Al-MukhtasarAl‑Baqarah · 2:1–31

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

البقرة

Al-Baqarah

The Cow · Medinan · 286 ayahs

2:1Page 2

الٓمٓ ١

Alif, Lām, Meem.1

อะลิฟ ลาม มีม อักษรเหล่านี้เป็นอักษรที่ถูกใช้เป็นปฐมบทในบางซูเราะฮ์ของอัลกุรอาน ซึ่งเป็นอักษรภาษาอาหรับที่ไม่มีความหมายในตัวของมันเอง เมื่อมันปรากฎเป็นตัวเดี่ยว เช่น อะลิฟ บาอ์ ตาอ์ แต่มันจะมีทั้งหิกมะฮ์ (วิทยปัญญา) และเป้าหมายแฝงอยู่ เนื่องจากในอัลกุรอานจะไม่มีสิ่งที่ไม่มีหิกมะฮ์ ในจำนวนหิกมะฮ์ที่สำคัญก็คือ ชี้ให้เห็นถึงการท้าทายด้วยอัลกุรอานที่ประกอบไปด้วยตัวอักษรชนิดเดียวกับที่พวกเขารู้จักและใช้พูดคุย ฉะนั้นโดยส่วนใหญ่จะพบว่าหลังจากมีการใช้อักษรพวกนี้แล้ว มักจะตามมาด้วยการพูดถึงอัลกุรอานอยู่เสมอ ดังที่ปรากฏในซูเราะฮ์นี้

2:2Page 2

ذَٰلِكَ ٱلۡكِتَٰبُ لَا رَيۡبَۛ فِيهِۛ هُدٗى لِّلۡمُتَّقِينَ ٢

This is the Book about which there is no doubt, a guidance for those conscious of Allāh1 -

คัมภีร์อัลกุรอานอันทรงเกียรตินี้ ไม่มีความสงสัยใดๆ ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยในเรื่องการประทานคัมภีร์ ความสงสัยในคำและความหมายของมัน และคัมภีร์นี้คือพระดำรัสของอัลลอฮ์ ที่ชี้นำบรรดาผู้ยำเกรงไปยังเส้นทางสู่พระองค์

2:3–4Page 2

ٱلَّذِينَ يُؤۡمِنُونَ بِٱلۡغَيۡبِ وَيُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ وَمِمَّا رَزَقۡنَٰهُمۡ يُنفِقُونَ ٣

Who believe in the unseen, establish prayer,1 and spend out of what We2 have provided for them,

وَٱلَّذِينَ يُؤۡمِنُونَ بِمَآ أُنزِلَ إِلَيۡكَ وَمَآ أُنزِلَ مِن قَبۡلِكَ وَبِٱلۡأٓخِرَةِ هُمۡ يُوقِنُونَ ٤

And who believe in what has been revealed to you, [O Muḥammad], and what was revealed before you, and of the Hereafter they are certain [in faith].

บรรดาผู้ศรัทธาต่อสิ่งเร้นลับ อันหมายถึง สิ่งที่ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของเรา เป็นสิ่งที่อัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ได้บอกไว้ เช่น วันอาคิเราะฮ์ พวกเขาคือผู้ที่ดำรงการละหมาดอย่างถูกต้องตรงตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติไว้ ทั้งเงื่อนไข องค์ประกอบ ข้อบังคับ ข้อส่งเสริมต่างๆ พวกเขายังได้ใช้จ่ายจากสิ่งที่พระองค์อัลลอฮ์ประทานให้ด้วยการจ่ายที่วาญิบเช่นซะกาต หรือไม่วาญิบเช่นการบริจาคทาน โดยมุ่งหวังผลบุญจากอัลลอฮ์ พวกเขาคือผู้ศรัทธาต่อวะห์ยู/วิวรณ์ที่พระองค์ประทานแก่เจ้า -โอ้ท่านนบี- และที่พระองค์ประทานแก่บรรดานบีท่านอื่นๆ อะลัยฮิมุสสลาม ทุกคนก่อนหน้าเจ้าโดยไม่แบ่งแยก และพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมต่อวันอาคิเราะฮ์ และผลตอบแทนต่างๆ ในวันนั้นไม่ว่าจะเป็นผลบุญและการลงโทษ

2:5Page 2

أُوْلَٰٓئِكَ عَلَىٰ هُدٗى مِّن رَّبِّهِمۡۖ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُفۡلِحُونَ ٥

Those are upon [right] guidance from their Lord, and it is those who are the successful.

ชนเหล่านั้นที่มีคุณลักษณะที่ได้กล่าวไว้จะดำรงอยู่ในหนทางแห่งทางนำ พวกเขาคือผู้ได้รับชัยชนะทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์ โดยพวกเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาปรารถนา และรอดพ้นจากสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัว

2:6Page 3

إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ سَوَآءٌ عَلَيۡهِمۡ ءَأَنذَرۡتَهُمۡ أَمۡ لَمۡ تُنذِرۡهُمۡ لَا يُؤۡمِنُونَ ٦

Indeed, those who disbelieve1 - it is all the same for them whether you warn them or do not warn them - they will not believe.

แท้จริงบรรดาผู้ที่การลิขิตของอัลลอฮ์ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขาด้วยการไม่ศรัทธา พวกเขาจะมั่นคงดำเนินชีวิตอยู่บนการหลงผิดและการปฏิเสธศรัทธา ดังนั้นการตักเตือนของเจ้าที่มีต่อพวกเขาหรือไม่ตักเตือน ก็มีค่าเท่ากัน

2:7Page 3

خَتَمَ ٱللَّهُ عَلَىٰ قُلُوبِهِمۡ وَعَلَىٰ سَمۡعِهِمۡۖ وَعَلَىٰٓ أَبۡصَٰرِهِمۡ غِشَٰوَةٞۖ وَلَهُمۡ عَذَابٌ عَظِيمٞ ٧

Allāh has set a seal upon their hearts and upon their hearing, and over their vision is a veil.1 And for them is a great punishment.

เนื่องจากอัลลอฮ์ได้ทรงประทับตราลงบนหัวใจของพวกเขา จึงทำให้ความชั่วช้าถูกกักขังไว้ในหัวใจของพวกเขา และได้ทรงประทับตราบนหูของพวกเขา จึงไม่สามารถรับฟังสัจธรรมอย่างยอมรับและปฏิบัติตามคำสั่งได้ และได้ทรงบดบังสายตาพวกเขา พวกเขาจึงไม่สามารถมองเห็นสัจธรรม ทั้งๆ ที่มันชัดแจ้ง และสำหรับพวกเขาในเหล่านั้นคือการลงโทษอันมหันต์

2:8Page 3

وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يَقُولُ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ وَبِٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَمَا هُم بِمُؤۡمِنِينَ ٨

And of the people are some who say, "We believe in Allāh and the Last Day," but they are not believers.

และจะมีู้คนกลุ่มหนึ่งได้อ้างว่าพวกเขาเป็นผู้ศรัทธา ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างเพียงลมปากเท่านั้นเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา แต่แท้ที่จริงแล้วภายในจิตใจพวกเขาได้ปฎิเสธศรัทธา

2:9Page 3

يُخَٰدِعُونَ ٱللَّهَ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَمَا يَخۡدَعُونَ إِلَّآ أَنفُسَهُمۡ وَمَا يَشۡعُرُونَ ٩

They [think to] deceive Allāh and those who believe, but they deceive not except themselves and perceive [it] not.

พวกเขาเหล่านั้นคิดด้วยความเขลาของพวกเขาว่า พวกเขาได้แสร้งหลอกอัลลอฮ์และบรรดาผู้ศรัทธา ด้วยการแสดงออกถึงการศรัทธา และปกปิดการปฏิเสธอยู่ในใจ แต่พวกเขาไม่รู้สึกตัวเลย เพราะอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ความลับและสิ่งที่ปิดบังไว้ และพระองค์ได้ทรงเปิดโปงคุณลักษณะและสภาพของพวกเขาให้ผู้ศรัทธาได้รับรู้

2:10Page 3

فِي قُلُوبِهِم مَّرَضٞ فَزَادَهُمُ ٱللَّهُ مَرَضٗاۖ وَلَهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمُۢ بِمَا كَانُواْ يَكۡذِبُونَ ١٠

In their hearts is disease, so Allāh has increased their disease;1 and for them is a painful punishment because they [habitually] used to lie.

และสาเหตุคือ ในหัวใจของพวกเขามีการสงสัย แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงเพิ่มความสงสัยนั้นให้แก่พวกเขาอีก เพราะการตอบแทนนั้นจะได้รับตามสิ่งที่ได้ปฏิบัติ และสำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันสาหัสในชั้นที่ต่ำที่สุดของนรก เนื่องจากพวกเขาโกหกต่ออัลลอฮฺและมนุษย์ และปฏิเสธสิ่งที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้นำมา

2:11Page 3

وَإِذَا قِيلَ لَهُمۡ لَا تُفۡسِدُواْ فِي ٱلۡأَرۡضِ قَالُوٓاْ إِنَّمَا نَحۡنُ مُصۡلِحُونَ ١١

And when it is said to them, "Do not cause corruption on the earth," they say, "We are but reformers."

และเมื่อพวกเขาได้ถูกห้ามจากการก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินด้วยการปฏิเสธศรัทธา การทำชั่ว และอื่นๆ พวกเขาก็จะค้านและอ้างว่า แท้จริงพวกเขาคือกลุ่มชนผู้หวังดีและพัฒนา

2:12Page 3

أَلَآ إِنَّهُمۡ هُمُ ٱلۡمُفۡسِدُونَ وَلَٰكِن لَّا يَشۡعُرُونَ ١٢

Unquestionably, it is they who are the corrupters, but they perceive [it] not.

ซึ่งความจริงแล้วพวกเขาคือกลุ่มชนที่เป็นผู้ก่อความเสียหายต่างหาก แต่ทว่าพวกเขาไม่รู้สึก และไม่สำนึกด้วยว่าการกระทำของพวกเขานั่นคือการก่อความเสียหาย

2:13Page 3

وَإِذَا قِيلَ لَهُمۡ ءَامِنُواْ كَمَآ ءَامَنَ ٱلنَّاسُ قَالُوٓاْ أَنُؤۡمِنُ كَمَآ ءَامَنَ ٱلسُّفَهَآءُۗ أَلَآ إِنَّهُمۡ هُمُ ٱلسُّفَهَآءُ وَلَٰكِن لَّا يَعۡلَمُونَ ١٣

And when it is said to them, "Believe as the people have believed," they say, "Should we believe as the foolish have believed?" Unquestionably, it is they who are the foolish, but they know [it] not.

เมื่อพวกเขาถูกสั่งใช้ให้ศรัทธาดั่งเช่นบรรดาสหายของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมศรัทธา พวกเขาก็จะตอบปฏิเสธและเย้ยหยันทำนองว่า จะให้เราศรัทธาเหมือนกับพวกเบาปัญญากระนั้นหรือ? ทว่าความจริงนั้น พวกเขาเองต่างหากที่เป็นผู้โง่เขลา แต่พวกเขาหารู้ไม่

2:14Page 3

وَإِذَا لَقُواْ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قَالُوٓاْ ءَامَنَّا وَإِذَا خَلَوۡاْ إِلَىٰ شَيَٰطِينِهِمۡ قَالُوٓاْ إِنَّا مَعَكُمۡ إِنَّمَا نَحۡنُ مُسۡتَهۡزِءُونَ ١٤

And when they meet those who believe, they say, "We believe"; but when they are alone with their evil ones, they say, "Indeed, we are with you; we were only mockers."

เมื่อพวกเขาได้พบเจอผู้ศรัทธา พวกเขาก็กล่าวว่า เราเชื่อในสิ่งที่พวกท่านศรัทธาแล้ว พวกเขาพูดเช่นนั้นก็เพราะเกรงกลัวผู้ศรัทธา แต่เมื่อพวกเขาได้จากผู้ศรัทธาไป และกลับไปหาบรรดาหัวโจกของพวกเขาแต่ลำพัง พวกเขาก็กล่าวกับพวกหัวโจกเพื่อเป็นการยืนยันถึงความภัคดีที่มั่นคงของพวกเขาโดยกล่าวว่า พวกเรายึดมั่นที่จะภักดีและติดตามพวกท่าน พวกเรายังอยู่กับแนวทางของพวกท่าน ที่เราเห็นด้วยกับผู้ศรัทธาไปนั้น เป็นเพียงการล้อเล่นและเย้ยหยันเท่านั้น

2:15Page 3

ٱللَّهُ يَسۡتَهۡزِئُ بِهِمۡ وَيَمُدُّهُمۡ فِي طُغۡيَٰنِهِمۡ يَعۡمَهُونَ ١٥

[But] Allāh mocks them and prolongs them in their transgression [while] they wander blindly.

อัลลอฮฺจะทรงเย้ยหยันพวกเขา ซึ่งเป็นการโต้กลับต่อการเยาะเย้ยของพวกเขาที่มีต่อบรรดาผู้ศรัทธา เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับพวกเขาตามสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้ และด้วยเหตุนี้พวกเขาจะถูกดำเนินตามบทบัญญัติของบรรดามุสลิมในโลกนี้ แต่ในวันปรโลกพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการปฏิเสธศรัทธาและการกลับกลอกของพวกเขา และเช่นกันพระองค์จะทรงยืดเวลาให้พวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้ระเหเร่ร่อนอยู่ในการหลงผิดและการละเมิดของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ยังคงงงงวย มีความลังเลต่อไป

2:16Page 3

أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ ٱشۡتَرَوُاْ ٱلضَّلَٰلَةَ بِٱلۡهُدَىٰ فَمَا رَبِحَت تِّجَٰرَتُهُمۡ وَمَا كَانُواْ مُهۡتَدِينَ ١٦

Those are the ones who have purchased error [in exchange] for guidance, so their transaction has brought no profit, nor were they guided.

บรรดาผู้กลับกลอกที่มีคุณลักษณะเช่นนี้ พวกเขาคือผู้ที่ได้แลกเปลี่ยนการปฏิเสธศรัทธาด้วยการศรัทธา ดังนั้น การค้าขายของพวกเขาจึงไม่ได้กำไร เนื่องจากการขาดทุนของพวกเขาที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์นั่นเอง และพวกเขาก็ไม่ได้เป็นบรรดาผู้ที่ได้รับนำทางไปสู่สัจธรรม

2:17Page 4

مَثَلُهُمۡ كَمَثَلِ ٱلَّذِي ٱسۡتَوۡقَدَ نَارٗا فَلَمَّآ أَضَآءَتۡ مَا حَوۡلَهُۥ ذَهَبَ ٱللَّهُ بِنُورِهِمۡ وَتَرَكَهُمۡ فِي ظُلُمَٰتٖ لَّا يُبۡصِرُونَ ١٧

Their example is that of one who kindled a fire, but when it illuminated what was around him, Allāh took away their light and left them in darkness [so] they could not see.

อัลลอฮฺได้ทรงอุปมาบรรดาผู้กลับกลอกเหล่านั้นไว้ดั่งสองอย่าง คือ ดั่งไฟ และดั่งน้ำ ส่วนรูปแบบของพวกเขาที่เปรียบดั่งไฟนั้น คือ พวกเขาเปรียบดั่งผู้ที่ได้จุดไฟเพื่อที่จะแสวงหาความสว่างจากมัน ครั้นเมื่อแสงของมันได้สว่างขึ้น และคิดว่าแท้จริงมันจะเป็นประโยชน์ ทันใดที่มันได้มอดลง การส่องแสงนั้นก็จากหายไป และหลงเหลือไว้ซึ่งการเผาไหม้ แล้วบรรดาเจ้าของกองเพลิงเหล่านั้นก็ตกอยู่ในความมืดมิด ซึ่งพวกเขานั้นก็จะไม่สามารถมองเห็นสิ่งใด และจะไม่ได้รับทางนำใดๆ เลย

2:18Page 4

صُمُّۢ بُكۡمٌ عُمۡيٞ فَهُمۡ لَا يَرۡجِعُونَ ١٨

Deaf, dumb and blind - so they will not return [to the right path].

แล้วเขาเหล่านั้นเป็นคนหูหนวก พวกเขาจะไม่ยอมรับฟังสัจธรรม เป็นใบ้ซึ่งพวกเขาจะไม่ยอมพูดถึงมัน และตาบอดโดยไม่เล็งเห็นมัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถจะกลับมาจากการหลงทางของพวกเขาได้

2:19Page 4

أَوۡ كَصَيِّبٖ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ فِيهِ ظُلُمَٰتٞ وَرَعۡدٞ وَبَرۡقٞ يَجۡعَلُونَ أَصَٰبِعَهُمۡ فِيٓ ءَاذَانِهِم مِّنَ ٱلصَّوَٰعِقِ حَذَرَ ٱلۡمَوۡتِۚ وَٱللَّهُ مُحِيطُۢ بِٱلۡكَٰفِرِينَ ١٩

Or [it is] like a rainstorm from the sky within which is darkness, thunder and lightning. They put their fingers in their ears against the thunderclaps in dread of death. But Allāh is encompassing1 of the disbelievers.

และที่เปรียบพวกเขาดั่งน้ำนั้น คือ พวกเขาเปรียบดั่งฝนจำนวนมากที่หลั่งลงมาจากก้อนเมฆ โดยที่ในฝนนั้นมีทั้งบรรดาความมืดที่สลับทับซ้อน ฟ้าคำรณ และฟ้าแลบ ที่ได้หล่นลงมาบนกลุ่มชนหนึ่ง แล้วความตระหนกตกใจสุดกลัวก็ได้มาประสบกับพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็ได้เอาปลายนิ้วมือของพวกเขาอุดหูไว้เนื่องจากเสียงฟ้าผ่าที่ดังลั่น ทั้งนี้เพราะกลัวความตาย และอัลลอฮฺนั้นทรงล้อมพวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นไว้แล้ว พวกเขาจะไม่ทำให้พระองค์อ่อนแอลงได้

2:20Page 4

يَكَادُ ٱلۡبَرۡقُ يَخۡطَفُ أَبۡصَٰرَهُمۡۖ كُلَّمَآ أَضَآءَ لَهُم مَّشَوۡاْ فِيهِ وَإِذَآ أَظۡلَمَ عَلَيۡهِمۡ قَامُواْۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ لَذَهَبَ بِسَمۡعِهِمۡ وَأَبۡصَٰرِهِمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٢٠

The lightning almost snatches away their sight. Every time it lights [the way] for them, they walk therein; but when darkness comes over them, they stand [still]. And if Allāh had willed, He could have taken away their hearing and their sight. Indeed, Allāh is over all things competent.

สายฟ้าแลบที่มาจากความสุดวาววับและเจิดจ้าของมัน แทบจะโฉบเฉี่ยวเอาสายตาของพวกเขาไป คราใดที่ได้เกิดฟ้าแลบและให้แสงสว่างแก่พวกเขา พวกเขาก็เดินไปในแสงสว่างนั้น และเมื่อมันมืดลงพวกเขาก็จะตกอยู่ในความมืดนั้น แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้ และหากอัลลอฮฺทรงประสงค์แล้ว แน่นอนพระองค์จะทรงนำเอาหูและตาของพวกเขาไป ด้วยกับความสามารถของพระองค์อันเหลือล้นต่อทุกๆ สิ่ง แน่นอนมันจะไม่กลับคืนไปยังพวกเขา เนื่องจากการหันหลังให้ของพวกเขาที่มีต่อความจริง ดังนั้นฝนนั้นก็เปรียบดั่งอัลกุรอาน เสียงฟ้าคำรณก็เปรียบดั่งการห้ามปรามที่มีอยู่ในอัลกุรอาน แสงฟ้าแลบก็เปรียบดั่งการปรากฏของความจริงแก่พวกเขาในบางครั้งบางครา และการปิดหูที่เกิดจากความรุนแรงของฟ้าผ่านั้นเปรียบดั่งการหันหลังของพวกเขาต่อความจริงและการไม่ยอมรับต่อมัน และความคล้ายคลึงกันระหว่างบรรดาผู้กลับกลอกกับกลุ่มคนที่ได้อุปมาดั่งสองตัวอย่างนั้น คือ การไม่ได้รับประโยชน์อันใดเลย ซึ่งในตัวอย่างของไฟนั้น : ผู้ที่จุดไฟเขาจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยนอกจากความมืดและการเผาไหม้เท่านั้น และในตัวอย่างของน้ำ : บรรดาผู้ที่ได้รับฝนก็ไม่ได้ประโยชน์อันใดเลยนอกจากฟ้าร้องและฟ้าผ่าที่มาหลอกให้เกิดความกลัวแก่พวกเขาและสร้างความรำคาญแก่พวกเขา และเฉกเช่นนั้นแหละบรรดาผู้กลับกลอก พวกเขาจะไม่เห็นสิ่งใดเลยในอิสลาม เว้นเสียแต่ความรุนแรงและความโหดร้าย

2:21Page 4

يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱعۡبُدُواْ رَبَّكُمُ ٱلَّذِي خَلَقَكُمۡ وَٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِكُمۡ لَعَلَّكُمۡ تَتَّقُونَ ٢١

O mankind, worship your Lord, who created you and those before you, that you may become righteous -

มนุษย์เอ๋ย! จงเคารพอิบาดะฮฺต่อพระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้าแต่เพียงผู้เดียวโดยที่ไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์เถิด เพราะแท้จริงพระองค์คือผู้ที่ทรงบังเกิดพวกเจ้า และบรรดาประชาชาติที่มาก่อนพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าทั้งหลายจะได้นำมันมาเป็นสิ่งป้องกันระหว่างพวกเจ้าและการลงโทษของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์

2:22Page 4

ٱلَّذِي جَعَلَ لَكُمُ ٱلۡأَرۡضَ فِرَٰشٗا وَٱلسَّمَآءَ بِنَآءٗ وَأَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءٗ فَأَخۡرَجَ بِهِۦ مِنَ ٱلثَّمَرَٰتِ رِزۡقٗا لَّكُمۡۖ فَلَا تَجۡعَلُواْ لِلَّهِ أَندَادٗا وَأَنتُمۡ تَعۡلَمُونَ ٢٢

[He] who made for you the earth a bed [spread out] and the sky a ceiling and sent down from the sky, rain and brought forth thereby fruits as provision for you. So do not attribute to Allāh equals while you know [that there is nothing similar to Him].

พระองค์ คือ ผู้ทรงให้แผ่นดินนั้นแผ่ออกเป็นที่ราบเรียบแก่พวกเจ้า และทรงให้ท้องฟ้าที่เบื่องบนของมันเป็นดั่งอาคารที่คงทน และพระองค์คือผู้ทรงโปรดปรานด้วยการประทานน้ำฝนลงมา แล้วได้ทรงให้ผลไม้ต่างๆ งอกเงยออกมาจากพื้นดินด้วยน้ำนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าให้มีบรรดาผู้เป็นภาคีหรือผู้เท่าเทียมใดๆ เกิดขึ้นสำหรับอัลลอฮฺ โดยที่พวกเจ้าก็รู้กันอยู่ว่าไม่มีผู้สร้างใดๆเลย เว้นเสียแต่อัลลอฮฺ ตะอาลา เท่านั้น

2:23Page 4

وَإِن كُنتُمۡ فِي رَيۡبٖ مِّمَّا نَزَّلۡنَا عَلَىٰ عَبۡدِنَا فَأۡتُواْ بِسُورَةٖ مِّن مِّثۡلِهِۦ وَٱدۡعُواْ شُهَدَآءَكُم مِّن دُونِ ٱللَّهِ إِن كُنتُمۡ صَٰدِقِينَ ٢٣

And if you are in doubt about what We have sent down [i.e., the Qur’ān] upon Our Servant [i.e., Prophet Muḥammad (ﷺ)], then produce a sūrah the like thereof and call upon your witnesses [i.e., supporters] other than Allāh, if you should be truthful.

และหากว่าพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย อยู่ในความแคลงใจใดๆ จากอัลกุรอานที่ถูกส่งลงมาแก่บ่าวของเรา มูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม เราขอท้าให้พวกเจ้าต่อต้านมัน ด้วยการนำมาสักสูเราะฮฺหนึ่งที่เหมือนกับสิ่งนี้ แม้ว่าจะเป็นสูเราะฮฺที่สั้นๆ ก็ตาม และจงเชิญชวนผู้ที่สนับสนุนช่วยเหลือพวกเจ้า หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริงในสิ่งที่พวกเจ้านั้นกำลังกล่าวอ้างมัน

2:24Page 4

فَإِن لَّمۡ تَفۡعَلُواْ وَلَن تَفۡعَلُواْ فَٱتَّقُواْ ٱلنَّارَ ٱلَّتِي وَقُودُهَا ٱلنَّاسُ وَٱلۡحِجَارَةُۖ أُعِدَّتۡ لِلۡكَٰفِرِينَ ٢٤

But if you do not - and you will never be able to - then fear the Fire, whose fuel is people and stones, prepared for the disbelievers.

แล้วหากพวกเจ้ายังมิได้ทำสิ่งนั้น และพวกเจ้าไม่มีความสามารถในการที่จะทำตลอดไป ก็จงระวังไฟนรกที่ถูกจุดขึ้นมาด้วยมนุษย์เป็นเชื้อเผลิงผู้สมควรได้รับแก่การลงโทษ และด้วยประเภทต่างๆ ของหินที่พวกเขาเคารพบูชามันหรืออื่นๆ นี่คือไฟนรก แท้จริงนั้นอัลลอฮฺได้ทรงจัดเตรียมมัน และตั้งมันขึ้นมาไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา

2:25Page 5

وَبَشِّرِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ أَنَّ لَهُمۡ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُۖ كُلَّمَا رُزِقُواْ مِنۡهَا مِن ثَمَرَةٖ رِّزۡقٗا قَالُواْ هَٰذَا ٱلَّذِي رُزِقۡنَا مِن قَبۡلُۖ وَأُتُواْ بِهِۦ مُتَشَٰبِهٗاۖ وَلَهُمۡ فِيهَآ أَزۡوَٰجٞ مُّطَهَّرَةٞۖ وَهُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٢٥

And give good tidings to those who believe and do righteous deeds that they will have gardens [in Paradise] beneath which rivers flow. Whenever they are provided with a provision of fruit therefrom, they will say, "This is what we were provided with before." And it is given to them in likeness. And they will have therein purified spouses, and they will abide therein eternally.

และเมื่อการกล่าวสำทับก่อนหน้านี้ประสบแก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา ดังนั้นเจ้าก็จงแจ้งข่าวดีเถิด โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย แก่บรรดาที่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺที่พวกเขานั้นกำลังประกอบการงานที่ดีทั้งหลาย ถึงสิ่งที่จะทำให้พวกเขานั้นรู้สึกปิติยินดี นั้นก็คือ บรรดาสรวงสวรรค์ที่มีธารน้ำไหลอยู่ภายใต้บรรดาราชวังและบรรดาต้นไม้ของมัน คราใดที่พวกเขาได้รับเครื่องยังชีพที่มาจากผลไม้ของสรวงสวรรค์นั้น พวกเขาก็กล่าวอย่างสุดอึ้งถึงความคล้ายคลึงกันกับผลไม้ ณ ตอนที่อยู่ในโลกดุนยาว่า : สิ่งนี้เหมือนกับผลไม้ที่เราเคยได้รับเป็นปัจจัยยังชีพมาก่อน และผลไม้นั้นมันก็เคยผ่านหน้าผ่านตาพวกเขามาแล้วซึ่งมีความคล้ายคลึงกันทางด้านรูปลักษณ์และชื่อเรียกของมัน กระทั่งพวกเขายอมรับว่ามันเคยเป็นที่รู้จักเคยสัมผัสมันมาก่อน แต่ทว่ามันนั้นมีความแตกต่างทางด้านกลิ่นและรสชาติของมัน และในสวรรค์นั้นพวกเขาจะได้รับคู่ครองที่บริสุทธิ์ ซึ่งปราศจากทุกๆ สิ่งที่มนุษย์นั้นอยากเลี่ยงหนีไปจากมัน หรือนับว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับในจินตนาการของมนุษย์โลก และพวกเขาจะพำนักอยู่ในความสุขนิรันดร์นั้นไปตลอดกาลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งต่างจากความสุขของโลกดุนยาที่มีที่สิ้นสุด

2:26Page 5

۞ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَسۡتَحۡيِۦٓ أَن يَضۡرِبَ مَثَلٗا مَّا بَعُوضَةٗ فَمَا فَوۡقَهَاۚ فَأَمَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ فَيَعۡلَمُونَ أَنَّهُ ٱلۡحَقُّ مِن رَّبِّهِمۡۖ وَأَمَّا ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ فَيَقُولُونَ مَاذَآ أَرَادَ ٱللَّهُ بِهَٰذَا مَثَلٗاۘ يُضِلُّ بِهِۦ كَثِيرٗا وَيَهۡدِي بِهِۦ كَثِيرٗاۚ وَمَا يُضِلُّ بِهِۦٓ إِلَّا ٱلۡفَٰسِقِينَ ٢٦

Indeed, Allāh is not timid to present an example - that of a mosquito or what is smaller1 than it. And those who have believed know that it is the truth from their Lord. But as for those who disbelieve, they say, "What did Allāh intend by this as an example?" He misleads many thereby and guides many thereby. And He misleads not except the defiantly disobedient,

แท้จริงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะไม่ทรงละอายที่จะยกอุทาหรณ์ใดๆ ขึ้นมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยที่พระองค์ได้ยกอุทาหรณ์เปรียบเทียบด้วยตัวริ้น แล้วก็สิ่งที่เหนือยิ่งไปกว่ามัน หรือเล็กต่ำต้อยยิ่งไปกว่ามัน และด้วยอุทาหรณ์ของอัลลอฮ์ที่ยกมานั้นทำให้มนุษย์แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ บรรดาผู้ศรัทธาและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แล้วส่วนบรรดาผู้ที่ศรัทธานั้น พวกเขาย่อมเชื่อและรู้ดีถึงเบื้องหลังของการยกอุทาหรณ์เปรียบเทียบกับมันนั้นว่ามีหิกมะฮฺ (วิทยปัญญา) ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นพวกเขาจะพูดกล่าวถามในทำนองเย้ยหยันถึงสาเหตุการยกอุทาหรณ์ของอัลลอฮฺด้วยสิ่งถูกสร้างอันต่ำต้อยอันนี้ เช่น ตัวริ้น แมลงวัน แมงมุม และอื่นๆ แล้วอัลลอฮฺก็ให้คำตอบนั้นว่า แท้จริงในการเปรียบเทียบอันนี้ เป็นการแนะนำทางและการชี้แนะต่างๆ และการทดสอบต่อมนุษย์นั่นเอง และส่วนหนึ่งจากพวกเขานั้นมีผู้ที่พระองค์ทรงทำให้พวกเขาได้หลงผิดด้วยอุทาหรณ์นั้น ก็เพราะการหันหลังให้ของพวกเขาไปจากการใคร่ครวญต่อสิ่งนั้น ซึ่งพวกเขานั้นก็มีจำนวนมากมาย และส่วนหนึ่งจากพวกเขานั้นมีผู้ที่พระองค์ทรงทำให้พวกเขาได้รับทางนำ ด้วยสาเหตุการรับฟังคำตักเตือนของพวกเขาต่ออุทาหรณ์นั้น ซึ่งพวกเขาเองก็มีจำนวนมากมาย และพระองค์จะไม่ทรงให้ใครคนใดหลงผิดเว้นเสียแต่ผู้ที่เขานั้นสมควรแก่การหลงผิด และพวกเขานั้นก็คือ บรรดาผู้ที่อยู่นอกกรอบการเชื่อฟังต่อพระองค์ เฉกเช่น บรรดาผู้กลับกลอก

2:27Page 5

ٱلَّذِينَ يَنقُضُونَ عَهۡدَ ٱللَّهِ مِنۢ بَعۡدِ مِيثَٰقِهِۦ وَيَقۡطَعُونَ مَآ أَمَرَ ٱللَّهُ بِهِۦٓ أَن يُوصَلَ وَيُفۡسِدُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِۚ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡخَٰسِرُونَ ٢٧

Who break the covenant of Allāh after contracting it and sever that which Allāh has ordered to be joined and cause corruption on earth. It is those who are the losers.

บรรดาผู้ที่ทำลายสัญญาของอัลลอฮ์ หลังจากที่พระองค์ได้ทำสัญญานั้นเหนือพวกเขา ด้วยการให้เคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์ ที่บรรดาเราะสูลก่อนหน้าเขาเคยบอกเล่าหรือให้ข่าวคราวเกี่ยวกับเขา พวกเขาเหล่านั้นที่กำลังสวมหน้ากากในการให้สัญญาต่ออัลลอฮ์ ซึ่งลักษณะของพวกเขาคือ การตัดสิ่งที่อัลลอฮ์ใช้ให้สัมพันธ์ เช่น การสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ และพวกเขาพยายามแพร่กระจายความเสื่อมเสียบนหน้าแผ่นดินด้วยการฝ่าฝืนพระองค์ ชนเหล่านี้แหละคือบรรดาผู้ที่ขาดตกบกพร่องต่อโชคลาภของพวกเขาทั้งในโลกนี้และก็โลกหน้า

2:28Page 5

كَيۡفَ تَكۡفُرُونَ بِٱللَّهِ وَكُنتُمۡ أَمۡوَٰتٗا فَأَحۡيَٰكُمۡۖ ثُمَّ يُمِيتُكُمۡ ثُمَّ يُحۡيِيكُمۡ ثُمَّ إِلَيۡهِ تُرۡجَعُونَ ٢٨

How can you disbelieve in Allāh when you were lifeless and He brought you to life; then He will cause you to die, then He will bring you [back] to life, and then to Him you will be returned.

แท้จริงเรื่องของพวกเจ้านั้น โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย น่าแปลกจริงๆ! พวกเจ้านั้นจะปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮฺได้อย่างไรกัน? ทั้งๆ ที่พวกเจ้านั้นก็เห็นถึงบรรดาหลักฐานที่บอกถึงความปรีชาญาณของพระองค์ที่ปรากฏในตัวของพวกเจ้าเอง แท้จริงพวกเจ้าไม่เคยมีตัวตนมาก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างพวกเจ้าและทรงให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้นมา หลังจากนั้นก็จะทรงให้พวกเจ้าตายซึ่งเป็นการตายครั้งที่สอง แล้วก็จะทรงให้พวกเจ้ามีชีวิตขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง หลังจากนั้นพวกเจ้าก็จะถูกนำกลับไปสู่พระองค์ เพื่อที่จะคิดบัญชีต่อพวกเจ้าถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นได้กระทำมา

2:29Page 5

هُوَ ٱلَّذِي خَلَقَ لَكُم مَّا فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗا ثُمَّ ٱسۡتَوَىٰٓ إِلَى ٱلسَّمَآءِ فَسَوَّىٰهُنَّ سَبۡعَ سَمَٰوَٰتٖۚ وَهُوَ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٞ ٢٩

It is He who created for you all of that which is on the earth. Then He directed Himself1 to the heaven, [His being above all creation], and made them seven heavens, and He is Knowing of all things.

พระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ทรงสร้างสิ่งทั้งมวลในโลกไว้สำหรับพวกเจ้า ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ ต้นไม้ และอื่น ๆ ที่ไม่สามารถนับจำนวนของมันได้ และพวกเจ้าเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากมัน และก็ได้เสพสุขกับสิ่งที่พระองค์ได้อำนวยความสะดวกไว้แก่พวกเจ้า หลังจากนั้นพระองค์ได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า แล้วก็ทรงสร้างชั้นฟ้าขึ้นให้เป็นเจ็ดชั้นที่เท่ากัน และพระองค์นั้นทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง

2:30Page 6

وَإِذۡ قَالَ رَبُّكَ لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ إِنِّي جَاعِلٞ فِي ٱلۡأَرۡضِ خَلِيفَةٗۖ قَالُوٓاْ أَتَجۡعَلُ فِيهَا مَن يُفۡسِدُ فِيهَا وَيَسۡفِكُ ٱلدِّمَآءَ وَنَحۡنُ نُسَبِّحُ بِحَمۡدِكَ وَنُقَدِّسُ لَكَۖ قَالَ إِنِّيٓ أَعۡلَمُ مَا لَا تَعۡلَمُونَ ٣٠

And [mention, O Muḥammad], when your Lord said to the angels, "Indeed, I will make upon the earth a successive authority."1 They said, "Will You place upon it one who causes corruption therein and sheds blood, while we exalt You with praise and declare Your perfection?"2 He [Allāh] said, "Indeed, I know that which you do not know."

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงแจ้งว่า พระองค์ผู้มหาบริสุทธิ์นั้น ทรงตรัสแก่บรรดามะลาอิกะฮฺว่า : แท้จริงพระองค์จะทรงสร้างมนุนษย์ขึ้นมาบนหน้าแผ่นดิน โดยที่จะมีการสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เพื่อดำรงไว้ซึ่งการพิทักรักษาโลกนี้ไว้ให้อยู่บนการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ แล้วมะลาอิกะฮฺก็ได้ทูลถามผู้อภิบาลของพวกเขา (ซึ่งเป็นการถามเชิงขอคำปรึกษาและขอทำความเข้าใจ) ถึงข้อซ่อนเร้นของการสร้างลูกหลานอาดัมขึ้นมาเป็นเหล่าผู้สืบทอดไว้บนแผ่นดิน ซึ่งจริงแล้วพวกเขานั้นคือบรรดาผู้ที่จะบ่อนทำลาย และก่อการนองเลือดอย่างอธรรมในหน้าแผ่นดินนี้ พวกเขา(มะลาอิกะฮฺ)ก็เป็นผู้กล่าวอีกว่า : และพวกเราคือบรรดาผู้ที่เชื่อฟังต่อพระองค์ เราให้ความบริสุทธิ์ต่อพระองค์ด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ และจะเทิดทูนในความสูงศักดิ์และความเพียบพร้อมของพระองค์ เราไม่ลดหย่อนผ่อนปรนต่อสิ่งนั้นแน่นอน แล้วอัลลอฮฺก็ทรงได้ตอบต่อพวกเขา ถึงคำถามที่พวกเขาถามมาว่า : แท้จริงข้ารู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้ ซึ่งข้อซ่อนเร้นในการสร้างพวกเขามา และจุดประสงค์หลักๆ ที่ยิ่งใหญ่ของการสืบทอดกันของพวกเขา

2:31Page 6

وَعَلَّمَ ءَادَمَ ٱلۡأَسۡمَآءَ كُلَّهَا ثُمَّ عَرَضَهُمۡ عَلَى ٱلۡمَلَٰٓئِكَةِ فَقَالَ أَنۢبِـُٔونِي بِأَسۡمَآءِ هَٰٓؤُلَآءِ إِن كُنتُمۡ صَٰدِقِينَ ٣١

And He taught Adam the names - all of them. Then He showed them to the angels and said, "Inform Me of the names of these, if you are truthful."

และเพื่อบ่งบอกถึงสถานะของอาดัม อะลัยฮิสสลาม พระองค์จึงได้ทรงสอนอาดัมเกี่ยวกับชื่อของทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นบรรดาสัตว์และสิ่งที่ไม่มีชีวิต ได้ทรงสอนทั้งคำและความหมายของมัน จากนั้นพระองค์ก็นำสิ่งเหล่านั้นเสนอแก่บรรดามลาอิกะฮ์ โดยตรัสว่า จงบอกชื่อของสิ่งเหล่านี้มา หากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริงตามคำพูดของพวกเจ้าที่ว่า พวกเจ้านั้นมีเกียรติมากกว่าสิ่งที่ถูกสร้างนี้ ( อาดัม ) และประเสริฐกว่าเขา

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском