Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
الأحقاف
Al-Ahqaf
The Wind-Curved Sandhills · Meccan · 35 ayahs
ฮา มีม ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ
46:2Page 502
تَنزِيلُ ٱلۡكِتَٰبِ مِنَ ٱللَّهِ ٱلۡعَزِيزِ ٱلۡحَكِيمِ ٢
The revelation of the Book is from Allāh, the Exalted in Might, the Wise.
คัมภีร์อัลกุรอ่านนี้เป็นการประทานลงมาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีอำนาจใดเหนือกว่า ผู้ทรงรอบรู้ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่เขาสร้าง และการจัดการควบคุมดูแล และบทบัญญัติของพระองค์
46:3Page 502
مَا خَلَقۡنَا ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ وَمَا بَيۡنَهُمَآ إِلَّا بِٱلۡحَقِّ وَأَجَلٖ مُّسَمّٗىۚ وَٱلَّذِينَ كَفَرُواْ عَمَّآ أُنذِرُواْ مُعۡرِضُونَ ٣
We did not create the heavens and earth and what is between them except in truth and [for] a specified term. But those who disbelieve, from that of which they are warned, are turning away.
พระองค์ไม่ได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้นอย่างไร้ประโยชน์แต่เราได้สร้างทั้งหมดนี้ด้วยความจริงที่แอบแฝงไปด้วยวิทยปัญญาขั้นสูงไว้มากมาย ส่วนหนึ่ง เพื่อให้บ่าวผู้ศรัทธาได้รู้จักพระองค์ และเคารพอิบาดะฮ์พระองค์แต่เพียงผู้เดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ และเพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนพระองค์บนหน้าแผ่นดินจนถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้ซึ่งอัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ ในขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาผินหลังให้ในสิ่งที่พวกเขาถูกตักเตือนด้วยสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ พวกเขาไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านี้
46:4Page 502
قُلۡ أَرَءَيۡتُم مَّا تَدۡعُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ أَرُونِي مَاذَا خَلَقُواْ مِنَ ٱلۡأَرۡضِ أَمۡ لَهُمۡ شِرۡكٞ فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِۖ ٱئۡتُونِي بِكِتَٰبٖ مِّن قَبۡلِ هَٰذَآ أَوۡ أَثَٰرَةٖ مِّنۡ عِلۡمٍ إِن كُنتُمۡ صَٰدِقِينَ ٤
Say, [O Muḥammad], "Have you considered that which you invoke besides Allāh? Show me what they have created of the earth; or did they have partnership in [creation of] the heavens? Bring me a scripture [revealed] before this or a [remaining] trace of knowledge, if you should be truthful."
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ผินหลังต่อสัจธรรม จงบอกฉันมาเกี่ยวกับรูปปั้นของพวกเจ้าที่พวกเจ้าเคารพศรัทธานอกจากอัลลอฮ อะไรบ้างที่มันสร้างขึ้นมาในโลกนี้? มันสร้างภูเขาขึ้นมากระนั่นหรือ? มันสร้างแม่น้ำหรือ?หรือว่าพวกมันมีส่วนร่วมกับอัลลอฮในการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย? จงนำคัมภีร์ที่อัลลอฮทรงประทานลงมาก่อนหน้าอัลกุรอ่านมาให้ข้าดูซิ หรือจงแสดงร่องรอยแห่งความรู้ที่เป็นหลักฐานยืนยันในการนี้ หากพวกท่านเป็นผู้ซื่อสัตย์จริง ในการที่พวกเจ้าอ้างว่ารูปปั้นทั้งหลายควรแก่การเคารพบูชามัน
46:5Page 502
وَمَنۡ أَضَلُّ مِمَّن يَدۡعُواْ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَن لَّا يَسۡتَجِيبُ لَهُۥٓ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِ وَهُمۡ عَن دُعَآئِهِمۡ غَٰفِلُونَ ٥
And who is more astray than he who invokes besides Allāh those who will not respond to him until the Day of Resurrection [i.e., never], and they, of their invocation, are unaware.
และไม่มีผู้ใดแย่กว่าบรรดาผู้ที่ได้เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺที่เป็นเทวรูปที่ไม่ตอบสนองการเรียกร้องของพวกเขาจนถึงวันกิยามะฮฺ รูปปั้นที่พวกเขาเคารพบูชานอกจากอัลลอฮนั้น เพิกเฉยต่อคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนขอ อีกทั้งยังเมินเฉยต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเขา
46:6Page 503
وَإِذَا حُشِرَ ٱلنَّاسُ كَانُواْ لَهُمۡ أَعۡدَآءٗ وَكَانُواْ بِعِبَادَتِهِمۡ كَٰفِرِينَ ٦
And when the people are gathered [that Day], they [who were invoked] will be enemies to them, and they will be deniers of their worship.
และในขณะที่มัน (เจว็ด หรือ สิ่งที่ถูกเคารพบูชา) ไม่ให้ประโยชน์ใดๆ แก่พวกเขาในโลกนี้ มิหนำซ้ำเมื่อพวกเขารวมกันอยู่ในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน ระหว่างบรรดาผู้ที่เคารพบูชา และสิ่งที่ถูกเคารพบูชา พวกเขาจะปฏิเสธพวกเขากันเอง พวกเขาต่างปฏิเสธว่าพวกเขานั้นไม่รู้เรื่องถึงการบูชาของพวกเขา
46:7Page 503
وَإِذَا تُتۡلَىٰ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتُنَا بَيِّنَٰتٖ قَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لِلۡحَقِّ لَمَّا جَآءَهُمۡ هَٰذَا سِحۡرٞ مُّبِينٌ ٧
And when Our verses are recited to them as clear evidences, those who disbelieve say of the truth when it has come to them, "This is obvious magic."
และเมื่อโองการของอัลลออฮฺที่ถูกประทานลงมาแก่เราะซูลของเรา ได้ถูกอ่านให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายได้ฟัง พวกเขาจะกล่าวกันว่า นี่คือมายากลชัดๆ ไม่ไช่เป็นวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ
46:8Page 503
أَمۡ يَقُولُونَ ٱفۡتَرَىٰهُۖ قُلۡ إِنِ ٱفۡتَرَيۡتُهُۥ فَلَا تَمۡلِكُونَ لِي مِنَ ٱللَّهِ شَيۡـًٔاۖ هُوَ أَعۡلَمُ بِمَا تُفِيضُونَ فِيهِۚ كَفَىٰ بِهِۦ شَهِيدَۢا بَيۡنِي وَبَيۡنَكُمۡۖ وَهُوَ ٱلۡغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ ٨
Or do they say, "He has invented it"? Say, "If I have invented it, you will not possess for me [the power of protection] from Allāh at all. He is most knowing of that in which you are involved.1 Sufficient is He as Witness between me and you, and He is the Forgiving, the Merciful."
บรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่าอย่างไร แท้จริงมูฮัมมัดคิดค้นปั้นแต่งอัลกุรอ่านนี้และพาดพิงถึงพระเจ้า? จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้ท่านเราะซูล หากฉันคิดค้นปั้นแต่งมาด้วยตนเอง พวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จากบทลงโทษของอัลลอฮฺหากพระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นฉันจะหาทางหลีกเลี่ยงให้ตัวเองปลอดจากบทลงโทษของอัลลอฮฺด้วยการประดิษฐ์สิ่งนี้มาทำไม? พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยในบาปปวงบ่าวที่กลับใจและผู้ทรงเมตตาเสมอ
46:9Page 503
قُلۡ مَا كُنتُ بِدۡعٗا مِّنَ ٱلرُّسُلِ وَمَآ أَدۡرِي مَا يُفۡعَلُ بِي وَلَا بِكُمۡۖ إِنۡ أَتَّبِعُ إِلَّا مَا يُوحَىٰٓ إِلَيَّ وَمَآ أَنَا۠ إِلَّا نَذِيرٞ مُّبِينٞ ٩
Say, "I am not something new among the messengers,1 nor do I know what will be done with me or with you. I only follow that which is revealed to me, and I am not but a clear warner."
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธในความเป็นศาสนฑูตของเจ้าว่า ฉันมิได้เป็นคนแรกในบรรดาเราะซูลที่อัลลอฮส่งมา เจ้าจะแปลกใจกับคำเชิญของฉันที่มีต่อพวกเจ้า ซึ่งมีเราะซูลหลายคนก่อนหน้าฉันมาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงทำอะไรกับฉัน และสิ่งที่เขาทำกับพวกเจ้าในโลกนี้ และหากปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮวะฮียฺให้แก่ฉัน และฉันก็ไม่ได้พูด ไม่ได้กระทำในสิ่งใดเว้นแต่เป็นสิ่งที่ถูกวะฮฺยูมาแก่ฉัน และฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนพวกเจ้าจากบทลงโทษของอัลลอฮอันชัดแจ้ง
46:10Page 503
قُلۡ أَرَءَيۡتُمۡ إِن كَانَ مِنۡ عِندِ ٱللَّهِ وَكَفَرۡتُم بِهِۦ وَشَهِدَ شَاهِدٞ مِّنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَلَىٰ مِثۡلِهِۦ فَـَٔامَنَ وَٱسۡتَكۡبَرۡتُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّٰلِمِينَ ١٠
Say, "Have you considered: if it [i.e., the Qur’ān] was from Allāh, and you disbelieved in it while a witness from the Children of Israel has testified to something similar1 and believed while you were arrogant...?"2 Indeed, Allāh does not guide the wrongdoing people.
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธ จงบอกฉันมาหากอัลกุรอานมาจากอัลลอฮ และพวกท่านปฏิเสธอัลกุรอานนั้นทั้งๆที่มีพยานคนหนึ่งจากวงศ์วานของอิสรออีลว่า แท้จริงอัลกุรอานนั้นมาจากอัลลอฮ โดยยึดถือในสิ่งที่นำมาในคัมภีร์อัตเตารอตด้วยเช่นกัน แล้วเขาก็ศรัทธาแต่พวกท่านยังดื้อรั้นหยิ่งยโสต่อการศรัทธาต่อพระองค์ พวกท่านไม่ไช่ผู้ที่อธรรมดอกหรือ? แท้จริงอัลลอฮจะไม่ทรงเห็นด้วยแก่หมู่ชนผู้ที่อธรรมต่อความสัจธรรม
46:11Page 503
وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لِلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَوۡ كَانَ خَيۡرٗا مَّا سَبَقُونَآ إِلَيۡهِۚ وَإِذۡ لَمۡ يَهۡتَدُواْ بِهِۦ فَسَيَقُولُونَ هَٰذَآ إِفۡكٞ قَدِيمٞ ١١
And those who disbelieve say of those who believe, "If it had [truly] been good, they would not have preceded us to it." And when they are not guided by it, they will say, "This is an ancient falsehood."
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาในอัลกุรอ่านและสิ่งที่เราะซูลของพวกเขาได้นำมาแก่พวกเขาจะกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า หากสิ่งที่มูฮัมมัดได้นำมานั้นเป็นเรื่องจริง นำไปสู่สิ่งที่ดี แน่นอนสิ่งนี้จะไม่เข้าไปถึงแก่บรรดาผู้ยากจน ทาส และบรรดาผู้อ่อนแอก่อนพวกเรา และเป็นเพราะว่าพวกเขามิได้รับการชี้แนะจากสิ่งที่นำมาแก่พวกเขาโดยเราะซูลของเขา พวกเขาเหล่านั้นจึงกล่าววว่า นี่คือเรื่องโกหกดั้งเดิมที่ถูกนำมายังพวกเรา และพวกเราก็จะไม่ทำตามในเรื่องโกหกเหล่านี้
46:12Page 503
وَمِن قَبۡلِهِۦ كِتَٰبُ مُوسَىٰٓ إِمَامٗا وَرَحۡمَةٗۚ وَهَٰذَا كِتَٰبٞ مُّصَدِّقٞ لِّسَانًا عَرَبِيّٗا لِّيُنذِرَ ٱلَّذِينَ ظَلَمُواْ وَبُشۡرَىٰ لِلۡمُحۡسِنِينَ ١٢
And before it was the scripture of Moses to lead and as a mercy. And this is a confirming Book in an Arabic tongue to warn those who have wronged and as good tidings to the doers of good.
และก่อนหน้าอัลกุรอ่านนี้ มีคัมภีร์อัตเตารอดที่อัลลอฮประทานลงมายังท่านนบีมูซา อลัยฮิสสลาม เป็นแบบอย่างนำสู่สัจธรรม และความเมตตาสำหรับผู้ที่ศรัทธาและปฏิบัติตามต่อจากเขาจากกลุ่มชนอิสรออีล และนี่อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เป็นคัมภีร์ที่ยืนยันของความถูกต้องของคัมภีร์ก่อนหน้านี้เป็นภาษาอาหรับ เพื่อตักเตือนบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ และกระทำบาป และในขณะเดียวกันนั้น เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กระทำความดี ที่มีความสัมพันธ์อันดีงามกับผู้สร้างของพวกเขาและมีความสัมพันธ์อันดีงามกับสิ่งที่ถูกสร้างโดยผู้สร้างของพวกเขา
46:13Page 503
إِنَّ ٱلَّذِينَ قَالُواْ رَبُّنَا ٱللَّهُ ثُمَّ ٱسۡتَقَٰمُواْ فَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ١٣
Indeed, those who have said, "Our Lord is Allāh," and then remained on a right course - there will be no fear concerning them, nor will they grieve.
แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺคือพระเจ้าของพวกเราไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แล้วพวกเขาก็ยืนหยัดเข้มแข็ง ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้าและการปฏิบัติแต่ความดี ดังนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญในวันอาคีเราะฮฺ และพวกเขาก็จะไม่เสียใจในสิ่งที่พวกเขาพลาดโชคชะตาบนโลกดุนยา หรือ สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ข้างหลัง
46:14Page 503
أُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلۡجَنَّةِ خَٰلِدِينَ فِيهَا جَزَآءَۢ بِمَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٤
Those are the companions of Paradise, abiding eternally therein as reward for what they used to do.
กลุ่มชนที่ถูกกล่าวโดยคุณสมบัติเหล่านี้คือชาวสวรรค์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์ตลอดกาลเป็นรางวัลแก่พวกเขา สำหรับการกระทำความดีที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ในโลกดุนยา
46:15Page 504
وَوَصَّيۡنَا ٱلۡإِنسَٰنَ بِوَٰلِدَيۡهِ إِحۡسَٰنًاۖ حَمَلَتۡهُ أُمُّهُۥ كُرۡهٗا وَوَضَعَتۡهُ كُرۡهٗاۖ وَحَمۡلُهُۥ وَفِصَٰلُهُۥ ثَلَٰثُونَ شَهۡرًاۚ حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ أَشُدَّهُۥ وَبَلَغَ أَرۡبَعِينَ سَنَةٗ قَالَ رَبِّ أَوۡزِعۡنِيٓ أَنۡ أَشۡكُرَ نِعۡمَتَكَ ٱلَّتِيٓ أَنۡعَمۡتَ عَلَيَّ وَعَلَىٰ وَٰلِدَيَّ وَأَنۡ أَعۡمَلَ صَٰلِحٗا تَرۡضَىٰهُ وَأَصۡلِحۡ لِي فِي ذُرِّيَّتِيٓۖ إِنِّي تُبۡتُ إِلَيۡكَ وَإِنِّي مِنَ ٱلۡمُسۡلِمِينَ ١٥
And We have enjoined upon man, to his parents, good treatment. His mother carried him with hardship and gave birth to him with hardship, and his gestation and weaning [period] is thirty months. [He grows] until, when he reaches maturity and reaches [the age of] forty years, he says, "My Lord, enable me1 to be grateful for Your favor which You have bestowed upon me and upon my parents and to work righteousness of which You will approve and make righteous for me my offspring. Indeed, I have repented to You, and indeed, I am of the Muslims."
และเราได้สั่งเสียอย่างชัดเจนแก่มนุษย์ให้พวกเขาทำดีต่อบิดามารดาของเขา ให้ทำดีแก่เขาทั้งสองในช่วงที่เขาทั้งสองมีชีวิตอยู่และหลังจากที่เขาทั้งสองได้เสียไปแล้วโดยการไม่ละเมิดบทบัญญัติอิสลามโดยเฉพาะเรื่องของมารดาของเขาที่ได้อุ้มครรภ์เขาด้วยความเหนื่อยยาก และได้คลอดเขาด้วยความเจ็บปวด และการอุ้มครรภ์เขาและการหย่านมของเขาในระยะเวลาสามสิบเดือน จนกระทั่งเมื่อเขาบรรลุวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขา และมีอายุถึงสี่สิบปี เขาจะกล่าววิงวอนว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่ข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์ขอบคุณต่อความโปรดของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าพระองค์และบิดามารดาของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์ทำความดีเพื่อให้พระองค์ท่านทรงพอพระทัยแก่ข้าพระองค์ และทรงให้ความดีเกิดขึ้นในลูกหลานของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ขออภัยโทษต่อพระองค์ในความบาปของข้าพระองค์ และแท้จริงข้าพระองค์อยู่ในหมู่ผู้นอบน้อมต่อบทบัญญัติของพระองค์
46:16Page 504
أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ نَتَقَبَّلُ عَنۡهُمۡ أَحۡسَنَ مَا عَمِلُواْ وَنَتَجَاوَزُ عَن سَيِّـَٔاتِهِمۡ فِيٓ أَصۡحَٰبِ ٱلۡجَنَّةِۖ وَعۡدَ ٱلصِّدۡقِ ٱلَّذِي كَانُواْ يُوعَدُونَ ١٦
Those are the ones from whom We will accept the best of what they did and overlook their misdeeds, [their being] among the companions of Paradise. [That is] the promise of truth which they had been promised.
กลุ่มชนเหล่านี้คือ บรรดาผู้ที่เราได้ตอบรับในการงานที่ดีจากพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้ปฏิบัติไว้ และเราจะละเลยความผิดต่างๆของพวกเขา เราจะไม่ถือสาในความผิดเหล่านั้น และพวกเขาอยู่ในหมู่ชาวสวรรค์ นี่เป็นการสัญญาที่อัลลอฮทรงสัญญาแก่พวกเขา เป็นสัญญาแห่งความจริงซึ่งพวกเขาสมควรที่จะได้รับ
46:17Page 504
وَٱلَّذِي قَالَ لِوَٰلِدَيۡهِ أُفّٖ لَّكُمَآ أَتَعِدَانِنِيٓ أَنۡ أُخۡرَجَ وَقَدۡ خَلَتِ ٱلۡقُرُونُ مِن قَبۡلِي وَهُمَا يَسۡتَغِيثَانِ ٱللَّهَ وَيۡلَكَ ءَامِنۡ إِنَّ وَعۡدَ ٱللَّهِ حَقّٞ فَيَقُولُ مَا هَٰذَآ إِلَّآ أَسَٰطِيرُ ٱلۡأَوَّلِينَ ١٧
But one who says to his parents, "Uff1 to you; do you promise me that I will be brought forth [from the earth] when generations before me have already passed on [into oblivion]?" while they call to Allāh for help [and to their son], "Woe to you! Believe! Indeed, the promise of Allāh is truth." But he says, "This is not but legends of the former peoples" -
และผู้ใดที่กล่าวแก่บิดามารดาของเขาว่า วิบัติแก่ท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองขู่ฉันว่า ฉันจะถูกให้ออกมาฟื้นคืนชีพอีกกระนั้นหรือหลังจากที่ฉันได้ตายไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปหลายศตวรรษก่อนหน้าฉัน และมนุษย์ก็ได้ตายไป ยังไม่ได้บังเกิดขึ้นมาเลย? และบิดามารดาทั้งสองร้องขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺให้ทรงชี้ทางนำแก่ลูกของเขาทั้งสอง และได้มีเสียงกล่าวแก่ลูกของเขาทั้งสองว่า ความหายนะจงประสบแก่เจ้า หากเจ้ายังไม่ศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพ จงศรัทธาเถิด แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นความจริง แล้วเขาก็พูดปฏิเสธอีกครั้งถึงการฟื้นคืนชีพ เรื่องนี้มิใช่อะไรอื่น นอกจากเป็นนิยายเหลวไหลสมัยก่อนเท่านั้น มันไม่มีอยู่จริง ณ ที่อัลลอฮฺ
46:18Page 504
أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ حَقَّ عَلَيۡهِمُ ٱلۡقَوۡلُ فِيٓ أُمَمٖ قَدۡ خَلَتۡ مِن قَبۡلِهِم مِّنَ ٱلۡجِنِّ وَٱلۡإِنسِۖ إِنَّهُمۡ كَانُواْ خَٰسِرِينَ ١٨
Those are the ones upon whom the word [i.e., decree] has come into effect, [who will be] among nations which had passed on before them of jinn and men. Indeed, they [all] were losers.
ชนเหล่านั้น คือ บรรดาผู้ที่จะต้องได้รับการลงโทษ รวมกับประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาจากญินและมนุษย์ แท้จริงพวกเขาอยู่ในความขาดทุน ซึ่งพวกเขาจะต้องสูญเสียตัวเองและครอบครัวโดยการเข้าไปในไฟนรก
46:19Page 504
وَلِكُلّٖ دَرَجَٰتٞ مِّمَّا عَمِلُواْۖ وَلِيُوَفِّيَهُمۡ أَعۡمَٰلَهُمۡ وَهُمۡ لَا يُظۡلَمُونَ ١٩
And for all there are degrees [of reward and punishment] for what they have done, and [it is] so that He may fully compensate them for their deeds, and they will not be wronged.
และสำหรับทั้งสองฝ่ายนี้ ฝ่ายชาวสวรรค์และฝ่ายชาวนรก ลำดับชั้นของเขานั้นเรียบเรียงตามการงานของพวกเขา ส่วนลำดับชั้นของชาวสวรรค์นั้นเป็นลำดับชั้นที่สูงส่ง และลำดับชั้นของชาวนรกนั้นต่ำต้อย และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาอย่างครบถ้วนตามผลงานของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกละเมิด หรือ เกิดความอยุติธรรมในวันกียามะฮฺ โดยที่ความดีจะไม่ถูกละเลยแม้แต่น้อย และความชั่วก็จะไม่ถูกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
46:20Page 504
وَيَوۡمَ يُعۡرَضُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ عَلَى ٱلنَّارِ أَذۡهَبۡتُمۡ طَيِّبَٰتِكُمۡ فِي حَيَاتِكُمُ ٱلدُّنۡيَا وَٱسۡتَمۡتَعۡتُم بِهَا فَٱلۡيَوۡمَ تُجۡزَوۡنَ عَذَابَ ٱلۡهُونِ بِمَا كُنتُمۡ تَسۡتَكۡبِرُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِ بِغَيۡرِ ٱلۡحَقِّ وَبِمَا كُنتُمۡ تَفۡسُقُونَ ٢٠
And the Day those who disbelieved are exposed to the Fire [it will be said], "You exhausted your pleasures during your worldly life and enjoyed them, so this Day you will be awarded the punishment of [extreme] humiliation because you were arrogant upon the earth without right and because you were defiantly disobedient."
และในวันที่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮและกล่าวเท็จต่อท่านเราะซูลมาอยู่ต่อหน้าไฟนรกเพื่อรับการลงโทษ และจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมว่า พวกเจ้าได้เอาสิ่งดีงามทั้งหลายของพวกเจ้าในการดำรงชีวิตของพวกเจ้าในโลกดุนยาไปแล้ว และพวกเจ้าได้มีความสำราญกับมันแล้ว ฉะนั้นวันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนด้วยบทลงโทษอันอัปยศ เนื่องด้วย พวกเจ้าหยิ่งยโสในแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรมและเนื่องด้วยพวกเจ้าได้อออกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วยการปฏิเสธศรัทธาและทำการฝ่าฝืน
46:21Page 505
۞ وَٱذۡكُرۡ أَخَا عَادٍ إِذۡ أَنذَرَ قَوۡمَهُۥ بِٱلۡأَحۡقَافِ وَقَدۡ خَلَتِ ٱلنُّذُرُ مِنۢ بَيۡنِ يَدَيۡهِ وَمِنۡ خَلۡفِهِۦٓ أَلَّا تَعۡبُدُوٓاْ إِلَّا ٱللَّهَ إِنِّيٓ أَخَافُ عَلَيۡكُمۡ عَذَابَ يَوۡمٍ عَظِيمٖ ٢١
And mention, [O Muḥammad], the brother of ʿAad,1 when he warned his people in [the region of] al-Aḥqāf - and warners had already passed on before him and after him - [saying], "Do not worship except Allāh. Indeed, I fear for you the punishment of a terrible day."2
และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะซูล ฮูดพี่น้องคนหนึ่งของพวกอ๊าดในเชื้อสาย ตอนที่เขาได้ให้การตักเตือนต่อประชาชาติของเขาถึงบทลงโทษของอัลลอฮฺที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา และพวกเขาอยู่ในบ้านของพวกเขาในคาบสมุทรอาหรับตอนใต้ และแน่นอน บรรดาเราะซูลผู้ตักเตือนก่อนหน้าฮูดและภายหลังเขาได้กล่าวตักเตือนว่า พวกท่านอย่าเคารพอิบาดะฮฺผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว และอย่าได้เคารพอิบาดะฮฺสิ่งอื่นไปพร้อมกัน แท้จริงฉันกลัวแทนพวกท่าน โอ้กลุ่มชนของฉัน ถึงการลงโทษแห่งวันอันยิ่งใหญ่คือวันกียามะฮฺ
46:22Page 505
قَالُوٓاْ أَجِئۡتَنَا لِتَأۡفِكَنَا عَنۡ ءَالِهَتِنَا فَأۡتِنَا بِمَا تَعِدُنَآ إِن كُنتَ مِنَ ٱلصَّٰدِقِينَ ٢٢
They said, "Have you come to delude us away from our gods? Then bring us what you promise us, if you should be of the truthful."
กลุ่มชนของเขาได้กล่าวแก่เขาว่า ท่านมาหาพวกเราเพื่อจะทำให้เราแตกแยกจากการเคารพสักการะพระเจ้าของพวกเรากระนั้นหรือ? ไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน ดังนั้นจงนำการลงโทษตามที่ท่านได้สัญญาไว้กับเราไว้ หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริงในการเชิญชวนของท่าน
46:23Page 505
قَالَ إِنَّمَا ٱلۡعِلۡمُ عِندَ ٱللَّهِ وَأُبَلِّغُكُم مَّآ أُرۡسِلۡتُ بِهِۦ وَلَٰكِنِّيٓ أَرَىٰكُمۡ قَوۡمٗا تَجۡهَلُونَ ٢٣
He said, "Knowledge [of its time] is only with Allāh, and I convey to you that with which I was sent; but I see you [to be] a people behaving ignorantly."
ท่านนบีฮูดกล่าวว่า แท้จริงนั้นความรู้เรื่องการลงโทษนั้นอยู่ที่อัลลอฮ และฉันไม่รู้เรื่องนี้ แต่ฉันเป็นเราะซูลที่คอยประกาศแก่พวกท่านตามที่ฉันได้ถูกส่งมาเพื่อการนี้ และฉันเห็นว่าพวกท่านเป็นหมู่ชนผู้งมงาย อะไรที่ให้ประโยชน์แก่พวกท่านแต่พวกท่านกลับละทิ้งมัน และอะไรที่จะส่งผลเสียแก่พวกท่าน แต่พวกท่านกลับทำมันซะอย่างนั้น
46:24Page 505
فَلَمَّا رَأَوۡهُ عَارِضٗا مُّسۡتَقۡبِلَ أَوۡدِيَتِهِمۡ قَالُواْ هَٰذَا عَارِضٞ مُّمۡطِرُنَاۚ بَلۡ هُوَ مَا ٱسۡتَعۡجَلۡتُم بِهِۦۖ رِيحٞ فِيهَا عَذَابٌ أَلِيمٞ ٢٤
And when they saw it as a cloud approaching their valleys, they said, "This is a cloud bringing us rain!" Rather, it is that for which you were impatient:1 a wind, within it a painful punishment,
และเมื่อท่านบีฮูดได้มายังพวกเขา พวกเขาก็ได้รีบเร่งขอบทลงโทษ พวกเขาได้เห็นก้อนเมฆในทิศทางบนชั้นฟ้ามุ่งหน้าไปยังพวกเขา พวกเขากล่าวว่า นี่คือเมฆที่จะให้น้ำฝนแก่เรา ท่านนบีฮูดกล่าวแก่พวกเขาว่า นี้ไม่ไช่อย่างที่พวกเจ้าคิดว่าเป็นก้อนเมฆที่ฝนจะตกลงมาแก่พวกเจ้า แต่มันคือบทลงโทษที่พวกเจ้าขออย่างรีบร้อนไง มันเป็นลมพายุแห่งการลงโทษที่จะสรา้งความเจ็บปวดทรมาน
46:25Page 505
تُدَمِّرُ كُلَّ شَيۡءِۭ بِأَمۡرِ رَبِّهَا فَأَصۡبَحُواْ لَا يُرَىٰٓ إِلَّا مَسَٰكِنُهُمۡۚ كَذَٰلِكَ نَجۡزِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلۡمُجۡرِمِينَ ٢٥
Destroying everything by command of its Lord. And they became so that nothing was seen [of them] except their dwellings. Thus do We recompense the criminal people.
ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้ามันซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาให้ทำลาย และพวกเขาก็ถูกทำลาย ไม่มีอะไรให้แลเห็นนอกจากบ้านพักอาศัยของพวกเขาเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นพยานหลักฐานให้เห็นว่า พวกเขาเคยมีตัวตนอยู่จริงมาก่อนหน้านี้ และการลงโทษอันเจ็บปวดเช่นนี้แหละ เราจะตอบแทนผู้ปฏิเสธอย่างไม่รู้ไม่ชี้ และฝืนที่จะไม่ยอมรับในความจริง
46:26Page 505
وَلَقَدۡ مَكَّنَّٰهُمۡ فِيمَآ إِن مَّكَّنَّٰكُمۡ فِيهِ وَجَعَلۡنَا لَهُمۡ سَمۡعٗا وَأَبۡصَٰرٗا وَأَفۡـِٔدَةٗ فَمَآ أَغۡنَىٰ عَنۡهُمۡ سَمۡعُهُمۡ وَلَآ أَبۡصَٰرُهُمۡ وَلَآ أَفۡـِٔدَتُهُم مِّن شَيۡءٍ إِذۡ كَانُواْ يَجۡحَدُونَ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ وَحَاقَ بِهِم مَّا كَانُواْ بِهِۦ يَسۡتَهۡزِءُونَ ٢٦
And We had certainly established them in such as We have not established you, and We made for them hearing and vision and hearts [i.e., intellect]. But their hearing and vision and hearts availed them not from anything [of the punishment] when they were [continually] rejecting the signs of Allāh; and they were enveloped by what they used to ridicule.
และเราได้ให้คนของฮูดเป็นสาเหตุของการตั้งหลักแหล่งที่มั่นคงโดยที่เรานั้นไม่ได้ให้แก่พวกเจ้า และเราได้ทำให้พวกเขามีหูที่สามารถได้ยินและให้ดวงตาที่มองเห็นและให้หัวใจที่นึกคิดได้แต่ว่าหูของพวกเขา ตาของพวกเขา และหัวใจของพวกเขา มิได้อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขาเลย และไม่ได้ปกป้องพวกเขาจากบทลงโทษของอัลลอฮเมื่อบทลงโทษนั้นได้มาถึง โดยที่พวกเขานั้นได้ปฏิเสธศรัทธาต่อสัญญาณต่างๆของอัลลอฮ และการเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาได้เคยเยาะเย้ยมา ซึ่งบทลงโทษที่ท่านนบีฮูด อลัยฮิสสลาม เคยกล่าวให้การหวาดกลัวและจงระวังไว้
46:27Page 505
وَلَقَدۡ أَهۡلَكۡنَا مَا حَوۡلَكُم مِّنَ ٱلۡقُرَىٰ وَصَرَّفۡنَا ٱلۡأٓيَٰتِ لَعَلَّهُمۡ يَرۡجِعُونَ ٢٧
And We have already destroyed what surrounds you of [those] cities, and We have diversified the signs [or verses] that perhaps they might return [from disbelief].
และโดยแน่นอน เราได้ทำลายหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบๆพวกเจ้า โอ้ชาวมักกะฮฺเอ๋ย และเราก็ได้ทำลายกลุ่มชนอ๊าดและษะมูดและกลุ่มชนลูฏและชาวมัดยัน และเราได้แจกแจงซึ่งประเภทของหลักฐานและความชัดเจนต่างๆ เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิดในการปฏิเสธศรัทธา
46:28Page 505
فَلَوۡلَا نَصَرَهُمُ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُواْ مِن دُونِ ٱللَّهِ قُرۡبَانًا ءَالِهَةَۢۖ بَلۡ ضَلُّواْ عَنۡهُمۡۚ وَذَٰلِكَ إِفۡكُهُمۡ وَمَا كَانُواْ يَفۡتَرُونَ ٢٨
Then why did those they took besides Allāh as deities by which to approach [Him]1 not aid them? But they had strayed [i.e., departed] from them. And that was their falsehood and what they were inventing.
ดังนั้นรูปปั้นที่พวกเขาเชื่อถือดังพระผู้เป็นเจ้านอกเหนือจากอัลลอฮ เคารพบูชามัน ด้วยการทำอิบาดะห์และการเชือดให้มันนั้น ไฉนเล่าจึงไม่ช่วยเหลือพวกเขา? ในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง แต่พวกมันเองกลับหายสาปสูญไป นั่นเป็นเรื่องโกหกที่พวกเขานับถือมาโดยตลอด และหวังว่าจะได้ช่วยเหลือพวกเขา ณ ที่อัลลอฮฺ
46:29Page 506
وَإِذۡ صَرَفۡنَآ إِلَيۡكَ نَفَرٗا مِّنَ ٱلۡجِنِّ يَسۡتَمِعُونَ ٱلۡقُرۡءَانَ فَلَمَّا حَضَرُوهُ قَالُوٓاْ أَنصِتُواْۖ فَلَمَّا قُضِيَ وَلَّوۡاْ إِلَىٰ قَوۡمِهِم مُّنذِرِينَ ٢٩
And [mention, O Muḥammad], when We directed to you a few of the jinn, listening to the Qur’ān. And when they attended it, they said, "Listen attentively." And when it was concluded, they went back to their people as warners.
และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะซูล ครั้นเมื่อเราได้ส่งบรรดาญินกลุ่มหนึ่งไปรับฟังอัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมายังเจ้า ดังนัันเมื่อพวกเขาไปรวมตัวเพื่อรับฟังแล้ว ส่วนหนึ่งในหมู่พวกเขาจึงได้พูดออกมาว่า จงนิ่งเงียบๆ จนกว่าเราจะได้ฟังดีๆ อย่างชัดเจน และเมื่อท่านเราะซูลอ่านจบ พวกเขาก็ได้กลับไปหากลุ่มชนของพวกเขาและได้แจ้งเตือนแก่กลุ่มชนของพวกเขาถึงบทลงโทษของอัลลอฮฺหากพวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอ่าน
46:30Page 506
قَالُواْ يَٰقَوۡمَنَآ إِنَّا سَمِعۡنَا كِتَٰبًا أُنزِلَ مِنۢ بَعۡدِ مُوسَىٰ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ يَهۡدِيٓ إِلَى ٱلۡحَقِّ وَإِلَىٰ طَرِيقٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٣٠
They said, "O our people, indeed we have heard a [recited] Book revealed after Moses confirming what was before it which guides to the truth and to a straight path.
พวกเขากล่าวแก่กลุ่มชนของพวกเขาว่า โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย แท้จริงเราได้ยินมาว่ามีคัมภีร์หนี่งที่อัลลอฮได้ประทานลงมาหลังจากท่านนบีมูซาเป็นการยืนยันในสิ่งที่ได้มีมาก่อนแล้วในคัมภีร์ที่ถูกประทานมาจากอัลลอฮฺ ซึ่งคัมภีร์ที่เราได้ยินมานั้นชี้แนะซึ่งทางไปสู่สัจธรรมและนำทางไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงนั้นก็คือเส้นทางแห่งอัลอิสลามนั่นเอง
46:31Page 506
يَٰقَوۡمَنَآ أَجِيبُواْ دَاعِيَ ٱللَّهِ وَءَامِنُواْ بِهِۦ يَغۡفِرۡ لَكُم مِّن ذُنُوبِكُمۡ وَيُجِرۡكُم مِّنۡ عَذَابٍ أَلِيمٖ ٣١
O our people, respond to the Caller [i.e., Messenger] of Allāh1 and believe in him; He [i.e., Allāh] will forgive for you your sins and protect you from a painful punishment.
โอ้หมู่ชนของเราเอ๋ย จงตอบรับในสิ่งที่มูฮัมมัดเรียกร้องพวกเจ้าไปสู่ความถูกต้องเถิด และจงศรัทธาเถิดว่าแท้จริงเขาคือเราะซูลที่มาจากพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษในความผิดของพวกเจ้า และพระองค์จะทรงช่วยพวกเจ้าให้รอดพ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวดที่กำลังรอพวกเจ้าอยู่หากพวกเจ้าไม่ตอบรับในสิ่งที่ถูกเรียกร้อง ซึ่งสัจธรรมที่แท้จริง และไม่ศรัทธาว่าแท้จริงเขานั้นเป็นท่านเราะซูลของพระองค์
46:32Page 506
وَمَن لَّا يُجِبۡ دَاعِيَ ٱللَّهِ فَلَيۡسَ بِمُعۡجِزٖ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَلَيۡسَ لَهُۥ مِن دُونِهِۦٓ أَوۡلِيَآءُۚ أُوْلَٰٓئِكَ فِي ضَلَٰلٖ مُّبِينٍ ٣٢
But he who does not respond to the Caller of Allāh will not cause failure [to Him] upon earth, and he will not have besides Him any protectors. Those are in manifest error."
และผู้ใดที่ไม่ตอบรับการเรียกร้องของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม คือการเรียกร้องสู่สัจธรรมที่แท้จริง เขามิอาจหลบหนีให้หลุดพ้นจากอัลลอฮฺได้บนโลกนี้ และสำหรับเขาแล้วจะไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากอัลลอฮฺผู้ที่จะทรงช่วยเขาให้พ้นจากการลงโทษ ชนเหล่านั้นคือผู้ที่หลงผิดอย่างชัดแจ้ง
46:33Page 506
أَوَلَمۡ يَرَوۡاْ أَنَّ ٱللَّهَ ٱلَّذِي خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ وَلَمۡ يَعۡيَ بِخَلۡقِهِنَّ بِقَٰدِرٍ عَلَىٰٓ أَن يُحۡـِۧيَ ٱلۡمَوۡتَىٰۚ بَلَىٰٓۚ إِنَّهُۥ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٣٣
Do they not see that Allāh, who created the heavens and earth and did not fail in their creation, is able to give life to the dead? Yes. Indeed, He is over all things competent.
พวกเจ้าไม่เห็นดอกหรือว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพ แท้จริงอัลลอฮฺ ซึ่งทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ และมิทรงอ่อนเพลียต่อการสร้างสิ่งเหล่านั้นด้วยความใหญ่และกว้างขวาง และเป็นผู้อานุภาพที่จะให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาอีก เพื่อคิดบัญชีและให้การตอบแทน แน่นอนแท้จริงพระองค์สามารถที่จะให้ชีวิตแก่พวกเขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุก ๆ สิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางพระองค์ได้จากการทำให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาใหม่
46:34Page 506
وَيَوۡمَ يُعۡرَضُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ عَلَى ٱلنَّارِ أَلَيۡسَ هَٰذَا بِٱلۡحَقِّۖ قَالُواْ بَلَىٰ وَرَبِّنَاۚ قَالَ فَذُوقُواْ ٱلۡعَذَابَ بِمَا كُنتُمۡ تَكۡفُرُونَ ٣٤
And the Day those who disbelieved are exposed to the Fire [it will be said], "Is this not the truth?" They will say, "Yes, by our Lord." He will say, "Then taste the punishment for what you used to deny."1
วันที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์จะถูกไฟเผาเพื่อลงโทษในวันนั้น โดยมีเสียงกล่าวเชิงตำหนิว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าเห็นจากการลงโทษจริงๆดอกหรือ? หรือเป็นเท็จดังที่คุณอ้างไว้ในโลกดุนยา? พวกเขาตอบว่า แน่นอนพวกข้าพระองค์ขอสาบานด้วยพระเจ้าของพวกข้าพระองค์ แท้จริงมันเป็นเรื่องจริง และจะมีเสียงกล่าวแก่เขาว่า พวกเจ้าจงลิ้มรสของบทลงโทษเถิดเพราะพวกเจ้านั้นปฏิเสธศรัทธาในอัลลอฮฺ
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences