Al-MukhtasarAl‑Qasas · 28:1–38

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

القصص

Al-Qasas

The Stories · Meccan · 88 ayahs

28:1Page 385

طسٓمٓ ١

Ṭā, Seen, Meem.1

(طسٓمٓ) คำลักษณะนี้ได้กล่าวถึงแล้วในตอนต้นของสูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮฺ

28:2Page 385

تِلۡكَ ءَايَٰتُ ٱلۡكِتَٰبِ ٱلۡمُبِينِ ٢

These are verses of the clear Book.

นี้คือโองการทั้งหลายของคัมภีร์อัลกุรอานอันชัดแจ้ง

28:3Page 385

نَتۡلُواْ عَلَيۡكَ مِن نَّبَإِ مُوسَىٰ وَفِرۡعَوۡنَ بِٱلۡحَقِّ لِقَوۡمٖ يُؤۡمِنُونَ ٣

We recite to you from the news of Moses and Pharaoh in truth for a people who believe.

เราจะอ่านแก่เจ้าซึ่งเรื่องราวบางส่วนของมูซาและฟิรเอานฺด้วยความจริง ที่ไม่มีข้อแคลงใจใดๆ เลยสำหรับหมู่ชนผู้ศรัทธา เพราะพวกเขาเท่านั้นคือผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่อยู่ในเรื่องราวนั้น

28:4Page 385

إِنَّ فِرۡعَوۡنَ عَلَا فِي ٱلۡأَرۡضِ وَجَعَلَ أَهۡلَهَا شِيَعٗا يَسۡتَضۡعِفُ طَآئِفَةٗ مِّنۡهُمۡ يُذَبِّحُ أَبۡنَآءَهُمۡ وَيَسۡتَحۡيِۦ نِسَآءَهُمۡۚ إِنَّهُۥ كَانَ مِنَ ٱلۡمُفۡسِدِينَ ٤

Indeed, Pharaoh exalted himself in the land and made its people into factions, oppressing a sector among them, slaughtering their [newborn] sons and keeping their females alive. Indeed, he was of the corrupters.

แท้จริงฟิรเอานฺเป็นผู้ละเมิดในแผ่นดินอียิปต์และทรงมีอิทธิพลในแผ่นดินนั้น และเขาทำให้ประชาชนชาวอียิปต์แตกแยกเป็นกลุ่มๆ เขายังทำให้ชนกลุ่มหนึ่งจากพวกเขานั้นอ่อนแอ คือ ลูกหลานของอิสรออีล ด้วยการฆ่าเพศชายและไว้ชีวิตเพศหญิงเพื่อเอาไปรับใช้เป็นทาสให้กับพวกเขา แท้จริงเขาเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้บ่อนทำลายในแผ่นดิน ด้วยการอธรรม หยิ่งผยอง และการละเมิด

28:5Page 385

وَنُرِيدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى ٱلَّذِينَ ٱسۡتُضۡعِفُواْ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَنَجۡعَلَهُمۡ أَئِمَّةٗ وَنَجۡعَلَهُمُ ٱلۡوَٰرِثِينَ ٥

And We wanted to confer favor upon those who were oppressed in the land and make them leaders and make them inheritors

และเราปรารถนาที่จะให้ความโปรดปรานแก่ลูกหลานของอิสรออีลที่ถูกฟิรเอาน์กดขี่ข่มเหงในแผ่นดินอียิปต์ ด้วยการทำลายล้างผู้ที่เป็นศัตรูกับพวกเขาและขจัดความตกต่ำออกจากพวกเขา และทรงทำให้พวกเขาเป็นผู้นำในเรื่องสัจธรรม และเรายังทำให้พวกเขาเป็นผู้สืบทอดในแผ่นดินชามอันทรงจำเริญภายหลังจากการล่มสลายของฟิรเอาน์ ดังที่พระองค์ทรงตรัส ว่า : "และเราได้ให้แก่กลุ่มชนที่ถูกนับว่าอ่อนแอได้รับการสืบทอดซึ่งแผ่นดินทางทิศตะวันออกและบรรดาทิศตะวันตกของมัน อันเป็นแผ่นดินที่เราได้ให้มีความจำเริญอยู่ในนั้น..."

28:6Page 386

وَنُمَكِّنَ لَهُمۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَنُرِيَ فِرۡعَوۡنَ وَهَٰمَٰنَ وَجُنُودَهُمَا مِنۡهُم مَّا كَانُواْ يَحۡذَرُونَ ٦

And establish them in the land and show Pharaoh and [his minister] Hāmān and their soldiers through them1 that which they had feared.

และเราปรารถนาที่จะให้พวกเขาครอบครองในแผ่นดินด้วยการทำให้พวกเขาเป็นผู้ปกครองแผ่นดินนั้น และเราจะให้ฟิรเอานฺและฮามานตลอดจนไพร่พลของเขาทั้งสองที่คอยอารักขาเขาทั้งสองในการครองราชย์ได้เห็นในสิ่งที่พวกเขากลัวนั้นคือการสูญสิ้นอำนาจของพวกเขาและจะทดแทน (ตำแหน่งของพวกเขา) ด้วยน้ำมือของลูกผู้ชายที่เป็นลูกหลานของอิสรออีล

28:7Page 386

وَأَوۡحَيۡنَآ إِلَىٰٓ أُمِّ مُوسَىٰٓ أَنۡ أَرۡضِعِيهِۖ فَإِذَا خِفۡتِ عَلَيۡهِ فَأَلۡقِيهِ فِي ٱلۡيَمِّ وَلَا تَخَافِي وَلَا تَحۡزَنِيٓۖ إِنَّا رَآدُّوهُ إِلَيۡكِ وَجَاعِلُوهُ مِنَ ٱلۡمُرۡسَلِينَ ٧

And We inspired to the mother of Moses, "Suckle him; but when you fear for him, cast him into the river and do not fear and do not grieve. Indeed, We will return him to you and will make him [one] of the messengers."

และเราได้ดลใจแก่มารดาของมูซาว่า "จงให้นมแก่เขา จนกระทั่งเมื่อเจ้ากลัวว่าเขาจะถูกฟิรเอานฺและบริวารของเขาฆ่าเขา เจ้าก็จงเอาเขาใส่ลงหีบแล้วโยนลงไปในแม่น้ำไนล์ และเจ้าอย่าได้กังวลว่าเขาจะจมน้ำหรือจะถูกฟิรเอานฺฆ่า และอย่าได้เสียใจอันเนื่องจากการจากไปของเขา แท้จริงเราจะเป็นผู้ทำให้เขากลับมาหาเจ้าในสภาพที่ยังมีชีวิต และเราจะเป็นผู้ทำให้เขาเป็นรอสูลคนหนึ่งในบรรดารอสูลของอัลลอฮฺที่ถูกส่งไปยังผู้คน"

28:8Page 386

فَٱلۡتَقَطَهُۥٓ ءَالُ فِرۡعَوۡنَ لِيَكُونَ لَهُمۡ عَدُوّٗا وَحَزَنًاۗ إِنَّ فِرۡعَوۡنَ وَهَٰمَٰنَ وَجُنُودَهُمَا كَانُواْ خَٰطِـِٔينَ ٨

And the family of Pharaoh picked him up [out of the river] so that he would become to them an enemy and a [cause of] grief. Indeed, Pharaoh and Hāmān and their soldiers were deliberate sinners.

ดังนั้นนางก็ได้ทำตามสิ่งที่เราได้ดลใจแก่นางด้วยการเอาเขาใส่ลงหีบแล้วโยนลงไปในแม่น้ำไนล์ จากนั้นบริวารของฟิรเอานฺก็ได้เก็บเขาขึ้นมา ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงปรารถนาที่จะให้มูซาเป็นศัตรูกับฟิรเอานฺ แล้วอัลลอฮฺจะทรงทำให้อำนาจของฟิรเอานฺสูญสิ้นด้วยน้ำมือของมูซา แท้จริงฟิรเอานฺและรัฐมนตรีของเขาฮามานและไพร่พลของเขาทั้งสองเป็นพวกที่กระทำบาปอันเนื่องจากการฝ่าฝืน การละเมิด และบ่อนทำลายบนหน้าแผ่นดินของพวกเขา

28:9Page 386

وَقَالَتِ ٱمۡرَأَتُ فِرۡعَوۡنَ قُرَّتُ عَيۡنٖ لِّي وَلَكَۖ لَا تَقۡتُلُوهُ عَسَىٰٓ أَن يَنفَعَنَآ أَوۡ نَتَّخِذَهُۥ وَلَدٗا وَهُمۡ لَا يَشۡعُرُونَ ٩

And the wife of Pharaoh said, "[He will be] a comfort of the eye [i.e., pleasure] for me and for you. Do not kill him; perhaps he may benefit us, or we may adopt him as a son." And they perceived not.1

และเมื่อฟิรเอานฺปรารถนาที่จะฆ่าเขา ภรรยาของเขาก็ได้กล่าวกับเขาว่า: "เด็กน้อยคนนี้จะเป็นที่น่ายินดีน่าชื่นชมแก่ฉันและท่าน อย่าได้ฆ่าเขาเลย บางทีเขาจะเป็นประโยชน์แก่เราเอาไว้ใช้งานหรือเรารับเขาเป็นลูกบุญธรรมก็ได้ และพวกเขาหารู้สึกตัวไม่ว่า นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้อำนาจของพวกเขาตกอยู่ในกำมือของมูซา

28:10Page 386

وَأَصۡبَحَ فُؤَادُ أُمِّ مُوسَىٰ فَٰرِغًاۖ إِن كَادَتۡ لَتُبۡدِي بِهِۦ لَوۡلَآ أَن رَّبَطۡنَا عَلَىٰ قَلۡبِهَا لِتَكُونَ مِنَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ١٠

And the heart of Moses' mother became empty [of all else]. She was about to disclose [the matter concerning] him had We not bound fast her heart that she would be of the believers.

และหัวใจของมารดามูซาได้วิตกกังวลไม่มีเรื่องใดให้คิดเลยที่เป็นเรื่องดุนยานอกจากเรื่องของมูซาซึ่งนางไม่สามารถที่จะอดทนได้ จนกระทั่งนางเกือบจะเปิดเผยว่ามูซาเป็นลูกของนาง อันเนื่องด้วยความผูกพันธ์ที่แน่นแฟ้นที่มีต่อเขา หากเรามิได้ผูกมัดหัวใจของนางให้มั่นคงและมีความอดทน เพื่อที่นางจะได้เป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ศรัทธาที่มอบหมายต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขาและเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้อดทนต่อสิ่งที่พระองค์จะทรงกำหนดไว้

28:11Page 386

وَقَالَتۡ لِأُخۡتِهِۦ قُصِّيهِۖ فَبَصُرَتۡ بِهِۦ عَن جُنُبٖ وَهُمۡ لَا يَشۡعُرُونَ ١١

And she said to his sister, "Follow him"; so she watched him from a distance while they perceived not.

ภายหลังจากที่มารดาของมูซาได้เอาเขาใส่ลงหีบแล้วโยนเขาลงไปในแม่น้ำไนล์แล้ว นางก็ได้กล่าวแก่พี่สาวมูซาว่า: "จงติดตามไปดูเรื่องราวของเขาเพื่อที่เจ้าจะได้รู้ว่าเขาทำอะไรบ้างแก่มูซา" ดังนั้นนาง (พี่สาวมูซา) ได้คอยเฝ้าดูเขาอยู่ห่างๆ เพื่อไม่ให้เขารู้ว่านางกำลังติดตาม ทั้งฟิรเอานฺรวมถึงกลุ่มชนของเขาไม่มีใครรู้ว่านางคือพี่สาวของมูซาที่กำลังติดตามข่าวคราวของเขา

28:12Page 386

۞ وَحَرَّمۡنَا عَلَيۡهِ ٱلۡمَرَاضِعَ مِن قَبۡلُ فَقَالَتۡ هَلۡ أَدُلُّكُمۡ عَلَىٰٓ أَهۡلِ بَيۡتٖ يَكۡفُلُونَهُۥ لَكُمۡ وَهُمۡ لَهُۥ نَٰصِحُونَ ١٢

And We had prevented from him [all] wet nurses before,1 so she said, "Shall I direct you to a household that will be responsible for him for you while they are to him [for his upbringing] sincere?"

ด้วยการบริหารจัดการของอัลลอฮ์ ทำมูซาได้ปฏิเสธการดื่มนมจากผู้หญิงอื่น เมื่อพี่สาวของเขาได้เห็นถึงความพยายามของพวกเขาในการหาแม่นมให้เขา นางจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า:" เอาไหมฉันจะแนะนำชาวบ้านแก่พวกเจ้าที่สามารถให้นมเขาและเลี้ยงดูเขา และพวกเขาเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างดี"

28:13Page 386

فَرَدَدۡنَٰهُ إِلَىٰٓ أُمِّهِۦ كَيۡ تَقَرَّ عَيۡنُهَا وَلَا تَحۡزَنَ وَلِتَعۡلَمَ أَنَّ وَعۡدَ ٱللَّهِ حَقّٞ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَهُمۡ لَا يَعۡلَمُونَ ١٣

So We restored him to his mother that she might be content and not grieve and that she would know that the promise of Allāh is true. But most of them [i.e., the people] do not know.

ดังนั้นเราจึงคืนมูซาให้แม่ของเขาเพื่อที่นางจะได้มีความสุขด้วยการได้เห็นเขาใกล้ ๆ และจะไม่โศกเศร้าเพราะการถูกแยกจากเขาอีก และเพื่อให้นางได้เข้าใจว่า สัญญาของอัลลอฮ์ที่จะคืนมูซาให้เขานั้นเป็นความจริง โดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ แต่ส่วนมากจากพวกเขานั้นไม่รู้ถึงสัญญานี้ และไม่มีใครสักคนรู้ว่านางเป็นแม่ของเขา

28:14Page 387

وَلَمَّا بَلَغَ أَشُدَّهُۥ وَٱسۡتَوَىٰٓ ءَاتَيۡنَٰهُ حُكۡمٗا وَعِلۡمٗاۚ وَكَذَٰلِكَ نَجۡزِي ٱلۡمُحۡسِنِينَ ١٤

And when he attained his full strength and was [mentally] mature, We bestowed upon him judgement and knowledge. And thus do We reward the doers of good.

และเมื่อเขาบรรลุความเป็นหนุ่ม มีร่างกายสมบูรณ์ และมีพละกำลังเข้มแข็ง เราก็ได้มอบความเข้าใจและความรู้ในศาสนาของบนีอิสรออีลก่อนที่จะถูกแต่งตั้งเป็นนบี และดังที่เราได้ตอบแทนแก่มูซาในการเชื่อฟังของเขา เราก็จะตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำความดีในทุกยุคสมัย

28:15Page 387

وَدَخَلَ ٱلۡمَدِينَةَ عَلَىٰ حِينِ غَفۡلَةٖ مِّنۡ أَهۡلِهَا فَوَجَدَ فِيهَا رَجُلَيۡنِ يَقۡتَتِلَانِ هَٰذَا مِن شِيعَتِهِۦ وَهَٰذَا مِنۡ عَدُوِّهِۦۖ فَٱسۡتَغَٰثَهُ ٱلَّذِي مِن شِيعَتِهِۦ عَلَى ٱلَّذِي مِنۡ عَدُوِّهِۦ فَوَكَزَهُۥ مُوسَىٰ فَقَضَىٰ عَلَيۡهِۖ قَالَ هَٰذَا مِنۡ عَمَلِ ٱلشَّيۡطَٰنِۖ إِنَّهُۥ عَدُوّٞ مُّضِلّٞ مُّبِينٞ ١٥

And he entered the city at a time of inattention by its people1 and found therein two men fighting: one from his faction and one from among his enemy. And the one from his faction called for help to him against the one from his enemy, so Moses struck him and [unintentionally] killed him. [Moses] said, "This is from the work of Satan. Indeed, he is a manifest, misleading enemy."

และเมื่อมูซาได้เข้าไปในเมืองในช่วงเวลาที่ชาวเมืองกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านของพวกเขา ที่นั่นเขาได้เห็นผู้ชายสองคนกำลังต่อสู้กัน คนหนึ่งมาจากบนีอิสรออีลซึ่งเป็นหมู่ชนของมูซาและอีกคนมาจากกิบฏี(อียิปต์)ซึ่งเป็นหมู่ชนของฟิรเอานฺศัตรูของมูซา คนที่มาจากหมู่ชนของเขาจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือให้มีชัยเหนือศัตรูของเขาที่มาจากกิบฏี ดังนั้น มูซาได้กำมือของเขาต่อยกิบฏีอย่างแรงจนเสียชีวิต มูซาจึงกล่าวว่า:" นี่เป็นการยั่วยวนของชันฏอน แท้จริงชัยฏอนนั้นคือศัตรูอย่างชัดแจ้ง ผู้ที่ทำให้ผู้ติดตามมันนั้นหลง ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันนั้นเป็นเพราะความเป็นศัตรูของเขาที่ต้องการให้ฉันหลงทาง"

28:16Page 387

قَالَ رَبِّ إِنِّي ظَلَمۡتُ نَفۡسِي فَٱغۡفِرۡ لِي فَغَفَرَ لَهُۥٓۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلۡغَفُورُ ٱلرَّحِيمُ ١٦

He said, "My Lord, indeed I have wronged myself, so forgive me," and He forgave him. Indeed, He is the Forgiving, the Merciful.

มูซาได้วิงวอนสารภาพผิดต่อพระเจ้าของเขากับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับเขาว่า: "ข้าแต่พระเผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันได้อธรรมต่อตัวเอง ด้วยการฆ่าชาวกิบฏีคนหนึ่ง ดังนั้น ขอพระองค์โปรดอภัยต่อบาปของฉันด้วยเถิด" ดังนั้น อัลลอฮฺได้ชี้แจงแก่เราถึงการอภัยโทษของพระองค์แก่มูซา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยสำหรับผู้กลับเนื้อกลับตัวจากบ่าวของพระองค์และเป็นผู้ทรงเมตตาแก่พวกเขาเสมอ

28:17Page 387

قَالَ رَبِّ بِمَآ أَنۡعَمۡتَ عَلَيَّ فَلَنۡ أَكُونَ ظَهِيرٗا لِّلۡمُجۡرِمِينَ ١٧

He said, "My Lord, for the favor You bestowed upon me, I will never be an assistant to the criminals."

หลังจากนั้น ต่อด้วยเรื่องราวการวิงวอนของมูซา: "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน ด้วยเหตุที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานแก่ฉันให้มีพลังเข้มแข็ง มีวิทยปัญญาและความรู้ ฉันจะไม่เป็นผู้ให้การช่วยเหลือแก่บรรดาผู้กระทำผิดที่มีต่อความผิดของพวกเขาอีกต่อไป"

28:18Page 387

فَأَصۡبَحَ فِي ٱلۡمَدِينَةِ خَآئِفٗا يَتَرَقَّبُ فَإِذَا ٱلَّذِي ٱسۡتَنصَرَهُۥ بِٱلۡأَمۡسِ يَسۡتَصۡرِخُهُۥۚ قَالَ لَهُۥ مُوسَىٰٓ إِنَّكَ لَغَوِيّٞ مُّبِينٞ ١٨

And he became inside the city fearful and anticipating [exposure], when suddenly the one who sought his help the previous day cried out to him [once again]. Moses said to him, "Indeed, you are an evident, [persistent] deviator."

ดังนั้น หลังจากที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาจากการฆ่าชาวกิบฏีนั้น ทำให้เขาอยู่ในเมืองในสภาพที่หวาดกลัวและระแวดระวังว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทันใดนั้น (เขาเห็น) คนที่เคยร้องขอให้เขาช่วยเหลือปราบศัตรูของเขาที่เป็นชาวกิบฏีเมือวานนั้น กำลังร้องขอให้เขาช่วยเหลือปราบชาวกิบฏีอีกคน มูซาจึงกล่าวแก่เขาว่า:" แท้จริงเจ้านั้นคือผู้สร้างความหายนะและหลงผิดอย่างชัดแจ้ง"

28:19Page 387

فَلَمَّآ أَنۡ أَرَادَ أَن يَبۡطِشَ بِٱلَّذِي هُوَ عَدُوّٞ لَّهُمَا قَالَ يَٰمُوسَىٰٓ أَتُرِيدُ أَن تَقۡتُلَنِي كَمَا قَتَلۡتَ نَفۡسَۢا بِٱلۡأَمۡسِۖ إِن تُرِيدُ إِلَّآ أَن تَكُونَ جَبَّارٗا فِي ٱلۡأَرۡضِ وَمَا تُرِيدُ أَن تَكُونَ مِنَ ٱلۡمُصۡلِحِينَ ١٩

And when he wanted to strike the one who was an enemy to both of them, he1 said, "O Moses, do you intend to kill me as you killed someone yesterday? You only want to be a tyrant in the land and do not want to be of the amenders."

ดังนั้น เมื่อมูซาต้องการจะจับชาวกิบฏีคนซึ่งเป็นศัตรูของเขาและเป็นศัตรูของชาวอิสรออีล ชาวอิสรออีล (คนที่มูซาเคยช่วยชีวิตเขาไว้) คิดว่ามูซาจะทำร้ายเขาเพราะเขาได้ยินมูซากล่าวว่า: "แท้จริงเจ้านั้นเป็นผู้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง" เขาจึงร้องออกมาว่า: "(โอ้มูซา) เจ้าต้องการจะฆ่าฉันดั่งที่เจ้าได้ฆ่าคนหนึ่งไปแล้วเมื่อวานกระนั้นหรือ เจ้าไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากเป็นผู้กดขี่ในแผ่นดินนี้ เจ้าฆ่าผู้คนและอธรรมต่อพวกเขา และเจ้าไม่ปรารถนาที่จะเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่สร้างความปรองดองระหว่างผู้ที่ทะเลาะกันอย่างนั่นหรือ?!"

28:20Page 387

وَجَآءَ رَجُلٞ مِّنۡ أَقۡصَا ٱلۡمَدِينَةِ يَسۡعَىٰ قَالَ يَٰمُوسَىٰٓ إِنَّ ٱلۡمَلَأَ يَأۡتَمِرُونَ بِكَ لِيَقۡتُلُوكَ فَٱخۡرُجۡ إِنِّي لَكَ مِنَ ٱلنَّٰصِحِينَ ٢٠

And a man came from the farthest end of the city, running. He said, "O Moses, indeed the eminent ones are conferring over you [intending] to kill you, so leave [the city]; indeed, I am to you of the sincere advisors."

และเมื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้แพร่กระจาย มีชายคนหนึ่งออกมาจากชานเมืองอย่างรีบเร่งด้วยความเอ็นดูที่มีต่อมูซาจากการถูกไล่ล่า เขาจึงกล่าวว่า: "โอ้มูซา พวกเสนาบดีจากหมู่ชนฟิรเอวนฺกำลังว่างแผนที่จะฆ่าท่าน ดังนั้นท่านจงออกไปจากเมืองนี้เถิด แท้จริงฉันเป็นผู้หวังดีอีกทั้งเอ็นดูต่อท่านจากการที่ท่านจะถูกพวกเขาจับตัวไปฆ่า"

28:21Page 387

فَخَرَجَ مِنۡهَا خَآئِفٗا يَتَرَقَّبُۖ قَالَ رَبِّ نَجِّنِي مِنَ ٱلۡقَوۡمِ ٱلظَّٰلِمِينَ ٢١

So he left it, fearful and anticipating [apprehension]. He said, "My Lord, save me from the wrongdoing people."

ดังนั้น มูซาจึงได้น้อมรับคำแนะนำของผู้ชายผู้หวังดีคนนั้น ท่านจึงได้ออกจากเมืองนั้นในสภาพที่ความกลัวได้ติดตามเขาตลอดเวลา ซึ่งไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาว่า: ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดช่วยเหลือฉันให้รอดพ้นจากหมู่ชนผู้อธรรมด้วยเถิด แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถนำภัยอันตรายใดๆ มาถึงฉันได้"

28:22Page 388

وَلَمَّا تَوَجَّهَ تِلۡقَآءَ مَدۡيَنَ قَالَ عَسَىٰ رَبِّيٓ أَن يَهۡدِيَنِي سَوَآءَ ٱلسَّبِيلِ ٢٢

And when he directed himself toward Madyan, he said, "Perhaps my Lord will guide me to the sound way."

และเมื่อเขาออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองมัดยัน เขากล่าวว่า "ฉันหวังว่าพระอภิบาลของฉันจะทรงนำฉันไปสู่ทางที่ดีกว่าแล้วฉันจะไม่หลงจากมัน"

28:23Page 388

وَلَمَّا وَرَدَ مَآءَ مَدۡيَنَ وَجَدَ عَلَيۡهِ أُمَّةٗ مِّنَ ٱلنَّاسِ يَسۡقُونَ وَوَجَدَ مِن دُونِهِمُ ٱمۡرَأَتَيۡنِ تَذُودَانِۖ قَالَ مَا خَطۡبُكُمَاۖ قَالَتَا لَا نَسۡقِي حَتَّىٰ يُصۡدِرَ ٱلرِّعَآءُۖ وَأَبُونَا شَيۡخٞ كَبِيرٞ ٢٣

And when he came to the water [i.e., well] of Madyan, he found there a crowd of people watering [their flocks], and he found aside from them two women holding back [their flocks]. He said, "What is your circumstance?" They said, "We do not water until the shepherds dispatch [their flocks]; and our father is an old man."

และเมื่อเขาได้มาถึงบ่อน้ำแห่งเมืองมัดยันซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาใช้ตักน้ำ เขาได้พบคนกลุ่มหนึ่งกำลังให้น้ำแก่สัตว์เลี้ยงของพวกเขาอยู่ และนอกจากพวกเขาเหล่านี้แล้ว เขายังได้พบหญิงสองคนยืนคุมสัตว์เลี้ยงของพวกนางทั้งสองมิให้เข้าใกล้บ่อน้ำจนกว่าพวกเขาจะตักน้ำเสร็จเสียก่อน มูซาจึงถามนางทั้งสองว่า "ท่านทั้งสองมีเรื่องอะไรอยู่หรือ ทำไมไม่ตักน้ำพร้อมกับพวกเขา? นางทั้งสองตอบว่า "โดยธรรมเนียมของเรานั้น เราจะไม่รีบร้อนตักน้ำจนกว่าคนเลี้ยงแกะเหล่านั้นจะถอยออกไปเสียก่อนเพื่อป้องกันการปะปนกับพวกเขา และบิดาของเราก็เป็นคนแก่มากไม่สามารถจะมาตักน้ำได้ เราจึงต้องมาทำหน้าที่ตักน้ำให้สัตว์เลี้ยงของเราแทน"

28:24Page 388

فَسَقَىٰ لَهُمَا ثُمَّ تَوَلَّىٰٓ إِلَى ٱلظِّلِّ فَقَالَ رَبِّ إِنِّي لِمَآ أَنزَلۡتَ إِلَيَّ مِنۡ خَيۡرٖ فَقِيرٞ ٢٤

So he watered [their flocks] for them; then he went back to the shade and said, "My Lord, indeed I am, for whatever good You would send down to me, in need."

ดังนั้น มูซาจึงได้เมตตานางทั้งสอง เขาจึงตักน้ำให้ฝูงสัตว์แทนนางทั้งสอง หลังจากนั้น เขาก็หันไปพักผ่อนในที่ร่ม และได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาในสิ่งที่เขาอยากได้ว่า"แท้จริงแล้ว ต่อสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาให้แก่ข้าที่เป็นความดีทั้งหลายนั้น ข้าต้องการเสมอ"

28:25Page 388

فَجَآءَتۡهُ إِحۡدَىٰهُمَا تَمۡشِي عَلَى ٱسۡتِحۡيَآءٖ قَالَتۡ إِنَّ أَبِي يَدۡعُوكَ لِيَجۡزِيَكَ أَجۡرَ مَا سَقَيۡتَ لَنَاۚ فَلَمَّا جَآءَهُۥ وَقَصَّ عَلَيۡهِ ٱلۡقَصَصَ قَالَ لَا تَخَفۡۖ نَجَوۡتَ مِنَ ٱلۡقَوۡمِ ٱلظَّٰلِمِينَ ٢٥

Then one of the two women came to him walking with shyness. She said, "Indeed, my father invites you that he may reward you for having watered for us." So when he came to him1 and related to him the story, he said, "Fear not. You have escaped from the wrongdoing people."

ดังนั้น เมื่อนางทั้งสองกลับถึงบ้านจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณพ่อทราบ จากนั้นเขาได้ส่งคนหนึ่งในสองคนไปหามูซา นางเดินไปด้วยความเขินอายแล้วกล่าวขึ้นว่า "แท้จริงพ่อของฉันเชิญท่านไปพบเขา เพื่อจะตอบแทนที่ช่วยตักน้ำ (ให้สัตว์) แทนพวกเรา" เมื่อมูซาได้มาหาพ่อของนางทั้งสอง มูซาก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง เขาก็ตอบอย่างสงบเสงี่ยมไปว่า "ท่านไม่ต้องกลัว ท่านได้หนี้ออกมาจากกลุ่มชนผู้อธรรมของฟิรเอวนฺและเสนาบดีของเขาแล้ว แท้จริงพวกเขาไม่มีอำนาจเหนือเมืองมัดยัน และพวกเขาก็ไม่สามารถมาทำร้ายท่านถึงที่นี้ได้หรอก"

28:26Page 388

قَالَتۡ إِحۡدَىٰهُمَا يَٰٓأَبَتِ ٱسۡتَـٔۡجِرۡهُۖ إِنَّ خَيۡرَ مَنِ ٱسۡتَـٔۡجَرۡتَ ٱلۡقَوِيُّ ٱلۡأَمِينُ ٢٦

One of the women said, "O my father, hire him. Indeed, the best one you can hire is the strong and the trustworthy."

หนึ่งในลูกกสาวทั้งสองได้กล่าวว่า "โอ้พ่อจ๋า รับเขาเป็นลูกจ้างสิ ไว้เลี้ยงสัตว์ของเรา เพราะเขาเป็นคนดีที่ท่านควรจะจ้างเขาไว้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่แข็งแรงและซื่อสัตย์" เพราะด้วยความแข็งแรงจะทำให้เขามีความกระตือรือร้นในหน้าที่ และด้วยความซื่อสัตย์เขาสามารถจะรักษาสิ่งที่เขาได้รับมอบหมายนั้นได้

28:27Page 388

قَالَ إِنِّيٓ أُرِيدُ أَنۡ أُنكِحَكَ إِحۡدَى ٱبۡنَتَيَّ هَٰتَيۡنِ عَلَىٰٓ أَن تَأۡجُرَنِي ثَمَٰنِيَ حِجَجٖۖ فَإِنۡ أَتۡمَمۡتَ عَشۡرٗا فَمِنۡ عِندِكَۖ وَمَآ أُرِيدُ أَنۡ أَشُقَّ عَلَيۡكَۚ سَتَجِدُنِيٓ إِن شَآءَ ٱللَّهُ مِنَ ٱلصَّٰلِحِينَ ٢٧

He said, "Indeed, I wish to wed you one of these, my two daughters, on [the condition] that you serve me for eight years; but if you complete ten, it will be [as a favor] from you. And I do not wish to put you in difficulty. You will find me, if Allāh wills, from among the righteous."

พ่อของนางทั้งสองได้กล่าวแก่มูซาว่า "แท้จริงฉันต้องการสมรสท่านกับลูกสาวคนหนึ่งในสองคนนี้ โดยที่สินสอดของนางคือท่านจะต้องเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของเราเป็นเวลาแปดปี ถ้าหากท่านทำครบถึงสิบปีนั้นก็เป็นความดีของท่านซึ่งไม่เป็นการบังคับใดๆ สำหรับท่าน เพราะสัญญาจ้างนั้นคือแปดปี ส่วนที่มากกว่านั้นคือความสมัครใจ และฉันไม่ต้องการที่จะเข้มงวดกับท่าน สร้างความลำบากให้ท่าน -อินชาอัลลอฮฺ- ท่านจะพบว่าฉันอยู่ในหมู่คนดีคนหนึ่งผู้ที่ให้ครบถ้วนซึ่งสัญญาและจะไม่ทำลายซึ่งพันธะสัญญา"

28:28Page 388

قَالَ ذَٰلِكَ بَيۡنِي وَبَيۡنَكَۖ أَيَّمَا ٱلۡأَجَلَيۡنِ قَضَيۡتُ فَلَا عُدۡوَٰنَ عَلَيَّۖ وَٱللَّهُ عَلَىٰ مَا نَقُولُ وَكِيلٞ ٢٨

[Moses] said, "That is [established] between me and you. Whichever of the two terms I complete - there is no injustice to me, and Allāh, over what we say, is Witness."

มูซาได้ตอบว่า "นั่นคือข้อสัญญาที่เราได้ตกลงระหว่างฉันกับท่าน สัญญาใดจากทั้งสองที่ฉันได้ปฏิบัติครบกำหนดจะแปดปีหรือสิบปี ถือว่าฉันได้ปฏิบัติหน้าที่ของฉันครบแล้ว ดังนั้น ท่านอย่าได้ขอให้ฉันปฏิบัติเพิ่มอีก และอัลลอฮฺทรงเป็นพยานและเป็นผู้ดูแลต่อสิ่งที่เราได้สัญญาไว้"

28:29Page 389

۞ فَلَمَّا قَضَىٰ مُوسَى ٱلۡأَجَلَ وَسَارَ بِأَهۡلِهِۦٓ ءَانَسَ مِن جَانِبِ ٱلطُّورِ نَارٗاۖ قَالَ لِأَهۡلِهِ ٱمۡكُثُوٓاْ إِنِّيٓ ءَانَسۡتُ نَارٗا لَّعَلِّيٓ ءَاتِيكُم مِّنۡهَا بِخَبَرٍ أَوۡ جَذۡوَةٖ مِّنَ ٱلنَّارِ لَعَلَّكُمۡ تَصۡطَلُونَ ٢٩

And when Moses had completed the term and was traveling with his family, he perceived from the direction of the mount a fire. He said to his family, "Stay here; indeed, I have perceived a fire. Perhaps I will bring you from there [some] information or burning wood from the fire that you may warm yourselves."

ครั้นเมื่อมูซาได้ปฏิบัติตามสัญญาครบกำหนดหนึ่งในสองคือสิบปี และเขาก็ได้ออกเดินทางพร้อมครอบครัวของเขาจากมัดยันมุ่งสู่อียิปต์ เขาก็ได้เห็นแสงไฟอยู่ข้างภูเขาฎูร เขาจึงพูดกับครอบครัวของเขาว่า "จงอยู่ที่นี่นะ แท้จริงฉันเห็นแสงไฟ บางทีฉันจะนำข่าวดีจากที่นั้นหรือเอาคบไฟสักดุ้นหนึ่งมาให้พวกเจ้าเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ทำให้อบอุ่นให้ตัวเองจากความหนาว"

28:30Page 389

فَلَمَّآ أَتَىٰهَا نُودِيَ مِن شَٰطِيِٕ ٱلۡوَادِ ٱلۡأَيۡمَنِ فِي ٱلۡبُقۡعَةِ ٱلۡمُبَٰرَكَةِ مِنَ ٱلشَّجَرَةِ أَن يَٰمُوسَىٰٓ إِنِّيٓ أَنَا ٱللَّهُ رَبُّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٣٠

But when he came to it, he was called from the right side of the valley in a blessed spot - from the tree,1 "O Moses, indeed I am Allāh, Lord of the worlds."

เมื่อมูซาได้มาถึงบริเวณที่มีแสงไฟที่เขาได้เห็นมันนั้น พระผู้อภิบาลของเขาได้เรียกเขาจากริมหุบเขาทางด้านขวาซึ่งอยู่ในบริเวณต้นไม้ที่อัลลอฮฺได้ให้ความจำเริญด้วยการสนทนากับมูซาว่า "โอ้มูซาเอ๋ย แท้จริงข้าคืออัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก"

28:31Page 389

وَأَنۡ أَلۡقِ عَصَاكَۚ فَلَمَّا رَءَاهَا تَهۡتَزُّ كَأَنَّهَا جَآنّٞ وَلَّىٰ مُدۡبِرٗا وَلَمۡ يُعَقِّبۡۚ يَٰمُوسَىٰٓ أَقۡبِلۡ وَلَا تَخَفۡۖ إِنَّكَ مِنَ ٱلۡأٓمِنِينَ ٣١

And [he was told], "Throw down your staff." But when he saw it writhing as if it was a snake, he turned in flight and did not return.1 [Allāh said], "O Moses, approach and fear not. Indeed, you are of the secure.

(และได้มีบัญชาว่า) "จงโยนไม้เท้าของเจ้าลงไป" ดังนั้น มูซาก็ได้โยนมันลงเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของพระผู้อภิบาลของเขา เมื่อมูซาเห็นมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วคล้ายกับงู เขาก็ได้หันหลังหนีออกจากมันเพราะความกลัวและไม่หันกลับมาดูอีก จากนั้นพระผู้อภิบาลของเขาได้เรียกเขา "โอ้มูซาเอ๋ย จงกลับมาเถิดและอย่าได้หวาดกลัวกับมัน แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ปลอดภัยจากมันและอื่นๆ จากสิ่งที่เจ้ากลัว"

28:32Page 389

ٱسۡلُكۡ يَدَكَ فِي جَيۡبِكَ تَخۡرُجۡ بَيۡضَآءَ مِنۡ غَيۡرِ سُوٓءٖ وَٱضۡمُمۡ إِلَيۡكَ جَنَاحَكَ مِنَ ٱلرَّهۡبِۖ فَذَٰنِكَ بُرۡهَٰنَانِ مِن رَّبِّكَ إِلَىٰ فِرۡعَوۡنَ وَمَلَإِيْهِۦٓۚ إِنَّهُمۡ كَانُواْ قَوۡمٗا فَٰسِقِينَ ٣٢

Insert your hand into the opening of your garment; it will come out white, without disease. And draw in your arm close to you [as prevention] from fear, for those are two proofs from your Lord to Pharaoh and his establishment. Indeed, they have been a people defiantly disobedient."

"จงเอามือขวาของเจ้าล้วงเข้าไปในอกเสื้อที่อยู่ถัดลงจากคอของเจ้า มันจะออกมาเป็นสีขาวสว่างซึ่งไม่ใช้โรคเรื้อนขาว" จากนั้นมูซาก็ได้ล้วงมือเข้าไปปรากฏว่ามันได้ออกมาเป็นแสงสีขาวสว่างเหมือนหิมะ และจงพับแขนแนบไว้กับตัวเจ้าไว้เพื่อคล้ายความตกใจของเจ้า" จากนั้นมูซาก็พับมันไว้ความรู้สึกกลัวก็ได้หายไปจากเขา สองสิ่งที่ถูกกล่าวไว้นี้ -คือไม้เท้าและมือ- เป็นหลักฐานที่ถูกส่งมาจากพระเจ้าของเจ้าไปยังฟิรเอานฺและพวกขุนนางของเขาจากหมู่ชนของเขา แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ออกห่างจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำบาป

28:33Page 389

قَالَ رَبِّ إِنِّي قَتَلۡتُ مِنۡهُمۡ نَفۡسٗا فَأَخَافُ أَن يَقۡتُلُونِ ٣٣

He said, "My Lord, indeed I killed from among them someone, and I fear they will kill me.

มูซาได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาเป็นการร้องขอว่า "แท้จริงฉันได้ฆ่าพวกเขาไปคนหนึ่ง ฉะนั้น ฉันกลัวว่าพวกเขาจะฆ่าฉัน ถ้าหากฉันได้ไปหาพวกเขาเพื่อเผยแพร่สิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานมา"

28:34Page 389

وَأَخِي هَٰرُونُ هُوَ أَفۡصَحُ مِنِّي لِسَانٗا فَأَرۡسِلۡهُ مَعِيَ رِدۡءٗا يُصَدِّقُنِيٓۖ إِنِّيٓ أَخَافُ أَن يُكَذِّبُونِ ٣٤

And my brother Aaron is more fluent than me in tongue, so send him with me as support, verifying me. Indeed, I fear that they will deny me."

"และฮารูนพี่ชายของฉันเขามีความคล่องแคล่วกว่าฉันในเรื่องการพูด ดังนั้น ขอพระองค์ได้โปรดส่งเขามาพร้อมกับฉันในฐานะผู้ช่วยพูดแทนฉัน หากเกิดว่าฟิรเอานฺและหมู่ชนของเขาปฏิเสธฉัน แท้จริงฉันกลัวว่าพวกเขาจะปฏิเสธฉัน ดั่งที่เคยเกิดขึ้นกับประชาชาติอื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่บรรดารอสูลได้ถูกส่งมายังพวกเขา แต่พวกเขากลับปฏิเสธบรรดาเราะสูลเหล่านั้น"

28:35Page 389

قَالَ سَنَشُدُّ عَضُدَكَ بِأَخِيكَ وَنَجۡعَلُ لَكُمَا سُلۡطَٰنٗا فَلَا يَصِلُونَ إِلَيۡكُمَا بِـَٔايَٰتِنَآۚ أَنتُمَا وَمَنِ ٱتَّبَعَكُمَا ٱلۡغَٰلِبُونَ ٣٥

[Allāh] said, "We will strengthen your arm through your brother and grant you both supremacy so they will not reach you. [It will be] through Our signs; you and those who follow you will be the predominant."

อัลลอฮฺได้กล่าวตอบรับดุอาอ์ของมูซาโดยพระองค์ได้กล่าวว่า "เราจะทำให้เจ้า -โอ้มูซาเอ๋ย- เข้มแข็งด้วยการส่งพี่ชายของเจ้าพร้อมกับเจ้าในฐานะผู้ช่วย และเราจะทำให้เจ้าทั้งสองมีอำนาจ ดังนั้น พวกเขาไม่มีทางจะเข้าไปถึงเพื่อทำร้ายเจ้าทั้งสองได้ ด้วยสัญญาณทั้งหลายของเราที่เราได้มอบไว้แก่พวกเจ้านั้น เจ้าทั้งสองและผู้ติดตามเจ้าจากบรรดาผู้ศรัทธาจะเป็นผู้ชนะ"

28:36Page 390

فَلَمَّا جَآءَهُم مُّوسَىٰ بِـَٔايَٰتِنَا بَيِّنَٰتٖ قَالُواْ مَا هَٰذَآ إِلَّا سِحۡرٞ مُّفۡتَرٗى وَمَا سَمِعۡنَا بِهَٰذَا فِيٓ ءَابَآئِنَا ٱلۡأَوَّلِينَ ٣٦

But when Moses came to them with Our signs as clear evidences, they said, "This is not except invented magic, and we have not heard of this [religion] among our forefathers."

หลังจากที่มูซา ได้มาหาพวกเขาพร้อมกับสัญญาณต่างๆของเราที่ชัดแจ้ง พวกเขากล่าวว่า: "นี่ไม่ใช่อะไรนอกจากความเท็จที่มูซาประดิษฐ์ขึ้นมา และเราไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ในหมู่บรรพบุรุษของเรามาก่อนเลย”

28:37Page 390

وَقَالَ مُوسَىٰ رَبِّيٓ أَعۡلَمُ بِمَن جَآءَ بِٱلۡهُدَىٰ مِنۡ عِندِهِۦ وَمَن تَكُونُ لَهُۥ عَٰقِبَةُ ٱلدَّارِۚ إِنَّهُۥ لَا يُفۡلِحُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٣٧

And Moses said, "My Lord is more knowing [than we or you] of who has come with guidance from Him and to whom will be succession in the home.1 Indeed, wrongdoers do not succeed."

มูซากล่าวแก่ฟิรเอานฺว่า "พระผู้อภิบาลของฉันทรงรู้ดีถึงผู้ที่มากับทางนำจากพระองค์ และยังทรงรู้ดีอีกว่าใครจะได้รับที่พำนักที่ดีในบั้นปลาย แท้จริงพวกอธรรมนั้นจะไม่ประสบกับความสำเร็จในสิ่งที่พวกเขาปรารถนาและจะไม่รอดพ้นจากความหวาดกลัวที่พวกเขามี"

28:38Page 390

وَقَالَ فِرۡعَوۡنُ يَٰٓأَيُّهَا ٱلۡمَلَأُ مَا عَلِمۡتُ لَكُم مِّنۡ إِلَٰهٍ غَيۡرِي فَأَوۡقِدۡ لِي يَٰهَٰمَٰنُ عَلَى ٱلطِّينِ فَٱجۡعَل لِّي صَرۡحٗا لَّعَلِّيٓ أَطَّلِعُ إِلَىٰٓ إِلَٰهِ مُوسَىٰ وَإِنِّي لَأَظُنُّهُۥ مِنَ ٱلۡكَٰذِبِينَ ٣٨

And Pharaoh said, "O eminent ones, I have not known you to have a god other than me. Then ignite for me, O Hāmān, [a fire] upon the clay1 and make for me a tower that I may look at the God of Moses. And indeed, I do think he is among the liars."

ฟิรเอานฺได้กล่าวแก่เสนาบดีจากหมู่ชนของเขาว่า "โอ้เสนาบดีทั้งหลาย ฉันไม่เคยรู้จักสิ่งที่ถูกกราบไหว้มาก่อน (พระเจ้า) ของพวกเจ้านอกจากฉัน โอ้ฮามานเอ๋ย จงเผาอิฐไว้ให้ฉันจนกว่ามันจะแข็งแกร่ง แล้วจงสร้างหอคอยที่สูงให้ฉันเพื่อที่ฉันจะได้ขึ้นไปยืนดูพระเจ้าของมูซา เพราะแท้จริงฉันคิดว่ามูซาเป็นผู้โกหกต่อสิ่งที่เขาอ้าง ว่าเขาเป็นผู้ที่ถูกส่งมาจากอัลลอฮฺมายังฉันและหมู่ชนของฉัน"

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском