Al-MukhtasarAl‑Isra · 17:38–71

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Isra 17:38–71

17:38Page 285

كُلُّ ذَٰلِكَ كَانَ سَيِّئُهُۥ عِندَ رَبِّكَ مَكۡرُوهٗا ٣٨

All that [i.e., the aforementioned] - its evil is ever, in the sight of your Lord, detested.

มนุษย์เอ๋ย ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น ณ ที่พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นสิ่งต้องห้าม พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยต่อผู้มีพฤติกรรมดังกล่าวแถมยังโกรธกริ้วเขาอีกด้วย

17:39Page 286

ذَٰلِكَ مِمَّآ أَوۡحَىٰٓ إِلَيۡكَ رَبُّكَ مِنَ ٱلۡحِكۡمَةِۗ وَلَا تَجۡعَلۡ مَعَ ٱللَّهِ إِلَٰهًا ءَاخَرَ فَتُلۡقَىٰ فِي جَهَنَّمَ مَلُومٗا مَّدۡحُورًا ٣٩

That is from what your Lord has revealed to you, [O Muḥammad], of wisdom. And, [O mankind], do not make [as equal] with Allāh another deity, lest you be thrown into Hell, blamed and banished.

นั่นคือสิ่งที่เราได้ชี้แจงให้แก่เจ้าซึ่งสิ่งที่เป็นคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามต่าง ๆ และบทบัญญ้ติต่าง ๆ ที่เราได้วะห์ยูให้แก่เจ้า และเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- อย่าเอาสิ่งใด ๆ มาเป็นพระเจ้าร่วมกับอัลลอฮ์ เพราะจะทำให้เจ้าถูกโยนลงไปในนรกญะฮันนัมในวันกิยามะฮ์ ในสภาพที่ถูกตำหนิทั้งในสายตาของตัวเจ้าเองและในสายตาของมนุษย์คนอื่น ๆ และถูกขับให้ห่างจากความดีทั้งหลาย

17:40Page 286

أَفَأَصۡفَىٰكُمۡ رَبُّكُم بِٱلۡبَنِينَ وَٱتَّخَذَ مِنَ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةِ إِنَٰثًاۚ إِنَّكُمۡ لَتَقُولُونَ قَوۡلًا عَظِيمٗا ٤٠

Then, has your Lord chosen you for [having] sons and taken [i.e., adopted] from among the angels daughters? Indeed, you say a grave saying.

โอ้บรรดาผู้ที่อ้างว่าบรรดามลาอิกะฮฺ(ทูตสวรรค์หรือเทวทูต)นั้นเป็นบุตรสาวของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้มอบสิทธิพิเศษแก่พวกเจ้าด้วยการมอบบุตรชายแก่พวกเจ้า แล้วทรงเลือกบรรดามละอิกะฮ์เป็นบุตรสาวแก่พระองค์เองกระนั้นหรือ?! แท้จริงอัลลอฮ์นั้นสูงส่งเหนือสิ่งที่พวกเจ้าได้กล่าวไว้ แท้จริงการกล่าวอ้างของพวกเจ้านั้นเป็นคำกล่าวที่น่าเกลียดที่สุดที่ได้พาดพิงว่าอัลลอฮฺนั้นทรงมีบุตรและคิดว่าพระองค์ทรงมีบุตรสาว (การกล่าวอ้างเช่นนั้น)มันแสดงถึงการปฏิเสธศรัทธาที่เกินขอบเขต

17:41Page 286

وَلَقَدۡ صَرَّفۡنَا فِي هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانِ لِيَذَّكَّرُواْ وَمَا يَزِيدُهُمۡ إِلَّا نُفُورٗا ٤١

And We have certainly diversified [the contents] in this Qur’ān that they [i.e., mankind] may be reminded, but it does not increase them [i.e., the disbelievers] except in aversion.

และแน่นอนในคำภีร์อัลกุรอานพระองค์ได้อธิบายถึงบทบัญญัติ ข้อตักเตือน และอุทาหรณ์ต่างๆเพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้คนนำไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พวกเขาและละทิ้งในสิ่่งที่ให้โทษแก่พวกเขา แต่ชีวิตจริงของบางคนนั้นสัญชาตญาณของพวกเขาเปลี่ยนไป จึงทำให้พวกเขาห่างไกลจากสัจธรรมและรังเกลียดมัน

17:42Page 286

قُل لَّوۡ كَانَ مَعَهُۥٓ ءَالِهَةٞ كَمَا يَقُولُونَ إِذٗا لَّٱبۡتَغَوۡاْ إِلَىٰ ذِي ٱلۡعَرۡشِ سَبِيلٗا ٤٢

Say, [O Muḥammad], "If there had been with Him [other] gods, as they say, then they [each] would have sought to the Owner of the Throne a way."1

จงกล่าวเถิด(มุหัมมัด)แก่ผู้ที่ตั้งภาคีกับพระองค์ หากว่ามีพระเจ้าอื่นๆจริงถูกกราบไหว้ร่วมกับอัลลอฮ์ตามที่พวกเขาได้กล่าวอ้างอย่างโกหกนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นแน่นอนบรรดาพระเจ้าเหล่านั้นต้องหาแนวทางเพื่อแย่งชิงบัลลังก์และอำนาจจากพระองค์อัลลอฮ์แล้วสินะ

17:43Page 286

سُبۡحَٰنَهُۥ وَتَعَٰلَىٰ عَمَّا يَقُولُونَ عُلُوّٗا كَبِيرٗا ٤٣

Exalted is He and high above what they say by great sublimity.

อัลลอฮ์ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงปราศจากคุณลักษณะต่างๆที่บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายได้อ้างไว้ และพระองค์ทรงสูงส่งเหนือทุกสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวไว้

17:44Page 286

تُسَبِّحُ لَهُ ٱلسَّمَٰوَٰتُ ٱلسَّبۡعُ وَٱلۡأَرۡضُ وَمَن فِيهِنَّۚ وَإِن مِّن شَيۡءٍ إِلَّا يُسَبِّحُ بِحَمۡدِهِۦ وَلَٰكِن لَّا تَفۡقَهُونَ تَسۡبِيحَهُمۡۚ إِنَّهُۥ كَانَ حَلِيمًا غَفُورٗا ٤٤

The seven heavens and the earth and whatever is in them exalt Him. And there is not a thing except that it exalts [Allāh] by His praise, but you do not understand their [way of] exalting. Indeed, He is ever Forbearing1 and Forgiving.

เหล่าชั้นฟ้าและแผ่นดินทั้งหลายและทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในนั้นที่เป็นสิ่งถูกสร้างต่างกล่าวแซ่ซ้องสดุดีต่ออัลลอฮ์ และไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้เว้นแต่จะสดุดีและสรรเสริญต่อพระองค์ แต่พวกเจ้าไม่เข้าใจถึงวิธีการสดุดีของพวกมัน และพวกเจ้าจะไม่เข้าใจเว้นแต่ผู้ที่สดุดีต่อพระองค์ด้วยภาษาของพวกเจ้า แท้จริงแล้วพระองค์เป็นผู้ทรงขันติไม่รีบเร่งในการลงโทษและผู้ทรงให้อภัยแก่บ่าวที่กลับเนื้อกลับตัวเสมอ

17:45Page 286

وَإِذَا قَرَأۡتَ ٱلۡقُرۡءَانَ جَعَلۡنَا بَيۡنَكَ وَبَيۡنَ ٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ بِٱلۡأٓخِرَةِ حِجَابٗا مَّسۡتُورٗا ٤٥

And when you recite the Qur’ān, We put between you and those who do not believe in the Hereafter a concealed partition.1

และเมื่อเจ้า -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- อ่านอัลกุรอาน บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะได้ยินในสิ่งที่เป็นข้อห้ามและข้อตักเตือนต่างๆที่ระบุไว้ในอัลกุรอาน ดังนั้นเราจะทำม่านกั้นระหว่างเจ้ากับพวกเขา เป็นการกีดกันพวกเขาไม่ให้เข้าใจอัลกุรอานเพื่อเป็นการลงโทษสำหรับการปฏิเสธของพวกเขา

17:46Page 286

وَجَعَلۡنَا عَلَىٰ قُلُوبِهِمۡ أَكِنَّةً أَن يَفۡقَهُوهُ وَفِيٓ ءَاذَانِهِمۡ وَقۡرٗاۚ وَإِذَا ذَكَرۡتَ رَبَّكَ فِي ٱلۡقُرۡءَانِ وَحۡدَهُۥ وَلَّوۡاْ عَلَىٰٓ أَدۡبَٰرِهِمۡ نُفُورٗا ٤٦

And We have placed over their hearts coverings, lest they understand it, and in their ears deafness. And when you mention your Lord alone in the Qur’ān, they turn back in aversion.

และเราได้ปิดคลุมหัวใจของพวกเขาจนพวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจอัลกุรอาน และเราได้อุดหูของพวกเขาจนไม่สามารถที่จะฟังอัลกุรอานด้วยการฟังที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขา และเมื่อเจ้าเอ่ยถึงพระผู้อภิบาลของเจ้าในอัลกุรอานเพียงองค์เดียวโดยไม่ได้เอ่ยถึงบรรดาพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาก็จะผินหลังหนีจากการยอมรับในความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์ที่บริสุทธิ์

17:47Page 286

نَّحۡنُ أَعۡلَمُ بِمَا يَسۡتَمِعُونَ بِهِۦٓ إِذۡ يَسۡتَمِعُونَ إِلَيۡكَ وَإِذۡ هُمۡ نَجۡوَىٰٓ إِذۡ يَقُولُ ٱلظَّٰلِمُونَ إِن تَتَّبِعُونَ إِلَّا رَجُلٗا مَّسۡحُورًا ٤٧

We are most knowing of how they listen to it when they listen to you and [of] when they are in private conversation, when the wrongdoers say, "You follow not but a man affected by magic."

เรารู้ดียิ่งถึงเจตนาในการฟังอัลกุรอานของเหล่าผู้นำแห่งผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาไม่ได้มุ่งหวังเพื่อการได้รับทางนำจากอัลกุรอานแต่อย่างใด หากเพียงแต่ต้องการจากการฟังเจ้าอ่านนั้นคือการเยาะเย้ยเจ้าเท่านั้น และเราทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขาได้กระซิบระหว่างกันเพื่อปฏิเสธต่อต้านคำสอนจากอัลกุรอาน ซึ่งพวกอธรรมเหล่านี้จะกล่าวระหว่างพวกเขากันเองว่า "พวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- คนที่พวกเจ้ากำลังตามอยู่นั้นเป็นผู้ที่ถูกเวทมนตร์และสติของเขาฟั่นเฟือนไปแล้ว"

17:48Page 286

ٱنظُرۡ كَيۡفَ ضَرَبُواْ لَكَ ٱلۡأَمۡثَالَ فَضَلُّواْ فَلَا يَسۡتَطِيعُونَ سَبِيلٗا ٤٨

Look how they strike for you comparisons;1 but they have strayed, so they cannot [find] a way.

จงสังเกตเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่าเจ้าอาจประหลาดใจกับสิ่งที่พวกเขาอ้างถึงเจ้าในรูปแบบของลักษณะที่น่าตำหนิต่างๆเพื่อให้พวกเขาเบี่ยงเบนและหลงไปจากเส้นทางแห่งสัจธรรมและไม่สามารถค้นหาเส้นทางแห่งสัจธรรมได้อีก

17:49Page 286

وَقَالُوٓاْ أَءِذَا كُنَّا عِظَٰمٗا وَرُفَٰتًا أَءِنَّا لَمَبۡعُوثُونَ خَلۡقٗا جَدِيدٗا ٤٩

And they say, "When we are bones and crumbled particles, will we [truly] be resurrected as a new creation?"

และบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายได้กล่าวในเชิงปฎิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพว่า "เมื่อเราได้ตายไปและได้กลายเป็นกระดูก และร่างกายของเราได้สลายไปหมดแล้ว เราจะกลับมาฟื้นใหม่อีกครั้งกระนั้นหรือ?! มันเป็นเรื่องทื่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง"

17:50Page 287

۞ قُلۡ كُونُواْ حِجَارَةً أَوۡ حَدِيدًا ٥٠

Say, "Be you stones or iron1

จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "โอ้บรรรดาผู้ที่ตั้งภาคีทั้งหลาย หากพวกเจ้ามีความสามารถก็จงเป็นหินที่แข็ง หรือเป็นเหล็กที่แกร่งสิ แน่นอนพวกเจ้าไม่อาจจะเป็นเช่นนั้นได้เป็นอันขาด"

17:51Page 287

أَوۡ خَلۡقٗا مِّمَّا يَكۡبُرُ فِي صُدُورِكُمۡۚ فَسَيَقُولُونَ مَن يُعِيدُنَاۖ قُلِ ٱلَّذِي فَطَرَكُمۡ أَوَّلَ مَرَّةٖۚ فَسَيُنۡغِضُونَ إِلَيۡكَ رُءُوسَهُمۡ وَيَقُولُونَ مَتَىٰ هُوَۖ قُلۡ عَسَىٰٓ أَن يَكُونَ قَرِيبٗا ٥١

Or [any] creation of that which is great1 within your breasts." And they will say, "Who will restore us?" Say, "He who brought you forth the first time." Then they will nod their heads toward you2 and say, "When is that?" Say, "Perhaps it will be soon -

หรือจะกลายเป็นสิ่งที่แข็งกว่าหินแกร่งกว่าเหล็กตามที่พวกเจ้านึกคิดอยู่ในใจว่า (มันไม่อาจจะถูกทำให้เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง) แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงให้เรือนร่างของพวกเจ้ากลับสู่สภาพเดิมดังที่พวกเจ้าเริ่มกำเนิด และจะให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพอีกครั้งดังที่เคยสร้างมาในครั้งแรก พวกเจ้าที่ดื้อรั้นก็จะถามมาว่า "ใครเล่าจะนำเรากลับมามีชีวิตอีกหลังจากที่ตายไปแล้ว?" โอ้มุหัมมัด จงตอบแก่พวกเขาเถิด "ผู้ที่จะทำให้พวกเจ้าฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็คือผู้ที่ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้นในครั้งแรกโดยไม่มีตัวอย่างใดๆมาก่อน? แล้วพวกเขาก็จะส่ายหัวดูถูกคำตอบของเจ้าแล้วเยาะเย้ยกลับมาว่า"แล้วเมื่อไหรมันจะเกิดขึ้น?!" จงตอบกลับไปอีกว่า "บางทีมันก็อาจจะเร็วๆนี้ก็ได้" เพราะทุกสิ่งที่กำลังมา มันย่อมใกล้เสมอ

17:52Page 287

يَوۡمَ يَدۡعُوكُمۡ فَتَسۡتَجِيبُونَ بِحَمۡدِهِۦ وَتَظُنُّونَ إِن لَّبِثۡتُمۡ إِلَّا قَلِيلٗا ٥٢

On the Day He will call you and you will respond with praise of Him and think that you had not remained [in the world] except for a little."

อัลลอฮฺได้ทำให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพในวันที่พวกเจ้าถูกเรียกให้รวมตัวกัน ณ ทุ่งมะหชัร พวกเจ้าก็จะสนองตอบรับคำบัญชาของพระองค์ด้วยการสรรเสริญสดุดีพระองค์ และพวกเจ้าจะรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้(โลกก่อนตาย)เพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเอง

17:53Page 287

وَقُل لِّعِبَادِي يَقُولُواْ ٱلَّتِي هِيَ أَحۡسَنُۚ إِنَّ ٱلشَّيۡطَٰنَ يَنزَغُ بَيۡنَهُمۡۚ إِنَّ ٱلشَّيۡطَٰنَ كَانَ لِلۡإِنسَٰنِ عَدُوّٗا مُّبِينٗا ٥٣

And tell My servants to say that which is best. Indeed, Satan induces [dissension] among them. Indeed Satan is ever, to mankind, a clear enemy.

โอ้ท่านเราะสูล(ศาสนทูตของพระองค์) จงบอกแก่ปวงบ่าวที่ศรัทธาต่อข้าเถิดว่า เมื่อพวกเจ้าทำการสนทนากับคนอื่นควรเลือกใช้แต่เฉพาะคำพูดที่ดีๆและหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่ดีที่จะก่อให้เกิดการบาดหมางระหว่างกัน เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชัยฏอน(มารร้าย)เข้ามายุแหย่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตของพวกเจ้าทั้งโลกนี้และโลกหน้า แท้จริงชัยฏอน(มารร้าย)นั้นคือศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ดังนั้นจงระมัดระวังมันให้มากๆ

17:54Page 287

رَّبُّكُمۡ أَعۡلَمُ بِكُمۡۖ إِن يَشَأۡ يَرۡحَمۡكُمۡ أَوۡ إِن يَشَأۡ يُعَذِّبۡكُمۡۚ وَمَآ أَرۡسَلۡنَٰكَ عَلَيۡهِمۡ وَكِيلٗا ٥٤

Your Lord is most knowing of you. If He wills, He will have mercy upon you; or if He wills, He will punish you. And We have not sent you, [O Muḥammad], over them as a manager.

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของสูเจ้าทรงรู้ดีทุกสิ่งเกี่ยวกับสูเจ้า จึงไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดพระองค์ได้ หากพระองค์ทรงประสงค์ที่จะเมตตาสูเจ้าแล้ว พระองค์จะทรงเมตตาสูเจ้าด้วยกับการชี้ทางนำแห่งการศัทธามั่นและการปฏิบัติการงานที่ดีต่อพระองค์เสมอ แต่หากว่าพระองค์ทรงประสงค์ที่จะทรงลงโทษสูเจ้าแล้ว พระองค์จะลงโทษด้วยกับการปล่อยให้หลงจากทางแห่งการศรัทธาและทรงเอาชีวิตของเจ้าในสภาพที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่อทำหน้าที่ปกครองพวกเขาโดยการบังคับพวกเขาให้ศรัทธาต่อพระองค์ หรือกีดกั้นไม่ให้ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ หรือทำหน้าที่จดบันทึกทุกๆการงานของพวกเขาแต่อย่างใด แต่หน้าที่หลักของเจ้าคือการเป็นผู้ส่งสารของอัลลอฮในสิ่งที่พระองค์ได้กำชับไว้แก่มวลมนุษย์เท่านั้น

17:55Page 287

وَرَبُّكَ أَعۡلَمُ بِمَن فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۗ وَلَقَدۡ فَضَّلۡنَا بَعۡضَ ٱلنَّبِيِّـۧنَ عَلَىٰ بَعۡضٖۖ وَءَاتَيۡنَا دَاوُۥدَ زَبُورٗا ٥٥

And your Lord is most knowing of whoever is in the heavens and the earth. And We have made some of the prophets exceed others [in various ways], and to David We gave the book [of Psalms].

และพระผู้อภิบาลของเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย- ทรงรู้ดียิ่งถึงทุกสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และทรงรอบรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของพวกเจ้าและสิ่งที่สมควรที่จะได้รับ และแน่นอนเราได้ให้นบีบางคนมีความประเสริฐเหนือกว่านบีบางคนด้วยกับจำนวนผู้ติดตามที่มากกว่าหรือด้วยกับการประทานคำภีร์ลงมา และเราก็ได้ประทานคัมภีร์ซะบูรแก่ท่านนบีดาวูด

17:56Page 287

قُلِ ٱدۡعُواْ ٱلَّذِينَ زَعَمۡتُم مِّن دُونِهِۦ فَلَا يَمۡلِكُونَ كَشۡفَ ٱلضُّرِّ عَنكُمۡ وَلَا تَحۡوِيلًا ٥٦

Say, "Invoke those you have claimed [as gods] besides Him, for they do not possess the [ability for] removal of adversity from you or [for its] transfer [to someone else]."

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น "พวกเจ้าจงเรียกหาบรรดาสิ่งที่พวกเจ้าได้อ้างว่ามันคือพระเจ้าของพวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้ประสบความทุกข์ยาก แท้จริงพระเจ้าเหล่านั้นไม่อาจปกป้องพวกเจ้าจากความทุกข์ยากนั้นได้และไม่อาจจะปัดความทุกข์ยากนั้นออกไปยังผู้อื่นได้ เพราะความอ่อนแอของพวกมัน ดังนั้นผู้ที่อ่อนแอย่อมเป็นพระเจ้าไม่ได้"

17:57Page 287

أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ يَدۡعُونَ يَبۡتَغُونَ إِلَىٰ رَبِّهِمُ ٱلۡوَسِيلَةَ أَيُّهُمۡ أَقۡرَبُ وَيَرۡجُونَ رَحۡمَتَهُۥ وَيَخَافُونَ عَذَابَهُۥٓۚ إِنَّ عَذَابَ رَبِّكَ كَانَ مَحۡذُورٗا ٥٧

Those whom they invoke1 seek means of access to their Lord, [striving as to] which of them would be nearest, and they hope for His mercy and fear His punishment. Indeed, the punishment of your Lord is ever feared.

แท้จริงแล้ว บรรดาผู้ที่(เหล่าบรรดาผู้ตั้งภาคี)ได้วิงวอนขอนั้น จะเป็นเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์หรืออื่นจากมลาอิกะฮ์ ตัวของพวกเขาเองก็ยังแสวงหาแนวทางที่จะทำให้ใกล้ชิดกับพระองค์มากที่สุด ด้วยกับการปฏิบัติการงานที่ดีต่างๆ และแข่งขันกันระหว่างพวกเขาเพื่อเป็นผู้ที่ไกล้ชิดพระองค์มากที่สุดและหวังในความเมตตาของพระองค์ และเกรงกลัวบทลงโทษจากพระองค์ แท้จริงการลงโทษของพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นเป็นที่น่าสะพรึงกลัวที่จำเป็นต้องระวังอย่างที่สุด

17:58Page 287

وَإِن مِّن قَرۡيَةٍ إِلَّا نَحۡنُ مُهۡلِكُوهَا قَبۡلَ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِ أَوۡ مُعَذِّبُوهَا عَذَابٗا شَدِيدٗاۚ كَانَ ذَٰلِكَ فِي ٱلۡكِتَٰبِ مَسۡطُورٗا ٥٨

And there is no city but that We will destroy it1 before the Day of Resurrection or punish it with a severe punishment. That has ever been in the Register2 inscribed.

และไม่มีหมู่บ้านใดหรือเมืองใดที่อาศัยโดยผู้ปฏิเสธ นอกจากพระองค์จะทรงลงโทษหรือทำลายล้างอย่างรุนแรงโดยการคร่าชีวิตทั้งหมดในโลกนี้ เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา ซึ่งการลงโทษหรือการทำลายล้างดังกล่าวนั้น เป็นกฎกำหนดของพระเจ้าที่ได้ถูกบันทึกเอาไว้แล้วในแผ่นบันทึกที่ถูกรักษาไว้

17:59Page 288

وَمَا مَنَعَنَآ أَن نُّرۡسِلَ بِٱلۡأٓيَٰتِ إِلَّآ أَن كَذَّبَ بِهَا ٱلۡأَوَّلُونَۚ وَءَاتَيۡنَا ثَمُودَ ٱلنَّاقَةَ مُبۡصِرَةٗ فَظَلَمُواْ بِهَاۚ وَمَا نُرۡسِلُ بِٱلۡأٓيَٰتِ إِلَّا تَخۡوِيفٗا ٥٩

And nothing has prevented Us from sending signs [i.e., miracles] except that the former peoples denied them. And We gave Thamūd the she-camel as a visible sign, but they wronged her. And We send not the signs except as a warning.

และเราไม่ได้ยุติการส่งสัญญาณต่างๆที่เป็นรูปธรรม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงการเป็นศาสนทูตที่แท้จริงของท่านนบีมุหัมมัด ตามที่บรรดามุชรีกีนได้ร้องขอเอาไว้ เช่นการขอให้คนตายได้ฟื้นขึ้นมาใหม่และอื่นๆ เนื่องจากมันเคยถูกประทานลงมาแก่กลุ่มชนรุ่นก่อนๆแล้ว แต่พวกเขากลับปฏิเสธศรัทธาอยู่ดี ตัวอย่างเช่น สัญญาณที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุดที่ได้ประทานลงมาแก่กลุ่มชนษะมูด(เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันถึงการเป็นศาสนทูตของนบีซอลิห์) นั้นก็คือ อูฐตัวเมียที่พวกเขาได้ปฏิเสธมัน พระองค์จึงลงโทษพวกเขาทันที แท้จริงแล้วพระองค์มิได้ส่งสัญญาณต่างๆแก่บรรดาเราะสูลเพื่ออื่นใดนอกจากเป็นการตักเตือนประชาชาติของพวกเขาเอง โดยหวังอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะจำนนเข้ารับอิสลามนั่นเอง

17:60Page 288

وَإِذۡ قُلۡنَا لَكَ إِنَّ رَبَّكَ أَحَاطَ بِٱلنَّاسِۚ وَمَا جَعَلۡنَا ٱلرُّءۡيَا ٱلَّتِيٓ أَرَيۡنَٰكَ إِلَّا فِتۡنَةٗ لِّلنَّاسِ وَٱلشَّجَرَةَ ٱلۡمَلۡعُونَةَ فِي ٱلۡقُرۡءَانِۚ وَنُخَوِّفُهُمۡ فَمَا يَزِيدُهُمۡ إِلَّا طُغۡيَٰنٗا كَبِيرٗا ٦٠

And [remember, O Muḥammad], when We told you, "Indeed, your Lord has encompassed the people."1 And We did not make the sight which We showed you2 except as a trial for the people, as was the accursed tree [mentioned] in the Qur’ān. And We threaten [i.e., warn] them, but it increases them not except in great transgression.

จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่เราได้กล่าวแก่เจ้าว่า "แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าทรงครอบคลุมมนุษย์ทั้งหลายด้วยด้วยอำนาจของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดอยู่ในกำมือของพระองค์ และอัลลอฮ์ค์คือผู้ปกป้องเจ้าจากพวกเขา เพราะฉะนั้นเจ้าจงทำการเผยแพร่ตามที่เจ้าได้ถูกสั่งไว้ และทุกสิ่งที่พระองค์ทรงให้เจ้าได้เห็นมันในค่ำคืนที่เจ้าถูกส่งขึ้นไปบนฟากฟ้านั้น ก็เพื่อเป็นการทดสอบผู้คนเหล่านั้นว่าพวกเขาจะเชื่อหรือจะปฏิเสธ? และเราไม่ได้ทำให้ต้นซักกูมที่เราได้ระบุไว้ในอัลกุรอ่าน ว่ามันได้งอกมาจากไฟนรกอัลญะหีมเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นการทดสอบพวกเขาเช่นกัน สุดท้ายแล้วหากว่าพวกเขาไม่เชื่อในหลักฐานสองอย่างนี้แล้ว พวกเขาก็มิอาจเชื่อในหลักฐานอื่นๆได้ และเราได้เตือนพวกเขาด้วยการส่งสัญญาณต่างๆลงมา แต่พวกเขาไม่ได้เกิดความเกรงกลัวจากสัญญาณเหล่าแตอย่างใด นอกจากการปฏิเสธที่หนักขึ้นและการจมปลักในการหลงทาง

17:61Page 288

وَإِذۡ قُلۡنَا لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ ٱسۡجُدُواْ لِأٓدَمَ فَسَجَدُوٓاْ إِلَّآ إِبۡلِيسَ قَالَ ءَأَسۡجُدُ لِمَنۡ خَلَقۡتَ طِينٗا ٦١

And [mention] when We said to the angels, "Prostrate to Adam," and they prostrated, except for Iblees.1 He said, "Should I prostrate to one You created from clay?"

และจงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่เราได้บัญชาแก่บรรดามะลาอิกะฮ์ว่า"จงสุญูดต่ออาดัม ซึ่งเป็นการสุญูดเพื่อเป็นการให้เกียรติต้อนรับไม่ใช่เป็นการเคารพบูชาแต่อย่างใด ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดต่างก็ทำการสุญูดนอกจากอิบลีส(มารร้าย) ที่ปฏิเสธไม่ยอมสุญูดเพราะความเย่อหยิ่ง พร้อมกับกล่าวว่า "จะให้ฉันสุญูดต่อผู้ที่พระองค์ทรงสร้างเขามาจากดินทั้งๆที่พระองค์ทรงสร้างฉันมาจากไฟกระนั้นหรือ?!" ดังนั้นฉันย่อมมีเกียรติเหนือกว่าเขา

17:62Page 288

قَالَ أَرَءَيۡتَكَ هَٰذَا ٱلَّذِي كَرَّمۡتَ عَلَيَّ لَئِنۡ أَخَّرۡتَنِ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِ لَأَحۡتَنِكَنَّ ذُرِّيَّتَهُۥٓ إِلَّا قَلِيلٗا ٦٢

[Iblees] said, "Do You see this one whom You have honored above me? If You delay me [i.e., my death] until the Day of Resurrection, I will surely destroy1 his descendants, except for a few."

อิบลีส(มารร้าย)ได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาอีกว่า "พระองค์ทรงพิจารณาดูหน่อยซิ นี่นะหรือที่พระองค์ทรงยกย่องให้เหนือกว่าฉันด้วยการสั่งให้ฉันทำการสุญูดต่อเขา? ถ้าหากพระองค์ทรงผ่อนปรนอายุไขของฉันไปจนถึงวันสุดท้ายของโลกใบนี้ แน่นอนฉันจะหลอกล่อลูกหลานของเขาและเบี่ยงเบน(ความสนใจของพวกเขา)ทุกคนให้ออกไปจากแนวทางที่เที่ยงตรง เว้นแต่เพียงกลุ่มน้อยนิดเท่านั้นที่พระองค์ทรงคุ้มครองพวกเขา(จากการหลอกลวงของฉัน) ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาบ่าวผู้ศรัทธาต่อพระองค์อย่างบริสุทธิ์ใจจริงๆ"

17:63Page 288

قَالَ ٱذۡهَبۡ فَمَن تَبِعَكَ مِنۡهُمۡ فَإِنَّ جَهَنَّمَ جَزَآؤُكُمۡ جَزَآءٗ مَّوۡفُورٗا ٦٣

[Allāh] said, "Go, for whoever of them follows you, indeed Hell will be the recompense of [all of] you - an ample recompense.

พระผู้อภิบาลของเขา(อิบลีส)ทรงตรัสแก่เขาว่า"เจ้าและผู้ปฏิบัติตามเจ้าจงออกไปให้พ้น แท้จริงนรกญะฮันนัมเป็นรางวัลสำหรับเจ้าและสำหรับพวกเขาเช่นกันซึ่งเป็นรางวัลที่สมบูรณ์และเตรียมพร้อมแล้วเพื่อเป็นการตอบแทนต่อการกระทำของพวกเจ้า"

17:64Page 288

وَٱسۡتَفۡزِزۡ مَنِ ٱسۡتَطَعۡتَ مِنۡهُم بِصَوۡتِكَ وَأَجۡلِبۡ عَلَيۡهِم بِخَيۡلِكَ وَرَجِلِكَ وَشَارِكۡهُمۡ فِي ٱلۡأَمۡوَٰلِ وَٱلۡأَوۡلَٰدِ وَعِدۡهُمۡۚ وَمَا يَعِدُهُمُ ٱلشَّيۡطَٰنُ إِلَّا غُرُورًا ٦٤

And incite [to senselessness] whoever you can among them with your voice and assault them with your horses and foot soldiers and become a partner in their wealth and their children and promise them." But Satan does not promise them except delusion.

อิบลีส(มารร้าย)เอ๋ย เจ้าจงหลอกล่อผู้ที่เจ้าสามารถหลอกล่อพวกเขาได้ให้หลงผิดด้วยเสียงของเจ้าที่เรียกร้องสู่การเนรคุณ และจงระดมขบวนทหารม้าและพลเดินเท้าของเจ้ามาร่วมสมทบเพื่อการหลอกล่อผู้คนให้หลงเชื่อตามพวกเจ้า และเจ้าจงเป็นหุ่นส่วนกับพวกเขา(มนุษย์)ในทรัพย์สินของพวกเขาโดยให้พวกเขาได้เห็นทุกๆกิจการทางการเงินที่ผิดต่อหลักการอิสลามเป็นสิ่งสวยงาม และเจ้าจงเป็นหุ่นส่วนกับพวกเขาในลูกหลานของพวกเขาด้วยการอ้างโกหกไปว่าลูกหลานเหล่านี้ได้มาโดยการผิดประเวณี และจงทำให้พวกเขาเป็นบ่าวต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ในช่วงเวลาแห่งการกล่าว"บิสมิลลาฮ์" และเจ้าจงประดับให้แก่พวกเขาซึ่งสัญญาเท็จต่างๆ และความหวังอันจอมปลอมทั้งหลายให้สวยงาม และชัยตอนจะไม่สัญญาใดๆแก่พวกเขา นอกจากเป็นสัญญาที่โกหกหลอกลวง

17:65Page 288

إِنَّ عِبَادِي لَيۡسَ لَكَ عَلَيۡهِمۡ سُلۡطَٰنٞۚ وَكَفَىٰ بِرَبِّكَ وَكِيلٗا ٦٥

Indeed, over My [believing] servants there is for you no authority. And sufficient is your Lord as Disposer of affairs.1

โอ้อิบลีส(มารร้าย) เจ้าไม่มีอำนาจใดเหนือปวงบ่าวผู้ศรัทธาที่เคร่งครัดของข้าอย่างเด็ดขาด เพราะว่าพระองค์จะทรงคุ้มครองปกป้องพวกเขาจากความชั่วร้ายของเจ้า และพอเพียงแล้วที่อัลลอฮฺทรงเป็นผู้คุ้มครองแด่ผู้ที่มอบหมายต่อพระองค์ในการงานต่างๆของเขา

17:66Page 288

رَّبُّكُمُ ٱلَّذِي يُزۡجِي لَكُمُ ٱلۡفُلۡكَ فِي ٱلۡبَحۡرِ لِتَبۡتَغُواْ مِن فَضۡلِهِۦٓۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِكُمۡ رَحِيمٗا ٦٦

It is your Lord who drives the ship for you through the sea that you may seek of His bounty. Indeed, He is ever, to you, Merciful.

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าคือผู้ทรงทำให้เรือของพวกเจ้าแล่นในทะเล เพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาปัจจัยยังชีพที่มีผลกำไรจากการค้าขายและอื่นๆ แท้จริงพระองค์ทรงเมตตาแก่พวกเจ้าเสมอ ซึ่งได้อำนวยความสะดวกแก่พวกเจ้าด้วยกับการข่นส่งเหล่านี้

17:67Page 289

وَإِذَا مَسَّكُمُ ٱلضُّرُّ فِي ٱلۡبَحۡرِ ضَلَّ مَن تَدۡعُونَ إِلَّآ إِيَّاهُۖ فَلَمَّا نَجَّىٰكُمۡ إِلَى ٱلۡبَرِّ أَعۡرَضۡتُمۡۚ وَكَانَ ٱلۡإِنسَٰنُ كَفُورًا ٦٧

And when adversity touches you at sea, lost are [all] those you invoke except for Him. But when He delivers you to the land, you turn away [from Him]. And ever is man ungrateful.

และเมื่อพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย- ได้ประสบกับทุกข์ภัยในท้องทะเลจนพวกเจ้ากลัวกับความหายนะที่จะเกิดขึ้น ทำให้พวกเจ้าลืมทุกสิ่งที่เคยเคารพบูชานอกจากอัลลอฮ์ผู้เดียว และไม่รำลึกถึงสิ่งใดนอกจากอัลลอฮ์พระองค์เดียวแล้วพวกเจ้าก็ได้ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ขึ้นบกด้วยความปลอดภัยและรอดพ้นจากสิ่งที่พวกเจ้ากลัวนั้น พวกเจ้าก็ผินหลังให้พระองค์จากที่เคยบริสุทธิ์ใจในเอกภาพของพระองค์และวิงวอนต่อพระองค์สู่การเคารพบูชาต่อรูปปั้นของพวกเจ้ายังเดิม แท้จริงแล้ว มนุษย์นั้นมักเป็นผู้เนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮฺเสมอ

17:68Page 289

أَفَأَمِنتُمۡ أَن يَخۡسِفَ بِكُمۡ جَانِبَ ٱلۡبَرِّ أَوۡ يُرۡسِلَ عَلَيۡكُمۡ حَاصِبٗا ثُمَّ لَا تَجِدُواْ لَكُمۡ وَكِيلًا ٦٨

Then do you feel secure that [instead] He will not cause a part of the land to swallow you or send against you a storm of stones? Then you would not find for yourselves an advocate.

พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือ -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายเอ๋ย- หลังจากที่พวกเจ้าได้ขึ้นบก แล้วอัลลอฮ์ทำให้มันถล่มลงไปทำให้พวกเจ้าจมหายไปใต้แผ่นดิน?! หรือว่าพวกเจ้าจะรอดหากพระองค์ได้ทรงทำให้ฝนตกเป็นก้อนหินหล่นใส่พวกเจ้า ดังเช่นการลงโทษของพระองค์ต่อกลุ่มชนนบีลูฏกระนั้นหรือ? เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่มีผู้ใดที่คอยคุ้มครองดูแล หรือแม้แต่ผู้ที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าให้รอดพ้นจากความหายนะที่เกิดขึ้น

17:69Page 289

أَمۡ أَمِنتُمۡ أَن يُعِيدَكُمۡ فِيهِ تَارَةً أُخۡرَىٰ فَيُرۡسِلَ عَلَيۡكُمۡ قَاصِفٗا مِّنَ ٱلرِّيحِ فَيُغۡرِقَكُم بِمَا كَفَرۡتُمۡ ثُمَّ لَا تَجِدُواْ لَكُمۡ عَلَيۡنَا بِهِۦ تَبِيعٗا ٦٩

Or do you feel secure that He will not send you back into it [i.e., the sea] another time and send upon you a hurricane of wind and drown you for what you denied?1 Then you would not find for yourselves against Us an avenger.2

หรือพวกเจ้ารู้สึกปลอดภัย หากอัลลอฮ์ได้ส่งพวกเจ้ากลับสู่ทะเลอีกครั้งแล้วส่งลมแรงกระหน่ำใส่พวกเจ้าทำให้พวกเจ้าต้องจมน้ำตาย เนื่องจากการเนรคุณของพวกเจ้าที่มีต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์หลังจากที่พระองค์ทรงช่วยพวกเจ้าในครั้งแรก และพวกเจ้าจะไม่พบผู้ใดที่จะมาร้องเรียนต่อพระองค์ถึงสิ่งที่พระองค์ได้ลงโทษพวกเจ้าเพื่อเข้าข้างหรือช่วยเหลือพวกเจ้าอย่างแน่นอน

17:70Page 289

۞ وَلَقَدۡ كَرَّمۡنَا بَنِيٓ ءَادَمَ وَحَمَلۡنَٰهُمۡ فِي ٱلۡبَرِّ وَٱلۡبَحۡرِ وَرَزَقۡنَٰهُم مِّنَ ٱلطَّيِّبَٰتِ وَفَضَّلۡنَٰهُمۡ عَلَىٰ كَثِيرٖ مِّمَّنۡ خَلَقۡنَا تَفۡضِيلٗا ٧٠

And We have certainly honored the children of Adam and carried them on the land and sea and provided for them of the good things and preferred them over much of what We have created, with [definite] preference.

และแน่นอนเราได้ให้เกียรติแก่ลูกหลานของอาดัมด้วยการประทานสติปัญญาและการให้บรรดามลาอิกะฮ์ได้สุญูด(กราบ)ต่อบิดาของพวกเขา(นบีอาดัม)และอื่นๆอีกมากมาย และเราได้สร้างความสะดวกแก่พวกเขา ด้วยสิ่งที่ใช้ในการขนส่งทางบกที่เป็นสัตว์พาหนะ หรือสิ่งที่ใช้ขนส่งทางทะเลเช่น เรือเป็นต้น และพระองค์ได้ประทานปัจจัยยังชีพที่ดีแก่พวกเขา ทั้งที่เป็นอาหาร เครื่องดื่ม และคู่ชีวิตที่ดี ฯลฯ และเราได้ให้ความประเสริฐอย่างมากมายแก่พวกเขาเหนือกว่าสิ่งที่ถูกสร้างอื่นๆ ของพระองค์ เพราะฉะนั้นแล้วจำเป็นสำหรับพวกเขาต้องสำนึกในความกรุณาของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา

17:71Page 289

يَوۡمَ نَدۡعُواْ كُلَّ أُنَاسِۭ بِإِمَٰمِهِمۡۖ فَمَنۡ أُوتِيَ كِتَٰبَهُۥ بِيَمِينِهِۦ فَأُوْلَٰٓئِكَ يَقۡرَءُونَ كِتَٰبَهُمۡ وَلَا يُظۡلَمُونَ فَتِيلٗا ٧١

[Mention, O Muḥammad], the Day We will call forth every people with their record [of deeds].1 Then whoever is given his record in his right hand - those will read their records, and injustice will not be done to them, [even] as much as a thread [inside the date seed].

จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- วันที่พระองค์จะทรงเรียกทุกหมู่ชนพร้อมด้วยบรรดาผู้นำของหมู่ชนเหล่านั้นที่เคยติดตามพวกเขาบนโลกดุนยานี้ ดังนั้นผู้ใดที่ได้รับบันทึกการงานของเขาด้วยมือขวา พวกเขาก็จะอ่านบันทึกนั้นด้วยความปิติยินดียิ่ง ซึ่งในนั้นจะบันทึกผลบุญความดีให้ทั้งหมดโดยไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ แม้แต่น้อยนิดแม้จะเท่าเส้นด้ายกลางเมล็ดอินทผาลัมก็ตาม

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском