Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
يوسف
Yusuf
Joseph · Meccan · 111 ayahs
12:1Page 235
الٓرۚ تِلۡكَ ءَايَٰتُ ٱلۡكِتَٰبِ ٱلۡمُبِينِ ١
Alif, Lām, Rā.1 These are the verses of the clear Book.
อลีฟ ลาม รออ์ ตัวอักษรที่มีลักษณะเช่นเดียวกันนี้ มันได้ถูกกล่าวถึงแล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ โองการเหล่านี้ที่ถูกประทานลงมาในซูเราะฮ์นี้นั้น เป็นส่วนหนึ่งจากโองการทั้งหลายของอัลกุรอานอันชัดแจ้งในสิ่งที่รวมอยู่ในนั้น
12:2Page 235
إِنَّآ أَنزَلۡنَٰهُ قُرۡءَٰنًا عَرَبِيّٗا لَّعَلَّكُمۡ تَعۡقِلُونَ ٢
Indeed, We have sent it down as an Arabic Qur’ān1 that you might understand.
แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาเป็นภาษาอาหรับให้แก่พวกเจ้า -โอ้ชาวอาหรับเอ๋ย- พวกเจ้าจะได้เข้าใจความหมายของมัน
12:3Page 235
نَحۡنُ نَقُصُّ عَلَيۡكَ أَحۡسَنَ ٱلۡقَصَصِ بِمَآ أَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡكَ هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانَ وَإِن كُنتَ مِن قَبۡلِهِۦ لَمِنَ ٱلۡغَٰفِلِينَ ٣
We relate to you, [O Muḥammad], the best of stories in what We have revealed to you of this Qur’ān although you were, before it, among the unaware.
โอ้เราะซูลเอ๋ย เราจะเล่าเรื่องราวที่ดียิ่งให้แก่เจ้า อันเนื่องมาจากความสัจจริงของมัน ความสมบูรณ์และความสวยงามในทุกถ้อยคำของมัน ด้วยการประทานอัลกุอานนี้ลงมาแก่เจ้า และแท้จริงแล้วก่อนหน้าการประทานมันลงมานั้น เจ้าอยู่ในหมู่ผู้ไม่รู้เรื่องราวดังกล่าวนี้ เจ้าไม่มีความรู้ใดๆ ที่เกี่ยวกับมันเลย
12:4Page 235
إِذۡ قَالَ يُوسُفُ لِأَبِيهِ يَٰٓأَبَتِ إِنِّي رَأَيۡتُ أَحَدَ عَشَرَ كَوۡكَبٗا وَٱلشَّمۡسَ وَٱلۡقَمَرَ رَأَيۡتُهُمۡ لِي سَٰجِدِينَ ٤
[Of these stories mention] when Joseph said to his father,1 "O my father, indeed I have seen [in a dream] eleven stars and the sun and the moon; I saw them prostrating to me."
เราจะบอกเล่าแก่เจ้า -โอ้เราะซูลเอ๋ย- ขณะที่ยูซุฟได้กล่าวแก่พ่อของเขาที่ชื่อยะอฺกูบว่า โอ้พ่อจ๋า แท้จริงฉันได้ฝันเห็นดวงดาวสิบเอ็ดดวง และดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ฉันฝันเห็นพวกมันสุญูดต่อฉัน ดังนั้นการฝันครั้งนี้นั้นเป็นการแจ้งข่าวดีแก่ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม
12:5Page 236
قَالَ يَٰبُنَيَّ لَا تَقۡصُصۡ رُءۡيَاكَ عَلَىٰٓ إِخۡوَتِكَ فَيَكِيدُواْ لَكَ كَيۡدًاۖ إِنَّ ٱلشَّيۡطَٰنَ لِلۡإِنسَٰنِ عَدُوّٞ مُّبِينٞ ٥
He said, "O my son, do not relate your vision to your brothers or they will contrive against you a plan. Indeed Satan, to man, is a manifest enemy.
ยะอ์กูบได้กล่าวแก่ยูซุฟลูกของเขาว่า โอ้ลูกรักเอ๋ย เจ้าอย่าได้เล่าความฝันของเจ้าแก่พี่น้องของเจ้า เพราะจะทำให้พวกเขาเข้าใจในความฝันนั้นและจะทำให้พวกเขาอิจฉาเจ้าได้ แล้วก็วางแผนหลอกลวงเจ้าอันเนื่องด้วยความอิจฉาจากพวกเขา แท้จริงชัยฏอนกับมนุษย์นั้นเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน
12:6Page 236
وَكَذَٰلِكَ يَجۡتَبِيكَ رَبُّكَ وَيُعَلِّمُكَ مِن تَأۡوِيلِ ٱلۡأَحَادِيثِ وَيُتِمُّ نِعۡمَتَهُۥ عَلَيۡكَ وَعَلَىٰٓ ءَالِ يَعۡقُوبَ كَمَآ أَتَمَّهَا عَلَىٰٓ أَبَوَيۡكَ مِن قَبۡلُ إِبۡرَٰهِيمَ وَإِسۡحَٰقَۚ إِنَّ رَبَّكَ عَلِيمٌ حَكِيمٞ ٦
And thus will your Lord choose you and teach you the interpretation of narratives [i.e., events or dreams] and complete His favor upon you and upon the family of Jacob, as He completed it upon your fathers before, Abraham and Isaac. Indeed, your Lord is Knowing and Wise."
และดั่งเช่นที่เจ้าฝันนั้นแหละ พระเจ้าของเจ้าทรงเลือกเจ้า โอ้ยูซุฟเอ๋ย และทรงสอนเจ้าให้รู้วิชาทำนายฝัน และทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่เจ้านั้นสมบูรณ์ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นนบี เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่ปู่ทั้งสองของเจ้านั้นสมบูรณ์มาก่อนหน้าเจ้า คือ อิบรอฮีมและอิสฮาก แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารกิจการของพระองค์
12:7Page 236
۞ لَّقَدۡ كَانَ فِي يُوسُفَ وَإِخۡوَتِهِۦٓ ءَايَٰتٞ لِّلسَّآئِلِينَ ٧
Certainly were there in Joseph and his brothers signs for those who ask, [such as]
แท้จริงในเรื่องราวของยูซุฟและเรื่องราวของพี่น้องของเขานั้น เป็นบทเรียนและข้อเตือนใจสำหรับบรรดาผู้ที่ถามถึงเรื่องราวของพวกเขา
12:8Page 236
إِذۡ قَالُواْ لَيُوسُفُ وَأَخُوهُ أَحَبُّ إِلَىٰٓ أَبِينَا مِنَّا وَنَحۡنُ عُصۡبَةٌ إِنَّ أَبَانَا لَفِي ضَلَٰلٖ مُّبِينٍ ٨
When they said, "Joseph and his brother1 are more beloved to our father than we, while we are a clan. Indeed, our father is in clear error.
เมื่อพี่น้องของเขาพูดกันว่า แน่นอนยูซุฟและน้องชายของเขาเป็นที่รักแก่พ่อของเรายิ่งกว่าพวกเรา ทั้งๆที่พวกเราเป็นกลุ่มที่มีจำนวน ดังนั้นเขาจะชื่นชอบทั้งสองคนเหนือกว่าพวกเราได้อย่างไร?! แท้จริงเราเห็นว่าเขาอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดเจน เมื่อเขานั้นชื่นชอบทั้งสองคนเหนือพวกเรา โดยไม่มีเหตุผลอันใดที่ปรากฎให้พวกเราเห็น
12:9Page 236
ٱقۡتُلُواْ يُوسُفَ أَوِ ٱطۡرَحُوهُ أَرۡضٗا يَخۡلُ لَكُمۡ وَجۡهُ أَبِيكُمۡ وَتَكُونُواْ مِنۢ بَعۡدِهِۦ قَوۡمٗا صَٰلِحِينَ ٩
Kill Joseph or cast him out to [another] land; the countenance [i.e., attention] of your father will [then] be only for you, and you will be after that a righteous people."1
พวกเจ้าจงฆ่ายูซุฟ หรือทำให้เขาหายไปในดินแดนที่ห่างไกล เพื่อความเอาใจใส่ของพ่อของพวกเจ้าจะเกิดขึ้นแก่พวกเจ้า เขาจะรักพวกเจ้าด้วยความรักที่เปี่ยมล้น แล้วพวกเจ้าก็จะเป็นกลุ่มชนที่ดีหลังจากที่พวกเจ้าได้ฆ่าเขาหรือทำให้เขาหายตัวไป หลังจากที่พวกเจ้าสำนึกผิดจากความผิดของพวกเจ้า
12:10Page 236
قَالَ قَآئِلٞ مِّنۡهُمۡ لَا تَقۡتُلُواْ يُوسُفَ وَأَلۡقُوهُ فِي غَيَٰبَتِ ٱلۡجُبِّ يَلۡتَقِطۡهُ بَعۡضُ ٱلسَّيَّارَةِ إِن كُنتُمۡ فَٰعِلِينَ ١٠
Said a speaker among them, "Do not kill Joseph but throw him into the bottom of the well; some travelers will pick him up - if you would do [something]."
คนหนึ่งในบรรดาพี่น้องกล่าวว่า พวกท่านอย่าฆ่ายูซุฟเลย แต่จงโยนเขาลงไปในบ่อลึก เพื่อผู้เดินทางบางคนที่ผ่านไปผ่านมา จะได้นำเขาออกมา การกระทำเช่นนี่เป็นอันตรายที่เบากว่าการฆ่าเขา หากพวกเจ้ายังคงมุ่งมั่นในสิ่งที่พวกท่านได้พูดไว้เกี่ยวกับสถานะของเขา
12:11Page 236
قَالُواْ يَٰٓأَبَانَا مَا لَكَ لَا تَأۡمَ۬نَّا عَلَىٰ يُوسُفَ وَإِنَّا لَهُۥ لَنَٰصِحُونَ ١١
They said, "O our father, why do you not entrust us with Joseph while indeed, we are to him sincere counselors?
เมื่อพวกเขาได้เห็นพ้องต้องกันในการที่จะให้เขาห่างไกลจากพวกเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงกล่าวแก่พ่อของพวกเขาคือยะอ์กูบว่า โอ้คุณพ่อของเรา ทำไมท่านถึงไม่ไว้ใจเราที่มีต่อยูซุฟ? และแน่นอนพวกเราเป็นผู้เอ็นดูเมตตาเขา ดูแลปกป้องเขาจากสิ่งที่จะทำอันตรายแก่เขา และพวกเราเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจต่อเขาโดยการปกป้องและดูแลเขา จนเขากลับมาหาท่านด้วยความปลอดภัย แล้วสิ่งใดเล่าที่ห้ามท่านจากการส่งเขาให้ไปกับพวกเรา?
12:12Page 236
أَرۡسِلۡهُ مَعَنَا غَدٗا يَرۡتَعۡ وَيَلۡعَبۡ وَإِنَّا لَهُۥ لَحَٰفِظُونَ ١٢
Send him with us tomorrow that he may eat well and play. And indeed, we will be his guardians."
อนุญาตให้พวกเราพาเขาไปพร้อมกับพวกเราในวันพรุ่งนี้เถิด เขาจะได้เพลิดเพลินไปกับการกินอาหารและได้เล่นอย่างสนุกสนาน และแท้จริงพวกเราจะเป็นผู้คุ้มครองเขาเองจากภัยอันตรายทุกอย่างที่จะมาประสบกับเขา
12:13Page 236
قَالَ إِنِّي لَيَحۡزُنُنِيٓ أَن تَذۡهَبُواْ بِهِۦ وَأَخَافُ أَن يَأۡكُلَهُ ٱلذِّئۡبُ وَأَنتُمۡ عَنۡهُ غَٰفِلُونَ ١٣
[Jacob] said, "Indeed, it saddens me that you should take him, and I fear that a wolf would eat him while you are of him unaware."
ยะอ์กูบได้กล่าวแก่ลูก ๆ ของเขาว่า "แท้จริงมันจะทำให้ฉันเศร้าใจที่พวกเจ้าจะเอาเขาไป เพราะว่าฉันทนไม่ได้ที่จะต้องแยกกับเขา และฉันกลัวว่าหมาป่าจะกินเขา ขณะที่พวกเจ้าละเลยเขาด้วยการดื่มกินและการละเล่นอย่างสนุกสนาน"
12:14Page 236
قَالُواْ لَئِنۡ أَكَلَهُ ٱلذِّئۡبُ وَنَحۡنُ عُصۡبَةٌ إِنَّآ إِذٗا لَّخَٰسِرُونَ ١٤
They said, "If a wolf should eat him while we are a [strong] clan, indeed, we would then be losers."
พวกเขากล่าวแก่พ่อของพวกเขาว่า "หากหมาป่ากินยูซุฟ ทั้ง ๆ ที่พวกเรามีเป็นกลุ่ม แท้จริงพวกเราที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรดีในหมู่พวกเราเลย ดังนั้นพวกเราจะเป็นผู้ขาดทุน หากไม่สามารถปกป้องเขาจากหมาป่าได้"
12:15Page 237
فَلَمَّا ذَهَبُواْ بِهِۦ وَأَجۡمَعُوٓاْ أَن يَجۡعَلُوهُ فِي غَيَٰبَتِ ٱلۡجُبِّۚ وَأَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡهِ لَتُنَبِّئَنَّهُم بِأَمۡرِهِمۡ هَٰذَا وَهُمۡ لَا يَشۡعُرُونَ ١٥
So when they took him [out] and agreed to put him into the bottom of the well...1 But We inspired to him, "You will surely inform them [someday] about this affair of theirs while they do not perceive [your identity]."
ต่อมายะอ์กูบได้ส่งตัวยูซุฟให้ไปพร้อมกับพี่ๆ ของเขา เมื่อพวกเขาพาเขาไปไกลแล้ว จึงตกลงกันว่าจะโยนเขาลงไปในบ่อลึก และเราได้วะฮีย์แก่ยูซุฟที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ว่า เจ้าจะได้เล่าแก่พวกเขา ถึงการกระทำของพวกเขาในครั้งนี้อย่างแน่นอน โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเป็นเจ้า ขณะที่เจ้าเล่าให้พวกเขาฟัง
12:16Page 237
وَجَآءُوٓ أَبَاهُمۡ عِشَآءٗ يَبۡكُونَ ١٦
And they came to their father at night, weeping.
และพี่น้องของยูซุฟได้กลับมาหาพ่อของพวกเขาในเวลาพลบค่ำ แสร้งทำเป็นร้องไห้ เพื่ออุบายของพวกเขาสำเร็จ
12:17Page 237
قَالُواْ يَٰٓأَبَانَآ إِنَّا ذَهَبۡنَا نَسۡتَبِقُ وَتَرَكۡنَا يُوسُفَ عِندَ مَتَٰعِنَا فَأَكَلَهُ ٱلذِّئۡبُۖ وَمَآ أَنتَ بِمُؤۡمِنٖ لَّنَا وَلَوۡ كُنَّا صَٰدِقِينَ ١٧
They said, "O our father, indeed we went racing each other and left Joseph with our possessions, and a wolf ate him. But you would not believe us, even if we were truthful."
พวกเขากล่าวว่า “โอ้ พ่อของเรา! แท้จริงเราได้ออกไปวิ่งแข่งกันและเล่นยิงธนูกัน ในขณะที่ยูซุฟเราทิ้งเสื้อผ้าและเสบียงไว้ให้เขาดูแล จากนั้นเขาก็ถูกหมาป่ากิน ท่านไม่เชื่อเราอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ที่จริงใจกับสิ่งที่เราบอกไปก็ตาม”
12:18Page 237
وَجَآءُو عَلَىٰ قَمِيصِهِۦ بِدَمٖ كَذِبٖۚ قَالَ بَلۡ سَوَّلَتۡ لَكُمۡ أَنفُسُكُمۡ أَمۡرٗاۖ فَصَبۡرٞ جَمِيلٞۖ وَٱللَّهُ ٱلۡمُسۡتَعَانُ عَلَىٰ مَا تَصِفُونَ ١٨
And they brought upon his shirt false blood.1 [Jacob] said, "Rather, your souls have enticed you to something, so patience is most fitting. And Allāh is the one sought for help against that which you describe."
และพวกเขาได้เสริมเรื่องราวของพวกเขาโดยการใช้เล่ห์เหลี่ยม พวกเขานำเสื้อผ้าของยูซุฟที่เปื้อนเลือดซึ่งไม่ได้มาจากเลือดของยูซุฟ โดยที่พวกเขาอ้างว่าแท้จริงแล้วมันคือร่องรอยของหมาป่าที่กัดกินเขาแต่ยะอ์กูบรู้คำโกหกของพวกเขาเพราะเขาเห็นว่าเสื้อผ้าไม่ได้ขาดเลย ยะอ์กูบจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า "เรื่องราวไม่ใช่อย่างที่พวกเจ้าเล่ามาหรอก แต่มันเป็นตัณหาของพวกเจ้าที่ทำให้ความชั่วของพวกเจ้าเป็นสิ่งสวยงามในสายตาของพวกเจ้า ดังนั้น ความอดทนที่สวยงามที่ไม่มีการบ่นเป็นทางเลือกของฉัน และมีเพียงอัลลอฮ์เท่านั้นที่เป็นผู้ที่ฉันจะขอความช่วยเหลือ ช่วยจัดการเรื่องราวของยูซุฟ"
12:19Page 237
وَجَآءَتۡ سَيَّارَةٞ فَأَرۡسَلُواْ وَارِدَهُمۡ فَأَدۡلَىٰ دَلۡوَهُۥۖ قَالَ يَٰبُشۡرَىٰ هَٰذَا غُلَٰمٞۚ وَأَسَرُّوهُ بِضَٰعَةٗۚ وَٱللَّهُ عَلِيمُۢ بِمَا يَعۡمَلُونَ ١٩
And there came a company of travelers; then they sent their water drawer, and he let down his bucket. He said, "Good news! Here is a boy." And they concealed him, [taking him] as merchandise;1 and Allāh was Knowing of what they did.
และได้มีกองคาราวานเดินทางผ่านมา พวกเขาจึงส่งคนแบกน้ำของพวกเขาไปตักน้ำที่บ่อ เขาได้หย่อนถังน้ำลงไปในบ่อ ยูซุฟก็ได้ติดเชือกขึ้นมาด้วย เมื่อคนที่หย่อนถังน้ำลงไปในบ่อได้เห็นยูซุฟ จึงพูดขึ้นอย่างมีความสุขว่า "โอ้มันชั่งเป็นข่าวดีเสียเหลือเกิน นี่มันเด็กนี่" คนแบกน้ำของพวกเขาและเพื่อนของเขาบางส่วนได้ซ่อนยูซุฟไว้จากคนอื่นๆในกองคาราวาน โดยตั้งใจว่าจะเอาเขาเป็นสินค้า และอัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำต่อยูซุฟ จากการไม่ให้เกียรติและการซื้อขาย ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นต่อพระองค์ได้จากการกระทำของพวกเขา
12:20Page 237
وَشَرَوۡهُ بِثَمَنِۭ بَخۡسٖ دَرَٰهِمَ مَعۡدُودَةٖ وَكَانُواْ فِيهِ مِنَ ٱلزَّٰهِدِينَ ٢٠
And they sold him for a reduced price - a few dirhams - and they were, concerning him, of those content with little.
คนแบกน้ำและเพื่อนๆของเขาได้ขายเขาที่อียิปต์ด้วยราคาไม่กี่ดิรฮัม และพวกเขานั้นเป็นผู้ที่มักน้อยในราคานั้น เพราะพวกเขาต้องการให้พ้นจากเขาโดยเร็ว พวกเขานั้นรู้ว่ายูซุฟไม่ใช่ทาสอย่างแน่นอน และพวกเขาเองก็กลัวต่อครอบครัวของเขาด้วย และนี่คือความสมบูรณ์แห่งความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา จนกระทั่งเขาไม่ต้องอยู่กับพวกเขาเป็นเวลานาน
12:21Page 237
وَقَالَ ٱلَّذِي ٱشۡتَرَىٰهُ مِن مِّصۡرَ لِٱمۡرَأَتِهِۦٓ أَكۡرِمِي مَثۡوَىٰهُ عَسَىٰٓ أَن يَنفَعَنَآ أَوۡ نَتَّخِذَهُۥ وَلَدٗاۚ وَكَذَٰلِكَ مَكَّنَّا لِيُوسُفَ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَلِنُعَلِّمَهُۥ مِن تَأۡوِيلِ ٱلۡأَحَادِيثِۚ وَٱللَّهُ غَالِبٌ عَلَىٰٓ أَمۡرِهِۦ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعۡلَمُونَ ٢١
And the one from Egypt1 who bought him said to his wife, "Make his residence comfortable. Perhaps he will benefit us, or we will adopt him as a son." And thus, We established Joseph in the land that We might teach him the interpretation of events [i.e., dreams]. And Allāh is predominant over His affair, but most of the people do not know.
และชาวอียิปต์ที่ซื้อเขามาได้พูดกับภรรยาของเขาว่า "ปฏิบัติต่อเขาให้ดี! และให้ที่อยู่ที่ดีกับเขา! หวังว่าเขาจะเป็นประโยชน์กับเราในการทำสิ่งที่เราต้องการ หรือเราจะรับเขาเป็นลูกบุญธรรมก็ได้" หลังจากที่เราช่วยยูซุฟให้พ้นจากการถูกฆ่าแล้วและได้นำเขาออกจากบ่อ และทำให้หัวใจของอัล-อะซีซ (ผู้ปกครองของอาณาจักรอียิปต์) รู้สึกอ่อนโยนต่อเขา เราได้ให้ตำแหน่งที่ดีแก่เขาในอียิปต์ และเราต้องการสอนเขาถึงการทำนายฝัน และอัลลอฮ์ผู้ทรงฤทธานุภาพในการบังคับใช้พระบัญชาของพระองค์ ดังนั้นพระบัญชาของพระองค์เป็นจริงเสมอ ไม่มีใครสามารถบังคับพระองค์ได้ แต่คนส่วนใหญ่ -โดยเฉพาะบรรดาผู้ปฏิเสธ-ไม่รู้เรื่องนั้น
12:22Page 237
وَلَمَّا بَلَغَ أَشُدَّهُۥٓ ءَاتَيۡنَٰهُ حُكۡمٗا وَعِلۡمٗاۚ وَكَذَٰلِكَ نَجۡزِي ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٢٢
And when he [i.e., Joseph] reached maturity, We gave him judgement and knowledge. And thus We reward the doers of good.
และเมื่อยูซุฟได้บรรลุวัยที่มีร่างกายแข็งแรง เราได้ทำให้เขามีความรู้และความเข้าใจ และผลตอบแทนเช่นนี้แหละที่เราจะใช้มันตอบแทนบรรดาผู้กระทำความดีในการเคารพอิบาดะฮ์ต่าง ๆ ของพวกเขาที่ทำเพื่ออัลลอฮ์
12:23Page 238
وَرَٰوَدَتۡهُ ٱلَّتِي هُوَ فِي بَيۡتِهَا عَن نَّفۡسِهِۦ وَغَلَّقَتِ ٱلۡأَبۡوَٰبَ وَقَالَتۡ هَيۡتَ لَكَۚ قَالَ مَعَاذَ ٱللَّهِۖ إِنَّهُۥ رَبِّيٓ أَحۡسَنَ مَثۡوَايَۖ إِنَّهُۥ لَا يُفۡلِحُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٢٣
And she, in whose house he was, sought to seduce him. She closed the doors and said, "Come, you." He said, "[I seek] the refuge of Allāh. Indeed, he1 is my master, who has made good my residence. Indeed, wrongdoers will not succeed."
และภรรยาของผู้ว่าฯ ได้ขอจากยูซุฟด้วยความอ่อนโยนและมีเล่ห์เหลี่ยมในการที่จะกระทำการอันชั่วร้าย และนางได้ปิดประตูเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง และนางได้กล่าวกับเขาว่า "เข้ามาหาฉันสิ" ยูซุฟจึงกล่าวว่า "ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากสิ่งที่ท่านได้ชวนฉันให้กระทำมัน แท้จริงเจ้านายของฉันดีกับฉันมาก ในการที่ฉันอยู่กับเขา ดังนั้นฉันไม่มีทางทรยศเขาเป็นอันขาด หากฉันทรยศต่อเขา ฉันก็จะกลายเป็นผู้อธรรม และบรรดาผู้อธรรมทั้งหลายจะไม่ประสบความสำเร็จ"
12:24Page 238
وَلَقَدۡ هَمَّتۡ بِهِۦۖ وَهَمَّ بِهَا لَوۡلَآ أَن رَّءَا بُرۡهَٰنَ رَبِّهِۦۚ كَذَٰلِكَ لِنَصۡرِفَ عَنۡهُ ٱلسُّوٓءَ وَٱلۡفَحۡشَآءَۚ إِنَّهُۥ مِنۡ عِبَادِنَا ٱلۡمُخۡلَصِينَ ٢٤
And she certainly determined [to seduce] him, and he would have inclined to her had he not seen the proof [i.e., sign] of his Lord. And thus [it was] that We should avert from him evil and immorality. Indeed, he was of Our chosen servants.
และแท้จริงนางได้ปรารถนาที่จะกระทำการอันชั่วช้า และตัวของเขาเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน หากเขาไม่เห็นสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ที่ยับยั้งเขาและทำให้เขาออกห่างจากการกระทำดังกล่าว และแท้จริงเราได้ทำให้เขาเห็นมัน เพื่อเปิดเผยสิ่งที่ไม่ดีแก่เขา และทำให้เขาออกห่างจากการผิดประเวณีและการทรยศหักหลัง แท้จริงยูซุฟคือหนึ่งในบรรดาบ่าวของเราที่ถูกเลือกให้เป็นศาสนทูตและให้เป็นนบี
12:25Page 238
وَٱسۡتَبَقَا ٱلۡبَابَ وَقَدَّتۡ قَمِيصَهُۥ مِن دُبُرٖ وَأَلۡفَيَا سَيِّدَهَا لَدَا ٱلۡبَابِۚ قَالَتۡ مَا جَزَآءُ مَنۡ أَرَادَ بِأَهۡلِكَ سُوٓءًا إِلَّآ أَن يُسۡجَنَ أَوۡ عَذَابٌ أَلِيمٞ ٢٥
And they both raced to the door, and she tore his shirt from the back, and they found her husband at the door. She said, "What is the recompense of one who intended evil for your wife but that he be imprisoned or a painful punishment?"
และทั้งสองได้วิ่งไปที่ประตู ยูซุฟต้องการจะหนีให้พ้น ส่วนนางจะขัดขวางไม่ให้เขาออก นางจึงดึงเสื้อของเขา เพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้เขาออก แล้วนางก็ได้ดึงเสื้อของเขาจากด้านหลัง และทั้งสองได้พบสามีของนางที่ประตู ภรรยาของผู้ปกครองอียิปต์ จึงกล่าวแก่สามีของนาง อย่างมีเล่ห์เหลี่ยมว่า จะไม่มีการลงโทษใดสำหรับผู้ที่ประสงค์ที่จะกระทำการอันชั่วช้าต่อภรรยาของท่าน นอกจากการจำคุกหรือต้องถูกลงโทษอย่างเจ็บปวดเท่านั้น
12:26Page 238
قَالَ هِيَ رَٰوَدَتۡنِي عَن نَّفۡسِيۚ وَشَهِدَ شَاهِدٞ مِّنۡ أَهۡلِهَآ إِن كَانَ قَمِيصُهُۥ قُدَّ مِن قُبُلٖ فَصَدَقَتۡ وَهُوَ مِنَ ٱلۡكَٰذِبِينَ ٢٦
[Joseph] said, "It was she who sought to seduce me." And a witness from her family testified, "If his shirt is torn from the front, then she has told the truth, and he is of the liars.
ยูซุฟ อะลัยฮิสสลาม ได้กล่าวว่า "นางคือผู้ที่ขอให้ฉันกระทำสิ่งลามก และฉันไม่ต้องการทำเช่นนั้นกับนาง" แล้วได้มีพยานจากครอบครัวของนางมาเป็นพยานสมทบ ด้วยคำพูดของเขาที่ว่า "หากเสื้อของยูซุฟ ขาดจากด้านหน้าของเขา ก็แสดงว่านางพูดจริง เพราะนางได้ทำการปกป้องตัวของนาง และเขาเป็นผู้กล่าวเท็จ"
12:27Page 238
وَإِن كَانَ قَمِيصُهُۥ قُدَّ مِن دُبُرٖ فَكَذَبَتۡ وَهُوَ مِنَ ٱلصَّٰدِقِينَ ٢٧
But if his shirt is torn from the back, then she has lied, and he is of the truthful."
และถ้าหากว่าเสื้อของเขานั้นถูกดึงขาดจากด้านหลัง ดังนั้นนั่นคือพยานหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสัจจริงของเขา เพราะนางกำลังยั่วยวนเขาอยู่ ในขณะที่เขากำลังหนีห่างจากนาง ดังนั้นนางจึงเป็นผู้กล่าวเท็จ
12:28Page 238
فَلَمَّا رَءَا قَمِيصَهُۥ قُدَّ مِن دُبُرٖ قَالَ إِنَّهُۥ مِن كَيۡدِكُنَّۖ إِنَّ كَيۡدَكُنَّ عَظِيمٞ ٢٨
So when he [i.e., her husband] saw his shirt torn from the back, he said, "Indeed, it is of your [i.e., women's] plan. Indeed, your plan is great [i.e., vehement].
ครั้นเมื่อผู้ว่าฯ เห็นเสื้อของยูซุฟ อลัยฮิสสลาม ขาดจากด้านหลังของเขา เขาจึงมั่นใจในความสัจจริงของยูซุฟ แล้วกล่าวว่า" แท้จริงนี่คือการใส่ร้ายที่เธอนั้นใส่ร้ายเขาด้วยอุบายของพวกเธอ โอ้บรรดาสตรีเอ๋ย แท้จริง การหลอกลวงของพวกเธอรุนแรงมาก"
12:29Page 238
يُوسُفُ أَعۡرِضۡ عَنۡ هَٰذَاۚ وَٱسۡتَغۡفِرِي لِذَنۢبِكِۖ إِنَّكِ كُنتِ مِنَ ٱلۡخَاطِـِٔينَ ٢٩
Joseph, ignore this.1 And, [my wife], ask forgiveness for your sin. Indeed, you were of the sinful."
จากนั้นเขาได้กล่าวกับยูซุฟว่า "โอ้ ยูซุฟ! ลืมปัญหานี้ไปซะ! และอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลย!" และเขาพูดกับภรรยาของเขาว่า "จงขออภัยโทษในความผิดของเธอ แท้จริงเธออยู่ในหมู่ผู้กระทำผิด เนื่องจากการยั่วยวนยูซุฟให้กระทำความชั่ว"
12:30Page 238
۞ وَقَالَ نِسۡوَةٞ فِي ٱلۡمَدِينَةِ ٱمۡرَأَتُ ٱلۡعَزِيزِ تُرَٰوِدُ فَتَىٰهَا عَن نَّفۡسِهِۦۖ قَدۡ شَغَفَهَا حُبًّاۖ إِنَّا لَنَرَىٰهَا فِي ضَلَٰلٖ مُّبِينٖ ٣٠
And women in the city said, "The wife of al-ʿAzeez is seeking to seduce her slave boy; he has impassioned her with love. Indeed, we see her [to be] in clear error."
ข่าวของนางได้แพร่กระจายออกไปในเมือง และบรรดาสตรีกลุ่มหนึ่งได้กล่าวในเชิงปฏิเสธว่า ภรรยาของผู้ว่าฯ ชวนให้เด็กรับใช้ของนางยั่วยวนนาง ความรักของเขาได้เข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของนาง(คือ ขั้วหัวใจ) แท้จริงเราเห็นว่านางนั้นอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดเจน อันเนื่องมาจากการยั่วยวนและการหลงรักของนางที่มีต่อเขา ทั้ง ๆ ที่เขานั้นเป็นแค่เด็กรับใช้ของนาง
12:31Page 239
فَلَمَّا سَمِعَتۡ بِمَكۡرِهِنَّ أَرۡسَلَتۡ إِلَيۡهِنَّ وَأَعۡتَدَتۡ لَهُنَّ مُتَّكَـٔٗا وَءَاتَتۡ كُلَّ وَٰحِدَةٖ مِّنۡهُنَّ سِكِّينٗا وَقَالَتِ ٱخۡرُجۡ عَلَيۡهِنَّۖ فَلَمَّا رَأَيۡنَهُۥٓ أَكۡبَرۡنَهُۥ وَقَطَّعۡنَ أَيۡدِيَهُنَّ وَقُلۡنَ حَٰشَ لِلَّهِ مَا هَٰذَا بَشَرًا إِنۡ هَٰذَآ إِلَّا مَلَكٞ كَرِيمٞ ٣١
So when she heard of their scheming, she sent for them and prepared for them a banquet and gave each one of them a knife and said [to Joseph], "Come out before them." And when they saw him, they greatly admired him and cut their hands1 and said, "Perfect is Allāh!2 This is not a man; this is none but a noble angel."
ครั้นเมื่อภรรยาของผู้ว่าฯ ได้ยินการสบประมาทและการนินทาของพวกนางเหล่านั้นที่มีต่อนาง นางจึงส่งคนไปเชิญพวกนาง เพื่อให้พวกนางมาดูยูซุฟ พวกนางจะได้ให้อภัยแก่นาง นางจึงได้ตระเตรียมสถานที่ที่มีเตียงนอนและหมอนอิงไว้สำหรับพวกนาง และนางก็ได้ส่งมีดให้กับทุกคนที่นางเชิญมาเพื่อใช้สำหรับตัดอาหาร แล้วนางก็ได้กล่าวแก่ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม ว่า “จงออกไปหาพวกนาง” ครั้นเมื่อพวกนางได้มองมายังเขา พวกนางก็ได้สรรเสริญเขาและรู้สึกประหลาดและประทับใจในความงดงามของเขา พวกนางจึงเฉือนมือของพวกนางด้วยมีดที่ถูกเตรียมไว้สำหรับตัดอาหาร เนื่องด้วยความประทับใจที่มีต่อเขาเป็นอย่างมาก พวกนางจึงกล่าวว่า “มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ เด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่มนุษย์เป็นแน่ ดังนั้นความหล่อที่เขามีอยู่นั้นไม่ได้ถูกสัญญาไว้ในตัวมนุษย์เลย มิใช่อื่นใดนอกจากมะลักผู้ทรงเกียรติคนหนึ่งจากบรรดามลาอิกะฮ์ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย”
12:32Page 239
قَالَتۡ فَذَٰلِكُنَّ ٱلَّذِي لُمۡتُنَّنِي فِيهِۖ وَلَقَدۡ رَٰوَدتُّهُۥ عَن نَّفۡسِهِۦ فَٱسۡتَعۡصَمَۖ وَلَئِن لَّمۡ يَفۡعَلۡ مَآ ءَامُرُهُۥ لَيُسۡجَنَنَّ وَلَيَكُونٗا مِّنَ ٱلصَّٰغِرِينَ ٣٢
She said, "That is the one about whom you blamed me. And I certainly sought to seduce him, but he firmly refused; and if he will not do what I order him, he will surely be imprisoned and will be of those debased."
ภรรยาของผู้ว่าฯ ได้กล่าวแก่บรรดาสตรีเหล่านั้น เมื่อนางได้เห็นสิ่งที่ประสบกับพวกนางว่า “เด็กหนุ่มคนนี้แหละที่พวกเธอได้ประณามฉัน เนื่องจากฉันหลงรักเขา และฉันได้ร้องขอจากเขา ออกอุบายล่อลวงเขา แต่เขาปฏิเสธ และหากว่าเขาไม่ปฏิบัติตามที่ฉันขอจากเขา ในอนาคต เขาจะถูกจำคุกอย่างแน่นอน และเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อย”
12:33Page 239
قَالَ رَبِّ ٱلسِّجۡنُ أَحَبُّ إِلَيَّ مِمَّا يَدۡعُونَنِيٓ إِلَيۡهِۖ وَإِلَّا تَصۡرِفۡ عَنِّي كَيۡدَهُنَّ أَصۡبُ إِلَيۡهِنَّ وَأَكُن مِّنَ ٱلۡجَٰهِلِينَ ٣٣
He said, "My Lord, prison is more to my liking than that to which they invite me. And if You do not avert from me their plan, I might incline toward them and [thus] be of the ignorant."
ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม กล่าวขอพรจากพระผู้อภิบาลของเขาว่า “โอ้ ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน คุกที่นางขู่ว่าจะขังฉันนั้นเป็นที่รักยิ่งแก่ฉัน ยิ่งกว่าสิ่งที่พวกนางเรียกร้องฉันไปสู่มันที่เป็นการกระทำอันชั่วช้า และถ้าหากพระองค์มิทรงทำให้อุบายของพวกนางเปิดเผยแก่ฉันแล้ว ฉันอาจโน้มเอียงไปหาพวกนาง และฉันจะอยู่ในหมู่ผู้โง่เขลาทั้งหลาย หากฉันได้โน้มเอียงไปหาพวกนางและปฏิบัติตามพวกนางในสิ่งที่พวกนางต้องการจากฉัน”
12:34Page 239
فَٱسۡتَجَابَ لَهُۥ رَبُّهُۥ فَصَرَفَ عَنۡهُ كَيۡدَهُنَّۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ ٣٤
So his Lord responded to him and averted from him their plan. Indeed, He is the Hearing, the Knowing.
ดังนั้น อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบรับดุอาอ์ของเขาแล้ว และทรงเปิดเผยกลอุบายของภรรยาผู้ว่าฯและบรรดาสตรีในเมืองนั้นให้แก่เขา แท้จริงพระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือผู้ทรงได้ยินดุอาอ์ของยูซุฟและทรงได้ยินดุอาอ์ของผู้วิงวอนทุกคน และทรงรอบรู้สภาพของเขาและสภาพของผู้อื่นด้วย
12:35Page 239
ثُمَّ بَدَا لَهُم مِّنۢ بَعۡدِ مَا رَأَوُاْ ٱلۡأٓيَٰتِ لَيَسۡجُنُنَّهُۥ حَتَّىٰ حِينٖ ٣٥
Then it appeared to them after they had seen the signs1 that he [i.e., al-ʿAzeez] should surely imprison him for a time.2
แล้วความคิดเห็นของผู้ว่าฯและหมู่ชนของเขา หลังจากที่พวกเขาได้เห็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความบริสุทธิ์ของเขาก็คือ ต้องจำคุกเขาสักระยะหนึ่ง เพื่อไม่ให้เรื่องอื้อฉาวแพร่กระจายออกไป
12:36Page 239
وَدَخَلَ مَعَهُ ٱلسِّجۡنَ فَتَيَانِۖ قَالَ أَحَدُهُمَآ إِنِّيٓ أَرَىٰنِيٓ أَعۡصِرُ خَمۡرٗاۖ وَقَالَ ٱلۡأٓخَرُ إِنِّيٓ أَرَىٰنِيٓ أَحۡمِلُ فَوۡقَ رَأۡسِي خُبۡزٗا تَأۡكُلُ ٱلطَّيۡرُ مِنۡهُۖ نَبِّئۡنَا بِتَأۡوِيلِهِۦٓۖ إِنَّا نَرَىٰكَ مِنَ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٣٦
And there entered the prison with him two young men. One of them said, "Indeed, I have seen myself [in a dream] pressing [grapes for] wine." The other said, "Indeed, I have seen myself carrying upon my head [some] bread, from which the birds were eating. Inform us of its interpretation; indeed, we see you to be of those who do good."
ดังนั้นพวกเขาก็ได้จำคุกเขา และมีเด็กหนุ่มสองคนได้เข้าคุกพร้อมกับเขาด้วย หนึ่งในเด็กสองคนนั้นกล่าวแก่ยูซุฟว่า “แท้จริงฉันฝันเห็นว่าฉันคั้นองุ่น เพื่อให้มันกลายเป็นเหล้า”และคนที่สองกล่าวว่า “แท้จริงฉันฝันเห็นว่าฉันแบกขนมปังไว้บนศรีษะของฉัน แล้วนกก็มากินมัน” โอ้ยูซุฟเอ๋ย ท่านจงบอกเราด้วยการทำนายสิ่งที่เราฝันด้วยเถิด แท้จริงเราเห็นว่าท่านนั้น อยู่ในหมู่ผู้ทำความดี
12:37Page 239
قَالَ لَا يَأۡتِيكُمَا طَعَامٞ تُرۡزَقَانِهِۦٓ إِلَّا نَبَّأۡتُكُمَا بِتَأۡوِيلِهِۦ قَبۡلَ أَن يَأۡتِيَكُمَاۚ ذَٰلِكُمَا مِمَّا عَلَّمَنِي رَبِّيٓۚ إِنِّي تَرَكۡتُ مِلَّةَ قَوۡمٖ لَّا يُؤۡمِنُونَ بِٱللَّهِ وَهُم بِٱلۡأٓخِرَةِ هُمۡ كَٰفِرُونَ ٣٧
He said, "You will not receive food that is provided to you except that I will inform you of its interpretation before it comes to you. That is from what my Lord has taught me. Indeed, I have left the religion of a people who do not believe in Allāh, and they, in the Hereafter, are disbelievers.
ยูซุฟ อลัยฮิสสลาม กล่าวว่า “จะไม่มีอาหารใดๆ จากกษัตริย์หรือคนอื่นๆมาถึงท่านทั้งสอง เว้นแต่ฉันได้อธิบายให้แก่ท่านทั้งสองว่ามันคืออะไร มีลักษณะอย่างไร ก่อนที่มันจะมาถึงท่านทั้งสอง นั่นแหละคือการทำนายที่ฉันรู้ ซึ่งมันคือสิ่งที่พระเจ้าของฉันทรงสอนมันให้แก่ฉัน ไม่ได้มาจากหมอดูและโหราศาสตร์ แท้จริงฉันได้ละทิ้งศาสนาของกลุ่มชนผู้ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และพวกเขาเป็นพวกที่ปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก”
12:38Page 240
وَٱتَّبَعۡتُ مِلَّةَ ءَابَآءِيٓ إِبۡرَٰهِيمَ وَإِسۡحَٰقَ وَيَعۡقُوبَۚ مَا كَانَ لَنَآ أَن نُّشۡرِكَ بِٱللَّهِ مِن شَيۡءٖۚ ذَٰلِكَ مِن فَضۡلِ ٱللَّهِ عَلَيۡنَا وَعَلَى ٱلنَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَشۡكُرُونَ ٣٨
And I have followed the religion of my fathers, Abraham, Isaac and Jacob. And it was not for us to associate anything with Allāh. That is from the favor of Allāh upon us and upon the people, but most of the people are not grateful.
และฉันได้ดำเนินตามศาสนาของบรรพบุรุษของฉัน คืออิบรอฮีม อิสฮากและยะอฺกูบ มันคือศาสนาที่มีการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ ไม่เป็นการถูกต้องสำหรับพวกเราที่จะตั้งภาคีด้วยสิ่งอื่นใดต่อพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงคู่ควรแก่การให้เอกภาพเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น นี่แหละคือการให้เอกภาพและการศรัทธาที่ฉันและบรรพบุรุษของฉันอยู่บนแนวทางนี้ มันคือความโปรดปรานของอัลลอฮ์แก่พวกเราที่ช่วยให้พวกเราอยู่บนแนวทางนี้ และมันคือความโปรดปรานแก่มนุษย์ชาติทั้งหมด เมื่อพระองค์ทรงส่งบรรดานบีที่อยู่บนแนวทางนี้มายังพวกเขา แต่ว่ามนุษย์ส่วนมากไม่สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ แต่พวกเขามักเนรคุณต่อพระองค์
12:39Page 240
يَٰصَٰحِبَيِ ٱلسِّجۡنِ ءَأَرۡبَابٞ مُّتَفَرِّقُونَ خَيۡرٌ أَمِ ٱللَّهُ ٱلۡوَٰحِدُ ٱلۡقَهَّارُ ٣٩
O [my] two companions of prison, are separate lords better or Allāh, the One,1 the Prevailing?2
แล้วยูซุฟก็ได้พูดคุยกับเด็กหนุ่มทั้งสองคนในคุกว่า “การเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระเจ้าหลายองค์ดีกว่า การอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ ผู้ซึ่งไม่มีการตั้งภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ ผู้ทรงอานุภาพเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ซึ่งไม่มีอานุภาพอื่นใดเหนือพระองค์กระนั้นหรือ?”
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences