Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
An-Nur 24:35–62
24:35Page 354
۞ ٱللَّهُ نُورُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۚ مَثَلُ نُورِهِۦ كَمِشۡكَوٰةٖ فِيهَا مِصۡبَاحٌۖ ٱلۡمِصۡبَاحُ فِي زُجَاجَةٍۖ ٱلزُّجَاجَةُ كَأَنَّهَا كَوۡكَبٞ دُرِّيّٞ يُوقَدُ مِن شَجَرَةٖ مُّبَٰرَكَةٖ زَيۡتُونَةٖ لَّا شَرۡقِيَّةٖ وَلَا غَرۡبِيَّةٖ يَكَادُ زَيۡتُهَا يُضِيٓءُ وَلَوۡ لَمۡ تَمۡسَسۡهُ نَارٞۚ نُّورٌ عَلَىٰ نُورٖۚ يَهۡدِي ٱللَّهُ لِنُورِهِۦ مَن يَشَآءُۚ وَيَضۡرِبُ ٱللَّهُ ٱلۡأَمۡثَٰلَ لِلنَّاسِۗ وَٱللَّهُ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٞ ٣٥
Allāh is the Light1 of the heavens and the earth. The example of His light2 is like a niche within which is a lamp;3 the lamp is within glass, the glass as if it were a pearly [white] star lit from [the oil of] a blessed olive tree, neither of the east nor of the west, whose oil would almost glow even if untouched by fire. Light upon light. Allāh guides to His light whom He wills. And Allāh presents examples for the people, and Allāh is Knowing of all things.
อัลลอฮฺทรงเป็นแสงสว่างแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและเป็นผู้ชี้นำแก่ทุกสิ่งที่อยู่ในทั้งสอง แสงสว่างของพระองค์ในดวงใจของผู้ศรัทธานั้น เสมือนดัง (แสงสว่างของ) ตะเกียงในช่องผนังที่ไม่มีช่องทะลุ ตะเกียงนั้นอยู่ในโคมแก้วที่เรืองแสง เสมือนดวงดาวที่ประกายแสง และตะเกียงนั้นได้ถูกจุดจากน้ำมันของต้นไม้ที่มีความจำเริญคือต้นมะกอก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ไม่มีสิ่งใดๆจะบดบังมันจากแสงอาทิตย์ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น ด้วยความใสบริสุทธิ์ของน้ำมันนั้น มันเกือบจะส่องแสงออกมาด้วยตัวของมันเองถึงแม้ว่าจะไม่มีไฟจุดมันก็ตาม แล้วถ้ามันโดนไฟจุดขึ้นมา มันจะเป็นอย่างไร?! แสงสว่างของตะเกียงซ้อนแสงสว่างของโคมไฟ และนี่เหละคือดวงใจของผู้ศรัทธาเมื่อใดที่ถูกส่องด้วยแสงฮิดายะฮฺ และอัลลอฮฺทรงให้ความง่ายดายในการปฏิบัติตามคัมภีร์อัลกรุอ่านให้กับบ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺทรงชี้ชัดสิ่งต่างๆ ด้วยสิ่งที่คล้ายคลึงกันเพื่อมนุษย์ได้เกิดความกระจ่างโดยการยกอุทาหรณ์ทั้งหลายมา และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง จะไม่มีสิ่งใดที่จะถูกซ่อนไว้
24:36Page 354
فِي بُيُوتٍ أَذِنَ ٱللَّهُ أَن تُرۡفَعَ وَيُذۡكَرَ فِيهَا ٱسۡمُهُۥ يُسَبِّحُ لَهُۥ فِيهَا بِٱلۡغُدُوِّ وَٱلۡأٓصَالِ ٣٦
[Such niches are] in houses [i.e., mosques] which Allāh has ordered to be raised and that His name be mentioned [i.e., praised] therein; exalting Him within them in the morning and the evenings1
โคมไฟนี้จะสว่างไสวในมัสยิดต่างๆ ที่อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาให้เคารพและสร้างมันขึ้นมา และรำลึกพระนามของพระองค์ในมัสยิดด้วยการอาซาน การรำลึกพระองค์ และการละหมาด โดยการละหมาดในมัสยิดนั้นเพื่อหวังความพอพระทัยของพระองค์ ทั้งในยามเช้าและยามพลบค่ำ
24:37Page 355
رِجَالٞ لَّا تُلۡهِيهِمۡ تِجَٰرَةٞ وَلَا بَيۡعٌ عَن ذِكۡرِ ٱللَّهِ وَإِقَامِ ٱلصَّلَوٰةِ وَإِيتَآءِ ٱلزَّكَوٰةِ يَخَافُونَ يَوۡمٗا تَتَقَلَّبُ فِيهِ ٱلۡقُلُوبُ وَٱلۡأَبۡصَٰرُ ٣٧
[Are] men whom neither commerce nor sale distracts from the remembrance of Allāh and performance of prayer and giving of zakāh. They fear a Day in which the hearts and eyes will [fearfully] turn about -
บรรดาชายที่การซื้อขายมิได้ทำให้พวกเขาหันห่างออกจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮฺ การดำรงละหมาดอย่างสมบูรณ์ และการจ่ายซะกาตให้กับกลุ่มเป้าหมายของมัน เพราะพวกเขากลัววันกิยามะฮฺ (วันปรโลก) วันที่หัวใจผันผวนระหว่างความหวังที่อยากให้รอดจากการลงโทษและการเกรงกลัวมัน และเป็นวันที่สายตาจะเหลือกลานไปในทุกทิศทาง
24:38Page 355
لِيَجۡزِيَهُمُ ٱللَّهُ أَحۡسَنَ مَا عَمِلُواْ وَيَزِيدَهُم مِّن فَضۡلِهِۦۗ وَٱللَّهُ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٖ ٣٨
That Allāh may reward them [according to] the best of what they did and increase them from His bounty. And Allāh gives provision to whom He wills without account [i.e., limit].
พวกเขาได้กระทำสิ่งนั้นเพื่อที่จะให้อัลลอฮฺได้ทรงตอบแทนการกระทำของพวกเขาอย่างดีเยี่ยม และพระองค์จะทรงเพิ่มการตอบแทนให้พวกเขาอีกจากความโปรดปรานของพระองค์ และอัลลอฮฺทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณถึงปริมาณการกระทำของพวกเขา แต่จะทรงตอบแทนพวกเขาหลายเท่าตัวในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้
24:39Page 355
وَٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ أَعۡمَٰلُهُمۡ كَسَرَابِۭ بِقِيعَةٖ يَحۡسَبُهُ ٱلظَّمۡـَٔانُ مَآءً حَتَّىٰٓ إِذَا جَآءَهُۥ لَمۡ يَجِدۡهُ شَيۡـٔٗا وَوَجَدَ ٱللَّهَ عِندَهُۥ فَوَفَّىٰهُ حِسَابَهُۥۗ وَٱللَّهُ سَرِيعُ ٱلۡحِسَابِ ٣٩
But those who disbelieved - their deeds are like a mirage in a lowland which a thirsty one thinks is water until, when he comes to it, he finds it is nothing but finds Allāh before him, and He will pay him in full his due; and Allāh is swift in account.
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น การงานของพวกเขาที่ได้กระทำไว้จะไม่มีผลตอบแทนใดๆ เปรียบเสมือนภาพลวงตาบนดินที่ราบต่ำ ซึ่งคนกระหายน้ำคิดว่ามันเป็นแอ่งน้ำ แล้วเดินไปหามันจนกระทั้งพวกเขามาถึงมันและได้ยืนดูใกล้ๆ มันแต่กลับไม่พบน้ำเลย และผู้ปฏิเสธศรัทธาก็เช่นเดียวกัน เขาคิดว่าการงานของเขาจะเป็นประโยชน์แก่เขา จนกระทั่งเมื่อเขาได้ตายไปและถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมา เขาจะไม่ได้รับผลตอบแทนของมันเลย และเขาได้พบพระผู้อภิบาลของเขา (อัลลอฮฺ) ทรงอยู่ประจันหน้าเขา แล้วพระองค์ทรงตอบแทนบัญชีการงานของเขาอย่างครบครัน และอัลลอฮฺนั้นทรงฉับพลันในการตอบแทน
24:40Page 355
أَوۡ كَظُلُمَٰتٖ فِي بَحۡرٖ لُّجِّيّٖ يَغۡشَىٰهُ مَوۡجٞ مِّن فَوۡقِهِۦ مَوۡجٞ مِّن فَوۡقِهِۦ سَحَابٞۚ ظُلُمَٰتُۢ بَعۡضُهَا فَوۡقَ بَعۡضٍ إِذَآ أَخۡرَجَ يَدَهُۥ لَمۡ يَكَدۡ يَرَىٰهَاۗ وَمَن لَّمۡ يَجۡعَلِ ٱللَّهُ لَهُۥ نُورٗا فَمَا لَهُۥ مِن نُّورٍ ٤٠
Or [they are] like darknesses within an unfathomable sea which is covered by waves, upon which are waves, over which are clouds - darknesses, some of them upon others. When one puts out his hand [therein], he can hardly see it. And he to whom Allāh has not granted light - for him there is no light.
หรือการงานของพวกเขา (บรรดาผู้ปฏิเสธ) เปรียบเสมือนความมืดมนทั้งหลายในท้องทะเลลึก ที่มีคลื่นซ้อนคลื่นท่วมมิดตัวเขาและเบื้องบนของคลื่นนั้นก็มีเมฆหนาทึบปิดกันการมองเห็นดวงดาวต่างๆที่ใช้ไว้นำทาง เป็นความมืดมนที่ซ้อนกันต่อเป็นชั้นๆ ซึ่งเมื่อผู้ที่อยู่ในความมืดมนนี้ได้เอามือของเขาออกมา เขาแทบจะมองไม่เห็นมันเลย เนื่องด้วยความมืดที่ทึบมาก และผู้ปฏิเสธศรัทธาก็เป็นเช่นนี้เเหละ โดยที่ความมืดมนแห่งความอวิชา ความสงสัย ความสับสนและการประทับตราลงบนหัวใจของเขาได้ทับถมอยู่ในตัวเขา และผู้ใดที่อัลลอฮฺไม่ประสงค์ให้เขาได้รับทางนำเพื่อให้ออกจากการหลง และรับรู้ถึงคัมภีร์ของพระองค์ ดังนั้นจะไม่มีทางนำสำหรับเขาที่จะชี้ทางให้แก่เขา และจะไม่มีคัมภีร์ใดที่จะทำให้เขาได้รับแสงสว่าง
24:41Page 355
أَلَمۡ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ يُسَبِّحُ لَهُۥ مَن فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَٱلطَّيۡرُ صَٰٓفَّٰتٖۖ كُلّٞ قَدۡ عَلِمَ صَلَاتَهُۥ وَتَسۡبِيحَهُۥۗ وَٱللَّهُ عَلِيمُۢ بِمَا يَفۡعَلُونَ ٤١
Do you not see that Allāh is exalted by whomever is within the heavens and the earth and [by] the birds with wings spread [in flight]? Each [of them] has known his [means of] prayer and exalting [Him], and Allāh is Knowing of what they do.
โอ้ เราะสูลเอ๋ย เจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้น คือพระองค์ผู้ซึ่งที่ทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และนกที่กางปีกกลางอากาศอยู่นั้น ต่างก็แซ่ซ้องสดุดีพระองค์ ซึ่งทั้งหมดนั้น อัลลอฮฺให้เขารู้ถึงการสวดวิงวอนของเขา เช่น มนุษย์ และการแซ่ซ้องสดุดีของเขา เช่น นก และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ การกระทำของพวกเขาทุกอย่างจะไม่ถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ
24:42Page 355
وَلِلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ وَإِلَى ٱللَّهِ ٱلۡمَصِيرُ ٤٢
And to Allāh belongs the dominion of the heavens and the earth, and to Allāh is the destination.
และการครอบครองทั้งหมดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้เดียว และยังอัลลอฮฺพระองค์เดียวที่ทั้งหมดต้องกลับไปหาในวันปรโลกเพื่อพิพากษาและรับผลตอบแทน
24:43Page 355
أَلَمۡ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ يُزۡجِي سَحَابٗا ثُمَّ يُؤَلِّفُ بَيۡنَهُۥ ثُمَّ يَجۡعَلُهُۥ رُكَامٗا فَتَرَى ٱلۡوَدۡقَ يَخۡرُجُ مِنۡ خِلَٰلِهِۦ وَيُنَزِّلُ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مِن جِبَالٖ فِيهَا مِنۢ بَرَدٖ فَيُصِيبُ بِهِۦ مَن يَشَآءُ وَيَصۡرِفُهُۥ عَن مَّن يَشَآءُۖ يَكَادُ سَنَا بَرۡقِهِۦ يَذۡهَبُ بِٱلۡأَبۡصَٰرِ ٤٣
Do you not see that Allāh drives clouds? Then He brings them together; then He makes them into a mass, and you see the rain emerge from within it. And He sends down from the sky, mountains [of clouds] within which is hail, and He strikes with it whom He wills and averts it from whom He wills. The flash of its lightning almost takes away the eyesight.
โอ้รอสูลเอ๋ย เจ้ามิได้เห็นหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงให้เมฆลอย แล้วทรงทำให้ประสานตัวซึ่งกันและกัน แล้วทรงทำให้รวมกันเป็นกลุ่มก้อนซ้อนกัน แล้วเจ้าก็จะเห็นฝนโปรยลงมาจากกลุ่มเมฆนั้น และพระองค์ทรงให้น้ำแข็งเหมือนก้อนหินเล็กๆ ตกลงมาจากฟากฟ้าจากกลุ่มเมฆที่หนาทึบที่ความยิ่งใหญ่ของมันคล้ายภูเขา แล้วพระองค์จะทรงให้ลูกเห็บนั้นหล่นลงมาโดนผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบ่าวของพระองค์ และพระองค์จะทรงให้มันผ่านพ้นไปจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากพวกเขา แสงประกายของสายฟ้าแลบที่สว่างจ้าเกือบจะเฉี่ยวสายตาผู้ที่มองดู
24:44Page 356
يُقَلِّبُ ٱللَّهُ ٱلَّيۡلَ وَٱلنَّهَارَۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَعِبۡرَةٗ لِّأُوْلِي ٱلۡأَبۡصَٰرِ ٤٤
Allāh alternates the night and the day. Indeed in that is a lesson for those who have vision.
อัลลอฮฺทรงสับเปลี่ยนระหว่างกลางคืนและกลางวันที่ทำให้มีระยะเวลาที่ยาวและสั้น และหมุนเวียนกลับไปกลับมา แท้จริงแล้วสิ่งที่ได้กล่าวมาที่เกี่ยวกับสัญญาณต่างๆจากสัญญาณการเป็นพระผู้ทรงอภิบาลของพระองค์อัลลอฮ(เช่น การสร้าง การมีอำนาจกรรมสิทธิ์ การบริหารจัดการ และอื่นๆทั้งหมดนั้น) เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับบรรดาผู้มีสายตาสังเกตต่อเดชานุภาพของอัลลอฮฺและความเป็นเอกภาพของพระองค์
24:45Page 356
وَٱللَّهُ خَلَقَ كُلَّ دَآبَّةٖ مِّن مَّآءٖۖ فَمِنۡهُم مَّن يَمۡشِي عَلَىٰ بَطۡنِهِۦ وَمِنۡهُم مَّن يَمۡشِي عَلَىٰ رِجۡلَيۡنِ وَمِنۡهُم مَّن يَمۡشِي عَلَىٰٓ أَرۡبَعٖۚ يَخۡلُقُ ٱللَّهُ مَا يَشَآءُۚ إِنَّ ٱللَّهَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٤٥
Allāh has created every [living] creature from water. And of them are those that move on their bellies, and of them are those that walk on two legs, and of them are those that walk on four. Allāh creates what He wills. Indeed, Allāh is over all things competent.
และอัลลอฮฺทรงให้บังเกิดสัตว์ทุกชนิดที่คืบคลานบนหน้าแผ่นดินจากเชื้ออสุจิ แล้วในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เคลื่อนย้ายด้วยท้องของมัน เช่น งูต่างๆ และในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เดินด้วยสองเท้า เช่น มนุษย์และนก และในหมู่พวกมันจะมีชนิดที่เดินด้วยสี่เท้า เช่น สัตย์สี่ขาทั้งหลาย อัลลอฮฺทรงบังเกิดสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ทั้งที่ได้กล่าวมาและไม่ได้กล่าว แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์ล้มเหลวได้
24:46Page 356
لَّقَدۡ أَنزَلۡنَآ ءَايَٰتٖ مُّبَيِّنَٰتٖۚ وَٱللَّهُ يَهۡدِي مَن يَشَآءُ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٤٦
We have certainly sent down distinct verses. And Allāh guides whom He wills to a straight path.
โดยแน่นอน เราได้ประทานแก่มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งโองการต่าง ๆ อันชัดแจ้งที่จะนำพาไปสู่เส้นทางแห่งสัจธรรม และอัลลอฮ์ทรงอนุมัติแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์สู่เส้นทางที่เที่ยงตรงไม่โค้งงอ แล้วทางนั้นจะนำพาเขาไปสู่สรวงสวรรค์ของอัลลอฮ์
24:47Page 356
وَيَقُولُونَ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ وَبِٱلرَّسُولِ وَأَطَعۡنَا ثُمَّ يَتَوَلَّىٰ فَرِيقٞ مِّنۡهُم مِّنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَۚ وَمَآ أُوْلَٰٓئِكَ بِٱلۡمُؤۡمِنِينَ ٤٧
But they [i.e., the hypocrites] say, "We have believed in Allāh and in the Messenger, and we obey"; then a party of them turns away after that. And those are not believers.
และบรรดามุนาฟิกีน พวกเขากล่าวกันว่า เราศรัทธาต่ออัลลอฮฺและต่อรอสูล และเรายอมจำนนเชื่อฟังอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ แล้วหลังจากนั้นส่วนหนึ่งจากพวกเขาก็หันหลังกลับไป ไม่เชื่อฟังคำสั่งของอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ ว่าด้วยการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺและเรื่องอื่นๆ หลังจากที่พวกเขาอ้างว่าพวกเขานั้นศรัทธาต่ออัลลอฮและต่อสูลของพระองค์และเชื่อฟังต่อทั้งสอง ชนเหล่านั้นมิใช่ผู้ที่เชื่อฟังของอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ แต่พวกเขาเพียงอ้างว่าพวกเขานั้นเป็นผู้ศรัทธา
24:48Page 356
وَإِذَا دُعُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ لِيَحۡكُمَ بَيۡنَهُمۡ إِذَا فَرِيقٞ مِّنۡهُم مُّعۡرِضُونَ ٤٨
And when they are called to [the words of] Allāh and His Messenger to judge between them, at once a party of them turns aside [in refusal].
และเมื่อใดที่บรรดามุนาฟิกีนเหล่านี้ถูกเรียกร้องไปยังอัลลอฮฺและรอสูล เพื่อที่ท่านรอสูลจะตัดสินระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้โต้เถียงกัน ทันใดนั้นพวกเขาจะผินหลังไม่ตอบรับคำตัดสินของท่าน เพราะความตลบตะแลงของพวกเขา
24:49Page 356
وَإِن يَكُن لَّهُمُ ٱلۡحَقُّ يَأۡتُوٓاْ إِلَيۡهِ مُذۡعِنِينَ ٤٩
But if the right is theirs, they come to him in prompt obedience.
และเมื่อใดที่พวกเขารู้ว่าความจริงนั้นอยู่กับพวกเขา และเขา (มุหัมมัด) จะตัดสินเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา พวกเขาก็จะมาหาท่านอย่างนอบน้อมถ่อมตน
24:50Page 356
أَفِي قُلُوبِهِم مَّرَضٌ أَمِ ٱرۡتَابُوٓاْ أَمۡ يَخَافُونَ أَن يَحِيفَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمۡ وَرَسُولُهُۥۚ بَلۡ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٥٠
Is there disease in their hearts? Or have they doubted? Or do they fear that Allāh will be unjust to them, or His Messenger? Rather, it is they who are the wrongdoers [i.e., the unjust].
ในหัวใจของพวกเขาเหล่านั้นมีโรคเกาะติดกระนั้นหรือ? หรือว่าพวกเขาสงสัยในความเป็นรอสูลของเขา(มุหัมมัด)? หรือว่าพวกเขากลัวว่าอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์จะไม่ยุติธรรมในการตัดสิน? มันไม่ได้เป็นอย่างที่ได้กล่าวมานั้นเลย แต่เป็นเพราะโรคบางอย่างในตัวของพวกเขาเอง เนื่องจากการผินหลังของพวกเขาให้กับคำตัดสินของรอสูล และการดื้อรั้นของพวกเขาที่มีต่อท่าน
24:51Page 356
إِنَّمَا كَانَ قَوۡلَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ إِذَا دُعُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ لِيَحۡكُمَ بَيۡنَهُمۡ أَن يَقُولُواْ سَمِعۡنَا وَأَطَعۡنَاۚ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُفۡلِحُونَ ٥١
The only statement of the [true] believers when they are called to Allāh and His Messenger to judge between them is that they say, "We hear and we obey." And those are the successful.
แท้จริงคำกล่าวของบรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์เพื่อที่จะตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า เราเชื่อฟังในคำพูดของพระองค์ และเราปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ
24:52Page 356
وَمَن يُطِعِ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَيَخۡشَ ٱللَّهَ وَيَتَّقۡهِ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡفَآئِزُونَ ٥٢
And whoever obeys Allāh and His Messenger and fears Allāh and is conscious of Him - it is those who are the attainers.
และผู้ใดเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์ และยอมจำนนต่อคำตัดสินของทั้งสอง และกลัวสิ่งที่จะได้รับที่เกิดขึ้นจากบาป และยำเกรงบทลงโทษของอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ ดังนั้นชนเหล่านั้นเท่านั้น ที่เป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะด้วยสองสิ่งที่ดีทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ
24:53Page 356
۞ وَأَقۡسَمُواْ بِٱللَّهِ جَهۡدَ أَيۡمَٰنِهِمۡ لَئِنۡ أَمَرۡتَهُمۡ لَيَخۡرُجُنَّۖ قُل لَّا تُقۡسِمُواْۖ طَاعَةٞ مَّعۡرُوفَةٌۚ إِنَّ ٱللَّهَ خَبِيرُۢ بِمَا تَعۡمَلُونَ ٥٣
And they swear by Allāh their strongest oaths that if you ordered them, they would go forth [in Allāh's cause]. Say, "Do not swear. [Such] obedience is known.1 Indeed, Allāh is [fully] Aware of that which you do."
และบรรดามุนาฟิกีนได้สาบานต่ออัลลอฮฺอย่างแข็งขันเท่าที่พวกเขาสามารถสาบานได้ว่า "หากเจ้ามีคำสั่งแก่พวกเขาให้ออกญิฮาด(สู้รบ) แน่นอนพวกเขาก็จะออกไป" โอ้ รอสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า "พวกเจ้าอย่าสาบานเลย เพราะเรื่องการโกหกของพวกเจ้านั้น เป็นที่รู้กันดี และการเชื่อฟังที่เสแส้รงของพวกเจ้าก็เป็นที่รู้กันดีเช่นกัน แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ และการงานของพวกเจ้าทุกอย่างจะไม่ถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ ถึงแม้ว่าพวกเจ้าได้ปกปิดมันไว้ก็ตาม
24:54Page 357
قُلۡ أَطِيعُواْ ٱللَّهَ وَأَطِيعُواْ ٱلرَّسُولَۖ فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَإِنَّمَا عَلَيۡهِ مَا حُمِّلَ وَعَلَيۡكُم مَّا حُمِّلۡتُمۡۖ وَإِن تُطِيعُوهُ تَهۡتَدُواْۚ وَمَا عَلَى ٱلرَّسُولِ إِلَّا ٱلۡبَلَٰغُ ٱلۡمُبِينُ ٥٤
Say, "Obey Allāh and obey the Messenger; but if you turn away - then upon him is only that [duty] with which he has been charged, and upon you is that with which you have been charged. And if you obey him, you will be [rightly] guided. And there is not upon the Messenger except the [responsibility for] clear notification."
โอ้เราะสูล (มุหัมมัด) จงกล่าวแก่บรรดามุนาฟิกีนเหล่านั้นเถิดว่า พวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺและจงเชื่อฟังรอสูลทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม หากพวกเจ้าผินหลังให้ในสิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสั่งให้เชื่อฟังอัลลอฮฺและรอสูลแล้ว แท้จริงหน้าที่ของเขา (รอสูล) คือ การเผยแพร่ที่เขาได้ถูกมอบหมายให้ และหน้าที่ของพวกเจ้าคือ การเชื่อฟังที่พวกเจ้าได้ถูกมอบหมายให้และปฏิบัติตามสิ่งที่เขาได้นำมา และหากพวกเจ้าเชื่อฟังปฏิบัติตามเขาแล้วด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เขาสั่งให้ปฏิบัติ และยับยั้งในสิ่งที่เขาได้ห้ามพวกเจ้าไว้ พวกเจ้าก็จะอยู่ในทางที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮฺ) และหน้าที่ของรอสูลมิใช่อื่นใด นอกจากการเผยแพร่อันชัดแจ้งเท่านั้น ดังนั้นไม่ใช่หน้าที่ของรอสูลในการให้ฮิดายะฮฺแก่พวกเจ้า หรือบังคับพวกเจ้าให้ทำตาม
24:55Page 357
وَعَدَ ٱللَّهُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مِنكُمۡ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ لَيَسۡتَخۡلِفَنَّهُمۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ كَمَا ٱسۡتَخۡلَفَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡ وَلَيُمَكِّنَنَّ لَهُمۡ دِينَهُمُ ٱلَّذِي ٱرۡتَضَىٰ لَهُمۡ وَلَيُبَدِّلَنَّهُم مِّنۢ بَعۡدِ خَوۡفِهِمۡ أَمۡنٗاۚ يَعۡبُدُونَنِي لَا يُشۡرِكُونَ بِي شَيۡـٔٗاۚ وَمَن كَفَرَ بَعۡدَ ذَٰلِكَ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡفَٰسِقُونَ ٥٥
Allāh has promised those who have believed among you and done righteous deeds that He will surely grant them succession [to authority] upon the earth just as He granted it to those before them and that He will surely establish for them [therein] their religion which He has preferred for them and that He will surely substitute for them, after their fear, security, [for] they worship Me, not associating anything with Me. But whoever disbelieves1 after that - then those are the defiantly disobedient.
อัลลอฮฺทรงสัญญากับบรรดาผู้คนในหมู่พวกเจ้าที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และประกอบคุณงามความดีว่า อัลลอฮฺจะทรงให้ความช่วยเหลือพวกเขาเหนือบรรดาศัตรูของพวกเขา และจะทรงให้พวกเขาเป็นตัวแทนสืบช่วงในแผ่นดิน เสมือนดังที่พระองค์เคยทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาก่อนพวกเขาเป็นตัวแทนสืบช่วงในแผ่นดิน และพระองค์ได้สัญญากับพวกเขาว่าจะทรงทำให้ศาสนาของพวกเขาที่พระองค์ทรงโปรดปรานเป็นที่มั่นคงเป็นเกียรติแก่พวกเขา (นั้นก็คือศาสนาอิสลาม) และพระองค์ได้สัญญากับพวกเขาว่าจะทรงเปลี่ยนแปลงพวกเขาจากการใช้ชีวิตที่อยู่ในความหวาดกลัวสู่ความสงบสุข โดยที่พวกเขาเคารพภักดีต่อข้าเพียงองค์เดียว ไม่ตั้งภาคีอื่นใดต่อข้า และผู้ใดปฏิเสธศรัทธาหลังจากได้รับความสุขสบายนั้น ชนเหล่านั้นคือผู้ที่ออกจากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
24:56Page 357
وَأَقِيمُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَءَاتُواْ ٱلزَّكَوٰةَ وَأَطِيعُواْ ٱلرَّسُولَ لَعَلَّكُمۡ تُرۡحَمُونَ ٥٦
And establish prayer and give zakāh and obey the Messenger - that you may receive mercy.
และพวกเจ้าจงดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์ จงจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า และจงเชื่อฟังรอสูลด้วยการทำตามในสิ่งที่ท่านได้สั่งและละทิ้งในสิ่งที่ท่านได้ห้ามไว้ เพื่อหวังให้พวกเจ้านั้นจะได้รับความเมตตาของอัลลอฮ
24:57Page 357
لَا تَحۡسَبَنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مُعۡجِزِينَ فِي ٱلۡأَرۡضِۚ وَمَأۡوَىٰهُمُ ٱلنَّارُۖ وَلَبِئۡسَ ٱلۡمَصِيرُ ٥٧
Never think that the disbelievers are causing failure [to Allāh] upon the earth. Their refuge will be the Fire - and how wretched the destination.
โอ้ รอสูลเอ๋ย เจ้าอย่าคิดว่า บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺนั้นพวกเขาจะรอดพ้นไปจากข้า (อัลลอฮฺ) เมื่อใดที่ข้าต้องการที่จะลงโทษพวกเขา และที่พำนักของพวกเขาในวันกิยามะฮฺคือ นรก (ญะฮันนัม) และมันชั่งเป็นปลายทางที่ชั่วช้าสำหรับคนที่มีนรกญะฮันนัมเป็นปลายทางของพวกเขา
24:58Page 357
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لِيَسۡتَـٔۡذِنكُمُ ٱلَّذِينَ مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُكُمۡ وَٱلَّذِينَ لَمۡ يَبۡلُغُواْ ٱلۡحُلُمَ مِنكُمۡ ثَلَٰثَ مَرَّٰتٖۚ مِّن قَبۡلِ صَلَوٰةِ ٱلۡفَجۡرِ وَحِينَ تَضَعُونَ ثِيَابَكُم مِّنَ ٱلظَّهِيرَةِ وَمِنۢ بَعۡدِ صَلَوٰةِ ٱلۡعِشَآءِۚ ثَلَٰثُ عَوۡرَٰتٖ لَّكُمۡۚ لَيۡسَ عَلَيۡكُمۡ وَلَا عَلَيۡهِمۡ جُنَاحُۢ بَعۡدَهُنَّۚ طَوَّٰفُونَ عَلَيۡكُم بَعۡضُكُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلۡأٓيَٰتِۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٞ ٥٨
O you who have believed, let those whom your right hands possess and those who have not [yet] reached puberty among you ask permission of you [before entering] at three times: before the dawn prayer and when you put aside your clothing [for rest] at noon and after the night prayer. [These are] three times of privacy1 for you. There is no blame upon you nor upon them beyond these [periods], for they continually circulate among you - some of you, among others. Thus does Allāh make clear to you the verses [i.e., His ordinances]; and Allāh is Knowing and Wise.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และผู้ที่ปฏิบัติตามที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติไว้เอ๋ย จงให้บรรดาทาสชาย ทาสหญิง และเด็กที่มีอิสรภาพที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะของพวกเจ้า ทำการขออนุญาตพวกเจ้าในสามเวลาคือ ก่อนเวลาละหมาดซุบฮีที่พวกเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนเป็นชุดปกติ เวลาเที่ยงขณะที่พวกเจ้าเปลื้องเสื้อผ้าเพื่อพักผ่อนกลางวัน และเวลาหลังจากละหมาดอิชาอ์เพราะมันเป็นช่วงเวลานอนของพวกเจ้า และเป็นเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดปกติเป็นชุดนอน ทั้งสามเวลานี้เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับพวกเจ้า ห้ามมิให้ใครเดินเข้าไปหาพวกเจ้านอกเสียจากได้รับอนุญาตจากพวกเจ้าเสียก่อน และจะไม่เป็นที่ตำหนิแก่พวกเจ้าและพวกเขาที่จะเดินเข้าไปโดยไม่ขออนุญาตในช่วงเวลาอื่นนอกเสียจากสามเวลานี้ เพราะปกติของพวกเขานั้นจะเดินวนเวียนรับใช้บางคนในหมู่พวกเจ้า เลยเป็นการไม่สะดวกที่จะห้ามมิให้พวกเขาเข้ามาในทุกเวลานอกเสียจากด้วยการขออนุญาต ดังที่อัลลอฮ์ได้ทรงชี้แจงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการขออนุญาต พระองค์ก็ได้ชี้แจงอายะฮ์ต่าง ๆ ที่บ่งบอกถึงบทบัญญัติต่าง ๆ ที่พระองค์ได้บัญญัติให้พวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบัญญัติบทบัญญัติต่าง ๆ สำหรับพวกเขา
24:59Page 358
وَإِذَا بَلَغَ ٱلۡأَطۡفَٰلُ مِنكُمُ ٱلۡحُلُمَ فَلۡيَسۡتَـٔۡذِنُواْ كَمَا ٱسۡتَـٔۡذَنَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمۡ ءَايَٰتِهِۦۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٞ ٥٩
And when the children among you reach puberty, let them ask permission [at all times] as those before them have done. Thus does Allāh make clear to you His verses; and Allāh is Knowing and Wise.
และเมื่อเด็กๆ ในหมู่พวกเจ้าได้บรรลุศาสนภาวะ ก็จงให้พวกเขาขออนุญาตก่อนจะเข้าบ้านในทุกช่วงเวลา เช่นเดียวกันกับที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับผู้ใหญ่ก่อนหน้านี้ ดังที่อัลลอฮฺได้ทรงชี้แจงบทบัญญัติว่าด้วยเรื่องการขออนุญาตไว้แล้ว พระองค์ก็ได้ชี้แจงอายะฮฺต่างๆ ของพระองค์อีกเช่นกัน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ผลประโยชน์ของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติให้กับพวกเขา
24:60Page 358
وَٱلۡقَوَٰعِدُ مِنَ ٱلنِّسَآءِ ٱلَّٰتِي لَا يَرۡجُونَ نِكَاحٗا فَلَيۡسَ عَلَيۡهِنَّ جُنَاحٌ أَن يَضَعۡنَ ثِيَابَهُنَّ غَيۡرَ مُتَبَرِّجَٰتِۭ بِزِينَةٖۖ وَأَن يَسۡتَعۡفِفۡنَ خَيۡرٞ لَّهُنَّۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٦٠
And women of post-menstrual age who have no desire for marriage - there is no blame upon them for putting aside their outer garments [but] not displaying adornment. But to modestly refrain [from that] is better for them. And Allāh is Hearing and Knowing.
และบรรดาหญิงวัยชราที่หมดประจำเดือนและไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเพราะความชราภาพ ที่ไม่ปรารถนาที่จะแต่งงานแล้ว มันไม่เป็นการบาปแก่พวกนางที่จะเปลื้องเสื้อผ้าบางส่วนของนางออก อย่างเช่นเสื้อคลุมชั้นนอกและผ้าปิดหน้า โดยที่ไม่ได้ต้องการจะอวดเครื่องประดับของพวกนางที่พวกนางถูกสั่งให้ปกปิดไว้ และหากพวกนางไม่กระทำสิ่งนั้นก็จะเป็นการดีกว่าสำหรับพวกนาง และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของพวกเจ้า ผู้ทรงรอบรู้การกระทำของพวกเจ้า จะไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนไว้ ณ ที่อัลลอฮฺ และอัลลอฮฺจะตอบแทนพวกเจ้า
24:61Page 358
لَّيۡسَ عَلَى ٱلۡأَعۡمَىٰ حَرَجٞ وَلَا عَلَى ٱلۡأَعۡرَجِ حَرَجٞ وَلَا عَلَى ٱلۡمَرِيضِ حَرَجٞ وَلَا عَلَىٰٓ أَنفُسِكُمۡ أَن تَأۡكُلُواْ مِنۢ بُيُوتِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ ءَابَآئِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ أُمَّهَٰتِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ إِخۡوَٰنِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ أَخَوَٰتِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ أَعۡمَٰمِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ عَمَّٰتِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ أَخۡوَٰلِكُمۡ أَوۡ بُيُوتِ خَٰلَٰتِكُمۡ أَوۡ مَا مَلَكۡتُم مَّفَاتِحَهُۥٓ أَوۡ صَدِيقِكُمۡۚ لَيۡسَ عَلَيۡكُمۡ جُنَاحٌ أَن تَأۡكُلُواْ جَمِيعًا أَوۡ أَشۡتَاتٗاۚ فَإِذَا دَخَلۡتُم بُيُوتٗا فَسَلِّمُواْ عَلَىٰٓ أَنفُسِكُمۡ تَحِيَّةٗ مِّنۡ عِندِ ٱللَّهِ مُبَٰرَكَةٗ طَيِّبَةٗۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمُ ٱلۡأٓيَٰتِ لَعَلَّكُمۡ تَعۡقِلُونَ ٦١
There is not upon the blind [any] constraint nor upon the lame constraint nor upon the ill constraint nor upon yourselves when you eat from your [own] houses or the houses of your fathers or the houses of your mothers or the houses of your brothers or the houses of your sisters or the houses of your father's brothers or the houses of your father's sisters or the houses of your mother's brothers or the houses of your mother's sisters or [from houses] whose keys you possess or [from the house] of your friend. There is no blame upon you whether you eat together or separately. But when you enter houses, give greetings of peace1 upon each other - a greeting from Allāh, blessed and good. Thus does Allāh make clear to you the verses [of ordinance] that you may understand.
ไม่เป็นบาปอันใดแก่คนตาบอดที่มองไม่เห็น คนพิการ และคนป่วยที่พวกเขาจะละทิ้งข้อบังคับบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติได้ เช่นการญิฮาด (ออกรบ) ในหนทางของอัลลอฮฺ และไม่เป็นบาปอันใดเช่นกันแก่ตัวของพวกเจ้า โอ้ ผู้ศรัทธาเอ๋ย ที่จะรับประทานอาหารที่บ้านของพวกเจ้าและบ้านของบรรดาลูกๆ ของพวกเจ้า หรือบ้านของบรรดาพ่อของพวกเจ้า หรือบรรดาแม่ของพวกเจ้า หรือบรรดาพี่ชายน้องชายของพวกเจ้า หรือบรรดาพี่สาวน้องสาวของพวกเจ้า หรือบรรดาลุง อาชายของพวกเจ้า หรือบรรดาป้า อาสาวของพวกเจ้า หรือบรรดาลุง น้าชายของพวกเจ้า หรือบรรดาป้า น้าสาวของพวกเจ้า หรือบ้านที่พวกเจ้าได้รับมอบหมายให้ดูแล เช่น เป็นผู้ดูแลสวน และไม่เป็นบาปอันใดแก่พวกเจ้าที่จะรับประทานอาหารที่บ้านเพื่อนของพวกเจ้า และไม่เป็นบาปอันใดแก่พวกเจ้าที่จะร่วมรับประทานกันเป็นหมู่คณะหรือส่วนตัว ดังนั้นเมื่อพวกเจ้าจะเข้าไปในบ้านดังกล่าวหรือบ้านอื่นๆ ก็จงกล่าวสลามให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้น โดยกล่าวว่า "อัสสลามมุอะลัยกุม" (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) และถ้าหากไม่มีไครอยู่ในบ้านก็จงให้สลามแก่ตัวของพวกเจ้าเอง โดยกล่าวว่า "อัสสลามุ อะลัยนา วะอะลา อิบาดิลลอฮฺ อัสศอลิฮีน" (ขอความสันติสุขจงมีแด่ตัวเราเองและบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ) ซึ่งเป็นการทักทายอันจำเริญยิ่งจากอัลลอฮฺที่ได้ทรงบัญญัติไว้แก่พวกเจ้า เพราะมันจะทำให้เกิดความรักและความสนิทสนมระหว่างพวกเจ้า และเป็นความดีที่จะทำให้คนที่ได้ยินการให้สลามนั้นรู้สึกยืนดี อัลลอฮฺจะทรงชี้แจงอายะฮฺต่างๆ ให้เป็นที่ชัดแจ้งดังการชี้แจงนี้ที่ได้กล่าวใว้ข้างต้นของซูเราะฮฺ หวังให้พวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญาพิจารณาและปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในนั้น
24:62Page 359
إِنَّمَا ٱلۡمُؤۡمِنُونَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦ وَإِذَا كَانُواْ مَعَهُۥ عَلَىٰٓ أَمۡرٖ جَامِعٖ لَّمۡ يَذۡهَبُواْ حَتَّىٰ يَسۡتَـٔۡذِنُوهُۚ إِنَّ ٱلَّذِينَ يَسۡتَـٔۡذِنُونَكَ أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ يُؤۡمِنُونَ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِۦۚ فَإِذَا ٱسۡتَـٔۡذَنُوكَ لِبَعۡضِ شَأۡنِهِمۡ فَأۡذَن لِّمَن شِئۡتَ مِنۡهُمۡ وَٱسۡتَغۡفِرۡ لَهُمُ ٱللَّهَۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٦٢
The believers are only those who believe in Allāh and His Messenger and, when they are [meeting] with him for a matter of common interest, do not depart until they have asked his permission. Indeed, those who ask your permission, [O Muḥammad] - those are the ones who believe in Allāh and His Messenger. So when they ask your permission due to something of their affairs, then give permission to whom you will among them and ask forgiveness for them of Allāh. Indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.
แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในความศรัทธาของพวกเขานั้น พวกเขาคือ บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาต่อรอสูลของพระองค์ และเมื่อพวกเขาได้มาอยู่รวมกันกับท่านนบี มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อกิจการใดกิจการหนึ่งที่เป็นประโยชน์แก่บรรดามุสลิมีนทั้งหลายแล้ว พวกเขาจะไม่ผละออกไปจนกว่าพวกเขาจะขออนุญาตจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัมเสียก่อน โอ้ รอสุลเอ๋ย แท้จริงบรรดาผู้ที่ขออนุญาตจากเจ้าขณะที่จะออกไปนั้น เขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและรอสูลของพระองค์อย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อพวกเขาขออนุญาตจากเจ้าเพื่อกิจการบางอย่างของพวกเขาแล้ว ก็จงอนุญาตแก่ผู้ที่เจ้าพึงประสงค์ในหมู่พวกเขาเถิด และจงขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺให้แก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษสำหรับผู้ที่ขออภัยโทษในบรรดาบ่าวของพระองค์ เป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences