Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Ali 'Imran 3:30–63
3:30Page 54
يَوۡمَ تَجِدُ كُلُّ نَفۡسٖ مَّا عَمِلَتۡ مِنۡ خَيۡرٖ مُّحۡضَرٗا وَمَا عَمِلَتۡ مِن سُوٓءٖ تَوَدُّ لَوۡ أَنَّ بَيۡنَهَا وَبَيۡنَهُۥٓ أَمَدَۢا بَعِيدٗاۗ وَيُحَذِّرُكُمُ ٱللَّهُ نَفۡسَهُۥۗ وَٱللَّهُ رَءُوفُۢ بِٱلۡعِبَادِ ٣٠
The Day every soul will find what it has done of good present [before it] and what it has done of evil, it will wish that between itself and that [evil] was a great distance. And Allāh warns you of Himself, and Allāh is Kind to [His] servants."
ในวันกียามะฮฺที่แต่ละชีวิตจะได้เจอกับความดีที่ตนได้ประกอบไว้ถูกนำมาอยู่ต่อหน้าโดยที่ไม่ขาดตกบกพร่อง และผู้ที่กระทำความชั่ว พวกเขาหวังว่าระยะเวลาระหว่างพวกเขากับความชั่วของพวกเขานั้นห่างไกล และสิ่งที่พวกเขาหวังไว้นั้น(ไม่มีทางเป็นไปได้) และอัลลอฮ์ทรงเตือนพวกเขาให้ยำเกรงพระองค์ ดังนั้นอย่าได้นำตัวเองสู่ความโกรธกริ้วของพระองค์ด้วยการทำบาปต่างๆ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเอ็นดูต่อปวงบ่าวของพระองค์ นั่นคือเหตุที่พระองค์ทรงตักเตือนและทำให้พวกเขาหวาดกลัว
3:31Page 54
قُلۡ إِن كُنتُمۡ تُحِبُّونَ ٱللَّهَ فَٱتَّبِعُونِي يُحۡبِبۡكُمُ ٱللَّهُ وَيَغۡفِرۡ لَكُمۡ ذُنُوبَكُمۡۚ وَٱللَّهُ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٣١
Say, [O Muḥammad], "If you should love Allāh, then follow me, [so] Allāh will love you and forgive you your sins. And Allāh is Forgiving and Merciful."
จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- "หากพวกเจ้ารักอัลลอฮ์อย่างแท้จริง ก็จงปฏิบัติตามในสิ่งที่ฉันนำมาทั้งเรื่อง(การปฏิบัติของร่างกาย)ภายนอกและ(การปฏิบัติของจิตใจจาก)ภายใน แน่นอนพวกเจ้าจะได้รับความรักจากอัลลอฮ์ และจะทรงอภัยให้แก่พวกเจ้าซึ่งบาปทั้งหลายของพวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยสำหรับบ่าวที่กลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงเมตตาเสมอ"
3:32Page 54
قُلۡ أَطِيعُواْ ٱللَّهَ وَٱلرَّسُولَۖ فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَإِنَّ ٱللَّهَ لَا يُحِبُّ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٣٢
Say, "Obey Allāh and the Messenger. But if you turn away - then indeed, Allāh does not like the disbelievers."
จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- "พวกท่านจงเชื่อฟังอัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์เถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาและห่างไกลสิ่งต้องห้าม แต่ถ้าพวกเขาผินหลังให้ไม่เชื่อฟัง แท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงชอบผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ฝ่าฝืนต่อคำสั่งของพระองค์และคำสั่งของเราะสูลของพระองค์"
3:33Page 54
۞ إِنَّ ٱللَّهَ ٱصۡطَفَىٰٓ ءَادَمَ وَنُوحٗا وَءَالَ إِبۡرَٰهِيمَ وَءَالَ عِمۡرَٰنَ عَلَى ٱلۡعَٰلَمِينَ ٣٣
Indeed, Allāh chose Adam and Noah and the family of Abraham and the family of ʿImrān over the worlds -
แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเลือก อาดัม อลัยฮิสสลาม และพระองค์ได้ทรงให้บรรดามลาอิกะฮ์ของพระองค์ทำการสูญูดต่อเขา และพระองค์ทรงเลือกนูหฺและทรงให้เขาเป็นเราะสูลท่านแรกของชาวโลกนี้ และพระองค์ทรงเลือกวงศ์วานของอิบรอฮีมและทรงทำให้ต่ำแหน่งการเป็นนบีตกเป็นของลูกหลานของท่าน และพระองค์ทรงเลือกวงศ์วานของอิมรอน พระองค์ทรงเลือกพวกเขาเหล่านี้ทั้งหมดและทรงโปรดปรานพวกเขาเหนือทุกคนในยุคของพวกเขา
3:34Page 54
ذُرِّيَّةَۢ بَعۡضُهَا مِنۢ بَعۡضٖۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ٣٤
Descendants, some of them from others. And Allāh is Hearing and Knowing.
พวกเขาเหล่านั้นตามที่ได้กล่าวมานั้น ที่เป็นบรรดานบีและลูกหลานของพวกเขาที่ปฏิบัติตามแนวทางของพวกเขา พวกเขาคือลูกหลานที่สืบทอดต่อๆ กัน ระหว่างพวกเขา ในเรื่องการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และการประกอบคุณงามความดี พวกเขาสืบทอดกันระหว่างพวกเขาซึ่งเกียรติต่างๆและความประเสริฐต่างๆ และอัลลอฮ์ทรงได้ยินคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ทรงรอบรู้ในการงานของพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่พระองค์ทรงเลือกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากพวกเขา และพระองค์ทรงคัดจากพวกเขาผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
3:35Page 54
إِذۡ قَالَتِ ٱمۡرَأَتُ عِمۡرَٰنَ رَبِّ إِنِّي نَذَرۡتُ لَكَ مَا فِي بَطۡنِي مُحَرَّرٗا فَتَقَبَّلۡ مِنِّيٓۖ إِنَّكَ أَنتَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ ٣٥
[Mention, O Muḥammad], when the wife of ʿImrān said, "My Lord, indeed I have pledged to You what is in my womb, consecrated [for Your service], so accept this from me. Indeed, You are the Hearing, the Knowing."
โอ้ท่านเราะสูล จงรำลึกถึงขณะที่ภรรยาของอิมรอน มารดาของมัรยัม อลัยฮัสสลาม กล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันได้สัญญากับตนเอง ด้วยการให้สิ่งที่อยู่ในครรภ์ของฉันจากการตั้งท้องในครั้งนี้ เจาะจงไว้เพื่อพระองค์ อิสระจากทุกสิ่ง เพื่อรับใช้พระองค์และดูแลบ้านของพระองค์ ดังนั้นขอพระองค์ได้โปรดรับจากฉันด้วยเถิด แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินในคำวิงวอนของฉัน ผู้ทรงรอบรู้ในเจตนารมณ์ของฉัน"
3:36Page 54
فَلَمَّا وَضَعَتۡهَا قَالَتۡ رَبِّ إِنِّي وَضَعۡتُهَآ أُنثَىٰ وَٱللَّهُ أَعۡلَمُ بِمَا وَضَعَتۡ وَلَيۡسَ ٱلذَّكَرُ كَٱلۡأُنثَىٰۖ وَإِنِّي سَمَّيۡتُهَا مَرۡيَمَ وَإِنِّيٓ أُعِيذُهَا بِكَ وَذُرِّيَّتَهَا مِنَ ٱلشَّيۡطَٰنِ ٱلرَّجِيمِ ٣٦
But when she delivered her, she said, "My Lord, I have delivered a female." And Allāh was most knowing of what she delivered, and the male is not like the female. "And I have named her Mary, and I seek refuge for her in You and [for] her descendants from Satan, the expelled [from the mercy of Allāh]."
ครั้นเมื่อครบกำหนดนางก็ได้คลอดบุตร และนางก็ได้กล่าวเป็นการขอโทษต่ออัลลอฮ์ -ซึ่งนางได้หวังจากการตั้งครรภ์ของนางนั้นเป็นเพศชาย- "โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงแล้วฉันได้คลอดบุตรเป็นหญิง และอัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่ง ถึงบุตรที่นางได้คลอดมา และบุตรชายที่ได้หวังไว้ไม่เหมือนกับบุตรสาวที่ได้มา ทั้งในด้านกำลังและรูปร่าง และฉันได้ตั้งชื่อนางว่า “มัรฺยัม” แล้วฉันขอต่อพระองค์ให้ทรงคุ้มครองนาง และลูกของนางให้พ้นจากชัยฏอนที่ถูกขับไล่จากความเมตตาของพระองค์"
3:37Page 54
فَتَقَبَّلَهَا رَبُّهَا بِقَبُولٍ حَسَنٖ وَأَنۢبَتَهَا نَبَاتًا حَسَنٗا وَكَفَّلَهَا زَكَرِيَّاۖ كُلَّمَا دَخَلَ عَلَيۡهَا زَكَرِيَّا ٱلۡمِحۡرَابَ وَجَدَ عِندَهَا رِزۡقٗاۖ قَالَ يَٰمَرۡيَمُ أَنَّىٰ لَكِ هَٰذَاۖ قَالَتۡ هُوَ مِنۡ عِندِ ٱللَّهِۖ إِنَّ ٱللَّهَ يَرۡزُقُ مَن يَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٍ ٣٧
So her Lord accepted her with good acceptance and caused her to grow in a good manner and put her in the care of Zechariah. Every time Zechariah entered upon her in the prayer chamber, he found with her provision. He said, "O Mary, from where is this [coming] to you?" She said, "It is from Allāh. Indeed, Allāh provides for whom He wills without account."
และอัลลอฮ์ได้ทรงตอบรับ การบนบานของนาง ด้วยการตอบรับที่ดี และทรงให้นาง(มัรยัม)เจริญวัยอย่างดีและทรงให้จิตใจของบรรดาบ่าวที่ดีทั้งหลายได้เมตตาเอ็นดูต่อนาง และได้ทรงให้ซะกะรียา อลัยฮิสสลาม เป็นผู้อุปการะนาง และคราใดที่ซะกะรียาเข้าไปหานางสถานที่สักการะของนาง เขามักจะพบอาหารที่ดีที่ง่ายอยู่ในที่นางเสมอ เขากล่าวว่า "มัรยัมเอ๋ย! เธอได้สิ่งนี้มาอย่างไร?" นางกล่าวว่า "ปัจจัยยังชีพนี้มาจากอัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพที่กว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคิดคำนวณ"
3:38Page 55
هُنَالِكَ دَعَا زَكَرِيَّا رَبَّهُۥۖ قَالَ رَبِّ هَبۡ لِي مِن لَّدُنكَ ذُرِّيَّةٗ طَيِّبَةًۖ إِنَّكَ سَمِيعُ ٱلدُّعَآءِ ٣٨
At that, Zechariah called upon his Lord, saying, "My Lord, grant me from Yourself a good offspring. Indeed, You are the Hearer of supplication."
เมื่อซะกะรียาได้เห็นถึงปัจจัยยังชีพที่อัลลอฮ์ได้ให้แก่มัรยัมบุตรของอิมรอนด้วยวิธีการที่เหนือปกติจากกฏเกณฑ์ของพระองค์ในการให้ปัจจัยยังชีพ เลยหวังต่ออัลลฮ์ได้ประทานแก่เขาซึ่งบุตรชาย พร้อมกับสภาพของเขาที่อยู่ในภาวะที่มีบุตรยาก ด้วยอายุที่มากและภรรยาที่เป็นหมัน ดังนั้นเขากล่าวว่า "โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดประทานแก่ฉัน ซึ่งลูกที่ดี แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินต่อคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนต่อพระองค์ เป็นผู้ทรงตอบรับสำหรับพวกเขา"
3:39Page 55
فَنَادَتۡهُ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ وَهُوَ قَآئِمٞ يُصَلِّي فِي ٱلۡمِحۡرَابِ أَنَّ ٱللَّهَ يُبَشِّرُكَ بِيَحۡيَىٰ مُصَدِّقَۢا بِكَلِمَةٖ مِّنَ ٱللَّهِ وَسَيِّدٗا وَحَصُورٗا وَنَبِيّٗا مِّنَ ٱلصَّٰلِحِينَ ٣٩
So the angels called him while he was standing in prayer in the chamber, "Indeed, Allāh gives you good tidings of John, confirming a word1 from Allāh and [who will be] honorable, abstaining [from women], and a prophet from among the righteous."
และมลาอิกะฮ์ได้เรียกเขา เพื่อสนทนากับเขา ขณะที่เขากำลังยืนละหมาดอยู่ในสถานที่สักการะของเขา ด้วยการกล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวดีแก่เจ้าด้วยการให้กำเนิดบุตรแก่เจ้า ชื่อของเขาคือ ยะห์ยา โดยที่เขาจะเป็นผู้ยืนยันถึงถ้อยคำหนึ่งจากอัลลอฮ์ นั่นก็คือ อีซาบุตรของมัรยัม เพราะเขาถูกสร้างมาเป็นการเฉพาะด้วยถ้อยคำหนึ่งจากอัลลอฮ์ และเด็กคนนี้จะเป็นผู้นำของชนชาติของเขาในด้านความรู้และการเคารพอิบาดะฮ์ เขามักจะยับยั้งตัวเองจากความใคร่ทุกประการรวมถึงการเข้าใกล้ผู้หญิง และเต็มเปี่ยมด้วยการเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระผู้อภิบาลของเขา และเป็นนบีคนหนึ่งจากหมู่ชนที่เป็นคนดี"
3:40Page 55
قَالَ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي غُلَٰمٞ وَقَدۡ بَلَغَنِيَ ٱلۡكِبَرُ وَٱمۡرَأَتِي عَاقِرٞۖ قَالَ كَذَٰلِكَ ٱللَّهُ يَفۡعَلُ مَا يَشَآءُ ٤٠
He said, "My Lord, how will I have a boy when I have reached old age and my wife is barren?" He [the angel] said, "Such is Allāh; He does what He wills."
ซะกะรียากล่าวแก่มลาอีกะฮ์หลังจากที่ได้แจ้งข่าวดีเรื่องยะหฺยาแก่เขา "โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน ฉันจะมีบุตรได้อย่างไร หลังจากที่ฉันเป็นคนที่ชราภาพแล้ว และภรรยาของฉันก็เป็นหมันซึ่งไม่สามารถคลอดบุตรได้" อัลลอฮ์ตรัสตอบว่า "การสร้างยะห์ยา แม้จะด้วยความชราภาพของเจ้าและการเป็นหมันของภรรยาเจ้า ก็เหมือนกับการสร้างสิ่งอื่นๆของอัลลอฮ์ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ที่ขัดแย้งกับความคุ้นเคยที่ปกติ เพราะอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงสามารถเหนือทุกสิ่ง พระองค์ทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความปรีชาญาณและความรอบรู้ของพระองค์"
3:41Page 55
قَالَ رَبِّ ٱجۡعَل لِّيٓ ءَايَةٗۖ قَالَ ءَايَتُكَ أَلَّا تُكَلِّمَ ٱلنَّاسَ ثَلَٰثَةَ أَيَّامٍ إِلَّا رَمۡزٗاۗ وَٱذۡكُر رَّبَّكَ كَثِيرٗا وَسَبِّحۡ بِٱلۡعَشِيِّ وَٱلۡإِبۡكَٰرِ ٤١
He said, "My Lord, make for me a sign." He said, "Your sign is that you will not [be able to] speak to the people for three days except by gesture. And remember your Lord much and exalt [Him with praise] in the evening and the morning."
ซะกะรียากล่าวว่า "โอ้ พระผู้อภิบาลของฉัน! ได้ทรงโปรดกำหนดสัญญาณหนึ่งแก่ฉันที่แสดงถึงการตั้งครรภ์ของภรรยาฉัน" พระองค์ตรัสว่า "สัญญาณที่เจ้าขอนั้นก็คือ เจ้าจะไม่สามารถพูดกับผู้คนเป็นเวลาสามวันสามคืน นอกจากด้วยการบอกใบ้เท่านั้น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดปกติที่ประสบกับเจ้า ดังนั้นจงรำลึกถึงอัลลอฮ์ให้มากๆ และจงกล่าวสดุดีต่อพระองค์ ทั้งในยามเย็นและรุ่งอรุณ
3:42Page 55
وَإِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ ٱصۡطَفَىٰكِ وَطَهَّرَكِ وَٱصۡطَفَىٰكِ عَلَىٰ نِسَآءِ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٤٢
And [mention] when the angels said, "O Mary, indeed Allāh has chosen you and purified you and chosen you above the women of the worlds.
และจงรำลึกเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ขณะที่มลาอิกะฮ์กล่าวแก่ มัรยัม อลัยฮัสสลาม "แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงเลือกเธอ เนื่องด้วยคุณลักษณะที่ดีต่างๆที่มีกับเธอ และทรงทำให้เธอบริสุทธิ์ และได้ทรงเลือกเธอให้เหนือบรรดาหญิงทั้งหลายในยุคของเธอ"
3:43Page 55
يَٰمَرۡيَمُ ٱقۡنُتِي لِرَبِّكِ وَٱسۡجُدِي وَٱرۡكَعِي مَعَ ٱلرَّٰكِعِينَ ٤٣
O Mary, be devoutly obedient to your Lord and prostrate and bow with those who bow [in prayer]."
"โอ้มัรยัมเอ๋ย จงยืนละหมาดให้ยาวนาน และจงกราบสุญูดต่อพระผู้อภิบาลของเจ้า และจงโค้งคำนับต่อพระองค์ ร่วมกับบรรดาผู้ที่โค้งคำนับทั้งหลายจากปวงบ่าวที่ดีของพระองค์"
3:44Page 55
ذَٰلِكَ مِنۡ أَنۢبَآءِ ٱلۡغَيۡبِ نُوحِيهِ إِلَيۡكَۚ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يُلۡقُونَ أَقۡلَٰمَهُمۡ أَيُّهُمۡ يَكۡفُلُ مَرۡيَمَ وَمَا كُنتَ لَدَيۡهِمۡ إِذۡ يَخۡتَصِمُونَ ٤٤
That is from the news of the unseen which We reveal to you, [O Muḥammad]. And you were not with them when they cast their pens1 as to which of them should be responsible for Mary. Nor were you with them when they disputed.
เรื่องราวดังกล่าวที่เป็นเรื่องของซะกะรียาและมัรยัม อะลัยฮิมัสสลาม เป็นส่วนหนึ่งจากเรื่องราวที่เร้นลับซึ่งเราได้วะห์ยูให้แก่เจ้า -โอ้ท่านเราะซูล-เจ้าไม่ได้อยู่กับผู้รู้เหล่านั้นและกับผู้ทรงคุณธรรมเหล่านั้น ขณะที่พวกเขาโต้เถียงกันถึงเรื่องผู้ที่เหมาะสมในการอุปการะมัรยัม ดังนั้นพวกเขาจึงใช้การจับฉลาก พวกเขาโยนปากกาของพวกเขา และปากกาของซะกะรียา อลัยฮิสสลาม ชนะไป
3:45Page 55
إِذۡ قَالَتِ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَٰمَرۡيَمُ إِنَّ ٱللَّهَ يُبَشِّرُكِ بِكَلِمَةٖ مِّنۡهُ ٱسۡمُهُ ٱلۡمَسِيحُ عِيسَى ٱبۡنُ مَرۡيَمَ وَجِيهٗا فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمِنَ ٱلۡمُقَرَّبِينَ ٤٥
[And mention] when the angels said, "O Mary, indeed Allāh gives you good tidings of a word1 from Him, whose name will be the Messiah, Jesus, the son of Mary - distinguished in this world and the Hereafter and among those brought near [to Allāh].
โอ้ท่านเราะซูล จงรำลึกถึงขณะที่มลาอิกะฮ์กล่าวว่า "มัรยัมเอ๋ย! แท้จริงอัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวดีแก่เธอ ด้วยลูกชายซึ่งจะเกิดมาโดยไม่มีพ่อ แต่จะเกิดมาด้วยถ้อยคำหนึ่งจากอัลลอฮ์ โดยพระองค์กล่าวว่า "จงเป็น" ดังนั้นเขาก็ปรากฎมาเป็นเด็กชาย ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ์ และเด็กคนนี้มีชื่อว่า อัลมะซีห์ อีซาบุตรของมัรยัม เขามีสถานะที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้และในปรโลก และจะอยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิดสำหรับพระองค์ผู้ทรงสูงส่ง"
3:46Page 56
وَيُكَلِّمُ ٱلنَّاسَ فِي ٱلۡمَهۡدِ وَكَهۡلٗا وَمِنَ ٱلصَّٰلِحِينَ ٤٦
He will speak to the people in the cradle and in maturity and will be of the righteous."
และเขาจะพูดแก่ผู้คนขณะที่เขายังเป็นเด็กเล็กก่อนวัยที่จะพูดได้ และเขาจะพูดกับพวกเขาในตอนที่เขาโตซึ่งความแข็งแรงและความเป็นผู้ชายของเขาสมบูรณ์ เขาก็จะสนทนากับพวกเขาในเรื่องที่ดีในเรื่องที่เกี่ยวกับทางศาสนาและทางโลกของพวกเขา และเขาเป็นคนหนึ่งจากเหล่าผู้ทรงคุณธรรมทั้งในคำพูดและการปฏิบัติของพวกเขา
3:47Page 56
قَالَتۡ رَبِّ أَنَّىٰ يَكُونُ لِي وَلَدٞ وَلَمۡ يَمۡسَسۡنِي بَشَرٞۖ قَالَ كَذَٰلِكِ ٱللَّهُ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ إِذَا قَضَىٰٓ أَمۡرٗا فَإِنَّمَا يَقُولُ لَهُۥ كُن فَيَكُونُ ٤٧
She said, "My Lord, how will I have a child when no man has touched me?" [The angel] said, "Such is Allāh; He creates what He wills. When He decrees a matter, He only says to it, 'Be,' and it is.
นางมัรยัมกล่าวด้วยความแปลกใจ ถึงการที่เขาจะมีลูกโดยไม่มีสามี "ฉันจะมีลูกได้อย่างไร ทั้งที่ไม่เคยมีผู้ชายไหนเข้าใกล้ฉัน ทั้งในแบบที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง?!" มลาอิกะฮ์ได้กล่าวแก่นางว่า "การสร้างของอัลลอฮ์ซึ่งลูกชายให้แก่เจ้าโดยไม่มีพ่อ ก็เหมือนกับการสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์อื่น ๆ ที่มันขัดแย้งกับหลักปกติ เพราะเมื่อพระองค์ทรงประสงค์ต่อสิ่งใด พระองค์ก็เพียงประกาศิตแก่สิ่งนั้นว่า "จงเป็น" แล้วสิ่งนั้นก็จะปรากฎขึ้น ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะขัดขวางพระองค์ได้
3:48Page 56
وَيُعَلِّمُهُ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَ ٤٨
And He will teach him writing and wisdom1 and the Torah and the Gospel
และพระองค์ทรงสอนให้เขาเขียน ความถูกต้องและความเหมาะสมในการพูดและการกระทำ และสอนคัมภีร์อัตเตารอตที่ได้ประทานลงมายังมูซา อลัยฮิสสลาม และสอนอัลอินญีลที่จะประทานลงมายังเขา
3:49Page 56
وَرَسُولًا إِلَىٰ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ أَنِّي قَدۡ جِئۡتُكُم بِـَٔايَةٖ مِّن رَّبِّكُمۡ أَنِّيٓ أَخۡلُقُ لَكُم مِّنَ ٱلطِّينِ كَهَيۡـَٔةِ ٱلطَّيۡرِ فَأَنفُخُ فِيهِ فَيَكُونُ طَيۡرَۢا بِإِذۡنِ ٱللَّهِۖ وَأُبۡرِئُ ٱلۡأَكۡمَهَ وَٱلۡأَبۡرَصَ وَأُحۡيِ ٱلۡمَوۡتَىٰ بِإِذۡنِ ٱللَّهِۖ وَأُنَبِّئُكُم بِمَا تَأۡكُلُونَ وَمَا تَدَّخِرُونَ فِي بُيُوتِكُمۡۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَأٓيَةٗ لَّكُمۡ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٤٩
And [make him] a messenger to the Children of Israel, [who will say], 'Indeed I have come to you with a sign from your Lord in that I design for you from clay [that which is] like the form of a bird, then I breathe into it and it becomes a bird by permission of Allāh. And I cure the blind [from birth] and the leper, and I give life to the dead - by permission of Allāh. And I inform you of what you eat and what you store in your houses. Indeed in that is a sign for you, if you are believers.
และอัลลอฮ์ทรงแต่งตั้งเขาเป็นศาสนฑูตแก่วงศ์วานอิสรออีล โดยที่เขาจะกล่าวแก่พวกเขาว่า "แท้จริงฉันเป็นเราะสูลของอัลลอฮ์มายังพวกเจ้า ด้วยสัญญาณหนึ่งเพื่อเป็นการยืนยันถึงการเป็นนบีที่แท้จริงของฉัน โดยที่ฉันจะจำลองขึ้นจากดินให้แก่พวกเจ้าดั่งรูปนก แล้วฉันจะเป่าเข้าไปในมัน แล้วมันก็จะกลายเป็นนกด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ และฉันจะรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดแล้วเขาจะมองเห็น และคนที่เป็นโรคเรื้อนแล้วผิวหนังของเขาก็กลับสู่ปกติ และฉันจะให้ผู้ที่ตายแล้วมีชีวิตขึ้น ทั้งหมดนี้ด้วยความอนุมัติของอัลลอฮ์ และฉันจะบอกพวกเจ้าถึงสิ่งที่พวกเจ้าจะบริโภคกัน และสิ่งที่พวกเจ้าสะสมไว้ในบ้านของพวกเจ้า จากอาหารที่พวกเจ้าเก็บซ้อนไว้ แท้จริงทั้งหมดที่ฉันได้บอกแก่พวกเจ้าที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้นั้น มันคือสัญญาณที่ชัดแจ้งที่บ่งบอกถึง การเป็นเราะสูลของฉันที่มาจากอัลลอฮมายังพวกเจ้า หากพวกเจ้านั้นต้องการที่จะศรัทธาและเชื่อในหลักฐานที่นำมา"
3:50Page 56
وَمُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيَّ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَلِأُحِلَّ لَكُم بَعۡضَ ٱلَّذِي حُرِّمَ عَلَيۡكُمۡۚ وَجِئۡتُكُم بِـَٔايَةٖ مِّن رَّبِّكُمۡ فَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَأَطِيعُونِ ٥٠
And [I have come] confirming what was before me of the Torah and to make lawful for you some of what was forbidden to you. And I have come to you with a sign from your Lord, so fear Allāh and obey me.
และฉันได้มายังพวกเจ้าเพื่อเป็นผู้มายืนยันสิ่งที่ถูกประทานลงมาก่อนหน้าฉันจากคำภีร์อัตเตารอต และมายันพวกเจ้าเพี่อที่ฉันจะได้อนุมัติแก่พวกเจ้า ซึ่งบางสิ่งที่ถูกห้ามแก่พวกเจ้าก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกและความง่ายดายแก่พวกเจ้า และฉันได้นำมาแก่พวกเจ้าด้วยข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่ยืนยันถึงความถูกต้องในสิ่งที่ฉันบอกพวกเจ้า ดังนั้นพึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด โดยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และจงเชื่อฟังฉันในสิ่งที่ฉันได้เชิญชวนพวกเจ้า
3:51Page 56
إِنَّ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبُّكُمۡ فَٱعۡبُدُوهُۚ هَٰذَا صِرَٰطٞ مُّسۡتَقِيمٞ ٥١
Indeed, Allāh is my Lord and your Lord, so worship Him. That is the straight path.'"
นั่นเป็นเพราะว่าอัลลอฮคือพระผู้อภิบาลของฉันและพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า พระองค์เพียงผู้เดียวที่สมควรได้รับการเชื่อฟังและยำเกรง ดังนั้นจงเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียว นี่คือสิ่งที่ฉันใช้ให้พวกเจ้าเคารพภักดีต่ออัลลอฮและยำเกรงต่อพระองค์ มันเป็นเส้นทางที่เที่ยงตรงที่ไม่บิดเบี้ยว
3:52Page 56
۞ فَلَمَّآ أَحَسَّ عِيسَىٰ مِنۡهُمُ ٱلۡكُفۡرَ قَالَ مَنۡ أَنصَارِيٓ إِلَى ٱللَّهِۖ قَالَ ٱلۡحَوَارِيُّونَ نَحۡنُ أَنصَارُ ٱللَّهِ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ وَٱشۡهَدۡ بِأَنَّا مُسۡلِمُونَ ٥٢
But when Jesus felt [persistence in] disbelief from them, he said, "Who are my supporters for [the cause of] Allāh?" The disciples said, "We are supporters for Allāh. We have believed in Allāh and testify that we are Muslims [submitting to Him].
เมื่อนบีอีซา อลัยฮิสสลาม ได้รู้ถึงพวกเขาบางคนยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธศรัทธา เขาจึงกล่าวแก่วงศ์วานอิสรอเอลว่า "ใครบ้างจะเป็นผู้ช่วยเหลือฉันในการเชิญชวนไปสู่อัลลอฮ์? บรรดาสาวกผู้บริสุทธิ์ใจจากผู้ติดตามของเขากล่าวว่า "พวกเราคือผู้ช่วยเหลือศาสนาของอัลลอฮ์ พวกเราศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามท่าน และท่านจงเป็นพยานด้วยว่า แท้จริงพวกเรานั้น คือผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์ด้วยศรัทธาในเอกภาพของพระองค์และเชื่อฟังพระองค์"
3:53Page 57
رَبَّنَآ ءَامَنَّا بِمَآ أَنزَلۡتَ وَٱتَّبَعۡنَا ٱلرَّسُولَ فَٱكۡتُبۡنَا مَعَ ٱلشَّٰهِدِينَ ٥٣
Our Lord, we have believed in what You revealed and have followed the messenger [i.e., Jesus], so register us among the witnesses [to truth]."
อัครสาวกยังกล่าวอีกว่า "โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา เราได้ศรัทธาต่อคัมภีร์อินญีลที่พระองค์ได้ประทานลงมา และเราได้ปฏิบัติตามอีซา อลัยฮิสสลาม ดังนั้น โปรดทำให้พวกเราอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่เป็นพยานถึงความจริงนี้ ผู้ซึ่งเชื่อในพระองค์และบรรดาเราะสูลของพระองค์"
3:54Page 57
وَمَكَرُواْ وَمَكَرَ ٱللَّهُۖ وَٱللَّهُ خَيۡرُ ٱلۡمَٰكِرِينَ ٥٤
And they [i.e., the disbelievers] planned, but Allāh planned. And Allāh is the best of planners.
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจากวงศ์วานอิสรอเอลได้วางแผนเพื่อลงมือฆ่านบีอีซา อลัยฮิสสลาม ดังนั้นอัลลอฮ์ทรงวางแผนต่อพวกเขาด้วยการทิ้งพวกเขาให้อยู่ในความหลงทาง และพระองค์ได้ทรงทำให้ความคล้ายกับอีซาได้เกิดขึ้นกับผู้ชายอื่น และอัลลอฮ์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้วางแผน เพราะ ไม่มี แผนใดที่จะร้ายกาจมากไปกว่า แผนของพระองค์ที่มีต่อศัตรูของพระองค์
3:55Page 57
إِذۡ قَالَ ٱللَّهُ يَٰعِيسَىٰٓ إِنِّي مُتَوَفِّيكَ وَرَافِعُكَ إِلَيَّ وَمُطَهِّرُكَ مِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ وَجَاعِلُ ٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوكَ فَوۡقَ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِۖ ثُمَّ إِلَيَّ مَرۡجِعُكُمۡ فَأَحۡكُمُ بَيۡنَكُمۡ فِيمَا كُنتُمۡ فِيهِ تَخۡتَلِفُونَ ٥٥
[Mention] when Allāh said, "O Jesus, indeed I will take you and raise you to Myself and purify [i.e., free] you from those who disbelieve and make those who follow you [in submission to Allāh alone] superior to those who disbelieve until the Day of Resurrection. Then to Me is your return, and I will judge between you concerning that in which you used to differ.
และแผนของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขาเช่นกัน คือตอนที่อัลลอฮ์ได้ตรัสแก่อีซาว่า "โอ้ อีซา! ข้าจะเป็นผู้ที่นำเจ้ามาในสภาพที่ไม่ได้ตาย และจะเป็นผู้ที่ยกร่างกายและวิญญานของเจ้าขึ้นมายังข้า และจะเป็นผู้ที่ทำให้เจ้าบริสุทธิ์ จากความโสมมของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้าและทำให้เจ้าห่างไกลจากพวกเขา และทำให้บรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามเจ้าได้ยืนหยัดบนศาสนาที่ถูกต้อง -ซึ่งในนั้นก็คือการศรัทธาต่อมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม- โดยให้พวกเขาอยู่เหนือผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย จนถึงวันกิยามะฮ์ด้วยหลักฐานและความภาคภูมิใจ แล้วยังข้าเท่านั้นคือจุดหมายของพวกเจ้าในวันกิยามะฮ์ ดังนั้นข้าจะตัดสินระหว่างพวกเจ้าด้วยความถูกต้อง ในสิ่งที่พวกเจ้าขัดแย้งกัน"
3:56Page 57
فَأَمَّا ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ فَأُعَذِّبُهُمۡ عَذَابٗا شَدِيدٗا فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمَا لَهُم مِّن نَّٰصِرِينَ ٥٦
And as for those who disbelieved, I will punish them with a severe punishment in this world and the Hereafter, and they will have no helpers."
ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้าและต่อความจริงที่เจ้าได้นำมายังพวกเขา ดังนั้นเราจะลงโทษพวกเขาด้วยการลงโทษอย่างสาหัสทั้งในโลกนี้ด้วยการถูกฆ่า เป็นเชลย ความตกต่ำและอื่นๆ และในปรโลกนั้นด้วยการลงโทษแห่งไฟนรก และพวกเขาจะไม่มีผู้คอยช่วยเหลือปกป้องพวกเขาให้พ้นจากบทลงโทษได้
3:57Page 57
وَأَمَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ فَيُوَفِّيهِمۡ أُجُورَهُمۡۗ وَٱللَّهُ لَا يُحِبُّ ٱلظَّٰلِمِينَ ٥٧
But as for those who believed and did righteous deeds, He will give them in full their rewards, and Allāh does not like the wrongdoers.
ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาต่อเจ้าและต่อความจริงที่เจ้านำมาแก่พวกเขา และพวกเขาได้ประกอบคุณงามความดี เช่นการดำรงการละหมาด การจ่ายซะกาต การถือศีลอด การสานสัมพันธ์และอื่นๆนั้น แท้จริงพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาต่อการงานของพวกเขาโดยครบถ้วน โดยไม่ขาดหายแม้แต่น้อย และนี้เป็นเรื่องราวที่พูดถึงบรรดาสาวกของอัลมะซีห์ก่อนการมาของท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด ศ็อลลัลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านอัลมะซีหฺได้แจ้งด้วยตัวของท่านเอง และอัลลอฮฺไม่ทรงชอบบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย และสิ่งที่อธรรมที่สุดนั้นคือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และการกล่าวเท็จต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์
3:58Page 57
ذَٰلِكَ نَتۡلُوهُ عَلَيۡكَ مِنَ ٱلۡأٓيَٰتِ وَٱلذِّكۡرِ ٱلۡحَكِيمِ ٥٨
This is what We recite to you, [O Muḥammad], of [Our] verses and the precise [and wise] message [i.e., the Qur’ān].
นั่นคือเรื่องราวของนบีอีซา อลัยฮิสสลาม ที่เราได้อ่านมันให้แก่เจ้าซึ่งมันคือส่วนหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายที่ชัดแจ้งที่บ่งชี้ถึงความจริงของสิ่งที่เราได้ประทานลงมาให้เจ้า และมันคือข้อเตือนใจสำหรับผู้ยำเกรง ที่รัดกุมไม่เจือปนด้วยความเท็จ
3:59Page 57
إِنَّ مَثَلَ عِيسَىٰ عِندَ ٱللَّهِ كَمَثَلِ ءَادَمَۖ خَلَقَهُۥ مِن تُرَابٖ ثُمَّ قَالَ لَهُۥ كُن فَيَكُونُ ٥٩
Indeed, the example of Jesus to Allāh1 is like that of Adam. He created him from dust; then He said to him, "Be," and he was.
แท้จริงอุปมาของการสร้างอีซา อลัยฮิสสลาม ณ ที่อัลลอฮ์นั้น อุปไมยดังการสร้างอาดัมจากดิน โดยไม่มีทั้งพ่อและแม่ แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงตรัสแก่เขาว่า "จงเป็นมนุษย์" มันก็ปรากฎตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นพวกเขา(ชาวคริสต์) คิดได้อย่างไรว่าเขา (อีซา) เป็นพระเจ้า ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีพ่อทั้งที่พวกเขาเองก็ยอมรับว่าอาดัมเป็นมนุษย์ ทั้งที่เขาถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีทั้งพ่อและไม่มีทั้งแม่?!
3:60Page 57
ٱلۡحَقُّ مِن رَّبِّكَ فَلَا تَكُن مِّنَ ٱلۡمُمۡتَرِينَ ٦٠
The truth is from your Lord, so do not be among the doubters.
ความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องราวของอีซา อลัยฮิสสลาม นั้น มันเป็นสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า จากพระผู้อภิบาลของเจ้า ดังนั้นจงอย่าเป็นคนที่อยู่ในหมู่ผู้ที่สงสัยและลังเล แต่จงยืนหยัดบนสิ่งที่เจ้าธำรงอยู่ที่เป็นสัจธรรม
3:61Page 57
فَمَنۡ حَآجَّكَ فِيهِ مِنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَكَ مِنَ ٱلۡعِلۡمِ فَقُلۡ تَعَالَوۡاْ نَدۡعُ أَبۡنَآءَنَا وَأَبۡنَآءَكُمۡ وَنِسَآءَنَا وَنِسَآءَكُمۡ وَأَنفُسَنَا وَأَنفُسَكُمۡ ثُمَّ نَبۡتَهِلۡ فَنَجۡعَل لَّعۡنَتَ ٱللَّهِ عَلَى ٱلۡكَٰذِبِينَ ٦١
Then whoever argues with you about it after [this] knowledge has come to you - say, "Come, let us call our sons and your sons, our women and your women, ourselves and yourselves, then supplicate earnestly [together] and invoke the curse of Allāh upon the liars [among us]."
ดังนั้นผู้ใดที่โต้เถียงเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- จากชาวคริสต์ นัจรอน ในเรื่องของอีซา โดยที่พวกเขาอ้างว่า เขาไม่ได้เป็นบ่าวอัลลอฮ์ หลังจากความรู้ที่ถูกต้องได้มายังพวกเขาแล้วในเรื่องนี้ ดังนั้น ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด "ท่านทั้งหลายจงมาเถิด เราเรียกลูกๆ ของเรา และลูกๆของพวกท่าน และเรียกบรรดาผู้หญิงของเรา และบรรดาผู้หญิงของพวกท่าน และตัวของพวกเรา และตัวของพวกท่าน แล้วเรารวมตัวกันทั้งหมด จากนั้นเรามานอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยการวิงวอนต่อพระองค์ ให้พระองค์ได้พระทานลงมาซึ่งการ ละนัตของพระองค์ (การสาปแช่ง) ได้ประสบ แก่บรรดาผู้ที่โกหกจากพวกเราและพวกเจ้า"
3:62Page 58
إِنَّ هَٰذَا لَهُوَ ٱلۡقَصَصُ ٱلۡحَقُّۚ وَمَا مِنۡ إِلَٰهٍ إِلَّا ٱللَّهُۚ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَهُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ ٦٢
Indeed, this is the true narration. And there is no deity except Allāh. And indeed, Allāh is the Exalted in Might, the Wise.
แท้จริงสิ่งที่เราได้กล่าวมาให้แก่เจ้าถึงเรื่องราวของ อีซา อลัยฮิสสลาม นั้น มันเป็นความจริงที่ไม่มีโกหกและไม่มีสงสัย และไม่มีสิ่งใดที่ควรเคารพสักการะนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น และแท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงเดชานุภาพในการครอบครองของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการ ในคำสั่ง และการสร้างของพระองค์
3:63Page 58
فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَإِنَّ ٱللَّهَ عَلِيمُۢ بِٱلۡمُفۡسِدِينَ ٦٣
But if they turn away, then indeed - Allāh is Knowing of the corrupters.
หากพวกเขาหันหนีจากศาสนาที่เจ้านำมาและไม่ปฏิบัติตามเจ้า นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความหายนะของพวกเขา อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ถึงบรรดาผู้ก่อความเสียหายในแผ่นดิน และจะตอบแทนพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขากระทำ
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences