294
إِنَّا جَعَلۡنَا مَا عَلَى ٱلۡأَرۡضِ زِينَةٗ لَّهَا لِنَبۡلُوَهُمۡ أَيُّهُمۡ أَحۡسَنُ عَمَلٗا ٧
Indeed, We have made that which is on the earth adornment for it that We may test them [as to] which of them is best in deed.
แท้จริงอัลลอฮ์ได้สรรค์สร้างสิ่งที่อยู่บนหน้าแผ่นดินนี้เพื่อให้เกิดความสวยงามแก่มัน เพื่อเป็นการทดสอบผู้คนว่า ผู้ใดในหมู่พวกเขาจะประกอบคุณงามความดีได้ดีกว่ากันเป็นที่พึงพอใจของอัลลอฮ์ และผู้ใดในหมู่พวกเขาจะกระทำการที่ชั่วกว่า เพื่อที่พระองค์จะได้ตอบแทนแต่ละคนในสิ่งที่ควรที่จะได้รับอย่างเหมาะสมที่สุด
18:8Page 294
وَإِنَّا لَجَٰعِلُونَ مَا عَلَيۡهَا صَعِيدٗا جُرُزًا ٨
And indeed, We will make that which is upon it [into] a barren ground.
และแท้จริงเราจะพลิกโฉมบนหน้าแผ่นดินให้มันว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใดๆแม้แต่ต้นไม้ เพราะทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตอยู่บนโลกนั้นได้ตายไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาควรจะได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้
18:9Page 294
أَمۡ حَسِبۡتَ أَنَّ أَصۡحَٰبَ ٱلۡكَهۡفِ وَٱلرَّقِيمِ كَانُواْ مِنۡ ءَايَٰتِنَا عَجَبًا ٩
Or have you thought that the companions of the cave and the inscription were, among Our signs, a wonder?1
เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- อย่าคิดว่า เรื่องราวของชาวถ้ำและแผ่นจารึกที่บันทึกรายชื่อของพวกเขาไว้เป็นสัญญาณมหัศจรรย์แล้ว แต่ยังมีสิ่งอื่นที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่า เช่นการสรรค์สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินของอัลลอฮ์
18:10Page 294
إِذۡ أَوَى ٱلۡفِتۡيَةُ إِلَى ٱلۡكَهۡفِ فَقَالُواْ رَبَّنَآ ءَاتِنَا مِن لَّدُنكَ رَحۡمَةٗ وَهَيِّئۡ لَنَا مِنۡ أَمۡرِنَا رَشَدٗا ١٠
[Mention] when the youths retreated to the cave and said, "Our Lord, grant us from Yourself mercy and prepare for us from our affair right guidance."
จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อครั้นที่ชายหนุ่มผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์กลุ่มหนึ่งได้หนีเพื่อปกป้องศาสนาของพวกเขาเข้าไปหลบภัยอยู่ในถ้ำ พวกเขาได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดทรงประทานความเมตตาจากพระองค์แก่พวกเราเถิด ด้วยการอภัยโทษบาปของเรา และจงช่วยเหลือพวกเราให้รอดพ้นจากน้ำมือศัตรูของพวกเรา และทำให้การอพยพของพวกเราจากถิ่นของผู้ปฏิเสธศรัทธาไปสู่เส้นทางแห่งสัจธรรมที่ถูกต้อง "
18:11Page 294
فَضَرَبۡنَا عَلَىٰٓ ءَاذَانِهِمۡ فِي ٱلۡكَهۡفِ سِنِينَ عَدَدٗا ١١
So We cast [a cover of sleep] over their ears within the cave for a number of years.
หลังจากที่พวกเขาได้เดินเข้าไปหลบภัยอยู่ในถ้ำ พระองค์จึงปิดหูของพวกเขาให้สนิทจากการได้ยินเสียงใดๆ และทำให้พวกเขาหลับอยู่ในถ้ำเป็นเวลาหลายปี
18:12Page 294
ثُمَّ بَعَثۡنَٰهُمۡ لِنَعۡلَمَ أَيُّ ٱلۡحِزۡبَيۡنِ أَحۡصَىٰ لِمَا لَبِثُوٓاْ أَمَدٗا ١٢
Then We awakened them that We might show which of the two factions was most precise in calculating what [extent] they had remained in time.
หลังจากที่พวกเขาได้หลับไปเป็นเวลานานนั้น พระองค์จึงทำให้พวกเขาตื่นขึ้นมา เพื่อที่จะได้ทดสอบทั้งสองกลุ่มที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ในเรื่องของระยะเวลาทั้งหมด ที่พวกเขาได้หลับอยู่ในถ้ำ ว่ากลุ่มใดบ้างที่สามารถนับเวลานั้นได้อย่างถูกต้อง
18:13Page 294
نَّحۡنُ نَقُصُّ عَلَيۡكَ نَبَأَهُم بِٱلۡحَقِّۚ إِنَّهُمۡ فِتۡيَةٌ ءَامَنُواْ بِرَبِّهِمۡ وَزِدۡنَٰهُمۡ هُدٗى ١٣
It is We who relate to you, [O Muḥammad], their story in truth. Indeed, they were youths who believed in their Lord, and We increased them in guidance.
เราจะให้เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของพวกเขาอย่างแท้จริงโดยปราศจากสิ่งที่คลุมเครือใดๆทั้งสิ้น แท้จริงพวกเขาเป็นชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาพร้อมกับได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ พระองค์จึงทรงเพิ่มพูนทางนำให้กับพวกเขา และทรงให้พวกเขายืนหยัดบนสัจธรรม
18:14Page 294
وَرَبَطۡنَا عَلَىٰ قُلُوبِهِمۡ إِذۡ قَامُواْ فَقَالُواْ رَبُّنَا رَبُّ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ لَن نَّدۡعُوَاْ مِن دُونِهِۦٓ إِلَٰهٗاۖ لَّقَدۡ قُلۡنَآ إِذٗا شَطَطًا ١٤
And We bound [i.e., made firm] their hearts when they stood up and said, "Our Lord is the Lord of the heavens and the earth. Never will we invoke besides Him any deity. We would have certainly spoken, then, an excessive transgression.
และพระองค์ทรงทำให้หัวใจของพวกเขาเข้มแข็งขึ้นด้วยการศรัทธาและยืนหยัดที่มั่นคงบนหลักการศรัทธานั้น และด้วยการอดทนในการละทิ้งบ้านเกิด เมื่อพวกเขาลุกขึ้นประกาศต่อหน้ากษัตย์ผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า "พวกเราได้ศรัทธามั่นต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว พระผู้อภิบาลของเราคือผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พวกเราจะไม่เคารพบูชาพระเจ้าจอมปลอมอื่นใดนอกจากพระองค์เป็นอันขาด มิฉะนั้นคำกล่าวของพวกเราไม่เป็นความจริง ผิดเพี้ยนจากสัจธรรม และไร้สาระหากพวกเรากลับไปกระทำเช่นนั้น (กราบไหว้สิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์) "
18:15Page 294
هَٰٓؤُلَآءِ قَوۡمُنَا ٱتَّخَذُواْ مِن دُونِهِۦٓ ءَالِهَةٗۖ لَّوۡلَا يَأۡتُونَ عَلَيۡهِم بِسُلۡطَٰنِۭ بَيِّنٖۖ فَمَنۡ أَظۡلَمُ مِمَّنِ ٱفۡتَرَىٰ عَلَى ٱللَّهِ كَذِبٗا ١٥
These, our people, have taken besides Him deities. Why do they not bring for [worship of] them a clear evidence? And who is more unjust than one who invents about Allāh a lie?"
แล้วพวกเขาบางคนได้หันหน้าเข้าหาอีกบางคนโดยกล่าวว่า "พวกเขาเหล่านั้นคือกลุ่มชนของเราซึ่งพวกเขาได้นับถือพระเจ้าอื่น ๆ มาแทนที่อัลลอฮ์เพื่อเคารพบูชา โดยที่พวกเขาไม่มีหลักฐานอันชัดแจ้งเพื่อยืนยันเกี่ยวกับการกระทำของพวกเขาเลย ดังนั้นจะไม่มีผู้ใดอธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ โดยอ้างการมีภาคีสำหรับพระองค์"
18:16Page 295
وَإِذِ ٱعۡتَزَلۡتُمُوهُمۡ وَمَا يَعۡبُدُونَ إِلَّا ٱللَّهَ فَأۡوُۥٓاْ إِلَى ٱلۡكَهۡفِ يَنشُرۡ لَكُمۡ رَبُّكُم مِّن رَّحۡمَتِهِۦ وَيُهَيِّئۡ لَكُم مِّنۡ أَمۡرِكُم مِّرۡفَقٗا ١٦
[The youths said to one another], "And when you have withdrawn from them and that which they worship other than Allāh, retreat to the cave. Your Lord will spread out for you of His mercy and will prepare for you from your affair facility."
และเมื่อพวกเจ้าปลีกตัวออกห่างจากพวกเขาและละทิ้งการเคารพสักการะสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์แล้ว และพวกเจ้าไม่เคารพสักการะต่อสิ่งใดๆนอกจากอัลลอฮ์องค์เดียว ดังนั้นพวกเจ้าจงเข้าไปในถ้ำหลบภัยเพื่อปกป้องศาสนาของพวกเจ้า พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าจะทรงแผ่ความเมตตาของพระองค์แก่พวกเจ้า เพื่อปกป้องคุ้มครองพวกเจ้าจากศัตรู และจะทรงจัดระเบียบการงานของพวกเจ้าให้มันดำเนินไปอย่างง่ายดายและเกิดประประโยชน์แก่พวกเจ้า ซึ่งเป็นการทดแทนในสิ่งที่พวกเจ้าได้สูญเสียมันไปคือ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับกลุ่มชนของตนในบ้านเกิด
18:17Page 295
۞ وَتَرَى ٱلشَّمۡسَ إِذَا طَلَعَت تَّزَٰوَرُ عَن كَهۡفِهِمۡ ذَاتَ ٱلۡيَمِينِ وَإِذَا غَرَبَت تَّقۡرِضُهُمۡ ذَاتَ ٱلشِّمَالِ وَهُمۡ فِي فَجۡوَةٖ مِّنۡهُۚ ذَٰلِكَ مِنۡ ءَايَٰتِ ٱللَّهِۗ مَن يَهۡدِ ٱللَّهُ فَهُوَ ٱلۡمُهۡتَدِۖ وَمَن يُضۡلِلۡ فَلَن تَجِدَ لَهُۥ وَلِيّٗا مُّرۡشِدٗا ١٧
And [had you been present], you would see the sun when it rose, inclining away from their cave on the right, and when it set, passing away from them on the left, while they were [lying] within an open space thereof. That was from the signs of Allāh. He whom Allāh guides is the [rightly] guided, but he whom He sends astray - never will you find for him a protecting guide.
ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และพระองค์ทรงทำให้พวกเขาหลับไป และปกป้องพวกเขาจากศัตรูของพวกเขา และถ้าหากเจ้ามองพวกเขาภายในถ้ำ เจ้าจะเห็นว่าเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นมันจะคล้อยจากถ้ำของพวกเขาไปทางขวาของปากถ้ำ และเมื่อมันตกมันจะเคลื่อนไปทางด้านซ้ายของปากถ้ำ จึงไม่โดนแสงอาทิตย์ทำให้มีร่มเงาปิดบังอยู่ตลอดเวลาและความร้อนจากดวงอาทิตย์จะไม่รบกวนพวกเขาเลย ในขณะที่พวกเขานอนอยู่ที่ลานกว้างภายในถ้ำ พวกเขาก็ได้รับอากาศที่เพียงพอกับความต้องการของพวกเขา ดังนั้น การที่พระองค์ทำให้พวกเขาลี้ภัยภายในถ้ำ หลับเป็นเวลานาน แสงอาทิตย์คล้อยห่างจากปากถ้ำ มีลานกว้างขวางภายในถ้ำ จนพวกเขารอดพ้นจากการถูกทำร้ายของศัตรูนั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งของการสรรค์สร้างของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงเดชานุภาพของพระองค์ เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่อัลลอฮ์ทรงนำทางแก่เขา เขาก็อยู่ในหนทางที่ถูกต้อง และใครก็ตามที่อัลลอฮ์ทรงปล่อยให้หลง เขาก็จะไม่พบผู้คุ้มครองคอยชี้ทางหรือแนะนำให้กับเขา เพราะการได้รับทางนำนั้นมันอยู่ในมือของอัลลอฮ์ไม่ใช่ในมือของเขา
18:18Page 295
وَتَحۡسَبُهُمۡ أَيۡقَاظٗا وَهُمۡ رُقُودٞۚ وَنُقَلِّبُهُمۡ ذَاتَ ٱلۡيَمِينِ وَذَاتَ ٱلشِّمَالِۖ وَكَلۡبُهُم بَٰسِطٞ ذِرَاعَيۡهِ بِٱلۡوَصِيدِۚ لَوِ ٱطَّلَعۡتَ عَلَيۡهِمۡ لَوَلَّيۡتَ مِنۡهُمۡ فِرَارٗا وَلَمُلِئۡتَ مِنۡهُمۡ رُعۡبٗا ١٨
And you would think them awake, while they were asleep. And We turned them to the right and to the left, while their dog stretched his forelegs at the entrance. If you had looked at them, you would have turned from them in flight and been filled by them with terror.
และถ้าหากเจ้าได้เห็นพวกเขา เจ้าก็จะเห็นเหมือนกับว่าพวกเขาตื่นเพราะตาเปิดอยู่ ทั้ง ๆที่ความจริงแล้วพวกกำลังเขาหลับอยู่ และพระองค์ทรงพลิกพวกเขามาทางด้านขวาบ้าง และทางด้านซ้ายบ้างสลับกัน เพื่อไม่ให้แผ่นดินกัดกินเรือนร่างของพวกเขา และสุนัขของพวกเขาก็ยังนั่งยืดสองขาหน้าเฝ้าอยู่ที่ปากถ้ำ หากเจ้าฉะโงกจ้องมองพวกเขา แน่นอนเจ้าจะหันหลังเตลิดหนีตกใจกลัวพวกเขาอย่างแรง
18:19Page 295
وَكَذَٰلِكَ بَعَثۡنَٰهُمۡ لِيَتَسَآءَلُواْ بَيۡنَهُمۡۚ قَالَ قَآئِلٞ مِّنۡهُمۡ كَمۡ لَبِثۡتُمۡۖ قَالُواْ لَبِثۡنَا يَوۡمًا أَوۡ بَعۡضَ يَوۡمٖۚ قَالُواْ رَبُّكُمۡ أَعۡلَمُ بِمَا لَبِثۡتُمۡ فَٱبۡعَثُوٓاْ أَحَدَكُم بِوَرِقِكُمۡ هَٰذِهِۦٓ إِلَى ٱلۡمَدِينَةِ فَلۡيَنظُرۡ أَيُّهَآ أَزۡكَىٰ طَعَامٗا فَلۡيَأۡتِكُم بِرِزۡقٖ مِّنۡهُ وَلۡيَتَلَطَّفۡ وَلَا يُشۡعِرَنَّ بِكُمۡ أَحَدًا ١٩
And similarly,1 We awakened them that they might question one another. Said a speaker from among them, "How long have you remained [here]?" They said, "We have remained a day or part of a day." They said, "Your Lord is most knowing of how long you remained. So send one of you with this silver coin of yours to the city and let him look to which is the best of food and bring you provision from it and let him be cautious. And let no one be aware of you.
และจากความมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ได้กระทำไว้กับพวกเขาข้างต้นคือ พระองค์ได้ทรงให้พวกเขาตื่นขึ้นจากการหลับที่ยาวนานมาก เพื่อที่พวกเขาจะสอบถามกันเองว่า พวกเขาได้นอนหลับอยู่ที่นี่นานเท่าใดแล้ว?บางคนตอบว่า พวกเราอาจนอนอยู่ในนี้มาหนึ่งวันหรือบางส่วนของวัน และบางคนไม่ทราบระยะเวลาที่แน่ชัดของการนอนหลับอยู่ที่นี่จึงตอบไปว่า พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าทรงรู้ดียิ่งถึงระยะเวลาที่พวกเจ้าได้หลับไปว่ามันนานเท่าใด? ดังนั้นพวกเขาก็ได้มอบหมายเรื่องนี้แด่พระองค์ และกลับไปมองเรื่องปากท้องของตัวเองคือ พวกเขาได้ส่งตัวแทนจากพวกเขาคนหนึ่งพร้อมกับเหรียญเงินที่มีอยู่กับพวกเขาไปยังเมืองที่พวกเขารู้จัก แล้วให้เลือกซื้ออาหารที่ดีมีประโยชน์ที่สุดและประหยัดที่สุดจากผู้คนในเมือง พร้อมกับให้ระมัดระวังอย่างยิ่งเรื่องการเดินเข้าออกในเมืองและการคลุกคลีพูดคุยกับผู้คนอย่างชาญฉลาด เพื่อที่จะไม่ให้ผู้ใดทราบถึงสถานที่พักพิงของพวกเรา เพราะอาจจะเกิดอันตรายกับพวกเราได้
18:20Page 295
إِنَّهُمۡ إِن يَظۡهَرُواْ عَلَيۡكُمۡ يَرۡجُمُوكُمۡ أَوۡ يُعِيدُوكُمۡ فِي مِلَّتِهِمۡ وَلَن تُفۡلِحُوٓاْ إِذًا أَبَدٗا ٢٠
Indeed, if they come to know of you, they will stone you or return you to their religion. And never would you succeed, then - ever."
แท้จริงหากกลุ่มชนของพวกเจ้าเห็นพวกเจ้า และทราบถึงสถานที่พักพิงของพวกเจ้าแล้ว พวกเขาอาจจะฆ่าพวกเจ้าด้วยกับการขว้างก้อนหินจนตาย หรือไม่ก็จะนำพวกเจ้ากลับไปนับถือศาสนาของพวกเขาอันจอมปลอม ก่อนหน้าที่พวกเจ้าจะได้รับทางนำแห่งศาสนาของพระองค์ที่เที่ยงธรรม และหากพวกเจ้ากลับไปนับถือมันจริงๆ พวกเจ้าจะไม่ได้รับความสำเร็จไปตลอดกาลทั้งในโลกนี้และโลกหน้า แต่พวกเจ้าจะขาดทุนอย่างมหันต์ เพราะพวกเจ้าได้ละทิ้งศาสนาแห่งสัจธรรมที่พระองค์ได้นำทางแก่พวกเจ้า แล้วกลับไปสู่ศาสนาที่ผิดเพี้ยน
18:21Page 296
وَكَذَٰلِكَ أَعۡثَرۡنَا عَلَيۡهِمۡ لِيَعۡلَمُوٓاْ أَنَّ وَعۡدَ ٱللَّهِ حَقّٞ وَأَنَّ ٱلسَّاعَةَ لَا رَيۡبَ فِيهَآ إِذۡ يَتَنَٰزَعُونَ بَيۡنَهُمۡ أَمۡرَهُمۡۖ فَقَالُواْ ٱبۡنُواْ عَلَيۡهِم بُنۡيَٰنٗاۖ رَّبُّهُمۡ أَعۡلَمُ بِهِمۡۚ قَالَ ٱلَّذِينَ غَلَبُواْ عَلَىٰٓ أَمۡرِهِمۡ لَنَتَّخِذَنَّ عَلَيۡهِم مَّسۡجِدٗا ٢١
And similarly, We caused them to be found that they [who found them] would know that the promise of Allāh is truth and that of the Hour there is no doubt. [That was] when they1 disputed among themselves about their affair and [then] said, "Construct over them a structure. Their Lord is most knowing about them." Said those who prevailed in the matter, "We will surely take [for ourselves] over them a masjid."2
และจากการกระทำของเราที่มหัศจรรย์ที่ได้กระทำไว้กับพวกเขาซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถของเรา โดยการทำให้พวกเขาหลับเป็นเวลานานหลายปี แล้วปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมา เราจึงให้ผู้คนในเมืองของพวกเขาทราบถึงเรื่องราวของพวกเขา(ชาวถ้ำ) เพื่อที่จะให้พวกเขาทราบว่า แท้จริงคำมั่นสัญญาของอัลลอฮ์ที่จะช่วยเหลือผู้ศรัทธาและการฟื้นคืนชีพนั้นก็เป็นจริง และวันปรโลกนั้นก็มีจริงเช่นกันโดยไม่ต้องสงสัยใดๆ เมื่อเรื่องราวของชาวถ้ำได้เปิดเผยออกมา แล้วพวกเขาได้ตายไปนั้น ผู้คนในเมืองที่มาเห็นขัดแย้งกัน พวกเขาจะทำอย่างไรดีกับพวกชาวถ้ำที่ตายไปเหล่านี้? กลุ่มหนึ่งกล่าวว่า "จงสร้างกำแพงที่หนาเพื่อปิดปากถ้ำให้แน่น เพื่อคุ้มครองตัวพวกเขา เพราะอัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ดียิ่งเกี่ยวกับพวกเขา ซึ่งสภาพของพวกเขาคงมีความเป็นพิเศษ ณ ที่พระองค์ก็เป็นได้" แต่กลุ่มบรรดาผู้มีอำนาจบารมีแต่ไม่มีความรู้ที่แท้จริงและเชิญชวนที่ถูกต้อง กล่าวว่า "พวกเราจะสร้าง ณ ที่สถานที่แห่งนี้ ซึ่งอาคารมัสยิดเพื่อเคารพบูชาเป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา และเพื่อรำลึกถึงสถานที่ที่พวกเขาเคยอาศัย"
18:22Page 296
سَيَقُولُونَ ثَلَٰثَةٞ رَّابِعُهُمۡ كَلۡبُهُمۡ وَيَقُولُونَ خَمۡسَةٞ سَادِسُهُمۡ كَلۡبُهُمۡ رَجۡمَۢا بِٱلۡغَيۡبِۖ وَيَقُولُونَ سَبۡعَةٞ وَثَامِنُهُمۡ كَلۡبُهُمۡۚ قُل رَّبِّيٓ أَعۡلَمُ بِعِدَّتِهِم مَّا يَعۡلَمُهُمۡ إِلَّا قَلِيلٞۗ فَلَا تُمَارِ فِيهِمۡ إِلَّا مِرَآءٗ ظَٰهِرٗا وَلَا تَسۡتَفۡتِ فِيهِم مِّنۡهُمۡ أَحَدٗا ٢٢
They [i.e., people] will say there were three, the fourth of them being their dog; and they will say there were five, the sixth of them being their dog - guessing at the unseen; and they will say there were seven, and the eighth of them was their dog. Say, [O Muḥammad], "My Lord is most knowing of their number. None knows them except a few. So do not argue about them except with an obvious argument1 and do not inquire about them among [the speculators] from anyone."
ชาวเมืองมีความคิดเห็นเกี่ยวกับจำนวนของชาวถ้ำที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ บางกลุ่มจะกล่าวว่า "พวกเขามีสามคนและที่สี่ก็คือสุนัขของพวกเขา" และบางกลุ่มจะกล่าวว่า "พวกเขามีห้าคนและที่หกก็คือสุนัขของพวกเขา" มันเป็นเพียงการคาดเดาส่งเดชของทั้งสองกลุ่มนี้โดยไม่มีหลักฐานยืนยัน และยังมีบางกลุ่มกล่าวว่า "พวกเขามีเจ็ดคนและที่แปดก็คือสุนัขของพวกเขา" ดังนั้นจงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย "พระผู้อภิบาลของฉันทรงรู้ดีที่สุด ว่าพวกเขามีจำนวนเท่าใด ไม่มีผู้ใดทราบถึงจำนวนของพวกเขาที่ถูกต้องเว้นแต่น้อยคนนักที่พระองค์ทรงให้พวกเขาทราบ เพราะฉะนั้น เจ้า(ท่านนบี) อย่าได้โต้แย้งในเรื่องจำนวนของชาวถ้ำหรือเรื่องอื่นๆ กับชาวคัมภีร์ (ชาวยิวและคริสต์) และกลุ่มอื่นๆ ยกเว้นการโต้เถียงในประเด็นที่ชัดเจนโดยไม่เจาะลึกในเรื่องดังกล่าว เช่นการยุติประเด็นต่างๆ ให้คงอยู่ในขอบเขตของวะห์ยู (บทบัญญัติหรือเรื่องราวต่าง ๆ) ที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้าโดยไม่ขยายความหรือถามไถ่รายละเอียดทั้งหมด เพราะพวกเขาเอง(ชาวคัมภีร์) ก็ไม่รู้เช่นกัน
18:23Page 296
وَلَا تَقُولَنَّ لِشَاْيۡءٍ إِنِّي فَاعِلٞ ذَٰلِكَ غَدًا ٢٣
And never say of anything, "Indeed, I will do that tomorrow,"
โอ้ท่านนบี อย่าได้กล่าวเมื่อต้องการที่จะกระทำสิ่งใดในวันพรุ่งนี้ ว่า"ฉันจะทำมันในวันพรุ่งนี้" เพราะว่าเจ้าเองก็ไม่อาจรู้จริงได้ว่า เจ้าจะได้ทำมันหรือเปล่า หรืออาจจะมีสิ่งกีดกั้นระหว่างเจ้ากับการงานในวันนั้น (บางทีเจ้าอาจจะตายเสียก่อนก็เป็นไปได้) ซึ่งถือว่าเป็นการตักเตือนมุสลิมทุกคน(ให้ตระหนักในคำพูดทุกครั้ง)
18:24Page 296
إِلَّآ أَن يَشَآءَ ٱللَّهُۚ وَٱذۡكُر رَّبَّكَ إِذَا نَسِيتَ وَقُلۡ عَسَىٰٓ أَن يَهۡدِيَنِ رَبِّي لِأَقۡرَبَ مِنۡ هَٰذَا رَشَدٗا ٢٤
Except [when adding], "If Allāh wills." And remember your Lord when you forget [it] and say, "Perhaps my Lord will guide me to what is nearer than this to right conduct."
เว้นแต่เจ้าจะเชื่อมการกระทำดังกล่าวนั้นกับความประสงค์ของอัลลอฮ์ โดยการกล่าวว่า "ฉันจะทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้ อินชาอัลลอฮฺ (หากพระองค์ทรงประสงค์ หรือ ด้วยความประสงค์ของพระองค์)" และจงรำลึกถึงพระผู้อภิบาลของเจ้า ด้วยกับการกล่าวว่า (อินชาอัลลอฮ์) ทุกครั้งเมื่อลืมตัว พร้อมกับกล่าวว่า "ฉันหวังว่าพระผู้อภิบาลของฉัน จะทรงชี้นำแก่ฉันในเรื่องนี้ ด้วยสิ่งที่ใกล้กับหนทางที่เที่ยงตรงที่สุด และเป็นที่ตอบรับที่สุดสำหรับพระองค์"
18:25Page 296
وَلَبِثُواْ فِي كَهۡفِهِمۡ ثَلَٰثَ مِاْئَةٖ سِنِينَ وَٱزۡدَادُواْ تِسۡعٗا ٢٥
And they remained in their cave for three hundred years and exceeded by nine.1
และบรรดาชาวถ้ำได้ใช้ระยะเวลาพำนักอยู่ในถ้ำทั้งหมด สามร้อยเก้าปี
18:26Page 296
قُلِ ٱللَّهُ أَعۡلَمُ بِمَا لَبِثُواْۖ لَهُۥ غَيۡبُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ أَبۡصِرۡ بِهِۦ وَأَسۡمِعۡۚ مَا لَهُم مِّن دُونِهِۦ مِن وَلِيّٖ وَلَا يُشۡرِكُ فِي حُكۡمِهِۦٓ أَحَدٗا ٢٦
Say, "Allāh is most knowing of how long they remained. He has [knowledge of] the unseen [aspects] of the heavens and the earth. How Seeing is He and how Hearing! They have not besides Him any protector, and He shares not His legislation with anyone."
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "อัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งในเรื่องที่พวกเขาพำนักอยู่ในถ้ำ และพระองค์ทรงได้บอกถึงระยะเวลาที่พวกเขาได้พำนักอยู่ในนั้น ดังนั้นไม่ต้องยึดคำพูดใครเหนือกว่าคำพูดของพระองค์ สำหรับพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และทรงรู้ดีทุกสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในนั้น พระองค์นั้นทรงเห็นและทรงได้ยินทุกสรรพสิ่ง ไม่มีผู้คุ้มครองอื่นใดสำหรับพวกเขานอกไปจากพระองค์ และพระองค์มิได้ทรงให้ผู้ใดเข้ามามีส่วนกับพระองค์ในอำนาจของพระองค์ เพราะมันเป็นเอกสิทธิ์ของพระองค์เพียงองค์เดียว"
18:27Page 296
وَٱتۡلُ مَآ أُوحِيَ إِلَيۡكَ مِن كِتَابِ رَبِّكَۖ لَا مُبَدِّلَ لِكَلِمَٰتِهِۦ وَلَن تَجِدَ مِن دُونِهِۦ مُلۡتَحَدٗا ٢٧
And recite, [O Muḥammad], what has been revealed to you of the Book of your Lord. There is no changer of His words, and never will you find in other than Him a refuge.
และจงอ่านและจงปฏิบัติตามเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ในสิ่งที่ได้ถูกวะห์ยูแก่เจ้าในคัมภีร์อัลกุรอาน ไม่มีผู้ใดมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงถ้อยคำของพระองค์ได้ เพราะมันเป็นความจริงทุกประการและเป็นความยุติธรรมทุกประการ และเจ้าจะไม่พบผู้ใดที่จะเป็นที่พึ่งพิงคุ้มครองเจ้าหรือคอยให้ความช่วยเหลือเจ้านอกจากพระองค์เท่านั้น
18:28Page 297
وَٱصۡبِرۡ نَفۡسَكَ مَعَ ٱلَّذِينَ يَدۡعُونَ رَبَّهُم بِٱلۡغَدَوٰةِ وَٱلۡعَشِيِّ يُرِيدُونَ وَجۡهَهُۥۖ وَلَا تَعۡدُ عَيۡنَاكَ عَنۡهُمۡ تُرِيدُ زِينَةَ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَلَا تُطِعۡ مَنۡ أَغۡفَلۡنَا قَلۡبَهُۥ عَن ذِكۡرِنَا وَٱتَّبَعَ هَوَىٰهُ وَكَانَ أَمۡرُهُۥ فُرُطٗا ٢٨
And keep yourself patient [by being] with those who call upon their Lord in the morning and the evening, seeking His face [i.e., acceptance]. And let not your eyes pass beyond them, desiring adornments of the worldly life, and do not obey one whose heart We have made heedless of Our remembrance and who follows his desire and whose affair is ever [in] neglect.1
และจงยืนหยัดในการเป็นเพื่อนกับบรรดาผู้ที่หมั่นวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาในยามเช้าและยามเย็น ซึ่งการวิงวอนของพวกเขาจะเป็นศาสนกิจหรือการขอพรทั่วไป ด้วยหัวใจบริสุทธิ์ต่อพระองค์ และจงอย่าหันสายตาของเจ้าออกไปจากพวกเขา เพื่อหวังใกล้ชิดกับผู้มั่งมีและผู้มีบารมีทั้งหลาย และอย่าได้เชื่อฟังหรือทำตามผู้ที่เราได้ประทับตราบนหัวใจของเขากลายเป็นผู้ที่เมินเฉยต่อการระลึกถึงเรา ซึ่งเขาจะใช้ให้เจ้าไม่ให้มีคนจน ณ ที่ชุมนุมของเจ้า และเขาจะเลือกปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของเขาให้เหนือกว่าการเชื่อฟังคำสั่งของพระผู้อภิบาลของเขาเสมอ จนทำให้การงานของเขาทั้งหมดพังพินาศไปในที่สุด
18:29Page 297
وَقُلِ ٱلۡحَقُّ مِن رَّبِّكُمۡۖ فَمَن شَآءَ فَلۡيُؤۡمِن وَمَن شَآءَ فَلۡيَكۡفُرۡۚ إِنَّآ أَعۡتَدۡنَا لِلظَّٰلِمِينَ نَارًا أَحَاطَ بِهِمۡ سُرَادِقُهَاۚ وَإِن يَسۡتَغِيثُواْ يُغَاثُواْ بِمَآءٖ كَٱلۡمُهۡلِ يَشۡوِي ٱلۡوُجُوهَۚ بِئۡسَ ٱلشَّرَابُ وَسَآءَتۡ مُرۡتَفَقًا ٢٩
And say, "The truth is from your Lord, so whoever wills - let him believe; and whoever wills - let him disbelieve." Indeed, We have prepared for the wrongdoers a fire whose walls will surround them. And if they call for relief, they will be relieved with water like murky oil, which scalds [their] faces. Wretched is the drink, and evil is the resting place.
และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่ผู้ที่เมินเฉยจากการระลึกถึงอัลลอฮ์เนื่องจากหัวใจที่หลงลืมของพวกเขา ว่า "สิ่งที่ฉันได้นำมายังพวกเจ้านั้น เป็นสัจธรรมที่แท้จริง ที่มาจากอัลลอฮฺไม่ใช่มาจากฉัน และฉันจะไม่ตอบรับคำร้องขอของพวกเจ้าที่จะขับไล่ผู้ศรัทธราที่ยากไร้ให้ออกไปจากฉัน ดังนั้น ใครก็ตามที่ประสงค์จะศรัทธาต่อสัจธรรมนี้ ก็ศรัทธาได้และเขาจะมีความสุขยิ่งกับสิ่งที่พระองค์จะตอบแทนของเขา และใครก็ตามที่ประสงค์จะปฏิเสธ ก็ปฏิเสธได้ และเขาจะเศร้าใจที่สุดกับการลงโทษที่รอเขาอยู่ แท้จริงแล้ว พระองค์ทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ที่เลือกจะปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ซึ่งขุมไฟนรกที่ใหญ่หลวง กำแพงของมันได้ล้อมรอบพวกเขาไว้ทั้งหมด พวกเขาไม่สามารถหนีออกไปได้ และถ้าหากพวกเขาจะร้องขอน้ำดื่มเนื่องจากกระหายน้ำมากๆนั้น พวกเขาจะได้รับน้ำที่ร้อนเหมือนกับน้ำมันที่เดือดอยู่ในกะทะร้อน จนทำให้ใบหน้าของพวกเขาไหม้ไปหมด มันช่างเป็นเครื่องดื่มที่ชั่วช้าที่สุด นอกจากมันจะไม่ช่วยดับความกระหายแล้ว มันยังเพิ่มความกระหายด้วยซ้ำ แถมยังไม่ช่วยดับเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญผิวหนังของพวกเขา และขุมไฟนรกนั้น ช่างเป็นที่พำนักอันเลยร้ายที่สุดสำหรับพวกเขาอีกด้วย"
18:30Page 297
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ إِنَّا لَا نُضِيعُ أَجۡرَ مَنۡ أَحۡسَنَ عَمَلًا ٣٠
Indeed, those who have believed and done righteous deeds - indeed, We will not allow to be lost the reward of any who did well in deeds.
แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบคุณงามความดีนั้น สำหรับพวกเขาแล้วคือผลบุญอันใหญ่หลวง ซึ่งเราจะไม่ทำให้รางวัลของผู้ที่ทำความดีนั้นต้องสูญหายไปอย่างแน่นอน แต่เราจะตอบแทนให้อย่างเต็มจำนวนโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว
18:31Page 297
أُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ جَنَّٰتُ عَدۡنٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهِمُ ٱلۡأَنۡهَٰرُ يُحَلَّوۡنَ فِيهَا مِنۡ أَسَاوِرَ مِن ذَهَبٖ وَيَلۡبَسُونَ ثِيَابًا خُضۡرٗا مِّن سُندُسٖ وَإِسۡتَبۡرَقٖ مُّتَّكِـِٔينَ فِيهَا عَلَى ٱلۡأَرَآئِكِۚ نِعۡمَ ٱلثَّوَابُ وَحَسُنَتۡ مُرۡتَفَقٗا ٣١
Those will have gardens of perpetual residence; beneath them rivers will flow. They will be adorned therein with bracelets of gold and will wear green garments of fine silk and brocade, reclining therein on adorned couches. Excellent is the reward, and good is the resting place.
เหล่าบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการดีนั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับสรวงสวรรค์เป็นที่พำนักของพวกชั่วนิรันดร์ มีลำน้ำจืดแห่งสรวงสรรค์หลายสายไหลผ่านใต้ที่พำนักของพวกเขา พวกเขาจะได้ประดับกำไลทอง และสวมอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียดและผ้าไหมหยาบ นอนเอกเขนกบนเตียงที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านที่สวยงาม ช่างเป็นผลตอบแทนอันประเสริฐยิ่งและเป็นที่พำนักที่แสนดียิ่ง
18:32Page 297
۞ وَٱضۡرِبۡ لَهُم مَّثَلٗا رَّجُلَيۡنِ جَعَلۡنَا لِأَحَدِهِمَا جَنَّتَيۡنِ مِنۡ أَعۡنَٰبٖ وَحَفَفۡنَٰهُمَا بِنَخۡلٖ وَجَعَلۡنَا بَيۡنَهُمَا زَرۡعٗا ٣٢
And present to them an example of two men: We granted to one of them two gardens of grapevines, and We bordered them with palm trees and placed between them [fields of] crops.
โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย จงยกการอุปมาให้แก่พวกเขาเถิด "มีชายสองคน คนแรกเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา และอีกคนเป็นผู้ศรัทธา ซึ่งพระองค์ได้ให้สวนองุ่นสองแห่งแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธาโดยมีต้นอินทผลัมล้อมรอบสวนองุ่นของแต่ละแห่ง และพระองค์ทรงให้มีพืชผลมากมายงอกเงยขึ้นในพื้นที่ระหว่างสวนองุ่นทั้งสองนั้น
18:33Page 297
كِلۡتَا ٱلۡجَنَّتَيۡنِ ءَاتَتۡ أُكُلَهَا وَلَمۡ تَظۡلِم مِّنۡهُ شَيۡـٔٗاۚ وَفَجَّرۡنَا خِلَٰلَهُمَا نَهَرٗا ٣٣
Each of the two gardens produced its fruit and did not fall short thereof in anything. And We caused to gush forth within them a river.
สวนทั้งสองนี้ได้ให้ผลผลิตของมันเช่น อินทผลัม องุ่น และพืชผลอื่นๆ ออกมาอย่างอุดมสมบูรณ์ครบถ้วนและไม่เคยขาดแต่อย่างใด และพระองค์ได้ทำให้มีลำน้ำไหลผ่านกลางสวนทั้งสองนี้ เพื่อง่ายในการรดน้ำต้นไม้นั่นเอง
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences