Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-Baqarah 2:235–257
2:235Page 38
وَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ فِيمَا عَرَّضۡتُم بِهِۦ مِنۡ خِطۡبَةِ ٱلنِّسَآءِ أَوۡ أَكۡنَنتُمۡ فِيٓ أَنفُسِكُمۡۚ عَلِمَ ٱللَّهُ أَنَّكُمۡ سَتَذۡكُرُونَهُنَّ وَلَٰكِن لَّا تُوَاعِدُوهُنَّ سِرًّا إِلَّآ أَن تَقُولُواْ قَوۡلٗا مَّعۡرُوفٗاۚ وَلَا تَعۡزِمُواْ عُقۡدَةَ ٱلنِّكَاحِ حَتَّىٰ يَبۡلُغَ ٱلۡكِتَٰبُ أَجَلَهُۥۚ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ يَعۡلَمُ مَا فِيٓ أَنفُسِكُمۡ فَٱحۡذَرُوهُۚ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ غَفُورٌ حَلِيمٞ ٢٣٥
There is no blame upon you for that to which you [indirectly] allude concerning a proposal to women or for what you conceal within yourselves. Allāh knows that you will have them in mind. But do not promise them secretly except for saying a proper saying. And do not determine to undertake a marriage contract until the decreed period1 reaches its end. And know that Allāh knows what is within yourselves, so beware of Him. And know that Allāh is Forgiving and Forbearing.
และไม่เป็นเรื่องที่ผิดอะไรสำหรับพวกเจ้า ในสิ่งที่พวกเจ้ากล่าวเป็นนัยในการขอแต่งงานหญิงที่อยู่ในระยะเวลารอคอยหลังจากที่สามีของนางได้สิ้นชีวิตลงหรือหย่าร้าง โดยไม่เปิดเผยความปรารถนานั้น เช่นการกล่าวว่า "เมื่อใดที่ระยะเวลาที่กำหนดได้สิ้นสุดลง เจ้าจงบอกฉันเถิด" และไม่เป็นเรื่องที่ผิดเช่นกัน ในสิ่งที่พวกเจ้าเก็บงำในใจของพวกเจ้าซึ่งความปรารถนาของพวกเจ้าที่จะแต่งงานกับหญิงที่อยู่ในระยะเวลารอคอยหลังจากที่ระยะเวลารอคอยนั้นได้สิ้นสุดลง อัลลอฮ์ทรงรู้ว่าพวกเจ้าจะคิดถึงนางเพราะความปรารถนาอย่างสูงของพวกเจ้าที่มีต่อนาง ดังนั้นจึงอนุญาตให้กล่าวเป็นนัยโดยไม่เปิดเผยชัดเจน และจงหลีกเลี่ยงการแอบสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ในขณะที่นางยังอยู่ในระยะเวลารอคอย นอกจากเป็นคำพูดที่สุภาพที่เป็นที่ยอมรับกัน และจงอย่าปลงใจซึ่งการทำพิธีแต่งงานในช่วงเวลานี้ และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าแอบซ่อนไว้ในหัวใจของพวกเจ้าทั้งสิ่งที่เป็นที่อนุญาตและที่ต้องห้ามสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงหลีกเลี่ยงสิ่งต้องห้ามนั้นเถิด และจงอย่าละเมิดคำบัญชาของพระองค์ และพึงรู้ไว้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด ผู้ทรงผ่อนปรนไม่รีบเร่งต่อการลงโทษ
2:236Page 38
لَّا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ إِن طَلَّقۡتُمُ ٱلنِّسَآءَ مَا لَمۡ تَمَسُّوهُنَّ أَوۡ تَفۡرِضُواْ لَهُنَّ فَرِيضَةٗۚ وَمَتِّعُوهُنَّ عَلَى ٱلۡمُوسِعِ قَدَرُهُۥ وَعَلَى ٱلۡمُقۡتِرِ قَدَرُهُۥ مَتَٰعَۢا بِٱلۡمَعۡرُوفِۖ حَقًّا عَلَى ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٢٣٦
There is no blame upon you if you divorce women you have not touched1 nor specified for them an obligation.2 But give them [a gift of] compensation - the wealthy according to his capability and the poor according to his capability - a provision according to what is acceptable, a duty upon the doers of good.
ไม่เป็นการผิดอะไรสำหรับพวกเจ้า ถ้าหากพวกเจ้าหย่าภรรยาของพวกเจ้าที่พวกเจ้าได้แต่งงาน โดยที่พวกเจ้ายังมิได้สมสู่กับนาง หรือยังมิได้กำหนดมะฮัร(สินสอดทองหมั้น)ใดๆแก่พวกนาง เมื่อพวกเจ้าหย่าพวกนางในลักษณะนี้ ก็ไม่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่จะต้องจ่ายมะฮัรแก่พวกนาง แต่ที่จำเป็นคือการมอบให้แก่พวกนางซึ่งสิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่พวกนาง ที่พวกเจ้าได้ทำลายจิตใจของพวกนาง ตามความเหมาะสมกับสถานะ อาจเป็นการให้มากสำหรับผู้ที่มั่งมี และให้น้อยสำหรับผู้ที่ยากจน และการมอบให้ซึ่งประโยชน์ในลักษณะนี้นั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้กระทำดีทั้งหลายต้องตระหนักต่อการกระทำต่างๆและการคบค้าสมาคมของพวกเขา
2:237Page 38
وَإِن طَلَّقۡتُمُوهُنَّ مِن قَبۡلِ أَن تَمَسُّوهُنَّ وَقَدۡ فَرَضۡتُمۡ لَهُنَّ فَرِيضَةٗ فَنِصۡفُ مَا فَرَضۡتُمۡ إِلَّآ أَن يَعۡفُونَ أَوۡ يَعۡفُوَاْ ٱلَّذِي بِيَدِهِۦ عُقۡدَةُ ٱلنِّكَاحِۚ وَأَن تَعۡفُوٓاْ أَقۡرَبُ لِلتَّقۡوَىٰۚ وَلَا تَنسَوُاْ ٱلۡفَضۡلَ بَيۡنَكُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ بِمَا تَعۡمَلُونَ بَصِيرٌ ٢٣٧
And if you divorce them before you have touched them and you have already specified for them an obligation, then [give] half of what you specified - unless they forego the right or the one in whose hand is the marriage contract foregoes it. And to forego it is nearer to righteousness. And do not forget graciousness between you. Indeed Allāh, of whatever you do, is Seeing.
และถ้าหากพวกเจ้าหย่าภรรยาของพวกเจ้าที่ได้ทำสัญญาแต่งงานแล้ว ก่อนที่พวกเจ้าจะสมสู่กับพวกนาง และพวกเจ้าได้กำหนดมะฮัร(สินสอดทองหมั้น)แล้ว ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องให้มะฮัร(สินสอดทองหมั้น)แก่พวกนางครึ่งหนึ่งจากมะฮัรที่พวกเจ้ากำหนดไว้ นอกจากว่าพวกนางจะยกให้พวกเจ้า -หากพวกนางบรรลุศาสนภาวะแล้ว- หรือบรรดาสามียอมที่จะยกมะฮัรทั้งหมดแก่พวกนาง และการที่พวกเจ้าอภัยซึ่งกันและกันในสิทธิระหว่างพวกเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ใกล้กับความยำเกรงและการเชื่อฟังอัลลอฮ์มากกว่า พวกเจ้า-โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย- อย่าละทิ้งการทำคุณซึ่งกันและกันและให้อภัยในสิทธิต่างๆ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ดังนั้นจงมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ดีที่ชอบธรรมเพื่อที่จะได้รับผลบุญจากอัลลอฮ์
2:238Page 39
حَٰفِظُواْ عَلَى ٱلصَّلَوَٰتِ وَٱلصَّلَوٰةِ ٱلۡوُسۡطَىٰ وَقُومُواْ لِلَّهِ قَٰنِتِينَ ٢٣٨
Maintain with care the [obligatory] prayers and [in particular] the middle [i.e., ʿaṣr] prayer and stand before Allāh, devoutly obedient.
พวกเจ้าจงรักษาการละหมาดด้วยพิธีการที่ครบถ้วนสมบูรณ์ดังที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาไว้ และจงรักษาละหมาดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างละหมาดทั้งหลาย นั้นก็คือละหมาดอัสรี และจงยืนละหมาดเพื่ออัลลอฮ์ในละหมาดของพวกเจ้าด้วยการยืนที่นอบน้อมถ่อมตน
2:239Page 39
فَإِنۡ خِفۡتُمۡ فَرِجَالًا أَوۡ رُكۡبَانٗاۖ فَإِذَآ أَمِنتُمۡ فَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ كَمَا عَلَّمَكُم مَّا لَمۡ تَكُونُواْ تَعۡلَمُونَ ٢٣٩
And if you fear [an enemy, then pray] on foot or riding. But when you are secure, then remember Allāh [in prayer], as He has taught you that which you did not [previously] know.
ถ้าหากพวกเจ้ากลัวศัตรูหรืออื่น ๆ และไม่สามารถที่จะประกอบพิธีละหมาดอย่างครบถ้วนได้ พวกเจ้าก็จงละหมาดพลางเดินด้วยเท้าหรือขี่อูฐ ม้า และพาหนะอื่น ๆ หรือในลักษณะที่พวกเจ้าสามารถละหมาดได้ ครั้นเมื่อพวกเจ้าปลอดภัยแล้ว จงรำลึกถึงอัลลอฮ์ดังที่พระองค์ทรงสอนพวกเจ้า ระลึกถึงพระองค์อย่างครบถ้วนที่สุดในการละหมาด นอกจากนี้ จงระลึกถึงพระองค์ที่ได้ทรงสอนพวกเจ้าได้รู้จักทางนำและทางสว่างแก่พวกเจ้าซึ่งพวกเจ้าไม่เคยรู้มาก่อน
2:240Page 39
وَٱلَّذِينَ يُتَوَفَّوۡنَ مِنكُمۡ وَيَذَرُونَ أَزۡوَٰجٗا وَصِيَّةٗ لِّأَزۡوَٰجِهِم مَّتَٰعًا إِلَى ٱلۡحَوۡلِ غَيۡرَ إِخۡرَاجٖۚ فَإِنۡ خَرَجۡنَ فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ فِي مَا فَعَلۡنَ فِيٓ أَنفُسِهِنَّ مِن مَّعۡرُوفٖۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٞ ٢٤٠
And those who are taken in death among you and leave wives behind - for their wives is a bequest: maintenance for one year without turning [them] out. But if they leave [of their own accord], then there is no blame upon you for what they do with themselves in an acceptable way.1 And Allāh is Exalted in Might and Wise.
และบรรดาผู้ที่จะถึงแก่ชีวิตลงในหมู่พวกเจ้า และละทิ้งคู่ครองไว้นั้น จงให้มีพินัยกรรมไว้แก่คู่ครองของพวกเขาซึ่งสิ่งอำนวยประโยชน์แก่นาง เช่นที่อยู่อาศัย และค่าครองชีพถึงหนึ่งปี อย่าทำให้พวกนางไม่ได้สืบทอดจากพวกเจ้า มันเป็นสิ่งที่พวกนางควรจะได้รับในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อพวกนาง และเป็นความจงรักภักดีสำหรับผู้ตาย แต่ถ้าพวกนางออกไปเองก่อนที่ครบกำหนดหนึ่งปี ก็ไม่เป็นบาปใดๆแก่พวกเจ้าและพวกนาง ในสิ่งที่พวกนางได้กระทำในส่วนตัวของพวกนางด้วยการแต่งตัวประดับตัวให้สวยและใส่น้ำหอม และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพที่เหนือกว่าสิ่งใด ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการ การกำหนดบัญญัติทางศาสนา และการกำหนดสภาวการณ์ และนักอัฐฐาธิบายอัลกุรอานส่วนใหญ่ได้เห็นว่าหุก่มของโองการนี้ได้ถูกยกเลิกด้วยโองการที่อัลลอฮฺตรัสไว้ใน ซุเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺ 234 ความว่า (และบรรดาผู้ที่ถึงแก่ชีวิตลงในหมู่พวกเจ้าและทิ้งคู่ครองไว้นั้น พวกนางจะต้องรอคอยตัวของพวกนางเอง สี่เดือนกับสิบวัน)
2:241Page 39
وَلِلۡمُطَلَّقَٰتِ مَتَٰعُۢ بِٱلۡمَعۡرُوفِۖ حَقًّا عَلَى ٱلۡمُتَّقِينَ ٢٤١
And for divorced women is a provision according to what is acceptable - a duty upon the righteous.
และสำหรับบรรดาหญิงที่ถูกหย่านั้นจะได้รับสิ่งอำนวยประโยชน์ เช่นเครื่องนุ่งห่มหรือทรัพย์สินเงินทองและอื่นๆ บังคับต้องให้แก่พวกนางจากการสูญเสียความรู้สึกของการหย่าร้าง ตามความชอบธรรมโดยการคำนึงถึงสภาพของสามีที่มีน้อยหรือมาก และหุก่มนี้เป็นสิทธิหน้าที่ที่มั่นคงสำหรับผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺทั้งหลาย ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามของพระองค์
2:242Page 39
كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمۡ ءَايَٰتِهِۦ لَعَلَّكُمۡ تَعۡقِلُونَ ٢٤٢
Thus does Allāh make clear to you His verses [i.e., laws] that you might use reason.
ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น อัลลอฮ์จะอธิบายแก่พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย- เกี่ยวกับโองการต่างๆของพระองค์ที่ประกอบด้วยขอบเขตและข้อกำหนดต่างๆของพระองค์ เพื่อที่พวกเจ้าจะได้เข้าใจและปฏิบัติตามนั้น แล้วพวกเจ้าจะได้พบความสุขในโลกนี้และในโลกหน้า
2:243Page 39
۞ أَلَمۡ تَرَ إِلَى ٱلَّذِينَ خَرَجُواْ مِن دِيَٰرِهِمۡ وَهُمۡ أُلُوفٌ حَذَرَ ٱلۡمَوۡتِ فَقَالَ لَهُمُ ٱللَّهُ مُوتُواْ ثُمَّ أَحۡيَٰهُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَذُو فَضۡلٍ عَلَى ٱلنَّاسِ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَشۡكُرُونَ ٢٤٣
Have you not considered those who left their homes in many thousands, fearing death? Allāh said to them, "Die"; then He restored them to life. And Allāh is the possessor of bounty for the people, but most of the people do not show gratitude.
โอ้นบีเอ๋ย เจ้ามิได้รับรู้บรรดาผู้ที่ออกจากบ้านของพวกเขาดอกหรือ ที่พวกเขานั้นได้กลัวความตายมากเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคหรืออื่นๆ พวกเขาคือกลุ่มหนึ่งจากวงศ์วานของอิสราอีล และอัลลอฮ์ได้ตรัสแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าทั้งหลายจงตายเสียเถิด แล้วพวกเขาก็ตาย หลังจากนั้นพระองค์ทำให้พวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อต้องการแสดงให้พวกเขาได้เห็นว่า ทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพวกเขาไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและไม่มีอำนาจที่จะยับยั้งสิ่งที่เป็นโทษได้ อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงกรุณาปรานีและทรงโปรดปรานแก่มนุษย์เสมอ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่เนรคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์
2:244Page 39
وَقَٰتِلُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٢٤٤
And fight in the cause of Allāh and know that Allāh is Hearing and Knowing.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย พวกเจ้าจงต่อสู้กับศัตรูของอัลลอฮ์เถิด เพื่อชัยชนะแก่ศาสนาของพระองค์และเพื่อยกกะลิมะฮฺ (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์) ของพระองค์ และพึงรู้ด้วยว่าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของพวกเจ้า ผู้ทรงรอบรู้เจตนาและการกระทำของพวกเจ้า และพระองค์จะทรงตอบแทนการกระทำของพวกเจ้า
2:245Page 39
مَّن ذَا ٱلَّذِي يُقۡرِضُ ٱللَّهَ قَرۡضًا حَسَنٗا فَيُضَٰعِفَهُۥ لَهُۥٓ أَضۡعَافٗا كَثِيرَةٗۚ وَٱللَّهُ يَقۡبِضُ وَيَبۡصُۜطُ وَإِلَيۡهِ تُرۡجَعُونَ ٢٤٥
Who is it that would loan Allāh a goodly loan so He may multiply it for him many times over? And it is Allāh who withholds and grants abundance, and to Him you will be returned.
มีใครบ้างไหมที่ทำงานเป็นผู้ให้ยืม แล้วเขาได้ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยเจตนาที่ดีและจิตวิญญาณที่ดี เพื่อที่จะให้ทรัพย์สินได้กลับคืนแก่เขามากมายหลายเท่า และอัลลอฮ์ทรงทำให้ปัจจัยยังชีพและการมีสุขภาพที่ดีและอื่นๆนั้นคับแคบลง และทรงทำให้กว้างขวางเช่นกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยความปรีชาญานและความยุติธรรมของพระองค์ และยังพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปในปรโลก และพระองค์จะทรงตอบแทนในการงานของพวกเจ้า
2:246Page 40
أَلَمۡ تَرَ إِلَى ٱلۡمَلَإِ مِنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ مِنۢ بَعۡدِ مُوسَىٰٓ إِذۡ قَالُواْ لِنَبِيّٖ لَّهُمُ ٱبۡعَثۡ لَنَا مَلِكٗا نُّقَٰتِلۡ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِۖ قَالَ هَلۡ عَسَيۡتُمۡ إِن كُتِبَ عَلَيۡكُمُ ٱلۡقِتَالُ أَلَّا تُقَٰتِلُواْۖ قَالُواْ وَمَا لَنَآ أَلَّا نُقَٰتِلَ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَقَدۡ أُخۡرِجۡنَا مِن دِيَٰرِنَا وَأَبۡنَآئِنَاۖ فَلَمَّا كُتِبَ عَلَيۡهِمُ ٱلۡقِتَالُ تَوَلَّوۡاْ إِلَّا قَلِيلٗا مِّنۡهُمۡۚ وَٱللَّهُ عَلِيمُۢ بِٱلظَّٰلِمِينَ ٢٤٦
Have you not considered the assembly of the Children of Israel after [the time of] Moses when they said to a prophet of theirs, "Send to us a king, and we will fight in the way of Allāh"? He said, "Would you perhaps refrain from fighting if battle was prescribed for you?" They said, "And why should we not fight in the cause of Allāh when we have been driven out from our homes and from our children?" But when battle was prescribed for them, they turned away, except for a few of them. And Allāh is Knowing of the wrongdoers.
โอ้นบีเอ๋ย เจ้ามิได้รับรู้ถึงเรื่องราวของเหล่าบรรดาผู้มีอำนาจในหมู่วงศ์วานอิสรออีลหลังจากยุคของมูซา อลัยฮิสะลามหรอกหรือ? ขณะที่พวกเขาได้กล่าวแก่นบีของพวกเขาว่า "โปรดแต่งตั้งกษัตริย์องค์หนึ่งให้แก่พวกเราเถิด พวกเราจะได้ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์" แล้วนบีของพวกเขาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "อาจเป็นไปได้ว่าพวกเจ้าจะไม่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ถ้าหากการสู้รบได้ถูกกำหนดแก่พวกเจ้า"พวกเขาปฏิเสธข้อสันนิษฐานของนบีของพวกเขาโดยกล่าวว่า "อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เราไม่ต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์เมื่อเรามีเหตุผลหนักแน่นที่จะต่อสู้ ศัตรูที่ได้ขับไล่พวกเราจากบ้านเกิดและจับลูกหลานของพวกเราเป็นเชลย ดังนั้นเราจะต่อสู้เพื่อเอาบ้านเกิดของเรากลับคืนมาและปลดปล่อยลูกๆ ของเราที่พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลย” แล้วเมื่ออัลลอฮ์ได้กำหนดให้พวกเขาซึ่งการสู้รบ พวกเขาก็ผินหลังให้ เว้นแต่ส่วนน้อยเท่านั้นจากพวกเขา และอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้ถึงบรรดาผู้อธรรมและผินหลังให้จากพระบัญชาของพระองค์ และทำผิดสัญญาของพระองค์ และจะทรงตอบแทนพวกเขาอย่างยุติธรรม
2:247Page 40
وَقَالَ لَهُمۡ نَبِيُّهُمۡ إِنَّ ٱللَّهَ قَدۡ بَعَثَ لَكُمۡ طَالُوتَ مَلِكٗاۚ قَالُوٓاْ أَنَّىٰ يَكُونُ لَهُ ٱلۡمُلۡكُ عَلَيۡنَا وَنَحۡنُ أَحَقُّ بِٱلۡمُلۡكِ مِنۡهُ وَلَمۡ يُؤۡتَ سَعَةٗ مِّنَ ٱلۡمَالِۚ قَالَ إِنَّ ٱللَّهَ ٱصۡطَفَىٰهُ عَلَيۡكُمۡ وَزَادَهُۥ بَسۡطَةٗ فِي ٱلۡعِلۡمِ وَٱلۡجِسۡمِۖ وَٱللَّهُ يُؤۡتِي مُلۡكَهُۥ مَن يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ وَٰسِعٌ عَلِيمٞ ٢٤٧
And their prophet said to them, "Indeed, Allāh has sent to you Saul as a king." They said, "How can he have kingship over us while we are more worthy of kingship than him and he has not been given any measure of wealth?" He said, "Indeed, Allāh has chosen him over you and has increased him abundantly in knowledge and stature. And Allāh gives His sovereignty to whom He wills. And Allāh is all-Encompassing [in favor] and Knowing."
และนบีของพวกเขาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งฏอลูตมาเป็นกษัตริย์แก่พวกเจ้าแล้วเพื่อให้พวกเจ้าต่อสู้ภายใต้ร่มธงของเขา" บรรดาแกนนำของพวกเขาไม่เห็นด้วยและคัดค้านการคัดเลือกนี้โดยกล่าวว่า "เขาจะมีอำนาจเหนือพวกเราได้อย่างไร? ทั้งๆที่พวกเราเป็นผู้ที่เหมาะสมกับอำนาจนั้นยิ่งกว่าเขา เขาไม่ได้เป็นลูกหลานของกษัตริย์และเขาไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายเพื่อเป็นทางสู่การเป็นกษัตริย์?!" นบีของพวกเขาได้กล่าวว่า "อัลลอฮ์ได้ทรงคัดเลือกเขาให้มีอำนาจเหนือพวกเจ้าแล้ว และได้ทรงเพิ่มให้แก่เขาอีกซึ่งความกว้างขวางในความรู้ และพลังของร่างกายอย่างมหาศาล และอัลลอฮ์นั้นจะทรงประทานอำนาจของพระองค์ให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความปรีชาญานและความเมตตาของพระองค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงโปรดปรานที่กว้างขวางให้กับคนที่พระองค์ทรงประสงค์ ผู้ทรงรอบรู้คนที่สมควรที่จะได้รับ"
2:248Page 40
وَقَالَ لَهُمۡ نَبِيُّهُمۡ إِنَّ ءَايَةَ مُلۡكِهِۦٓ أَن يَأۡتِيَكُمُ ٱلتَّابُوتُ فِيهِ سَكِينَةٞ مِّن رَّبِّكُمۡ وَبَقِيَّةٞ مِّمَّا تَرَكَ ءَالُ مُوسَىٰ وَءَالُ هَٰرُونَ تَحۡمِلُهُ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَأٓيَةٗ لَّكُمۡ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٢٤٨
And their prophet said to them, "Indeed, a sign of his kingship is that the chest will come to you in which is assurance1 from your Lord and a remnant of what the family of Moses and the family of Aaron had left, carried by the angels. Indeed in that is a sign for you, if you are believers."
และนบีของพวกเขาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "แท้จริงสัญญาณแห่งความจริงของการเลือกเขาให้เป็นกษัตริย์ของพวกเจ้านั้น คืออัลลอฮ์จะทรงนำหีบกลับมาหาพวกเจ้า ซึ่งเป็นหีบที่วงค์วานของอิสรออีลได้ยกย่องและได้ถูกยึดไปจากพวกเขา ซึ่งในหีบนั้น มีความสงบที่มาพร้อมกับมัน และมีบางสิ่งที่มาจากวงศ์วานของมูซา และวงศ์วานของฮารูนได้ละทิ้งไว้ เช่นไม้เท้าและบางส่วนของแผ่นจารึก แท้จริงในเรื่องนั้นมีสัญญาณหนึ่งแน่นอนสำหรับพวกท่าน หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง"
2:249Page 41
فَلَمَّا فَصَلَ طَالُوتُ بِٱلۡجُنُودِ قَالَ إِنَّ ٱللَّهَ مُبۡتَلِيكُم بِنَهَرٖ فَمَن شَرِبَ مِنۡهُ فَلَيۡسَ مِنِّي وَمَن لَّمۡ يَطۡعَمۡهُ فَإِنَّهُۥ مِنِّيٓ إِلَّا مَنِ ٱغۡتَرَفَ غُرۡفَةَۢ بِيَدِهِۦۚ فَشَرِبُواْ مِنۡهُ إِلَّا قَلِيلٗا مِّنۡهُمۡۚ فَلَمَّا جَاوَزَهُۥ هُوَ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مَعَهُۥ قَالُواْ لَا طَاقَةَ لَنَا ٱلۡيَوۡمَ بِجَالُوتَ وَجُنُودِهِۦۚ قَالَ ٱلَّذِينَ يَظُنُّونَ أَنَّهُم مُّلَٰقُواْ ٱللَّهِ كَم مِّن فِئَةٖ قَلِيلَةٍ غَلَبَتۡ فِئَةٗ كَثِيرَةَۢ بِإِذۡنِ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ مَعَ ٱلصَّٰبِرِينَ ٢٤٩
And when Saul went forth with the soldiers, he said, "Indeed, Allāh will be testing you with a river. So whoever drinks from it is not of me, and whoever does not taste it is indeed of me, excepting one who takes [from it] in the hollow of his hand." But they drank from it, except a [very] few of them. Then when he had crossed it along with those who believed with him, they said, "There is no power for us today against Goliath and his soldiers." But those who were certain that they would meet Allāh said, "How many a small company has overcome a large company by permission of Allāh. And Allāh is with the patient."
ครั้นเมื่อฏอลูตได้นำกำลังทหารออกไปจากหมู่บ้าน เขาได้แก่พวกเขาว่า "แท้จริงอัลลอฮ์จะเป็นผู้ทดสอบพวกเจ้า ด้วยแม่น้ำสายหนึ่ง ผู้ใดดื่มน้ำจากแม่น้ำนั้น เขาจะไม่ใช่พวกของฉัน และเขาจะต้องไม่ออกรบพร้อมกับฉัน และผู้ใดที่ไม่ดื่มน้ำจากแม่น้ำนั้นแท้จริงเขานั้นเป็นพวกของฉัน และจะออกรบพร้อมกับฉัน นอกจากคนที่จำเป็นที่ต้องดื่มก็จงดื่มเท่าที่มือของเขาวักน้ำขึ้นได้เท่านั้น ก็จะไม่เป็นการผิดใดๆต่อเขา" และแล้วบรรดาทหารของเขาเหล่านั้นก็ดื่มน้ำจากแม่น้ำนั้น นอกจากส่วนน้อยในหมู่พวกเขาเท่านั้นที่อดทนไม่ดื่มน้ำถึงแม้จะกระหายน้ำเป็นอย่างมากก็ตาม ครั้นเมื่อฏอลูตและบรรดาผู้ศรัทธาที่ร่วมอยู่กับเขาได้ข้ามแม่น้ำนั้นไป ทหารของเขาบางคนได้กล่าวว่า "วันนี้พวกเราไม่มีกำลังใดๆจะต่อสู้กับญาลูตและบรรดาไพร่พลของเขา" และในขณะนั้นบรรดาผู้ที่มีความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะต้องพบกับอัลลอฮ์ในวันปรโลกได้กล่าวว่า "กี่มากน้อยแล้วที่กลุ่มผู้ศรัทธาที่มีจำนวนน้อยกว่า เอาชนะกลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มีจำนวนมากกว่า ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ์และความช่วยเหลือของพระองค์ และบทเรียนที่จะได้รับชัยชนะนั้นอยู่ที่ความศรัทธาไม่ใช่ที่จำนวน และอัลลอฮ์นั้นทรงอยู่กับบ่าวของพระองค์ที่มีความอดทนทั้งหลาย พระองค์จะทรงสนับสนุนและช่วยเหลือพวกเขา"
2:250Page 41
وَلَمَّا بَرَزُواْ لِجَالُوتَ وَجُنُودِهِۦ قَالُواْ رَبَّنَآ أَفۡرِغۡ عَلَيۡنَا صَبۡرٗا وَثَبِّتۡ أَقۡدَامَنَا وَٱنصُرۡنَا عَلَى ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٢٥٠
And when they went forth to [face] Goliath and his soldiers, they said, "Our Lord, pour upon us patience and plant firmly our feet and give us victory over the disbelieving people."
และเมื่อพวกเขาได้ออกไปประจัญหน้ากับญาลูต และบรรดาไพร่พลของเขาแล้ว พวกเขาก็ได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺ ว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดทรงประทานความอดทนแก่หัวใจของเรา และโปรดให้เท้าของเราได้ยืนหยัดมั่นคง เราจะได้ไม่หนีและไม่พ่ายแพ้ต่อหน้าศัตรูของเรา และโปรดทรงช่วยพวกเราด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์และการสนับสนุนของพระองค์ให้ชนะเหนือพวกปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย"
2:251Page 41
فَهَزَمُوهُم بِإِذۡنِ ٱللَّهِ وَقَتَلَ دَاوُۥدُ جَالُوتَ وَءَاتَىٰهُ ٱللَّهُ ٱلۡمُلۡكَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَعَلَّمَهُۥ مِمَّا يَشَآءُۗ وَلَوۡلَا دَفۡعُ ٱللَّهِ ٱلنَّاسَ بَعۡضَهُم بِبَعۡضٖ لَّفَسَدَتِ ٱلۡأَرۡضُ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ ذُو فَضۡلٍ عَلَى ٱلۡعَٰلَمِينَ ٢٥١
So they defeated them by permission of Allāh, and David killed Goliath, and Allāh gave him the kingship and wisdom [i.e., prophethood] and taught him from that which He willed. And if it were not for Allāh checking [some] people by means of others, the earth would have been corrupted, but Allāh is the possessor of bounty for the worlds.
ดังนั้นด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์พวกเขาก็สามารถปราบบรรดาผู้ปฏิเสธได้อย่างราบคาบ และดาวูดได้ฆ่าญาลูตซึ่งเป็นหัวหน้าของพวกเขา และอัลลอฮ์ได้ทรงประทานตำแหน่งการเป็นกษัตริย์และเป็นนบี และได้สอนวิชาความรู้ต่างๆแก่เขาที่พระองค์ทรงประสงค์ และได้มอบให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์ในโลกนี้และในปรโลก และถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะวิถีแห่งกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ในการปกป้องมนุษย์บางกลุ่มจากจากความชั่วของอีกบางกลุ่ม แน่นอนแผ่นดินนี้ย่อมเสื่อมเสีย เพราะตกอยู่ภายใต้การจัดการของบรรดาคนชั่ว แต่อัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้มีพระคุณแก่ทุกสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย
2:252Page 41
تِلۡكَ ءَايَٰتُ ٱللَّهِ نَتۡلُوهَا عَلَيۡكَ بِٱلۡحَقِّۚ وَإِنَّكَ لَمِنَ ٱلۡمُرۡسَلِينَ ٢٥٢
These are the verses of Allāh which We recite to you, [O Muḥammad], in truth. And indeed, you are from among the messengers.
โอ้นบีเอ๋ย นั้นแหละคือบรรดาโองการที่ชัดแจ้งของอัลลอฮฺซึ่งเราได้อ่านโองการเหล่านั้นให้เจ้าฟังที่ประกอบไปด้วยความจริงที่เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ และประกอบด้วยความยุติธรรมด้านการตัดสิน และแท้จริงเจ้านั้นเป็นผู้หนึ่งในบรรดาเราะสูลทั้งหลาย จากผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก
2:253Page 42
۞ تِلۡكَ ٱلرُّسُلُ فَضَّلۡنَا بَعۡضَهُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖۘ مِّنۡهُم مَّن كَلَّمَ ٱللَّهُۖ وَرَفَعَ بَعۡضَهُمۡ دَرَجَٰتٖۚ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلَ ٱلَّذِينَ مِنۢ بَعۡدِهِم مِّنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَتۡهُمُ ٱلۡبَيِّنَٰتُ وَلَٰكِنِ ٱخۡتَلَفُواْ فَمِنۡهُم مَّنۡ ءَامَنَ وَمِنۡهُم مَّن كَفَرَۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ مَا ٱقۡتَتَلُواْ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَفۡعَلُ مَا يُرِيدُ ٢٥٣
Those messengers - some of them We caused to exceed others. Among them were those to whom Allāh spoke, and He raised some of them in degree. And We gave Jesus, the son of Mary, clear proofs, and We supported him with the Pure Spirit [i.e., Gabriel]. If Allāh had willed, those [generations] succeeding them would not have fought each other after the clear proofs had come to them. But they differed, and some of them believed and some of them disbelieved. And if Allāh had willed, they would not have fought each other, but Allāh does what He intends.
บรรดาเราะสูลเหล่านั้นที่เราได้บอกเล่าให้แก่เจ้านั้น บางคนจากพวกเขาเราได้ให้ความประเสริฐเหนือกว่าบางคน ในเรื่องของวะห์ยู บรรดาผู้ติดตาม และยศศักดิ์ บางคนเป็นผู้ที่อัลลอฮ์สนทนาด้วย เช่น ท่านนบีมูซา อลัยฮิสสลาม และบางคนเป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเลื่อนยศศักดิ์ให้สูงขึ้นหลายขั้น เช่น ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม โดยท่านได้ถูกส่งมายังมนุษยชาติทั้งมวล และให้ท่านเป็นนบีท่านสุดท้าย และได้ให้ประชาชาติของท่านประเสริฐกว่าประชาชาติอื่น และเราได้ประทานหลักฐานอันชัดแจ้ง(ปาฏิหาริย์)แก่อีซาบุตรของมัรยัมที่แสดงถึงการเป็นนบีของท่าน เช่น การให้คนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมา การรักษาคนตาบอด การรักษาคนเป็นโรคเรื้อน และเราได้เสริมกำลังแก่เขาโดยให้ญิบรีลเป็นผู้สนับสนุนในการดำรงคำสั่งของอัลลอฮ์ และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์แล้วไซร้ บรรดากลุ่มคนที่มาหลังจากบรรดาเราะสูลคงจะไม่ฆ่าฟันกัน หลังจากที่หลักฐานต่างๆ อันชัดแจ้งได้มายังพวกเขาแล้ว แต่ทว่าพวกเขาขัดแย้งกัน แล้วพวกเขาก็แตกแยกกัน บางคนก็ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และบางคนก็ปฏิเสธที่จะศรัทธาต่อพระองค์ และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่ไม่ให้พวกเขาจะฆ่าฟันกัน พวกเขาก็ไม่ฆ่าฟันกัน แต่ทว่าอัลลอฮฺทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงนำทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่การศรัทธา ด้วยความเมตตาและความโปรดปรานของพระองค์ และให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์หลงออกจากแนวทางที่ถูกต้อง ด้วยความยุติธรรมและความปรีชาญานของพระองค์
2:254Page 42
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَنفِقُواْ مِمَّا رَزَقۡنَٰكُم مِّن قَبۡلِ أَن يَأۡتِيَ يَوۡمٞ لَّا بَيۡعٞ فِيهِ وَلَا خُلَّةٞ وَلَا شَفَٰعَةٞۗ وَٱلۡكَٰفِرُونَ هُمُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٢٥٤
O you who have believed, spend from that which We have provided for you before there comes a Day in which there is no exchange [i.e., ransom] and no friendship and no intercession. And the disbelievers - they are the wrongdoers.
โอ้บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์เอ๋ย พวกเจ้าจงบริจาคส่วนหนึ่งจากสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า จากทรัพย์สินต่างๆที่ฮะลาล ก่อนที่วันกิยามะฮ์จะมาถึง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ไม่มีการซื้อขายที่มนุษย์จะได้รับประโยชน์จากมัน ไม่มีความเป็นมิตรที่จะยังประโยชน์ในเวลาที่คับขัน และไม่มีคนกลางที่จะคอยปกป้องจากอันตรายหรือให้ประโยชน์ใดๆ เว้นแต่หลังจากได้รับอนุญาตจากอัลลอฮ์แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และพอพระทัยแล้วเท่านั้น และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น พวกเขาคือเหล่าผู้อธรรมที่แท้จริง เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่ออัลลอฮ์ตะอาลา
2:255Page 42
ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡحَيُّ ٱلۡقَيُّومُۚ لَا تَأۡخُذُهُۥ سِنَةٞ وَلَا نَوۡمٞۚ لَّهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ مَن ذَا ٱلَّذِي يَشۡفَعُ عِندَهُۥٓ إِلَّا بِإِذۡنِهِۦۚ يَعۡلَمُ مَا بَيۡنَ أَيۡدِيهِمۡ وَمَا خَلۡفَهُمۡۖ وَلَا يُحِيطُونَ بِشَيۡءٖ مِّنۡ عِلۡمِهِۦٓ إِلَّا بِمَا شَآءَۚ وَسِعَ كُرۡسِيُّهُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَۖ وَلَا يَـُٔودُهُۥ حِفۡظُهُمَاۚ وَهُوَ ٱلۡعَلِيُّ ٱلۡعَظِيمُ ٢٥٥
Allāh - there is no deity except Him, the Ever-Living,1 the Self-Sustaining.2 Neither drowsiness overtakes Him nor sleep. To Him belongs whatever is in the heavens and whatever is on the earth. Who is it that can intercede with Him except by His permission? He knows what is [presently] before them and what will be after them,3 and they encompass not a thing of His knowledge except for what He wills. His Kursī4 extends over the heavens and the earth, and their preservation tires Him not. And He is the Most High,5 the Most Great.6
อัลลอฮ์คือผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะอันเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ผู้ทรงมีชีวิต ด้วยชีวิตที่สมบูรณ์ไม่มีการตายและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ผู้ทรงดำรงด้วยพระองค์เองไม่ต้องพึ่งพาเหล่าสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดจะต้องพึ่งพาพระองค์ตลอดเวลาไม่สามารถขาดได้ การง่วงและการนอนไม่สามารถทำอะไรพระองค์ได้ เนื่องด้วยความสมบูรณ์ของการมีชีวิตและการยืนยงของพระองค์ อำนาจของสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีผู้ใดที่จะมีอำนาจในการขอความช่วยเหลือ ณ ที่พระองค์แก่คนอื่นได้ เว้นแต่หลังจากการอนุมัติและพอพระทัยของพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่เป็นอดีตจากกิจการต่างๆของสิ่งถูกสร้างที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และสิ่งที่เป็นอนาคตของพวกเขาที่ยังไม่เกิดขึ้น และพวกเขาจะไม่สามารถล่วงรู้สิ่งใดๆจากความรอบรู้ของพระองค์ เว้นแต่สิ่งทีพระองค์ทรงประสงค์ให้พวกเขารู้ กุรซีย์ของพระองค์นั้นกว้างขวาง ซึ่งกุรซีย์นั้นคือที่วางเท้าทั้งสองของพระองค์ ซึ่งมันแผ่กว้างเท่าความกว้างใหญ่และยิ่งใหญ่ของชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และการรักษามันทั้งสอง(ชั้นฟ้าและแผ่นดิน)ก็ไม่เป็นภาระหนักอึ้งแก่พระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงสูงส่ง ในด้านตัวตนและลักษณะของพระองค์ สูงส๋งด้านการกำหนดการต่างๆของพระองค์และด้านเดชานุภาพของพระองค์ และผู้ทรงยิ่งใหญ่ ในอำนาจและการปกครองของพระองค์
2:256Page 42
لَآ إِكۡرَاهَ فِي ٱلدِّينِۖ قَد تَّبَيَّنَ ٱلرُّشۡدُ مِنَ ٱلۡغَيِّۚ فَمَن يَكۡفُرۡ بِٱلطَّٰغُوتِ وَيُؤۡمِنۢ بِٱللَّهِ فَقَدِ ٱسۡتَمۡسَكَ بِٱلۡعُرۡوَةِ ٱلۡوُثۡقَىٰ لَا ٱنفِصَامَ لَهَاۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ٢٥٦
There shall be no compulsion in [acceptance of] the religion. The right course has become distinct from the wrong. So whoever disbelieves in ṭāghūt1 and believes in Allāh has grasped the most trustworthy handhold with no break in it. And Allāh is Hearing and Knowing.
ไม่มีการบังคับในการเข้ารับศาสนาอิสลามแก่ผู้ใด เพราะอิสลามคือศาสนาอันเที่ยงแท้และชัดเจน ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆในการบังคับใครเข้าศาสนา ความถูกต้องและความผิดได้ถูกแยกแยะออกจากกันแล้ว ดังนั้นผู้ใดที่ปฏิเสธสิ่งที่ถูกเคารพสักการะต่างๆ อื่นจากอัลลอฮ์และปลีกตัวออกห่างจากสิ่งเหล่านั้น และศรัทธาต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว แน่นอนเขาได้ยึดมั่นกับศาสนาด้วยการยึดมั่นต่อสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้รอดปลอดภัยในวันกิยามะฮ์ และอัลลอฮฺนั้นคือผู้ทรงได้ยินในทุกคำพูดของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ในทุกการกระทำของพวกเขา และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาในสิ่งที่ได้กระทำไว้
2:257Page 43
ٱللَّهُ وَلِيُّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ يُخۡرِجُهُم مِّنَ ٱلظُّلُمَٰتِ إِلَى ٱلنُّورِۖ وَٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ أَوۡلِيَآؤُهُمُ ٱلطَّٰغُوتُ يُخۡرِجُونَهُم مِّنَ ٱلنُّورِ إِلَى ٱلظُّلُمَٰتِۗ أُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلنَّارِۖ هُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٢٥٧
Allāh is the Ally1 of those who believe. He brings them out from darknesses into the light. And those who disbelieve - their allies are ṭāghūt. They take them out of the light into darknesses.2 Those are the companions of the Fire; they will abide eternally therein.
อัลลอฮ์ทรงปกครองบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ ทรงทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ ทรงช่วยเหลือพวกเขา และนำพวกเขาออกจากบรรดาความมืดมิดของการปฏิเสธศรัทธาและความโง่เขลา สู่แสงสว่างของการศรัทธาและความรู้ ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ผู้ปกครองของพวกเขาคือบรรดาภาคีและเจว็ดทั้งหลาย ผู้ซึ่งทำให้การปฏิเสธนั้นเป็นสิ่งดีงามสำหรับพวกเขา แล้วมันก็นำพวกเขาออกจากแสงรัศมีของการศรัทธาไปสู่บรรดาความมืดมิดของการปฏิเสธและความโง่เขลา พวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาชาวนรก และพวกเขาก็จะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences