Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-Baqarah 2:62–89
2:62Page 10
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَٱلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلنَّصَٰرَىٰ وَٱلصَّٰبِـِٔينَ مَنۡ ءَامَنَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَلَهُمۡ أَجۡرُهُمۡ عِندَ رَبِّهِمۡ وَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٦٢
Indeed, those who believed and those who were Jews or Christians or Sabeans [before Prophet Muḥammad (ﷺ)] - those [among them] who believed in Allāh and the Last Day and did righteousness - will have their reward with their Lord, and no fear will there be concerning them, nor will they grieve1.
แท้จริงผู้ที่ศรัทธาที่มาจากประชาชาตินี้ และเช่นเดียวกันผู้ที่ศรัทธาที่มาจากบรรดาประชาชาติก่อนหน้าการบังเกิดของมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺิวะสัลลัม ที่มาจากยิว จากคริสเตียน และจากอัศ-ศอบิอีนนั้น(พวกเขาคือชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้เจริญรอยตามบรรดานบีบางท่านที่พวกเขานั้นมีการศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ) ซึ่งสำหรับพวกเขานั้นคือ การรับผลบุญของพวกเขา ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา และไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเขา จากสิ่งที่พวกเขานั้นจะต้องเผชิญมันในโลกหน้า และอีกทั้งพวกเขาจะไม่เสียใจในสิ่งที่ได้พลาดมันมาจากโลกดุนยา
2:63Page 10
وَإِذۡ أَخَذۡنَا مِيثَٰقَكُمۡ وَرَفَعۡنَا فَوۡقَكُمُ ٱلطُّورَ خُذُواْ مَآ ءَاتَيۡنَٰكُم بِقُوَّةٖ وَٱذۡكُرُواْ مَا فِيهِ لَعَلَّكُمۡ تَتَّقُونَ ٦٣
And [recall] when We took your covenant, [O Children of Israel, to abide by the Torah] and We raised over you the mount, [saying], "Take what We have given you with determination and remember what is in it that perhaps you may become righteous."
และจงรำลึกถึงสิ่งที่เราได้เอามาจากพวกเจ้า ซึ่งคำมั่นสัญญาที่แน่วแน่ จากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺและบรรดาเราะสูลของพระองค์ และเราได้ยกภูเขาไว้ขึ้นเหนือพวกเจ้าเพื่อเป็นการข่มขู่พวกเจ้าและคอยระวังมันจาการละทิ้งการงานที่ผูกมัดด้วยคำมั่นสัญญา โดยที่ข้าเป็นผู้บัญชาต่อพวกเจ้าด้วยการให้ยึดถือเอาสิ่งที่เราได้ประทานลงมาให้แก่พวกเจ้าที่มาจากอัตเตารอตฺด้วยความจริงจังและทุ่มเท โดยไม่มีการปล่อยปละละเลยและความเกียจคร้าน และจงรักษาสิ่งที่มีอยู่ในนั้นและพินิจพิเคราะห์ถึงมัน หวังว่าด้วยการกระทำของพวกเจ้าดังกล่าว พวกเจ้าจะเกรงกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮฺ ตะอาลา
2:64Page 10
ثُمَّ تَوَلَّيۡتُم مِّنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَۖ فَلَوۡلَا فَضۡلُ ٱللَّهِ عَلَيۡكُمۡ وَرَحۡمَتُهُۥ لَكُنتُم مِّنَ ٱلۡخَٰسِرِينَ ٦٤
Then you turned away after that. And if not for the favor of Allāh upon you and His mercy, you would have been among the losers.
แล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจากพวกเจ้าเลย เว้นเสียแต่การผินหลังให้และการฝ่าฝืนของพวกเจ้าเท่านั้น หลังจากการยึดเอาคำมั่นสัญญาอันแน่วแน่ที่อยู่เหนือพวกเจ้า และหากไม่ใช่เพราะความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มอบให้แก่พวกเจ้า โดยการอภัยโทษให้แก่พวกเจ้า และความเมตตาของพระองค์ด้วยการตอบรับการกลับเนื้อกลับตัวของพวกเจ้าแล้ว แน่นอนพวกเจ้าย่อมกลายเป็นพวกที่ขาดทุนด้วยสาเหตุของการผินหลังให้และการฝ่าฝืนนั้น
2:65Page 10
وَلَقَدۡ عَلِمۡتُمُ ٱلَّذِينَ ٱعۡتَدَوۡاْ مِنكُمۡ فِي ٱلسَّبۡتِ فَقُلۡنَا لَهُمۡ كُونُواْ قِرَدَةً خَٰسِـِٔينَ ٦٥
And you had already known about those who transgressed among you concerning the sabbath, and We said to them, "Be apes, despised."
และแท้จริงพวกเจ้ารู้กันดีถึงเรื่องราวของบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเจ้าอย่างไม่มีที่สงสัยใดๆ ที่พวกเขานั้นได้ละเมิดด้วยการล่า(สัตร์น้ำ)ในวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้ทำการจับปลาในวันนั้น แล้วพวกเขาก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมในสิ่งนั้น โดยการวางตาข่ายก่อนวันเสาร์ และยกมันออกมาในวันอาทิตย์ แล้วอัลลอฮฺก็ทรงทำให้บรรดาผู้ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมนั้นกลายเป็นลิงที่ถูกรังเกียจ ซึ่งเป็นการลงโทษสำหรับพวกเขาเพราะเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขา
2:66Page 10
فَجَعَلۡنَٰهَا نَكَٰلٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهَا وَمَا خَلۡفَهَا وَمَوۡعِظَةٗ لِّلۡمُتَّقِينَ ٦٦
And We made it a deterrent punishment for those who were present and those who succeeded [them] and a lesson for those who fear Allāh.
แล้วเราได้ทำให้เมืองผู้ละเมิดแห่งนี้กลายเป็นบทเรียนสำหรับเมืองที่อยู่ใกล้เคียงมัน และเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่ตามมาที่หลัง เพื่อที่เขาจะไม่ปฏิบัติเยี่ยงอย่างการกระทำของคนเมืองนั้น แล้วเขาก็จะต้องรับโทษเช่นการลงโทษของคนเมืองนั้น และเราก็ได้ทำให้เป็นข้อเตือนสติแก่บรรดาผู้ที่ยำเกรงที่พวกเขานั้นเกรงกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮฺและการแก้เผ็ดของพระองค์ต่อผู้ที่กำลังละเมิดขอบเขตของพระองค์
2:67Page 10
وَإِذۡ قَالَ مُوسَىٰ لِقَوۡمِهِۦٓ إِنَّ ٱللَّهَ يَأۡمُرُكُمۡ أَن تَذۡبَحُواْ بَقَرَةٗۖ قَالُوٓاْ أَتَتَّخِذُنَا هُزُوٗاۖ قَالَ أَعُوذُ بِٱللَّهِ أَنۡ أَكُونَ مِنَ ٱلۡجَٰهِلِينَ ٦٧
And [recall] when Moses said to his people, "Indeed, Allāh commands you to slaughter a cow." They said, "Do you take us in ridicule?" He said, "I seek refuge in Allāh from being among the ignorant."
และจงรำลึกถึงเรื่องราวของบรรพบุรุษของพวกเจ้า เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขากับมูซา อะลัยฮิสลาม ขณะที่มูซาได้แจ้งข่าวแก่พวกเขาถึงคำบัญชาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเขา โดยให้พวกเขาทำการเชือดวัวตัวเมียตัวหนึ่ง แทนที่พวกเขาจะเร่งรีบปฏิบัติคำสั่งดังกล่าว พวกเขากลับได้กล่าวโดยการตั้งคำถามยุ่งยากมากมายว่า ท่านกำลังล้อเล่นกับพวกเราใช่ไหม? มูซาก็กล่าวว่า ฉันขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากการเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่โกหกต่ออัลลอฮฺและผู้ที่ดูถูกดูแคลงต่อมนุษย์ด้วยกัน
2:68Page 10
قَالُواْ ٱدۡعُ لَنَا رَبَّكَ يُبَيِّن لَّنَا مَا هِيَۚ قَالَ إِنَّهُۥ يَقُولُ إِنَّهَا بَقَرَةٞ لَّا فَارِضٞ وَلَا بِكۡرٌ عَوَانُۢ بَيۡنَ ذَٰلِكَۖ فَٱفۡعَلُواْ مَا تُؤۡمَرُونَ ٦٨
They said, "Call upon your Lord to make clear to us what it is." [Moses] said, "[Allāh] says, 'It is a cow which is neither old nor virgin, but median between that,' so do what you are commanded."
พวกเขากล่าวแก่มูซาว่า โปรดวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของท่านให้แก่พวกเราด้วยเถิด ให้พระองค์บอกรายละเอียดแก่พวกเราถึงคุณลักษณะของวัวที่พระองค์ได้ให้เราทำการเชือดมัน แล้วมูซาก็กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงพระองค์ทรงตรัสว่า มันเป็นวัวตัวเมียที่ไม่แก่และไม่อ่อน แต่มีอายุกึ่งกลางระหว่างนั้น พวกท่านจงปฏิบัติตามคำบัญชาของพระผู้อภิบาลของพวกท่านเถิด
2:69Page 10
قَالُواْ ٱدۡعُ لَنَا رَبَّكَ يُبَيِّن لَّنَا مَا لَوۡنُهَاۚ قَالَ إِنَّهُۥ يَقُولُ إِنَّهَا بَقَرَةٞ صَفۡرَآءُ فَاقِعٞ لَّوۡنُهَا تَسُرُّ ٱلنَّٰظِرِينَ ٦٩
They said, "Call upon your Lord to show us what is her color." He said, "He says, 'It is a yellow cow, bright in color - pleasing to the observers.'"
แล้วพวกเขาก็ยังคงยืนกรานในการโต้เถียงและแข็งกร้าว โดยกล่าวแก่มูซา อะลัยฮิสลาม ว่า โปรดวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของท่านให้พระองค์ทรงแจ้งถึงสีของมันแก่พวกเราด้วยเถิด จากนั้นมูซาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงพระองค์ทรงตรัสว่า แท้จริงมันเป็นวัวสีเหลือง สีเหลืองเข้มมากๆ ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกแปลกตาแปลกใจแก่บรรดาผู้พบเห็น
2:70Page 11
قَالُواْ ٱدۡعُ لَنَا رَبَّكَ يُبَيِّن لَّنَا مَا هِيَ إِنَّ ٱلۡبَقَرَ تَشَٰبَهَ عَلَيۡنَا وَإِنَّآ إِن شَآءَ ٱللَّهُ لَمُهۡتَدُونَ ٧٠
They said, "Call upon your Lord to make clear to us what it is. Indeed, [all] cows look alike to us. And indeed we, if Allāh wills, will be guided."
จากนั้นพวกเขาก็ยังคงยืนกรานในการหาข้ออ้างของพวกเขา โดยกล่าวว่า ท่านโปรดวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของท่านให้แก่เราเถิด ขอให้พระองค์ทรงแจ้งแก่พวกเราถึงลักษณะเพิ่มเติมของมัน เพราะแท้จริงวัวที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นมันมีเยอะมาก พวกเราไม่สามารถที่จะไปกำหนดตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในนั้นได้ โดยพวกเขาได้เน้นย้ำว่าพวกเขา -หากอัลลอฮฺทรงประสงค์- จะเป็นผู้ที่ได้รับคำแนะนำไปสู่การได้มาซึ่งวัวที่ต้องการเชือดอย่างแน่นอน
2:71Page 11
قَالَ إِنَّهُۥ يَقُولُ إِنَّهَا بَقَرَةٞ لَّا ذَلُولٞ تُثِيرُ ٱلۡأَرۡضَ وَلَا تَسۡقِي ٱلۡحَرۡثَ مُسَلَّمَةٞ لَّا شِيَةَ فِيهَاۚ قَالُواْ ٱلۡـَٰٔنَ جِئۡتَ بِٱلۡحَقِّۚ فَذَبَحُوهَا وَمَا كَادُواْ يَفۡعَلُونَ ٧١
He said, "He says, 'It is a cow neither trained to plow the earth nor to irrigate the field, one free from fault with no spot upon her.'" They said, "Now you have come with the truth." So they slaughtered her, but they could hardly do it.
มูซาก็ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงอัลลอฮ์ได้ตรัสว่า แท้จริงแล้วลักษณะของวัวตัวนี้ คือ มันเป็นวัวที่ยังไม่เคยถูกใช้งานในการไถดิน และยังไม่เคยถูกใช้ในการทดน้ำเข้านา มันเป็นวัวที่สมบูรณ์ปราศจากตำหนิใดๆ ที่ตัวของมันนั้นไม่มีเครื่องหมายใดๆ ที่มาจากสีอื่นนอกจากสีของมันที่เป็นสีเหลืองเท่านั้น และในขณะนั้นเองพวกเขาก็กล่าวว่า บัดนี้ท่านได้บอกลักษณะอันถีถ้วนที่บอกถึงวัวตัวนั้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แล้วพวกเขาก็เชือดมัน หลังจากที่พวกเขาเกือบจะเชือดมันไม่ได้ เนื่องด้วยการโต้เถียงและการตั้งคำถามที่ยุ่งยาก
2:72Page 11
وَإِذۡ قَتَلۡتُمۡ نَفۡسٗا فَٱدَّٰرَٰءۡتُمۡ فِيهَاۖ وَٱللَّهُ مُخۡرِجٞ مَّا كُنتُمۡ تَكۡتُمُونَ ٧٢
And [recall] when you slew a man and disputed1 over it, but Allāh was to bring out that which you were concealing.
และจงรำลึกถึงขณะที่พวกเจ้าฆ่าคนคนหนึ่งที่มาจากพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าต่างปกป้องตัวเอง ซึ่งแต่ละคนก็พยามยามปัดข้อกล่าวหาการสังหารนั้นออกไปจากตัวของเขา และก็ปัดโยนมันไปยังผู้อื่น จนกระทั่งพวกเจ้าได้ขัดแย้งกันเอง และอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงเปิดเผยสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดไว้ซึ่งการสังหารอันไร้เดียงสานั้น
2:73Page 11
فَقُلۡنَا ٱضۡرِبُوهُ بِبَعۡضِهَاۚ كَذَٰلِكَ يُحۡيِ ٱللَّهُ ٱلۡمَوۡتَىٰ وَيُرِيكُمۡ ءَايَٰتِهِۦ لَعَلَّكُمۡ تَعۡقِلُونَ ٧٣
So We said, "Strike him [i.e., the slain man] with part of it."1 Thus does Allāh bring the dead to life, and He shows you His signs that you might reason.
แล้วเราได้กล่าวแก่พวกเจ้าว่า จงตีชายที่ถูกฆ่า ด้วยส่วนหนึ่งส่วนใดของวัวที่พวกเจ้าถูกสั่งใช้ให้เชือด แท้จริงแล้วอัลลอฮฺจะทรงให้เขามีชีวิตขึ้นมาเพื่อเขานั้นจะได้บอกว่าใครคือฆาตกร ดังนั้นพวกเขาก็ได้ปฏิบัติเช่นนั้น แล้วเขาก็ได้บอกถึงผู้ที่ฆ่าเขา และการชุบชีวิตของผู้ตายคนนี้ก็เปรียบเสมือนดั่งที่อัลลอฮฺนั้นจะทรงชุบชีวิตของผู้ตายทั้งหลายให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ในวันกิยามะฮฺนั่นเอง และจะทรงให้พวกเจ้าเห็นสัญญาณอันชัดแจ้งต่างๆที่แสดงถึงความปรีชาญาณของพระองค์ เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญาทบทวนมัน แล้วจะศรัทธาอย่างจริงจังต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา เสียที
2:74Page 11
ثُمَّ قَسَتۡ قُلُوبُكُم مِّنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَ فَهِيَ كَٱلۡحِجَارَةِ أَوۡ أَشَدُّ قَسۡوَةٗۚ وَإِنَّ مِنَ ٱلۡحِجَارَةِ لَمَا يَتَفَجَّرُ مِنۡهُ ٱلۡأَنۡهَٰرُۚ وَإِنَّ مِنۡهَا لَمَا يَشَّقَّقُ فَيَخۡرُجُ مِنۡهُ ٱلۡمَآءُۚ وَإِنَّ مِنۡهَا لَمَا يَهۡبِطُ مِنۡ خَشۡيَةِ ٱللَّهِۗ وَمَا ٱللَّهُ بِغَٰفِلٍ عَمَّا تَعۡمَلُونَ ٧٤
Then your hearts became hardened after that, being like stones or even harder. For indeed, there are stones from which rivers burst forth, and there are some of them that split open and water comes out, and there are some of them that fall down for fear of Allāh. And Allāh is not unaware of what you do.
จากนั้นหัวใจของพวกเจ้าก็แข็งกระด้าง หลังจากที่มีการตักเตือนที่ดีและปาฏิหาริย์ที่น่าอัศจรรย์เหล่านี้ จนกระทั่งหัวใจของพวกเจ้าแข็งประดุจดั่งก้อนหิน แต่(หัวใจของพวกเจ้า)แข็งกระด้างกว่า ซึ่งมันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนจากสภาพเดิมของมันได้อีกเลย ส่วนหินนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนสภาพได้ เพราะแท้จริงในบรรดาหินนั้น มีบางก้อนที่บรรดาธารน้ำพุ่งออกจากมัน และบางก้อนแตกออก แล้วมีน้ำออกจากมัน เป็นตาน้ำต่างๆ ที่วิ่งไหลอยู่ในพื้นดิน ซึ่งมนุษย์และสัตว์ต่างๆก็ได้รับประโยชน์จากมัน และในบรรดาหินนั้นมีบางก้อนที่ทลายลงมาจากยอดของภูเขา ซึ่งเกิดจากความเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺ แต่หัวใจของพวกเจ้ามิได้เป็นเช่นนั้น และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงเฉยเมยต่อสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน แต่ทว่าพระองค์คือผู้ที่รู้ดีเกี่ยวกับมัน และจะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามที่ได้กระทำไว้
2:75Page 11
۞ أَفَتَطۡمَعُونَ أَن يُؤۡمِنُواْ لَكُمۡ وَقَدۡ كَانَ فَرِيقٞ مِّنۡهُمۡ يَسۡمَعُونَ كَلَٰمَ ٱللَّهِ ثُمَّ يُحَرِّفُونَهُۥ مِنۢ بَعۡدِ مَا عَقَلُوهُ وَهُمۡ يَعۡلَمُونَ ٧٥
Do you covet [the hope, O believers], that they would believe for you while a party of them used to hear the words of Allāh and then distort it [i.e., the Torah] after they had understood it while they were knowing?
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย หลังจากที่พวกเจ้าได้รู้ถึงสภาพความเป็นจริงของพวกยิวและการดื้อรั้นของพวกเขา พวกเจ้ายังหวังที่จะให้พวกเขาศรัทธาและตอบรับต่อการเชิญชวนของพวกเจ้าอีกหรือ? ทั้งๆ ที่กลุ่มหนึ่งในบรรดาผู้รู้ของพวกเขาเคยสดับฟังคำพูดของอัลลอฮฺที่ได้ประทานลงมายังพวกเขาในคำภีร์อัตเตารอตฺ ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็บิดเบือนคำและความหมายของมันเสีย หลังจากที่พวกเขาเข้าใจและรับรู้ถึงมัน และพวกเขาก็รู้ดีถึงความผิดมหันต์จากอาชญากรรมของพวกเขา
2:76Page 11
وَإِذَا لَقُواْ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قَالُوٓاْ ءَامَنَّا وَإِذَا خَلَا بَعۡضُهُمۡ إِلَىٰ بَعۡضٖ قَالُوٓاْ أَتُحَدِّثُونَهُم بِمَا فَتَحَ ٱللَّهُ عَلَيۡكُمۡ لِيُحَآجُّوكُم بِهِۦ عِندَ رَبِّكُمۡۚ أَفَلَا تَعۡقِلُونَ ٧٦
And when they meet those who believe, they say, "We have believed"; but when they are alone with one another, they say, "Do you talk to them about what Allāh has revealed to you so they can argue with you about it before your Lord?" Then will you not reason?
ส่วนหนึ่งจากความย้อนแย้งและความเจ้าเล่ห์ของชาวยิวคือ เมื่อบางคนในหมู่พวกเขาได้เจอกับบรรดาผู้ศรัทธา พวกเขาก็จะสารภาพต่อบรรดาผู้ศรัทธาถึงการเป็นนบีที่แท้จริงของมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม และการเป็นรอซูลที่ถูกต้อง ซึ่งนั้นคือสิ่งที่คัมภีร์อัตเตารอตฺได้เป็นพยานยืนยันไว้ แต่เมื่อชาวยิวได้อยู่กันตามลำพังระหว่างพวกเขา พวกเขาจะตำหนิซึ่งกันและกันถึงสาเหตุของการสารภาพต่างๆ เหล่านี้ เพราะแท้จริงบรรดามุสลิมจะนำสิ่งเหล่านั้นไปเป็นหลักฐานโต้แย้งพวกเขา ในสิ่งที่ออกมาจากพวกเขาจากการสารภาพถึงความจริงของการเป็นนบี(ของมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม)
2:77Page 12
أَوَلَا يَعۡلَمُونَ أَنَّ ٱللَّهَ يَعۡلَمُ مَا يُسِرُّونَ وَمَا يُعۡلِنُونَ ٧٧
But do they not know that Allāh knows what they conceal and what they declare?
ชาวยิวเหล่านั้นกำลังเดินตามเส้นทางอันเลวทรามนี้ เสมือนกับว่าพวกเขานั้นไม่รู้ว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากำลังปกปิดจากคำพูดและการกระทำของพวกเขาทั้งหลาย และสิ่งที่พวกเขากำลังเปิดเผยมัน และพระองค์จะทรงทำให้มันปรากฏขึ้นมาต่อปวงบ่าวของพระองค์ และจะทรงเปิดเผยสิ่งที่ไม่ดีของพวกเขา
2:78Page 12
وَمِنۡهُمۡ أُمِّيُّونَ لَا يَعۡلَمُونَ ٱلۡكِتَٰبَ إِلَّآ أَمَانِيَّ وَإِنۡ هُمۡ إِلَّا يَظُنُّونَ ٧٨
And among them are unlettered ones who do not know the Scripture except [indulgement in] wishful thinking, but they are only assuming.
และในหมู่ชาวยิวนั้นจะมีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคัมภีร์อัตเตารอตฺเลย นอกจากการอ่านเท่านั้น และพวกเขาก็มิได้เข้าใจในเนื้อหาที่ได้ระบุไว้ และมิได้มีอะไรเลยสำหรับพวกเขา นอกจากเรื่องเล่าอันโกหกหลอกลวงทั้งหลายที่พวกเขาได้เอามันมาจากบรรดาผู้อาวุโสของพวกเขา ซึ่งพวกเขาคิดว่ามันคืออัตเตารอตฺที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงประทานมันลงมา
2:79Page 12
فَوَيۡلٞ لِّلَّذِينَ يَكۡتُبُونَ ٱلۡكِتَٰبَ بِأَيۡدِيهِمۡ ثُمَّ يَقُولُونَ هَٰذَا مِنۡ عِندِ ٱللَّهِ لِيَشۡتَرُواْ بِهِۦ ثَمَنٗا قَلِيلٗاۖ فَوَيۡلٞ لَّهُم مِّمَّا كَتَبَتۡ أَيۡدِيهِمۡ وَوَيۡلٞ لَّهُم مِّمَّا يَكۡسِبُونَ ٧٩
So woe1 to those who write the "scripture" with their own hands, then say, "This is from Allāh," in order to exchange it for a small price. Woe to them for what their hands have written and woe to them for what they earn.
ดังนั้นความวิบัติและการลงโทษอันหนักหน่วง มันกำลังรอคอยพวกเขาเหล่านั้นที่ขีดเขียนคัมภีร์ขึ้นมาด้วยมือของพวกเขาเอง แล้วพวกเขาก็กล่าวอย่างโกหกว่า นี่(คือคำภีร์ที่)มาจากอัลลอฮฺ เพื่อที่พวกเขาจะใช้สัจธรรมและการตามความถูกต้องนั้นเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่มีราคาน้อยนิดในโลกนี้ เช่น เงินทองและตำแหน่ง ดังนั้นความวิบัติและการลงโทษอันหนักหน่วงมีไว้สำหรับพวกเขา ตามสิ่งที่มือของพวกเขาได้เขียนขึ้นมา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาอุปโลกน์มันขึ้นมาต่ออัลลอฮฺ และความวิบัติกับการลงโทษอันหนักหน่วงนั้นจะประสบแก่พวกเขา ตามสิ่งที่พวกเขาได้มันมา(จากเจตนา)ที่อยู่เบื้องหลังการแลกเปลี่ยนดังกล่าวนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือตำแหน่ง
2:80Page 12
وَقَالُواْ لَن تَمَسَّنَا ٱلنَّارُ إِلَّآ أَيَّامٗا مَّعۡدُودَةٗۚ قُلۡ أَتَّخَذۡتُمۡ عِندَ ٱللَّهِ عَهۡدٗا فَلَن يُخۡلِفَ ٱللَّهُ عَهۡدَهُۥٓۖ أَمۡ تَقُولُونَ عَلَى ٱللَّهِ مَا لَا تَعۡلَمُونَ ٨٠
And they say, "Never will the Fire touch us, except for [a few] numbered days." Say, "Have you taken a covenant with Allāh? For Allāh will never break His covenant. Or do you say about Allāh that which you do not know?"
และพวกเขาเหล่านั้นกล่าวอย่างโกหกและหลอกลวงว่าไฟนรกนั้นจะไม่แตะต้องพวกเราอย่างแน่นอน และพวกเราก็จะไม่เข้าไปในนั้นเป็นอันขาด นอกจากไม่กี่วันเท่านั้น จงกล่าวเถิด -โอ้นบี - แก่พวกเขาเหล่านั้นว่า พวกเจ้าได้รับคำสัญญาจากอัลลอฮฺแล้วกระนั้นหรือ?(ที่บอกว่าไฟนรกจะไม่แตะต้องพวกเจ้า นอกจากไม่กี่วันเท่านั้น) หากมันเป็นเช่นนั้นจริง แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงผิดสัญญาของพระองค์อย่างแน่นอน หรือว่าพวกเจ้ากล่าวต่ออัลลอฮฺ ด้วยการโกหกและหลอกลวง ในสิ่งที่พวกเจ้าเองไม่รู้?
2:81Page 12
بَلَىٰۚ مَن كَسَبَ سَيِّئَةٗ وَأَحَٰطَتۡ بِهِۦ خَطِيٓـَٔتُهُۥ فَأُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلنَّارِۖ هُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٨١
Yes, [on the contrary], whoever earns evil and his sin has encompassed him - those are the companions of the Fire; they will abide therein eternally.
ความจริงมันไม่ใช่อย่างที่พวกเขากำลังคาดหมายเลย เพราะแท้จริงแล้วอัลลอฮฺจะทรงลงโทษทุกคน ที่เขานั้นขวนขวายความชั่วแห่งการปฏิเสธศรัทธา และบาปของเขาได้ล้อมรอบตัวเขาไว้ทุกๆด้าน และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาด้วยการให้พวกเขาเข้าไปในนรกและประจำอยู่กับมัน โดยที่พวกเขาจะอยู่ในนั้นตลอกกาล
2:82Page 12
وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ أُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلۡجَنَّةِۖ هُمۡ فِيهَا خَٰلِدُونَ ٨٢
But they who believe and do righteous deeds - those are the companions of Paradise; they will abide therein eternally.
และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและต่อเราะสูลของพระองค์ พร้อมด้วยการประกอบคุณงามความดี ผลตอบแทนของพวกเขา ณ ที่อัลลอฮฺนั้นคือการเข้าไปพำนักอยู่ในสรวงสวรรค์และประจำอยู่กับมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์ไปตลอดกาล
2:83Page 12
وَإِذۡ أَخَذۡنَا مِيثَٰقَ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ لَا تَعۡبُدُونَ إِلَّا ٱللَّهَ وَبِٱلۡوَٰلِدَيۡنِ إِحۡسَانٗا وَذِي ٱلۡقُرۡبَىٰ وَٱلۡيَتَٰمَىٰ وَٱلۡمَسَٰكِينِ وَقُولُواْ لِلنَّاسِ حُسۡنٗا وَأَقِيمُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتُواْ ٱلزَّكَوٰةَ ثُمَّ تَوَلَّيۡتُمۡ إِلَّا قَلِيلٗا مِّنكُمۡ وَأَنتُم مُّعۡرِضُونَ ٨٣
And [recall] when We took the covenant from the Children of Israel, [enjoining upon them], "Do not worship except Allāh; and to parents do good and to relatives, orphans, and the needy. And speak to people good [words] and establish prayer and give zakāh." Then you turned away, except a few of you, and you were refusing.
และจงรำลึกเถิด -โอ้วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย- ถึงคำมั่นสัญญาที่เราได้สัญญามันไว้เหนือพวกเจ้าว่า พวกเจ้าจะต้องให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียว และจะไม่เคารพสักการะต่อสิ่งอื่นร่วมกับพระองค์ และพวกเจ้าจงทำดีต่อบิดามารดา ญาติที่ใกล้ชิด เด็กกำพร้า และผู้ขัดสนที่มีความต้องการ และจงพูดจากับเพื่อนมนุษย์ด้วยคำพูดที่ดี สั่งใช้กันในสิ่งที่ดีและตักเตือนกันจากการทำชั่วโดยปราศจากรูปแบบที่แข็งกระด้างและรุนแรง และจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดที่สมบูรณ์ ตามแบบที่ฉันได้สั่งไว้ต่อพวกเจ้า และจงชำระซะกาตโดยการแจกจ่ายมันแก่บรรดาผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับมัน เพื่อเป็นการทำให้ชีวิตของเจ้าดีขึ้นด้วยการจ่ายซะกาตนั้น แต่หลังจากทำสัญญานี้แล้ว มันก็มิได้มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเจ้าเลย นอกจากการเปลี่ยนแปลงของพวกเจ้าด้วยการเป็นผู้ที่หักหลังต่อความซื่อสัตย์ในสิ่งที่พระองค์ได้สัญญาไว้เหนือพวกเจ้า
2:84Page 13
وَإِذۡ أَخَذۡنَا مِيثَٰقَكُمۡ لَا تَسۡفِكُونَ دِمَآءَكُمۡ وَلَا تُخۡرِجُونَ أَنفُسَكُم مِّن دِيَٰرِكُمۡ ثُمَّ أَقۡرَرۡتُمۡ وَأَنتُمۡ تَشۡهَدُونَ ٨٤
And [recall] when We took your covenant, [saying], "Do not shed your [i.e., each other's] blood or evict one another from your homes." Then you acknowledged [this] while you were witnessing.
และจงรำลึกถึงคำมั่นสัญญาที่เราได้ทำกับพวกเจ้าไว้ในอัตเตารอตฺ คือ ไม่อนุญาตให้หลั่งเลือดระหว่างพวกเจ้า และไม่อนุญาตให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งของพวกเจ้าขับไล่อีกกลุ่มหนึ่งออกจากหมู่บ้านของเขา แล้วพวกเจ้าก็ยอมรับในสัญญานั้นที่เราได้ทำกับพวกเจ้าไว้ และพวกเจ้าก็เป็นพยานบนความถูกต้องของมัน
2:85Page 13
ثُمَّ أَنتُمۡ هَٰٓؤُلَآءِ تَقۡتُلُونَ أَنفُسَكُمۡ وَتُخۡرِجُونَ فَرِيقٗا مِّنكُم مِّن دِيَٰرِهِمۡ تَظَٰهَرُونَ عَلَيۡهِم بِٱلۡإِثۡمِ وَٱلۡعُدۡوَٰنِ وَإِن يَأۡتُوكُمۡ أُسَٰرَىٰ تُفَٰدُوهُمۡ وَهُوَ مُحَرَّمٌ عَلَيۡكُمۡ إِخۡرَاجُهُمۡۚ أَفَتُؤۡمِنُونَ بِبَعۡضِ ٱلۡكِتَٰبِ وَتَكۡفُرُونَ بِبَعۡضٖۚ فَمَا جَزَآءُ مَن يَفۡعَلُ ذَٰلِكَ مِنكُمۡ إِلَّا خِزۡيٞ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَيَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ يُرَدُّونَ إِلَىٰٓ أَشَدِّ ٱلۡعَذَابِۗ وَمَا ٱللَّهُ بِغَٰفِلٍ عَمَّا تَعۡمَلُونَ ٨٥
Then, you are those [same ones who are] killing one another and evicting a party of your people from their homes, cooperating against them in sin and aggression. And if they come to you as captives, you ransom them, although their eviction was forbidden to you. So do you believe in part of the Scripture and disbelieve in part? Then what is the recompense for those who do that among you except disgrace in worldly life; and on the Day of Resurrection they will be sent back to the severest of punishment. And Allāh is not unaware of what you do.
หลังจากนั้นพวกเจ้าก็ผิดคำสัญญานี้ พวกเจ้าจากกลุ่มหนึ่งได้ทำการฆ่าอีกกลุ่มหนึ่ง และทำการขับไล่กลุ่มหนึ่งในหมู่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเขา โดยที่พวกเจ้าได้ขอความช่วยเหลื่อจากศัตรูเพื่อชัยชนะเหนือพวกเขา อย่างอยุติธรรมและเป็นศัตรูกัน และถ้าพวกเขาได้มายังพวกเจ้าในฐานะเชลยที่ตกอยู่ในน้ำมือของศัตรู พวกเจ้าก็จะหาทางดำเนินจ่ายค่าไถ่ตัวเพื่อให้พวกเขาพ้นจากการเป็นเชลย พร้อมกันนั้นการขับไล่พวกเขาออกจากบ้านของพวกเขานั้นก็เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกเจ้าเช่นกัน ดังนั้นพวกเจ้าจะศรัทธาแต่เพียงบางส่วนของคัมภีร์อัตเตารอตฺ อาทิ เรื่องความจำเป็นในการไถ่ถอนเชลยศึก และปฏิเสธอีกบางส่วนที่อยู่ในนั้น อาทิ การปกป้องสายเลือดและห้ามขับไล่บางส่วนของพวกเจ้าออกไปจากบ้านเรือนของพวกเขานั้นได้อย่างไรกัน? ดังนั้นไม่มีสิ่งใดเป็นการตอบแทนสำหรับผู้กระทำเช่นนั้นในหมู่พวกเจ้านอกจากความตกต่ำและอัปยศอดสูในชีวิตความเป็นอยู่ในโลกนี้ ส่วนในโลกหน้านั้น พวกเขาก็จะถูกนำกลับไปสู่การลงโทษที่แสนสาหัสยิ่ง และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงเฉยเมยในสิ่งที่พวกเจ้าได้ทำกัน แต่ทว่าพระองค์นั้นคือผู้รอบรู้เกี่ยวกับเขา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าด้วยการกระทำนั้น
2:86Page 13
أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ ٱشۡتَرَوُاْ ٱلۡحَيَوٰةَ ٱلدُّنۡيَا بِٱلۡأٓخِرَةِۖ فَلَا يُخَفَّفُ عَنۡهُمُ ٱلۡعَذَابُ وَلَا هُمۡ يُنصَرُونَ ٨٦
Those are the ones who have bought the life of this world [in exchange] for the Hereafter, so the punishment will not be lightened for them, nor will they be aided.
ชนเหล่านี้ คือ ผู้ที่แสวงหา(ความสุข)ของชีวิตความเป็นอยู่ในโลกนี้ด้วยการนำอาคิเราะฮ์เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ยอมสละตนเพื่อสิ่งที่สักวันต้องสูญสลายเหนือสิ่งที่คงอยู่ไปตลอดกาล ดังนั้น การลงโทษจึงไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขาในปรโลก และสำหรับพวกเขานั้นจะไม่มีผู้ช่วยใดเลยที่จะมาคอยให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาในวันนั้น
2:87Page 13
وَلَقَدۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ وَقَفَّيۡنَا مِنۢ بَعۡدِهِۦ بِٱلرُّسُلِۖ وَءَاتَيۡنَا عِيسَى ٱبۡنَ مَرۡيَمَ ٱلۡبَيِّنَٰتِ وَأَيَّدۡنَٰهُ بِرُوحِ ٱلۡقُدُسِۗ أَفَكُلَّمَا جَآءَكُمۡ رَسُولُۢ بِمَا لَا تَهۡوَىٰٓ أَنفُسُكُمُ ٱسۡتَكۡبَرۡتُمۡ فَفَرِيقٗا كَذَّبۡتُمۡ وَفَرِيقٗا تَقۡتُلُونَ ٨٧
And We did certainly give Moses the Scripture [i.e., the Torah] and followed up after him with messengers. And We gave Jesus, the son of Mary, clear proofs and supported him with the Pure Spirit [i.e., the angel Gabriel]. But is it [not] that every time a messenger came to you, [O Children of Israel], with what your souls did not desire, you were arrogant? And a party [of messengers] you denied and another party you killed.
และแท้จริง เราได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตฺแก่มูซา และได้ส่งบรรดาเราะสูลสืบต่อเนื่องกันมาหลังจากเขา โดยตามรอยของเขา และเราได้ให้สัญญาณต่าง ๆ อันชัดแจ้งแก่อีซาบุตรของมัรยัมเพื่อยืนยันถึงความสัจจริงของเขา เช่น การชุบชีวิตคนตายให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ และรักษาคนตาบอดและคนที่เป็นโรคเรื้อน และเราก็ได้ทำให้เขาเข้มแข็งด้วยมลาอิกะฮ์ที่ชื่อญิบรีล อะลัยฮิสลาม โอ้วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย มันเป็นสิ่งที่ควรแล้วหรือ ที่ทุกครั้งที่ได้มีเราะสูลนำ(สัจธรรม)มายังพวกเจ้าแล้ว เป็นที่ไม่สบอารมณ์ของพวกเจ้า พวกเจ้าก็แสดงความทะนงเหนือสัจธรรม และลำพองเหนือบรรดาเราะสูล แล้วทำให้พวกเจ้าต้องปฏิเสธกลุ่มหนึ่ง และอีกกลุ่มหนึ่งพวกเจ้าก็ฆ่ากัน?!
2:88Page 13
وَقَالُواْ قُلُوبُنَا غُلۡفُۢۚ بَل لَّعَنَهُمُ ٱللَّهُ بِكُفۡرِهِمۡ فَقَلِيلٗا مَّا يُؤۡمِنُونَ ٨٨
And they said, "Our hearts are wrapped."1 But, [in fact], Allāh has cursed them for their disbelief, so little is it that they believe.
แท้จริงข้ออ้างที่ชาวยิวใช้โต้แย้ง(ถึงสาเหตุของ)การไม่ยอมปฏิบัติตามมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น คือคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า แท้จริงหัวใจของพวกเราถูกห่อหุ้มไว้ (ดังนั้น) จะไม่มีคำพูดใด ๆ ของเจ้าเข้าสู่หัวใจ (ของพวกเราเลย) และ (หัวใจของพวกเขา) จะไม่เข้าใจในสื่งที่เจ้าพูด แต่ความจริงมันมิใช่ดังที่พวกเขาได้กล่าวอ้างหรอก แต่ทว่าอัลลอฮ์ได้ทรงขับพวกเขาออกจากความเมตตาของพระองค์ต่างหาก เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะไม่ศรัทธาต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานลงมา นอกจากส่วนน้อยเท่านั้น
2:89Page 14
وَلَمَّا جَآءَهُمۡ كِتَٰبٞ مِّنۡ عِندِ ٱللَّهِ مُصَدِّقٞ لِّمَا مَعَهُمۡ وَكَانُواْ مِن قَبۡلُ يَسۡتَفۡتِحُونَ عَلَى ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ فَلَمَّا جَآءَهُم مَّا عَرَفُواْ كَفَرُواْ بِهِۦۚ فَلَعۡنَةُ ٱللَّهِ عَلَى ٱلۡكَٰفِرِينَ ٨٩
And when there came to them a Book [i.e., the Qur’ān] from Allāh confirming that which was with them - although before they used to pray for victory against those who disbelieved - but [then] when there came to them that which they recognized, they disbelieved in it; so the curse of Allāh will be upon the disbelievers.
และเมื่อได้มีคัมภีร์อัลกุรอานที่มาจากอัลลอฮฺมายังพวกเขา และมันมีความสอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์เตารอตฺและอินญิลที่เกี่ยวกับหลักการทั่วๆ ไปที่ถูกต้อง และก่อนที่จะมีการประทานอัลกุรอานลงมา พวกเขาเคยกล่าวว่า พวกเราจะมีชัยชนะเหนือบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี และชัยชนะจะเป็นของเราครั้นเมื่อนบีนั้นถูกบังเกิดขึ้น แล้วเราก็จะศรัทธาต่อเขาและติดตามเขา แต่แล้วครั้นเมื่ออัลกุรอานถูกประทานลงมาและมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัม ได้มายังพวกเขาตรงตามคุณลักษณะที่พวกเขารู้และตรงตามความจริงที่พวกเขาทราบกันดี พวกเขาก็กลับปฏิเสธสิ่งนั้นเสีย ดังนั้นการสาปแช่งของอัลลอฮฺจึงมีแก่บรรดาผู้ปฏิเสธต่ออัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences