Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-Baqarah 2:258–280
2:258Page 43
أَلَمۡ تَرَ إِلَى ٱلَّذِي حَآجَّ إِبۡرَٰهِـۧمَ فِي رَبِّهِۦٓ أَنۡ ءَاتَىٰهُ ٱللَّهُ ٱلۡمُلۡكَ إِذۡ قَالَ إِبۡرَٰهِـۧمُ رَبِّيَ ٱلَّذِي يُحۡيِۦ وَيُمِيتُ قَالَ أَنَا۠ أُحۡيِۦ وَأُمِيتُۖ قَالَ إِبۡرَٰهِـۧمُ فَإِنَّ ٱللَّهَ يَأۡتِي بِٱلشَّمۡسِ مِنَ ٱلۡمَشۡرِقِ فَأۡتِ بِهَا مِنَ ٱلۡمَغۡرِبِ فَبُهِتَ ٱلَّذِي كَفَرَۗ وَٱللَّهُ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّٰلِمِينَ ٢٥٨
Have you not considered the one who argued with Abraham about his Lord [merely] because Allāh had given him kingship? When Abraham said, "My Lord is the one who gives life and causes death," he said, "I give life and cause death." Abraham said, "Indeed, Allāh brings up the sun from the east, so bring it up from the west." So the disbeliever was overwhelmed [by astonishment], and Allāh does not guide the wrongdoing people.
โอ้นบีเอ๋ย เจ้าเห็นถึงความแปลกประหลาดที่เกิดจากความโอหังของผู้อธรรม ผู้ซึ่งโต้เถียงกับอิบรอฮีมในเรื่องการเป็นพระผู้ทรงอภิบาลของอัลลอฮ์และการเป็นพระเจ้าองค์เดียวของพระองค์หรือไม่ เรื่องมันเกิดขึ้นเพียงเพราะว่าอัลลอฮ์ได้ทรงประทานอำนาจให้แก่เขา จึงทำให้เขาดื้อดึงละเมิด ดังนั้นท่านนบีอิบรอฮีมจึงชี้แจงคุณลักษณะของพระผู้อภิบาลของเขา โดยกล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของฉันคือผู้ทรงทำให้ทุกสิ่งมีชีวิต และให้ทุกสิ่งตาย" ผู้อธรรมคนนั้นตอบกลับอย่างดื้อดึงว่า "ฉันก็ทำให้เป็นและทำให้ตายได้" โดยการฆ่าผู้ที่ฉันต้องการ และปล่อย(ไม่ฆ่า) ผู้ที่ฉันต้องการ แล้วท่านนบีอิบรอฮีมก็ได้นำหลักฐานอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่ามาแสดงให้เขาเห็น โดยกล่าวแก่เขาว่า "แท้จริงพระผู้อภิบาลของฉัน ผู้ซึ่งฉันเคารพสักการะนั้น พระองค์ทรงนำดวงอาทิตย์มาจากทิศตะวันออก ดังนั้นท่านจงนำดวงอาทิตย์มาจากทิศตะวันตกซิ" แล้วผู้อธรรมผู้นั้นก็ตกอยู่ในความงงงวยและอัปจนปัญญาที่จะต่อกรกับหลักฐานอันทรงพลังอันนี้ได้ และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงประทานแนวทางที่ถูกต้องแก่บรรดาผู้อธรรม เพื่อสู่แนวทางของพระองค์ อันเนื่องจากความอธรรมและความดื้อดึงละเมิดของพวกเขาเอง
2:259Page 43
أَوۡ كَٱلَّذِي مَرَّ عَلَىٰ قَرۡيَةٖ وَهِيَ خَاوِيَةٌ عَلَىٰ عُرُوشِهَا قَالَ أَنَّىٰ يُحۡيِۦ هَٰذِهِ ٱللَّهُ بَعۡدَ مَوۡتِهَاۖ فَأَمَاتَهُ ٱللَّهُ مِاْئَةَ عَامٖ ثُمَّ بَعَثَهُۥۖ قَالَ كَمۡ لَبِثۡتَۖ قَالَ لَبِثۡتُ يَوۡمًا أَوۡ بَعۡضَ يَوۡمٖۖ قَالَ بَل لَّبِثۡتَ مِاْئَةَ عَامٖ فَٱنظُرۡ إِلَىٰ طَعَامِكَ وَشَرَابِكَ لَمۡ يَتَسَنَّهۡۖ وَٱنظُرۡ إِلَىٰ حِمَارِكَ وَلِنَجۡعَلَكَ ءَايَةٗ لِّلنَّاسِۖ وَٱنظُرۡ إِلَى ٱلۡعِظَامِ كَيۡفَ نُنشِزُهَا ثُمَّ نَكۡسُوهَا لَحۡمٗاۚ فَلَمَّا تَبَيَّنَ لَهُۥ قَالَ أَعۡلَمُ أَنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٢٥٩
Or [consider such an example] as the one who passed by a township which had fallen into ruin. He said, "How will Allāh bring this to life after its death?" So Allāh caused him to die for a hundred years; then He revived him. He said, "How long have you remained?" He [the man] said, "I have remained a day or part of a day." He said, "Rather, you have remained one hundred years. Look at your food and your drink; it has not changed with time. And look at your donkey; and We will make you a sign for the people. And look at the bones [of this donkey] - how We raise them and then We cover them with flesh." And when it became clear to him, he said, "I know that Allāh is over all things competent."
หรือเจ้ารู้เรื่องราวที่ของผู้ที่ได้เดินผ่านมายังเมืองหนึ่ง ซึ่งหลังคาของเมืองนั้นได้ถล่มลงมา และพนังของมันได้พังทลาย และผู้อาศัยก็ได้ตายกันหมด แล้วเมืองนั้นก็กลายเป็นเมืองเปลี่ยวเมืองร้าง ชายคนนั้นก็ได้กล่าวอย่างประหลาดใจว่า "อัลลอฮ์จะทรงทำให้ชาวเมืองนี้มีชีวิตขึ้นมาอีกได้อย่างไร หลังจากที่มันได้ตายและพินาศไปแล้ว?!" แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงทำให้เขาตายไป เป็นเวลาหนึ่งร้อยปี แล้วได้ทรงทำให้เขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และได้ถามเขาว่า "เจ้าได้พำนักเป็นเวลาเท่าใด? เขากล่าวตอบว่า "ฉันได้พำนักเป็นเวลาหนึ่งวันหรือบางส่วนของวันเท่านั้น" พระองค์ทรงกล่าวว่า "ไม่ใช่ แต่ว่าเจ้าได้พำนักเป็นเวลาหนึ่งร้อยปีเต็ม เจ้าจงมองดูอาหารและเครื่องดื่มของเจ้าที่เจ้านำติดตัวมา มันยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งที่อาหารและเครื่องดื่มนั้นมันจะเสียง่ายอย่างรวดเร็ว และจงมองดูลาของเจ้าที่มันตายไปแล้ว เพื่อเราจะได้ทำให้เจ้า เป็นหลักฐานอันชัดแจ้งแก่มนุษยชาติที่แสดงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮ์ในการให้พวกเขาฟื้นคืนชีพ จงมองไปยังกระดูกของลาที่มันกระจัดกระจายไป เราได้ยกมันขึ้นมาและประกอบร่างของมัน แล้วก็ให้เนื้อมาหุ้มกระดูกไว้ และเราได้ทำให้มันมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาได้เห็นอย่างนั้น ทำให้ความจริงได้เป็นที่ประจักษ์แก่เขา และทำให้เขาได้รู้ถึงเดชานุภาพของอัลลอฮ์ แล้วเขาก็ได้กล่าวอย่างยอมจำนนว่า "ฉันรู้แล้วว่าอัลลอฮ์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง"
2:260Page 44
وَإِذۡ قَالَ إِبۡرَٰهِـۧمُ رَبِّ أَرِنِي كَيۡفَ تُحۡيِ ٱلۡمَوۡتَىٰۖ قَالَ أَوَلَمۡ تُؤۡمِنۖ قَالَ بَلَىٰ وَلَٰكِن لِّيَطۡمَئِنَّ قَلۡبِيۖ قَالَ فَخُذۡ أَرۡبَعَةٗ مِّنَ ٱلطَّيۡرِ فَصُرۡهُنَّ إِلَيۡكَ ثُمَّ ٱجۡعَلۡ عَلَىٰ كُلِّ جَبَلٖ مِّنۡهُنَّ جُزۡءٗا ثُمَّ ٱدۡعُهُنَّ يَأۡتِينَكَ سَعۡيٗاۚ وَٱعۡلَمۡ أَنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٞ ٢٦٠
And [mention] when Abraham said, "My Lord, show me how You give life to the dead." [Allāh] said, "Have you not believed?" He said, "Yes, but [I ask] only that my heart may be satisfied." [Allāh] said, "Take four birds and commit them to yourself.1 Then [after slaughtering them] put on each hill a portion of them; then call them - they will come [flying] to you in haste. And know that Allāh is Exalted in Might and Wise."
โอ้นบีเอ๋ย จงรำลึก ขณะที่อิบรอฮีม อลัยฮิสลาม กล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า โปรดให้ข้าได้เห็นด้วยตาของข้า ถึงวิธีการทำให้สิ่งที่ตายไปแล้วกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งได้อย่างไร อัลลอฮ์ทรงตรัสแก่เขาว่า "เจ้าไม่เชื่อต่อเรื่องนั้นใช่ไหม?" อิบรอฮีมตอบว่า "ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าเชื่ออย่างแน่นอน แต่เพื่อเพิ่มความสงบนิ่งให้แกหัวใจของข้าเท่านั้น" แล้วอัลลอฮ์ก็ได้สั่งแก่เขาว่า "เจ้าจงนำนกมาสี่ตัว แล้วมารวมไว้ที่เจ้า แล้วทำการสับมันให้เป็นชิ้นๆ และจงนำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นของมัน ไปวางไว้ตามภูเขาแต่ละลูก ที่อยู่รอบๆตัวเจ้า และจงเรียกพวกนกนั้นกลับมาหาเจ้า มันจะกลับมาหาเจ้าอย่างรีบเร่ง โดยมันได้กลับมามีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อิบรอฮีมเอ๋ย เจ้าจงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพในอำนาจของพระองค์ และทรงปรีชาญาณในกิจการของพระองค์ ในด้านการบัญญัติ และการสร้าง
2:261Page 44
مَّثَلُ ٱلَّذِينَ يُنفِقُونَ أَمۡوَٰلَهُمۡ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ كَمَثَلِ حَبَّةٍ أَنۢبَتَتۡ سَبۡعَ سَنَابِلَ فِي كُلِّ سُنۢبُلَةٖ مِّاْئَةُ حَبَّةٖۗ وَٱللَّهُ يُضَٰعِفُ لِمَن يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ وَٰسِعٌ عَلِيمٌ ٢٦١
The example of those who spend their wealth in the way of Allāh is like a seed [of grain] which grows seven spikes; in each spike is a hundred grains. And Allāh multiplies [His reward] for whom He wills. And Allāh is all-Encompassing and Knowing.
อุปมาผลบุญของบรรดาผู้ศรัทธาที่บริจาคทรัพย์สินของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮ์ อุปมัยดั่ง เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งที่ชาวไร่ได้ปลูกไว้ในดินที่ดี แล้วมันก็งอกเงยขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งในแต่ละรวงนั้นมีหนึ่งร้อยเมล็ด และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเพิ่มพูนผลบุญทวีคูณให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงให้รางวัลพวกเขาอย่างไม่คิดคำนวณ และอัลลอฮฺนั้นคือผู้ทรงกว้างขวางในความโปรดปรานและการให้ ผู้ทรงรอบรู้ว่าผู้ใดสมควรได้รับผลบุญทวีคูณ
2:262Page 44
ٱلَّذِينَ يُنفِقُونَ أَمۡوَٰلَهُمۡ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ ثُمَّ لَا يُتۡبِعُونَ مَآ أَنفَقُواْ مَنّٗا وَلَآ أَذٗى لَّهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡ وَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٢٦٢
Those who spend their wealth in the way of Allāh and then do not follow up what they have spent with reminders [of it] or [other] injury will have their reward with their Lord, and there will be no fear concerning them, nor will they grieve.
บรรดาผู้ซึ่งบริจาคทรัพย์สินของพวกเขาในการเชื่อฟังอัลลอฮ์และเพื่อความพอพระทัยของพระองค์ เมื่อพวกเขาบริจาคไป แล้วพวกเขาก็ไม่ทำในสิ่งที่เป็นเหตุแห่งการลบล้างผลบุญของการบริจาคนั้น ไม่ว่าจะเป็นการล้ำเลิกต่อผู้อื่นด้วยการพูดและการกระทำ สำหรับพวกเขานั้นคือรางวัลของพวกเขา ณ ที่พระผู้อภิบาลของพวกเขา และพวกเขาจะไม่มีความกลัวใดๆต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า และไม่มีความโศกเศร้าใดๆกับสิ่งที่ได้ผ่านมาในอดีต เนื่องด้วยความสุขที่ล้นหลามของพวกเขา
2:263Page 44
۞ قَوۡلٞ مَّعۡرُوفٞ وَمَغۡفِرَةٌ خَيۡرٞ مِّن صَدَقَةٖ يَتۡبَعُهَآ أَذٗىۗ وَٱللَّهُ غَنِيٌّ حَلِيمٞ ٢٦٣
Kind speech and forgiveness are better than charity followed by injury. And Allāh is Free of need and Forbearing.
คำพูดที่ดีที่สามารถส่งความสุขเข้าสู่หัวใจของผู้ศรัทธา และการให้อภัยแก่ผู้ที่ทำร้ายเจ้านั้น ย่อมประเสริฐกว่าการบริจาคทานที่ตามด้วยการก่อความเดือดร้อนด้วยการไปล้ำเลิกแก่ผู้ที่รับบริจาค และอัลลอฮ์คือผู้ทรงมั่งมี (ทรงอยู่เหนือการพึ่งพาใดๆจากปวงบ่าวของพระองค์) ผู้ทรงสุขุมหนักแน่น ไม่ทรงเร่งรีบลงโทษพวกเขา
2:264Page 44
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تُبۡطِلُواْ صَدَقَٰتِكُم بِٱلۡمَنِّ وَٱلۡأَذَىٰ كَٱلَّذِي يُنفِقُ مَالَهُۥ رِئَآءَ ٱلنَّاسِ وَلَا يُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِۖ فَمَثَلُهُۥ كَمَثَلِ صَفۡوَانٍ عَلَيۡهِ تُرَابٞ فَأَصَابَهُۥ وَابِلٞ فَتَرَكَهُۥ صَلۡدٗاۖ لَّا يَقۡدِرُونَ عَلَىٰ شَيۡءٖ مِّمَّا كَسَبُواْۗ وَٱللَّهُ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٢٦٤
O you who have believed, do not invalidate your charities with reminders [of it] or injury as does one who spends his wealth [only] to be seen by the people and does not believe in Allāh and the Last Day. His example is like that of a [large] smooth stone upon which is dust and is hit by a downpour that leaves it bare. They are unable [to keep] anything of what they have earned. And Allāh does not guide the disbelieving people.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์เอ๋ย พวกเจ้าอย่าได้ลบล้างผลบุญของการบริจาคของพวกเจ้า ด้วยการล้ำเลิกบุญคุณหรือการก่อความเดือดร้อนแก่ผู้รับบริจาค ผู้ที่กระทำเช่นนั้น ก็เปรียบดั่งเช่นผู้ที่บริจาคทรัพย์สินของเขาโดยมีเจตนาเพื่ออวดผู้คน ให้ผู้คนชมเชยเขา และเขาก็คือผู้ปฏิเสธศรัทธา ที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ อีกและต่อวันกิยามะฮ์และต่อการตอบแทนและการลงโทษที่มีในวันกิยามะฮ์ อุปมาเขาคนนั้น เสมือนดั่งหินเกลี้ยงที่มีฝุ่นจับ แล้วหินนั้นก็ได้ประสบกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแล้วฝนนั้นมันก็ได้ชะล้างฝุ่นออกจากหินนั้นจนเกลี้ยงเกลา ดังกล่าวนั้นแหละคือผู้ที่โอ้อวดการงาน ผลบุญของการงานและการบริจาคของพวกเขาได้อันตธานหายไปหมด ไม่หลงเหลือสิ่งใดเลย ณ ที่อัลลอฮ์ และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงนำทางแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไปสู่สิ่งที่พระองค์พอพระทัยและสิ่งที่จะยังประโยชน์แก่พวกเขาในการงานและการบริจาคของพวกเขา
2:265Page 45
وَمَثَلُ ٱلَّذِينَ يُنفِقُونَ أَمۡوَٰلَهُمُ ٱبۡتِغَآءَ مَرۡضَاتِ ٱللَّهِ وَتَثۡبِيتٗا مِّنۡ أَنفُسِهِمۡ كَمَثَلِ جَنَّةِۭ بِرَبۡوَةٍ أَصَابَهَا وَابِلٞ فَـَٔاتَتۡ أُكُلَهَا ضِعۡفَيۡنِ فَإِن لَّمۡ يُصِبۡهَا وَابِلٞ فَطَلّٞۗ وَٱللَّهُ بِمَا تَعۡمَلُونَ بَصِيرٌ ٢٦٥
And the example of those who spend their wealth seeking means to the approval of Allāh and assuring [reward for] themselves is like a garden on high ground which is hit by a downpour - so it yields its fruits in double. And [even] if it is not hit by a downpour, then a drizzle [is sufficient]. And Allāh, of what you do, is Seeing.
และอุปมาบรรดาผู้ศรัทธาที่บริจาคทรัพย์สินของพวกเขา เพื่อปรารถนาความพอพระทัยของอัลลอฮ์ เพื่อความสงบมั่นต่อจิตใจของพวกเขาด่อความสัจจริงแห่งสัญญาของอัลลอฮ์ โดยไม่ได้ถูกบังคับใดๆ เปรียบเสมือนดั่งสวนหนึ่งซึ่งอยู่บนเนินสูงที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีฝนตกหนักลงมา แล้วมันก็ทำให้พืชผลงอกเงยออกมามากมายทวีคูณ และถึงแม้ว่าสวนนั้นจะไม่ได้ประสบกับฝนตกหนัก แต่ก็ประสบกับฝนที่โปรยปราย มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ดินนั้นสมบูรณ์ และเช่นเดียวกันเมื่อเทียบกับการบริจาคทรัพย์สินของผู้มีความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์ทรงตอบรับมัน และเพิ่มพูนผลบุญให้ทวีคูณ แม้ว่าจะเพียงเล็กน้อย และอัลลอฮ์ทรงเห็นในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ การกระทำของบรรดาผู้บริสุทธิ์ใจและบรรดาผู้โอ้อวดย่อมไม่อาจซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ พระองค์ทรงตอบแทนทุกคนด้วยสิ่งที่คนนั้นสมควรได้รับ
2:266Page 45
أَيَوَدُّ أَحَدُكُمۡ أَن تَكُونَ لَهُۥ جَنَّةٞ مِّن نَّخِيلٖ وَأَعۡنَابٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ لَهُۥ فِيهَا مِن كُلِّ ٱلثَّمَرَٰتِ وَأَصَابَهُ ٱلۡكِبَرُ وَلَهُۥ ذُرِّيَّةٞ ضُعَفَآءُ فَأَصَابَهَآ إِعۡصَارٞ فِيهِ نَارٞ فَٱحۡتَرَقَتۡۗ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلۡأٓيَٰتِ لَعَلَّكُمۡ تَتَفَكَّرُونَ ٢٦٦
Would one of you like to have a garden of palm trees and grapevines underneath which rivers flow in which he has from every fruit? But he is afflicted with old age and has weak [i.e., immature] offspring, and it is hit by a whirlwind containing fire and is burned. Thus does Allāh make clear to you [His] verses that you might give thought.
มีคนใดในหมู่พวกเจ้าที่ปรารถนาจะมีสวนผลไม้บ้าง ซึ่งในสวนนั้นมีต้นอินทผลัมและต้นองุ่น มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านในสวนนั้น และพืชผลที่ดีงามต่างๆหลากหลายชนิดทั้งหมดล้วนเป็นของเขา และแล้วเจ้าของสวนนั้นได้แก่ชราลง เขาก็ได้กลายเป็นคนที่ไม่สามารถทำงานและเก็บเกี่ยวได้ โดยเขานั้นมีลูกๆที่ยังเล็กๆ ยังไม่สามารถทำงานใดๆได้ แล้วสวนนั้นก็ได้ประสบกับพายุที่รุนแรง ซึ่งในพายุนั้นมีไฟที่ร้อนแรง แล้วไฟนั้นก็ได้เผาผลาญสวนจนหมดสิ้น โดยที่เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยเนื่องด้วยความชราภาพของเขาและความอ่อนแอของลูกๆ ดังนั้น สภาพของผู้ที่บริจาคทานเพื่อการโอ้อวดต่อเพื่อนมนุษย์ ก็เหมือนดั่งเช่นสภาพของชายผู้นี้ เขาจะกลับไปหาอัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ด้วยสภาพที่ไม่มีความดีเลย ในเวลาที่เขาต้องการความดีมากที่สุด คำชี้แจงในลักษณะนี้ อัลลอฮ์ทรงชี้แจงแก่พวกเจ้าซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าทั้งในดุนยาและปรโลก เพื่อว่าพวกท่านจะได้คิดใคร่ครวญ
2:267Page 45
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَنفِقُواْ مِن طَيِّبَٰتِ مَا كَسَبۡتُمۡ وَمِمَّآ أَخۡرَجۡنَا لَكُم مِّنَ ٱلۡأَرۡضِۖ وَلَا تَيَمَّمُواْ ٱلۡخَبِيثَ مِنۡهُ تُنفِقُونَ وَلَسۡتُم بِـَٔاخِذِيهِ إِلَّآ أَن تُغۡمِضُواْ فِيهِۚ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ غَنِيٌّ حَمِيدٌ ٢٦٧
O you who have believed, spend from the good things which you have earned and from that which We have produced for you from the earth. And do not aim toward the defective therefrom, spending [from that] while you would not take it [yourself] except with closed eyes. And know that Allāh is Free of need and Praiseworthy.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์แล้วทั้งหลาย พวกเจ้าจงบริจาคส่วนหนึ่งจากทรัพย์สินที่ฮะลาล(อนุมัติ)และดีงาม ซึ่งที่พวกเจ้าได้แสวงหามาได้ และจงบริจาคส่วนหนึ่งจากพืชผลที่เราได้ให้งอกเงยขึ้นมาบนดินแก่พวกเจ้า และจงอย่าตั้งใจที่จะนำแต่สิ่งไม่ดีของมันมาบริจาค ซึ่งหากว่ามีคนให้มันแก่พวกเจ้า พวกเจ้าก็จะไม่รับมันอย่างเด็ดขาด นอกจากว่าจะหลับตารับอย่างไม่เต็มใจ เนื่องด้วยความไม่ดีงามของมัน แล้วพวกเจ้าพอใจได้อยางไรที่จะให้สิ่งนั้นแด่อัลลอฮ์ทั้งที่พวกเจ้าเองไม่พอใจที่จะให้สิ่งนั้นแก่ตัวเอง พึงรู้เถิดว่า อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงมั่งมี อยู่เหนือการพึ่งพาการบริจาคของพวกเจ้า เป็นผู้ทรงควรแก่การสรรเสริญยิ่ง ทั้งต่อตัวตนและการกระทำของพระองค์
2:268Page 45
ٱلشَّيۡطَٰنُ يَعِدُكُمُ ٱلۡفَقۡرَ وَيَأۡمُرُكُم بِٱلۡفَحۡشَآءِۖ وَٱللَّهُ يَعِدُكُم مَّغۡفِرَةٗ مِّنۡهُ وَفَضۡلٗاۗ وَٱللَّهُ وَٰسِعٌ عَلِيمٞ ٢٦٨
Satan threatens you with poverty and orders you to immorality, while Allāh promises you forgiveness from Him and bounty. And Allāh is all-Encompassing and Knowing.
ชัยฏอนจะทำให้พวกเจ้าหวาดกลัวต่อความยากจน และส่งเสริมให้พวกเจ้าตระหนี่ถี่เหนียว และเรียกร้องเชิญชวนพวกเจ้าให้กระทำความชั่วและกระทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนต่างๆ และอัลลอฮ์นั้นทรงสัญญาแก่พวกเจ้าถึงการอภัยโทษที่ยิ่งใหญ่สำหรับบาปของพวกเจ้า และสัญญาด้วยริซกี (ปัจจัยยังชีพ) ที่กว้างขวาง และอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงกว้างขวางในความเมตตากรุณา และเป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงสภาพต่างๆของปวงบ่าวของพระองค์
2:269Page 45
يُؤۡتِي ٱلۡحِكۡمَةَ مَن يَشَآءُۚ وَمَن يُؤۡتَ ٱلۡحِكۡمَةَ فَقَدۡ أُوتِيَ خَيۡرٗا كَثِيرٗاۗ وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّآ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ ٢٦٩
He gives wisdom1 to whom He wills, and whoever has been given wisdom has certainly been given much good. And none will remember except those of understanding.
ความถูกต้องด้านการพูดและถูกต้องด้านการกระทำนั้นอัลลอฮ์จะมอบให้แก่บ่าวของพระองค์ที่ทรงประสงค์เท่านั้น และผู้ใดที่ได้รับสิ่งดังกล่าวนั้น เขาผู้นั้นคือผู้ได้รับความดีงามอย่างมากมาย และจะไม่มีผู้ใดที่จะคิดและใคร่ครวญในสัญญาณต่างๆทั้งหลายของอัลลอฮ์ นอกจากบรรดาผู้มีสติปัญญาที่สมบูรณ์ ที่ได้รับแสงสว่างและการชี้นำจากพระองค์
2:270Page 46
وَمَآ أَنفَقۡتُم مِّن نَّفَقَةٍ أَوۡ نَذَرۡتُم مِّن نَّذۡرٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ يَعۡلَمُهُۥۗ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٍ ٢٧٠
And whatever you spend of expenditures or make of vows - indeed, Allāh knows of it. And for the wrongdoers there are no helpers.
และสิ่งใดที่พวกเจ้าได้บริจากไปเพื่อหวังในความพอพระทัยจากอัลลอฮ์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะน้อยนิดหรือมากมาย หรือการที่พวกเจ้าได้ยืนหยัดในการทำสิ่งที่เป็นการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ ที่ไม่ใช่เป็นการบังคับตัวเองทำผ่านๆ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดีถึงสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด และพระองค์จะไม่ทรงทำให้มันหายไปเลยสักนิด และจะทรงตอบแทนพวกเจ้าด้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ และบรรดาผู้อธรรมผู้ที่ไม่ยอมจ่ายในสิ่งที่วาญิบเหนือพวกเขา ผู้ที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ พวกเขาเหล่านั้นจะไม่มีผู้ช่วยใดๆที่จะคอยปกป้องพวกเขาจากการลงโทษในวันกิยามะฮ์ได้
2:271Page 46
إِن تُبۡدُواْ ٱلصَّدَقَٰتِ فَنِعِمَّا هِيَۖ وَإِن تُخۡفُوهَا وَتُؤۡتُوهَا ٱلۡفُقَرَآءَ فَهُوَ خَيۡرٞ لَّكُمۡۚ وَيُكَفِّرُ عَنكُم مِّن سَيِّـَٔاتِكُمۡۗ وَٱللَّهُ بِمَا تَعۡمَلُونَ خَبِيرٞ ٢٧١
If you disclose your charitable expenditures, they are good; but if you conceal them and give them to the poor, it is better for you, and He will remove from you some of your misdeeds [thereby]. And Allāh, of what you do, is [fully] Aware.
หากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่ได้บริจาคไปจากทรัพย์สินของพวกเจ้า ดังนั้นการบริจาคที่ดีคือการบริจาคของพวกเจ้า และหากพวกเจ้าปกปิดมันไว้และบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ มันจะเป็นการดีกว่าการที่พวกเจ้าจะเปิดเผยมัน เพราะมันใกล้ความอิคลาศ (บริสุทธ์ใจ) มากกว่า และการบริจาคทานของบรรดาผู้บริสุทธิ์ใจนั้น ก็คือการปกปิดความผิดของพวกเขาและการอภัยโทษในความผิดเหล่านั้น และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีสิ่งใดจากสภาพการณ์ของพวกเจ้าจะเล็ดลอดจากพระองค์ไปได้
2:272Page 46
۞ لَّيۡسَ عَلَيۡكَ هُدَىٰهُمۡ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ يَهۡدِي مَن يَشَآءُۗ وَمَا تُنفِقُواْ مِنۡ خَيۡرٖ فَلِأَنفُسِكُمۡۚ وَمَا تُنفِقُونَ إِلَّا ٱبۡتِغَآءَ وَجۡهِ ٱللَّهِۚ وَمَا تُنفِقُواْ مِنۡ خَيۡرٖ يُوَفَّ إِلَيۡكُمۡ وَأَنتُمۡ لَا تُظۡلَمُونَ ٢٧٢
Not upon you, [O Muḥammad], is [responsibility for] their guidance, but Allāh guides whom He wills. And whatever good you [believers] spend is for yourselves, and you do not spend except seeking the face [i.e., approval] of Allāh. And whatever you spend of good1 - it will be fully repaid to you, and you will not be wronged.
โอ้นบีเอ๋ย ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าในการที่จะให้ทางนำพวกเขาให้ยอมรับ นอบน้อมยอมจำนนต่อความถูกต้องเที่ยงตรง หรือนำพวกเขาสู่การศรัทธา แท้จริงหน้าที่ของเจ้าคือการชี้แนะพวกเขาสู่ความถูกต้อง และการทำให้พวกเขารู้ถึงมัน และแท้จริงการทำให้เกิดการยอมรับในสัจธรรม และการให้ได้รับทางนำสู่สัจธรรมนั้น อยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์คือผู้ทรงชี้นำสู่สัจธรรมแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรัพย์สินที่ชอบธรรมใดๆ ที่พวกเจ้าบริจาคไปนั้น ผลประโยชน์ของมันย่อมกลับคืนสู่ตัวของพวกเจ้าเอง เพราะแท้จริงอัลลอฮ์ทรงไม่ต้องการอะไรจากมันเลย ดังนั้นจงทำให้การบริจาคของพวกเจ้านั้น มีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ์ เพราะแท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธาอย่างแท้จริงนั้นพวกเขาจะไม่บริจาคสิ่งใดนอกจากเพื่อหวังความพอพระทัยของอัลลอฮ์เท่านั้น และทรัพย์สินที่ชอบธรรมที่พวกเจ้าบริจาคไปนั้นถึงแม้ว่ามันจะน้อยนิดหรือมากมายเพียงใดก็ตาม แน่นอนพวกท่านก็จะได้รับผลบุญของมันอย่างสมบูรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด เพราะแท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงอธรรมต่อผู้ใด
2:273Page 46
لِلۡفُقَرَآءِ ٱلَّذِينَ أُحۡصِرُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ لَا يَسۡتَطِيعُونَ ضَرۡبٗا فِي ٱلۡأَرۡضِ يَحۡسَبُهُمُ ٱلۡجَاهِلُ أَغۡنِيَآءَ مِنَ ٱلتَّعَفُّفِ تَعۡرِفُهُم بِسِيمَٰهُمۡ لَا يَسۡـَٔلُونَ ٱلنَّاسَ إِلۡحَافٗاۗ وَمَا تُنفِقُواْ مِنۡ خَيۡرٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ بِهِۦ عَلِيمٌ ٢٧٣
[Charity is] for the poor who have been restricted for the cause of Allāh, unable to move about in the land. An ignorant [person] would think them self-sufficient because of their restraint, but you will know them by their [characteristic] sign. They do not ask people persistently [or at all]. And whatever you spend of good - indeed, Allāh is Knowing of it.
จงทำให้ทรัพย์สินที่บริจาคนั้นให้แก่คนยากจนที่ถูกขัดขวางด้วยการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ไม่สามารถที่เดินทางหาปัจจัยเลี้ยงชีพ ซึ่งผู้ที่ไม่รู้ถึงสถานะของพวกเขาต่างก็คิดว่าพวกเขาเป็นคนรวย เนื่องจากพวกเขารักษาเกียรติของพวกเขาด้วยการห่างไกลจากการขอทาน และผู้ที่รู้จักพวกเขาก็คือผู้ที่สังเกตุการใช้ชีวิตของพวกเขาด้วยเครื่องหมายต่างๆของพวกเขาจากความต้องการพื้นฐานของชีวิต สังเกตุจากร่างกายหรือ เสื้อผ้าของพวกเขา ซึ่งชีวิตของพวกเขาจะไม่เหมือนกับคนจนทั่วไป ที่จะขอทานจากผู้คน และสิ่งที่พวกเจ้าได้บริจาคไปที่เป็นทรัพย์สินหรืออื่นๆนั้น แท้จริงอัลลอ์ทรงรู้ดีและพระองค์จะตอบแทนพวกเจ้าด้วยรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
2:274Page 46
ٱلَّذِينَ يُنفِقُونَ أَمۡوَٰلَهُم بِٱلَّيۡلِ وَٱلنَّهَارِ سِرّٗا وَعَلَانِيَةٗ فَلَهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡ وَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٢٧٤
Those who spend their wealth [in Allāh's way] by night and by day, secretly and publicly - they will have their reward with their Lord. And no fear will there be concerning them, nor will they grieve.
บรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์สินของพวกเขาเพื่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ทั้งในเวลากลางคืนและกลางวันทั้งโดยปกปิดและเปิดเผย โดยไม่โอ้อวดหรือชื่อเสียงใดๆ พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ ที่พระผู้อภิบาลของพวกเขาในวันกียามะฮ์และไม่มีความกลัวสำหรับพวกเขากับอนาคตที่ต้องเผชิญ และพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจกับอดีตที่พวกเขาต้องเสียไปในเรื่องดุนยา เพราะหวังในความโปรดปรานและความสุขสบายจากอัลลอฮ์
2:275Page 47
ٱلَّذِينَ يَأۡكُلُونَ ٱلرِّبَوٰاْ لَا يَقُومُونَ إِلَّا كَمَا يَقُومُ ٱلَّذِي يَتَخَبَّطُهُ ٱلشَّيۡطَٰنُ مِنَ ٱلۡمَسِّۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ قَالُوٓاْ إِنَّمَا ٱلۡبَيۡعُ مِثۡلُ ٱلرِّبَوٰاْۗ وَأَحَلَّ ٱللَّهُ ٱلۡبَيۡعَ وَحَرَّمَ ٱلرِّبَوٰاْۚ فَمَن جَآءَهُۥ مَوۡعِظَةٞ مِّن رَّبِّهِۦ فَٱنتَهَىٰ فَلَهُۥ مَا سَلَفَ وَأَمۡرُهُۥٓ إِلَى ٱللَّهِۖ وَمَنۡ عَادَ فَأُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلنَّارِۖ هُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٢٧٥
Those who consume interest1 cannot stand [on the Day of Resurrection] except as one stands who is being beaten by Satan into insanity. That is because they say, "Trade is [just] like interest." But Allāh has permitted trade and has forbidden interest. So whoever has received an admonition from his Lord and desists may have what is past, and his affair rests with Allāh. But whoever returns [to dealing in interest or usury] - those are the companions of the Fire; they will abide eternally therein.
บรรดาผู้ที่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับดอกเบี้ยและรับดอกเบี้ย ในวันกิยามะฮ์จะไม่สามารถยืนขึ้นจากหลุมศพของพวกเขาได้ เว้นแต่เหมือนกับการยืนขึ้นของบุคคลที่ถูกชัยฏอนครอบงำ เขาลุกขึ้นจากหลุมศพของเขาในสภาพที่เซเหมือนคนถูกชัยฏอนครอบงำ ในตอนที่ลุกขึ้นยืนและตอนที่ล้มลง นั้นเป็นเพราะพวกเขากินดอกเบี้ย และพวกเขาไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยกับสิ่งที่อัลลอฮ์อนุญาตที่มาจากการค้าขาย โดยพวกเขากล่าวว่า "ที่จริงการค้าขายนั้นก็เหมือนการเอาดอกเบี้ยในสถานะที่มันเป็นเรื่องฮะลาล ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต่างก็นำไปสู่การเพิ่มขึ้นและการงอกเงยของเงิน ดังนั้นอัลลอฮ์ทรงโต้พวกเขาและได้ทำลายการเปรียบเทียบของพวกเขาและการโกหกของพวกเขาเป็นโมฆะ และพระองค์ได้อธิบายว่า "การที่อนุญาตการค้าขายนั้น เพราะในการค้าขายนั้น เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและส่วนตัว และการที่ห้ามไม่ให้กินดอกเบี้ยนั้นเพราะในนั้นประกอบด้วยความอยุติธรรมและเป็นการกินทรัพย์สินของผู้อื่นด้วยความเท็จโดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยน ดังนั้นผู้ใดที่การตักเตือนจากพระผู้อภิบาลของเขาได้มายังเขา ดังนั้นจงหยุดและกลับตัวไปหาอัลลอฮ์ สำหรับอดีตที่ผ่านมาจากการเอาดอกเบี้ยจะไม่เป็นการบาปใด ๆ และเรื่องอนาคตของเขานั้นขึ้นกับอัลลอฮ์ และผู้ใดที่กลับมาเอาดอกเบี้ยอีกหลังจากที่อัลลอฮ์ได้ตักเตือนไว้แล้วและความจริงได้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ดังนั้นพวกเขาสมควรที่จะเข้าไฟนรกและอยู่ในนรกนั้นตลอดกาล หมายถึงอยู่ในนรกอย่างยาวนาน เพราะการอยู่อย่างชั่วนิรันดรอย่างถาวรนั้น มันจะไม่เกิดแก่ผู้ใดนอกจากเฉพาะผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น ส่วนผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์นั้นพวกเขาไม่ได้อยู่ถาวรในนั้น
2:276Page 47
يَمۡحَقُ ٱللَّهُ ٱلرِّبَوٰاْ وَيُرۡبِي ٱلصَّدَقَٰتِۗ وَٱللَّهُ لَا يُحِبُّ كُلَّ كَفَّارٍ أَثِيمٍ ٢٧٦
Allāh destroys interest and gives increase for charities. And Allāh does not like every sinning disbeliever.
อัลลอฮ์จะทรงทำลายทรัพย์สินที่ได้จากดอกเบี้ยและจะทำให้มันเกิดความหายนะไป ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปธรรมด้วยการทำลายให้สูณเสียไป หรือในรูปแบบที่เป็นนามธรรมด้วยการสูญเสียความจำเริญจากทรัพย์สิน และอัลลอฮ์จะทรงเพิ่มและขยายทานโดยเพิ่มการตอบแทนเป็นสองเท่า เพราะทุกหนึ่งความดีจะได้รับการตอบแทนสิบเท่าถึง 700 เท่า จนนับไม่ถ้วน อัลลอฮ์จะทำให้เกิดความจำเริญแก่ทรัพย์สินของผู้ให้ทาน และอัลลอฮ์ไม่ทรงชอบบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและดื้อดึง ทำสิ่งที่ต้องห้ามให้เป็นที่อนุญาต และหมกมุ่นอยู่กับความชั่วและบาป
2:277Page 47
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ وَأَقَامُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتَوُاْ ٱلزَّكَوٰةَ لَهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡ وَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٢٧٧
Indeed, those who believe and do righteous deeds and establish prayer and give zakāh will have their reward with their Lord, and there will be no fear concerning them, nor will they grieve.
แท้จริงบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามท่านเราะสูลของพระองค์ และประกอบสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย และดำรงค์ไว้ซึ่งการละหมาดอย่างสมบูรณ์อย่างที่อัลลอ์ทรงบัญญัติไว้และจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเขาแก่ผู้ที่สมควรได้รับ พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้อภิบ่ลของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดๆสำหรับพวกเขาที่เกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาที่จะตามมา และพวกเขาไม่เสียใจกับอดีตของพวกเขาที่พวกเขาได้พลาดไปในเรื่องดุนยาและความสุขมัน
2:278Page 47
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَذَرُواْ مَا بَقِيَ مِنَ ٱلرِّبَوٰٓاْ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٢٧٨
O you who have believed, fear Allāh and give up what remains [due to you] of interest, if you should be believers.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามท่านเราะสูลของพระองค์ทั้งหลาย จงยำเกรงต่ออัลลอฮ์เถิดโดยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ และจงอย่าขอสิ่งที่เป็นส่วนที่เหลือของทรัพย์สินที่เป็นดอกเบี้ยที่อยู่กับผู้อี่น หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริงและในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามพวกเจ้าจากดอกเบี้ย
2:279Page 47
فَإِن لَّمۡ تَفۡعَلُواْ فَأۡذَنُواْ بِحَرۡبٖ مِّنَ ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦۖ وَإِن تُبۡتُمۡ فَلَكُمۡ رُءُوسُ أَمۡوَٰلِكُمۡ لَا تَظۡلِمُونَ وَلَا تُظۡلَمُونَ ٢٧٩
And if you do not, then be informed of a war [against you] from Allāh and His Messenger. But if you repent, you may have your principal - [thus] you do no wrong, nor are you wronged.
และถ้าพวกเจ้ามิได้ปฏิบัติตามในสิ่งที่พระองค์ได้สั่งพวกเจ้า ก็พึงรับรู้และเชื่อไว้ด้วยว่า ด้วยสงครามจากอัลลอฮ์ และเราะสูลของพระองค์ และหากพวกเจ้าสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮ์และละทิ้งดอกเบี้ยแล้ว ดังนั้นสำหรับพวกเจ้าก็คือต้นทุนแห่งทรัพย์สินของพวกเจ้า โดยที่พวกเจ้าจะไม่อธรรมผู้ใดโดยการเอาเพิ่มจากต้นทุนของพวกเจ้า และไม่ถูกอธรรมด้วยการถูกตัดให้น้อยลงจากต้นทุน
2:280Page 47
وَإِن كَانَ ذُو عُسۡرَةٖ فَنَظِرَةٌ إِلَىٰ مَيۡسَرَةٖۚ وَأَن تَصَدَّقُواْ خَيۡرٞ لَّكُمۡ إِن كُنتُمۡ تَعۡلَمُونَ ٢٨٠
And if someone is in hardship, then [let there be] postponement until [a time of] ease. But if you give [from your right as] charity, then it is better for you, if you only knew.
และหากว่าลูกหนี้นั้นเป็นผู้ยากไร้ไม่สามารถหาชำระหนี้ของเขาได้ ก็จงให้เวลาแก่พวกเขาไปจนกว่าเขาจะมีเงิน จนกระทั้งเขาสามารถใช้หนี้ของเขาได้ และการบริจาคให้แก่เขาด้วยการปลดหนี้หรือหักหนี้ไปบางส่วน ย่อมเป็นการดีสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้ถึงความประเสริฐในสิ่งนี้ ณ ที่อัลลอฮ
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences