Al-MukhtasarAl‑Kahf · 18:71–110

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Kahf 18:71–110

18:71Page 301

فَٱنطَلَقَا حَتَّىٰٓ إِذَا رَكِبَا فِي ٱلسَّفِينَةِ خَرَقَهَاۖ قَالَ أَخَرَقۡتَهَا لِتُغۡرِقَ أَهۡلَهَا لَقَدۡ جِئۡتَ شَيۡـًٔا إِمۡرٗا ٧١

So they set out, until when they had embarked on the ship, he [i.e., al-Khiḍr] tore it open. [Moses] said, "Have you torn it open to drown its people? You have certainly done a grave thing."

และเมื่อพวกเขาทั้งสองได้ตกลงกันแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางไปที่ชายหาด พบเรือลำหนึ่ง พวกเขาก็ได้ลงเรือลำนั้นไปโดยไม่เสียค่าโดยสารใดๆ ซึ่งเป็นการให้เกียรติแก่ท่านเคาะฎิร และแล้วท่านเคาะฎิรก็ได้เจาะรูเรือลำนั้นโดยถอดไม้แผ่นหนึ่งออกไป มูซาจึงได้ร้องออกมาว่า "ท่านเจาะรูลำเรือที่เจ้าของมันให้ลงเรือไปด้วยโดยไม่เสียค่าโดยสารใดๆ เพื่อที่จะให้ผู้คนที่อยู่ในเรือจมน้ำตายกระนั้นหรือ?! ท่านได้กระทำในสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ"

18:72Page 301

قَالَ أَلَمۡ أَقُلۡ إِنَّكَ لَن تَسۡتَطِيعَ مَعِيَ صَبۡرٗا ٧٢

[Al-Khiḍr] said, "Did I not say that with me you would never be able to have patience?"

ท่านเคาะฎิรตอบแก่มูซาว่า "ฉันมิได้บอกแก่ท่านหรือว่า แท้จริง ท่านไม่สามารถที่จะอดทนร่วมกับฉันได้ ในสิ่งที่ท่านเห็นถึงการกระทำของฉัน?!"

18:73Page 301

قَالَ لَا تُؤَاخِذۡنِي بِمَا نَسِيتُ وَلَا تُرۡهِقۡنِي مِنۡ أَمۡرِي عُسۡرٗا ٧٣

[Moses] said, "Do not blame me for what I forgot and do not overwhelm me in my matter with difficulty."

มูซาก็ได้กล่าวแก่ท่านเคาะฎิรว่า "โปรดอย่าได้ตำหนิฉันในสิ่งที่ฉันลืมจนผิดสัญญาที่ให้ไว้ และอย่าได้เข้มงวดกับฉันมากจนเกินไปในการเป็นผู้ติดตามท่านเลย"

18:74Page 301

فَٱنطَلَقَا حَتَّىٰٓ إِذَا لَقِيَا غُلَٰمٗا فَقَتَلَهُۥ قَالَ أَقَتَلۡتَ نَفۡسٗا زَكِيَّةَۢ بِغَيۡرِ نَفۡسٖ لَّقَدۡ جِئۡتَ شَيۡـٔٗا نُّكۡرٗا ٧٤

So they set out, until when they met a boy, he [i.e., al-Khiḍr] killed him. [Moses] said, "Have you killed a pure soul for other than [having killed] a soul? You have certainly done a deplorable thing."

เมื่อถึงชายฝั่งพวกเขาทั้งสองก็ลงจากเรือไป เดินตามชายหาดจนกระทั่งพบเด็กชายคนหนึ่งยังไม่บรรลุศาสนภาวะซึ่งกำลังเล่นกับเพื่อนๆ ท่านเคาะฎิรจึงฆ่าเด็กคนนั้น มูซาจึงได้ร้องออกมาว่า "ท่านฆ่าคนที่บริสุทธิ์ที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะโดยเขาไม่มีบาปใดๆกระนั้นหรือ?! แท้จริงท่านได้นำมาซึ่งสิ่งที่โหดร้ายจริงๆ!"

18:75Page 302

۞ قَالَ أَلَمۡ أَقُل لَّكَ إِنَّكَ لَن تَسۡتَطِيعَ مَعِيَ صَبۡرٗا ٧٥

[Al-Khiḍr] said, "Did I not tell you that with me you would never be able to have patience?"

ท่านเคาะฎิรฺกล่าวแก่นบีมูซา อะลัยฮิสลามว่า โอ้ มูซา ฉันบอกท่านแล้วว่า ท่านจะไม่อาจทนต่อสิ่งที่ฉันจะทำได้หรอก

18:76Page 302

قَالَ إِن سَأَلۡتُكَ عَن شَيۡءِۭ بَعۡدَهَا فَلَا تُصَٰحِبۡنِيۖ قَدۡ بَلَغۡتَ مِن لَّدُنِّي عُذۡرٗا ٧٦

[Moses] said, "If I should ask you about anything after this, then do not keep me as a companion. You have obtained from me an excuse."

นบีมูซา อะลัยฮิสสลาม กล่าวว่า หากฉันถามสิ่งใดหลังจากนี้อีก ท่านก็จงแยกทางกับฉันเลย เพราะมันถึงกำหนดที่ได้สัญญาเอาไว้ว่าอย่าคบฉันเป็นเพื่อนร่วมทางอีก เหตุจากการที่ฉันได้ผิดสัญญามาถึงสองครั้ง

18:77Page 302

فَٱنطَلَقَا حَتَّىٰٓ إِذَآ أَتَيَآ أَهۡلَ قَرۡيَةٍ ٱسۡتَطۡعَمَآ أَهۡلَهَا فَأَبَوۡاْ أَن يُضَيِّفُوهُمَا فَوَجَدَا فِيهَا جِدَارٗا يُرِيدُ أَن يَنقَضَّ فَأَقَامَهُۥۖ قَالَ لَوۡ شِئۡتَ لَتَّخَذۡتَ عَلَيۡهِ أَجۡرٗا ٧٧

So they set out, until when they came to the people of a town, they asked its people for food, but they refused to offer them hospitality. And they found therein a wall about to collapse, so he [i.e., al-Khiḍr] restored it. [Moses] said, "If you wished, you could have taken for it a payment."

แล้วเขาทั้งสองจึงออกเดินทางต่อไป จนกระทั่งเมื่อทั้งสองพบชาวเมืองหนึ่ง ทั้งสองได้ขออาหารจากชาวเมืองนั้น แต่พวกเขาปฏิเสธที่จะต้อนรับเขาทั้งสอง ซึ่งพวกเขาได้ละเมิดสิทธิในการต้อนรับแขก ต่อมาเขาทั้งสองได้พบกำแพงแห่งหนึ่งกำลังจะพังลงมาแล้วเขาก็ทำให้มันตรง เขา (มูซา) กล่าวแก่ท่านเคาะฎิรฺว่า ถ้าท่านต้องการที่จะเอาค่าจ้างที่ได้ปรับให้มันตั้งตรง ก็จงเอามันเสีย สำหรับความต้องการของเราหลังจากที่พวกเขาได้ปฏิเสธจากการต้อนรับพวกเรา

18:78Page 302

قَالَ هَٰذَا فِرَاقُ بَيۡنِي وَبَيۡنِكَۚ سَأُنَبِّئُكَ بِتَأۡوِيلِ مَا لَمۡ تَسۡتَطِع عَّلَيۡهِ صَبۡرًا ٧٨

[Al-Khiḍr] said, "This is parting between me and you. I will inform you of the interpretation of that about which you could not have patience.

ท่านเคาะฎิรฺได้กล่าวแก่ท่านนบีมูซาว่า การคัดค้านที่เกี่ยวกับการที่ไม่ได้รับผลตอบแทนที่ได้สร้างกำแพงครั้งนี้ คือ สาเหตุที่จะต้องแยกทางกันระหว่างเรา ซึ่งฉันจะอธิบายให้ละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ท่าน (มูซา) ไม่สามารถอดทนต่อสิ่งที่ท่านเห็นในสิ่งที่ฉันทำลงไปได้

18:79Page 302

أَمَّا ٱلسَّفِينَةُ فَكَانَتۡ لِمَسَٰكِينَ يَعۡمَلُونَ فِي ٱلۡبَحۡرِ فَأَرَدتُّ أَنۡ أَعِيبَهَا وَكَانَ وَرَآءَهُم مَّلِكٞ يَأۡخُذُ كُلَّ سَفِينَةٍ غَصۡبٗا ٧٩

As for the ship, it belonged to poor people working at sea. So I intended to cause defect in it as there was after them a king who seized every [good] ship by force.

ส่วนเรื่องของเรือที่ฉันทำให้มีตำหนินั้น ซึ่งเป็นเรือของชาวบ้านผู้อ่อนแอใช้ทำงานในท้องทะเล เพราะพวกเขาไม่สามารถปกป้องเรือของพวกเขาจากพวกเขาเหล่านั้นได้ ซึ่งฉันต้องการที่จะให้เรือนั้นมีตำหนิแบบนั้น เพื่อไม่ให้กษัตริย์ที่อยุ่ข้างหน้าพวกเขายึดมันไป เพราะกษัตริย์นั้นจะยึดเฉพาะเรือที่ดีๆและปล่อยเรือที่มีตำหนิไป

18:80Page 302

وَأَمَّا ٱلۡغُلَٰمُ فَكَانَ أَبَوَاهُ مُؤۡمِنَيۡنِ فَخَشِينَآ أَن يُرۡهِقَهُمَا طُغۡيَٰنٗا وَكُفۡرٗا ٨٠

And as for the boy, his parents were believers, and we feared that he would overburden them by transgression and disbelief.

ส่วนเรื่องของเด็กที่นบีมูซาได้คัดค้านในการฆ่านั้นก็คือ พ่อแม่ของเขานั้นเป็นผู้ศรัทธา และอัลลอฮฺทรงรู้ดีว่าเด็กคนนี้โตไปจะเป็นผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ ท่านคุเดรกลัวว่า พอเขาโตไป เขาจะเคี่ยวเข็ญให้ทั้งสองตกอยู่ในการละเมิดและปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺจากความรักของเขาทั้งสองหรือจากความต้องการของพวกเขา

18:81Page 302

فَأَرَدۡنَآ أَن يُبۡدِلَهُمَا رَبُّهُمَا خَيۡرٗا مِّنۡهُ زَكَوٰةٗ وَأَقۡرَبَ رُحۡمٗا ٨١

So we intended that their Lord should substitute for them one better than him in purity and nearer to mercy.

ท่านเคาะฎิรฺต้องการให้พระองค์นั้นทดแทนทั้งสองด้วยลูกที่ดีกว่าเดิม ในด้านของศาสนาหรือเป็นลูกที่กตัญญูกว่าและมีความบริสุทธิ์จากบาปและใกล้ชิดต่อความเมตตาของบิดามารดาของเขา

18:82Page 302

وَأَمَّا ٱلۡجِدَارُ فَكَانَ لِغُلَٰمَيۡنِ يَتِيمَيۡنِ فِي ٱلۡمَدِينَةِ وَكَانَ تَحۡتَهُۥ كَنزٞ لَّهُمَا وَكَانَ أَبُوهُمَا صَٰلِحٗا فَأَرَادَ رَبُّكَ أَن يَبۡلُغَآ أَشُدَّهُمَا وَيَسۡتَخۡرِجَا كَنزَهُمَا رَحۡمَةٗ مِّن رَّبِّكَۚ وَمَا فَعَلۡتُهُۥ عَنۡ أَمۡرِيۚ ذَٰلِكَ تَأۡوِيلُ مَا لَمۡ تَسۡطِع عَّلَيۡهِ صَبۡرٗا ٨٢

And as for the wall, it belonged to two orphan boys in the city, and there was beneath it a treasure for them, and their father had been righteous. So your Lord intended that they reach maturity and extract their treasure, as a mercy from your Lord. And I did it not of my own accord. That is the interpretation of that about which you could not have patience."

ในส่วนเรื่องการซ่อมแซมกำแพงที่ท่านนบีมูซาได้ปฏิเสธนั้น มันเป็นของเด็กผู้ชายกำพร้าสองคนที่อยู่ในเมืองนั้น เรามาพ่อของเขาตายแล้ว และใต้กำแพงนั้นมีขุมทรัพย์ของเขาทั้งสอง และพ่อของเด็กทั้งสองก็เป็นคนดี ดังนั้น พระผู้เป็นเจ้าของท่านทรงประสงค์ที่จะให้เด็กทั้งสองบรรลุสู่ความเป็นผู้ใหญ่ก่อน แล้วจะให้เด็กทั้งสองเอาขุมทรัพย์ของเขาทั้งสองออกมาเอง ถ้าผนังกำแพงนี้ล้มลงก่อนก็จะไม่เป็นการปกปิดทรัพย์สินของเขา เกรงกลัวว่าจะหายไปก่อนที่เขาจะโต และนี้เป็นความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าของท่านต่อเด็กทั้งสอง และฉันมิได้ทำสิ่งนั้นตามความพอใจของฉัน นั่นคือความหมายที่ท่านไม่สามารถมีความอดทนในสิ่งนั้นๆได้

18:83Page 302

وَيَسۡـَٔلُونَكَ عَن ذِي ٱلۡقَرۡنَيۡنِۖ قُلۡ سَأَتۡلُواْ عَلَيۡكُم مِّنۡهُ ذِكۡرًا ٨٣

And they ask you, [O Muḥammad], about Dhul-Qarnayn. Say, "I will recite to you about him a report."

และเขาได้ถามเจ้าว่า โอ้ท่านเราะซูล ชาวมุชรีกีนและยาฮูดถามเกี่ยวกับเรื่องราวของซุลก็อรนัยนฺ จงกล่าวเถิด ฉันจะบอกถึงเรื่องราวส่วนหนึ่งแก่พวกเจ้าเกี่ยวกับเรื่องของซุลก็อรนัยนฺเพื่อเป็นการได้พินิจพิจารณาและใคร่ครวญมัน

18:84Page 303

إِنَّا مَكَّنَّا لَهُۥ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَءَاتَيۡنَٰهُ مِن كُلِّ شَيۡءٖ سَبَبٗا ٨٤

Indeed, We established him upon the earth, and We gave him from everything a way [i.e., means].

แท้จริงพระองค์ได้ให้อำนาจแก่เขาในแผ่นดิน และพระองค์ทรงประทานให้แก่เขาทุกอย่างที่เขาต้องการเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่เขาต้องการ

18:85Page 303

فَأَتۡبَعَ سَبَبًا ٨٥

So he followed a way

และเขาได้รับสิ่งที่เราให้ไว้เพื่อนำเขาไปสู่สิ่งที่เขาต้องการและแล้วเขาก็ได้ไปในทางทิศตะวันตก

18:86Page 303

حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ مَغۡرِبَ ٱلشَّمۡسِ وَجَدَهَا تَغۡرُبُ فِي عَيۡنٍ حَمِئَةٖ وَوَجَدَ عِندَهَا قَوۡمٗاۖ قُلۡنَا يَٰذَا ٱلۡقَرۡنَيۡنِ إِمَّآ أَن تُعَذِّبَ وَإِمَّآ أَن تَتَّخِذَ فِيهِمۡ حُسۡنٗا ٨٦

Until, when he reached the setting of the sun [i.e., the west], he found it [as if] setting in a body of dark water,1 and he found near it a people. We [i.e., Allāh] said, "O Dhul-Qarnayn, either you punish [them] or else adopt among them [a way of] goodness."

เขาได้เดินบนหน้าแผ่นดินจนถึงปลายสุดของโลกที่ดวงอาทิตย์ตก เขาพบมันตกลงในน้ำขุ่นดำ และได้พบกับชนกลุ่มหนึ่งที่ปฏิเสธศรัทธา เราได้กล่าวแก่เขา(ซุลก็อรนัยน์)ว่า เพื่อให้เขาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง "โอ้ ซุลก็อรนัยน์ เจ้าจะลงโทษพวกเขาด้วยการฆ่าพวกเขาหรือจะลงโทษด้วยวิธีอื่นหรือจะทำดีต่อพวกเขา"

18:87Page 303

قَالَ أَمَّا مَن ظَلَمَ فَسَوۡفَ نُعَذِّبُهُۥ ثُمَّ يُرَدُّ إِلَىٰ رَبِّهِۦ فَيُعَذِّبُهُۥ عَذَابٗا نُّكۡرٗا ٨٧

He said, "As for one who wrongs,1 we will punish him. Then he will be returned to his Lord, and He will punish him with a terrible punishment [i.e., Hellfire].

พวกกลุ่มชนของซุลก็อรนัยนฺ กล่าวว่า สำหรับใครที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺหลังจากที่เราได้ชักชวนเข้าสู่การเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺแล้ว เราจะลงโทษพวกเขาด้วยการเข่นฆ่าบนโลกนี้ แล้วในวันกียามะฮฺพวกเขาก็กลับสู่พระองค์ พวกเขาจะถูกทรมานด้วยการลงโทษอย่างสาหัส

18:88Page 303

وَأَمَّا مَنۡ ءَامَنَ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَلَهُۥ جَزَآءً ٱلۡحُسۡنَىٰۖ وَسَنَقُولُ لَهُۥ مِنۡ أَمۡرِنَا يُسۡرٗا ٨٨

But as for one who believes and does righteousness, he will have a reward of the best [i.e., Paradise], and we [i.e., Dhul-Qarnayn] will speak to him from our command with ease."

และส่วนผู้ศรัทธาและประกอบความดีนั้น พวกเขาจะได้รับคือสวนสวรรค์เป็นการตอบแทนที่ดีจากพระองค์ เนื่องจากการที่พวกเขานั้นศรัทธาและกระทำความดีและเราจะบอกเขาว่ามันคือคำสั่งจากพระองค์ด้วยความอ่อนนุ่มและอ่อนโยน

18:89Page 303

ثُمَّ أَتۡبَعَ سَبَبًا ٨٩

Then he followed a way

แล้วเขาก็ได้มุ่งสู่ในทางที่ไม่ไช่ทางแรกซึ่งเป็นทางที่มุ่งสู่ทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์

18:90Page 303

حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ مَطۡلِعَ ٱلشَّمۡسِ وَجَدَهَا تَطۡلُعُ عَلَىٰ قَوۡمٖ لَّمۡ نَجۡعَل لَّهُم مِّن دُونِهَا سِتۡرٗا ٩٠

Until, when he came to the rising of the sun [i.e., the east], he found it rising on a people for whom We had not made against it any shield.

และเขาได้เดินทางต่อจนถึงฝั่งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เขาพบว่าดวงอาทิตย์ได้ส่องแสงมายังกลุ่มชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้สร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่พวกเขาเพื่อป้องกันพวกเขาจากแสงของดวงอาทิตย์จะเป็นบ้านหรือต้นไม้

18:91Page 303

كَذَٰلِكَۖ وَقَدۡ أَحَطۡنَا بِمَا لَدَيۡهِ خُبۡرٗا ٩١

Thus.1 And We had encompassed [all] that he had in knowledge.

เช่นนั้นแหละกลุ่มชนของซุลก็อรนัยนฺได้สั่งพวกเขาให้รู้ว่าเราหยั่งรู้ข่าวคราวที่เกี่ยวกับเขาอย่างละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขามี ไม่ว่าในด้านพละกำลังที่แข็งแรงและอำนาจ

18:92Page 303

ثُمَّ أَتۡبَعَ سَبَبًا ٩٢

Then he followed a way

แล้วเขาก็ได้มุ่งสู่อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งไม่ไช่สองเส้นทางแรกเป็นเส้นทางที่ตรงกันข้ามกับทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

18:93Page 303

حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ بَيۡنَ ٱلسَّدَّيۡنِ وَجَدَ مِن دُونِهِمَا قَوۡمٗا لَّا يَكَادُونَ يَفۡقَهُونَ قَوۡلٗا ٩٣

Until, when he reached [a pass] between two mountains, he found beside them a people who could hardly understand [his] speech.

จนกระทั่งเมื่อเขาไปถึงบริเวณระหว่างภูผาทั้งสอง เขาได้พบชนกลุ่มหนึ่งที่เชิงภูผาทั้งสองนั้น ซึ่งพวกเขาเกือบจะไม่เข้าใจในคำพูดใดเลย

18:94Page 303

قَالُواْ يَٰذَا ٱلۡقَرۡنَيۡنِ إِنَّ يَأۡجُوجَ وَمَأۡجُوجَ مُفۡسِدُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَهَلۡ نَجۡعَلُ لَكَ خَرۡجًا عَلَىٰٓ أَن تَجۡعَلَ بَيۡنَنَا وَبَيۡنَهُمۡ سَدّٗا ٩٤

They said, "O Dhul-Qarnayn, indeed Gog and Magog1 are [great] corrupters in the land. So may we assign for you an expenditure that you might make between us and them a barrier?"

พวกเขากล่าวว่า โอ้ซุลก็อรนัยนฺ แท้จริงยะอฺญูจและมะอฺญูจนั้น (เป็นสองประชาชาติที่ยิ่งใหญ่จากลูกหลานชนอาดัม) ที่เป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดินนี้ พวกเขาได้กระทำด้วยการฆ่าและอื่นๆ ดังนั้น เราขอมอบบรรณาการแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้สร้างกำแพงกั้นระหว่างพวกเรากับพวกเขา

18:95Page 303

قَالَ مَا مَكَّنِّي فِيهِ رَبِّي خَيۡرٞ فَأَعِينُونِي بِقُوَّةٍ أَجۡعَلۡ بَيۡنَكُمۡ وَبَيۡنَهُمۡ رَدۡمًا ٩٥

He said, "That in which my Lord has established me is better [than what you offer], but assist me with strength [i.e., manpower]; I will make between you and them a dam.

ซุลก็อรนัยนฺได้กล่าวว่า สิ่งที่พระองค์ได้ให้แก่ฉันนั้นไม่ว่าจะเป็นการปกครองและอำนาจเป็นสิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เจ้าจะให้แก่ฉันในเรื่องของทรัพย์สิน ดังนั้นพวกท่านจงช่วยฉันจากกำลังคนและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ฉันจะสร้างกำแพงอย่างแน่นหนากั้นระหว่างพวกท่านกับพวกเขา

18:96Page 303

ءَاتُونِي زُبَرَ ٱلۡحَدِيدِۖ حَتَّىٰٓ إِذَا سَاوَىٰ بَيۡنَ ٱلصَّدَفَيۡنِ قَالَ ٱنفُخُواْۖ حَتَّىٰٓ إِذَا جَعَلَهُۥ نَارٗا قَالَ ءَاتُونِيٓ أُفۡرِغۡ عَلَيۡهِ قِطۡرٗا ٩٦

Bring me bars of iron" - until, when he had leveled [them] between the two mountain walls, he said, "Blow [with bellows]," until when he had made it [like] fire, he said, "Bring me, that I may pour over it molten copper."

พวกท่านจงเอาเหล็กท่อนโตๆมาให้ฉัน พวกเขาทั้งหลายก็ได้เอาเหล็กนั้นมา เขาจะสร้างมันขึ้นมาระหว่างภูเขาจนกระทั่งเมื่อเขาทำให้บริเวณภูผาทั้งสองราบเรียบ เขาก็กล่าวแก่คนงานของเขาว่า สั่งให้จุดไฟเหล็กท่อนนั้น จนกระทั่งเหล็กท่อนนั้นแดง เขากล่าวว่า ปล่อยให้ฉันเททองแดงหลอมลงไปบนมัน

18:97Page 303

فَمَا ٱسۡطَٰعُوٓاْ أَن يَظۡهَرُوهُ وَمَا ٱسۡتَطَٰعُواْ لَهُۥ نَقۡبٗا ٩٧

So they [i.e., Gog and Magog] were unable to pass over it, nor were they able [to effect] in it any penetration.

พวกเขา (ยะอฺญูจและมะอฺญูจ) ไม่สามารถยกตัวให้สูงขึ้นได้และไม่สามารถขุดโพรงเข้ามาจากด้านล่างของความแข็งของมันได้

18:98Page 304

قَالَ هَٰذَا رَحۡمَةٞ مِّن رَّبِّيۖ فَإِذَا جَآءَ وَعۡدُ رَبِّي جَعَلَهُۥ دَكَّآءَۖ وَكَانَ وَعۡدُ رَبِّي حَقّٗا ٩٨

[Dhul-Qarnayn] said, "This is a mercy from my Lord; but when the promise of my Lord1 comes [i.e., approaches], He will make it level, and ever is the promise of my Lord true."

ซุลก็อรนัยนฺกล่าวว่า เขื่อนกำแพงนี้เป็นความเมตตาของพระเจ้าของฉัน ที่ปิดล้อมระหว่างญะญูจกับมะญูจและระหว่างการสร้างความเสียหายบนโลกและปกป้องจากพวกเขา ดังนั้นเมื่อเวลาที่อัลลอฮฺกำหนดนั้นได้มาถึงในการที่พวกเขาก็จะออกมาก่อนวันสิ้นโลก พระองค์จะทรงทำให้โลกมันพังทลาย และอัลลอฮฺทรงสัญญาว่าจะทรงทำให้แผ่นดินนั้นราบเรียบด้วยการออกของญะญูจและมะญูจ และสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าของฉันนั้นเป็นจริงเสมอ

18:99Page 304

۞ وَتَرَكۡنَا بَعۡضَهُمۡ يَوۡمَئِذٖ يَمُوجُ فِي بَعۡضٖۖ وَنُفِخَ فِي ٱلصُّورِ فَجَمَعۡنَٰهُمۡ جَمۡعٗا ٩٩

And We will leave them that day1 surging over each other, and [then] the Horn will be blown, and We will assemble them in [one] assembly.

และในวันนั้นเราได้ปล่อยให้บางส่วนของพวกเขาในช่วงท้ายของใกล้เวลาสิ้นโลก จะปะทะและปะปนกับอีกบางส่วนกันไปและสังข์จะถูกเป่าขึ้น แล้วเราจะรวมพวกเขาทั้งหมด เพื่อสอบสวนและตอบแทน

18:100Page 304

وَعَرَضۡنَا جَهَنَّمَ يَوۡمَئِذٖ لِّلۡكَٰفِرِينَ عَرۡضًا ١٠٠

And We will present Hell that Day to the disbelievers, on display -

และในวันนั้นเราได้นำนรกจญะหันนัมมาแสดงแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเพื่อให้ปรากฏชัดแจ้งแก่เขาและในวันนั้นพวกเขาจะได้เห็นด้วยสายตาเองโดยไม่มีสิ่งใดปิดบังให้เบลอเลยแม้แต่น้อย

18:101Page 304

ٱلَّذِينَ كَانَتۡ أَعۡيُنُهُمۡ فِي غِطَآءٍ عَن ذِكۡرِي وَكَانُواْ لَا يَسۡتَطِيعُونَ سَمۡعًا ١٠١

Those whose eyes had been within a cover [removed] from My remembrance,1 and they were not able to hear.2

เราได้ชี้แนะแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่อยู่ในโลกที่ตาบอดต่อการรำลึกถึงอัลลอฮฺ เพราะในสายตาของพวกเขาจะมีแผ่นกั้นต่อการรำลึกนั้นและพวกเขาไม่สามารถได้ยินโองการของอัลลอฮฺด้วยการได้ยินที่ยอมรับได้

18:102Page 304

أَفَحَسِبَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ أَن يَتَّخِذُواْ عِبَادِي مِن دُونِيٓ أَوۡلِيَآءَۚ إِنَّآ أَعۡتَدۡنَا جَهَنَّمَ لِلۡكَٰفِرِينَ نُزُلٗا ١٠٢

Then do those who disbelieve think that they can take My servants instead of Me as allies? Indeed, We have prepared Hell for the disbelievers as a lodging.

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พวกเขาคิดหรือว่า พวกเขาจะทำให้ปวงบ่าวของข้าจากมลาอิกะฮฺและบรรดาเราะซูลและชัยฏอนนั้นเพื่อเคารพภักดีนอกจากพระองค์ แท้จริงเราได้เตรียมนรกญะฮันนัมไว้เป็นที่พำนักสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว

18:103Page 304

قُلۡ هَلۡ نُنَبِّئُكُم بِٱلۡأَخۡسَرِينَ أَعۡمَٰلًا ١٠٣

Say, [O Muḥammad], "Shall we [believers] inform you of the greatest losers as to [their] deeds?

จงกล่าวเถิด โอ้บรรดาเราะซูลทั้งหลาย เราแจ้งให้พวกคุณทราบไหม โอ้มนุษย์ชาติทั้งหลายเกี่ยวกับมนุษย์ส่วนมากจะขาดทุนไปกับการกระทำของเขาเอง

18:104Page 304

ٱلَّذِينَ ضَلَّ سَعۡيُهُمۡ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا وَهُمۡ يَحۡسَبُونَ أَنَّهُمۡ يُحۡسِنُونَ صُنۡعًا ١٠٤

[They are] those whose effort is lost in worldly life, while they think that they are doing well in work."

ผู้ที่มองเห็นในวันกียามะฮฺว่าสิ่งที่พวกเขาได้แสวงหาบนโลกนี้ได้หายไป ซึ่งพวกเขาคิดว่าอันที่จริงพวกเขาจะถูกคิดบัญชีเกียวกับการกระทำที่เขาได้แสวงหามาและจะช่วยพวกเขาด้วยการกระทำของพวกเขาแต่ที่จริงแล้ว มันกลับกันอย่างสิ้นเชิง

18:105Page 304

أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ بِـَٔايَٰتِ رَبِّهِمۡ وَلِقَآئِهِۦ فَحَبِطَتۡ أَعۡمَٰلُهُمۡ فَلَا نُقِيمُ لَهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ وَزۡنٗا ١٠٥

Those are the ones who disbelieve in the verses of their Lord and in [their] meeting Him, so their deeds have become worthless; and We will not assign to them on the Day of Resurrection any weight [i.e., importance].

เขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อโองการทั้งหลายของพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาที่บ่งบอกถึงการให้เอกภาพต่อพระองค์และเขาได้ปฏิเสธในวันที่จะพบเจอกับพระองค์ ด้วยเหตุนี้แหละพวกเขาได้สูญเสียการงานของเขาด้วยการปฏิเสธศรัทธา แล้วสำหรับพวกเขาจะไม่เชื่อในการกำหนดของพระเจ้าว่ามีวันกียามะฮฺ

18:106Page 304

ذَٰلِكَ جَزَآؤُهُمۡ جَهَنَّمُ بِمَا كَفَرُواْ وَٱتَّخَذُوٓاْ ءَايَٰتِي وَرُسُلِي هُزُوًا ١٠٦

That is their recompense - Hell - for what they denied and [because] they took My signs and My messengers in ridicule.

และนี่คือการตอบแทนของพวกเขาคือนรกจญะหันนัม เนื่องจากพวกเขาปฏิเสธศรัทธา และพวกเขายึดเอาโองการทั้งหลายของข้า และบรรดาเราะซูลของข้า เป็นที่เยาะเย้ย

18:107Page 304

إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ كَانَتۡ لَهُمۡ جَنَّٰتُ ٱلۡفِرۡدَوۡسِ نُزُلًا ١٠٧

Indeed, those who have believed and done righteous deeds - they will have the Gardens of Paradise1 as a lodging,

แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดี สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับคือสวนสวรรค์ชั้นสูงสุดเป็นที่พำนักเพื่อเป็นเกียรติแก่พวกเขา

18:108Page 304

خَٰلِدِينَ فِيهَا لَا يَبۡغُونَ عَنۡهَا حِوَلٗا ١٠٨

Wherein they abide eternally. They will not desire from it any transfer.

พวกเขาพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร โดยที่พวกเขาไม่ขอที่จะเปลี่ยนแปลงเลยเพราะในนั้นไม่ได้ให้โทษอะไรแแก่พวกเขาเลย

18:109Page 304

قُل لَّوۡ كَانَ ٱلۡبَحۡرُ مِدَادٗا لِّكَلِمَٰتِ رَبِّي لَنَفِدَ ٱلۡبَحۡرُ قَبۡلَ أَن تَنفَدَ كَلِمَٰتُ رَبِّي وَلَوۡ جِئۡنَا بِمِثۡلِهِۦ مَدَدٗا ١٠٩

Say, "If the sea were ink for [writing] the words1 of my Lord, the sea would be exhausted before the words of my Lord were exhausted, even if We brought the like of it in [continual] supplement."

จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด) แท้จริงสำหรับพจนารถของพระผู้เป็นเจ้าของฉันมากมายถ้าทะเลเป็นทะเลหมึกซึ่งจะใช้หมึกนั้นเขียน แน่นอนน้ำทะเลย่อมหมดไปก่อน ก่อนที่คำพูดของอัลลอฮจะจบลงก่อน ถ้าเรานำทะเลอื่นๆมาก็จะกลายเป็นเช่นนั้นเช่นกัน

18:110Page 304

قُلۡ إِنَّمَآ أَنَا۠ بَشَرٞ مِّثۡلُكُمۡ يُوحَىٰٓ إِلَيَّ أَنَّمَآ إِلَٰهُكُمۡ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۖ فَمَن كَانَ يَرۡجُواْ لِقَآءَ رَبِّهِۦ فَلۡيَعۡمَلۡ عَمَلٗا صَٰلِحٗا وَلَا يُشۡرِكۡ بِعِبَادَةِ رَبِّهِۦٓ أَحَدَۢا ١١٠

Say, "I am only a man like you, to whom has been revealed that your god is one God. So whoever would hope for the meeting with his Lord - let him do righteous work and not associate in the worship of his Lord anyone."

จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด) แท้จริง ฉันเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเยี่ยงพวกท่าน มีวะฮียฺแก่ฉันว่า แท้จริง พระเจ้าของพวกท่านนั้นที่แท้จริงคือพระเจ้าองค์เดียวนั้นคืออัลลอฮ โดยไม่มีผู้ใดเป็นภาคีกับพระองค์ ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่าตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском