Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Yusuf 12:40–76
12:40Page 240
مَا تَعۡبُدُونَ مِن دُونِهِۦٓ إِلَّآ أَسۡمَآءٗ سَمَّيۡتُمُوهَآ أَنتُمۡ وَءَابَآؤُكُم مَّآ أَنزَلَ ٱللَّهُ بِهَا مِن سُلۡطَٰنٍۚ إِنِ ٱلۡحُكۡمُ إِلَّا لِلَّهِ أَمَرَ أَلَّا تَعۡبُدُوٓاْ إِلَّآ إِيَّاهُۚ ذَٰلِكَ ٱلدِّينُ ٱلۡقَيِّمُ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعۡلَمُونَ ٤٠
You worship not besides Him except [mere] names you have named them,1 you and your fathers, for which Allāh has sent down no evidence. Legislation is not but for Allāh. He has commanded that you worship not except Him. That is the correct religion, but most of the people do not know.
สิ่งที่พวกท่านเคารพอิบาดะฮ์อื่นจากพระองค์นั้น มิใช่อื่นใดนอกจากเป็นแค่เพียงชื่อที่ไม่สอดคล้องกับตัวตนของชื่อ พวกท่านและบรรดาบรรพบุรุษของพวกท่านตั้งชื่อนั้นขึ้นมา มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นพระเจ้าเลย อัลลอฮ์มิได้ประทานหลักฐานใดๆที่เกี่ยวข้องกับการที่พวกท่านตั้งชื่อให้มัน เพื่อบ่งบอกถึงความถูกต้องของมัน การตัดสินในเรื่องสรรพสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหมดนั้นไม่ใช่สิทธิของผู้ใด นอกจากอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ไม่ใช่สิทธิของบรรดาชื่อที่พวกท่านและบรรพบุรุษของพวกท่านเรียกมัน อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา สั่งให้พวกท่านให้เอกภาพต่อพระองค์ด้วยการเคารพอิบาดะฮ์และทรงห้ามพวกท่านมิให้นำสิ่งอื่นมาตั้งภาคีต่อพระองค์ การให้เอกภาพนี่แหละคือศาสนาที่เที่ยงตรงไม่คดเคี้ยว แต่มนุษย์ส่วนมากไม่รู้เรื่องนี้ และด้วยเหตุนี้แหละพวกเขาจึงตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ แล้วก็เคารพบูชาสรรพสิ่งที่ถูกสร้างบางชนิดของพระองค์
12:41Page 240
يَٰصَٰحِبَيِ ٱلسِّجۡنِ أَمَّآ أَحَدُكُمَا فَيَسۡقِي رَبَّهُۥ خَمۡرٗاۖ وَأَمَّا ٱلۡأٓخَرُ فَيُصۡلَبُ فَتَأۡكُلُ ٱلطَّيۡرُ مِن رَّأۡسِهِۦۚ قُضِيَ ٱلۡأَمۡرُ ٱلَّذِي فِيهِ تَسۡتَفۡتِيَانِ ٤١
O two companions of prison, as for one of you, he will give drink to his master of wine; but as for the other, he will be crucified, and the birds will eat from his head. The matter has been decreed about which you both inquire."
โอ้เพื่อนร่วมคุกของฉันเอ๋ย ส่วนผู้ที่ฝันเห็นว่าเขากำลังคั้นองุ่นให้กลายเป็นเหล้านั้น แท้จริงเขาจะได้ออกจากคุก แล้วกลับไปทำงานของเขา แล้วเขาก็จะรินเหล้าให้กษัตริย์ ส่วนคนที่ฝันเห็นว่ามีขนมปังอยู่บนศรีษะของเขา แล้วนกก็มากินมันนั้น แท้จริงเขาจะถูกฆ่าและถูกแขวนตรึงไว้ แล้วนกก็จะมาจิกกินเนื้อศรีษะของเขา เรื่องที่ท่านทั้งสองขอให้ทำนายนั้นได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นมันคือเรื่องจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
12:42Page 240
وَقَالَ لِلَّذِي ظَنَّ أَنَّهُۥ نَاجٖ مِّنۡهُمَا ٱذۡكُرۡنِي عِندَ رَبِّكَ فَأَنسَىٰهُ ٱلشَّيۡطَٰنُ ذِكۡرَ رَبِّهِۦ فَلَبِثَ فِي ٱلسِّجۡنِ بِضۡعَ سِنِينَ ٤٢
And he said to the one whom he knew would go free, "Mention me before your master." But Satan made him forget the mention [to] his master, and he [i.e., Joseph] remained in prison several years.
และยูซุฟได้กล่าวแก่คนที่คิดว่าเขาจะพ้นโทษจากสองคนนั้น (เขาคือคนรินเหล้าให้กษัตริย์) ว่า “ท่านจงเล่าเรื่องราวของฉันและสถานะของฉันแก่กษัตริย์ด้วย เผื่อว่าเขาจะได้ปล่อยฉันออกจากคุก” แต่ชัยฏอนได้ทำให้คนรินเหล้าลืมเอ๋ยเรื่องราวของยูซุฟ ณ ที่กษัตริย์ ยูซุฟจึงต้องอยู่ในคุกต่อไปอีกหลายปี
12:43Page 240
وَقَالَ ٱلۡمَلِكُ إِنِّيٓ أَرَىٰ سَبۡعَ بَقَرَٰتٖ سِمَانٖ يَأۡكُلُهُنَّ سَبۡعٌ عِجَافٞ وَسَبۡعَ سُنۢبُلَٰتٍ خُضۡرٖ وَأُخَرَ يَابِسَٰتٖۖ يَٰٓأَيُّهَا ٱلۡمَلَأُ أَفۡتُونِي فِي رُءۡيَٰيَ إِن كُنتُمۡ لِلرُّءۡيَا تَعۡبُرُونَ ٤٣
And [subsequently] the king said, "Indeed, I have seen [in a dream] seven fat cows being eaten by seven [that were] lean, and seven green spikes [of grain] and others [that were] dry. O eminent ones, explain to me my vision, if you should interpret visions."
และกษัตริย์ได้ตรัสว่า “แท้จริงฉันฝันเห็นวัวตัวเมียอ้วนเจ็ดตัวถูกวัวตัวเมียผอมเจ็ดตัวกินพวกมัน และฉันฝันเห็นรวงข้าวเขียวเจ็ดรวงถูกรวงข้าวแห้งเจ็ดรวงรัดกินมัน โอ้บรรดาขุนนางและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายเอ๋ย จงบอกฉันด้วยการทำนายฝันของฉันในครั้งนี้ หากพวกท่านรู้เรื่องวิชาการทำนายฝัน”
12:44Page 241
قَالُوٓاْ أَضۡغَٰثُ أَحۡلَٰمٖۖ وَمَا نَحۡنُ بِتَأۡوِيلِ ٱلۡأَحۡلَٰمِ بِعَٰلِمِينَ ٤٤
They said, "[It is but] a mixture of false dreams, and we are not learned in the interpretation of dreams."
พวกเขากล่าวว่า “ฝันของท่านนั้นสลับซับซ้อนเหลือเกิน และถ้ามันเป็นเช่นนั้นก็ทำนายฝันนั้นไม่ได้ และพวกเราก็ไม่ใช่ผู้รู้เกี่ยวกับการทำนายฝันที่มีความซับซ้อน”
12:45Page 241
وَقَالَ ٱلَّذِي نَجَا مِنۡهُمَا وَٱدَّكَرَ بَعۡدَ أُمَّةٍ أَنَا۠ أُنَبِّئُكُم بِتَأۡوِيلِهِۦ فَأَرۡسِلُونِ ٤٥
But the one who was freed and remembered after a time said, "I will inform you of its interpretation, so send me forth."
และคนรินเหล้าที่ได้พ้นโทษจากเด็กหนุ่มสองคนที่ถูกจำคุกได้ระลึกถึงยูซุฟ อะลัยฮิสลาม และความรู้การทำนายฝันของเขา ได้กล่าวหลังจากเวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่งว่า “ฉันจะบอกพวกท่านเกี่ยวกับการทำนายสิ่งที่กษัตริย์ฝัน หลังจากมีคำถามว่า ใครมีความรู้เรื่องการทำนายฝัน ดังนั้นโอ้ท่านกษัตริย์เอ๋ย ท่านจงส่งฉันไปหายูซุฟเถิด เพื่อที่เขาจะได้ทำนายฝันของท่าน”
12:46Page 241
يُوسُفُ أَيُّهَا ٱلصِّدِّيقُ أَفۡتِنَا فِي سَبۡعِ بَقَرَٰتٖ سِمَانٖ يَأۡكُلُهُنَّ سَبۡعٌ عِجَافٞ وَسَبۡعِ سُنۢبُلَٰتٍ خُضۡرٖ وَأُخَرَ يَابِسَٰتٖ لَّعَلِّيٓ أَرۡجِعُ إِلَى ٱلنَّاسِ لَعَلَّهُمۡ يَعۡلَمُونَ ٤٦
[He said], "Joseph, O man of truth, explain to us about seven fat cows eaten by seven [that were] lean, and seven green spikes [of grain] and others [that were] dry - that I may return to the people [i.e., the king and his court]; perhaps they will know [about you]."
ครั้นเมื่อผู้พ้นโทษนั้นได้มาถึงที่ยูซุฟ เขาจึงกล่าวแก่เขาว่า “โอ้ยูซุฟเอ๋ย โอ้ผู้ซื่อสัตย์ จงอธิบายให้ข้าพเจ้าฟังถึงความฝันของชายคนหนึ่งที่เห็นวัวอ้วนเจ็ดตัวถูกวัวผอมเจ็ดตัวกินเข้าไป และฝันเห็นรวงข้าวเขียวเจ็ดรวงถูกรวงข้าวแห้งเจ็ดรวงรัดกินมัน เพื่อที่ฉันจะกลับไปหากษัตริย์และคนรอบข้างเพื่อที่พวกเขาจะได้รู้การตีความในความฝันของกษัตริย์และรู้ถึงคุณค่าและสถานะของท่าน”
12:47Page 241
قَالَ تَزۡرَعُونَ سَبۡعَ سِنِينَ دَأَبٗا فَمَا حَصَدتُّمۡ فَذَرُوهُ فِي سُنۢبُلِهِۦٓ إِلَّا قَلِيلٗا مِّمَّا تَأۡكُلُونَ ٤٧
[Joseph] said, "You will plant for seven years consecutively; and what you harvest leave in its spikes, except a little from which you will eat.
ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม ได้อธิบายเกี่ยวกับความฝันนี้ว่า“พวกท่านจะเพาะปลูกอย่างแข็งขันเป็นเวลาเจ็ดปี ต่อเนื่องกัน และสิ่งที่พวกท่านเก็บเกี่ยวได้ในแต่ละปีของเจ็ดปีนั้น จงปล่อยมันไว้ที่รวงของมันเพื่อป้องกันจากการโดนหนอนกิน ยกเว้นธัญพืชจำนวนเล็กน้อยที่พวกท่านต้องการบริโภคมันเท่านั้น”
12:48Page 241
ثُمَّ يَأۡتِي مِنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَ سَبۡعٞ شِدَادٞ يَأۡكُلۡنَ مَا قَدَّمۡتُمۡ لَهُنَّ إِلَّا قَلِيلٗا مِّمَّا تُحۡصِنُونَ ٤٨
Then will come after that seven difficult [years] which will consume what you advanced [i.e., saved] for them, except a little from which you will store.
แล้วเจ็ดปีแห่งความแห้งแล้งจะตามมาหลังจากเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พวกท่านได้เพาะปลูกไว้ ผู้คนจะบริโภคสิ่งที่ถูกเก็บเกี่ยวไว้ในปีที่มีความอุดมสมบูรณ์ เว้นแต่เพียงน้อยนิดเท่านั้นที่พวกท่านจะเก็บมันไว้ทำพันธุ์
12:49Page 241
ثُمَّ يَأۡتِي مِنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَ عَامٞ فِيهِ يُغَاثُ ٱلنَّاسُ وَفِيهِ يَعۡصِرُونَ ٤٩
Then will come after that a year in which the people will be given rain and in which they will press [olives and grapes]."
และปีที่มีฝนตกชุกจะตามมาหลังจากเจ็ดปีแห่งความแห้งแล้ง แล้วพันธุ์พืชก็เจริญงอกงาม และผู้คนจะคั้นผลไม้ที่คั้นได้ในปีนั้น เช่น องุ่น มะกอกและอ้อย
12:50Page 241
وَقَالَ ٱلۡمَلِكُ ٱئۡتُونِي بِهِۦۖ فَلَمَّا جَآءَهُ ٱلرَّسُولُ قَالَ ٱرۡجِعۡ إِلَىٰ رَبِّكَ فَسۡـَٔلۡهُ مَا بَالُ ٱلنِّسۡوَةِ ٱلَّٰتِي قَطَّعۡنَ أَيۡدِيَهُنَّۚ إِنَّ رَبِّي بِكَيۡدِهِنَّ عَلِيمٞ ٥٠
And the king said, "Bring him to me." But when the messenger came to him, [Joseph] said, "Return to your master and ask him what is the case of the women who cut their hands. Indeed, my Lord is Knowing of their plan."
เมื่อกษัตริย์ได้ยินการตีความความฝัน พระองค์ตรัสกับคนใช้ของพระองค์ว่า "จงนำเขาออกจากคุกแล้วพาเขามาหาเรา" เมื่อยูซุฟได้พบกับผู้แทนของกษัตริย์ เขาจึงกล่าวว่า "จงกลับไปหากษัตริย์เจ้านายของท่านเถิด! แล้วถามพระองค์ถึงเรื่องของพวกผู้หญิงที่เฉือนมือของพวกนาง" จนกว่าชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของเขากลับคืนมาก่อนออกจากคุก “แท้จริงพระผู้อภิบาลของฉันทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขาทำกับฉัน ไม่มีสิ่งใดที่จะหนีจากความรอบรู้ของพระองค์ได้”
12:51Page 241
قَالَ مَا خَطۡبُكُنَّ إِذۡ رَٰوَدتُّنَّ يُوسُفَ عَن نَّفۡسِهِۦۚ قُلۡنَ حَٰشَ لِلَّهِ مَا عَلِمۡنَا عَلَيۡهِ مِن سُوٓءٖۚ قَالَتِ ٱمۡرَأَتُ ٱلۡعَزِيزِ ٱلۡـَٰٔنَ حَصۡحَصَ ٱلۡحَقُّ أَنَا۠ رَٰوَدتُّهُۥ عَن نَّفۡسِهِۦ وَإِنَّهُۥ لَمِنَ ٱلصَّٰدِقِينَ ٥١
Said [the king to the women], "What was your condition when you sought to seduce Joseph?" They said, "Perfect is Allāh!1 We know about him no evil." The wife of al-ʿAzeez said, "Now the truth has become evident. It was I who sought to seduce him, and indeed, he is of the truthful.
พระราชาตรัสกับพวกผู้หญิงว่า “เรื่องราวของพวกเธอเป็นเช่นไร เมื่อพวกเธอใช้อุบายให้ยูซุฟประพฤติผิดศีลธรรมกับพวกเธอ?” พวกเธอตอบว่า “เป็นไปไม่ได้ที่ยูซุฟจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่าเราไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาทำชั่ว” ทันใดนั้นภรรยาของกษัตริย์ก็ยอมรับในสิ่งที่นางทำว่า "บัดนี้ความจริงได้ปรากฎขึ้นแล้ว ฉันนี่แหละที่พยายามยั่วยวนเขา และเขามิได้พยายามยั่วยวนฉัน แท้จริงเขาคือคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่ผู้สัจจริงในความบริสุทธิ์ที่เขาถูกฉันกล่าวหาและใส่ร้าย
12:52Page 241
ذَٰلِكَ لِيَعۡلَمَ أَنِّي لَمۡ أَخُنۡهُ بِٱلۡغَيۡبِ وَأَنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي كَيۡدَ ٱلۡخَآئِنِينَ ٥٢
That is so he [i.e., al-ʿAzeez] will know that I did not betray him in [his] absence and that Allāh does not guide the plan of betrayers.
ภรรยาของผู้ว่าฯกล่าวว่า “เพื่อให้ยูซุฟได้รู้ เมื่อฉันได้สารภาพว่าฉันเองที่ยั่วยวนเขาและเขานั้นก็เชื่อว่าฉันไม่ทรยศต่อเขาอย่างลับหลัง ดังนั้นแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้ฉันรู้ว่า แท้จริงอัลลอฮ์มิทรงช่วยเหลือคนที่พูดโกหกและมีเล่ห์อุบาย”
12:53Page 242
۞ وَمَآ أُبَرِّئُ نَفۡسِيٓۚ إِنَّ ٱلنَّفۡسَ لَأَمَّارَةُۢ بِٱلسُّوٓءِ إِلَّا مَا رَحِمَ رَبِّيٓۚ إِنَّ رَبِّي غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٥٣
And I do not acquit myself. Indeed, the soul is a persistent enjoiner of evil, except those upon which my Lord has mercy. Indeed, my Lord is Forgiving and Merciful."1
ภรรยาของผู้ว่าฯ ยังได้กล่าวต่ออีกว่า ฉันไม่ได้ต้องการปฏิเสธว่าฉันปราศจากความปราถนาชั่ว และฉันไม่ต้องการจะรับรองตัวเองว่าเป็นคนดี เพราะตัวตนภายในของมนุษย์นั้นมักจะสั่งใช้ให้กระทำความชั่วตลอดเวลา เนื่องจากความปรารถนาในสิ่งเหล่านั้นและยับยั้งมันยาก นอกจากจิตใจที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ พระองค์ก็จะปกป้องรักษามันจากการสั่งใช้ให้กระทำชั่ว แท้จริงพระเจ้าของฉันเป็นผู้ทรงอภัยโทษให้กับบ่าวของพระองค์ที่เตาบะฮฺสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว พระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาให้กับพวกเขา
12:54Page 242
وَقَالَ ٱلۡمَلِكُ ٱئۡتُونِي بِهِۦٓ أَسۡتَخۡلِصۡهُ لِنَفۡسِيۖ فَلَمَّا كَلَّمَهُۥ قَالَ إِنَّكَ ٱلۡيَوۡمَ لَدَيۡنَا مَكِينٌ أَمِينٞ ٥٤
And the king said, "Bring him to me; I will appoint him exclusively for myself." And when he spoke to him, he said, "Indeed, you are today established [in position] and trusted."
และกษัตริย์ได้ตรัสกับบริวารของพระองค์ เมื่อครั้นที่ความบริสุทธิ์ของยูซุฟได้ประจักษ์และเป็นที่รู้กัน ว่า "พวกเจ้าจงนำเขามาหาฉันซิ ฉันจะแต่งตั้งเขาให้เป็นผู้ใกล้ชิดของฉัน" พวกเขาก็ได้นำยูซุฟมาเข้าเฝ้าพระองค์ เมื่อเขาได้สนทนากับพระองค์ ความรู้และสติปัญญาของเขาก็ได้ประจักษ์ต่อหน้าพระองค์ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า แท้จริงวันนี้ท่านได้เป็นผู้มีตำแหน่งสูงและเป็นที่ไว้วางใจ
12:55Page 242
قَالَ ٱجۡعَلۡنِي عَلَىٰ خَزَآئِنِ ٱلۡأَرۡضِۖ إِنِّي حَفِيظٌ عَلِيمٞ ٥٥
[Joseph] said, "Appoint me over the storehouses of the land. Indeed, I will be a knowing guardian."
ยูซุฟได้กล่าวกับกษัตริย์ว่า "ได้โปรดแต่งตั้งฉันให้ดูแลเรื่องการคลังและอาหารของแผ่นดินอียิปต์เถิด เพราะแท้จริงฉันเป็นพิทักษ์รักษาที่ซื่อสัตย์มีความรู้ความสามารถในหน้าที่ๆ ฉันดูแลรับผิดชอบ"
12:56Page 242
وَكَذَٰلِكَ مَكَّنَّا لِيُوسُفَ فِي ٱلۡأَرۡضِ يَتَبَوَّأُ مِنۡهَا حَيۡثُ يَشَآءُۚ نُصِيبُ بِرَحۡمَتِنَا مَن نَّشَآءُۖ وَلَا نُضِيعُ أَجۡرَ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٥٦
And thus We established Joseph in the land to settle therein wherever he willed. We touch with Our mercy whom We will, and We do not allow to be lost the reward of those who do good.
ดั่งที่เรา(พระองค์อัลลอฮฺ)ได้ให้ยูซุฟมีความบริสุทธิ์และรอดพ้นจากการถูกขัง เราก็ได้ให้ยูซุฟมีอำนาจในแผ่นดินอียิปต์ เขาจะพำนักอยู่ที่ใดได้ตามต้องการ เราจะให้ความเมตตาในโลกดุนยาแก่บ่าวของเราที่เราทรงประสงค์และเราจะมิให้ผลบุญของบรรดาผู้กระทำความดีนั้นสูญหาย แต่ทว่าเราจะตอบแทนมันอย่างครบถ้วนไม่มีบกพร่องใดๆ
12:57Page 242
وَلَأَجۡرُ ٱلۡأٓخِرَةِ خَيۡرٞ لِّلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَكَانُواْ يَتَّقُونَ ٥٧
And the reward of the Hereafter is better for those who believed and were fearing Allāh.
และแน่นอนผลบุญที่อัลลอฮฺได้เตรียมไว้ในโลกหน้านั้นดีกว่าผลบุญของโลกดุนยาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่พวกเขาได้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกห่างจากข้อห้ามต่างๆ ของพระองค์
12:58Page 242
وَجَآءَ إِخۡوَةُ يُوسُفَ فَدَخَلُواْ عَلَيۡهِ فَعَرَفَهُمۡ وَهُمۡ لَهُۥ مُنكِرُونَ ٥٨
And the brothers of Joseph came [seeking food], and they entered upon him; and he recognized them, but he was to them unknown.1
และพี่น้องของยูซุฟได้มายังแผ่นดินอียิปต์พร้อมกับสินค้าของพวกเขา(เพื่อแลกซื้ออาหารที่นั้น) แล้วพวกเขาก็ได้เข้าไปหายูซุฟ ยูซุฟรู้ว่าพวกเขาคือพี่น้องของเขา แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเขาคือยูซุฟน้องชายของพวกเขา เนื่องจากระยะเวลาการจากกันอันยาวนานตลอดจนรูปร่างหน้าตาก็เปลี่ยนแปลง เพราะตอนที่พวกเขาโยนยูซุฟลงไปในบ่อ ยูซุฟยังเป็นเด็กอยู่
12:59Page 242
وَلَمَّا جَهَّزَهُم بِجَهَازِهِمۡ قَالَ ٱئۡتُونِي بِأَخٖ لَّكُم مِّنۡ أَبِيكُمۡۚ أَلَا تَرَوۡنَ أَنِّيٓ أُوفِي ٱلۡكَيۡلَ وَأَنَا۠ خَيۡرُ ٱلۡمُنزِلِينَ ٥٩
And when he had furnished them with their supplies, he said, "Bring me a brother of yours from your father.1 Do you not see that I give full measure and that I am the best of accommodators?
และเมื่อยูซุฟได้ให้เสบียงอาหารแก่พวกเขาตามที่พวกเขาขอนั้นแล้ว เขาได้กล่าวหลังจากที่พวกเขาบอกว่าพวกเขายังมีน้องชายอีกคนอยู่กับพ่อของพวกเขา ว่า จงนำน้องชายของพวกท่านจากพ่อของพวกท่านมาหาฉันด้วย แล้วฉันก็จะเพิ่มอาหารให้กับพวกท่าน พวกท่านไม่เห็นหรือว่าฉันได้ตวงให้อย่างครบถ้วนไม่บกพร่องในการตวง และฉันเป็นผู้ให้การต้อนรับที่ดียิ่ง
12:60Page 242
فَإِن لَّمۡ تَأۡتُونِي بِهِۦ فَلَا كَيۡلَ لَكُمۡ عِندِي وَلَا تَقۡرَبُونِ ٦٠
But if you do not bring him to me, no measure will there be [hereafter] for you from me, nor will you approach me."
หากพวกท่านไม่นำเขามาหาฉัน แสดงว่าพวกท่านโกหกที่บอกว่าพวกท่านยังมีน้องชายจากพ่อของพวกท่านอีกคนหนึ่ง ดังนั้นฉันก็จะไม่ตวงอาหารให้กับพวกท่าน และพวกท่านอย่าได้เข้าใกล้แผ่นดินของฉันอีก
12:61Page 242
قَالُواْ سَنُرَٰوِدُ عَنۡهُ أَبَاهُ وَإِنَّا لَفَٰعِلُونَ ٦١
They said, "We will attempt to dissuade his father from [keeping] him, and indeed, we will do [it]."
พวกเขากล่าวตอบว่า เราจะพยายามขอจากพ่อของเขาให้เขาออกมาและเราจะทำได้อย่างแน่นอนในสิ่งที่ท่านได้สั่งใช้พวกเราโดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
12:62Page 242
وَقَالَ لِفِتۡيَٰنِهِ ٱجۡعَلُواْ بِضَٰعَتَهُمۡ فِي رِحَالِهِمۡ لَعَلَّهُمۡ يَعۡرِفُونَهَآ إِذَا ٱنقَلَبُوٓاْ إِلَىٰٓ أَهۡلِهِمۡ لَعَلَّهُمۡ يَرۡجِعُونَ ٦٢
And [Joseph] said to his servants, "Put their merchandise1 into their saddlebags so they might recognize it when they have gone back to their people that perhaps they will [again] return."
และยูซุฟได้กล่าวแก่คนงานของเขาว่า จงส่งคืนสินค้าของพวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้รู้ขณะที่พวกเขากลับไปว่าเรายังไม่ได้แลกซื้อสินค้าจากพวกเขา และนี่เองเป็นการบังคับให้พวกเขากลับมาอีกเป็นครั้งที่สองพร้อมกับน้องชายของพวกเขา เพื่อพิสูจน์ถึงความจริงของพวกเขาและรับสินค้าจากพวกเขา
12:63Page 242
فَلَمَّا رَجَعُوٓاْ إِلَىٰٓ أَبِيهِمۡ قَالُواْ يَٰٓأَبَانَا مُنِعَ مِنَّا ٱلۡكَيۡلُ فَأَرۡسِلۡ مَعَنَآ أَخَانَا نَكۡتَلۡ وَإِنَّا لَهُۥ لَحَٰفِظُونَ ٦٣
So when they returned to their father, they said, "O our father, [further] measure has been denied to us, so send with us our brother [that] we will be given measure. And indeed, we will be his guardians."
เมื่อพวกเขากลับไปหาพ่อของพวกเขาและเล่าเรื่องการให้เกียรติของยูซุฟที่มีต่อพวกเขา พวกเขากล่าวว่า โอ้พ่อของเรา การตวงอาหารจะถูกห้ามให้แก่เราในอนาคตหากเราไม่พาน้องชายของเราไปด้วย ดังนั้นขอได้ส่งน้องชายของเราไปกับเราด้วยเถิด เพราะหากพ่อส่งเขาไปกับเรา เราก็จะได้ตวงอาหาร และเราสัญญากับพ่อว่าเราจะดูแลเขาจนกระทั่งเขากลับมาอย่างปลอดภัย
12:64Page 243
قَالَ هَلۡ ءَامَنُكُمۡ عَلَيۡهِ إِلَّا كَمَآ أَمِنتُكُمۡ عَلَىٰٓ أَخِيهِ مِن قَبۡلُ فَٱللَّهُ خَيۡرٌ حَٰفِظٗاۖ وَهُوَ أَرۡحَمُ ٱلرَّٰحِمِينَ ٦٤
He said, "Should I entrust you with him except [under coercion] as I entrusted you with his brother before? But Allāh is the best guardian, and He is the most merciful of the merciful."
พ่อของพวกเขากล่าวว่า "ฉันจะไว้ใจพวกเจ้าในการดูแลเขาได้อย่างไร นอกจากจะให้มันเป็นเหมื่อนกับตอนที่ฉันเคยไว้ใจพวกเจ้าดูแลพี่ชายของเขายูซุฟก่อนหน้านี้กระนั้นหรือ?! ซึ่งแท้จริงฉันได้ไว้ใจพวกเจ้าในการดูแลเขา(ยูซุฟ) และพวกเจ้าก็สัญญาว่าจะดูแลเขา แต่พวกเจ้าไม่ได้ทำอย่างที่สัญญาไว้ ดังนั้นสัญญาของพวกเจ้าที่ว่าจะดูแลเขา(บุนยามีน)นั้น ไม่เป็นที่ไว้ใจสำหรับฉันอีกแล้ว แต่ทว่าฉันไว้ใจต่ออัลลอฮฺ พระองค์เป็นผู้ดูแลและผู้เมตตาที่ดียิ่งสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
12:65Page 243
وَلَمَّا فَتَحُواْ مَتَٰعَهُمۡ وَجَدُواْ بِضَٰعَتَهُمۡ رُدَّتۡ إِلَيۡهِمۡۖ قَالُواْ يَٰٓأَبَانَا مَا نَبۡغِيۖ هَٰذِهِۦ بِضَٰعَتُنَا رُدَّتۡ إِلَيۡنَاۖ وَنَمِيرُ أَهۡلَنَا وَنَحۡفَظُ أَخَانَا وَنَزۡدَادُ كَيۡلَ بَعِيرٖۖ ذَٰلِكَ كَيۡلٞ يَسِيرٞ ٦٥
And when they opened their baggage, they found their merchandise returned to them. They said, "O our father, what [more] could we desire? This is our merchandise returned to us. And we will obtain supplies [i.e., food] for our family and protect our brother and obtain an increase of a camel's load; that is an easy measurement."1
และเมื่อพวกเขาเปิดภาชนะเสบียงอาหารที่พวกเขาพากลับมานั้น ก็พบว่าเงินค่าอาหารถูกส่งกลับยังพวกเขาใหม่ พวกเขาเลยกล่าวกับพ่อว่า เราต้องการออะไรอีกเล่าจากผู้ปกครอง(แผ่นดินอียิปต์) หลังจากการให้เกียรตินี้? นี่เป็นเงินค่าอาหารของเรา เขาส่งกลับด้วยความกรุณาของเขาที่มีต่อเรา เราจะนำเสบียงอาหารมายังครอบครัวของเรา เราจะดูแลน้องชายของเราให้ปลอดภัยจากสิ่งที่ท่านกังวลกลัว และเราจะได้เพิ่มการตวงอีกหนึ่งตัวอูฐจากการที่เราได้พาน้องไปด้วยอีกคน ดังนั้นการเพิ่มการตวงอีกหนึ่งตัวอูฐ ณ ผู้ปกครอง(แผ่นดินอียิปต์)นั้นเป็นสิ่งที่ง่ายดายมาก
12:66Page 243
قَالَ لَنۡ أُرۡسِلَهُۥ مَعَكُمۡ حَتَّىٰ تُؤۡتُونِ مَوۡثِقٗا مِّنَ ٱللَّهِ لَتَأۡتُنَّنِي بِهِۦٓ إِلَّآ أَن يُحَاطَ بِكُمۡۖ فَلَمَّآ ءَاتَوۡهُ مَوۡثِقَهُمۡ قَالَ ٱللَّهُ عَلَىٰ مَا نَقُولُ وَكِيلٞ ٦٦
[Jacob] said, "Never will I send him with you until you give me a promise [i.e., oath] by Allāh that you will bring him [back] to me, unless you should be surrounded [i.e., overcome by enemies]." And when they had given their promise, he said, "Allāh, over what we say, is Entrusted."1
พ่อของพวกเขากล่าวว่า "ฉันจะไม่ส่งเขาไปกับพวกเจ้าอย่างเด็ดขาด จนกว่าพวกเจ้าจะให้คำมั่นสัญญาที่มั่นคงในนามของอัลลอฮฺให้แก่ฉันเสียก่อนว่า พวกเจ้าจะนำเขากลับมาหาฉันอีก เว้นแต่พวกเจ้าทั้งหมดถูกปิดล้อมด้วยหายนะที่ไม่สามารถปกป้องมันและกลับมาได้" เมื่อพวกเขาได้ให้คำมั่นสัญญาที่มั่นคงในนามของอัลลอฮฺแก่พ่อของพวกเขาแล้ว เขา(พ่อ)กล่าวว่า "อัลลอฮฺทรงเป็นพยานต่อสิ่งที่เราสัญญาไว้ ดังนั้นการเป็นพยานของพระองค์เพียงพอแล้วสำหรับเรา "
12:67Page 243
وَقَالَ يَٰبَنِيَّ لَا تَدۡخُلُواْ مِنۢ بَابٖ وَٰحِدٖ وَٱدۡخُلُواْ مِنۡ أَبۡوَٰبٖ مُّتَفَرِّقَةٖۖ وَمَآ أُغۡنِي عَنكُم مِّنَ ٱللَّهِ مِن شَيۡءٍۖ إِنِ ٱلۡحُكۡمُ إِلَّا لِلَّهِۖ عَلَيۡهِ تَوَكَّلۡتُۖ وَعَلَيۡهِ فَلۡيَتَوَكَّلِ ٱلۡمُتَوَكِّلُونَ ٦٧
And he said, "O my sons, do not enter from one gate but enter from different gates; and I cannot avail you against [the decree of] Allāh at all. The decision is only for Allāh; upon Him I have relied, and upon Him let those who would rely [indeed] rely."
และพ่อของพวกเขาได้กล่าวเตือนว่า พวกเจ้าอย่าได้เข้าเมือง(อียิป)ทางประตูเดียวกันหมด แต่จงเข้าทางประตูที่ต่างกันเพราะวิธีการนี้จะปลอดภัยกว่า หากมีผู้ประสงค์จะทำร้ายพวกเจ้าทั้งหมด และวิธีการที่ฉันบอกนี้ไม่ใช่เพื่อจะเป็นการปกป้องพวกเจ้าให้พ้นจากอันตรายที่อัลลอฮฺทรงประสงค์และก็ไม่ใช่เพื่อจะนำประโยชน์ให้พวกเจ้าในสิ่งที่อัลลอฮฺไม่ทรงประสงค์ เพราะไม่มีการลิขิตใดๆ นอกจากการลิขิตของพระองค์และไม่มีพลังอำนาจใดๆ นอกจากพลังอำนาจของพระองค์ แด่พระองค์เท่านั้นที่ฉันมอบหมายการงานของฉันทั้งหมดและแด่พระองค์เท่านั้นขอให้บรรดาผู้มอบหมายจงมอบหมายการงานของเขาทั้งหมด
12:68Page 243
وَلَمَّا دَخَلُواْ مِنۡ حَيۡثُ أَمَرَهُمۡ أَبُوهُم مَّا كَانَ يُغۡنِي عَنۡهُم مِّنَ ٱللَّهِ مِن شَيۡءٍ إِلَّا حَاجَةٗ فِي نَفۡسِ يَعۡقُوبَ قَضَىٰهَاۚ وَإِنَّهُۥ لَذُو عِلۡمٖ لِّمَا عَلَّمۡنَٰهُ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعۡلَمُونَ ٦٨
And when they entered from where their father had ordered them, it did not avail them against Allāh at all except [it was] a need [i.e., concern] within the soul of Jacob, which he satisfied. And indeed, he was a possessor of knowledge because of what We had taught him, but most of the people do not know.
พวกเขาก็ได้เดินทางไปพร้อมกับน้องชายของพวกเขา และเมื่อพวกเขาได้เข้าเมืองทางประตูที่ต่างกันตามที่พ่อได้สั่งเสียไว้ ซึ่งมันก็ไม่สามารถปกป้องพวกเขาให้พ้นจากลิขิตของอัลลอฮฺได้ เว้นแต่ว่า(วิธีการนี้)มันเป็นความห่วงใยของยะอฺกูบที่มีต่อบรรดาลูกๆ ของเขา เขาได้แสดงและสั่งเสียพวกเขาโดยที่เขารู้แล้วว่าไม่มีการลิขิตใดๆ นอกจากการลิขิตของพระองค์ เขารู้เกี่ยวกับการศรัทธาต่อเกาะดัร(การลิขิต)และการยึดเอาเหตุผล แต่มนุษย์ส่วนมากนั้นไม่รู้ในเรื่องดังกล่าว
12:69Page 243
وَلَمَّا دَخَلُواْ عَلَىٰ يُوسُفَ ءَاوَىٰٓ إِلَيۡهِ أَخَاهُۖ قَالَ إِنِّيٓ أَنَا۠ أَخُوكَ فَلَا تَبۡتَئِسۡ بِمَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ٦٩
And when they entered upon Joseph, he took his brother to himself; he said, "Indeed, I am your brother, so do not despair over what they used to do [to me]."
และเมื่อพี่น้องยูซุฟได้เข้าไปหายูซุฟโดยมีน้องชายร่วมบิดามารดาของเขามาด้วย ยูซูฟก็รับน้องชายของเขาไปอยู่กับเขาพร้อมกับกระซิบบอกว่า "แท้จริงฉันคือยูซุฟพี่ชายร่วมบิดามารดาของเจ้า ดังนั้นเจ้าอย่าได้เสียใจกับสิ่งที่บรรดาพี่ๆ ของเจ้าได้กระทำ ซึ่งมันเป็นการกระทำที่โง่เขล่า เช่น ทำร้ายและอิจฉาพวกเราและโยนฉันลงในบ่อ"
12:70Page 244
فَلَمَّا جَهَّزَهُم بِجَهَازِهِمۡ جَعَلَ ٱلسِّقَايَةَ فِي رَحۡلِ أَخِيهِ ثُمَّ أَذَّنَ مُؤَذِّنٌ أَيَّتُهَا ٱلۡعِيرُ إِنَّكُمۡ لَسَٰرِقُونَ ٧٠
So when he had furnished them with their supplies, he put the [gold measuring] bowl into the bag of his brother. Then an announcer called out, "O caravan, indeed you are thieves."
เมื่อยูซูฟได้สั่งให้คนใช้จัดเตรียมเสบียงอาหารบนหลังอูฐของพี่น้องของเขา เขาได้ใส่ถ้วยตวงของกษัตริย์ที่ใช้ในการตวงอาหารให้กับผู้แสวงหาอาหารนั้น ลงในภาชนะของน้องชายร่วมบิดามารดาของเขาโดยที่พวกเขาไม่รู้ เพื่อต้องการให้น้องชายได้อยู่กับเขา ดังนั้นเมื่อพวกเขาออกเดินทางกลับไปยังครอบครัวของพวกเขาได้ไม่นาน ก็มีผู้ป่าวประกาศว่า โอ้บรรดาเจ้าของอูฐที่บรรทุกเสบียงอาหารทั้งหลาย แท้จริงพวกท่านเป็นขโมย
12:71Page 244
قَالُواْ وَأَقۡبَلُواْ عَلَيۡهِم مَّاذَا تَفۡقِدُونَ ٧١
They said while approaching them, "What is it you are missing?"
พี่น้องยูซุฟได้กล่าวพลางหันหน้าไปทางผู้ประกาศว่า "มีอะไรหายไปจากพวกท่าน จนพวกท่านสงสัยว่าเราเป็นขโมย?"
12:72Page 244
قَالُواْ نَفۡقِدُ صُوَاعَ ٱلۡمَلِكِ وَلِمَن جَآءَ بِهِۦ حِمۡلُ بَعِيرٖ وَأَنَا۠ بِهِۦ زَعِيمٞ ٧٢
They said, "We are missing the measure of the king. And for he who produces it is [the reward of] a camel's load, and I am responsible for it."
ผู้ป่าวประกาศและพรรคพวกของเขาได้กล่าวตอบแก่พี่น้องยูซุฟว่า "ถ้วยตวงของกษัตริย์ที่ใช้ในการตวงอาหารได้หายไปจากเรา และผู้ใดนำมาคืนก่อนการตรวจค้น เขาจะได้รับสินตอบแทนเป็นเสบียงอาหารเท่ากับหนึ่งตัวอูฐ และฉันเป็นผู้รับรองให้กับเขาในเรื่องดังกล่าว"
12:73Page 244
قَالُواْ تَٱللَّهِ لَقَدۡ عَلِمۡتُم مَّا جِئۡنَا لِنُفۡسِدَ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَمَا كُنَّا سَٰرِقِينَ ٧٣
They said, "By Allāh, you have certainly known that we did not come to cause corruption in the land, and we have not been thieves."
พี่น้องยูซุฟก็ได้กล่าวตอบว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านทราบกันดีถึงความบริสุทธิ์ของพวกเราดังที่พวกท่านเห็นจากความเป็นอยู่ของเรา ซึ่งเราไม่ได้มายังแผ่นดินอียิปต์เพื่อสร้างความเสียหายและในชีวิตของเราไม่เคยขโมยเลย"
12:74Page 244
قَالُواْ فَمَا جَزَٰٓؤُهُۥٓ إِن كُنتُمۡ كَٰذِبِينَ ٧٤
They [the accusers] said, "Then what would be its recompense1 if you should be liars?"
ผู้ป่าวประกาศและพรรคพวกของเขากล่าวถามอีกว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงอะไรคือโทษของผู้ที่ขโมยมัน ณ ที่พวกท่าน หากพวกท่านเป็นผู้กล่าวเท็จในข้อกล่าวอ้างที่ว่าพวกท่านบริสุทธิ์จากการขโมย?"
12:75Page 244
قَالُواْ جَزَٰٓؤُهُۥ مَن وُجِدَ فِي رَحۡلِهِۦ فَهُوَ جَزَٰٓؤُهُۥۚ كَذَٰلِكَ نَجۡزِي ٱلظَّٰلِمِينَ ٧٥
[The brothers] said, "Its recompense is that he in whose bag it is found - he [himself] will be its recompense.1 Thus do we recompense the wrongdoers."
พี่น้องยูซุฟได้กล่าวตอบว่า "โทษของขโมย ณ ที่พวกเราคือ ผู้ใดถูกค้นพบสิ่งที่ถูกขโมยในภาชนะของเขา ผู้นั้นจะตกเป็นทาสของเจ้าของสิ่งที่ถูกขโมย เช่นนั้นแหละเราลงโทษบรรดาขโมย"
12:76Page 244
فَبَدَأَ بِأَوۡعِيَتِهِمۡ قَبۡلَ وِعَآءِ أَخِيهِ ثُمَّ ٱسۡتَخۡرَجَهَا مِن وِعَآءِ أَخِيهِۚ كَذَٰلِكَ كِدۡنَا لِيُوسُفَۖ مَا كَانَ لِيَأۡخُذَ أَخَاهُ فِي دِينِ ٱلۡمَلِكِ إِلَّآ أَن يَشَآءَ ٱللَّهُۚ نَرۡفَعُ دَرَجَٰتٖ مَّن نَّشَآءُۗ وَفَوۡقَ كُلِّ ذِي عِلۡمٍ عَلِيمٞ ٧٦
So he began [the search] with their bags before the bag of his brother; then he extracted it from the bag of his brother. Thus did We plan for Joseph. He could not have taken his brother within the religion [i.e., law] of the king except that Allāh willed. We raise in degrees whom We will, but over every possessor of knowledge is one [more] knowing.1
และเขาก็ได้นำพวกเขาไปยังยูซุฟเพื่อตรวจค้นภาชนะของพวกเขา แล้วเขา (ยูซุฟ) ก็ได้เริ่มตรวจค้นภาชนะของพี่น้องต่างมารดาของเขาก่อนที่จะเริ่มตรวจค้นภาชนะของน้องชายร่วมบิดามารดาของเขาเพื่อเป็นการปกปิดกลอุบาย หลังจากนั้นเขาก็ตรวจค้นภาชนะของน้องชายร่วมบิดามารดาของเขา และเอาถ้วยตวงของกษัตริย์ออกมา ดังเช่นที่เราได้เคยให้ยูซุฟใช้กลอุบายในการวางถ้วยตวงลงในภาชนะของน้องชายของเขา เราก็ได้ให้เขาหลงกลอุบายอื่นอีก คือ ให้พี่น้องเขายึดเอาบทลงโทษของเมืองพวกเขาด้วยการให้ผู้ที่ขโมยตกเป็นทาส ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่บรรลุผลหากใช้บทลงโทษของกษัตริย์ที่มีต่อผู้ที่ขโมยนั้นคือการเฆี่ยนและปรับ นอกจากว่าอัลลอฮฺจะทรงกำหนดสิ่งอื่นแทนซึ่งพระองค์มีความสามารถในเรื่องดังกล่าว เราจะยกฐานะบ่าวของเราที่เราประสงค์ ดังที่เรายกฐานะของยูซุฟ และเหนือทุกๆ ผู้ที่มีความรู้จะมีผู้ที่มีความรู้มากกว่า(นั้นคืออัลลอฮ) และเหนือทุกๆ ความรู้จะมีความรู้ของอัลลอฮที่ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences