Al-MukhtasarAl‑Isra · 17:72–110

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Isra 17:72–110

17:72Page 289

وَمَن كَانَ فِي هَٰذِهِۦٓ أَعۡمَىٰ فَهُوَ فِي ٱلۡأٓخِرَةِ أَعۡمَىٰ وَأَضَلُّ سَبِيلٗا ٧٢

And whoever is blind1 in this [life] will be blind in the Hereafter and more astray in way.

และผู้ใดที่ใช้ชีวิตในโลกนี้ด้วยหัวใจที่บอดต่อการเห็นถึงสัจธรรมที่จะน้อมรับในสัจธรรม ดังนั้นในโลกหน้าเขาก็จะบอดยิ่งกว่า เพราะเขาจะไม่เห็นทางสู่สรวงสววรค์ และหลงจากทางแห่งความถูกต้อง เพราะรางวัลแห่งการตอบแทนนั้นจะเป็นชนิดเดียวกันกับการงานที่ได้กระทำลงไป

17:73Page 289

وَإِن كَادُواْ لَيَفۡتِنُونَكَ عَنِ ٱلَّذِيٓ أَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡكَ لِتَفۡتَرِيَ عَلَيۡنَا غَيۡرَهُۥۖ وَإِذٗا لَّٱتَّخَذُوكَ خَلِيلٗا ٧٣

And indeed, they were about to tempt you away from that which We revealed to you in order to [make] you invent about Us something else; and then they would have taken you as a friend.

และบรรดาผู้ตังภาคีอาจทำให้เจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- อาจทำให้เจ้าหลงไปจากสิ่งที่เราได้วะห์ยูให้แก่เจ้าจากอัลกุรอาน เพื่อให้เจ้าได้อุปโลกน์สิ่งอื่นขึ้นมาในนามของเราให้สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาแทนที่อัลกุรอาน และหากเจ้าทำตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการแล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะเลือกเจ้าเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง

17:74Page 289

وَلَوۡلَآ أَن ثَبَّتۡنَٰكَ لَقَدۡ كِدتَّ تَرۡكَنُ إِلَيۡهِمۡ شَيۡـٔٗا قَلِيلًا ٧٤

And if We had not strengthened you, you would have almost inclined to them a little.

และหากเราไม่ทำให้เจ้าได้ยืนหยัดตั้งมั่นอยู่ในสัจธรรมแล้ว แน่นอนเจ้าอาจจะโน้มเอียงไปทางพวกเขาบ้างเล็กน้อย แล้วเจ้าก็จะเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขานำเสนอแก่เจ้า เนื่องด้วยการหลอกลวงและเล่ห์เหลี่ยมที่ร้ายกาจของพวกเขา ผนวกกับความจริงจังของเจ้าที่มีต่อการเรียกร้องพวกเขาสู่การศรัทธา แต่พระองค์ได้ปกป้องรักษาเจ้าจากการหันเหไปทางพวกเขา

17:75Page 289

إِذٗا لَّأَذَقۡنَٰكَ ضِعۡفَ ٱلۡحَيَوٰةِ وَضِعۡفَ ٱلۡمَمَاتِ ثُمَّ لَا تَجِدُ لَكَ عَلَيۡنَا نَصِيرٗا ٧٥

Then [if you had], We would have made you taste double [punishment in] life and double [after] death. Then you would not find for yourself against Us a helper.

และหากเจ้าได้โน้มเอียงไปทางพวกเขาโดยเชื่อในสิ่งที่พวกเขานำเสนอแก่เจ้า แน่นอนพระองค์จะให้เจ้าได้ลิ้มรสแห่งการลงโทษเป็นสองเท่าทั้งในโลกนี้และโลกหน้าด้วยเช่นกัน แล้วเจ้าจะไม่พบผู้ใดที่จะมาช่วยเหลือปกป้องเจ้าจากการลงโทษของเรา

17:76Page 290

وَإِن كَادُواْ لَيَسۡتَفِزُّونَكَ مِنَ ٱلۡأَرۡضِ لِيُخۡرِجُوكَ مِنۡهَاۖ وَإِذٗا لَّا يَلۡبَثُونَ خِلَٰفَكَ إِلَّا قَلِيلٗا ٧٦

And indeed, they were about to provoke [i.e., drive] you from the land [i.e., Makkah] to evict you therefrom. And then [when they do], they will not remain [there] after you, except for a little.1

และแน่นอนเหล่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเกือบจะประสบความสำเร็จในการบีบคั้นเจ้าเพราะความเป็นศัตรูของพวกเขาที่มีต่อเจ้า เพื่อขับไล่เจ้าให้ออกจากแผ่นดินมักกะฮ์ แต่อัลลอฮ์ทรงปกป้องเจ้าจากการขับไล่ของพวกเขาจนถึงวันที่เจ้าได้ทำการอพยพด้วยคำสั่งของพระผู้อภิบาลของเจ้า และหากพวกเขาสามารถขับไล่เจ้าออกไปจริงๆ พวกเขาก็จะไม่ได้อยู่ที่นั่นเช่นกันนอกจากในเวลาที่สั้นเท่านั้น

17:77Page 290

سُنَّةَ مَن قَدۡ أَرۡسَلۡنَا قَبۡلَكَ مِن رُّسُلِنَاۖ وَلَا تَجِدُ لِسُنَّتِنَا تَحۡوِيلًا ٧٧

[That is Our] established way for those We had sent before you of Our messengers; and you will not find in Our way any alteration.

กฎการตัดสินของอัลลอฮ์หลังจากการออกของเจ้าจากแผ่นดินนั้น คือจะไม่ให้พวกเขาพำนักอยู่ในนั้นนอกจากเวลาสั้นๆนั้น มันเป็นกฎการตัดสินของอัลลอฮ์ที่มีต่อทุกเราะสูลก่อนหน้าเจ้า กล่าวคือ เราะสูลท่านใดที่ถูกประชาชาติของเขาขับไล่ออกจากเมืองของพวกเขา อัลลอฮฺจะทรงลงโทษพวกเขาโดยทันที และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะไม่พบถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎของพระองค์อย่างแน่นอน เพราะเจ้าจะเห็นมันมั่นคงถาวร

17:78Page 290

أَقِمِ ٱلصَّلَوٰةَ لِدُلُوكِ ٱلشَّمۡسِ إِلَىٰ غَسَقِ ٱلَّيۡلِ وَقُرۡءَانَ ٱلۡفَجۡرِۖ إِنَّ قُرۡءَانَ ٱلۡفَجۡرِ كَانَ مَشۡهُودٗا ٧٨

Establish prayer at the decline of the sun [from its meridian] until the darkness of the night1 and [also] the Qur’ān [i.e., recitation] of dawn.2 Indeed, the recitation of dawn is ever witnessed.

จงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดด้วยการประกอบในลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุดในเวลาของมัน เริ่มจากดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศตะวันตกหลังเที่ยงวัน ซึ่งจะเป็นเวลาของการละหมาดซุฮ์รีย์และอัสรี่ย์ตามลำดับ ไปจนถึงความมืดในเวลากลางคืนซึ่งจะเป็นเวลาของการละหมาดมัฆริบและอิชาตามลำดับ และจงดำรงการละหมาดซุบฮีย์(ช่วงเวลารุ่งอรุณ)พร้อมๆกับเลือกอ่านสูเราะฮฺที่ยาวๆ เพราะว่าในการละหมาดซุบฮีย์นี้ จะมีบรรดามลาอิกะฮ์ทั้งกลางวันและกลางคืนมารวมตัวกันเป็นพยานแก่ผู้ดำรงละหมาด

17:79Page 290

وَمِنَ ٱلَّيۡلِ فَتَهَجَّدۡ بِهِۦ نَافِلَةٗ لَّكَ عَسَىٰٓ أَن يَبۡعَثَكَ رَبُّكَ مَقَامٗا مَّحۡمُودٗا ٧٩

And from [part of] the night, pray1 with it [i.e., recitation of the Qur’ān] as additional [worship] for you; it is expected that2 your Lord will resurrect you to a praised station.3

นอกจากนั้น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เจ้าจงตื่นละหมาดในบางเวลาในยามกลางคืน ซึ่งการละหมาดตรงนี้จะเพิ่มพูนผลบุญและเป็นการยกสถานะของเจ้าให้สูงขึ้น เพื่อเป็นการขอให้พระผู้อภิบาลของเจ้าได้ให้เจ้าฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮ์ในสถานะของผู้ช่วยเหลือผู้อื่นจากความหวาดกลัวต่างๆที่พวกเขาต้องประสบในวันนั้น และเพื่อให้เจ้าได้อยู่ในสถานะแห่งการ ช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ ที่เหล่าบรรดาคนยุคแรกๆและยุคหลังๆได้ทำการสรรเสริญ

17:80Page 290

وَقُل رَّبِّ أَدۡخِلۡنِي مُدۡخَلَ صِدۡقٖ وَأَخۡرِجۡنِي مُخۡرَجَ صِدۡقٖ وَٱجۡعَل لِّي مِن لَّدُنكَ سُلۡطَٰنٗا نَّصِيرٗا ٨٠

And say, "My Lord, cause me to enter a sound entrance1 and to exit a sound exit2 and grant me from Yourself a supporting authority."

และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดทำให้เส้นทางเข้าออก(ของทุกๆสิ่ง)ในชีวิตของฉันเต็มไปด้วยสัจธรรมที่ทำให้ภักดีต่อพระองค์ และเป็นที่พึงพอใจของพระองค์เถิด และโปรดทรงช่วยเหลือฉันโดยการให้ฉันมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนเหนือศัตรูของฉัน"

17:81Page 290

وَقُلۡ جَآءَ ٱلۡحَقُّ وَزَهَقَ ٱلۡبَٰطِلُۚ إِنَّ ٱلۡبَٰطِلَ كَانَ زَهُوقٗا ٨١

And say, "Truth has come, and falsehood has departed. Indeed is falsehood, [by nature], ever bound to depart."

และจงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้น ว่า :"สัจธรรมแห่งอิสลามได้มาถึงแล้ว และสัญญาแห่งการช่วยเหลือของอัลลอฮฺก็เป็นจริงขึ้นมา ทำให้การตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ได้มลายหายไป แท้จริงแล้วความเท็จนั้นย่อมมลายไปเสมอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัจธรรม"

17:82Page 290

وَنُنَزِّلُ مِنَ ٱلۡقُرۡءَانِ مَا هُوَ شِفَآءٞ وَرَحۡمَةٞ لِّلۡمُؤۡمِنِينَ وَلَا يَزِيدُ ٱلظَّٰلِمِينَ إِلَّا خَسَارٗا ٨٢

And We send down of the Qur’ān that which is healing and mercy for the believers, but it does not increase the wrongdoers except in loss.

และเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาเพื่อเป็นการบำบัดรักษาหัวใจจากความโง่เขลา การปฏิเสธศรัทธา และการสงสัยทั้งหลาย และเพื่อเป็นการบำบัดรักษาร่างกายด้วยการปัดเป่ารักษา และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่หมั่นปฏิบัติตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด และอัลกุรานก็มิอาจจะเพิ่มสิ่งใดๆแก่พวกอธรรมนอกจากความพินาศและขาดทุนเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า ทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินมันก็จะรู้สึกไม่พอใจ และจะทำให้เกิดการปฏิเสธเพิ่มขึ้น และผินหลังจากมันไป

17:83Page 290

وَإِذَآ أَنۡعَمۡنَا عَلَى ٱلۡإِنسَٰنِ أَعۡرَضَ وَنَـَٔا بِجَانِبِهِۦ وَإِذَا مَسَّهُ ٱلشَّرُّ كَانَ يَـُٔوسٗا ٨٣

And when We bestow favor upon man [i.e., the disbeliever], he turns away and distances himself; and when evil touches him, he is ever despairing.

และเมื่อเราได้ประทานความโปรดปรานแก่มนุษย์เช่นการให้มีสุขภาพที่ดีและความร่ำรวย พวกเขาก็จะผินหลังให้ไม่สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์และจะไม่ภัคดีต่อพระองค์ และยังปลีกตัวเย่อหยิ่งอีกด้วย และเมื่อพวกเขาประสบความเจ็บป่วยและความยากจน พวกเขาก็จะทุกข์ใจ และสิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ

17:84Page 290

قُلۡ كُلّٞ يَعۡمَلُ عَلَىٰ شَاكِلَتِهِۦ فَرَبُّكُمۡ أَعۡلَمُ بِمَنۡ هُوَ أَهۡدَىٰ سَبِيلٗا ٨٤

Say, "Each works according to his manner, but your Lord is most knowing of who is best guided in way."

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- มนุษย์ทุกคนจะกระทำตามเส้นทางที่ตนเองต้องการ ที่มีลักษณะคล้ายกับพฤติกรรมของเขาทั้งในทางแห่งสัจธรรมหรือในทางที่หลงผิด เพราะฉะนั้น พระผู้อภิบาลของเจ้าทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่ควรได้รับแนวทางแห่งสัจธรรมที่แท้จริง

17:85Page 290

وَيَسۡـَٔلُونَكَ عَنِ ٱلرُّوحِۖ قُلِ ٱلرُّوحُ مِنۡ أَمۡرِ رَبِّي وَمَآ أُوتِيتُم مِّنَ ٱلۡعِلۡمِ إِلَّا قَلِيلٗا ٨٥

And they ask you, [O Muḥammad], about the soul. Say, "The soul is of the affair [i.e., concern] of my Lord. And you [i.e., mankind] have not been given of knowledge except a little."

และบรรดาชาวยิวจะถามเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เกี่ยวกับลักษณะของวิญญาณ จงบอกพวกเขาเถิดว่า "ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องวิญญาณจริงเว้นแต่อัลลอฮ์เท่านั้น และความรู้ที่พวกเจ้าและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้รับนั้นรวมกันแล้ว มันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากนำมาเทียบกับความรู้ของอัลลอฮ์ผู้ทรงบริสุทธิ์

17:86Page 290

وَلَئِن شِئۡنَا لَنَذۡهَبَنَّ بِٱلَّذِيٓ أَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡكَ ثُمَّ لَا تَجِدُ لَكَ بِهِۦ عَلَيۡنَا وَكِيلًا ٨٦

And if We willed, We could surely do away with that which We revealed to you. Then you would not find for yourself concerning it an advocate against Us.

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮ์ -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่า หากเราประสงค์ที่จะลบวะห์ยู(คำสั่งและบทบัญญัติต่างๆ ที่ได้ประทานให้แก่เจ้า) ออกไปจากความทรงจำของเจ้า และจากคัมภีร์แน่นอนมันก็จะหายไป จากนั้นเจ้าจะไม่พบใครที่จะช่วยเจ้าในการนำมันกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งได้

17:87Page 291

إِلَّا رَحۡمَةٗ مِّن رَّبِّكَۚ إِنَّ فَضۡلَهُۥ كَانَ عَلَيۡكَ كَبِيرٗا ٨٧

Except [We have left it with you] as a mercy from your Lord. Indeed, His favor upon you has ever been great.

แต่เราไม่ได้ลบล้างวะห์ยูออกไปจากเจ้า เพราะความเมตตาจากพระผู้อภิบาลของเจ้า และได้รักษามันไว้อย่างดี แท้จริงความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเจ้านั้นใหญ่หลวงนัก ซึ่งพระองค์ได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นศาสนทูตของพระองค์ และยังเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายพร้อมๆกับได้รับคัมภีร์อัลกุรอานอีกด้วย

17:88Page 291

قُل لَّئِنِ ٱجۡتَمَعَتِ ٱلۡإِنسُ وَٱلۡجِنُّ عَلَىٰٓ أَن يَأۡتُواْ بِمِثۡلِ هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانِ لَا يَأۡتُونَ بِمِثۡلِهِۦ وَلَوۡ كَانَ بَعۡضُهُمۡ لِبَعۡضٖ ظَهِيرٗا ٨٨

Say, "If mankind and the jinn gathered in order to produce the like of this Qur’ān, they could not produce the like of it, even if they were to each other assistants."

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- หากมนุษย์และญินรวมตัวกันทั้งหมดเพื่อจะแต่งหนังสือเฉกเช่นอัลกุรอานที่ถูกประทานให้แก่เจ้า เทียบเคียงกันทั้งในความลึกซึ้งของความหมาย และความสละสลวยของการเรียบเรียงเนี้อหา แน่นอนพวกเขาไม่อาจจะกระทำเช่นนั้นได้เป็นอันขาด ถึงแม้ว่าต่างคนก็ต่างช่วยเหลือกันและกันอย่างสุดความสามารถก็ตาม

17:89Page 291

وَلَقَدۡ صَرَّفۡنَا لِلنَّاسِ فِي هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانِ مِن كُلِّ مَثَلٖ فَأَبَىٰٓ أَكۡثَرُ ٱلنَّاسِ إِلَّا كُفُورٗا ٨٩

And We have certainly diversified for the people in this Qur’ān from every [kind of] example, but most of the people refused except disbelief.

และแท้จริงเราได้อธิบายแก่มวลมนุษย์ในอัลกุรอานเล่มนี้ และได้ใช้วิธีที่หลากหลายในการอธิบาย จะเป็นการตักเตือน บอกเล่าบทเรียน การสั่งใช้และการสั่งห้าม และประวัติของชนชาติก่อนๆ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อให้พวกเขาได้ศรัทธา แต่มนุษย์ส่วนใหญ่จะดื้อและปฏิเสธต่อคำภีร์อัลกุรอานนี้

17:90Page 291

وَقَالُواْ لَن نُّؤۡمِنَ لَكَ حَتَّىٰ تَفۡجُرَ لَنَا مِنَ ٱلۡأَرۡضِ يَنۢبُوعًا ٩٠

And they say, "We will not believe you until you break open for us from the ground a spring

และบรรดามุชรีกีน(ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์) กล่าวว่า "เราจะไม่ศรัทธาต่อเจ้า จนกว่าเจ้าจะทำให้น้ำพุพุ่งออกมาจากแผ่นดินมักกะฮฺแห่งนี้โดยไหลรินเป็นลำธารอย่างไม่ขาดสาย"

17:91Page 291

أَوۡ تَكُونَ لَكَ جَنَّةٞ مِّن نَّخِيلٖ وَعِنَبٖ فَتُفَجِّرَ ٱلۡأَنۡهَٰرَ خِلَٰلَهَا تَفۡجِيرًا ٩١

Or [until] you have a garden of palm trees and grapes and make rivers gush forth within them in force [and abundance]

"หรือ (จนกว่า) เจ้าจะมีสวนอินทผลัมและสวนองุ่นมากมาย และทำให้ลำน้ำหลายสายไหลเข้าไปในสวนนั้นอย่างล้นหลาม"

17:92Page 291

أَوۡ تُسۡقِطَ ٱلسَّمَآءَ كَمَا زَعَمۡتَ عَلَيۡنَا كِسَفًا أَوۡ تَأۡتِيَ بِٱللَّهِ وَٱلۡمَلَٰٓئِكَةِ قَبِيلًا ٩٢

Or you make the heaven fall upon us in fragments as you have claimed or you bring Allāh and the angels before [us]

"หรือ(จนกว่าเจ้าจะทำให้ท้องฟ้าร่วงลงมาบนพวกเราเป็นเสี่ยงๆ ตามที่เจ้าได้ขู่เราว่าจะลงโทษ พวกเรา หรือเจ้านำอัลลอฮ์และบรรดามลาอิกะฮ์มาปรากฎต่อหน้าเรา เพื่อเป็นพยานแก่เจ้าในสิ่งที่เจ้าได้นำมาเผยแพร่"

17:93Page 291

أَوۡ يَكُونَ لَكَ بَيۡتٞ مِّن زُخۡرُفٍ أَوۡ تَرۡقَىٰ فِي ٱلسَّمَآءِ وَلَن نُّؤۡمِنَ لِرُقِيِّكَ حَتَّىٰ تُنَزِّلَ عَلَيۡنَا كِتَٰبٗا نَّقۡرَؤُهُۥۗ قُلۡ سُبۡحَانَ رَبِّي هَلۡ كُنتُ إِلَّا بَشَرٗا رَّسُولٗا ٩٣

Or you have a house of ornament [i.e., gold] or you ascend into the sky. And [even then], we will not believe in your ascension until you bring down to us a book we may read." Say, "Exalted is my Lord! Was I ever but a human messenger?"

"หรือ(จนกว่า)เจ้าจะมีบ้านที่ประดับประดาด้วยทองคำและด้วยอื่นๆไว้หนึ่งหลัง หรือเจ้าขึ้นสู่ฟากฟ้าและเราจะยังไม่ศรัทธาว่าเจ้าเป็นเราะสูล แม้ว่าเจ้าสามารถขึ้นไปยังฟากฟ้าได้ นอกจากว่าเจ้าได้นำคำภีร์จากอัลลอฮ์เล่มหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ให้เราได้อ่านว่าเจ้านั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์จริง" จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "มหาบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันไม่ได้เป็นอะไร นอกจากเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีหน้าที่เป็นเราะสูล เหมือนกับบรรดาเราะสูลท่านอื่นๆ ฉันไม่สามารถที่จะนำสิ่งใดๆได้ ดังนั้นจะให้ฉันทำตามที่พวกเจ้าเรียกร้องเอาไว้ได้อย่างไรกัน?!"

17:94Page 291

وَمَا مَنَعَ ٱلنَّاسَ أَن يُؤۡمِنُوٓاْ إِذۡ جَآءَهُمُ ٱلۡهُدَىٰٓ إِلَّآ أَن قَالُوٓاْ أَبَعَثَ ٱللَّهُ بَشَرٗا رَّسُولٗا ٩٤

And what prevented the people from believing when guidance came to them except that they said, "Has Allāh sent a human messenger?"

และไม่มีสิ่งใดที่จะกีดกันผู้ปฏิเสธศรัทธาในการที่จะศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์และปฏิบัติตามที่ท่านเราะสูลได้นำมา นอกจากพวกเขาไม่ยอมรับการเป็นเราะสูลที่มาจากมนุษย์ ดังที่พวกเขาได้ถามในเชิงปฏิเสธว่า "อัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งศาสนทูตของพระองค์มาจากมนุษย์กระนั้นหรือ?!"

17:95Page 291

قُل لَّوۡ كَانَ فِي ٱلۡأَرۡضِ مَلَٰٓئِكَةٞ يَمۡشُونَ مُطۡمَئِنِّينَ لَنَزَّلۡنَا عَلَيۡهِم مِّنَ ٱلسَّمَآءِ مَلَكٗا رَّسُولٗا ٩٥

Say, "If there were upon the earth angels walking securely,1 We would have sent down to them from the heaven an angel [as a] messenger."

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เพื่อเป็นการตอบกลับไปยังพวกเขาว่า"ถ้าหากบรรดามลาอิกะฮ์อาศัยอยู่บนโลกนี้และไปไหนมาไหนได้โดยสงบดังเช่นพวกเจ้าแล้ว แน่นอนเราก็จะส่งมลาอิกะฮ์มาเป็นเราะสูลแก่พวกเขา เพราะเขาสามารถที่จะทำให้พวกเขาเข้าใจในบทบัญญัติที่พระองค์ได้ประทานลงมายังพวกเขา จึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องหากพระองค์ส่งศาสนทูตที่เป็นมนุษย์มายังพวกเขา เชกเช่นกรณีของพวกเจ้าก็เหมือนกัน"

17:96Page 291

قُلۡ كَفَىٰ بِٱللَّهِ شَهِيدَۢا بَيۡنِي وَبَيۡنَكُمۡۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِعِبَادِهِۦ خَبِيرَۢا بَصِيرٗا ٩٦

Say, "Sufficient is Allāh as Witness between me and you. Indeed He is ever, concerning His servants, Aware and Seeing."

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- "พอเพียงแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า ที่ยืนยันว่าฉันนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์ที่ถูกส่งมายังพวกเจ้า และเป็นพยานว่าฉันได้ทำหน้าที่เผยแพร่ในสิ่งได้รับมอบหมายแล้วอย่างสมบูรณ์ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับปวงบ่าวของพระองค์โดยมิอาจปิดบังพระองค์ได้ และทรงเห็นทุกสิ่งที่เป็นเรื่องลับในตัวของพวกเขา"

17:97Page 292

وَمَن يَهۡدِ ٱللَّهُ فَهُوَ ٱلۡمُهۡتَدِۖ وَمَن يُضۡلِلۡ فَلَن تَجِدَ لَهُمۡ أَوۡلِيَآءَ مِن دُونِهِۦۖ وَنَحۡشُرُهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ عَلَىٰ وُجُوهِهِمۡ عُمۡيٗا وَبُكۡمٗا وَصُمّٗاۖ مَّأۡوَىٰهُمۡ جَهَنَّمُۖ كُلَّمَا خَبَتۡ زِدۡنَٰهُمۡ سَعِيرٗا ٩٧

And whoever Allāh guides - he is the [rightly] guided; and whoever He sends astray1 - you will never find for them protectors besides Him, and We will gather them on the Day of Resurrection [fallen] on their faces - blind, dumb and deaf. Their refuge is Hell; every time it subsides, We increase [for] them blazing fire.

และผู้ใดที่ได้รับการชี้นำจากอัลลอฮ์ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นเขาคือผู้ที่ได้รับทางนำอย่างแท้จริง และผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้เขาหลงผิดจากทางนำแล้ว เจ้า(โอ้มุหัมมัด)จะไม่พบผู้ช่วยเหลือพวกเขาที่จะนำทางแห่งสัจธรรมแก่เขา หรือสามารถคุ้มครองพวกเขาจากความชั่ว และแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพวกเขาอีกต่อไป และในวันปรโลกนั้นพวกเขาจะถูกลากด้วยใบหน้าของพวกเขา ในสภาพตาบอด เป็นใบ้ และหูหนวก ที่พำนักของพวกเขาคือนรกญะฮันนัม เมื่อใดก็ตามที่ไฟได้มอด เราก็จะให้มันลุกโชนขึ้นอีกสำหรับพวกเขา

17:98Page 292

ذَٰلِكَ جَزَآؤُهُم بِأَنَّهُمۡ كَفَرُواْ بِـَٔايَٰتِنَا وَقَالُوٓاْ أَءِذَا كُنَّا عِظَٰمٗا وَرُفَٰتًا أَءِنَّا لَمَبۡعُوثُونَ خَلۡقٗا جَدِيدًا ٩٨

That is their recompense because they disbelieved in Our verses and said, "When we are bones and crumbled particles, will we [truly] be resurrected [in] a new creation?"

การลงโทษที่พวกเขาได้รับนั้นก็เป็นการตอบแทนสำหรับพวกเขา เพราะพวกเขาปฏิเสธศรัทธาสัญญาณของพระองค์อัลลอฮฺ และปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพโดยกล่าวว่า "เมื่อเราตายเป็นชิ้นส่วนกระจัดจาย และกระดูกผุกร่อนแล้ว เราจะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพมาใหม่อีกกระนั้นหรือ?"

17:99Page 292

۞ أَوَلَمۡ يَرَوۡاْ أَنَّ ٱللَّهَ ٱلَّذِي خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ قَادِرٌ عَلَىٰٓ أَن يَخۡلُقَ مِثۡلَهُمۡ وَجَعَلَ لَهُمۡ أَجَلٗا لَّا رَيۡبَ فِيهِ فَأَبَى ٱلظَّٰلِمُونَ إِلَّا كُفُورٗا ٩٩

Do they not see that Allāh, who created the heavens and earth, is [the one] Able to create the likes of them? And He has appointed for them a term, about which there is no doubt. But the wrongdoers refuse except disbelief.

พวกบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพไม่คิดหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โดยที่ทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่ พระองค์ก็ทรงทีความสามารถที่จะสร้างสิ่งที่เหมือนกับพวกเขาได้? และผู้ใดที่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้แล้ว ก็สามารถที่จะสร้างสิ่งที่เล็กได้เช่นกัน และอัลลอฮ์ทรงจำกัดระยะเวลาการมีชีวิตของพวกเขาอยู่บนโลกนี้ และทรงกำหนดวันแห่งการฟื้นคืนชีพของพวกเขาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย แต่พวกเขากลับดื้อดึงปฏิเสธศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพ ทั้งๆที่ หลักฐานและสัญญาณต่างๆ ชัดเจนเด่นชัดต่อหน้าพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

17:100Page 292

قُل لَّوۡ أَنتُمۡ تَمۡلِكُونَ خَزَآئِنَ رَحۡمَةِ رَبِّيٓ إِذٗا لَّأَمۡسَكۡتُمۡ خَشۡيَةَ ٱلۡإِنفَاقِۚ وَكَانَ ٱلۡإِنسَٰنُ قَتُورٗا ١٠٠

Say [to them], "If you possessed the depositories of the mercy of my Lord, then you would withhold out of fear of spending." And ever has man been stingy.

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย "หากพวกเจ้าครอบครองคลังแห่งความเมตตาของพระผู้อภิบาลของฉันแล้ว ซึ่งมันไม่มีวันลดหรือหมดไปอย่างแน่นอน พวกเจ้าก็จะไม่ยอมที่จะใช้จ่ายมัน เพราะกลัวว่ามันจะหมดไป และเพื่อพวกเจ้าจะได้ไม่กลายเป็นคนจน และด้วยนิสัยดั้งเดิมของมนุษย์แล้ว จะเป็นผู้ที่ตระหนี่เว้นแต่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์เท่านั้น ซึ่งพวกเขาจะจ่าย เพื่อหวังการตอบแทนจากอัลลอฮ์"

17:101Page 292

وَلَقَدۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَىٰ تِسۡعَ ءَايَٰتِۭ بَيِّنَٰتٖۖ فَسۡـَٔلۡ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ إِذۡ جَآءَهُمۡ فَقَالَ لَهُۥ فِرۡعَوۡنُ إِنِّي لَأَظُنُّكَ يَٰمُوسَىٰ مَسۡحُورٗا ١٠١

And We had certainly given Moses nine evident signs, so ask the Children of Israel [about] when he came to them and Pharaoh said to him, "Indeed I think, O Moses, that you are affected by magic."

และพระองค์ได้ประทานสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนเก้าประการแก่นบีมูซาเพื่อเป็นข้อยืนยันแก่เขา(ยืนยันในความเป็นศาสนทูตของพระองค์) คือ ไม้เท้า มือที่ขาวสะอาด ความแห้งแล้ง ขาดแคลนผลไม้ต่างๆ น้ำท่วม ตั๊กแตน เหา กบและเลือด ดังนั้น โอ้ท่านเราะสูล เจ้าจงถามชาวยิวเมื่อครั้นนบีมูซาได้นำสัญญาณเหล่านี้มายังบรรพบุรุษของพวกเขา ฟิรเอาน์ได้กล่าวแก่นบีมูซาว่า "มูซาเอ๋ย ฉันคิดว่าเจ้าถูกอาคมอย่างแน่นอน เพราะเจ้าได้นำอะไรแปลกๆเช่นนี้มาปรากฎต่อหน้าพวกเรา"

17:102Page 292

قَالَ لَقَدۡ عَلِمۡتَ مَآ أَنزَلَ هَٰٓؤُلَآءِ إِلَّا رَبُّ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ بَصَآئِرَ وَإِنِّي لَأَظُنُّكَ يَٰفِرۡعَوۡنُ مَثۡبُورٗا ١٠٢

[Moses] said, "You have already known that none has sent down these [signs] except the Lord of the heavens and the earth as evidence, and indeed I think,1 O Pharaoh, that you are destroyed."

มูซาได้ตอบว่า "แท้จริงแล้วเจ้า -โอ้ฟิรเอาน์- รู้ดียิ่งว่าไม่มีผู้ใดนอกจากอัลลอฮ์พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเท่านั้น ที่ส่งสัญญาณเหล่านั้นลงมาเพื่อเป็นข้อพิสูจน์ในความสามารถของพระองค์ และการเป็นศาสนทูตที่แท้จริงของเราะสูลของพระองค์ แต่เจ้ากลับปฏิเสธไม่เชื่อ แท้จริงฉันรู้ดียิ่งว่าเจ้าต่างหากที่เป็นคนจะได้รับความหายนะและขาดทุนอย่างแน่นอน"

17:103Page 292

فَأَرَادَ أَن يَسۡتَفِزَّهُم مِّنَ ٱلۡأَرۡضِ فَأَغۡرَقۡنَٰهُ وَمَن مَّعَهُۥ جَمِيعٗا ١٠٣

So he intended to drive them from the land, but We drowned him and those with him all together.

ดังนั้นฟิรเอาน์ต้องการที่จะลงโทษนบีมูซา อะลัสฮิสลาม และวงศ์วานของเขาโดยการขจัดออกไปจากแผ่นดินอียิปต์ ดังนั้นเราจึงทำให้ฟิรเอาน์และพวกพ้องของเขาที่เป็นทหารทั้งหมดจมน้ำตาย

17:104Page 292

وَقُلۡنَا مِنۢ بَعۡدِهِۦ لِبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱسۡكُنُواْ ٱلۡأَرۡضَ فَإِذَا جَآءَ وَعۡدُ ٱلۡأٓخِرَةِ جِئۡنَا بِكُمۡ لَفِيفٗا ١٠٤

And We said after him [i.e., Pharaoh] to the Children of Israel, "Dwell in the land, and when there comes the promise [i.e., appointment] of the Hereafter, We will bring you forth in [one] gathering."

และพระองค์ได้กล่าวแก่วงศ์วานของอิสรออีลหลังจากที่ได้ทำลายฟิรเอาน์และกองทัพของเขาว่า " พวกเจ้าจงพำนักอยู่ในดินแดนเมืองชามแห่งนี้ และเมื่อเวลาแห่งการฟื้นคืนชีพที่ถูกกำหนดไว้มาถึง เราจะนำพวกเจ้าทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกันเพื่อคิดบัญชี "

17:105Page 293

وَبِٱلۡحَقِّ أَنزَلۡنَٰهُ وَبِٱلۡحَقِّ نَزَلَۗ وَمَآ أَرۡسَلۡنَٰكَ إِلَّا مُبَشِّرٗا وَنَذِيرٗا ١٠٥

And with the truth We have sent it [i.e., the Qur’ān] down, and with the truth it has descended. And We have not sent you, [O Muḥammad], except as a bringer of good tidings and a warner.

และด้วยสัจธรรมเราจึงได้ประทานอัลกุรอานลงมาแก่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และด้วยสัจธรรมเช่นกันที่มันลงมาแก่ท่านนบีโดยไม่มีการดัดแปลงหรือบิดเบือนแต่อย่างใด และเราไม่ได้ส่งเจ้ามา -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นผู้แจ้งข่าวดีให้แก่เหล่าบรรดาผู้ยำเกรงด้วยสรวงสวรรค์ และเป็นผู้ตักเตือนให้บรรดาผู้ปฏิเสธและเนรคุณต่ออัลลอฮ์ให้กลัวต่อไฟนรก

17:106Page 293

وَقُرۡءَانٗا فَرَقۡنَٰهُ لِتَقۡرَأَهُۥ عَلَى ٱلنَّاسِ عَلَىٰ مُكۡثٖ وَنَزَّلۡنَٰهُ تَنزِيلٗا ١٠٦

And [it is] a Qur’ān which We have separated [by intervals] that you might recite it to the people over a prolonged period. And We have sent it down progressively.

และเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาพร้อมได้อธิบายไว้อย่างชัดเจน เพื่อที่เจ้า(โอ้ท่านนบี)จะได้อ่านให้กับผู้คนอย่างช้าๆ เป็นวรรคเป็นตอน ซึ่งมันจะง่ายต่อการทำความเข้าใจไตร่ตรองกับเนื้อหา และพระองค์ได้ประทานมันลงมาเป็นตอนๆ ตามเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

17:107Page 293

قُلۡ ءَامِنُواْ بِهِۦٓ أَوۡ لَا تُؤۡمِنُوٓاْۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ أُوتُواْ ٱلۡعِلۡمَ مِن قَبۡلِهِۦٓ إِذَا يُتۡلَىٰ عَلَيۡهِمۡ يَخِرُّونَۤ لِلۡأَذۡقَانِۤ سُجَّدٗاۤ ١٠٧

Say, "Believe in it or do not believe." Indeed, those who were given knowledge before it1 - when it is recited to them, they fall upon their faces in prostration,

จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด-"พวกเจ้าจะศรัทธาต่ออัลกุรอานหรือไม่ศรัทธาก็ตาม(มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร) เพราะการศรัทธาของพวกเจ้านั้น มันไม่ได้ทำให้อัลกุรอานได้เพิ่มความสมบูรณ์จากเดิมได้ และการปฏิเสธของพวกเจ้ามันก็ไม่ได้ทำให้อัลกุรอานตกต่ำอะไร แท้จริงบรรดาผู้ที่ได้อ่านคัมภีร์ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ และมีความรู้เกี่ยวกับวะห์ยู(บทบัญญัติที่ถูกประทานลงมา)และที่เกี่ยวกับศาสนทูตของพระองค์แล้ว เมื่ออัลกุรอานได้ถูกอ่านให้แก่พวกเขา พวกเขาก็จะก้มหน้าลงกราบสุญูดเพื่อเป็นการขอบคุณอัลลอฮ์"

17:108Page 293

وَيَقُولُونَ سُبۡحَٰنَ رَبِّنَآ إِن كَانَ وَعۡدُ رَبِّنَا لَمَفۡعُولٗا ١٠٨

And they say, "Exalted is our Lord! Indeed, the promise of our Lord has been fulfilled."

และพวกเขาจะกล่าวในขณะที่กำลังกราบอัลลอฮ์ "พระผู้อภิบาลของเราไม่เคยผิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ดังที่พระองค์ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะส่งนบีมุหัมมัดเป็นศาสทูตท่านสุดท้ายก็ปรากฎเป็นจริงขึ้นมา เพราะฉะนั้นคำมั่นสัญญาอื่นๆ ที่พระองค์ได้ให้ไว้นั้น ก็จะปรากฎเป็นจริงเช่นกันโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้"

17:109Page 293

وَيَخِرُّونَ لِلۡأَذۡقَانِ يَبۡكُونَ وَيَزِيدُهُمۡ خُشُوعٗا۩ ١٠٩

And they fall upon their faces weeping, and it [i.e., the Qur’ān] increases them in humble submission.

และพวกเขาจะก้มหน้าลงจรดพื้นพลางร้องไห้ด้วยความเกรงกลัวต่อพระองค์ และเมื่อพวกเขาได้ยินอัลกุรอานด้วยการไตร่ตรองเข้าใจมันแล้ว ก็จะทำให้พวกเขายิ่งจำนนและเกรงกลัวต่อพระองค์มากยิ่งขึ้น

17:110Page 293

قُلِ ٱدۡعُواْ ٱللَّهَ أَوِ ٱدۡعُواْ ٱلرَّحۡمَٰنَۖ أَيّٗا مَّا تَدۡعُواْ فَلَهُ ٱلۡأَسۡمَآءُ ٱلۡحُسۡنَىٰۚ وَلَا تَجۡهَرۡ بِصَلَاتِكَ وَلَا تُخَافِتۡ بِهَا وَٱبۡتَغِ بَيۡنَ ذَٰلِكَ سَبِيلٗا ١١٠

Say, "Call upon Allāh or call upon the Most Merciful [ar-Raḥmān]. Whichever [name] you call - to Him belong the best names." And do not recite [too] loudly in your prayer or [too] quietly but seek between that an [intermediate] way.

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่ผู้ที่ปฏิเสธต่อเจ้าในการวิงวอนด้วยการกล่าวว่า (โอ้อัลลอฮ์) (โอ้เราะห์มาน) ว่า "ทั้งสองนี้เป็นพระนามของพระองค์ผู้มหาบริสุทธิ์ยิ่ง เพราะฉะนั้นเจ้าจงวิงวอนขอพรจากอัลลอฮ์ด้วยพระนามใดก็ตามจากพระนามทั้งสองนี้ หรือนอกเหนือจากทั้งสองพระนามนี้ในบรรดาพระนามอันประเสริฐยิ่งของพระองค์ และจงอย่าอ่านเสียงดังในการละหมาดของเจ้าจนทำให้บรรดามุชริกีน(ผู้ตั้งภาคีต่อพระองค์)ได้ยิน และจงอย่าอ่านแผ่วเบาในการละหมาดจนทำให้ผู้ศรัทธา(ที่กำลังละหมาดตามนั้น)ไม่ได้ยิน แต่จงปฏิบัติตามแนวทางสายกลางระหว่างทั้งสองนี้"

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском