Al-MukhtasarSaba · 34:34–54

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Saba 34:34–54

34:34Page 432

وَمَآ أَرۡسَلۡنَا فِي قَرۡيَةٖ مِّن نَّذِيرٍ إِلَّا قَالَ مُتۡرَفُوهَآ إِنَّا بِمَآ أُرۡسِلۡتُم بِهِۦ كَٰفِرُونَ ٣٤

And We did not send into a city any warner except that its affluent said, "Indeed we, in that with which you were sent, are disbelievers."

“และเราไม่ส่งเราะสูลคนหนึ่งคนใดไปยังเมืองหนึ่งเมืองใด เพื่อเป็นการเตือนพวกเขาถึงการลงโทษของอัลลอฮ์ นอกจากจะมีบรรดาผู้มีความมั่งคั่งในบรรดาผู้มีอำนาจ ผู้มีตำแหน่งและผู้มีทรัพย์สิน จะกล่าวว่า "แท้จริงพวกเราปฏิเสธ ต่อสิ่งที่พวกเจ้านำมา โอ้เราะสูลเอ๋ย”

34:35Page 432

وَقَالُواْ نَحۡنُ أَكۡثَرُ أَمۡوَٰلٗا وَأَوۡلَٰدٗا وَمَا نَحۡنُ بِمُعَذَّبِينَ ٣٥

And they1 said, "We are more [than the believers] in wealth and children, and we are not to be punished."

และบรรดาผู้มีอำนาจได้กล่าวอย่างหยิ่งยโสว่า "พวกเรามีทรัพย์สินและลูกหลานมากกว่า และสิ่งที่คุณอ้างว่าพวกเราจะถูกทรมานนั้น มันเป็นเรื่องโกหก แน่นอนพวกเราจะไม่ถูกทรมานทั้งในโลกนี้หรือในปรโลก"

34:36Page 432

قُلۡ إِنَّ رَبِّي يَبۡسُطُ ٱلرِّزۡقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقۡدِرُ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعۡلَمُونَ ٣٦

Say, "Indeed, my Lord extends provision for whom He wills and restricts [it], but most of the people do not know."

จงกล่าวเถิด โอ้ ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่หลงระเริงในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานความโปรดปรานให้ให้แก่เขาว่า "พระผู้อภิบาลของฉันนั้นเป็นผู้ที่กว้างขวางในการให้ปัจจัยยังชีพสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ให้แก่เขา เพื่อเป็นบททดสอบเขาว่าจะเป็นผู้ที่ขอบคุณและจะเป็นผู้ที่เนรคุณ และทรงให้ปัจจัยนั้นคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงพระสงค์เพื่อเป็นการทดสอบแก่พวกเขา เพื่อจะดูว่าเขาจะเป็นผู้ที่อดทนหรือจะเป็นผู้ที่ไม่พอใจโวยวาย? แต่มนุษย์ส่วนมากจะไม่รู้ว่า อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณ พระองค์ไม่ทรงกำหนดสิ่งใดๆ ไว้ล่วงหน้า เว้นแต่ด้วยวิทยปัญญาอันลึกซึ้ง จะเป็นที่รู้แก่บรรดาผู้ที่รู้ และจะเป็นซ่อนเร้นแก่ผู้ที่ไม่รู้"

34:37Page 432

وَمَآ أَمۡوَٰلُكُمۡ وَلَآ أَوۡلَٰدُكُم بِٱلَّتِي تُقَرِّبُكُمۡ عِندَنَا زُلۡفَىٰٓ إِلَّا مَنۡ ءَامَنَ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَأُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ جَزَآءُ ٱلضِّعۡفِ بِمَا عَمِلُواْ وَهُمۡ فِي ٱلۡغُرُفَٰتِ ءَامِنُونَ ٣٧

And it is not your wealth or your children that bring you nearer to Us in position, but it is [by being] one who has believed and done righteousness. For them there will be the double reward for what they did, and they will be in the upper chambers [of Paradise], safe [and secure].

และไม่ใช่ทรัพย์สินหรือบุตรหลานของพวกท่านที่พวกท่านรู้สึกภูมิใจและที่จะนำพวกท่านไปสู่ความพึงพอใจของอัลลอฮ์ แต่สำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำความดีเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่างทวีคูณ ดังนั้นทรัพย์สินจะนำไปสู่การเข้าไกล้อัลลอฮ์ได้ ด้วยการบริจาคมันเพื่อแนวทางของพระองค์ และลูกหลานก็ด้วยการขอดูอาอ์ให้แก่เขา ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธา ที่ประกอบคุณงามความดีนั้น สำหรับพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนอย่างทวีคูณเพราะความดีที่พวกเขาได้กระทำ และพวกเขาจะอยู่ในสถานะที่สูงส่งในสรวงสววรค์ด้วยความปลอดภัยจากสิ่งทั้งหมดที่เขากลัว ไม่ว่าจะเป็นบทลงโทษ การตายและความโปรดปรานถูกตัดขาด

34:38Page 432

وَٱلَّذِينَ يَسۡعَوۡنَ فِيٓ ءَايَٰتِنَا مُعَٰجِزِينَ أُوْلَٰٓئِكَ فِي ٱلۡعَذَابِ مُحۡضَرُونَ ٣٨

And the ones who strive against Our verses to cause [them] failure1 - those will be brought into the punishment [to remain].

และบรรดาผู้ปฎิเสธศรัทธาที่ทุ่ทเทความพยายามในการเบี่ยงเบนผู้คนออกจากโองการของเราและพยายามที่จะให้บรรลุเป้าหมายของพวกเขา ซึ่งพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ขาดทุนในโลกดุนยานี้ที่จะเป็นผู้ถูกทรมานในปรโลก

34:39Page 432

قُلۡ إِنَّ رَبِّي يَبۡسُطُ ٱلرِّزۡقَ لِمَن يَشَآءُ مِنۡ عِبَادِهِۦ وَيَقۡدِرُ لَهُۥۚ وَمَآ أَنفَقۡتُم مِّن شَيۡءٖ فَهُوَ يُخۡلِفُهُۥۖ وَهُوَ خَيۡرُ ٱلرَّٰزِقِينَ ٣٩

Say, "Indeed, my Lord extends provision for whom He wills of His servants and restricts [it] for him. But whatever thing you spend [in His cause] - He will compensate it; and He is the best of providers."

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล "แท้จริง พระผู้อภิบาลของฉัน ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงแผ่ปัจจัยยังชีพอย่างกว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงให้คับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ สิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคในทางของอัลลอฮ์ ดังนั้นอัลลอฮ์-ซุบฮานาฮูวะตะอาลา- จะทรงทดแทนมันให้แก่พวกท่านในโลกดุนยานี้โดยการมอบสิ่งที่ดีกว่าให้ และในโลกอาคีเราะฮ์พระองค์จะทรงให้ผลบุญตอบแทนอย่างงาม และอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮฺ นั้นทรงเป็นผู้ที่ดีเลิศแห่งบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพ ดังนั้นผู้ใดที่แสวงในเรื่องปัจจัยยังชีพก็จงวอนขอต่อพระองค์ ซุบฮานะฮฺ

34:40Page 433

وَيَوۡمَ يَحۡشُرُهُمۡ جَمِيعٗا ثُمَّ يَقُولُ لِلۡمَلَٰٓئِكَةِ أَهَٰٓؤُلَآءِ إِيَّاكُمۡ كَانُواْ يَعۡبُدُونَ ٤٠

And [mention] the Day when He will gather them all and then say to the angels, "Did these [people] used to worship you?"

และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย ในวันที่อัลลอฮ์ได้รวบรวมพวกเขาทั้งหมด แล้วพระองค์ ได้ตรัสแก่มลาอีกะฮ์ในเชิงตำหนิแก่พวกที่ตั้งภาคี (มุชริกีน) ว่า พวกเขาเหล่านี้ใช่ไหมที่เคารพสักการะต่อพวกเจ้าในตอนที่ใช้ชีวิตบนโลกดุนยาแต่ก่อนอื่นจากอัลลอฮ์?

34:41Page 433

قَالُواْ سُبۡحَٰنَكَ أَنتَ وَلِيُّنَا مِن دُونِهِمۖ بَلۡ كَانُواْ يَعۡبُدُونَ ٱلۡجِنَّۖ أَكۡثَرُهُم بِهِم مُّؤۡمِنُونَ ٤١

They will say, "Exalted are You! You, [O Allāh], are our benefactor excluding [i.e., not] them. Rather, they used to worship the jinn; most of them were believers in them."

บรรดามลาอิกะฮ์ตอบว่า “พระองค์ทรงบริสุทธิ์และสูงสุด พระองค์ทรงเป็นผู้พิทักษ์ของเราไม่ใช่พวกเขา ดังนั้นไม่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างเรากับพวกเขา แต่บรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเคารพสักการะต่อชัยตอน ซึ่งชัยตอนได้ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาในฐานะมลาอิกะฮ์ ดังนั้นพวกเขาจึงบูชาต่อพวกเขาอื่นจากอัลลอฮ์ ส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาจะศรัทธาต่อพวกเขา"

34:42Page 433

فَٱلۡيَوۡمَ لَا يَمۡلِكُ بَعۡضُكُمۡ لِبَعۡضٖ نَّفۡعٗا وَلَا ضَرّٗا وَنَقُولُ لِلَّذِينَ ظَلَمُواْ ذُوقُواْ عَذَابَ ٱلنَّارِ ٱلَّتِي كُنتُم بِهَا تُكَذِّبُونَ ٤٢

But today [i.e., the Day of Judgement] you do not hold for one another [the power of] benefit or harm, and We will say to those who wronged, "Taste the punishment of the Fire, which you used to deny."

วันแห่งการชุมนุมและคิดบัญชี บรรดาสิ่งที่ถูกเคารพที่พวกเขาเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮ์บนโลกดุนยาจะไม่ยังประโยชน์ใดๆให้แก่พวกเขาและไม่ยังโทษใดๆให้แก่พวกเขาอีกด้วย และเราจะกล่าวแก่บรรดาผู้อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำความผิดของพวกเขาว่า พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษของไฟนรกซึ่งพวกเจ้าได้ปฏิเสธมันบนโลกดุนยา

34:43Page 433

وَإِذَا تُتۡلَىٰ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتُنَا بَيِّنَٰتٖ قَالُواْ مَا هَٰذَآ إِلَّا رَجُلٞ يُرِيدُ أَن يَصُدَّكُمۡ عَمَّا كَانَ يَعۡبُدُ ءَابَآؤُكُمۡ وَقَالُواْ مَا هَٰذَآ إِلَّآ إِفۡكٞ مُّفۡتَرٗىۚ وَقَالَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لِلۡحَقِّ لَمَّا جَآءَهُمۡ إِنۡ هَٰذَآ إِلَّا سِحۡرٞ مُّبِينٞ ٤٣

And when Our verses are recited to them as clear evidences, they say, "This is not but a man who wishes to avert you from that which your fathers were worshipping." And they say, "This is not except a lie invented." And those who disbelieve say of the truth when it has come to them, "This is not but obvious magic."

และเมื่อได้มีการอ่านโองการของเราที่ถูกประทานลงมาแก่เราะสูลของเราที่มีความชัดเจนไม่มีข้อสงสัยใดๆ ให้บรรดาผู้ตั้งภาคีได้ฟัง (มุชริกีน) พวกเขาจะกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากชายคนหนึ่งที่ปรารถนาจะให้พวกท่านละทิ้งสิ่งที่บรรพบุรุษได้เคารสักการะกันมาในอดีต" และพวกเขากล่าวต่อว่า "อัลกุรอานนี้ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก นอกจากเรื่องเท็จที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นแก่อัลลอฮ์" และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ได้กล่าวในเรื่องของอัลกุรอานที่มายังพวกเขาจากอัลลอฮ์ว่า "นี่ก็ไม่ใช่อื่นใดเลย นอกจากเวทมนตร์อย่างชัดแจ้ง เพื่อทำให้แตกแยกระหว่างคนที่เป็นสามีกับภรรยา ระหว่างพ่อกับลูก

34:44Page 433

وَمَآ ءَاتَيۡنَٰهُم مِّن كُتُبٖ يَدۡرُسُونَهَاۖ وَمَآ أَرۡسَلۡنَآ إِلَيۡهِمۡ قَبۡلَكَ مِن نَّذِيرٖ ٤٤

And We had not given them any scriptures which they could study, and We had not sent to them before you, [O Muḥammad], any warner.

และเราไม่ได้ประทานบรรดาคัมภีร์ให้แก่พวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้อ่าน จนกระทั่งเพื่อชี้แนะพวกเขาว่าอัลกุรอ่านนี้เป็นสิ่งโกหก ที่มูฮัมมัดได้อุปโลกน์ขึ้น และเรามิได้ส่งบรรดาเราะสูลอื่นให้แก่พวกเขาก่อนที่จะส่งเจ้ามา โอ้ท่านเราะสูล เพื่อให้พวกเขากลัวจากการลงโทษของอัลลอฮ์

34:45Page 433

وَكَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡ وَمَا بَلَغُواْ مِعۡشَارَ مَآ ءَاتَيۡنَٰهُمۡ فَكَذَّبُواْ رُسُلِيۖ فَكَيۡفَ كَانَ نَكِيرِ ٤٥

And those before them denied, and they [i.e., the people of Makkah] have not attained a tenth of what We had given them. But they [i.e., the former peoples] denied My messengers, so how [terrible] was My reproach.

และบรรดาประชาชาติที่มาก่อนนั้นได้ปฏิเสธ อย่างเช่น กลุ่มอ๊าด ษะมูดและกลุ่มชนของลูฏ และบรรดาผู้ตั้งภาคี (มุชรีกูน) จากกลุ่มของเจ้า พวกเขาไม่ถึงหนึ่งในสิบเมื่อเทียบกับกลุ่มชนก่อนหน้าเจ้าในด้านความแข็งแกร่ง อุปกรณ์ ความมั่งคั่ง และจำนวนคน แต่กลุ่มชนเหล่านั้นก็ได้ปฏิเสธเราะซูลของพวกเขา ดังนั้นสิ่งเหล่านั้น ที่เราได้ให้พวกเขาจากทรัพย์สิน พละกำลังและจำนวนคน ไม่ได้ยังประโยชน์แก่พวกเขาเลย ดังนั้นพวกเขาจึงตกอยู่ในการลงโทษของข้า และเจ้าจงพิจารณาดู โอ้ท่านเราะสูล ว่าพวกเขาได้ปฏิเสธอย่างไร และพวกเขาได้รับบทลงโทษของฉันอย่างไร

34:46Page 433

۞ قُلۡ إِنَّمَآ أَعِظُكُم بِوَٰحِدَةٍۖ أَن تَقُومُواْ لِلَّهِ مَثۡنَىٰ وَفُرَٰدَىٰ ثُمَّ تَتَفَكَّرُواْۚ مَا بِصَاحِبِكُم مِّن جِنَّةٍۚ إِنۡ هُوَ إِلَّا نَذِيرٞ لَّكُم بَيۡنَ يَدَيۡ عَذَابٖ شَدِيدٖ ٤٦

Say, "I only advise you of one [thing] - that you stand for Allāh, [seeking truth] in pairs and individually, and then give thought." There is not in your companion any madness. He is only a warner to you before a severe punishment.

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี (มุชรีกูน) ฉันขอชี้แนะและตักเตือนแก่พวกเจ้าเพียงข้อเดียว นั้นคือ พวกท่านจงยืนขึ้นเพื่ออัลลอฮ์ที่ปราศจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ ครั้งละสองคนและคนเดียว แล้วคิดใคร่ครวญถึงเรื่องราวชีวิตสหายของพวกเจ้า และในสิ่งที่พวกเจ้ารู้เกี่ยวกับปัญญาของเขา ความซื่อสัตย์ของเขา และความรับผิดชอบของเขา เพื่อพวกเจ้าจะได้รับความกระจ่างว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮฺวะซัลลัม นั้นไม่ได้เป็นคนบ้า เขามิใช่ใครอื่นเว้นแต่เป็นผู้เตือนพวกเจ้าถึงการลงโทษที่ที่รุนแรง หากพวกเจ้าไม่สำนึกตัวต่ออัลลอฮ์จากการตั้งภาคีต่อพระองค์

34:47Page 433

قُلۡ مَا سَأَلۡتُكُم مِّنۡ أَجۡرٖ فَهُوَ لَكُمۡۖ إِنۡ أَجۡرِيَ إِلَّا عَلَى ٱللَّهِۖ وَهُوَ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ شَهِيدٞ ٤٧

Say, "Whatever payment I might have asked of you - it is yours. My payment is only from Allāh, and He is, over all things, Witness."

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่ปฏิเสธ "ว่าฉันไม่ได้ขอผลตอบแทนใดๆหรือรางวัลใดๆ จากพวกท่านสำหรับสิ่งที่ฉันได้นำมาแก่พวกท่าน ที่เป็นทางนำและความดี -หากว่ารางวัลจะมีจริง- เพราะสิ่งเหล่านั้นสำหรับพวกเจ้า ผลตอบแทนของฉันมีอยู่ ณ ที่อัลลอฮเพียงองค์เดียว พระองค์คือผู้ทรงเป็นพยานในทุกสิ่ง ดังนั้นพระองค์จึงเป็นพยานว่าฉันได้มาเผยแพร่ถึงพวกเจ้าแล้ว และทรงเป็นพยานในการงานของพวกเจ้า และจะทรงตอบแทนแก่พวกเจ้า

34:48Page 433

قُلۡ إِنَّ رَبِّي يَقۡذِفُ بِٱلۡحَقِّ عَلَّٰمُ ٱلۡغُيُوبِ ٤٨

Say, "Indeed, my Lord projects the truth, Knower of the unseen."

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล ว่าแท้จริงพระเจ้าของฉันทรงให้ความจริงมีอำนาจเหนือความเท็จและทรงทำลายมัน เพราะพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่เร้นลับ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากพระองค์ได้ทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และการงานของปวงบ่าวของพระองค์ก็จะไม่สามารถจะซ่อนเร้นจากพระองค์เช่นกัน

34:49Page 434

قُلۡ جَآءَ ٱلۡحَقُّ وَمَا يُبۡدِئُ ٱلۡبَٰطِلُ وَمَا يُعِيدُ ٤٩

Say, "The truth has come, and falsehood can neither begin [anything] nor repeat [it]."1

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธา “ความจริงได้มาแล้ว คือ อิสลาม ความเท็จได้หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยและความแข็งแกร่งใดๆ และจะไม่หวนคืนสู่อำนาจ”

34:50Page 434

قُلۡ إِن ضَلَلۡتُ فَإِنَّمَآ أَضِلُّ عَلَىٰ نَفۡسِيۖ وَإِنِ ٱهۡتَدَيۡتُ فَبِمَا يُوحِيٓ إِلَيَّ رَبِّيٓۚ إِنَّهُۥ سَمِيعٞ قَرِيبٞ ٥٠

Say, "If I should err, I would only err against myself. But if I am guided, it is by what my Lord reveals to me. Indeed, He is Hearing and near."

จงกล่าวเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธา ว่า “หากฉันหลงทางจากความจริงในสิ่งที่ฉันได้เรียกร้องให้พวกเจ้าฟัง ดังนั้นโทษของการหลงผิดของฉันก็ถูกจำกัดไว้เฉพาะฉัน ไม่มีสิ่งใดที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเจ้าเลย และหากฉันได้รับการชี้นำไปยังพระองค์ ก็เพราะสิ่งที่พระผู้อภิบาลของฉันทรงวะห์ยูแก่ฉัน แท้จริงพระองค์ทรงได้ยินถ้อยคำของบ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงอยู่ใกล้ เพื่อที่พระองค์จะทรงได้ยินสิ่งที่ฉันพูดโดยง่าย”

34:51Page 434

وَلَوۡ تَرَىٰٓ إِذۡ فَزِعُواْ فَلَا فَوۡتَ وَأُخِذُواْ مِن مَّكَانٖ قَرِيبٖ ٥١

And if you could see1 when they are terrified but there is no escape, and they will be seized from a place nearby.

และหากเจ้าได้เห็น โอ้ท่านเราะสูล บรรดาผู้ปฏิเสธที่ตื่นตระหนกตกใจเมื่อพวกเขาได้เห็นกับตาถึงบทลงโทษในวันกียามะฮ์ แล้วพวกเขาไม่มีทางหนีรอด และไม่มีที่พึ่งเพื่อที่จะหลบหนี และพวกเขาถูกจับเอาไปจากสถานที่อันใกล้อย่างง่ายดายตั้งแต่แรกเห็น และหากเจ้าได้เห็นสิ่งนั้น แน่นอนถือว่าเจ้าได้เห็นสิ่งที่แปลกมาก

34:52Page 434

وَقَالُوٓاْ ءَامَنَّا بِهِۦ وَأَنَّىٰ لَهُمُ ٱلتَّنَاوُشُ مِن مَّكَانِۭ بَعِيدٖ ٥٢

And they will [then] say, "We believe in it!" But how for them will be the taking1 [of faith] from a place far away?2

และพวกเขาได้กล่าวหลังจากที่ได้เห็นชะตากรรมของพวกเขาว่า "พวกเราได้ศรัทธาต่อวันกียามะฮ์แล้ว การศรัทธาของพวกเขาจะเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาได้ห่างไกลจากสถานที่แห่งการตอบรับการศรัทธาแล้ว ด้วยการออกจากโลกดุนยาซึ่งเป็นสถานที่แห่งการปฏิบัติ ไม่ใช่การตอบแทน สู่อาคิเราะฮ์ซึ่งเป็นที่แห่งการรับการตอบแทน ไม่มีการปฏิบัติอีกต่อไป?!

34:53Page 434

وَقَدۡ كَفَرُواْ بِهِۦ مِن قَبۡلُۖ وَيَقۡذِفُونَ بِٱلۡغَيۡبِ مِن مَّكَانِۭ بَعِيدٖ ٥٣

And they had already disbelieved in it before and would assault1 the unseen from a place far away.2

และการศรัทธาของพวกเขาจะเป็นที่ยอมรับได้อย่างไร เมื่อพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาตอนที่ใช้ชีวิตในโลกดุนยา พวกเขาตั้งข้อสงสัยจากทิศทางที่ห่างไกลจากความจริง พวกเขาพูดถึงเราะสูล ว่า "เขาเป็นพ่อมด หมอผี และนักกวี?!

34:54Page 434

وَحِيلَ بَيۡنَهُمۡ وَبَيۡنَ مَا يَشۡتَهُونَ كَمَا فُعِلَ بِأَشۡيَاعِهِم مِّن قَبۡلُۚ إِنَّهُمۡ كَانُواْ فِي شَكّٖ مُّرِيبِۭ ٥٤

And prevention will be placed between them and what they desire,1 as was done with their kind before. Indeed, they were in disquieting doubt [i.e., denial].

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธเหล่านั้นได้ถูกห้ามจากการได้รับความสุขในชีวิตบนโลกดุนยาและการกลับใจจากการปฏิเสธศรัทธาและการพ้นจากไฟนรก และการกลับคืนสู่ชีวิตบนโลกดุนยาอีกครั้ง ดังเช่นที่พระองค์ได้ทรงทำให้เป็นตัวอย่างไว้กับบรรดาประชาชาติที่ปฏิเสธก่อนพวกเขา ซึ่งพวกเขาเหล่านั้น อยู่ในการสงสัยจากสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมา ในเรื่องการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์และการศรัทธาในการฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นการสงสัยที่นำไปสู่การปฏิเสธศรัทธา

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском