Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
يس
Ya-Sin
Ya Sin · Meccan · 83 ayahs
ยา ซีน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
อัลลอฮ์สาบานด้วยอัลกุรอานซึ่งโองการต่างๆ ถูกจัดวางอย่างรัดกุม ไม่ถูกแทรกซึมด้วยความเท็จทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง
แท้จริงเจ้า -โอ้ท่านเราะสูล- เป็นคนหนึ่งในหมู่บรรดาผู้ที่ถูกส่งมาเป็นเราะสูล ถูกส่งมายังบรรดาบ่าวของพระองค์ เพื่อสั่งใช้ให้พวกเขาได้ศรัทธาในเอกภาพของพระองค์และเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงองค์เดียว
36:4–5Page 440
عَلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٤
On a straight path.
تَنزِيلَ ٱلۡعَزِيزِ ٱلرَّحِيمِ ٥
[This is] a revelation of the Exalted in Might, the Merciful,
เป็นผู้ที่อยู่บนแนวทางที่เที่ยงตรงและบทบัญญัติที่เที่ยงธรรม และแนวทางที่เที่ยงตรงและบทบัญญัติที่เที่ยงธรรมนั้น ถูกประทานลงมาจากพระผู้อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงมีอำนาจซึ่งไม่มีใครสามารถท้าทายพระองค์ได้ ผู้ทรงเมตตาแก่บ่าวของพระองค์ผู้ที่ศรัทธา
36:6Page 440
لِتُنذِرَ قَوۡمٗا مَّآ أُنذِرَ ءَابَآؤُهُمۡ فَهُمۡ غَٰفِلُونَ ٦
That you may warn a people whose forefathers were not warned, so they are unaware.
ฉันได้ประทานมันลงมาแก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้ตักเตือนประชาชาติหนึ่งและให้พวกเขาได้ระวัง พวกเขาคือชาวอาหรับซึ่งไม่มีศาสนทูตมาตักเตือนพวกเขา และด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเพิกเฉยต่อการศรัทธาและการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ เช่นเดียวกัน กับประชาชาติอื่น การตักเตือนถูกตัดขาดจากพวกเขาไป พวกเขาต้องการเราะสูลเพื่อเตือนพวกเขา
36:7Page 440
لَقَدۡ حَقَّ ٱلۡقَوۡلُ عَلَىٰٓ أَكۡثَرِهِمۡ فَهُمۡ لَا يُؤۡمِنُونَ ٧
Already the word [i.e., decree] has come into effect upon most of them, so they do not believe.
โดยแน่นอนการลงโทษได้เป็นที่สมจริงแล้วแก่ส่วนมากของพวกเขาหลังจากที่ความจริงของอัลลอฮ์ได้มายังพวกเขาจากปากของท่านเราะซูลของพระองค์แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ศรัทธาต่อพระองค์ และพวกเขาก็ยังคงอยู่กับการปฏิเสธศรัทธา โดยที่พวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เราะสูลนำมาให้แก่พวกเขาที่เป็นความจริง
36:8Page 440
إِنَّا جَعَلۡنَا فِيٓ أَعۡنَٰقِهِمۡ أَغۡلَٰلٗا فَهِيَ إِلَى ٱلۡأَذۡقَانِ فَهُم مُّقۡمَحُونَ ٨
Indeed, We have put shackles on their necks, and they are to their chins, so they are with heads [kept] aloft.
พวกเขาเปรียบเหมือนดั่งคนที่ถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอของพวกเขา และมัดรวบมือของพวกเขาพร้อมกับคอของพวกเขาตั้งใต้ต้นคอของพวกเขา เป็นผลให้พวกเขาต้องเงยหน้าขึ้นฟ้าและไม่สามารถก้มศีรษะลงได้ คนเหล่านี้ถูกพันธนาการจากการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่นอบน้อมต่ออัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ก้มศีรษะลงเพราะเหตุนี้
36:9Page 440
وَجَعَلۡنَا مِنۢ بَيۡنِ أَيۡدِيهِمۡ سَدّٗا وَمِنۡ خَلۡفِهِمۡ سَدّٗا فَأَغۡشَيۡنَٰهُمۡ فَهُمۡ لَا يُبۡصِرُونَ ٩
And We have put before them a barrier and behind them a barrier and covered them, so they do not see.
และเราทำให้ข้างหน้าและข้างหลังของพวกเขามีอุปสรรคขวางกั้นต่อความจริง และเราได้บดบังการมองเห็นของพวกเขาต่อความจริง พวกเขาจึงมองไม่เห็นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาหลังจากที่พวกเขาแสดงความดื้อรั้นและความมุ่งมั่นที่จะปฏิเสธศรัทธา
36:10Page 440
وَسَوَآءٌ عَلَيۡهِمۡ ءَأَنذَرۡتَهُمۡ أَمۡ لَمۡ تُنذِرۡهُمۡ لَا يُؤۡمِنُونَ ١٠
And it is all the same for them whether you warn them or do not warn them - they will not believe.
มีผลเท่ากันแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นที่ต่อต้านความจริง เจ้าจะตักเตือนพวกเขา -โอ้มูฮัมมัดเอ๋ย- หรือไม่ตักเตือนพวกเขาก็ตาม พวกเขาก็ไม่ศรัทธาในสิ่งที่เจ้าได้นำมาจาก อัลลอฮ์หรอก
36:11Page 440
إِنَّمَا تُنذِرُ مَنِ ٱتَّبَعَ ٱلذِّكۡرَ وَخَشِيَ ٱلرَّحۡمَٰنَ بِٱلۡغَيۡبِۖ فَبَشِّرۡهُ بِمَغۡفِرَةٖ وَأَجۡرٖ كَرِيمٍ ١١
You can only warn one who follows the message and fears the Most Merciful unseen. So give him good tidings of forgiveness and noble reward.
ผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากการตักเตือนของเจ้านั้น ก็คือผู้ที่เชื่อในอัลกุรอานนี้และปฏิบัติตามสิ่งที่ได้กล่าวไว้ในนั้น และเกรงกลัวต่อพระเจ้าของเขาในยามที่โดดเดี่ยวในช่วงเวลาที่ไม่มีใครมองเห็น ดังนั้นจงบอกถึงผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ถึงสิ่งที่พวกเขาจะได้รับคือ อัลลอฮ์จะทรงลบล้างความผิดบาปและให้อภัยแก่เขาถึงความผิดบาปนั้นและมีรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่คอยเขาอยู่ในอาคีเราะฮ์นั้นคือการที่เขาได้เข้าสู่สวรรค์
36:12Page 440
إِنَّا نَحۡنُ نُحۡيِ ٱلۡمَوۡتَىٰ وَنَكۡتُبُ مَا قَدَّمُواْ وَءَاثَٰرَهُمۡۚ وَكُلَّ شَيۡءٍ أَحۡصَيۡنَٰهُ فِيٓ إِمَامٖ مُّبِينٖ ١٢
Indeed, it is We who bring the dead to life and record what they have put forth and what they left behind, and all things We have enumerated in a clear register.
แท้จริงเราเป็นผู้ให้คนตายกลับมีชีวิตขึ้นมา ด้วยการทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพพวกเขาเพื่อคิดบัญชีในวันกียามะฮ์ และเราได้จดบันทึกในสิ่งที่พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาในโลกดุนยาที่ผ่านมาจากการกระทำที่ดีและไม่ดีและได้จดบันทึกในสิ่งที่พวกเขาได้สร้างที่เป็นผลแห่งความดีต่างๆที่ยังคงอยู่หลังจากการเสียชีวิตของพวกเขา เช่น การบริจาคทานที่มีผลบุญต่อเนื่องหรือสิ่งที่ไม่ดีเช่นการปฏิเสธศรัทธา และเราได้รวบรวมทุกอย่างในบันทึกที่ชัดเจน นั้นคือแผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้
36:13Page 441
وَٱضۡرِبۡ لَهُم مَّثَلًا أَصۡحَٰبَ ٱلۡقَرۡيَةِ إِذۡ جَآءَهَا ٱلۡمُرۡسَلُونَ ١٣
And present to them an example: the people of the city, when the messengers came to it -
จงทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธที่ดื้อรั้นเหล่านั้นได้บทเรียนเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ด้วยกับเรื่องราวของชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งในขณะที่บรรดาเราะสูลของพวกเขาได้มาหาพวกเขา
36:14Page 441
إِذۡ أَرۡسَلۡنَآ إِلَيۡهِمُ ٱثۡنَيۡنِ فَكَذَّبُوهُمَا فَعَزَّزۡنَا بِثَالِثٖ فَقَالُوٓاْ إِنَّآ إِلَيۡكُم مُّرۡسَلُونَ ١٤
When We sent to them two but they denied them, so We strengthened [them] with a third, and they said, "Indeed, we are messengers to you."
เมื่อครั้นที่เราได้ส่งเราะสูลสองคนครั้งแรกเพื่อเชิญชวนพวกเขาไปสู่การศรัทธาในเอกภาพต่ออัลลอฮ์และเคารพภักดีต่อพระองค์ พวกเขาก็ได้ปฏิเสธต่อเราะสูลทั้งสอง และเราได้เสริมแก่ทั้งสองด้วยการส่งเราะสูลคนที่สามเข้าไปพร้อมพวกเขา และบรรดาเราะสูลทั้งสามได้กล่าวแก่ชาวบ้านนั้นว่า "แท้จริงเราทั้งสามคนถูกส่งมายังพวกเจ้าเพื่อเชิญชวนพวกเจ้าเข้าสู่ศรัทธาในเอกภาพต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์
36:15Page 441
قَالُواْ مَآ أَنتُمۡ إِلَّا بَشَرٞ مِّثۡلُنَا وَمَآ أَنزَلَ ٱلرَّحۡمَٰنُ مِن شَيۡءٍ إِنۡ أَنتُمۡ إِلَّا تَكۡذِبُونَ ١٥
They said, "You are not but human beings like us, and the Most Merciful has not revealed a thing. You are only telling lies."
ชาวบ้านนั้นได้กล่าวแก่บรรดาเราะสูลว่า “พวกท่านไม่ใช่อะไร เป็นเพียงมนุษย์เช่นเราเท่านั้น และไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าพวกเรา อัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาเสมอไม่ได้ประทานโองการใด ๆ แก่พวกท่าน และพวกท่านไม่ใช่อะไร นอกจากโกหกในนามของอัลลอฮ์ในการกล่าวอ้างของพวกเจ้าเท่านั้น”
36:16Page 441
قَالُواْ رَبُّنَا يَعۡلَمُ إِنَّآ إِلَيۡكُمۡ لَمُرۡسَلُونَ ١٦
They said, "Our Lord knows that we are messengers to you,
บรรดาเราะสูลทั้งสามคนกล่าวตอบโต้ต่อการปฏิเสธของชาวบ้านนั้นว่า "พระเจ้าของเราทรงรู้ดียิ่งว่า แท้จริง -โอ้ชาวบ้านเอ๋ย- เราถูกส่งมายังพวกท่านอย่างแน่นอน มาจากพระองค์และนั่นเพียงพอสำหรับการโต้เถียงของเรา"
36:17Page 441
وَمَا عَلَيۡنَآ إِلَّا ٱلۡبَلَٰغُ ٱلۡمُبِينُ ١٧
And we are not responsible except for clear notification."
และไม่มีหน้าที่อื่นใดสำหรับเรานอกจากการประกาศในสิ่งที่ได้รับคำสั่งมาด้วยการประกาศแก่พวกเจ้าด้วยความชัดเจน และเราไม่ได้ครอบครองการให้ทางนำแก่พวกเจ้า
36:18Page 441
قَالُوٓاْ إِنَّا تَطَيَّرۡنَا بِكُمۡۖ لَئِن لَّمۡ تَنتَهُواْ لَنَرۡجُمَنَّكُمۡ وَلَيَمَسَّنَّكُم مِّنَّا عَذَابٌ أَلِيمٞ ١٨
They said, "Indeed, we consider you a bad omen. If you do not desist, we will surely stone you, and there will surely touch you, from us, a painful punishment."
ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นได้กล่าวแก่บรรดาเราะสูลว่า "แท้จริงพวกเรารู้สึกเป็นลางร้ายเพราะพวกท่าน หากพวกท่านไม่ยอมหยุดยั้งในการเชิญชวนเราไปสู่การศรัทธาในเอกภาพของอัลลอฮ์ แน่นอนเราจะลงโทษพวกท่านด้วยการขว้างก้อนหินจนเสียชีวิตและพวกท่านจะได้สำผัสถึงความเจ็บปวดทรมานจากการลงโทษของพวกเราอย่างแน่นอน"
36:19Page 441
قَالُواْ طَٰٓئِرُكُم مَّعَكُمۡ أَئِن ذُكِّرۡتُمۚ بَلۡ أَنتُمۡ قَوۡمٞ مُّسۡرِفُونَ ١٩
They said, "Your omen [i.e., fate] is with yourselves. Is it1 because you were reminded? Rather, you are a transgressing people."
บรรดาเราะสูลได้กล่าวตอบโต้แก่พวกเขาว่า "ลางร้ายของพวกท่านเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกท่าน เนื่องด้วยกับสาเหตุการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ของพวกท่านและละทิ้งการปฏิบัติตามบรรดาเราะสูลของพระองค์ มันจะเป็นลางร้ายได้อย่างไรในเมื่อเราตักเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงอัลลอฮ? แต่พวกท่านต่างหากเป็นกลุ่มชนที่หมกหมุ่นอยู่กับการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน
36:20Page 441
وَجَآءَ مِنۡ أَقۡصَا ٱلۡمَدِينَةِ رَجُلٞ يَسۡعَىٰ قَالَ يَٰقَوۡمِ ٱتَّبِعُواْ ٱلۡمُرۡسَلِينَ ٢٠
And there came from the farthest end of the city a man, running. He said, "O my people, follow the messengers.
และได้มีชายคนหนึ่งมาด้วยความรีบเร่งจากสถานที่ที่ห่างไกลจากหมู่บ้านนี้ เพราะกลัวกลุ่มชนของเขาปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลและได้ข่มขู่พวกเขาด้วยความฆ่าและการทำร้าย เขากล่าวว่า "โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย จงปฏิบัติตามสิ่งที่บรรดาเราะสูลเหล่านี้นำมาเถิด"
36:21Page 441
ٱتَّبِعُواْ مَن لَّا يَسۡـَٔلُكُمۡ أَجۡرٗا وَهُم مُّهۡتَدُونَ ٢١
Follow those who do not ask of you [any] payment, and they are [rightly] guided.
พวกท่าน -โอ้ชนชาติของฉัน- จงปฏิบัติตามผู้ที่มิได้เรียกร้องค่าจ้างใดๆต่อการนำสิ่งที่พวกเขานำมาสู่พวกท่าน และพวกเขาเป็นผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ในสิ่งที่พวกเขาประกาศเชิญชวนที่มาจากอัลลอฮ์ที่เป็นวะห์ยูของพระองค์ และสำหรับใครที่เป็นเช่นนั้นก็เป็นที่สมควรที่จะต้องปฏิบัติตาม
36:22Page 441
وَمَالِيَ لَآ أَعۡبُدُ ٱلَّذِي فَطَرَنِي وَإِلَيۡهِ تُرۡجَعُونَ ٢٢
And why should I not worship He who created me and to whom you will be returned?
และชายคนนั้นที่มาแนะนำให้ตามบรรดาเราะสูล เขาได้กล่าวว่า "และอะไรเล่าที่ทำให้ฉันไม่เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างฉัน?! และอะไรเล่าที่ห้ามพวกเจ้าไม่ให้เคารพภักดีต่อพระเจ้าของพวกเจ้าที่เป็นผู้สร้างพวกเจ้า?และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะกลับไปและถูกให้ฟื้นคืนชีพเพื่อรับการตอบแทน?!
36:23Page 441
ءَأَتَّخِذُ مِن دُونِهِۦٓ ءَالِهَةً إِن يُرِدۡنِ ٱلرَّحۡمَٰنُ بِضُرّٖ لَّا تُغۡنِ عَنِّي شَفَٰعَتُهُمۡ شَيۡـٔٗا وَلَا يُنقِذُونِ ٢٣
Should I take other than Him [false] deities [while], if the Most Merciful intends for me some adversity, their intercession will not avail me at all, nor can they save me?
จะให้ฉันเคารพบูชาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ที่ทรงสร้างฉันมาด้วยการไปเคารพบูชาสิ่งที่ไม่ถูกต้องกระนั้นหรือ?! หากพระผู้ทรงกรุณาปรานีทรงประสงค์ให้ความทุกข์ยากแก่ฉัน การช่วยเหลือของพวกเขาจะไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่ฉันเลย เพราะพวกมันไม่ได้ครอบครองสิทธิ์ใดๆ ในการให้ประโยชน์หรือให้โทษแก่ฉันเลย และไม่สามารถที่จะช่วยฉันให้รอดพ้นจากสิ่งเลวร้ายที่อัลลอฮ์ประสงค์แก่ฉันได้หากฉันตายไปในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา
แท้จริงถ้าฉันได้ยึดเอาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ ฉันจะอยู่ในความผิดอย่างชัดเจนโดยที่ฉันเคารพภักดีผู้ที่ไม่สมควรที่จะเคารพภักดี และได้ละทิ้งการเคารพภักดีต่อผู้ที่สมควรแก่การเคารพภักดีนั้น
36:25Page 441
إِنِّيٓ ءَامَنتُ بِرَبِّكُمۡ فَٱسۡمَعُونِ ٢٥
Indeed, I have believed in your Lord, so listen to me."
แท้จริง โอ้กลุ่มชนเอ๋ย ฉันศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลของฉันและพระผู้อภิบาลของพวกท่านทั้งหมด ดังนั้นพวกท่านจงฟังซิ ฉันไม่สนใจว่าพวกท่านกำลังขู่ว่าจะฆ่าฉัน ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจากกลุ่มชนของเขานอกจากการฆ่าเขา ดังนั้นอัลลอฮ์จึงให้เขาเข้าสู่สวรรค์
36:26–27Page 441
قِيلَ ٱدۡخُلِ ٱلۡجَنَّةَۖ قَالَ يَٰلَيۡتَ قَوۡمِي يَعۡلَمُونَ ٢٦
It was said, "Enter Paradise."1 He said, "I wish my people could know
بِمَا غَفَرَ لِي رَبِّي وَجَعَلَنِي مِنَ ٱلۡمُكۡرَمِينَ ٢٧
Of how my Lord has forgiven me and placed me among the honored."
ได้มีเสียงกล่าวให้แก่เขาเพื่อเป็ฯการให้เกียรติเขาหลังจากที่เขาได้ตายชะฮีด ว่า "จงเข้าในสวรรค์ เมื่อเขาได้เข้าไปในสวรรค์แล้วได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น เขาได้กล่าวเชิงอวยพรให้ว่า "ขอให้กลุ่มชนของฉันที่ปฏิเสธฉันและฆ่าฉัน ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันจากการได้รับการอภัยต่อบาป และในสิ่งที่พระองค์ได้ให้เกียรติแก่ฉัน เพื่อพวกเขาจะได้ศรัทธาต่อพระองค์เสมือนในสิ่งที่ฉันได้ศรัทธา และได้รับผลตอบแทนเช่นเดียวกับที่ฉันได้รับผลตอบแทน"
36:28Page 442
۞ وَمَآ أَنزَلۡنَا عَلَىٰ قَوۡمِهِۦ مِنۢ بَعۡدِهِۦ مِن جُندٖ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَمَا كُنَّا مُنزِلِينَ ٢٨
And We did not send down upon his people after him any soldiers from the heaven, nor would We have done so.
และเราไม่ได้ส่งทหารที่มาจากมลาอิกะฮ์จากฟากฟ้าลงมายังกลุ่มชนของเขาเพื่อทำลายพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้ปฏิเสธเขาและฆ่าเขา และเราจะไม่ส่งมลาอิกะฮ์มายังกลุ่มชนใดเมื่อเราต้องการทำลายพวกเขา เพราะการทำลายพวกเขานั้นเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเรา เราได้กำหนดการทำลายล้างพวกเขาด้วยเสียงกัมปนาทจากฟากฟ้า ไม่ใช่ด้วยการส่งมลาอิกะฮ์ลงมา
36:29Page 442
إِن كَانَتۡ إِلَّا صَيۡحَةٗ وَٰحِدَةٗ فَإِذَا هُمۡ خَٰمِدُونَ ٢٩
It was not but one shout,1 and immediately they were extinguished.
มันมิใช่เรื่องราวความหายนะของกลุ่มชนของเขาอื่นใดเลย นอกจากเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียวที่เราได้ส่งไปยังพวกเขา แล้วเมื่อนั้นพวกเขาก็ดับเงียบบนพื้นดินโดยไม่มีใครเหลือ อุปมาพวกเขาเหมือนไฟไหม้และดับลงไม่เหลือซากใดๆ
36:30Page 442
يَٰحَسۡرَةً عَلَى ٱلۡعِبَادِۚ مَا يَأۡتِيهِم مِّن رَّسُولٍ إِلَّا كَانُواْ بِهِۦ يَسۡتَهۡزِءُونَ ٣٠
How regretful for the servants. There did not come to them any messenger except that they used to ridicule him.
อนิจจาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในการสำนึกผิดและความเศร้าโศกของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ เมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษ นั่นก็เพราะว่าขณะที่พวกเขาอาศัยอยู่ในโลกดุนยานั้น เมื่อใดก็ตามที่เราะสูลคนใดจากอัลลอฮ์มายังพวกเขา พวกเขาจะเยาะเย้ยและเย้ยหยันเขา ดังนั้นผลที่พวกเขาได้รับ คือความเสียใจในวันฟื้นคืนชีพที่พวกเขาได้ละเลยหน้าที่ของพวกเขาต่ออัลลอฮ์
36:31Page 442
أَلَمۡ يَرَوۡاْ كَمۡ أَهۡلَكۡنَا قَبۡلَهُم مِّنَ ٱلۡقُرُونِ أَنَّهُمۡ إِلَيۡهِمۡ لَا يَرۡجِعُونَ ٣١
Have they not considered how many generations We destroyed before them - that they to them1 will not return?
บรรดาผู้ปฏิเสธผู้เยาะเย้ยบรรดาเราะซูลเหล่านั้น พวกเขามิได้เห็นถึงบทเรียนของประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาหรอกหรือ? ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นได้เสียชีวิตไป โดยที่เขาเหล่านั้นมิได้กลับมายังดุนยาอีกเลย แต่พวกเขาจะถูกนำไปสู่การทำงานของพวกเขาที่เคยกระทำไว้ และอัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวกเขาในการกระทำของพวกเขา
36:32Page 442
وَإِن كُلّٞ لَّمَّا جَمِيعٞ لَّدَيۡنَا مُحۡضَرُونَ ٣٢
And indeed, all of them will yet be brought present before Us.
และจะไม่มีประชาชาติใด แม้ประชาชาติเดียว นอกจากจะถูกนำมาต่อหน้าเราในวันกิยามะฮ์ หลังจากที่พวกเขาฟื้นคืนชีพ เพื่อเราจะตอบแทนพวกเขาตามการกระทำของพวกเขา
36:33Page 442
وَءَايَةٞ لَّهُمُ ٱلۡأَرۡضُ ٱلۡمَيۡتَةُ أَحۡيَيۡنَٰهَا وَأَخۡرَجۡنَا مِنۡهَا حَبّٗا فَمِنۡهُ يَأۡكُلُونَ ٣٣
And a sign for them is the dead earth. We have brought it to life and brought forth from it grain, and from it they eat.
หลักฐานประการหนึ่งสำหรับผู้ที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ ว่าการฟื้นคืนชีพนั้นเป็นความจริง คือแผ่นดินที่แห้งแล้งนี้ เราได้ให้ฝนจากฟากฟ้าลงมาบนเขา และเราได้ทำให้พืชผลหลายชนิดได้งอกเงยออกมา และเราได้นำธัญพืชหลายชนิดมาเพื่อการบริโภคของมนุษย์ ดังนั้นผู้ที่สามารถชุบชีวิตให้แผ่นดินนี้ด้วยการส่งฝนลงมา และให้พืชผลต่างๆได้งอกเงยออกมานั้น แน่นอนเขาผู้นั้นย่อมสามารถชุบชีวิตคนตายและให้ฟื้นขึ้นมาได้เช่นกัน
36:34Page 442
وَجَعَلۡنَا فِيهَا جَنَّٰتٖ مِّن نَّخِيلٖ وَأَعۡنَٰبٖ وَفَجَّرۡنَا فِيهَا مِنَ ٱلۡعُيُونِ ٣٤
And We placed therein gardens of palm trees and grapevines and caused to burst forth therefrom some springs -
และเราได้ทำให้มีในแผ่นดินนี้ ที่เราได้ส่งฝนลงมานั้นด้วยสวนมากหลาย จากอินทผลัมและองุ่น และเราได้หลั่งจากแผ่นดินซึ่งตาน้ำเพื่อดื่มมัน
36:35Page 442
لِيَأۡكُلُواْ مِن ثَمَرِهِۦ وَمَا عَمِلَتۡهُ أَيۡدِيهِمۡۚ أَفَلَا يَشۡكُرُونَ ٣٥
That they may eat of His fruit.1 And their hands have not produced it,2 so will they not be grateful?
เพื่อให้ผู้คนได้กินผลไม้จากสวนที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้พวกเขา โดยที่พวกเขาไม่ต้องพยายามอะไรเลย แล้วพวกเขาจะไม่ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ได้ประทานสิ่งเหล่านี้แก่พวกเขา ด้วยการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียวและศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์หรือ?!
36:36Page 442
سُبۡحَٰنَ ٱلَّذِي خَلَقَ ٱلۡأَزۡوَٰجَ كُلَّهَا مِمَّا تُنۢبِتُ ٱلۡأَرۡضُ وَمِنۡ أَنفُسِهِمۡ وَمِمَّا لَا يَعۡلَمُونَ ٣٦
Exalted is He who created all pairs1 - from what the earth grows and from themselves and from that which they do not know.
มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ ผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ทรงสร้างพืชและต้นไม้ต่างๆ และจากตัวของมนุษย์โดยสร้างมาเป็นคู่ ผู้ชายและผู้หญิงและสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้จากสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮ์อื่นๆ ทั้งบนบกและในน้ำและอื่นๆ
36:37Page 442
وَءَايَةٞ لَّهُمُ ٱلَّيۡلُ نَسۡلَخُ مِنۡهُ ٱلنَّهَارَ فَإِذَا هُم مُّظۡلِمُونَ ٣٧
And a sign for them is the night. We remove1 from it the [light of] day, so they are [left] in darkness.
และสัญญาณประการหนึ่งสำหรับมนุษย์ที่ชี้ถึงความเป็นเอกภาพอัลลอฮ์นั้นคือเราได้ให้แสงแห่งความสว่างได้จากไป ด้วยการไปของกลางวันและการมาของกลางคืนเมื่อเราได้ถอนกลางวันออกจากมัน แล้วเราจะนำมาซึ่งความมืดหลังจากที่กลางวันจากไป ทันใดนั้นมนุษย์ก็จะเข้าไปอยู่ในความมืด
36:38Page 442
وَٱلشَّمۡسُ تَجۡرِي لِمُسۡتَقَرّٖ لَّهَاۚ ذَٰلِكَ تَقۡدِيرُ ٱلۡعَزِيزِ ٱلۡعَلِيمِ ٣٨
And the sun runs [on course] toward its stopping point. That is the determination of the Exalted in Might, the Knowing.
และสัญญาณอีกประการหนึ่งที่ชี้ถึงการเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์สำหรับพวกเขา คือดวงอาทิตย์จะโคจรตามวิถีที่อัลลอฮ์ทรงรู้ถึงความพอดีของมันไม่มีเกิน นั่นคือการกำหนดซึ่งเป็นการกำหนดของพระผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีใครเทียบได้ ผู้ทรงรอบรู้และไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ได้จากทุกกิจการของสิ่งถูกสร้างของพระองค์
36:39Page 442
وَٱلۡقَمَرَ قَدَّرۡنَٰهُ مَنَازِلَ حَتَّىٰ عَادَ كَٱلۡعُرۡجُونِ ٱلۡقَدِيمِ ٣٩
And the moon - We have determined for it phases, until it returns [appearing] like the old date stalk.
และสัญญาณอีกประการหนึ่งสำหรับพวกเขาที่บ่งบองถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ นั่นคือดวงจันทร์ที่เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่งในทุกๆคืน โดยจะเริ่มจากดวงเล็ก แล้วก็ใหญ่ขึ้นแล้วก็กลับมาเป็นดวงเล็กจงกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเหมือนกิ่งอินทผลัมแห้ง ในความบาง โค้งงอ เหลือง และความยาวนานของมัน
36:40Page 442
لَا ٱلشَّمۡسُ يَنۢبَغِي لَهَآ أَن تُدۡرِكَ ٱلۡقَمَرَ وَلَا ٱلَّيۡلُ سَابِقُ ٱلنَّهَارِۚ وَكُلّٞ فِي فَلَكٖ يَسۡبَحُونَ ٤٠
It is not allowable [i.e., possible] for the sun to reach the moon, nor does the night overtake the day, but each, in an orbit, is swimming.
และสัญญาณของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ กลางคืน และกลางวัน ถูกกำหนดด้วยการกำหนดจากอัลลอฮ์ และจะไม่มีการล้ำเส้นไปจากที่กำหนดไว้ ดังนั้นดวงอาทิตย์จะไม่ไล่ทันดวงจันทร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางหรือทำให้แสงของดวงจันทร์หายไป และกลางคืนก็จะไม่ล้ำหน้ากลางวัน โดยเข้าในเวลากลางวันก่อนที่จะหมดเวลาของกลางวัน และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดนี้และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆและการโคจร เส้นทางของมันนั้นจะมีเป็นการเฉพาะของพวกมันด้วยการกำหนดของอัลลอฮ์และการดูแลของพระองค์
36:41Page 443
وَءَايَةٞ لَّهُمۡ أَنَّا حَمَلۡنَا ذُرِّيَّتَهُمۡ فِي ٱلۡفُلۡكِ ٱلۡمَشۡحُونِ ٤١
And a sign for them is that We carried their forefathers1 in a laden ship.
และสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกเขาที่แสดงถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์เช่นเดียวกัน และแสดงถึงความโปรดปราณของพระองค์ต่อปวงบ่าวของพระองค์นั่นคือ เราได้บรรทุกผู้ที่รอดจากน้ำท่วมจากลูกหลานของอาดัมในสมัยนูฮไว้บนเรือที่เต็มไปด้วยสิ่งตางๆของอัลลอฮ์ และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงบรรทุกไว้ในเรือนั้นซึ่งทุกสิ่งเป็นคู่ๆ
36:42Page 443
وَخَلَقۡنَا لَهُم مِّن مِّثۡلِهِۦ مَا يَرۡكَبُونَ ٤٢
And We created for them from the likes of it that which they ride.
และสัญญาณสำหรับพวกเขาที่แสดงถึงความเป็นเอกภาพและความโปรดปราณของพระองค์ต่อปวงบ่าวของพระองค์ คือการที่เราได้สร้างให้พวกเขาซึ่งเสมือนกับเรือของนูฮเพื่อให้พวกเขาขับขี่
36:43Page 443
وَإِن نَّشَأۡ نُغۡرِقۡهُمۡ فَلَا صَرِيخَ لَهُمۡ وَلَا هُمۡ يُنقَذُونَ ٤٣
And if We should will, We could drown them; then no one responding to a cry would there be for them, nor would they be saved
และถ้าเราต้องการที่จะให้พวกเขาจมน้ำ เราก็สามารถจมพวกเขาได้ แล้วจะไม่มีผู้ใดช่วยเหลือพวกเขาหากเราต้องการที่จะให้พวกเขาจม และจะไม่มีผู้ใดเป็นผู้ช่วยเหลือเมื่อพวกเขาได้จมน้ำตายด้วยคำสั่งและคำตัดสินของเรา
36:44Page 443
إِلَّا رَحۡمَةٗ مِّنَّا وَمَتَٰعًا إِلَىٰ حِينٖ ٤٤
Except as a mercy from Us and provision for a time.
เว้นแต่เราจะเมตตาพวกเขาโดยให้พวกเขาได้รอดจากการจมน้ำและให้พวกเขาได้กลับมีความสุขจนถึงเวลาที่กำหนดซึ่งจะไม่เกินไปกว่านั้น หวังว่าพวกเขาจะไตร่ตรองแล้วศรัทธา
36:45Page 443
وَإِذَا قِيلَ لَهُمُ ٱتَّقُواْ مَا بَيۡنَ أَيۡدِيكُمۡ وَمَا خَلۡفَكُمۡ لَعَلَّكُمۡ تُرۡحَمُونَ ٤٥
But when it is said to them, "Beware of what is before you and what is behind you;1 perhaps you will receive mercy..."2
และเมื่อได้มีการกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นว่า "จงระวังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเจ้าในเรื่องของอาคิเราะฮ์และความยากลำบากของมันเถิด และจงระวังดุนยาที่กำลังจะล่วงไป เพื่อหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงโปรดปรานพวกเจ้าด้วยความเมตตาของพระองค์" พวกเขาไม่ปฏิบัติตาม แต่พวกเขาผินหลังให้โดยไม่สนใจ
36:46Page 443
وَمَا تَأۡتِيهِم مِّنۡ ءَايَةٖ مِّنۡ ءَايَٰتِ رَبِّهِمۡ إِلَّا كَانُواْ عَنۡهَا مُعۡرِضِينَ ٤٦
And no sign comes to them from the signs of their Lord except that they are from it turning away.
และเมื่อใดก็ตามที่โองการต่างๆของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของพระองค์และบ่งบอกถึงความเป็นสิทธิสำหรับพระองค์เพียงหนึ่งเดียวที่ควรแก่การทำอิบาดะฮ์ได้มายังบรรดาผู้ตั้งภาคี พวกเขาเหล่านั้นจะผินหลังให้แก่โองการเหล่านั้น โดยไม่พิจารณาใดๆต่อมัน
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences