Al-MukhtasarAli 'Imran · 3:1–29

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

آل عمران

Ali 'Imran

Family of Imran · Medinan · 200 ayahs

3:1Page 50

الٓمٓ ١

Alif, Lām, Meem.1

(อลิฟ-ลาม-มีม) เป็นอักษรที่ถูกอ่านเป็นชื่ออักษรเป็นคำๆ ซึ่งผ่านมาแล้วในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ และในซูเราะฮ์นี้นั้น ได้บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของชาวอาหรับในการที่จะนำมาซึ่งสิ่งที่คล้ายกับอัลกุรอาน ทั้งที่อัลกุรอานก็ประกอบด้วยตัวอักษรเหล่านี้ อย่างที่ใช้เริ่มกับซูเราะฮ์นี้ และมันคืออักษรที่พวกเขาเรียบเรียงกันในการสนทนาของพวกเขา

3:2Page 50

ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡحَيُّ ٱلۡقَيُّومُ ٢

Allāh - there is no deity except Him, the Ever-Living, the Self-Sustaining.1

อัลลอฮ์คือผู้ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกเคารพสักการะอันเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ผู้ทรงมีชีวิต ด้วยชีวิตที่สมบูรณ์ไม่มีการตายและไม่มีข้อบกพร่องใดๆ ผู้ทรงดำรงด้วยพระองค์เองไม่ต้องพึ่งพาเหล่าสิ่งถูกสร้างของพระองค์ และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดจะต้องพึ่งพาพระองค์ตลอดเวลาไม่สามารถขาดได้

3:3–4Page 50

نَزَّلَ عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ بِٱلۡحَقِّ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ وَأَنزَلَ ٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَ ٣

He has sent down upon you, [O Muḥammad], the Book in truth, confirming what was before it. And He revealed the Torah and the Gospel

مِن قَبۡلُ هُدٗى لِّلنَّاسِ وَأَنزَلَ ٱلۡفُرۡقَانَۗ إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ لَهُمۡ عَذَابٞ شَدِيدٞۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٞ ذُو ٱنتِقَامٍ ٤

Before, as guidance for the people. And He revealed the Criterion [i.e., the Qur’ān]. Indeed, those who disbelieve in the verses of Allāh will have a severe punishment, and Allāh is Exalted in Might, the Owner of Retribution.1

โอ้ท่านนบี เราได้ประทานอัลกุรอานทยอยลงมาแก่เจ้าด้วยความจริงในเรื่องราว และยุติธรรมในคำตัดสินต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่มีในบรรดาคำภีร์ก่อนหน้านี้ โดยไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน และได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตแก่มูซาและอัล-อินญีลแก่อีซา อลัยฮิมัสสลาม ก่อนที่อัลกุรอานจะถูกประทานลงมาแก่เจ้า คัมภีร์เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นทางนำและคำชี้แนะแก่ผู้คนสู่ความดีด้านศาสนาและด้านโลกของพวกเขา และได้ทรงประทานอัล-ฟุรกอนซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รู้จักถึงความถูกต้องจากความเท็จ และทางที่ถูกจากทางที่ผิด ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาโองการของอัลลอฮ์ที่ได้ประทานลงมาแก่เจ้านั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอันเจ็บปวด และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ผู้ทรงทำการลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลและฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์

3:5Page 50

إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَخۡفَىٰ عَلَيۡهِ شَيۡءٞ فِي ٱلۡأَرۡضِ وَلَا فِي ٱلسَّمَآءِ ٥

Indeed, from Allāh nothing is hidden in the earth nor in the heaven.

แท้จริงอัลลอฮ์นั้น ไม่มีสิ่งใดในแผ่นดินและในฟากฟ้าจะซ่อนเร้นจากพระองค์ไปได้ ความรู้ของพระองค์ได้ครอบคลุมทุกสิ่งทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย

3:6Page 50

هُوَ ٱلَّذِي يُصَوِّرُكُمۡ فِي ٱلۡأَرۡحَامِ كَيۡفَ يَشَآءُۚ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ ٦

It is He who forms you in the wombs however He wills. There is no deity except Him, the Exalted in Might, the Wise.

พระองค์เป็นผู้ที่สร้างพวกเจ้าให้มีรูปร่างต่างๆในครรภ์มารดาของพวกเจ้าตามที่พระองค์ทรงประสงค์ จากผู้ชายหรือผู้หญิง รูปร่างดีหรือน่ารังเกียจและขาวหรือดำ ไม่มีสิ่งใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์เท่านั้น ผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การจัดการและบทบัญญัติของพระองค์

3:7Page 50

هُوَ ٱلَّذِيٓ أَنزَلَ عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ مِنۡهُ ءَايَٰتٞ مُّحۡكَمَٰتٌ هُنَّ أُمُّ ٱلۡكِتَٰبِ وَأُخَرُ مُتَشَٰبِهَٰتٞۖ فَأَمَّا ٱلَّذِينَ فِي قُلُوبِهِمۡ زَيۡغٞ فَيَتَّبِعُونَ مَا تَشَٰبَهَ مِنۡهُ ٱبۡتِغَآءَ ٱلۡفِتۡنَةِ وَٱبۡتِغَآءَ تَأۡوِيلِهِۦۖ وَمَا يَعۡلَمُ تَأۡوِيلَهُۥٓ إِلَّا ٱللَّهُۗ وَٱلرَّٰسِخُونَ فِي ٱلۡعِلۡمِ يَقُولُونَ ءَامَنَّا بِهِۦ كُلّٞ مِّنۡ عِندِ رَبِّنَاۗ وَمَا يَذَّكَّرُ إِلَّآ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ ٧

It is He who has sent down to you, [O Muḥammad], the Book; in it are verses [that are] precise - they are the foundation of the Book - and others unspecific.1 As for those in whose hearts is deviation [from truth], they will follow that of it which is unspecific, seeking discord and seeking an interpretation [suitable to them]. And no one knows its [true] interpretation except Allāh. But those firm in knowledge say, "We believe in it. All [of it] is from our Lord." And no one will be reminded except those of understanding,

พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมาแก่เจ้า -โอ้ท่านนบี- ซึ่งจากอัลกุรอานนั้น มีหลายโองการที่มีความหมายชัดแจ้ง ซึ่งโองการเหล่านั้นคือหลักของคัมภีร์และเป็นโองการส่วนใหญ่ของมัน และเป็นที่อ้างอิงเมื่อมีความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ยังมีโองการอื่นๆ ที่มีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมายและทำให้คนทั่วไปสับสน ส่วนบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขามีการโน้มเอียงไปในทางที่ผิด พวกเขาจะละทิ้งโองการที่เป็นหลักที่ชัดแจ้ง และยึดเอาโองการที่มีความหมายเป็นนัย เพื่อสร้างความคลุมเครือและชักนำผู้คนให้หลงผิด และหวังตีความโองการเหล่านั้นตามความต้องการและให้สอดคล้องกับสำนักคิดที่ผิดๆ ของพวกเขา ไม่มีใครรู้ความหมายที่แท้จริงของโองการเหล่านั้นนอกจากอัลลอฮ์เท่านั้น ส่วนบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้นั้น พวกเขาจะกล่าวว่า "เราศรัทธาต่ออัลกุรอานทั้งหมด(ทุกโองการทั้งที่มีความหมายชัดแจ้งและที่มีความหมายเป็นนัย) เพราะมันมาจากอัลลอฮ์ทั้งสิ้น" และพวกเขาจะตีความโองการที่มีความหมายเป็นนัยด้วยการใช้โองการที่มีคความหมายที่ชัดแจ้ง และไม่มีผู้ใดได้รับบทเรียนและคำเตือนนอกจากบรรดาผู้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น

3:8Page 50

رَبَّنَا لَا تُزِغۡ قُلُوبَنَا بَعۡدَ إِذۡ هَدَيۡتَنَا وَهَبۡ لَنَا مِن لَّدُنكَ رَحۡمَةًۚ إِنَّكَ أَنتَ ٱلۡوَهَّابُ ٨

[Who say], "Our Lord, let not our hearts deviate after You have guided us and grant us from Yourself mercy. Indeed, You are the Bestower.1

และบรรดาผู้ที่มั่นคงในความรู้ พวกเขากล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดอย่าให้หัวใจของเราโน้มเอียงออกจากความจริง หลังจากที่พระองค์ได้ให้ทางนำแก่เรา และทรงทำให้เราปลอดภัยจากสิ่งที่กลุ่มผู้ที่หลงทางได้ประสบ และโปรดประทานแก่เราซึ่งความเอ็นดูเมตตาอันกว้างขวางจากพระองค์เพื่อให้หัวใจของเราได้รับทางนำ และปกป้องเราจากการหลงผิด โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์ผู้ทรงมากด้วยการให้เสมอ

3:9Page 50

رَبَّنَآ إِنَّكَ جَامِعُ ٱلنَّاسِ لِيَوۡمٖ لَّا رَيۡبَ فِيهِۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُخۡلِفُ ٱلۡمِيعَادَ ٩

Our Lord, surely You will gather the people for a Day about which there is no doubt. Indeed, Allāh does not fail in His promise."

โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์นั้น เป็นผู้ชุมนุมมนุษย์ทั้งหลายเพื่อสอบสวนพวกเขาในวันหนึ่งซี่งไม่มีการสงสัยใดๆ ในวันนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา แท้จริงอัลลอฮ์นั้น จะไม่ทรงผิดสัญญา

3:10Page 51

إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لَن تُغۡنِيَ عَنۡهُمۡ أَمۡوَٰلُهُمۡ وَلَآ أَوۡلَٰدُهُم مِّنَ ٱللَّهِ شَيۡـٔٗاۖ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمۡ وَقُودُ ٱلنَّارِ ١٠

Indeed, those who disbelieve - never will their wealth or their children avail them against Allāh at all. And it is they who are fuel for the Fire.

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อเราะซูลของพระองค์นั้น ไม่มีสิ่งใดจะปกป้องพวกเขาให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือลูกๆ ของพวกเขาทั้งในโลกนี้และวันปรโลก และกลุ่มชนที่มีคุณลักษณะเหล่านี้พวกเขาคือไม้ฟืนสำหรับนรกญะฮันนัมซึ่งจะถูกเผาในวันกิยามะฮ์

3:11Page 51

كَدَأۡبِ ءَالِ فِرۡعَوۡنَ وَٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡۚ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَا فَأَخَذَهُمُ ٱللَّهُ بِذُنُوبِهِمۡۗ وَٱللَّهُ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ١١

[Theirs is] like the custom of the people of Pharaoh and those before them. They denied Our signs, so Allāh seized them for their sins. And Allāh is severe in penalty.

และสภาพของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเช่นเดียวกับสภาพของวงศ์วานของฟิรเอาน์และบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขาที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และไม่เชื่อต่อบรรดาโองการของพระองค์ ดังนั้นอัลลอฮ์ทรงลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยความผิดของพวกเขา ทรัพย์สินและบุตรหลานของพวกเขาจะไม่เป็นประโยชน์ใดๆต่อพวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเข็มงวดในการลงโทษต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และปฏิเสธต่อโองการของพระองค์

3:12Page 51

قُل لِّلَّذِينَ كَفَرُواْ سَتُغۡلَبُونَ وَتُحۡشَرُونَ إِلَىٰ جَهَنَّمَۖ وَبِئۡسَ ٱلۡمِهَادُ ١٢

Say to those who disbelieve, "You will be overcome and gathered together to Hell, and wretched is the resting place."

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใด ว่า "บรรดาผู้ศรัทธาจะมีชัยเหนือพวกเจ้า และพวกเจ้าก็จะเสียชีวิตในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา และอัลลอฮจะรวบรวมพวกเจ้าไว้ในนรกญะฮันนัม และมันเป็นที่นอนที่เลวร้ายสำหรับพวกเจ้า"

3:13Page 51

قَدۡ كَانَ لَكُمۡ ءَايَةٞ فِي فِئَتَيۡنِ ٱلۡتَقَتَاۖ فِئَةٞ تُقَٰتِلُ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَأُخۡرَىٰ كَافِرَةٞ يَرَوۡنَهُم مِّثۡلَيۡهِمۡ رَأۡيَ ٱلۡعَيۡنِۚ وَٱللَّهُ يُؤَيِّدُ بِنَصۡرِهِۦ مَن يَشَآءُۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَعِبۡرَةٗ لِّأُوْلِي ٱلۡأَبۡصَٰرِ ١٣

Already there has been for you a sign in the two armies which met [in combat at Badr] - one fighting in the cause of Allāh and another of disbelievers. They saw them [to be] twice their [own] number by [their] eyesight.1 But Allāh supports with His victory whom He wills. Indeed in that is a lesson for those of vision.

แท้จริงได้มีสิ่งที่เป็นข้อพิสูจน์และเป็นบทเรียนแก่พวกเจ้าแล้ว ในเหตุการณ์ที่สองกลุ่มได้เผชิญหน้ากันในสงครามบัดร์ กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มผู้ศรัทธา นั่นคือกลุ่มของท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) และบรรดาสาวกของท่าน ซึ่งพวกเขาต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์เพื่อให้คำของอัลลอฮ์สูงส่ง และให้คำของผู้ปฏิเสธศรัทธาตกต่ำ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาแห่งมักกะฮ์ ซึ่งออกมาในสภาพที่ผยองและโอ้อวดและความคลั่งไคล้ในชนเผ่า แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาได้เห็นกับตาว่า พวกข้าศึกนั้นมีจำนวนมากกว่าพวกเขาเป็นสองเท่า จากนั้นอัลลอฮ์ก็ทรงช่วยผู้ที่พระองค์ทรงรัก และอัลลอฮ์ทรงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ แท้จริงในการนั้นแน่นอนมันเป็นบทเรียนและเป็นอุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ที่ตระหนักรู้ เพื่อพวกเขาจะได้รู้ว่าชัยชนะจะเป็นของผู้ศรัทธา แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยก็ตาม และความพ่ายแพ้นั้นจะเกิดขึ้นแก่ผู้หลงทางแม้ว่าพวกเขาจะมีจำนวนมากก็ตาม

3:14Page 51

زُيِّنَ لِلنَّاسِ حُبُّ ٱلشَّهَوَٰتِ مِنَ ٱلنِّسَآءِ وَٱلۡبَنِينَ وَٱلۡقَنَٰطِيرِ ٱلۡمُقَنطَرَةِ مِنَ ٱلذَّهَبِ وَٱلۡفِضَّةِ وَٱلۡخَيۡلِ ٱلۡمُسَوَّمَةِ وَٱلۡأَنۡعَٰمِ وَٱلۡحَرۡثِۗ ذَٰلِكَ مَتَٰعُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَٱللَّهُ عِندَهُۥ حُسۡنُ ٱلۡمَـَٔابِ ١٤

Beautified for people is the love of that which they desire - of women and sons, heaped-up sums of gold and silver, fine branded horses, and cattle and tilled land. That is the enjoyment of worldly life, but Allāh has with Him the best return [i.e., Paradise].

อัลลอฮ์ได้บอกว่าพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงทำสิ่งที่บรรเจิดสำหรับมนุษย์ เพื่อเป็นการทดสอบสำหรับพวกเขา ด้วยความใคร่ต่างๆ ทางโลกดุนยา เช่น ผู้หญิง ลูกชาย ทรัพย์สินที่มากมายที่เป็นทองคำและเงิน ม้าที่ดี และปศุสัตว์หลากหลายชนิด เช่น อูฐ วัว และแพะ และการเพาะปลูก ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงปัจจัยของชีวิตแห่งโลกดุนยานี้เท่านั้น มีความสุขกับมันช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็จากไป ดังนั้นผู้ศรัทธาไม่ควรไปลุ่มหลงกับมัน และอัลลอฮ์นั้น ณ พระองค์ คือ จุดหมายที่ดี คือสรวงสวรรค์ ซึ่งความกว้างของมันนั้นเท่ากับชั้นฟ้าและแผ่นดิน

3:15Page 51

۞ قُلۡ أَؤُنَبِّئُكُم بِخَيۡرٖ مِّن ذَٰلِكُمۡۖ لِلَّذِينَ ٱتَّقَوۡاْ عِندَ رَبِّهِمۡ جَنَّٰتٞ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَا وَأَزۡوَٰجٞ مُّطَهَّرَةٞ وَرِضۡوَٰنٞ مِّنَ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ بَصِيرُۢ بِٱلۡعِبَادِ ١٥

Say, "Shall I inform you of [something] better than that? For those who fear Allāh will be gardens in the presence of their Lord beneath which rivers flow, wherein they abide eternally, and purified spouses and approval from Allāh. And Allāh is Seeing [i.e., aware] of [His] servants -

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- จะให้ข้าบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่ดีกว่าความไคร่ต่างๆ เหล่านั้นหรือไม่? สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ด้วยการปฏิบัติตามพระองค์และละทิ้งการทำบาป พวกเขาจะได้รับสรวงสวรรค์ ซึ่งเบื้องล่างของมันมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล ซึ่งในนั้นพวกเขาจะไม่ได้สัมผัสถึงความตายและความพินาศ และพวกเขาจะอยู่ในนั้นพร้อมกับบรรดาคู่ครองของพวกเขาที่บริสุทธิ์จากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ทั้งในด้านรูปลักษณ์และจรรยามารยาท และพร้อมกันนั้นพวกเขาจะได้รับความพึงพอใจจากอัลลอฮ์และพระองค์จะไม่เกรี้ยวพวกเขาอีกต่อไป และอัลลอฮ์ทรงเห็นสภาพต่างๆ ของบรรดาบ่าวทั้งหลาย โดยไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาบนฐานการงานของพวกเขา

3:16Page 52

ٱلَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَآ إِنَّنَآ ءَامَنَّا فَٱغۡفِرۡ لَنَا ذُنُوبَنَا وَقِنَا عَذَابَ ٱلنَّارِ ١٦

Those who say, 'Our Lord, indeed we have believed, so forgive us our sins and protect us from the punishment of the Fire,' "

ชาวสวรรค์เหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่กล่าวในการวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา แท้จริงเรา เราได้ศรัทธาต่อพระองค์ และต่อสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่บรรดาเราะสูลของพระองค์ และเราได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์แล้ว ดังนั้นโปรดอภัยให้แก่เราซึ่งสิ่งที่เป็นความผิดต่างๆที่เราได้กระทำไป และโปรดปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก"

3:17Page 52

ٱلصَّٰبِرِينَ وَٱلصَّٰدِقِينَ وَٱلۡقَٰنِتِينَ وَٱلۡمُنفِقِينَ وَٱلۡمُسۡتَغۡفِرِينَ بِٱلۡأَسۡحَارِ ١٧

The patient, the true, the obedient, those who spend [in the way of Allāh], and those who seek forgiveness before dawn.

และพวกเขาคือผู้ที่อดทนในการปฏิบัติความดีต่างๆและละทิ้งความชั่ว และอดทนกับบททดสอบต่างๆที่ได้ประสบกับพวกเขา และพวกเขามีความสัตย์จริงในคำพูดและการกระทำ และพวกเขาเชื่อฟังอัลลอฮ์ด้วยการเชื่อฟังที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และพวกเขาเป็นผู้บริจาคทรัพย์สมบัติของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮ์ และพวกเขาเป็นผู้ขออภัยโทษในยามสุดท้ายของกลางคืน เพราะการวิงวอนในเวลานั้น เป็นการวิงวอนที่ง่ายต่อการถูกตอบรับ และเป็นเวลาที่หัวใจนั้นบริสุทธิ์จากทุกสิ่ง

3:18Page 52

شَهِدَ ٱللَّهُ أَنَّهُۥ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ وَٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ وَأُوْلُواْ ٱلۡعِلۡمِ قَآئِمَۢا بِٱلۡقِسۡطِۚ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡحَكِيمُ ١٨

Allāh witnesses that there is no deity except Him, and [so do] the angels and those of knowledge - [that He is] maintaining [creation] in justice. There is no deity except Him, the Exalted in Might, the Wise.

อัลลอฮ์ทรงยืนยันว่า พระองค์คือพระเจ้าที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีผู้ใดที่ควรนอกจากพระองค์เท่านั้น และเหล่านั้นก็ด้วยการยืนยันจากบทบัญญัติต่างๆ ทางศาสนา และข้อพิสูจน์ต่างๆแห่งการสร้างของพระองค์ ที่แสดงถึงความเป็นพระเจ้าที่ควรแก่การกราบไว้อย่างแท้จริงของพระองค์ มลาอิกะฮ์ได้ยืนยัน และบรรดาผู้รู้ก็ยืนยันในสิ่งนี้เช่นกัน ด้วยการอธิบายและการเรียกร้องเชิญชวนสู่การศรัทธาต่อพระองค์เพียงองค์เดียว ดังนั้นทั้งหมดต่างก็ได้ทำการยืนยันต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นคือ การให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์เท่านั้นและทรงธำรงความยุติธรรมในการสร้างและยุติธรรมในการบัญญัติศาสนา ไม่มีผู้ใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์ผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การจัดการและการกำหนดกฎเกณฑ์ของพระองค์

3:19Page 52

إِنَّ ٱلدِّينَ عِندَ ٱللَّهِ ٱلۡإِسۡلَٰمُۗ وَمَا ٱخۡتَلَفَ ٱلَّذِينَ أُوتُواْ ٱلۡكِتَٰبَ إِلَّا مِنۢ بَعۡدِ مَا جَآءَهُمُ ٱلۡعِلۡمُ بَغۡيَۢا بَيۡنَهُمۡۗ وَمَن يَكۡفُرۡ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ فَإِنَّ ٱللَّهَ سَرِيعُ ٱلۡحِسَابِ ١٩

Indeed, the religion in the sight of Allāh is Islām. And those who were given the Scripture did not differ except after knowledge had come to them - out of jealous animosity between themselves. And whoever disbelieves in the verses of Allāh, then indeed, Allāh is swift in [taking] account.

แท้จริงศาสนาที่ได้รับการรับรองจากอัลลอฮ์ นั้นคือศาสนาอิสลาม นั่นคือการยอมจำนนต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียว ด้วยการเชื่อฟังและนอบน้อมต่อพระองค์ด้วยการเป็นบ่าว และศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลทั้งหมดจนถึงเราะสูลท่านสุดท้ายคือ มูฮัมมัด ศ็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ที่อัลลอฮทรงให้ท่านเป็นคนสุดท้ายด้วยการจบสานส์ของพระองค์ และพระองค์จะไม่ยอมรับนอกจากศาสนาของท่านเท่านั้น และไม่มีความขัดแย้งใดๆ ที่เกิดขึ้นกับชาวยิวและชาวคริสต์ในศาสนาของพวกเขา และแตกแยกกัน เป็นกลุ่ม เป็นพรรค เว้นแต่หลังจากที่มีข้อยืนยันที่ปรากฎต่อพวกเขา จากความรู้ที่มายังพวกเขาแล้ว แต่อันเนื่องจากความริษยาและความโลภที่มีต่อโลกดุนยาต่างหาก และผู้ใดปฏิเสธโองการของอัลลอฮ์ที่ถูกประทานลงมายังท่านเราะสูลของพระองค์แล้ว ดังนั้น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงฉับพลันในการชำระสำหรับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และไม่เชื่อต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์

3:20Page 52

فَإِنۡ حَآجُّوكَ فَقُلۡ أَسۡلَمۡتُ وَجۡهِيَ لِلَّهِ وَمَنِ ٱتَّبَعَنِۗ وَقُل لِّلَّذِينَ أُوتُواْ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡأُمِّيِّـۧنَ ءَأَسۡلَمۡتُمۡۚ فَإِنۡ أَسۡلَمُواْ فَقَدِ ٱهۡتَدَواْۖ وَّإِن تَوَلَّوۡاْ فَإِنَّمَا عَلَيۡكَ ٱلۡبَلَٰغُۗ وَٱللَّهُ بَصِيرُۢ بِٱلۡعِبَادِ ٢٠

So if they argue with you, say, "I have submitted myself to Allāh [in Islām], and [so have] those who follow me." And say to those who were given the Scripture and [to] the unlearned,1 "Have you submitted yourselves?" And if they submit [in Islām], they are rightly guided; but if they turn away - then upon you is only the [duty of] notification. And Allāh is Seeing of [His] servants.

ดังนั้นหากพวกเขาโต้แย้งเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- ในเรื่องสัจธรรมที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ก็จงตอบพวกเขาไปว่า "ฉันนอบน้อมตัวฉันและบรรดาผู้ปฏิบัติตามฉันจากผู้ศรัทธาทั้งหลายนั้นต่ออัลลอฮแล้ว และจงกล่าว -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาชาวยิวและชาวคริสต์และแก่บรรดาผู้ตั้งภาคี "พวกท่านนอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจและปฏิบัติตามสิ่งที่ฉันนำมาแล้วหรือ? ถ้าหากพวกเขาได้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามศาสนาของเจ้าแล้ว โดยแน่นอนพวกเขาได้เดินอยู่บนทางนำแล้ว และถ้าหากพวกเขาผินหลังให้ต่ออิสลาม ดังนั้น ไม่มีอะไรสำหรับเจ้า นอกจากการประกาศให้พวกเขาทราบถึงสิ่งที่ถูกส่งมาเท่านั้น และเรื่องของพวกเขาเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ พระองค์เป็นผู้ทรงเห็นปวงบ่าวทั้งหลายของพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนทุกคนตามสิ่งที่พวกเขากระทำ

3:21Page 52

إِنَّ ٱلَّذِينَ يَكۡفُرُونَ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ وَيَقۡتُلُونَ ٱلنَّبِيِّـۧنَ بِغَيۡرِ حَقّٖ وَيَقۡتُلُونَ ٱلَّذِينَ يَأۡمُرُونَ بِٱلۡقِسۡطِ مِنَ ٱلنَّاسِ فَبَشِّرۡهُم بِعَذَابٍ أَلِيمٍ ٢١

Those who disbelieve in the signs of Allāh and kill the prophets without right and kill those who order justice from among the people - give them tidings of a painful punishment.

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อหลักฐานต่างๆของอัลลอฮ์ที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่พวกเขา และฆ่าบรรดานบีโดยปราศจากความเป็นธรรม ฆ่าโดยอยุติธรรมและความเกลียดชังและฆ่าบรรดาผู้คนจากหมู่มนุษย์ที่กำชับในความเที่ยงธรรม และเป็นผู้ที่กำชับในสิ่งที่ถูกต้องและห้ามปรามในสิ่งชั่วร้าย จงแจ้งแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่เป็นฆาตกรเหล่านั้นด้วยการลงโทษอันเจ็บปวด

3:22Page 52

أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ حَبِطَتۡ أَعۡمَٰلُهُمۡ فِي ٱلدُّنۡيَا وَٱلۡأٓخِرَةِ وَمَا لَهُم مِّن نَّٰصِرِينَ ٢٢

They are the ones whose deeds have become worthless in this world and the Hereafter, and for them there will be no helpers.

พวกที่มีคุณลักษณะเหล่านี้ คือผู้ที่บรรดาการงานของพวกเขาไร้ผล พวกเขาจะไม่ได้ประโยชน์จากการงานของพวกเขาเลยทั้งในโลกนี้ และในปรโลก เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และจะไม่มีผู้ช่วยเหลือใดๆสำหรับพวกเขา ที่จะคอยปกป้องพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษ

3:23Page 53

أَلَمۡ تَرَ إِلَى ٱلَّذِينَ أُوتُواْ نَصِيبٗا مِّنَ ٱلۡكِتَٰبِ يُدۡعَوۡنَ إِلَىٰ كِتَٰبِ ٱللَّهِ لِيَحۡكُمَ بَيۡنَهُمۡ ثُمَّ يَتَوَلَّىٰ فَرِيقٞ مِّنۡهُمۡ وَهُم مُّعۡرِضُونَ ٢٣

Do you not consider, [O Muḥammad], those who were given a portion of the Scripture? They are invited to the Scripture of Allāh that it should arbitrate between them;1 then a party of them turns away, and they are refusing.

โอ้ท่านเราะสูล เจ้าไม่ได้ดูสภาพของชาวยิวที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานแก่พวกเขาซึ่งส่วนหนึ่งจากความรู้ที่มาจากคัมภีร์อัตเตารอต และสิ่งที่ชี้ถึงการเป็นนบีของเจ้าที่อยู่ในนั้นหรือ? โดยที่พวกเขาถูกเชิญชวนให้กลับไปสู่คัมภีร์ของอัลลอฮ์ อัตเตารอต เพื่อคัมภีร์นั้นจะได้ตัดสินระหว่างพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกัน จากนั้นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้รู้และส่วนหนี่งจากบรรดาผู้นำของพวกเขาไม่สนใจ และพวกเขาก็ปฏิเสธต่อการตัดสินของคัมภีร์นั้น เพราะการตัดสินนั้นไม่สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา และสิ่งที่ควรที่สุดสำหรับพวกเขา -ซึ่งพวกเขาต่างก็คิดว่าพวกเขาจะตอบรับการตัดสินนั้น- คือการเป็นผู้ที่ตอบรับต่อการตัดสินนั้นอย่างฉับพลัน(ในฐานะที่เป็นผู้รู้และเป็นผู้นำ)

3:24Page 53

ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ قَالُواْ لَن تَمَسَّنَا ٱلنَّارُ إِلَّآ أَيَّامٗا مَّعۡدُودَٰتٖۖ وَغَرَّهُمۡ فِي دِينِهِم مَّا كَانُواْ يَفۡتَرُونَ ٢٤

That is because they say, "Never will the Fire touch us except for [a few] numbered days," and [because] they were deluded in their religion by what they were inventing.

การปฏิเสธและไม่ยอมรับความจริงเกิดขึ้นเพราะพวกเขาคิดว่าไฟนรกจะไม่แตะต้องพวกเขาในวันกิยามะฮ์เว้นแต่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น จากนั้นก็ได้เข้าสรวงสวรรค์ ดังนั้นการคิดของพวกเขาได้ลวงพวกเขาเองเพราะการคิดอย่างนั้นทำให้พวกเขาปลอมแปลง(ศาสนาของพวกเขา) ด้วยการสร้างเรื่องเท็จขึ้นมา ดังนั้นความเชื่อนี้ได้หลอกลวงพวกเขาและทำให้พวกเขากล้าต่อต้านอัลลอฮ์และศาสนาของพระองค์

3:25Page 53

فَكَيۡفَ إِذَا جَمَعۡنَٰهُمۡ لِيَوۡمٖ لَّا رَيۡبَ فِيهِ وَوُفِّيَتۡ كُلُّ نَفۡسٖ مَّا كَسَبَتۡ وَهُمۡ لَا يُظۡلَمُونَ ٢٥

So how will it be when We assemble them for a Day about which there is no doubt? And each soul will be compensated [in full for] what it earned, and they will not be wronged.

ดังนั้นสภาพของพวกเขาและความรู้สึกผิดของพวกเขาจะเป็นอย่างไร?!แน่นอนพวกเขาจะอยู่ในสภาพที่เลวร้ายมาก เมื่อเรารวบรวมพวกเขาเพื่อการสอบสวนในวันกิยามะฮ์ซึ่งเป็นวันที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ และทุกคนจะได้รับการตอบแทนตามที่พวกเขาสมควรได้รับ โดยไม่มีการอธรรมใดๆต่อพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยการทำให้ผลของความดีลดน้อยลงหรือด้วยการทำให้ผลของความชั่วเพิ่มขั้น

3:26Page 53

قُلِ ٱللَّهُمَّ مَٰلِكَ ٱلۡمُلۡكِ تُؤۡتِي ٱلۡمُلۡكَ مَن تَشَآءُ وَتَنزِعُ ٱلۡمُلۡكَ مِمَّن تَشَآءُ وَتُعِزُّ مَن تَشَآءُ وَتُذِلُّ مَن تَشَآءُۖ بِيَدِكَ ٱلۡخَيۡرُۖ إِنَّكَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٢٦

Say, "O Allāh, Owner of Sovereignty, You give sovereignty to whom You will and You take sovereignty away from whom You will. You honor whom You will and You humble whom You will. In Your hand1 is [all] good. Indeed, You are over all things competent.

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- เพื่อเป็นการสรรเสริญและเป็นการประกาสความยิ่งใหญ่แด่พระองค์- โอ้ อัลลอฮ์ พระองค์ผู้ทรงอภิสิทธิ์แห่งอำนาจทั้งปวงทั้งในโลกนี้และปรโลก พระองค์ทรงประทานอำนาจแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และทรงถอดถอนอำนาจจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงให้เกียรติแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่พวกเขา และทรงให้ต่ำต้อยแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ทั้งหมดนี้ด้วยความปรีชาญาณและความยุติธรรมของพระองค์ ความดีทั้งหลายนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ผู้เดียว แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง

3:27Page 53

تُولِجُ ٱلَّيۡلَ فِي ٱلنَّهَارِ وَتُولِجُ ٱلنَّهَارَ فِي ٱلَّيۡلِۖ وَتُخۡرِجُ ٱلۡحَيَّ مِنَ ٱلۡمَيِّتِ وَتُخۡرِجُ ٱلۡمَيِّتَ مِنَ ٱلۡحَيِّۖ وَتَرۡزُقُ مَن تَشَآءُ بِغَيۡرِ حِسَابٖ ٢٧

You cause the night to enter the day, and You cause the day to enter the night; and You bring the living out of the dead, and You bring the dead out of the living. And You give provision to whom You will without account [i.e., limit or measure]."

และบางสิ่งที่แสดงถึงความสามารถของพระองค์ คือการที่พระองค์ทรงทำให้กลางคืนเข้าไปในกลางวัน จึงทำให้เวลาของกลางวันนั้นยาว และทรงทำให้กลางวันเข้าไปในกลางคืน ดังนั้นจึงทำให้เวลาของกลางคืนนั้นยาว และทรงให้สิ่งที่มีชีวิตออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต ดังเช่นการนำออกผู้ศรัทธาจากผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา และการทำให้ต้นกล้างอกออกจากเมล็ด และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต เช่นการออกของผู้ปฏิเสธศรัทธาจากผู้ที่ศรัทธา และการนำไข่ออกจากแม่ไก่ และทรงให้ปัจจัยยังชีพที่กว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการนับคำนวณ

3:28Page 53

لَّا يَتَّخِذِ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ ٱلۡكَٰفِرِينَ أَوۡلِيَآءَ مِن دُونِ ٱلۡمُؤۡمِنِينَۖ وَمَن يَفۡعَلۡ ذَٰلِكَ فَلَيۡسَ مِنَ ٱللَّهِ فِي شَيۡءٍ إِلَّآ أَن تَتَّقُواْ مِنۡهُمۡ تُقَىٰةٗۗ وَيُحَذِّرُكُمُ ٱللَّهُ نَفۡسَهُۥۗ وَإِلَى ٱللَّهِ ٱلۡمَصِيرُ ٢٨

Let not believers take disbelievers as allies [i.e., supporters or protectors] rather than believers. And whoever [of you] does that has nothing [i.e., no association] with Allāh, except when taking precaution against them in prudence.1 And Allāh warns you of Himself, and to Allāh is the [final] destination.

โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย จงอย่าได้เอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นมิตร ด้วยการรักและสนับสนุนพวกเขาอื่นจากบรรดามุมิน และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาย่อมไม่มีส่วนใดๆ จากอัลลอฮ์และอัลลอฮ์ก็ไม่มีส่วนใดๆจากเขาเช่นกัน นอกจากพวกเจ้าอยู่ภายใต้อำนาจของพวกเขา แล้วพวกเจ้ากลัวพวกเขาจะทำอันตรายต่อพวกเจ้า ดังนั้นจะไม่เป็นบาป หากเป็นการปกป้องจากการทำร้ายของพวกเขา ด้วยการแสดงออกด้วยคำพูดที่ดี การกระทำที่อ่อนโยน พร้อมกับการเก็บความเป็นศัตรูกับพวกเขาไว้ และอัลลอฮ์ทรงเตือนพวกเจ้าให้ยำเกรงพระองค์ ดังนั้นจงยำเกรงต่อพระองค์เถิด และอย่าได้กระทำสิ่งใดๆ ที่พระองค์ทรงโกรธ ด้วยการกระทำความผิดต่างๆ และยังอัลลอฮ์เท่านั้นคือจุดหมายของปวงบ่าวในวันกียามะฮ์ เพื่อรับการตอบแทนในทุกการงานของพวกเขา

3:29Page 53

قُلۡ إِن تُخۡفُواْ مَا فِي صُدُورِكُمۡ أَوۡ تُبۡدُوهُ يَعۡلَمۡهُ ٱللَّهُۗ وَيَعۡلَمُ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٢٩

Say, "Whether you conceal what is in your breasts or reveal it, Allāh knows it. And He knows that which is in the heavens and that which is on the earth. And Allāh is over all things competent.

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านนบี "หากพวกเจ้าปกปิดสิ่งที่อยู่ในทรวงอกของพวกเจ้า ซึ่งสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามพวกเจ้าไว้ เช่นการภักดีต่อผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา หรือเปิดเผยมันก็ตาม อัลลอฮ์ก็ย่อมรู้ถึงสิ่งนั้นดี ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ และทรงรู้ทุกสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดที่จะขัดขวางพระองค์ได้

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском