Al-MukhtasarAl‑Baqarah · 2:32–61

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Baqarah 2:32–61

2:32Page 6

قَالُواْ سُبۡحَٰنَكَ لَا عِلۡمَ لَنَآ إِلَّا مَا عَلَّمۡتَنَآۖ إِنَّكَ أَنتَ ٱلۡعَلِيمُ ٱلۡحَكِيمُ ٣٢

They said, "Exalted are You; we have no knowledge except what You have taught us. Indeed, it is You who is the Knowing,1 the Wise."2

พวกเขา(บรรดามะลาอิกะฮฺ) – พร้อมกับการยอมจำนนถึงความบกพร่องของพวกเขา และยอมรับถึงความประเสริฐทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ – ได้กล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของเรา พวกเราศรัทธาในความบริสุทธิ์และความยิ่งใหญ่ของพระองค์โดยจะไม่มีการคัดค้านใดๆต่อพระองค์ในคำตัดสินและบทบัญญัติของพระองค์ ดังนั้นพวกเราจะไม่มีความรู้ถึงสิ่งใดๆ เลย นอกจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกเราเท่านั้น แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ ซึ่งจะไม่มีสิ่งใดที่จะแอบซ่อนไปจากพระองค์ได้ พระองค์ผู้ทรงปรีชาญาณผู้ทรงวางสิ่งต่างๆไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมกับมัน จะเป็นการวางกฎกำหนดสภาวการณ์หรือการกำหนดบทบัญญัติศาสนาของพระองค์

2:33Page 6

قَالَ يَٰٓـَٔادَمُ أَنۢبِئۡهُم بِأَسۡمَآئِهِمۡۖ فَلَمَّآ أَنۢبَأَهُم بِأَسۡمَآئِهِمۡ قَالَ أَلَمۡ أَقُل لَّكُمۡ إِنِّيٓ أَعۡلَمُ غَيۡبَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَأَعۡلَمُ مَا تُبۡدُونَ وَمَا كُنتُمۡ تَكۡتُمُونَ ٣٣

He said, "O Adam, inform them of their names." And when he had informed them of their names, He said, "Did I not tell you that I know the unseen [aspects] of the heavens and the earth? And I know what you reveal and what you have concealed."

และในขณะนั้นเอง อัลลอฮฺ ตะอาลา ก็ได้ทรงตรัสแก่อาดัมว่า : จงบอกชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขา (บรรดามะลาอิกะฮฺ) ครั้นเมื่ออาดัมได้บอกแก่พวกเขา ตามที่พระเจ้าของเขาได้ทรงสอนเขามา อัลลอฮฺได้ทรงตรัสแก่บรรดามะลาอิกะฮฺว่า : ข้ามิได้บอกแก่พวกเจ้าหรอกหรือว่า แท้จริงข้ารู้ดียิ่งถึงสิ่งที่มันได้ถูกซ่อนไว้ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และข้ารู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยถึงสภาพของพวกเจ้า และรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้าได้ปกปิดในใจของพวกเจ้า

2:34Page 6

وَإِذۡ قُلۡنَا لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ ٱسۡجُدُواْ لِأٓدَمَ فَسَجَدُوٓاْ إِلَّآ إِبۡلِيسَ أَبَىٰ وَٱسۡتَكۡبَرَ وَكَانَ مِنَ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٣٤

And [mention] when We said to the angels, "Prostrate before Adam"; so they prostrated, except for Iblees.1 He refused and was arrogant and became of the disbelievers.

อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงอธิบายว่า พระองค์ได้ทรงสั่งบรรดามะลาอิกะฮฺให้ทำการสุญูดแก่อาดัม เพื่อเป็นการให้เกียรติและคารวะแก่อาดัม แล้วพวกเขา(บรรดามะลาอิกะฮฺ)ก็ได้ทำการสุญูดทันที เพื่อเป็นการตอบรับคำสั่งของอัลลอฮฺ นอกจากอิบลีสที่มาจากหมู่ญิน ไม่ปฏิบัติตามเพื่อแสดงการคักค้านต่อคำสั่งของอัลลอฮฺที่ใช้ให้เขาสุญูด และเพื่อต้องการแสดงความหยิ่งยโสต่ออาดัม ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้เขาได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา

2:35Page 6

وَقُلۡنَا يَٰٓـَٔادَمُ ٱسۡكُنۡ أَنتَ وَزَوۡجُكَ ٱلۡجَنَّةَ وَكُلَا مِنۡهَا رَغَدًا حَيۡثُ شِئۡتُمَا وَلَا تَقۡرَبَا هَٰذِهِ ٱلشَّجَرَةَ فَتَكُونَا مِنَ ٱلظَّٰلِمِينَ ٣٥

And We said, "O Adam, dwell, you and your wife, in Paradise and eat therefrom in [ease and] abundance from wherever you will. But do not approach this tree, lest you be among the wrongdoers."

และเราได้กล่าวว่า อาดัมเอ๋ย ! เจ้าและคู่ครองของเจ้า - เฮาวาอ์ - จงอยู่ในสรวงสวรรค์นั้นเถิด แล้วเจ้าทั้งสองก็จงบริโภคจากมันอย่างเพลิดเพลินโดยที่ไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ เลยอยู่ในนั้น ณ ที่ใดก็ได้ในสวรรค์ และเจ้าทั้งสองอย่าเข้าใกล้ต้นไม้ต้นนี้ที่ข้านั้นได้ห้ามปรามพวกเจ้าทั้งสองเอาไว้จากการบริโภคจากมัน มิเช่นนั้นแล้วเจ้าทั้งสองจะกลายเป็นผู้ที่อยู่ในหมู่ผู้อธรรม เพราะการฝ่าฝื่นต่อสิ่งที่ข้าได้สั่งใช้พวกเจ้าทั้งสองไว้

2:36Page 6

فَأَزَلَّهُمَا ٱلشَّيۡطَٰنُ عَنۡهَا فَأَخۡرَجَهُمَا مِمَّا كَانَا فِيهِۖ وَقُلۡنَا ٱهۡبِطُواْ بَعۡضُكُمۡ لِبَعۡضٍ عَدُوّٞۖ وَلَكُمۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ مُسۡتَقَرّٞ وَمَتَٰعٌ إِلَىٰ حِينٖ ٣٦

But Satan caused them to slip out of it and removed them from that [condition] in which they had been. And We said, "Go down, [all of you], as enemies to one another, and you will have upon the earth a place of settlement and provision for a time."

แล้วชัยฏอนนั้นก็ยังคงกระซิบและล่อลวงเขาทั้งสอง จนกระทั่งทำให้เขาทั้งสองนั้นตกอยู่ในการกระทำความชั่วและการทำผิด ด้วยการไปบริโภคจากต้นไม้ต้นนั้นที่อัลลอฮฺได้ทรงห้ามปรามเขาทั้งสองมิให้บริโภคมัน แล้วผลพวงที่ตามมาสำหรับเขาทั้งสองนั้น คือ อัลลอฮฺได้ทรงทำให้ทั้งสองออกจากสรวงสวรรค์ที่เขาทั้งสองเคยพำนักอยู่ และอัลลอฮฺก็ได้ตรัสแก่เขาทั้งสองและแก่ชัยฏอนว่า : พวกเจ้าจงลงไปยังผืนแผ่นดินเถิด โดยที่บางส่วนของพวกเจ้าต่างเป็นศัตรูต่อกัน และสำหรับพวกเจ้ามีที่พำนักในผืนแผ่นดินนั้น ที่ปักหลัก และมีความเพลิดเพลินกับสิ่งที่อยู่ในนั้นจากสิ่งอำนวยประโยชน์ต่างๆ จนกว่าอายุของพวกเจ้าจะจบลง และจนถึงวันกิยามะฮฺ

2:37Page 6

فَتَلَقَّىٰٓ ءَادَمُ مِن رَّبِّهِۦ كَلِمَٰتٖ فَتَابَ عَلَيۡهِۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلتَّوَّابُ ٱلرَّحِيمُ ٣٧

Then Adam received from his Lord [some] words,1 and He accepted his repentance. Indeed, it is He who is the Accepting of Repentance,2 the Merciful.

จากนั้นอาดัมก็ได้น้อมรับถ่อยคำต่างๆจากอัลลอฮ์ และทรงดลใจเขาให้วิงวอนขอด้วยถ่อยคำเหล่านั้น(ต่อพระองค์) โดยที่มันได้ถูกกล่าวไว้ในคำกล่าวของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า : (เขาทั้งสองได้กล่าวว่า โอ้พระเจ้าของเรา เราได้อธรรมต่อตัวเราเอง และถ้าพระองค์ไม่ทรงอภัยโทษและเอ็นดูเมตตาแก่เรา แน่นอนพวกเราต้องกลายเป็นพวกที่ขาดทุน) [อัล-อะอฺร็อฟ:23] แล้วอัลลอฮฺก็ทรงตอบรับการกลับเนื้อกลับตัวของเขา และก็ทรงอภัยโทษให้แก่เขา และแท้จริงพระองค์ผู้มหาบริสุทธิ์เป็นผู้ที่เหลือล้นในการให้อภัยโทษต่อปวงบ่าวของพระองค์ เป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ

2:38Page 7

قُلۡنَا ٱهۡبِطُواْ مِنۡهَا جَمِيعٗاۖ فَإِمَّا يَأۡتِيَنَّكُم مِّنِّي هُدٗى فَمَن تَبِعَ هُدَايَ فَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٣٨

We said, "Go down from it, all of you. And when guidance comes to you from Me, whoever follows My guidance - there will be no fear concerning them, nor will they grieve.

เราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าทั้งหมดจงลงจากสวรรค์ไปสู่ผืนแผ่นดินเถิด แล้วหากมีทางนำใดๆที่นำโดยบรรดาเราะสูลของข้ามายังพวกเจ้า ดังนั้นผู้ใดที่ปฏิบัติตามทางนำนั้น และเขาได้ศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของข้า พวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ในโลกหน้า และพวกเขาจะไม่ระทมทุกข์ต่อสิ่งที่พวกเขาได้พลาดพลั้งไปในโลกนี้

2:39Page 7

وَٱلَّذِينَ كَفَرُواْ وَكَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَآ أُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلنَّارِۖ هُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٣٩

And those who disbelieve and deny Our signs - those will be companions of the Fire; they will abide therein eternally."

ส่วนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธและไม่ยอมรับในโองการทั้งหลายของเรา ดังนั้นพวกเขาคือชาวนรกโดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นไปตลอดกาล

2:40Page 7

يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱذۡكُرُواْ نِعۡمَتِيَ ٱلَّتِيٓ أَنۡعَمۡتُ عَلَيۡكُمۡ وَأَوۡفُواْ بِعَهۡدِيٓ أُوفِ بِعَهۡدِكُمۡ وَإِيَّٰيَ فَٱرۡهَبُونِ ٤٠

O Children of Israel, remember My favor which I have bestowed upon you and fulfill My covenant [upon you] that I will fulfill your covenant [from Me], and be afraid of [only] Me.

โอ้ลูกหลานของนบียะอฺกูบเอ๋ย ! จงรำลึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺทีได้มอบให้แก่พวกเจ้าอย่างไม่ขาดสาย และจงสำนึกในบุญคุณนั้น และจงรักษาข้อสัญญาของข้าที่มอบให้แก่พวกเจ้าให้ครบถ้วน ด้วยการรักษาการศรัทธาของพวกเจ้าที่มีต่อข้าและต่อบรรดาเราะสูลของข้า และปฏิบัติตามบทบัญญัติของข้า แล้วหากพวกเจ้าได้รักษามัน ข้าก็จะรักษาสัญญาของข้าที่ได้ให้ต่อพวกเจ้าไว้ ในสิ่งที่ข้านั้นได้เคยสัญญามันไว้แก่พวกเจ้า ด้วยการให้พวกเจ้าได้ใช้ชีวิตที่ดีในโลกดุนยาและให้ผลตอบแทนที่ดีในวันกิยามะฮฺ และพวกเจ้าจงยำเกรงต่อข้าเท่านั้น และอย่าได้ทำลายของข้า

2:41Page 7

وَءَامِنُواْ بِمَآ أَنزَلۡتُ مُصَدِّقٗا لِّمَا مَعَكُمۡ وَلَا تَكُونُوٓاْ أَوَّلَ كَافِرِۭ بِهِۦۖ وَلَا تَشۡتَرُواْ بِـَٔايَٰتِي ثَمَنٗا قَلِيلٗا وَإِيَّٰيَ فَٱتَّقُونِ ٤١

And believe in what I have sent down confirming that which is [already] with you, and be not the first to disbelieve in it. And do not exchange My signs for a small price, and fear [only] Me.

และพวกเจ้าจงศรัทธาต่ออัลกุรอานที่ข้าได้ประทานลงมาให้แก่มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม ซึ่งมันสอดคล้องกับเนื้อหาที่มีในคัมภีร์อัต-เตารอตฺก่อนที่จะมีการบิดเบือนมันในเรื่องของการให้เอกภาพแก่อัลลอฮฺและการแต่งตั้งมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม และพวกเจ้าจงระวังจากการเป็นชนกลุ่มแรกที่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งนั้น และจงอย่าได้นำโองการของข้าไปแลกเปลี่ยนกับราคาอันน้อยนิด ไม่ว่าจะเป็นการแลกกับเกียรติยศหรือตำแหน่งหน้าที่ใดๆ และจงยำเกรงต่อความโกรธกริ้วและการลงโทษของข้า

2:42Page 7

وَلَا تَلۡبِسُواْ ٱلۡحَقَّ بِٱلۡبَٰطِلِ وَتَكۡتُمُواْ ٱلۡحَقَّ وَأَنتُمۡ تَعۡلَمُونَ ٤٢

And do not mix the truth with falsehood or conceal the truth while you know [it].

และพวกเจ้าจงอย่าปะปนความจริงที่ข้าได้ประทานลงมาแก่บรรดาเราะซูลของข้าด้วยสิ่งที่พวกเจ้านั้นสร้างเรื่องขึ้นมาจากความเท็จต่างๆ และจงอย่าปกปิดความจริงที่มันมีอยู่ในบรรดาคัมภีร์ของพวกเจ้า เช่นคุณลักษณะของมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม ทั้งๆ ที่พวกเจ้ารู้กันอยู่ และแน่ใจในสิ่งนั้น

2:43Page 7

وَأَقِيمُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتُواْ ٱلزَّكَوٰةَ وَٱرۡكَعُواْ مَعَ ٱلرَّٰكِعِينَ ٤٣

And establish prayer and give zakāh1 and bow with those who bow [in worship and obedience].

และพวกเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดให้สมบูรณ์ด้วยหลักการ ข้อบังคับและสุนนะฮฺต่างๆ ของมัน และจงจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้าที่อัลลอฮฺได้มอบไว้ในมือของพวกเจ้า และจงนอบน้อมต่ออัลลอฮฺพร้อมกับบรรดาผู้ที่นอบน้อมต่อพระองค์ที่เป็นประชาชาติของมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม

2:44Page 7

۞ أَتَأۡمُرُونَ ٱلنَّاسَ بِٱلۡبِرِّ وَتَنسَوۡنَ أَنفُسَكُمۡ وَأَنتُمۡ تَتۡلُونَ ٱلۡكِتَٰبَۚ أَفَلَا تَعۡقِلُونَ ٤٤

Do you order righteousness of the people and forget1 yourselves while you recite the Scripture? Then will you not reason?

มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมาก การที่พวกเจ้านั้นสั่งผู้อื่นให้ศรัทธาและกระทำความดี โดยที่พวกเจ้านั้นละทิ้งมัน โดยลืมตัวของพวกเจ้าเอง ทั้งๆ ที่พวกเจ้าอ่านคัมภีร์อัตเตารอตฺอยู่ ซึ่งรู้ดีถึงสิ่งที่อยู่ในนั้น ที่เป็นคำสั่งให้ปฏิบัติตามศาสนาของอัลลอฮฺ และการเชื่อฟังต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ แล้วพวกเจ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากปัญญาของพวกเจ้าหรอกหรือ?

2:45Page 7

وَٱسۡتَعِينُواْ بِٱلصَّبۡرِ وَٱلصَّلَوٰةِۚ وَإِنَّهَا لَكَبِيرَةٌ إِلَّا عَلَى ٱلۡخَٰشِعِينَ ٤٥

And seek help through patience and prayer; and indeed, it is difficult except for the humbly submissive [to Allāh]

และพวกเจ้าจงขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ของพวกเจ้า ทั้งที่เป็นเรื่องของศาสนาและเรื่องของดุนยา ด้วยการอาศัยความอดทนและการละหมาดที่จะนำพวกเจ้าเข้าไปใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺและพาพวกเจ้าไปถึงพระองค์ แล้วพระองค์ก็จะทรงช่วยเหลือและปกป้องพวกเจ้า และพระองค์ก็จะทรงนำเอาภัยอันตรายออกไปจากพวกเจ้า และแท้จริงการละหมาดนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบากและเป็นเรื่องที่หนักมาก เว้นเสียแต่บรรดาผู้ที่นอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮฺเท่านั้น

2:46Page 7

ٱلَّذِينَ يَظُنُّونَ أَنَّهُم مُّلَٰقُواْ رَبِّهِمۡ وَأَنَّهُمۡ إِلَيۡهِ رَٰجِعُونَ ٤٦

Who are certain that they will meet their Lord and that they will return to Him.

เพราะพวกเขาคือผู้ที่มั่นใจว่าจะต้องกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขา และจะต้องพบกับพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ และแน่นอนพวกเขาจะต้องกลับไปสู่พระองค์เพื่อเป็นการตอบแทนพวกเขาตามสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติกันมา

2:47Page 7

يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱذۡكُرُواْ نِعۡمَتِيَ ٱلَّتِيٓ أَنۡعَمۡتُ عَلَيۡكُمۡ وَأَنِّي فَضَّلۡتُكُمۡ عَلَى ٱلۡعَٰلَمِينَ ٤٧

O Children of Israel, remember My favor that I have bestowed upon you and that I preferred you over the worlds [i.e., peoples].

โอ้ลูกหลานของนบียะอฺกูบเอ๋ย จงรำลึกถึงความโปรดปรานของข้าทั้งทางด้านศาสนาและดุนยา ที่ข้าได้ประทานให้แก่พวกเจ้า และจงรำลึกอยู่เสมอว่า แท้จริงข้านั้นได้เทิดทูนพวกเจ้าไว้เหนือผู้อื่นที่ร่วมสมัยกับพวกเจ้า ด้วยการให้เป็นศาสนฑูตและเป็นกษัตริย์

2:48Page 7

وَٱتَّقُواْ يَوۡمٗا لَّا تَجۡزِي نَفۡسٌ عَن نَّفۡسٖ شَيۡـٔٗا وَلَا يُقۡبَلُ مِنۡهَا شَفَٰعَةٞ وَلَا يُؤۡخَذُ مِنۡهَا عَدۡلٞ وَلَا هُمۡ يُنصَرُونَ ٤٨

And fear a Day when no soul will suffice for another soul1 at all, nor will intercession be accepted from it, nor will compensation be taken from it, nor will they be aided.

และพวกเจ้าจงให้มีเกราะป้องกันระหว่างพวกเจ้ากับการลงโทษในวันกิยามะฮฺนั้น โดยการปฏิบัติตามคำสั่งและออกห่างจากข้อห้ามทั้งหลาย เพราะวันนั้นคือวันที่ไม่มีชีวิตใดจะตอบแทนให้กับอีกชีวิตหนึ่งได้ และในวันนั้นเอง การขอความช่วยเหลือต่างๆก็จะไม่ถูกตอบรับจากใครคนใดเลย ที่จะคอยมาปลดทุกข์หรือนำผลประโยชน์มายังเขา นอกจากด้วยความอนุมัติจากอัลลอฮฺเท่านั้น และจะไม่มีการไถ่ถอน แม้ว่าจะด้วยแผ่นดินที่เต็มไปด้วยทองคำ และจะไม่มีผู้คอยช่วยเหลือใดๆเลยสำหรับพวกเขาในวันนั้น ดังนั้นเมื่อไม่มีผู้ช่วยขออุทธรณ์ ไม่มีการไถ่ถอนและไม่มีผู้ช่วยเหลือแล้ว ดังนั้นจะมีทางรอดอีกใหม?!

2:49Page 8

وَإِذۡ نَجَّيۡنَٰكُم مِّنۡ ءَالِ فِرۡعَوۡنَ يَسُومُونَكُمۡ سُوٓءَ ٱلۡعَذَابِ يُذَبِّحُونَ أَبۡنَآءَكُمۡ وَيَسۡتَحۡيُونَ نِسَآءَكُمۡۚ وَفِي ذَٰلِكُم بَلَآءٞ مِّن رَّبِّكُمۡ عَظِيمٞ ٤٩

And [recall] when We saved you [i.e., your forefathers] from the people of Pharaoh, who afflicted you with the worst torment, slaughtering your [newborn] sons and keeping your females alive. And in that was a great trial from your Lord.

โอ้วงศ์วารของอิสรออีลเอย จงนึกถึงในตอนที่เราได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากบริวารของฟิรฺเอาน์ ซึ่งพวกเขาได้กระทำให้พวกเจ้าได้รู้สึกถึงรสชาติของการทรมานในรูปแบบต่างๆ นั่นคือด้วยการฆ่าบรรดาลูกชายของพวกเจ้า จนกว่าจะไม่มีเหลือให้พวกเจ้าแม้แต่คนเดียว และได้ละเว้นบรรดาลูกหญิงของพวกเจ้าไว้ให้มีชีวิต เพื่อจะได้เป็นทาสรับใช้พวกเขา เพื่อเป็นการสื่อให้เห็นถึงความต้อยต่ำและความอัปยศของพวกเจ้า และในการที่ทำให้พวกเจ้ารอดพ้นจากการกดขี่ของฟิรฺเอาน์และบริวารของเขานั้น คือการทดสอบอันใหญ่หลวงจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า เผื่อว่าพวกเจ้าจะสำนึกขอบคุณต่อพระองค์

2:50Page 8

وَإِذۡ فَرَقۡنَا بِكُمُ ٱلۡبَحۡرَ فَأَنجَيۡنَٰكُمۡ وَأَغۡرَقۡنَآ ءَالَ فِرۡعَوۡنَ وَأَنتُمۡ تَنظُرُونَ ٥٠

And [recall] when We parted the sea for you and saved you and drowned the people of Pharaoh while you were looking on.

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานของเราที่ได้มอบให้แก่พวกเจ้า เมื่อตอนที่เราได้แยกน้ำทะเล และได้ทำให้มันเป็นทางผ่านเพื่อให้พวกเจ้าได้เดินลงไปในนั่น แล้วเราได้ทำให้พวกเจ้าปลอดภัย และได้ทำให้เหล่าศัตรูของพวกเจ้า ฟิรอาวน์และสาวกของเขาได้จมน้ำตายต่อหน้าต่อตา โดยที่พวกเจ้าเองได้เห็นมันกับตา

2:51Page 8

وَإِذۡ وَٰعَدۡنَا مُوسَىٰٓ أَرۡبَعِينَ لَيۡلَةٗ ثُمَّ ٱتَّخَذۡتُمُ ٱلۡعِجۡلَ مِنۢ بَعۡدِهِۦ وَأَنتُمۡ ظَٰلِمُونَ ٥١

And [recall] when We made an appointment with Moses for forty nights. Then you took [for worship] the calf after him [i.e., his departure], while you were wrongdoers.

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานบางประการของเราที่มีต่อพวกเจ้า คือสัญญาของเราที่มีต่อมูซาสี่สิบคืน เพื่อที่จะให้คัมภีร์อัตเตารอตได้ถูกประทานอย่างครบสมบูรณ์ในเวลานั้น ซึ่งเป็นทั้งรัศมีและทางนำ แล้วในช่วงเวลานั้น ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจากพวกเจ้าเลย ยกเว้นการบูชาลูกวัว และด้วยการกระทำของพวกเจ้านี้เอง พวกเจ้าคือกลุ่มชนผู้ที่อธรรม

2:52Page 8

ثُمَّ عَفَوۡنَا عَنكُم مِّنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَ لَعَلَّكُمۡ تَشۡكُرُونَ ٥٢

Then We forgave you after that so perhaps you would be grateful.

หลังจากนั้นเราก็ได้ยกโทษแก่พวกเจ้าหลังการกลับเนื้อกลับตัวของพวกเจ้า และเรามิได้เอาโทษกับพวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจักขอบคุณต่ออัลลอฮฺด้วยการเคารพอิบาดะฮฺและการเชื่อฟังต่อพระองค์อย่างดีงาม

2:53Page 8

وَإِذۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡفُرۡقَانَ لَعَلَّكُمۡ تَهۡتَدُونَ ٥٣

And [recall] when We gave Moses the Scripture and criterion1 that perhaps you would be guided.

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานอันนี้ ที่เราได้ให้มูซา อะลัยฮิสสลาม นั่นคือคัมภีร์อัตเตารอตฺ เพื่อเป็นตัวแยกแยะระหว่างความจริงกับความเท็จ และเป็นตัวชี้ถึงความแตกต่างระหว่างทางที่ถูกกับทางที่ผิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับทางนำจากมันเพื่อไปสู่ความถูกต้อง

2:54Page 8

وَإِذۡ قَالَ مُوسَىٰ لِقَوۡمِهِۦ يَٰقَوۡمِ إِنَّكُمۡ ظَلَمۡتُمۡ أَنفُسَكُم بِٱتِّخَاذِكُمُ ٱلۡعِجۡلَ فَتُوبُوٓاْ إِلَىٰ بَارِئِكُمۡ فَٱقۡتُلُوٓاْ أَنفُسَكُمۡ ذَٰلِكُمۡ خَيۡرٞ لَّكُمۡ عِندَ بَارِئِكُمۡ فَتَابَ عَلَيۡكُمۡۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلتَّوَّابُ ٱلرَّحِيمُ ٥٤

And [recall] when Moses said to his people, "O my people, indeed you have wronged yourselves by your taking of the calf [for worship]. So repent to your Creator and kill yourselves [i.e., the guilty among you]. That is best for [all of] you in the sight of your Creator." Then He accepted your repentance; indeed, He is the Accepting of Repentance, the Merciful.

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานอันนี้ ที่อัลลอฮฺได้ทรงชี้นำพวกเจ้าสู่การสำนึกในความผิดจากการบูชาลูกวัว โดยที่มูซาได้กล่าวแก่พวกเจ้าว่า แท้จริงพวกเจ้าได้อยุติธรรมต่อตัวของพวกเจ้าเอง โดยที่พวกเจ้าได้ยึดถือลูกวัวเป็นพระเจ้า เป็นสิ่งเคารพสักการะ ดังนั้นพวกเจ้าจงสำนึกในความผิดนี้เถิด และจงกลับตัวไปสู่พระผู้ทรงสร้างและผู้ทรงบังเกิดของพวกเจ้าเถิด ด้วยการฆ่ากันเองระหว่างพวกเจ้า และการกลับตัวกลับใจในลักษณะนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าการที่พวกเจ้านั้นยังคงอยู่ในการปฏิเสธศรัทธาที่นำไปสู่การพำนักในไฟนรกตลอดกาล ดังนั้นการกลับตัวของพวกเจ้าด้วยการกระทำในลักษณะดังกล่าวนั้นมาจากการชี้นำและความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ แล้วพระองค์ก็ทรงรับการสำนึกผิดของพวกเจ้า เพราะแท้จริงพระองค์คือผู้เหลือล้นในการให้อภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาต่อปวงบ่าวของพระองค์เสมอ

2:55Page 8

وَإِذۡ قُلۡتُمۡ يَٰمُوسَىٰ لَن نُّؤۡمِنَ لَكَ حَتَّىٰ نَرَى ٱللَّهَ جَهۡرَةٗ فَأَخَذَتۡكُمُ ٱلصَّٰعِقَةُ وَأَنتُمۡ تَنظُرُونَ ٥٥

And [recall] when you said, "O Moses, we will never believe you until we see Allāh outright"; so the thunderbolt took you while you were looking on.

และจงรำลึกถึง ขณะที่บรรพบุรุษของพวกเจ้าได้กล่าวแก่มูซา อะลัยฮิสลาม อย่างเหิมเกริมว่า เราจะไม่ศรัทธาต่อท่านเป็นอันขาด จนกว่าเราจะได้เห็นอัลลอฮฺอย่างชัดเจนด้วยตาโดยไม่มีสิ่งใดปิดบังไปจากเรา แล้วเปลวไฟที่ลุกโชนก็ได้คร่าชีวิตพวกเจ้า โดยส่วนหนึ่งของพวกเจ้าได้แต่มองไปยังอีกส่วน

2:56Page 8

ثُمَّ بَعَثۡنَٰكُم مِّنۢ بَعۡدِ مَوۡتِكُمۡ لَعَلَّكُمۡ تَشۡكُرُونَ ٥٦

Then We revived you after your death that perhaps you would be grateful.

หลังจากนั้นเราได้ให้พวกเจ้าคืนชีพ หลังจากที่พวกเจ้าได้ตายไปแล้ว เพื่อว่าพวกเจ้าจักขอบคุณต่ออัลลอฮฺที่ได้ทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเจ้าเช่นนั้น

2:57Page 8

وَظَلَّلۡنَا عَلَيۡكُمُ ٱلۡغَمَامَ وَأَنزَلۡنَا عَلَيۡكُمُ ٱلۡمَنَّ وَٱلسَّلۡوَىٰۖ كُلُواْ مِن طَيِّبَٰتِ مَا رَزَقۡنَٰكُمۡۚ وَمَا ظَلَمُونَا وَلَٰكِن كَانُوٓاْ أَنفُسَهُمۡ يَظۡلِمُونَ ٥٧

And We shaded you with clouds and sent down to you manna and quails, [saying], "Eat from the good things with which We have provided you." And they wronged Us not - but they were [only] wronging themselves.

และจากความโปรดปรานทั้งหลายของเราที่ได้มอบให้กับพวกเจ้าอีกเช่นกันคือ เราได้ส่งเมฆมาบดบังพวกเจ้าไว้ให้พ้นจากความร้อนของดวงอาทิตย์ในขณะที่พวกเจ้าหลงทางอยู่ในหน้าแผ่นดิน และเราก็ได้ประทานความโปรดปรานของเราลงมาให้แก่พวกเจ้าซึ่งเครื่องดื่มที่หอมหวาน เช่น น้ำผึ้ง และนกน้อยที่มีเนื้อดีคล้ายดั่งนกกระทา แล้วเราก็ได้กล่าวแก่พวกเจ้าว่า พวกเจ้าจงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากสิ่งดีๆ เถิด และเราก็ไม่ได้เสียหายอะไรกับการปฏิเสธและการต่อต้านของพวกเขาที่มีต่อความโปรดปรานทั้งหลายนี้ แต่ทว่าพวกเขานั้นได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองต่างหาก โดยการบั่นทอนโชคลาภที่มาจากผลบุญและพยายามอ้อมค้อมมันเพื่อไปสู่การลงโทษ

2:58Page 9

وَإِذۡ قُلۡنَا ٱدۡخُلُواْ هَٰذِهِ ٱلۡقَرۡيَةَ فَكُلُواْ مِنۡهَا حَيۡثُ شِئۡتُمۡ رَغَدٗا وَٱدۡخُلُواْ ٱلۡبَابَ سُجَّدٗا وَقُولُواْ حِطَّةٞ نَّغۡفِرۡ لَكُمۡ خَطَٰيَٰكُمۡۚ وَسَنَزِيدُ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٥٨

And [recall] when We said, "Enter this city [i.e., Jerusalem] and eat from it wherever you will in [ease and] abundance, and enter the gate bowing humbly1 and say, 'Relieve us of our burdens [i.e., sins].' We will [then] forgive your sins for you, and We will increase the doers of good [in goodness and reward]."

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานทั้งหลายของอัลลอฮฺที่ได้มอบให้กับพวกเจ้าขณะที่เราได้กล่าวแก่พวกเจ้าว่า พวกเจ้าจงเข้าไปในบัยตุลมักดิส แล้วจงบริโภคจากสิ่งที่อยู่ในเมืองนั้นจากสิ่งที่ดีๆ ณ แห่งหนใดก็ได้ตามที่พวกเจ้าปรารถนาบริโภคอย่างสุขสันต์และเปิดกว้าง และพวกเจ้าก็จงเป็นบรรดาผู้โน้มศรีษะลงด้วยความนอบน้อมต่ออัลลอฮฺในขณะที่เข้าไป และจงขอพรต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ทรงอภัยโทษต่อความผิดทั้งหลายของพวกเราด้วยเถิด แล้วเราก็จะตอบรับคำขอของพวกเจ้า และเราจะเพิ่มพูนแก่บรรดาผู้ที่กระทำความดีในการงานของพวกเขา ซึ่งผลบุญในการทำดีของพวกเขา

2:59Page 9

فَبَدَّلَ ٱلَّذِينَ ظَلَمُواْ قَوۡلًا غَيۡرَ ٱلَّذِي قِيلَ لَهُمۡ فَأَنزَلۡنَا عَلَى ٱلَّذِينَ ظَلَمُواْ رِجۡزٗا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ بِمَا كَانُواْ يَفۡسُقُونَ ٥٩

But those who wronged changed [those words] to a statement other than that which had been said to them, so We sent down upon those who wronged a punishment [i.e., plague] from the sky because they were defiantly disobeying.

แล้วบรรดาผู้อธรรมที่มาจากพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งใดเลย เว้นเสียแต่พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงการกระทำและบิดเบือนคำพูด แล้วพวกเขาก็ได้เข้าไป(ยังบัยตุลมักดิส)โดยการขยับตัวด้วยก้นของพวกเขา(แทนที่จะเข้าอย่างนอบน้อม) และพวกเขาก็กล่าวว่า แค่เพียงเม็ดหนึ่งจากข้าวสาลี(แทนการกล่าวคำขออภัยโทษ) เป็นการแสดงออกถึงลักษณะการเยาะเย้ยต่อคำบัญชาของอัลลอฮฺ ดังนั้นการตอบแทนที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้กับผู้อธรรมในหมู่ของพวกเขานั้น คือการลงโทษที่มาจากฟากฟ้า เนื่องจากพวกเขาได้ออกนอกกรอบบทบัญญัติและการผิดคำสั่ง(ของอัลลอฮ์)

2:60Page 9

۞ وَإِذِ ٱسۡتَسۡقَىٰ مُوسَىٰ لِقَوۡمِهِۦ فَقُلۡنَا ٱضۡرِب بِّعَصَاكَ ٱلۡحَجَرَۖ فَٱنفَجَرَتۡ مِنۡهُ ٱثۡنَتَا عَشۡرَةَ عَيۡنٗاۖ قَدۡ عَلِمَ كُلُّ أُنَاسٖ مَّشۡرَبَهُمۡۖ كُلُواْ وَٱشۡرَبُواْ مِن رِّزۡقِ ٱللَّهِ وَلَا تَعۡثَوۡاْ فِي ٱلۡأَرۡضِ مُفۡسِدِينَ ٦٠

And [recall] when Moses prayed for water for his people, so We said, "Strike with your staff the stone." And there gushed forth from it twelve springs, and every people [i.e., tribe] knew its watering place. "Eat and drink from the provision of Allāh, and do not commit abuse on the earth, spreading corruption."

และจงรำลึกถึงความโปรดปรานทั้งหลายของอัลลอฮฺที่มอบให้แก่พวกเจ้าครั้นที่พวกเจ้านั้นหลงทาง และความหิวโหยก็มาประสบกับพวกเจ้า แล้วมูซาก็ได้นอบน้อมต่อพระผู้อภิบาลของเขา และขอต่อพระองค์ให้ประทานน้ำแก่พวกเจ้า แล้วเราได้สั่งใช้เขาให้ตีหินด้วยไม้เท้าของเขา แล้วในขณะที่เขาได้ตีมัน ตาน้ำสิบสองตา ก็พุ่งออกจากหินนั้น ไปตามจำนวนกลุ่มชนแต่ละกลุ่มของพวกเจ้า และเราก็ได้แจ้งแก่ทุกกลุ่มชนถึงแหล่งน้ำดื่มของแต่ละกลุ่มเป็นการเฉพาะ เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งกันในระหว่างพวกเขา และเราก็ได้กล่าวแก่พวกเจ้าต่อว่า จงกินและจงดื่มจากปัจจัยยังชีพของอัลลอฮฺที่พระองค์ได้ทรงนำมาให้พวกเจ้าโดยไม่ต้องใช้ความขมักเขม้นและการงานจากพวกเจ้า และพวกเจ้าก็จงอย่าก่อกวนในผืนแผ่นดิน ในฐานะเป็นผู้บ่อนทำลาย

2:61Page 9

وَإِذۡ قُلۡتُمۡ يَٰمُوسَىٰ لَن نَّصۡبِرَ عَلَىٰ طَعَامٖ وَٰحِدٖ فَٱدۡعُ لَنَا رَبَّكَ يُخۡرِجۡ لَنَا مِمَّا تُنۢبِتُ ٱلۡأَرۡضُ مِنۢ بَقۡلِهَا وَقِثَّآئِهَا وَفُومِهَا وَعَدَسِهَا وَبَصَلِهَاۖ قَالَ أَتَسۡتَبۡدِلُونَ ٱلَّذِي هُوَ أَدۡنَىٰ بِٱلَّذِي هُوَ خَيۡرٌۚ ٱهۡبِطُواْ مِصۡرٗا فَإِنَّ لَكُم مَّا سَأَلۡتُمۡۗ وَضُرِبَتۡ عَلَيۡهِمُ ٱلذِّلَّةُ وَٱلۡمَسۡكَنَةُ وَبَآءُو بِغَضَبٖ مِّنَ ٱللَّهِۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ كَانُواْ يَكۡفُرُونَ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ وَيَقۡتُلُونَ ٱلنَّبِيِّـۧنَ بِغَيۡرِ ٱلۡحَقِّۚ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَواْ وَّكَانُواْ يَعۡتَدُونَ ٦١

And [recall] when you said, "O Moses, we can never endure one [kind of] food. So call upon your Lord to bring forth for us from the earth its green herbs and its cucumbers and its garlic and its lentils and its onions." [Moses] said, "Would you exchange what is better for what is less? Go into [any] settlement and indeed, you will have what you have asked." And they were covered with humiliation and poverty and returned with anger from Allāh [upon them]. That was because they [repeatedly] disbelieved in the signs of Allāh and killed the prophets without right. That was because they disobeyed and were [habitually] transgressing.

และจงรำลึกถึงครั้งหนึ่งที่พวกเจ้านั้นเคยปฏิเสธต่อความโปรดปรานของพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็ได้รู้สึกเบื่อหน่ายจากการบริโภคสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานมาให้แก่พวกเจ้าจากน้ำผึ้งและนก และพวกเจ้าก็ได้กล่าวว่า เราจะไม่อดทนกับอาหารชนิดเดียวที่ไม่มีการสับเปลี่ยน จากนั้นพวกเจ้าก็ได้ร้องขอต่อมูซา อะลัยฮิสลาม ให้เขาวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ เพื่อให้พระองค์ทรงนำสิ่งที่มาจากพืชดินออกมาแก่พวกเจ้า เช่น พืชผัก ใบหญ้า แตงร้าน(คล้ายกับแตงกว่าแต่มันมีขนาดใหญ่กว่า) ฐัญพืช ถั่ว และหัวหอม เพื่อเป็นอาหาร แล้วมูซา อะลัยฮิสลาม ก็ได้กล่าวในเชิงที่รับไม่ได้ต่อคำขอของพวกเจ้าที่ต้องการเปลี่ยนเอาสิ่งที่มันด่อยค่าและต่ำกว่าน้ำผึ้งและนกทั้งที่มันดีกว่าและมีค่ากว่า และแท้จริงแล้วมันได้มายังพวกเจ้าโดยปราศจากความเหนื่อยล้าและเหน็ดเหนื่อย (ด้วยการกล่าวว่า): พวกท่านจงออกไปจากเมืองนี้แล้วไปยังเมืองใดก็ได้ แล้วพวกท่านก็จะพบเจอกับสิ่งที่พวกท่านได้ขอในไร่สวนและท้องตลาดของเมืองนั้น และเนื่องด้วยการตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาและการหันหลังอย่างซ้ำ ๆ ของพวกเขาต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงเลือกมันให้กับพวกเขา (ดังนั้น) ความอัปยศ ความขัดสนและความทุกข์ยากก็ได้เกาะติดพวกเขาไปตลอด และพวกเขาได้นำเอาความกริ้วโกรธจากอัลลอฮ์กลับไป นั่นก็เพราะการหันหลังของพวกเขาต่อศาสนาของพระองค์ และปฏิเสธต่อสัญญาณต่าง ๆ ของพระองค์ และยังฆ่าบรรดานบีของพระองค์อย่างอธรรมและตั้งตนเป็นศัตรู ทั้งหมดนั้นก็ด้วยสาเหตุที่ว่าพวกเขาได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮ์และได้ละเมิดในขอบเขตของพระองค์

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском