Al-MukhtasarAl‑Baqarah · 2:192–216

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Baqarah 2:192–216

2:192Page 30

فَإِنِ ٱنتَهَوۡاْ فَإِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ١٩٢

And if they cease, then indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.

แล้วถ้าหากพวกเขายุติการต่อสู้กับพวกเจ้าและยุติการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา พวกเจ้าจงยุติการต่อสู้เช่นกัน แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษสำหรับคนที่กลับเนื้อกลับตัว และไม่ถือเป็นบาปแก่พวกเขาที่ผ่านมา ผู้ทรงเมตตาพวกเขาโดยที่ไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยการลงโทษ

2:193Page 30

وَقَٰتِلُوهُمۡ حَتَّىٰ لَا تَكُونَ فِتۡنَةٞ وَيَكُونَ ٱلدِّينُ لِلَّهِۖ فَإِنِ ٱنتَهَوۡاْ فَلَا عُدۡوَٰنَ إِلَّا عَلَى ٱلظَّٰلِمِينَ ١٩٣

Fight them until there is no [more] fitnah and [until] religion [i.e., worship] is [acknowledged to be] for Allāh. But if they cease, then there is to be no aggression [i.e., assault] except against the oppressors.

และพวกเจ้าจงสู้รบกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา จนกว่าการตั้งภาคีจากพวกเขา และการขัดขวางผู้อื่นให้ออกห่างจากหนทางของอัลลอฮ์ และการปฏิเสธศรัทธานั้นได้หมดไป และศาสนาที่ปรากฏนั้นคือศาสนาของอัลลอฮ์เท่านั้น ดังนั้นถ้าหากพวกเขายุติสิ่งเหล่านี้ พวกเจ้าก็จงล้มเลิกการต่อสู้กับพวกเขา เพราะแท้จริงจะไม่มีการเป็นปฏิปักษ์ใดๆ นอกจากแก่บรรดาผู้อธรรมที่ปฏิเสธศรัทธา และขัดขวางผู้อื่นให้ออกไปจากหนทางของอัลลอฮ์เท่านั้น

2:194Page 30

ٱلشَّهۡرُ ٱلۡحَرَامُ بِٱلشَّهۡرِ ٱلۡحَرَامِ وَٱلۡحُرُمَٰتُ قِصَاصٞۚ فَمَنِ ٱعۡتَدَىٰ عَلَيۡكُمۡ فَٱعۡتَدُواْ عَلَيۡهِ بِمِثۡلِ مَا ٱعۡتَدَىٰ عَلَيۡكُمۡۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلۡمُتَّقِينَ ١٩٤

[Battle in] the sacred month is for [aggression committed in] the sacred month,1 and for [all] violations is legal retribution. So whoever has assaulted you, then assault him in the same way that he has assaulted you. And fear Allāh and know that Allāh is with those who fear Him.

เดือนที่มีเกียรติที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตให้แก่พวกเจ้าเข้าฮะรอม(อัล-มัสยิดิล ฮะรอม)เพื่อประกอบพิธีอุมเราะฮ์ในปี่ที่เจ็ดนั้น คือการทดแทนเดือนที่มีเกียรติที่พวกเจ้าถูกบรรดามุชริกีน(ผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์)ขับไล่พวกเจ้าออกไปจากฮะรอมในปีที่หก และการละเมิดสิ่งที่มีเกียรติทั้งหลายนั้น เช่น แผ่นดินฮะรอม เดือนอัลฮะรอม และอยู่ในสภาวะที่มีระเบียบ (อิฮ์รอม) สำหรับการแสวงบุญไปยังมัสยิดอัลฮะรอมจะต้องได้รับการลงโทษด้วยกฎแห่งความเท่าเทียมกัน ดังนั้นเมื่อมีคนทำผิดต่อพวกเจ้าในเรื่องใดๆ เหล่านี้ จงปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนที่พวกเขาปฏิบัติต่อพวกเจ้า แต่อย่าทำเกินกว่าที่พวกเขาทำ อัลลอฮ์ไม่รักผู้ที่ทำเกินขอบเขตของพระองค์ จงยำเกรงต่ออัลลอฮ์โดยอย่าทำเกินกว่าที่พระองค์ทรงอนุญาติให้ทำ พึงรู้เถิดว่าอัลลอฮ์ทรงอยู่กับบรรดาผู้ยำเกรงพระองค์เสมอ ประทานความสำเร็จแก่พวกเขาและสนับสนุนพวกเขา

2:195Page 30

وَأَنفِقُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَلَا تُلۡقُواْ بِأَيۡدِيكُمۡ إِلَى ٱلتَّهۡلُكَةِ وَأَحۡسِنُوٓاْۚ إِنَّ ٱللَّهَ يُحِبُّ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ١٩٥

And spend in the way of Allāh and do not throw [yourselves] with your [own] hands into destruction [by refraining]. And do good; indeed, Allāh loves the doers of good.

และพวกเจ้าจงบริจาคทรัพย์สินของพวกเจ้าในการเชื่อฟังอัลลอฮ์ ด้วยการญิฮาด(การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ)และอื่นๆและจงอย่าโยนตัวของพวกเจ้าสู่ความพินาศ โดยที่พวกเจ้าล้มเลิกการญิฮาดและใช้ในหนทางของพระองค์หรือโยนตัวของพวกเจ้าที่เป็นเหตุนำไปสู่ความพินาศและจงทำดีในอิบาดะฮ์ต่างๆ ธุรกรรมต่างๆและและศีลธรรมของพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ทรงชอบผู้กระทำดีทั้งหลายในทุกเรื่องของพระองค์ และให้ผลบุญที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา และให้ความง่ายดายแก่พวกเขาไปในทางที่ถูกต้อง

2:196Page 30

وَأَتِمُّواْ ٱلۡحَجَّ وَٱلۡعُمۡرَةَ لِلَّهِۚ فَإِنۡ أُحۡصِرۡتُمۡ فَمَا ٱسۡتَيۡسَرَ مِنَ ٱلۡهَدۡيِۖ وَلَا تَحۡلِقُواْ رُءُوسَكُمۡ حَتَّىٰ يَبۡلُغَ ٱلۡهَدۡيُ مَحِلَّهُۥۚ فَمَن كَانَ مِنكُم مَّرِيضًا أَوۡ بِهِۦٓ أَذٗى مِّن رَّأۡسِهِۦ فَفِدۡيَةٞ مِّن صِيَامٍ أَوۡ صَدَقَةٍ أَوۡ نُسُكٖۚ فَإِذَآ أَمِنتُمۡ فَمَن تَمَتَّعَ بِٱلۡعُمۡرَةِ إِلَى ٱلۡحَجِّ فَمَا ٱسۡتَيۡسَرَ مِنَ ٱلۡهَدۡيِۚ فَمَن لَّمۡ يَجِدۡ فَصِيَامُ ثَلَٰثَةِ أَيَّامٖ فِي ٱلۡحَجِّ وَسَبۡعَةٍ إِذَا رَجَعۡتُمۡۗ تِلۡكَ عَشَرَةٞ كَامِلَةٞۗ ذَٰلِكَ لِمَن لَّمۡ يَكُنۡ أَهۡلُهُۥ حَاضِرِي ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡحَرَامِۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ١٩٦

And complete the ḥajj and ʿumrah for Allāh. But if you are prevented, then [offer] what can be obtained with ease of sacrificial animals. And do not shave your heads until the sacrificial animal has reached its place of slaughter. And whoever among you is ill or has an ailment of the head [making shaving necessary must offer] a ransom of fasting [three days] or charity1 or sacrifice.2 And when you are secure,3 then whoever performs ʿumrah [during the ḥajj months]4 followed by ḥajj [offers] what can be obtained with ease of sacrificial animals. And whoever cannot find [or afford such an animal] - then a fast of three days during ḥajj and of seven when you have returned [home]. Those are ten complete [days]. This is for those whose family is not in the area of al-Masjid al-Ḥarām. And fear Allāh and know that Allāh is severe in penalty.

และจงทำพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮ์ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา เถิด แล้วถ้าพวกเจ้าเจออุปสรรคด้วยการเจ็บป่วยหรือศัตรูซึ่งทำให้พวกเจ้านั้นไม่สามารถที่จะทำพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮ์อย่างครบถ้วนได้ ก็ให้พวกเจ้าเชือดสัตว์พลีที่หาได้ง่ายเช่น อูฐ วัวหรือแพะ เพื่อพวกเจ้าจะได้อิสระจากการครองอิห์รอมของพวกเจ้าและจงอย่าโกนศีรษะหรือตัดผมจนกว่าสัตว์พลีนั้นจะถึงที่ที่อนุญาตให้เชือดได้ หากเจ้าถูกกีดกันไม่ให้เข้าไปในเขตอัลหะรอม ก็จงเชือดในทุกที่ที่เจ้าอยู่ แล้วถ้าหากเจ้าไม่ได้ถูกกีดกันก็จงเชือดสัตว์ในเขตอัลหะรอมในวันอีด (วันที่10ของเดือนซุลฮิญะฮ์) หรือวันตัชรีกหลังจากนั้น (วันที่ 11,12,13ของเดือนซุลฮิญะฮ์) แล้วผู้ใดในหมู่พวกเจ้าป่วยลง หรือมีปัญหากับผมหรือศีรษะของเขา เช่น เหาหรืออะไรทำนองนั้น แล้วเขาได้โกนศีรษะของเขาด้วยเหตุนั้นก็ไม่มีความผิดใด ๆ สำหรับเขาและเขาต้องชำระชดเชย ด้วยการถือศีลอดสามวันหรือการให้อาหารแก่ผู้ขัดสนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอัลหะรอมหกคนหรือเชือดแกะและแจกให้ผู้ขัดสนที่อาศัยในเขตอัลหะรอม ถ้าเจ้าไม่อยู่ในสภาวะหวาดกลัว ดังนั้นใครก็ตามที่ประกอบพิธีฮัจญ์ ตะมัตตุอ์ กล่าวคือ ทำอุมเราะฮ์ในเดือนฮัจญ์ และเพลิดเพลินกับสิ่งที่ถูกห้ามไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างอิห์รอม จนกว่าเขาจะสวมอิห์รอมอีกครั้งเพื่อทำฮัจญ์ในปีนั้นด้วย เขาควรเชือดสัตว์ฮัดย์ที่เขาหามาได้ ไม่ว่าจะเป็นแพะ หรือรวมหุ้นกันเจ็ดคนแล้วเชือดอูฐ หรือวัว ถ้าเขาไม่สามารถเชือดสัตว์ฮัดย์ได้ เขาต้องถือศีลอดเป็นเวลาสามวันในวันฮัจญ์ และเจ็ดวันหลังจากกลับถึงบ้าน รวมเป็นสิบวัน นั้นคือการแสวงบุญแบบตะมัตตุอ์โดยมีข้อผูกมัดในการเชือดสัตย์ฮัดย์หรือการถือศีลอดสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเชือดได้จะใช้เฉพาะกับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในดินแดนหะรอมและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับดินแดนหะรอมเท่านั้น เพราะผู้ที่อยู่ในแผ่นดินหะรอมพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำตะมัตตุอ์ เพราะการอาศัยอยู่ของพวกเขาในแผ่นดินหะรอมทำให้พวกเขาทำเพียงการตอวาฟแทนการตะมัตตุอ์ จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด โดยปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์และเคารพในขอบเขตของมัน และจงรู้ไว้เถิดว่าอัลลอฮ์นั้นทรงลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์อย่างร้ายแรง

2:197Page 31

ٱلۡحَجُّ أَشۡهُرٞ مَّعۡلُومَٰتٞۚ فَمَن فَرَضَ فِيهِنَّ ٱلۡحَجَّ فَلَا رَفَثَ وَلَا فُسُوقَ وَلَا جِدَالَ فِي ٱلۡحَجِّۗ وَمَا تَفۡعَلُواْ مِنۡ خَيۡرٖ يَعۡلَمۡهُ ٱللَّهُۗ وَتَزَوَّدُواْ فَإِنَّ خَيۡرَ ٱلزَّادِ ٱلتَّقۡوَىٰۖ وَٱتَّقُونِ يَٰٓأُوْلِي ٱلۡأَلۡبَٰبِ ١٩٧

Ḥajj is [during] well-known months,1 so whoever has made ḥajj obligatory upon himself therein [by entering the state of iḥrām], there is [to be for him] no sexual relations and no disobedience and no disputing during ḥajj. And whatever good you do - Allāh knows it. And take provisions, but indeed, the best provision is fear of Allāh. And fear Me, O you of understanding.

เวลาการทำฮัจญ์นั้นมีหลายเดือนอันเป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว โดยเริ่มจากเดือนเซาวาล และหมดในวันที่10 ของเดือนซุลฮิญะฮ์ ใครก็ตามที่ตัดสินใจจะประกอบพิธีฮัจญ์ในเดือนเหล่านั้นและสวมอิหรอมเข้าพิธีฮัจญ์แล้ว ห้ามมีการสมสู่และจุดเริ่มต้นของการสมสู่ และต้องแน่ใจในสิทธิของเขาว่าห้ามออกนอกการเชื่อฟังอัลลอฮ์ด้วยการกระทำบาป เพราะความยิ่งใหญ่ของเวลาและสถานที่ และห้ามไม่ให้มีการถกเถียงกันซึ่งนำไปสู่ความโกรธและการเป็นศัตรูกัน และความดีใดๆ ที่พวกเจ้ากระทำนั้น อัลลอฮ์ทรงรู้ดีและพวกเจ้าจะได้รับผลตอบแทน และพวกเจ้าจงเตรียมเสบียงที่จำเป็นเถิด เช่นอาหารและเครื่องดื่ม และจงรู้ไว้ว่าแท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดนั้นคือความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ตะอาลา และพวกเจ้าจงยำเกรงข้าเถิดด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของข้าและหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามของข้า โอ้ ผู้มีปัญญาที่สมบูรณ์ทั้งหลาย!

2:198Page 31

لَيۡسَ عَلَيۡكُمۡ جُنَاحٌ أَن تَبۡتَغُواْ فَضۡلٗا مِّن رَّبِّكُمۡۚ فَإِذَآ أَفَضۡتُم مِّنۡ عَرَفَٰتٖ فَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ عِندَ ٱلۡمَشۡعَرِ ٱلۡحَرَامِۖ وَٱذۡكُرُوهُ كَمَا هَدَىٰكُمۡ وَإِن كُنتُم مِّن قَبۡلِهِۦ لَمِنَ ٱلضَّآلِّينَ ١٩٨

There is no blame upon you for seeking bounty1 from your Lord [during ḥajj]. But when you depart from ʿArafāt, remember Allāh at al-Mashʿar al-Ḥarām.2 And remember Him, as He has guided you, for indeed, you were before that among those astray.

จะไม่เป็นการบาปใดๆ แก่พวกเจ้า การที่พวกเจ้าจะแสวงหาสิ่งเลี้ยงชีพที่ฮาลาล(สามารถกระทำได้)เช่นการค้าขายหรืออื่นๆในระหว่างการไปทำฮัจญ์ ครั้นเมื่อพวกเจ้าได้ออกจากอะเราะฟาตหลังจากที่พวกเจ้าได้พักอยู่ตรงนั้นในวันที่เก้าของเดือนซุลฮิญะฮ์ไปยังทุ่งมุซดะลิฟะฮ์ ในค่ำคืนที่สิบของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์ ด้วยการตัสบีห์(การกล่าวซุบฮานัลลอฮ์)และการตะฮ์ลีล(การกล่าว ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์)และการขอดูอาอ์ ณ อัล-มัชอะริลฮะรอม ที่ทุ่งมุซดะลิฟะฮ์ และจงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์ ดังที่พระองค์ได้ทรงแนะนำสัญญาณต่างๆทางศาสนาแก่พวกเจ้าไว้ และการประกอบพิธีฮัจญ์ที่บ้านของพระองค์(กะอฺบะฮฺ) และแท้จริงก่อนหน้านั้น พวกเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ที่หลงทางในบทบัญญัติของพระองค์

2:199Page 31

ثُمَّ أَفِيضُواْ مِنۡ حَيۡثُ أَفَاضَ ٱلنَّاسُ وَٱسۡتَغۡفِرُواْ ٱللَّهَۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ١٩٩

Then depart from the place from where [all] the people depart and ask forgiveness of Allāh. Indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.

หลังจากนั้นพวกเจ้าจงออกไปจากอะเราะฟาตที่ที่ผู้คนได้หลั่งไหลกันออกไปเป็นการปฏิบัติตามแบบฉบับของ นบีอิบรอฮีม อลัยฮิสลาม ไม่ใช่เช่นการกระทำของพวกญาฮิลียะฮ์(พวกยุคก่อนอิสลาม)ที่ไม่หยุดพักตรงนั้นและจงขออภัยต่ออัลลอฮ์เถิดในสิ่งที่บกพร่องจากการประกอบพิธีฮัจญ์ของพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษจากบ่าวของพระองค์ที่กลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ

2:200Page 31

فَإِذَا قَضَيۡتُم مَّنَٰسِكَكُمۡ فَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ كَذِكۡرِكُمۡ ءَابَآءَكُمۡ أَوۡ أَشَدَّ ذِكۡرٗاۗ فَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يَقُولُ رَبَّنَآ ءَاتِنَا فِي ٱلدُّنۡيَا وَمَا لَهُۥ فِي ٱلۡأٓخِرَةِ مِنۡ خَلَٰقٖ ٢٠٠

And when you have completed your rites, remember Allāh like your [previous] remembrance of your fathers or with [much] greater remembrance. And among the people is he who says, "Our Lord, give us in this world," and he will have in the Hereafter no share.

ครั้นเมื่อพวกเจ้าประกอบพิธีฮัจญ์ของพวกเจ้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกเจ้าก็จงกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮ์ และกล่าวสรรเสริญต่อพระองค์ให้มาก ดังที่พวกเจ้ากล่าวรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเจ้าหรือยกย่องพวกเขา หรือกล่าวรำลึกให้มากยิ่งกว่าการรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเจ้า เพราะทุกความโปรดปรานนั้นมาจากพระองค์ ซุบหานาฮุ วะตะอาลา และมนุษย์นั้นแตกต่างกันไป บางคนก็มีผู้ปฏิเสธศรัทธาและตั้งภาคีที่ไม่ศรัทธานอกเสียจากชีวิตบนโลกนี้เท่านั้น เขาจะไม่ขอหรือวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขานอกจาก การวิงวอนขอความสุขสบาย ความหรูหรา ขอการมีสุขภาพดี มีทรัพย์สมบัติและลูกๆเท่านั้น และพวกเขาจะไม่ได้รับส่วนใดๆในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงเตรียมไว้สำหรับบ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ในปรโลก เพราะความหลงไหลของพวกเขาต่อการมีชีวิตในโลกนี้ของพวกเขา และไม่สนใจต่อวันอาคิเราะฮ์

2:201Page 31

وَمِنۡهُم مَّن يَقُولُ رَبَّنَآ ءَاتِنَا فِي ٱلدُّنۡيَا حَسَنَةٗ وَفِي ٱلۡأٓخِرَةِ حَسَنَةٗ وَقِنَا عَذَابَ ٱلنَّارِ ٢٠١

But among them is he who says, "Our Lord, give us in this world [that which is] good and in the Hereafter [that which is] good and protect us from the punishment of the Fire."

และในหมู่ของมวลมนุษย์นั้นมีผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก เขาได้ขอจากพระผู้อภิบาลของเขาถึงความสุขสบายบนโลกนี้และประกอบคุณงามความดี เช่นเดียวกับที่เขาได้ขอให้ได้รับชัยชนะเข้าสรวงสวรรค์ และรอดพ้นจากการลงโทษของไฟนรก

2:202Page 31

أُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ نَصِيبٞ مِّمَّا كَسَبُواْۚ وَٱللَّهُ سَرِيعُ ٱلۡحِسَابِ ٢٠٢

Those will have a share of what they have earned, and Allāh is swift in account.

ชนเหล่านี้ที่ขอสิ่งที่ดีทั้งในโลกดุนยานี้และในปรโลก พวกเขาจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จากสิ่งที่พวกเขาได้แสวงหาไว้ จากผลงานที่ดีในโลกดุนยานี้ และอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ทรงรวดเร็วในการคำนวณการงานของพวกเขา

2:203Page 32

۞ وَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ فِيٓ أَيَّامٖ مَّعۡدُودَٰتٖۚ فَمَن تَعَجَّلَ فِي يَوۡمَيۡنِ فَلَآ إِثۡمَ عَلَيۡهِ وَمَن تَأَخَّرَ فَلَآ إِثۡمَ عَلَيۡهِۖ لِمَنِ ٱتَّقَىٰۗ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّكُمۡ إِلَيۡهِ تُحۡشَرُونَ ٢٠٣

And remember Allāh during [specific] numbered days. Then whoever hastens [his departure] in two days - there is no sin upon him; and whoever delays [until the third] - there is no sin upon him - for him who fears Allāh. And fear Allāh and know that unto Him you will be gathered.

และพวกเจ้าจงรำลึกถึงอัลลอฮ์ด้วยการตักบีร(การกล่าวอัลลอฮุอักบัร)และการตะฮ์ลีล(การกล่าวลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์)ในไม่กี่วัน คือวันที่สิบเอ็ด วันที่สิบสอง และวันที่สิบสามของเดือนซุลฮิจญะฮ์ แล้วผู้ใดรีบเร่งจะกลับและออกจากทุ่งมินาหลังจากขว้างเสาหินของวันที่สิบสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาสามารถทำได้และไม่มีความผิดใดๆ แก่เขา เพราะอัลลอฮ์ได้ลดหย่อนแก่พวกเขา และผู้ใดรั้งรอไปอีกถึงวันที่สิบสามจนกระทั่งขว้างเสาหินเสร็จเรียบร้อย เขาสามารถทำได้ และไม่มีความผิดใดๆ แก่เขา แท้จริงเขาได้ทำสิ่งที่ดีกว่าสมบูรณ์กว่า และปฏิบัติตามแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ที่ได้ปฏิบัติไว้ ทั้งหมดนี้สำหรับผู้ที่มีความยำเกรงอัลลอฮ์ในการทำฮัจญ์ของเขาและเขาได้ทำตามที่อัลลอฮฺทรงบัญชา และจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิดด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และหลีกเลี่ยงข้อห้ามของพระองค์ และพึงรู้เถิดว่า พวกเจ้านั้นจะกลับไปหาพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น และพระองค์จะตอบแทนการงานของพวกเจ้า

2:204Page 32

وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يُعۡجِبُكَ قَوۡلُهُۥ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا وَيُشۡهِدُ ٱللَّهَ عَلَىٰ مَا فِي قَلۡبِهِۦ وَهُوَ أَلَدُّ ٱلۡخِصَامِ ٢٠٤

And of the people is he whose speech pleases you in worldly life, and he calls Allāh to witness as to what is in his heart, yet he is the fiercest of opponents.

โอ้นบีเอ๋ย และในหมู่มนุษย์นั้น มีคนมุนาฟิก คนที่คำพูดของเขา ทำให้เจ้าหลงใหลในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกดุนยานี้ และเจ้าจะเห็นว่าเขานั้นพูดดี จนเจ้าเชื่อ คิดว่าเขานั้นมีความจริงใจและคำแนะนำของเขา แต่แท้จริงแล้วจุดประสงค์ของเขาเพื่อปกป้องตัวของเขาและทรัพย์สินของเขาเท่านั้น และเขาจะอ้างอัลลอฮ์เป็นพยาน ทั้งๆที่เขานั้นพูดโกหกในสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขาเช่นการศรัทธาและความดี และขณะเดียวกันเขาคือศัตรูและเป็นปฏิปักษ์ตัวฉกาจต่อชาวมุสลิม

2:205Page 32

وَإِذَا تَوَلَّىٰ سَعَىٰ فِي ٱلۡأَرۡضِ لِيُفۡسِدَ فِيهَا وَيُهۡلِكَ ٱلۡحَرۡثَ وَٱلنَّسۡلَۚ وَٱللَّهُ لَا يُحِبُّ ٱلۡفَسَادَ ٢٠٥

And when he goes away, he strives throughout the land to cause corruption therein and destroy crops and animals. And Allāh does not like corruption.

และเมื่อเขาให้หลังจากเจ้าไปและแยกออกจากเจ้าแล้ว เขาก็เพียรพยายามบนหน้าแผ่นดินนี้ เพื่อก่อความเสียหายด้วยการทำบาปและทำลายพืชผล และฆ่าสัตว์ต่างๆ และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงชอบการก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินและไม่ทรงชอบผู้ก่อความเสียหาย

2:206Page 32

وَإِذَا قِيلَ لَهُ ٱتَّقِ ٱللَّهَ أَخَذَتۡهُ ٱلۡعِزَّةُ بِٱلۡإِثۡمِۚ فَحَسۡبُهُۥ جَهَنَّمُۖ وَلَبِئۡسَ ٱلۡمِهَادُ ٢٠٦

And when it is said to him, "Fear Allāh," pride in the sin takes hold of him. Sufficient for him is Hellfire, and how wretched is the resting place.

และเมื่อได้มีการกล่าวแก่ผู้ก่อความหายนะนั้น เพื่อที่จะแนะนำเขาว่า "จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด" ด้วยการให้ความสำคัญต่อขอบเขตของพระองค์ และหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามของพระองค์" ความหยิ่งในเกียรติและความผยองก็จะห้ามเขาที่จะกลับไปหาสัจธรรม และจะกระทำบาปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบทลงโทษที่เหมาะแก่เขานั้นก็คือนรกญะฮันนัม และมันเป็นที่พำนักและที่อยู่อาศัยที่แสนโหดร้ายสำหรับผู้อยู่อาศัยของมัน

2:207Page 32

وَمِنَ ٱلنَّاسِ مَن يَشۡرِي نَفۡسَهُ ٱبۡتِغَآءَ مَرۡضَاتِ ٱللَّهِۚ وَٱللَّهُ رَءُوفُۢ بِٱلۡعِبَادِ ٢٠٧

And of the people is he who sells himself, seeking means to the approval of Allāh. And Allāh is Kind to [His] servants.

และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้ศรัทธาที่อุทิศชีวิตของเขา โดยทุ่มเทเสียสละชีวิตเพื่อการเชื่อฟังพระผู้อภิบาลของเขา และต่อสู้ในหนทางของพระองค์เพื่อแสวงหาความพอพระทัยของพระองค์ และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเมตตาที่กว้างขวางแก่ปวงบ่าวของพระองค์และผู้ทรงเอ็นดูต่อพวกเขาเสมอ

2:208Page 32

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱدۡخُلُواْ فِي ٱلسِّلۡمِ كَآفَّةٗ وَلَا تَتَّبِعُواْ خُطُوَٰتِ ٱلشَّيۡطَٰنِۚ إِنَّهُۥ لَكُمۡ عَدُوّٞ مُّبِينٞ ٢٠٨

O you who have believed, enter into Islām completely [and perfectly] and do not follow the footsteps of Satan. Indeed, he is to you a clear enemy.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์เอ๋ย "จงเข้าสู่อิสลลามโดยสมบูรณ์ และอย่าได้ละทิ้งสิ่งใดๆจากมัน เหมือนกับที่ชาวคัมภีร์(ยิวและคริสต์)ที่ศรัทธาต่อบางส่วนของคัมภีร์และปฏิเสธอีกบางส่วน และจงอย่าตามบรรดาก้าวเดินของชัยฏอน แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า

2:209Page 32

فَإِن زَلَلۡتُم مِّنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡكُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ ٢٠٩

But if you slip [i.e., deviate] after clear proofs have come to you, then know that Allāh is Exalted in Might and Wise.

หากพวกเจ้าพลาดพลั้งหรือหลงทางหลังจากหลักฐานที่ชัดเจนมาถึงพวกเจ้าแล้ว จงรู้เถิดว่าแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเดชานุภาพในความสามารถและอำนาจของพระองค์ ทรงปรีชาญาณในการวางแผนจัดการและการบัญญัติพระบัญญัติศาสนาของพระองค์ ดังนั้นจงยำเกรงและถวายเกียรติแด่พระองค์เถิด

2:210Page 32

هَلۡ يَنظُرُونَ إِلَّآ أَن يَأۡتِيَهُمُ ٱللَّهُ فِي ظُلَلٖ مِّنَ ٱلۡغَمَامِ وَٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ وَقُضِيَ ٱلۡأَمۡرُۚ وَإِلَى ٱللَّهِ تُرۡجَعُ ٱلۡأُمُورُ ٢١٠

Do they await but that Allāh should come to them in covers of clouds and the angels [as well] and the matter is [then] decided? And to Allāh [all] matters are returned.

และพวกเขาเหล่านั้นที่ตามย่างก้าวของชัยฏอนที่ออกไปจากทางแห่งสัจธรรมนั้น มิได้รอคอยอะไร นอกจากการเสด็จมาของอัลลอฮ์มายังพวกเขาในวันกิยามะฮ์ซึ่งเป็นการเสด็จมาที่เหมาะสมกับความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซุบฮานะฮุ วะตะอาลา ในร่มเงาจากเมฆเพื่อตัดสินระหว่างพวกเขา และมลาอิกะฮ์ได้มายังพวกเขา ล้อมรอบพวกเขาจากทุกด้าน และหลังจากนั้นการตัดสินของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขาได้เกิดขึ้น และเว้นว่างจากเขา และเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างและกิจการของพวกเขาทั้งหมดนั้นจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮุ วะตะอาลาเพียงผู้เดียวเท่านั้น

2:211Page 33

سَلۡ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ كَمۡ ءَاتَيۡنَٰهُم مِّنۡ ءَايَةِۭ بَيِّنَةٖۗ وَمَن يُبَدِّلۡ نِعۡمَةَ ٱللَّهِ مِنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡهُ فَإِنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ٢١١

Ask the Children of Israel how many a sign of evidence We have given them. And whoever exchanges the favor of Allāh [for disbelief] after it has come to him - then indeed, Allāh is severe in penalty.

โอ้นบีเอ๋ย เจ้าจงถามวงศ์วานของอิสรออีลเพื่อตำหนิพวกเขาดูเถิดว่า "เท่าไรแล้วที่อัลลอฮ์ได้อธิบายถึงสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสัจธรรมของบรรดาเราะสูลแก่พวกเจ้า แล้วพวกเจ้าปฏิเสธและคัดค้านมัน และผู้ใดเปลี่ยนแปลงความกรุณาของอัลลอฮ์ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและปฏิเสธหลังจากที่ได้รับรู้และหลังการปรากฎของมันแล้ว แน่นอนอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงลงโทษที่รุนแรงสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา

2:212Page 33

زُيِّنَ لِلَّذِينَ كَفَرُواْ ٱلۡحَيَوٰةُ ٱلدُّنۡيَا وَيَسۡخَرُونَ مِنَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْۘ وَٱلَّذِينَ ٱتَّقَوۡاْ فَوۡقَهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۗ وَٱللَّهُ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٖ ٢١٢

Beautified for those who disbelieve is the life of this world, and they ridicule those who believe. But those who fear Allāh are above them on the Day of Resurrection. And Allāh gives provision to whom He wills without account.

ชีวิตของโลก ความพอใจจอมปลอม และความเพลิดเพลินชั่วคราวที่มีอยู่ในโลกนี้นั้น ล้วนถูกทำให้ดีสวยงามในสายตาของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาได้เยาะเย้ยต่อบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก ในขณะที่บรรดาผู้ที่เกรงกลัวอัลลอฮ์โดยปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และละทิ้งข้อห้ามของพระองค์จะอยู่เหนือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในปรโลก โดยอัลลอฮ์จะทรงให้บรรดาผู้ยำเกรงได้พำนักในสวรรค์อัดน์ และอัลลอฮ์จะทรงประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยของกำนัลมากมายนับไม่ถ้วน

2:213Page 33

كَانَ ٱلنَّاسُ أُمَّةٗ وَٰحِدَةٗ فَبَعَثَ ٱللَّهُ ٱلنَّبِيِّـۧنَ مُبَشِّرِينَ وَمُنذِرِينَ وَأَنزَلَ مَعَهُمُ ٱلۡكِتَٰبَ بِٱلۡحَقِّ لِيَحۡكُمَ بَيۡنَ ٱلنَّاسِ فِيمَا ٱخۡتَلَفُواْ فِيهِۚ وَمَا ٱخۡتَلَفَ فِيهِ إِلَّا ٱلَّذِينَ أُوتُوهُ مِنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡهُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ بَغۡيَۢا بَيۡنَهُمۡۖ فَهَدَى ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لِمَا ٱخۡتَلَفُواْ فِيهِ مِنَ ٱلۡحَقِّ بِإِذۡنِهِۦۗ وَٱللَّهُ يَهۡدِي مَن يَشَآءُ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٍ ٢١٣

Mankind was [of] one religion [before their deviation]; then Allāh sent the prophets as bringers of good tidings and warners and sent down with them the Scripture in truth to judge between the people concerning that in which they differed. And none differed over it [i.e., the Scripture] except those who were given it - after the clear proofs came to them - out of jealous animosity among themselves. And Allāh guided those who believed to the truth concerning that over which they had differed, by His permission. And Allāh guides whom He wills to a straight path.

มนุษย์เคยเป็นประชาชาติเดียวกันที่ตกลงบนเส้นทางที่ถูกต้องเดียวกัน กล่าวคือ ศาสนาของบรรพบุรุษของพวกเขาคืออาดัม จนกระทั่งพวกเขาถูกชัยฏอนทำให้หลง ดังนั้นพวกเขาจึงขัดแย้งกัน บางคนเป็นผู้ศรัทธาและบางคนเป็นผู้ปฏิเสธ ด้วยเหตุนี้อัลลอฮ์จึงส่งบรรดาเราะสูลเพื่อแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาและเชื่อฟังพระองค์ ด้วยความรักความเมตตาที่อัลลอฮ์สัญญาไว้สำหรับพวกเขา และเพื่อเตือนผู้ปฏิเสธศรัทธาด้วยการลงโทษอันเจ็บปวดสำหรับพวกเขา และพระองค์ได้ทรงประทานคัมภีร์ลงมาพร้อมกับบรรดาเราะสูลของพระองค์ที่ประกอบด้วยความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพื่อให้บรรดาเราะสูลได้ใช้ในการตัดสินในประเด็นที่พวกเขาขัดแย้งกัน และไม่มีใครขัดแย้งเกี่ยวกับคัมภีร์อัตเตารอตยกเว้นพวกยิวที่ได้รับความรู้จากเนื้อหาในคัมภีร์หลังจากที่ความจริงของอัลลอฮ์ได้กระจ่างชัดซึ่งพวกเขาไม่สามารถโต้แย้งได้ (แต่พวกเขายังขัดแย้งกัน) เนื่องจากความอธรรมที่เกิดขึ้นจากพวกเขา ดังนั้นอัลลอฮ์จึงทรงแนะนำบรรดาผู้ศรัทธาให้แยกแยะระหว่างความจริงกับความเท็จ ด้วยการอนุมัติและความประสงค์ของพระองค์ และอัลลอฮ์ทรงชี้นำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่ทางอันเที่ยงตรงซึ่งไม่คดเคี้ยว นั้นคือทางแห่งศรัทธา

2:214Page 33

أَمۡ حَسِبۡتُمۡ أَن تَدۡخُلُواْ ٱلۡجَنَّةَ وَلَمَّا يَأۡتِكُم مَّثَلُ ٱلَّذِينَ خَلَوۡاْ مِن قَبۡلِكُمۖ مَّسَّتۡهُمُ ٱلۡبَأۡسَآءُ وَٱلضَّرَّآءُ وَزُلۡزِلُواْ حَتَّىٰ يَقُولَ ٱلرَّسُولُ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مَعَهُۥ مَتَىٰ نَصۡرُ ٱللَّهِۗ أَلَآ إِنَّ نَصۡرَ ٱللَّهِ قَرِيبٞ ٢١٤

Or do you think that you will enter Paradise while such [trial] has not yet come to you as came to those who passed on before you? They were touched by poverty and hardship and were shaken until [even their] messenger and those who believed with him said, "When is the help of Allāh?" Unquestionably, the help of Allāh is near.

โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย หรือพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ โดยที่ไม่ประสบกับความยากลำบากเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในอดีตก่อนหน้าพวกเจ้า ที่ประสบกับความยากจน ล้มป่วย และความหวาดกลัวต่างๆทำให้พวกเขาประสบกับความระส่ำระสาย จนกระทั่งความทุกข์ยากเหล่านั้นทำให้พวกเขาต้องรีบร้อนขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ จนรอสูลและบรรดาผู้ศรัทธากับเขา ต่างก็กล่าวขึ้นว่า เมื่อไรเล่าการช่วยเหลือของอัลลอฮ์จะมา? พึงรู้เถิดว่าแท้จริงการช่วยเหลือจากอัลลอฮ์นั้นอยู่ใกล้กับบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์ และมอบหมายต่อพระองค์เสมอ

2:215Page 33

يَسۡـَٔلُونَكَ مَاذَا يُنفِقُونَۖ قُلۡ مَآ أَنفَقۡتُم مِّنۡ خَيۡرٖ فَلِلۡوَٰلِدَيۡنِ وَٱلۡأَقۡرَبِينَ وَٱلۡيَتَٰمَىٰ وَٱلۡمَسَٰكِينِ وَٱبۡنِ ٱلسَّبِيلِۗ وَمَا تَفۡعَلُواْ مِنۡ خَيۡرٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ بِهِۦ عَلِيمٞ ٢١٥

They ask you, [O Muḥammad], what they should spend. Say, "Whatever you spend of good is [to be] for parents and relatives and orphans and the needy and the traveler. And whatever you do of good - indeed, Allāh is Knowing of it."

โอ้นบีเอ๋ย บรรดาเศาะฮาบะฮ์ของเจ้าได้ถามเจ้าว่า อะไรที่พวกเขาจะใช้จ่ายในทรัพย์สินที่หลากหลายของพวกเขา? และจะไปไว้ที่ไหน? จงตอบพวกเขาไปเถิดว่า ทรัพย์สินใดๆ ก็ตามที่พวกเจ้าใช่จ่ายไป ในสิ่งที่อนุมัติและเป็นสิ่งที่ดี ก็จงให้แก่ผู้บังเกิดเกล้าทั้งสอง และแก่ผู้ที่ลำบากที่เป็นญาติใกล้ชิดกับเจ้าตามความเหมาะสม และแก่บรรดาผู้ที่มีความจำเป็นที่ต้องการในทรัพย์สินเช่นเด็กกำพร้า บรรดาคนยากจนที่ไม่มีทรัพย์สิน และผู้ที่อยู่ในการเดินทางที่ไกลจากครอบครัวและแผ่นดินของเขา โอ้ ผู้ศรัทธาเอ๋ย ที่พวกเจ้ากระทำอยู่นั้นจะมากหรือน้อย แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงรู้ดี จะไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้ ณ ที่พระองค์และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้า

2:216Page 34

كُتِبَ عَلَيۡكُمُ ٱلۡقِتَالُ وَهُوَ كُرۡهٞ لَّكُمۡۖ وَعَسَىٰٓ أَن تَكۡرَهُواْ شَيۡـٔٗا وَهُوَ خَيۡرٞ لَّكُمۡۖ وَعَسَىٰٓ أَن تُحِبُّواْ شَيۡـٔٗا وَهُوَ شَرّٞ لَّكُمۡۚ وَٱللَّهُ يَعۡلَمُ وَأَنتُمۡ لَا تَعۡلَمُونَ ٢١٦

Battle has been enjoined upon you while it is hateful to you. But perhaps you hate a thing and it is good for you; and perhaps you love a thing and it is bad for you. And Allāh knows, while you know not.

โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์นั้นได้ถูกบัญญัติแก่พวกเจ้าแล้ว และโดยสัญชาตญาณแล้วสิ่งนี้ไม่เป็นที่พอใจสำหรับจิตวิญญาณของมนุษย์ เพราะมันเรียกร้องสู่การเสียสละทั้งทรัพย์สินและชีวิต แต่บางทีอาจเป็นไปได้ว่า การที่พวกเจ้าเกลียดสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีและให้ประโยชน์แก่พวกเจ้า เช่นการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ซึ่งสิ่งที่จะได้มาพร้อมกับผลบุญที่ยิ่งใหญ่นั้น คือการได้รับชัยชนะเหนือศัตรูและเป็นการทำให้กะลิมะฮ์ของอัลลอฮ์ (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์ )ได้สูงส่งอีกด้วย และบางทีก็อาจเป็นไปได้ว่าการที่พวกเจ้าชอบสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นเป็นสิ่งไม่ดีและเป็นภัยร้ายต่อพวกเจ้า เช่นการไม่ออกไปต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ เพราะการไม่ออกไปต่อสู้นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความตกต่ำและตกอยู่ภายใต้ปกครองของศัตรู และอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้อย่างสมบูรณ์ถึงสิ่งใดดีและสิ่งใดไม่ดี และพวกเจ้าไม่รู้ถึงสิ่งนั้น ดังนั้นจงตอบรับในคำบัญชาของพระองค์เถิด เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเจ้า

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском