Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-Kahf 18:34–70
18:34Page 297
وَكَانَ لَهُۥ ثَمَرٞ فَقَالَ لِصَٰحِبِهِۦ وَهُوَ يُحَاوِرُهُۥٓ أَنَا۠ أَكۡثَرُ مِنكَ مَالٗا وَأَعَزُّ نَفَرٗا ٣٤
And he had fruit, so he said to his companion while he was conversing with him, "I am greater than you in wealth and mightier in [numbers of] men."
และเจ้าของสวนทั้งสองนั้น กลายเป็นผู้มีทรัพย์สินและผลิตผลมากมาย ดังนั้นเขาจึงผยองตนและดูถูกเพื่อนบ้านของตัวเอง(ซึ่งเป็นผู้ศรัทธา) ดังนั้นเขาได้กล่าวแก่เพื่อนที่เป็นผู้ศรัทธาว่า"ฉันมีทรัพย์สินมากกว่าท่าน มีคนรับใช้ที่แข็งแรงกว่าท่าน และมีวงศ์ตระกูลที่มีอิทธิพลเหนือกว่าท่านเช่นกัน"
18:35Page 298
وَدَخَلَ جَنَّتَهُۥ وَهُوَ ظَالِمٞ لِّنَفۡسِهِۦ قَالَ مَآ أَظُنُّ أَن تَبِيدَ هَٰذِهِۦٓ أَبَدٗا ٣٥
And he entered his garden while he was unjust to himself.1 He said, "I do not think that this will perish - ever.
และผู้ปฏิเสธศรัทธาก็ได้เดินเข้าไปในสวนของเขาพร้อมกับเพื่อนบ้านของเขาที่เป็นผู้ศรัทธา เพื่อที่จะอวดสวนของเขาแก่เพื่อนบ้าน ในขณะท่เขาได้อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการลำพองตน เขาก็ได้กล่าวแก่เพื่อนบ้านว่า "ฉันไม่คิดว่าสวนแห่งนี้จะถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง ดังที่เจ้าเห็นอยู่กับตา เพราะว่าฉันได้จัดระบบไว้ให้มันอย่างดี"
18:36Page 298
وَمَآ أَظُنُّ ٱلسَّاعَةَ قَآئِمَةٗ وَلَئِن رُّدِدتُّ إِلَىٰ رَبِّي لَأَجِدَنَّ خَيۡرٗا مِّنۡهَا مُنقَلَبٗا ٣٦
And I do not think the Hour will occur. And even if I should be brought back to my Lord, I will surely find better than this as a return."
และฉันไม่เชื่อว่าวันแห่งการฟื้นคืนชีพนั้นจะมีขึ้นจริง เพราะชีวิตคนเรามันคือชีวิตที่ต่อเนื่อง และหากสมมุติว่ามันจะมีขึ้นจริง ฉันก็จะถูกฟื้นคืนชีพหรือจะถูกนำกลับไปยังพระผู้อภิบาลของฉันพร้อมๆ กับได้รับสถานที่ที่ดีกว่าสวนที่ฉันมีอยู่ ณ ตอนนี้อย่างแน่นอน เพราะการที่ฉันเป็นผู้ร่ำรวยบนโลกนี้ ฉันก็จะต้องเป็นคนที่ร่ำรวยยิ่งหลังจากการฟื้นคืนชีพเช่นกัน
18:37Page 298
قَالَ لَهُۥ صَاحِبُهُۥ وَهُوَ يُحَاوِرُهُۥٓ أَكَفَرۡتَ بِٱلَّذِي خَلَقَكَ مِن تُرَابٖ ثُمَّ مِن نُّطۡفَةٖ ثُمَّ سَوَّىٰكَ رَجُلٗا ٣٧
His companion said to him while he was conversing with him, "Have you disbelieved in He who created you from dust and then from a sperm-drop and then proportioned you [as] a man?
เพื่อนบ้านผู้ศรัทธาของเขาได้ตำหนิเขาขณะที่กำลังทบทวนคำพูดของเขาว่า " เจ้าปฏิเสธผู้ทรงสร้างบิดาของเจ้าอาดัมจากดิน จากนั้นได้สร้างเจ้าจากเชื้ออสุจิ จนกลายเป็นชายหนุ่มที่มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์กระนั้นหรือ? แท้จริงแล้วผู้ที่สามารถสรรค์สร้างดังกล่าวนั้นได้ ก็สามารถที่จะทำให้เจ้ากลับมาฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งหนึ่งได้เช่นกัน"
18:38Page 298
لَّٰكِنَّا۠ هُوَ ٱللَّهُ رَبِّي وَلَآ أُشۡرِكُ بِرَبِّيٓ أَحَدٗا ٣٨
But as for me, He is Allāh, my Lord, and I do not associate with my Lord anyone.
แต่ฉันจะไม่พูดเหมือนคำพูดของท่านนี้ ฉันจะพูดว่า "พระองค์อัลลอฮฺผู้สูงส่งนั้นเป็นผู้อภิบาลของฉัน ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพมากมายแก่พวกเรา และฉันจะไม่ตั้งผู้ใดร่วมเป็นภาคีกับพระองค์ในการเคารพบูชา"
18:39Page 298
وَلَوۡلَآ إِذۡ دَخَلۡتَ جَنَّتَكَ قُلۡتَ مَا شَآءَ ٱللَّهُ لَا قُوَّةَ إِلَّا بِٱللَّهِۚ إِن تَرَنِ أَنَا۠ أَقَلَّ مِنكَ مَالٗا وَوَلَدٗا ٣٩
And why did you, when you entered your garden, not say, 'What Allāh willed [has occurred]; there is no power except in Allāh'? Although you see me less than you in wealth and children,
และเมื่อท่านได้เข้าในสวนของท่าน ทำไมท่านไม่กล่าวว่า "อะไรที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์ ก็ไม่มีพลังอำนาจใดนอกจากอำนาจของอัลลอฮ์เท่านั้น เพราะพระองค์ทรงกระทำในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์เป็นผู้ทรงพลัง" แม้ว่าท่านจะเห็นว่าฉันด้อยกว่าท่านในเรื่องทรัพย์สินและลูกหลานก็ตาม
18:40Page 298
فَعَسَىٰ رَبِّيٓ أَن يُؤۡتِيَنِ خَيۡرٗا مِّن جَنَّتِكَ وَيُرۡسِلَ عَلَيۡهَا حُسۡبَانٗا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ فَتُصۡبِحَ صَعِيدٗا زَلَقًا ٤٠
It may be that my Lord will give me [something] better than your garden and will send upon it a [disastrous] penalty from the sky, and it will become a smooth, dusty ground,
และฉันคาดว่าบางทีอัลลอฮฺก็อาจจะประทานสวนที่ดีกว่าสวนของท่านแก่ฉัน และอาจจะส่งภัยพิบัติจากจากฟากฟ้าลงมาบนสวนของท่าน ทำให้สวนของท่านกลายเป็นทุ่งโล่งเตียนไม่มีพืชผลใดๆ และเท้าอาจจะลื่นล้มได้เนื่องจากความเรียบเนียนของพื้นดินในสวน
18:41Page 298
أَوۡ يُصۡبِحَ مَآؤُهَا غَوۡرٗا فَلَن تَسۡتَطِيعَ لَهُۥ طَلَبٗا ٤١
Or its water will become sunken [into the earth], so you would never be able to seek it."
หรือว่าพระองค์อาจจะทำให้น้ำในสวนนั้น แห้งเหือดลงไปในแผ่นดิน แล้วท่านก็ไม่สามารถหามันกลับคืนมาได้อีก แม้จะด้วยวิธีการใดๆก็ตาม และเมื่อน้ำในสวนแห้งเหือดไปแล้ว แน่นอนสวนก็จะอยู่ไม่รอด
18:42Page 298
وَأُحِيطَ بِثَمَرِهِۦ فَأَصۡبَحَ يُقَلِّبُ كَفَّيۡهِ عَلَىٰ مَآ أَنفَقَ فِيهَا وَهِيَ خَاوِيَةٌ عَلَىٰ عُرُوشِهَا وَيَقُولُ يَٰلَيۡتَنِي لَمۡ أُشۡرِكۡ بِرَبِّيٓ أَحَدٗا ٤٢
And his fruits were encompassed [by ruin], so he began to turn his hands about [in dismay] over what he had spent on it, while it had collapsed upon its trellises, and said, "Oh, I wish I had not associated with my Lord anyone."1
ในที่สุดความคาดหวังของเพื่อนบ้านผู้ศรัทธานั้นก็ได้เกิดขึ้นจริง ทำให้ผลผลิตในสวนของผู้ปฏิเสธศรัทธาถูกทำลายไปหมด แล้วเขาก็ประกบฝ่ามือทั้งสองด้วยความเสียใจและเสียดายที่สุดต่อสิ่งที่หมดไปกับการดูแลรักษาสวนองุ่นแห่งนี้ ในขณะที่ซุ้มไม้เลื้อยเพื่อปลูกองุ่นนั้นพังถล่มลงมาทั้งหมด เขาก็ได้กล่าวว่า "ไม่น่าเป็นเช่นนี้เลย หากฉันได้ศรัทธาต่อพระเผู้อภิบาลของฉันเพียงผู้เดียว และไม่ตั้งสิ่งใดเลยเป็นภาคีกับพระองค์ในการเคารสักการะ"
18:43Page 298
وَلَمۡ تَكُن لَّهُۥ فِئَةٞ يَنصُرُونَهُۥ مِن دُونِ ٱللَّهِ وَمَا كَانَ مُنتَصِرًا ٤٣
And there was for him no company to aid him other than Allāh, nor could he defend himself.
และผู้ปฏิเสธท่านนี้ก็ไม่มีพรรคพวกที่จะช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษในครั้งนี้ ทั้งๆที่เขาเคยภาคภูมิใจในพรรคพวกวงศ์ตระกูลของตนเอง และเขาเองก็ไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติที่พระองค์ส่งมาทำลายสวนของเขาได้
18:44Page 298
هُنَالِكَ ٱلۡوَلَٰيَةُ لِلَّهِ ٱلۡحَقِّۚ هُوَ خَيۡرٞ ثَوَابٗا وَخَيۡرٌ عُقۡبٗا ٤٤
There1 the authority is [completely] for Allāh, the Truth. He is best in reward and best in outcome.
ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ความช่วยเหลือเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียว พระองค์ทรงเป็นผู้ตอบแทนที่ดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ด้วยการเพิ่มพูนผลบุญให้เป็นทวีคูณ และพระองค์ทรงเตรียมบั้นปลายที่ดีแกพวกเขาเช่นกัน
18:45Page 298
وَٱضۡرِبۡ لَهُم مَّثَلَ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا كَمَآءٍ أَنزَلۡنَٰهُ مِنَ ٱلسَّمَآءِ فَٱخۡتَلَطَ بِهِۦ نَبَاتُ ٱلۡأَرۡضِ فَأَصۡبَحَ هَشِيمٗا تَذۡرُوهُ ٱلرِّيَٰحُۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ مُّقۡتَدِرًا ٤٥
And present to them the example of the life of this world, [its being] like rain which We send down from the sky, and the vegetation of the earth mingles with it1 and [then] it becomes dry remnants, scattered by the winds. And Allāh is ever, over all things, Perfect in Ability.
และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จงยกอุทธาหรณ์เกี่ยวกับการสลายที่เร็วนักของโลกใบนี้แก่ผู้ที่ลุ่มหลงกับมันว่า "มันเปรียบเสมือนกับพฤกษชาติแห่งโลกที่งอกเงยขึ้นมาอย่างอุดมสมบูรณ์จากน้ำฝนที่พระองค์ทรงโปรยลงมาจากฟากฟ้า แต่หลังจากนั้น มันก็กลับกลายเป็นเศษพืชแห้งกรังที่ถูกลมพัดปลิวว่อนไปทุกหนแห่ง แล้วแผ่นดินก็จะกลับมาเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไร้พืชผลเช่นเดิม ซึ่งอัลลอฮ์ทรงมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง และไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้พระองค์หมดความสามารถไปได้ พระองค์จึงประสงค์ที่จะให้สิ่งใดมีชีวิตหรือตายไปก็ได้"
18:46Page 299
ٱلۡمَالُ وَٱلۡبَنُونَ زِينَةُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَٱلۡبَٰقِيَٰتُ ٱلصَّٰلِحَٰتُ خَيۡرٌ عِندَ رَبِّكَ ثَوَابٗا وَخَيۡرٌ أَمَلٗا ٤٦
Wealth and children are [but] adornment of the worldly life. But the enduring good deeds are better to your Lord1 for reward and better for [one's] hope.
ทรัพย์สินและลูกหลานก็คือเครื่องประดับชั่วคราวแห่งโลกนี้เท่านั้น ซึ่งจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากมัน หากมิได้ใช้จ่ายมันในหนทางที่เป็นที่พึงพอพระทัยของอัลลอฮ์ ส่วนการกระทำและการพูดที่ชอบธรรมที่เป็นที่พึงพอพระทัยของอัลลอฮ์นั้น มันดียิ่งกว่าทุกสรรพสิ่งที่เป็นเครื่องประดับในโลกนี้ และมันเป็นจุดมุ่งหวังที่ดีของมนุษย์ทุกคนที่ปรารถนาจะกระทำมัน เพราะเครื่องประดับแห่งโลกนี้มันชั่วคราวไม่ยั่งยืน แต่ผลรางวัลของการงานและคำพูดที่เป็นที่พึงพอพระทัยของอัลลอฮ์นั้น ถูกบันทึกไว้ ณ ที่พระองค์ชั่วนิรันดร์
18:47Page 299
وَيَوۡمَ نُسَيِّرُ ٱلۡجِبَالَ وَتَرَى ٱلۡأَرۡضَ بَارِزَةٗ وَحَشَرۡنَٰهُمۡ فَلَمۡ نُغَادِرۡ مِنۡهُمۡ أَحَدٗا ٤٧
And [warn of] the Day when We will remove the mountains and you will see the earth exposed,1 and We will gather them and not leave behind from them anyone.
โอ้มุหัมมัด จงนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่เราทำให้ภูเขาทั้งหลายต้องสลายไปจากที่ของมัน แล้วเจ้าก็จะได้เห็นแผ่นดินนี้ว่างเปล่าปราศจากภูเขา ต้นไม้และสิ่งปลูกสร้าง และเราจะรวบรวมสิ่งถูกสร้างทั้งหมดไว้ด้วยกันจะไม่มีการละเว้นแม้แต่คนเดียว
18:48Page 299
وَعُرِضُواْ عَلَىٰ رَبِّكَ صَفّٗا لَّقَدۡ جِئۡتُمُونَا كَمَا خَلَقۡنَٰكُمۡ أَوَّلَ مَرَّةِۭۚ بَلۡ زَعَمۡتُمۡ أَلَّن نَّجۡعَلَ لَكُم مَّوۡعِدٗا ٤٨
And they will be presented before your Lord in rows, [and He will say], "You have certainly come to Us just as We created you the first time. But you claimed that We would never make for you an appointment."
และมนุษย์ทุกคนจะถูกนำมาปรากฏต่อหน้าพระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นแถว หลังจากนั้นได้มีการสอบสวนโดยกล่าวแก่พวกเขาว่า "แท้จริงพวกเจ้าได้กลับมาหาเราในสภาพที่โดดเดี่ยว ไม่สวมรองเท้า เปลือยกาย และหน้าผากขาว เหมือนกับที่เราได้สร้างพวกเจ้ามาเป็นครั้งแรก แต่พวกเจ้าคิดไปเองว่า พวกเจ้าจะไม่ถูกฟื้นคืนชีพ และเรามิได้กำหนดสถานที่และเวลาเพื่อตอบแทนการงานของพวกเจ้า"
18:49Page 299
وَوُضِعَ ٱلۡكِتَٰبُ فَتَرَى ٱلۡمُجۡرِمِينَ مُشۡفِقِينَ مِمَّا فِيهِ وَيَقُولُونَ يَٰوَيۡلَتَنَا مَالِ هَٰذَا ٱلۡكِتَٰبِ لَا يُغَادِرُ صَغِيرَةٗ وَلَا كَبِيرَةً إِلَّآ أَحۡصَىٰهَاۚ وَوَجَدُواْ مَا عَمِلُواْ حَاضِرٗاۗ وَلَا يَظۡلِمُ رَبُّكَ أَحَدٗا ٤٩
And the record [of deeds] will be placed [open], and you will see the criminals fearful of that within it, and they will say, "Oh, woe to us! What is this book that leaves nothing small or great except that it has enumerated it?" And they will find what they did present [before them]. And your Lord does injustice to no one.
และเมื่อสมุดบันทึกการปฏิบัติถูกวางไว้ บางคนจะหยิบบันทึกของเขาด้วยมือขวาและบางคนจะหยิบด้วยมือซ้าย และพวกเจ้า-โอ้มนุษย์ทั้งหลาย- จะได้เห็นผู้ปฏิเสธศรัทธาอยู่ในสภาพที่กลัวถึงสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในนั้น เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาได้ทำอะไรไป คือการปฏิเสธศรัทธาและการเนรคุณต่างๆ พวกเขากล่าวว่า "ความวิบัติของเราช่างน่าสมเพชและยิ่งใหญ่เพียงใด! มันคือบันทึกอะไรกัน มันไม่ทิ้งสักอย่างเลย จะเป็นเรื่องเล็กๆหรือเรื่องใหญ่ๆ แต่ทั้งหมดถูกจัดเก็บและบันทึกไว้หมด" และพวกเขาพบว่าทุกสิ่งที่พวกเขาทำในชีวิตบนโลกนี้ในรูปแบบของการเนรคุณต่างๆได้รับการบันทึกและจัดเก็บ แท้จริง -โอ้เราะสูลเอ๋ย - พระผู้อภิบาลของเจ้าไม่ได้อธรรมต่อผู้ใด ดังนั้นพระองค์จะไม่ลงโทษผู้ใดโดยไม่ทำบาปหรือลดรางวัลแห่งความดีงามของผู้ที่เชื่อฟังพระองค์แม้แต่นิดเดียว
18:50Page 299
وَإِذۡ قُلۡنَا لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ ٱسۡجُدُواْ لِأٓدَمَ فَسَجَدُوٓاْ إِلَّآ إِبۡلِيسَ كَانَ مِنَ ٱلۡجِنِّ فَفَسَقَ عَنۡ أَمۡرِ رَبِّهِۦٓۗ أَفَتَتَّخِذُونَهُۥ وَذُرِّيَّتَهُۥٓ أَوۡلِيَآءَ مِن دُونِي وَهُمۡ لَكُمۡ عَدُوُّۢۚ بِئۡسَ لِلظَّٰلِمِينَ بَدَلٗا ٥٠
And [mention] when We said to the angels, "Prostrate to Adam," and they prostrated, except for Iblees. He was of the jinn and departed from [i.e., disobeyed] the command of his Lord. Then will you take him and his descendants as allies other than Me while they are enemies to you? Wretched it is for the wrongdoers as an exchange.
และจงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เมื่อตอนที่เราได้กล่าวแก่บรรดามลาอิกะฮ์ว่า "จงสุญูด(โค้งคำนับ)ต่ออาดัม พวกเขาก็โค้งคำนับตามพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของพวกเขายกเว้นอิบลีสที่เป็นหนึ่งในหมู่ญิน ไม่ใช่ในหมู่บรรดามลาอิกะฮ์ มันเย่อหยิ่งและฝ่าฝืนคำบัญชาของพระองค์ในการสุญูด(โค้งคำนับ)และไม่เชื่อฟังพระองค์ ดังนั้นพวกเจ้า-โอ้มนุษย์เอ๋ย- จะยึดมันและลูกหลานของมันมาเป็นผู้คุ้มครองพวกเจ้าอื่นจากข้ากระนั้นหรือ ทั้งๆ ที่พวกมันเป็นศัตรูกับพวกเจ้า? พวกเจ้าได้ยึดศัตรูมาเป็นผู้คุ้มครองพวกเจ้าได้อย่างไร? มันช่างชั่วช้าเหลือเกินสำหรับผู้อธรรมที่ได้ยึดเอาชัยฏอน(มารร้าย)มาเป็นผู้คุ้มครองพวกเขาแทนที่การคุ้มครองของพระองค์อัลลอฮฺ"
18:51Page 299
۞ مَّآ أَشۡهَدتُّهُمۡ خَلۡقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَلَا خَلۡقَ أَنفُسِهِمۡ وَمَا كُنتُ مُتَّخِذَ ٱلۡمُضِلِّينَ عَضُدٗا ٥١
I did not make them witness to the creation of the heavens and the earth or to the creation of themselves, and I would not have taken the misguiders as assistants.
บรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้ยึดเอาพวกเขามาเป็นผู้คุ้มครองพวกเจ้าอื่นจากข้า แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นบ่าวของข้าเช่นเดียวกับพวกเจ้านั่นแหละ ข้ามิได้เรียกพวกเขาให้มาเป็นพยานขณะที่สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน แถมพวกเขาไม่ได้มีด้วยซ้ำ และข้ามิได้เรียกบางคนให้มาเป็นพยานในการสร้างอีกบางคน ข้าเพียงผู้เดียวที่มีเอกสิทธิ์ในการสรรค์สร้างและจัดการทุกสรรพสิ่ง และข้าไม่เคยที่จะเอาบรรดาผู้ทำให้คนอื่นหลงทางเฉกเช่น ชัยฏอน(มารร้าย)ที่เป็นมนุษย์หรือญิน มาเป็นผู้ช่วยเหลือเด็ดขาด เพราะเดชานุภาพของข้าเหนือกว่าที่จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใดทั้งสิ้น
18:52Page 299
وَيَوۡمَ يَقُولُ نَادُواْ شُرَكَآءِيَ ٱلَّذِينَ زَعَمۡتُمۡ فَدَعَوۡهُمۡ فَلَمۡ يَسۡتَجِيبُواْ لَهُمۡ وَجَعَلۡنَا بَيۡنَهُم مَّوۡبِقٗا ٥٢
And [warn of] the Day when He will say, "Call My 'partners' whom you claimed," and they will invoke them, but they will not respond to them. And We will put between them [a valley of] destruction.
จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ในวันปรโลกนั้น พระองค์จะกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีต่อพระองค์บนโลกนี้ว่า "พวกเจ้าจงเรียกบรรดาที่พวกเจ้าอ้างว่าเป็นภาคีของฉัน เพื่อที่พวกเขาจะได้ช่วยเหลือพวกเจ้า ดังนั้นพวกเขาจึงได้ร้องเรียกบรรดาสิ่งที่เป็นภาคีเหล่านั้น แต่พวกมันไม่ตอบรับและไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้ แล้วเราก็ได้เตรียมสถานที่ไว้เป็นที่พำนักร่วมกัน ระหว่างผู้เคารพและสิ่งที่ถูกเคารพสักการะ เพื่อมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งเดียวกัน นั่นก็คือนรกญะฮันนัม "
18:53Page 299
وَرَءَا ٱلۡمُجۡرِمُونَ ٱلنَّارَ فَظَنُّوٓاْ أَنَّهُم مُّوَاقِعُوهَا وَلَمۡ يَجِدُواْ عَنۡهَا مَصۡرِفٗا ٥٣
And the criminals will see the Fire and will be certain that they are to fall therein. And they will not find from it a way elsewhere.
และบรรดามุชริกีน(ผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ)ได้เห็นไฟนรกในวันนั้น ดังนั้นพวกเขามั่นใจทันทีว่าพวกเขาจะเป็นกลุ่มชนที่ตกลงไปในนั้น และพวกเขาจะไม่พบทางใดที่จะหนีรอดไปได้
18:54Page 300
وَلَقَدۡ صَرَّفۡنَا فِي هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانِ لِلنَّاسِ مِن كُلِّ مَثَلٖۚ وَكَانَ ٱلۡإِنسَٰنُ أَكۡثَرَ شَيۡءٖ جَدَلٗا ٥٤
And We have certainly diversified in this Qur’ān for the people from every [kind of] example; but man has ever been, most of anything, [prone to] dispute.
และเราได้ยกอุปมาหลายอย่างพร้อมกับได้ชี้แจงมันในคัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อที่จะได้เข้าใจและเป็นบทเรียนแก่มวลมนุษย์ทั้งหมดโดยเฉพาะผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ชอบโต้เถียงในทุกๆเรื่อง โดยปราศจากเหตุผลที่แท้จริงและข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
18:55Page 300
وَمَا مَنَعَ ٱلنَّاسَ أَن يُؤۡمِنُوٓاْ إِذۡ جَآءَهُمُ ٱلۡهُدَىٰ وَيَسۡتَغۡفِرُواْ رَبَّهُمۡ إِلَّآ أَن تَأۡتِيَهُمۡ سُنَّةُ ٱلۡأَوَّلِينَ أَوۡ يَأۡتِيَهُمُ ٱلۡعَذَابُ قُبُلٗا ٥٥
And nothing has prevented the people from believing when guidance came to them and from asking forgiveness of their Lord except that there [must] befall them the [accustomed] precedent of the former peoples1 or that the punishment should come [directly] before them.
การไม่ได้รับการชี้นำอย่างครบถ้วนไม่ได้เป็นสิ่งกีดขวางใดๆระหว่างบรรดาผู้ปฏิเสธกับการศรัทธาต่อสิ่งที่มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้นำมาจากพระผู้อภิบาลของเขา และไม่ได้เป็นสิ่งกีดขวางใดๆระหว่างพวกเขากับการขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์สำหรับบาปของพวกเขา เพราะแท้จริงพวกเขาได้รับอุทาหรณ์มาหลายอย่างในคัมภีร์อัลกุรอาน และได้มีหลักฐานชัดเจนมากมายประจักษ์ต่อหน้าพวกเขา แต่สิ่งที่กีดขวางพวกเขาจริงๆก็คือการเรียกร้องของพวกเขาอย่างดื้อรั้นและท้าทายพระองค์ในการที่จะสัมผัสจริงด้วยสายตาและร่างกาย บทลงโทษทรมานเฉกเช่นประชาชาติก่อนๆ ที่พระองค์ได้สัญญาไว้ต่อพวกเขา
18:56Page 300
وَمَا نُرۡسِلُ ٱلۡمُرۡسَلِينَ إِلَّا مُبَشِّرِينَ وَمُنذِرِينَۚ وَيُجَٰدِلُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ بِٱلۡبَٰطِلِ لِيُدۡحِضُواْ بِهِ ٱلۡحَقَّۖ وَٱتَّخَذُوٓاْ ءَايَٰتِي وَمَآ أُنذِرُواْ هُزُوٗا ٥٦
And We send not the messengers except as bringers of good tidings and warners. And those who disbelieve dispute by [using] falsehood to [attempt to] invalidate thereby the truth and have taken My verses, and that of which they are warned, in ridicule.
และพระองค์มิได้ส่งบรรดาเราะสูลมาเพื่ออื่นใดเว้นแต่เป็นผู้แจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาและเคารพภักดีต่อพระองค์ และเป็นผู้ตักเตือนแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและกระทำบาป ซึ่งบรรดาศาสนทูตเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะควบคุมจิตใจผู้ใดให้ได้รับทางนำจากพระองค์ได้ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ชอบที่จะโต้เถียงกับบรรดาศาสนทูตของพระองค์ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานปรากฏชัดต่อหน้าพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำลายล้างสัจธรรมที่ถูกประทานลงมายังท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ด้วยความเท็จของพวกเขา และพวกเขาก็ถือเอาคัมภีร์อัลกุรอานและคำตักเตือน เป็นที่ล้อเล่น ดูถูก เยาะเย้ยไปทั้งหมด
18:57Page 300
وَمَنۡ أَظۡلَمُ مِمَّن ذُكِّرَ بِـَٔايَٰتِ رَبِّهِۦ فَأَعۡرَضَ عَنۡهَا وَنَسِيَ مَا قَدَّمَتۡ يَدَاهُۚ إِنَّا جَعَلۡنَا عَلَىٰ قُلُوبِهِمۡ أَكِنَّةً أَن يَفۡقَهُوهُ وَفِيٓ ءَاذَانِهِمۡ وَقۡرٗاۖ وَإِن تَدۡعُهُمۡ إِلَى ٱلۡهُدَىٰ فَلَن يَهۡتَدُوٓاْ إِذًا أَبَدٗا ٥٧
And who is more unjust than one who is reminded of the verses of his Lord but turns away from them and forgets what his hands have put forth? Indeed, We have placed over their hearts coverings, lest they understand it, and in their ears deafness. And if you invite them to guidance - they will never be guided, then - ever.
และไม่มีผู้ใดที่จะอธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่ถูกเตือนด้วยโองการต่างๆ ของพระผู้อภิบาลของเขา แต่เขากลับไม่สนใจคำตักเตือนที่เกี่ยวข้องกับบทลงโทษที่ได้ระบุไว้ในคำภีร์อัลกุรอาน และหันห่างออกไปจากการสำนึกตน แถมยังลืมความชั่วที่ได้กระทำไปบนโลกนี้ เช่น การปฏิเสธศรัทธาและกระทำบาปต่างๆ และไม่สำนึกในการมี่จะกลับเนื้อกลับตัว แท้จริงแล้วพระองค์ได้ปกปิดหัวใจของพวกเขาไว้เพื่อกีดขวางพวกเขาจากการเข้าใจอัลกุรอาน และทำให้หูของพวกเขาหนวกไม่สามารถได้ยินเพื่อน้อมรับคำตักเตือน และหากเจ้าเรียกร้องพวกเขาไปสู่การศรัทธา พวกเขาจะไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่เจ้าได้เรียกร้องไปอย่างแน่นอน ตราบใดที่หัวใจของพวกเขาถูกปกปิดและหูยังหนวกอยู่
18:58Page 300
وَرَبُّكَ ٱلۡغَفُورُ ذُو ٱلرَّحۡمَةِۖ لَوۡ يُؤَاخِذُهُم بِمَا كَسَبُواْ لَعَجَّلَ لَهُمُ ٱلۡعَذَابَۚ بَل لَّهُم مَّوۡعِدٞ لَّن يَجِدُواْ مِن دُونِهِۦ مَوۡئِلٗا ٥٨
And your Lord is the Forgiving, the possessor of mercy. If He were to impose blame upon them for what they earned, He would have hastened for them the punishment. Rather, for them is an appointment from which they will never find an escape.
และเพื่อให้ท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่หวังให้มีการลงโทษอย่างรีบเร่งต่อผู้ที่ปฏิเสธเขา อัลลอฮ์ได้กล่าวแก่ท่านว่า "พระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- คือผู้ทรงอภัยต่อบาปของปวงบ่าวของพระองค์ที่กลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงเมตตาแก่ทุกสรรพสิ่ง และหนึ่งในความเมตตาของพระองค์คือ การที่พระองค์ได้ให้โอกาสแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนได้สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวกัน เพราะหากพระองค์ประสงค์จะลงโทษพวกเขา แน่นอนพระองค์จะทรงเร่งการลงโทษแก่พวกเขาบนโลกนี้เสียแล้ว แต่ว่าพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงขันติ ผู้ทรงเมตตายิ่ง ได้ประวิงเวลาการลงโทษแก่พวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับเนื้อกลับตัวกัน แต่พระองค์ก็ได้กำหนดเวลาและสถานที่อย่างชัดเจนในการลงโทษพวกเขาเพราะการปฏิเสธศรัทธาและการผินหลังให้ หากพวกเขาไม่กลับเนื้อกลับตัวกันจริง และพวกเขาจะไม่พบที่พึ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น
18:59Page 300
وَتِلۡكَ ٱلۡقُرَىٰٓ أَهۡلَكۡنَٰهُمۡ لَمَّا ظَلَمُواْ وَجَعَلۡنَا لِمَهۡلِكِهِم مَّوۡعِدٗا ٥٩
And those cities - We destroyed them when they wronged, and We made for their destruction an appointed time.
และหมู่บ้านเหล่านั้นที่ไม่ได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และมันอยู่ใกล้ๆ พวกเจ้า เช่นหมู่บ้านของกลุ่มชนชาวนบีฮูด และกลุ่มชนชาวนบีซอและห์และกลุ่มชนชาวนบีชูอัยบ์ ซึ่งเราได้ทำลายพวกเขาเมื่อพวกเขาได้อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำบาปต่า ๆ และเราได้กำหนดเวลาที่จะลงโทษพวกเขาไว้แล้ว
18:60Page 300
وَإِذۡ قَالَ مُوسَىٰ لِفَتَىٰهُ لَآ أَبۡرَحُ حَتَّىٰٓ أَبۡلُغَ مَجۡمَعَ ٱلۡبَحۡرَيۡنِ أَوۡ أَمۡضِيَ حُقُبٗا ٦٠
And [mention] when Moses said to his boy [i.e., servant], "I will not cease [traveling] until I reach the junction of the two seas or continue for a long period."
จงรำลึกเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถึงเรื่องราวของนบีมูซา ครั้นเมื่อมูซา อะลัยฮิสลาม(ขอความเมตตาสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวแก่คนรับใช้ของเขาที่ชื่อว่า ยูชะอ์ บินนูน ว่า "ฉันจะยังคงเดินต่อไปจนกว่าจะบรรลุถึงชุมทางแห่งสองทะเลที่มาบรรจบกัน หรือฉันจะยังคงเดินต่อไปอีกหลายปีจนกว่าจะได้พบเจอกับบ่าวที่ดี ที่ฉันจะต้องเรียนรู้จากเขา"
18:61Page 300
فَلَمَّا بَلَغَا مَجۡمَعَ بَيۡنِهِمَا نَسِيَا حُوتَهُمَا فَٱتَّخَذَ سَبِيلَهُۥ فِي ٱلۡبَحۡرِ سَرَبٗا ٦١
But when they reached the junction between them, they forgot their fish, and it took its course into the sea, slipping away.
ดังนั้นทั้งสองก็ได้ออกเดินทาง เมื่อทั้งสองได้ไปถึงสถานที่นัดพบของทะเลทั้งสองพวกเขาก็ลืมเรื่องปลาของพวกเขาที่เตรียมไว้เป็นอาหาร อัลลอฮ์ก็ได้ชุปชีวิตปลาตัวนั้นขึ้นมา มันจึงได้มุดหนีไปในทะเล และได้วาดเส้นทางไว้เป็นแนวทางยาวไปตามตัวของมัน(คล้ายอุโมงค์เล็กๆ)ซึ่งน้ำทะเลไม่สามารถจะเข้าไปได้
18:62Page 301
فَلَمَّا جَاوَزَا قَالَ لِفَتَىٰهُ ءَاتِنَا غَدَآءَنَا لَقَدۡ لَقِينَا مِن سَفَرِنَا هَٰذَا نَصَبٗا ٦٢
So when they had passed beyond it, [Moses] said to his boy, "Bring us our morning meal. We have certainly suffered in this, our journey, [much] fatigue."
เมื่อทั้งสองเดินเลยจากที่นั่นไป มูซา อะลัยฮิสสลาม ก็ได้กล่าวแก่คนใช้ว่า "จงนำอาหารกลางวันของเราออกมากินกันเถอะ เรารู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางในครั้งนี้มาก"
18:63Page 301
قَالَ أَرَءَيۡتَ إِذۡ أَوَيۡنَآ إِلَى ٱلصَّخۡرَةِ فَإِنِّي نَسِيتُ ٱلۡحُوتَ وَمَآ أَنسَىٰنِيهُ إِلَّا ٱلشَّيۡطَٰنُ أَنۡ أَذۡكُرَهُۥۚ وَٱتَّخَذَ سَبِيلَهُۥ فِي ٱلۡبَحۡرِ عَجَبٗا ٦٣
He said, "Did you see when we retired to the rock? Indeed, I forgot [there] the fish. And none made me forget it except Satan - that I should mention it. And it took its course into the sea amazingly."
คนใช้ได้กล่าวว่า "ท่านมิได้สังเกตหรือว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในตอนที่เราพักข้างก้อนหินนั้น?! แท้จริงฉันลืมที่จะบอกท่านเกี่ยวกับเรื่องของปลานั้น และไม่มีผู้ใดทำให้ฉันลืมที่จะบอกท่านนอกจากชัยฏอน(มารร้าย)เท่านั้น ปลาตัวนั้นได้กลับมามีชีวิตแล้วกระโดดหนีลงทะเลไปอย่างน่าอัศจรรย์"
18:64Page 301
قَالَ ذَٰلِكَ مَا كُنَّا نَبۡغِۚ فَٱرۡتَدَّا عَلَىٰٓ ءَاثَارِهِمَا قَصَصٗا ٦٤
[Moses] said, "That is what we were seeking." So they returned, following their footprints.
มูซา อะลัยฮิสสลามได้กล่าวแก่คนใช้ของเขาว่า "นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ มันเป็นสัญลักษณ์สถานที่พำนักของบ่าวที่มีคุณธรรมคนนั้น ดังนั้นทั้งสองก็ได้หวนกลับตามร้อยเท้าเดิมกลับไป เพื่อจะได้ไม่หลงทาง จนกระทั่งทั้งสองได้ถึงที่ก้อนหินนั้น และจากตรงนั้นที่ปลาตัวนั้นเข้าสู่ทะเล"
18:65Page 301
فَوَجَدَا عَبۡدٗا مِّنۡ عِبَادِنَآ ءَاتَيۡنَٰهُ رَحۡمَةٗ مِّنۡ عِندِنَا وَعَلَّمۡنَٰهُ مِن لَّدُنَّا عِلۡمٗا ٦٥
And they found a servant from among Our servants [i.e., al-Khiḍr] to whom We had given mercy from Us and had taught him from Us a [certain] knowledge.
และเมื่อทั้งสองได้ถึง ณ จุดที่ปลาได้หายไป พวกเขาก็ได้พบบ่าวคนหนี่งของเราที่มีคุณธรรม (นั่นคือ อัลเคาะฎิร อะลัยฮิสสลาม) ซึ่งเป็นบ่าวที่เราได้ประทานความเมตตาแก่เขาและเราได้สอนเขาซึ่งความรู้ที่คนอื่นๆ ไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ และความรู้นี้คือสิ่งที่เป็นเนื้อหาหลักในเรื่องนี้
18:66Page 301
قَالَ لَهُۥ مُوسَىٰ هَلۡ أَتَّبِعُكَ عَلَىٰٓ أَن تُعَلِّمَنِ مِمَّا عُلِّمۡتَ رُشۡدٗا ٦٦
Moses said to him, "May I follow you on [the condition] that you teach me from what you have been taught of sound judgement?"
มูซาได้กล่าวแก่เขาด้วยความนอบน้อมถ่อมตนว่า "ให้ฉันติดตามท่านไปด้วยได้ไหม? ทั้งนี้เพื่อที่ท่านจะได้สอนฉัน จากความรู้ที่อัลลอฮ์ได้สอนท่านมา ที่เป็นแนวทางนำไปสู่สัจธรรมที่เที่ยงตรง "
18:67Page 301
قَالَ إِنَّكَ لَن تَسۡتَطِيعَ مَعِيَ صَبۡرٗا ٦٧
He said, "Indeed, with me you will never be able to have patience.
ท่านอัลเคาะฎิร ได้ตอบว่า "แท้จริงแล้ว ท่านไม่สามารถที่จะอดทนกับความรู้ที่ฉันมี เพราะมันไม่ตรงกับความรู้ที่ท่านมีนั่นเอง"
18:68Page 301
وَكَيۡفَ تَصۡبِرُ عَلَىٰ مَا لَمۡ تُحِطۡ بِهِۦ خُبۡرٗا ٦٨
And how can you have patience for what you do not encompass in knowledge?"
"และท่านจะอดทนอยู่ได้อย่างไรเล่า กับสิ่งที่ท่านได้เห็นถึงการกระทำที่ท่านไม่รู้ว่ามันผิดหรือถูก เพราะท่านจะตัดสินกับความรู้ที่เป็นที่สุดแล้วสำหรับท่าน?!"
18:69Page 301
قَالَ سَتَجِدُنِيٓ إِن شَآءَ ٱللَّهُ صَابِرٗا وَلَآ أَعۡصِي لَكَ أَمۡرٗا ٦٩
[Moses] said, "You will find me, if Allāh wills, patient, and I will not disobey you in [any] order."
มูซาได้กล่าวว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ท่านจะเห็นว่าฉันเป็นคนอดทนในสิ่งที่ฉันเห็นถึงการกระทำของท่าน มุ่งมั่นที่จะเชื่อฟังท่าน และฉันจะไม่ฝ่าฝืนคำสั่งใด ๆ ของท่าน ที่ได้สั่งใช้ฉัน"
18:70Page 301
قَالَ فَإِنِ ٱتَّبَعۡتَنِي فَلَا تَسۡـَٔلۡنِي عَن شَيۡءٍ حَتَّىٰٓ أُحۡدِثَ لَكَ مِنۡهُ ذِكۡرٗا ٧٠
He said, "Then if you follow me, do not ask me about anything until I make to you about it mention [i.e., explanation]."
ท่านอัลเคาะฏิรได้กล่าวแก่มูซาว่า "หากท่านจะติดตามฉันไป ท่านจงอย่าได้ถามฉันถึงเรื่องใดๆจากสิ่งที่ท่านเห็นจากการกระทำของฉัน จนกว่าฉันจะเป็นผู้ที่เริ่มอธิบายสิ่งนั้นให้ท่านเอง"
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences