Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
الزمر
Az-Zumar
The Troops · Meccan · 75 ayahs
39:1Page 458
تَنزِيلُ ٱلۡكِتَٰبِ مِنَ ٱللَّهِ ٱلۡعَزِيزِ ٱلۡحَكِيمِ ١
The revelation of the Book [i.e., the Qur’ān] is from Allāh, the Exalted in Might, the Wise.
อัลกุรอานนี้ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจ ซึ่งไม่มีใครสามารถเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการทรงสร้าง การจัดการ และบทบัญญัติของพระองค์ ไม่ได้ถูกประทนลงมาจากใครอื่นนอกจากพระองค์
39:2Page 458
إِنَّآ أَنزَلۡنَآ إِلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ بِٱلۡحَقِّ فَٱعۡبُدِ ٱللَّهَ مُخۡلِصٗا لَّهُ ٱلدِّينَ ٢
Indeed, We have sent down to you the Book, [O Muḥammad], in truth. So worship Allāh, [being] sincere to Him in religion.
แท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์อัลกุรอานมายังเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ที่ครอบคลุมด้วยความจริง ดังนั้นข่าวคราวของอัลกุรอานทุกอย่างล้วนเป็นความจริง และบทบัญญัติของพระองค์ทั้งหมดนั้นยุติธรรม ดังนั้นเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ด้วยการเป็นผู้ที่เตาฮีดต่อพระองค์ และมีเตาฮีดที่บริสุทธิ์ต่อพระองค์ปราศจากการตั้งภาคีใดๆ
39:3Page 458
أَلَا لِلَّهِ ٱلدِّينُ ٱلۡخَالِصُۚ وَٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُواْ مِن دُونِهِۦٓ أَوۡلِيَآءَ مَا نَعۡبُدُهُمۡ إِلَّا لِيُقَرِّبُونَآ إِلَى ٱللَّهِ زُلۡفَىٰٓ إِنَّ ٱللَّهَ يَحۡكُمُ بَيۡنَهُمۡ فِي مَا هُمۡ فِيهِ يَخۡتَلِفُونَۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي مَنۡ هُوَ كَٰذِبٞ كَفَّارٞ ٣
Unquestionably, for Allāh is the pure religion.1 And those who take protectors besides Him [say], "We only worship them that they may bring us nearer to Allāh in position." Indeed, Allāh will judge between them concerning that over which they differ. Indeed, Allāh does not guide he who is a liar and [confirmed] disbeliever.
พึงทราบเถิด การอิบาดะฮ์ที่บริสุทธิ์จากการตั้งภาคีนั้นเป็นของอัลลอฮ์องค์เดียว ส่วนบรรดาผู้ที่ยึดเอาสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์เป็นผู้คุ้มครองที่มาจากรูปปั้นต่างๆและบรรดาชัยฏอน ซึ่งพวกเขาเคารพต่อสิ่งเหล่านั้นอื่นจากอัลลอฮ์ โดยอ้างถึงการทำอิบาดะฮฺของพวกเขาต่อสิ่งเหล่านั้น ด้วยคำกล่าวที่ว่า “เรามิได้เคารพภักดีสิ่งเหล่านั้น เว้นแต่เพื่อให้สิ่งเหล่านี้ทำให้สถานะของเราได้เข้าใกล้อัลลอฮ์ ให้ความต้องการต่างๆของเราถูกยกไปยังพระองค์ และให้พวกเขาช่วยเหลือเรา ณ ที่พระองค์" แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างบรรดาผู้ศรัทธาผู้ทีเชื่อในความเป็นเอกะของพระองค์ และระหว่างบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ตั้งภาคีในวันกิยามะฮ์ ในสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในเรื่องการเตาฮีด(การศรัทธาในความเป็นเอกะของอัลลอฮ์) แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้นำสู่สัจธรรมแก่ผู้กล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ที่เชื่อว่าอัลลอฮ์นั้นมีหุ้นส่วน ผู้ไม่สำนึกในความโปรดปราณของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา
39:4Page 458
لَّوۡ أَرَادَ ٱللَّهُ أَن يَتَّخِذَ وَلَدٗا لَّٱصۡطَفَىٰ مِمَّا يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ سُبۡحَٰنَهُۥۖ هُوَ ٱللَّهُ ٱلۡوَٰحِدُ ٱلۡقَهَّارُ ٤
If Allāh had intended to take a son, He could have chosen from what He creates whatever He willed. Exalted is He; He is Allāh, the One, the Prevailing.1
หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะมีบุตร แน่นอนพระองค์ก็จะทรงเลือกจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และทำให้เขาอยู่ในฐานะการเป็นบุตร พระองค์ทรงบริสุทธิ์ทรงสูงส่งเหนือสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นได้กล่าวไว้ พระองค์ผู้ทรงเอกะในตัวตน คุณลักษณะ และการกระทำ ไม่มีภาคีใดๆสำหรับพระองค์ ผู้ทรงพิชิตสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมา
39:5Page 458
خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ بِٱلۡحَقِّۖ يُكَوِّرُ ٱلَّيۡلَ عَلَى ٱلنَّهَارِ وَيُكَوِّرُ ٱلنَّهَارَ عَلَى ٱلَّيۡلِۖ وَسَخَّرَ ٱلشَّمۡسَ وَٱلۡقَمَرَۖ كُلّٞ يَجۡرِي لِأَجَلٖ مُّسَمًّىۗ أَلَا هُوَ ٱلۡعَزِيزُ ٱلۡغَفَّٰرُ ٥
He created the heavens and earth in truth. He wraps the night over the day and wraps the day over the night and has subjected the sun and the moon, each running [its course] for a specified term. Unquestionably, He is the Exalted in Might, the Perpetual Forgiver.1
พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเพื่อเป็นฮิกมะฮฺ(วิทยปัญญา)ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่สร้างเพื่อไร้สาระตามที่บรรดาผู้อธรรมได้กล่าวไว้ พระองค์ทรงให้กลางคืนคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางวันและทรงให้กลางวันคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางคืน เมื่อเวลาใดได้เข้ามา อีกเวลาหนึ่งก็จะหายไป และทรงให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์(แก่มนุษย์) ทั้งสองนี้จะโคจรไปตามระยะเวลาที่ถูกกำหนดไว้ นั่นคือเวลาแห่งการจบสิ้นของชีวิตดุนยานี้ พึงทราบเถิด พระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ผู้ทรงอำนาจที่ลงโทษบรรดาศัตรูของพระองค์ ไม่มีผู้ใดเหนือกว่าพระองค์ ผู้ทรงอภัยต่อบาปของปวงบ่าวที่กลับตัวอยู่เสมอ
39:6Page 459
خَلَقَكُم مِّن نَّفۡسٖ وَٰحِدَةٖ ثُمَّ جَعَلَ مِنۡهَا زَوۡجَهَا وَأَنزَلَ لَكُم مِّنَ ٱلۡأَنۡعَٰمِ ثَمَٰنِيَةَ أَزۡوَٰجٖۚ يَخۡلُقُكُمۡ فِي بُطُونِ أُمَّهَٰتِكُمۡ خَلۡقٗا مِّنۢ بَعۡدِ خَلۡقٖ فِي ظُلُمَٰتٖ ثَلَٰثٖۚ ذَٰلِكُمُ ٱللَّهُ رَبُّكُمۡ لَهُ ٱلۡمُلۡكُۖ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۖ فَأَنَّىٰ تُصۡرَفُونَ ٦
He created you from one soul. Then He made from it its mate, and He produced for you from the grazing livestock eight mates.1 He creates you in the wombs of your mothers, creation after creation, within three darknesses.2 That is Allāh, your Lord; to Him belongs dominion. There is no deity except Him, so how are you averted?
พระเจ้าของพวกเจ้า - โอ้มนุษย์เอ๋ย – ทรงสร้างพวกเจ้าจากชีวิตหนึ่งคืออาดัม จากนั้นพระองค์ทรงสร้างฮาวาอ์จากอาดัมเพื่อเป็นคู่ครองของเขา และพระองค์ทรงสร้างปศุสัตว์แก่พวกเจ้า เช่น อูฐ วัว แกะ และแพะออกเป็นแปดชนิด ซึ่งจากแต่ละประเภทนั้นเป็นตัวผู้และตัวเมีย พระองค์ทรงสร้างพวกเจ้าในครรภ์มารดาของพวกเจ้าทีละขั้นในความมืดของช่องท้อง มดลูก และรก ผู้ทรงสร้างทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคืออัลลอฮ์ พระเจ้าของพวกเจ้า มีเพียงสำหรับพระองค์เท่านั้นคือการครอบครอง ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้นอกนอกจากพระองค์ แล้วพวกเจ้าเปลี่ยนจากการอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ไปสู่การอิบาดะฮ์ต่อผู้ที่ไม่ได้สร้างสิ่งใดๆเลย และเป็นผู้ที่ถูกสร้างมาได้อย่างไร?!
39:7Page 459
إِن تَكۡفُرُواْ فَإِنَّ ٱللَّهَ غَنِيٌّ عَنكُمۡۖ وَلَا يَرۡضَىٰ لِعِبَادِهِ ٱلۡكُفۡرَۖ وَإِن تَشۡكُرُواْ يَرۡضَهُ لَكُمۡۗ وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٞ وِزۡرَ أُخۡرَىٰۚ ثُمَّ إِلَىٰ رَبِّكُم مَّرۡجِعُكُمۡ فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمۡ تَعۡمَلُونَۚ إِنَّهُۥ عَلِيمُۢ بِذَاتِ ٱلصُّدُورِ ٧
If you disbelieve - indeed, Allāh is Free from need of you. And He does not approve for His servants disbelief. And if you are grateful, He approves [i.e., likes] it for you; and no bearer of burdens will bear the burden of another. Then to your Lord is your return, and He will inform you about what you used to do. Indeed, He is Knowing of that within the breasts.
หากพวกเจ้าปฏิเสธต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ดังนั้นแท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงปราถรถนาต่อการศรัทธาของพวกเจ้า และการปฏิเสธศรัทธาของพวกเจ้าก็ไม่ทำให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อพระองค์ แต่ในทางกลับกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเจ้านั้นจะตกอยู่ที่ตัวพวกเจ้าเอง และพระองค์ก็ไม่ทรงโปรดต่อปวงบ่าวของพระองค์ที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา และพระองค์ไม่ได้สั่งให้พวกเขาปฏิเสธศรัทธา เพราะอัลลอฮ์จะไม่สั่งในสิ่งที่น่ารังเกียจและความชั่วร้าย และหากพวกเจ้ากตัญญูรู้คุณต่ออัลลอฮ์และศรัทธาต่อพระองค์ พระองค์ก็ทรงโปรดต่อการกตัญญูของพวกเจ้า และจะตอบแทนต่อสิ่งนั้น และ (จงจำไว้ว่า) ชีวิตหนึ่งที่มีบาปจะไม่แบกรับบาปของอีกชีวิตหนึ่ง แต่ทุกชีวิตมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนได้ทำไว้ แล้ววันกิยามะฮ์ก็จะกลับคืนสู่พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเท่านั้น และพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่พวกเจ้าเคยกระทำไว้ในโลกดุนยา และจะทรงตอบแทนแก่พวกเจ้าตามที่พวกเจ้าได้กระทำกัน แท้จริงพระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์ ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในจิตใจของปวงบ่าวของพระองค์ จะไม่มีสิ่งใดที่อยู่ในจิตใจนั้นจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้
39:8Page 459
۞ وَإِذَا مَسَّ ٱلۡإِنسَٰنَ ضُرّٞ دَعَا رَبَّهُۥ مُنِيبًا إِلَيۡهِ ثُمَّ إِذَا خَوَّلَهُۥ نِعۡمَةٗ مِّنۡهُ نَسِيَ مَا كَانَ يَدۡعُوٓاْ إِلَيۡهِ مِن قَبۡلُ وَجَعَلَ لِلَّهِ أَندَادٗا لِّيُضِلَّ عَن سَبِيلِهِۦۚ قُلۡ تَمَتَّعۡ بِكُفۡرِكَ قَلِيلًا إِنَّكَ مِنۡ أَصۡحَٰبِ ٱلنَّارِ ٨
And when adversity touches man, he calls upon his Lord, turning to Him [alone]; then when He bestows on him a favor from Himself, he forgets Him whom he called upon before,1 and he attributes to Allāh equals to mislead [people] from His way. Say, "Enjoy your disbelief for a little; indeed, you are of the companions of the Fire."
และเมื่อผู้ปฏิเสธได้ประสบกับความทุกข์ยากใดๆ เช่นการล้มป่วย เสียทรัพย์ และกลัวจากการจมน้ำ เขาก็จะวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา สุบฮานะฮ์(มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์)เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ยากนั้น โดยหันหน้าเข้าหาพระองค์เพียงผู้เดียว ครั้นเมื่อพระองค์ทรงประทานความโปรดปราณจากพระองค์ให้แก่เขา ด้วยการให้พ้นจากความทุกข์ยากที่ประสบแก่เขาแล้ว เขาก็ทิ้ง(อัลลอฮ์)ผู้ที่เขาเคยนอบน้อมต่อพระองค์ก่อนหน้านั้น และเขาได้ตั้งภาคีขึ้นมาเคียงคู่กับอัลลอฮ์ พวกเขาเคารพบูชาต่อสิ่งนั้นอื่นจากพระองค์ เพื่อให้ผู้อื่นได้หลงจากทางของอัลลอฮ์ที่นำไปสู่พระองค์ จงกล่าวแก่ผู้ที่อยู่ในสภาพนี้เถิด (โอ้เราะสูลเอ๋ย) ว่า “เจ้าจงมีความสุขกับการปฏิเสธของเจ้า กับอายุที่เหลือของเจ้าเถิด ซึ่งเป็นเวลาอันน้อยนิด เพราะแท้จริงเจ้าเป็นหนึ่งในกลุ่มชนแห่งไฟนรกในวันกิยามะฮ์”
39:9Page 459
أَمَّنۡ هُوَ قَٰنِتٌ ءَانَآءَ ٱلَّيۡلِ سَاجِدٗا وَقَآئِمٗا يَحۡذَرُ ٱلۡأٓخِرَةَ وَيَرۡجُواْ رَحۡمَةَ رَبِّهِۦۗ قُلۡ هَلۡ يَسۡتَوِي ٱلَّذِينَ يَعۡلَمُونَ وَٱلَّذِينَ لَا يَعۡلَمُونَۗ إِنَّمَا يَتَذَكَّرُ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ ٩
Is one who is devoutly obedient during periods of the night, prostrating and standing [in prayer], fearing the Hereafter and hoping for the mercy of his Lord, [like one who does not]? Say, "Are those who know equal to those who do not know?" Only they will remember [who are] people of understanding.
หรือผู้ที่เขาเป็นผู้ภักดีต่ออัลลอฮ์ในยามค่ำคืน ในสภาพของผู้สุญูดต่อพระเจ้าของเขา และผู้ยืนละหมาดต่อพระองค์ โดยที่เขาหวั่นเกรงต่อบทลงโทษในปรโลก และหวังความเมตตาของพระเจ้าของเขา ดีกว่า หรือผู้ปฏิเสธคนนั้นที่เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ในยามทุกข์ยากและปฏิเสธพระองค์ในยามสุข และตั้งภาคีเคียงคู่กับอัลลอฮ์?! จงกล่าวเถิด (โอ้ เราะสูลเอ๋ย) บรรดาผู้ที่รู้ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาแก่พวกเขาให้ปฏิบัติเพราะความรู้ของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์และชนเหล่านั้นที่ไม่รู้อะไรเลยจะเท่าเทียมกันหรือ?! แท้จริงผู้ที่รู้ถึงความแตกระหว่างสองพวกนี้คือบรรดาผู้มีสติปัญญาที่ดีเท่านั้น
39:10Page 459
قُلۡ يَٰعِبَادِ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ رَبَّكُمۡۚ لِلَّذِينَ أَحۡسَنُواْ فِي هَٰذِهِ ٱلدُّنۡيَا حَسَنَةٞۗ وَأَرۡضُ ٱللَّهِ وَٰسِعَةٌۗ إِنَّمَا يُوَفَّى ٱلصَّٰبِرُونَ أَجۡرَهُم بِغَيۡرِ حِسَابٖ ١٠
Say,1 "O My servants who have believed, fear your Lord. For those who do good in this world is good, and the earth of Allāh is spacious. Indeed, the patient will be given their reward without account [i.e., limit]."
จงกล่าวเถิด- โอ้ เราะซูลเอ๋ย- แก่ปวงบ่าวของฉันที่ศรัทธาในตัวฉันและบรรดาเราะสูลของฉันว่า “จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ สำหรับบรรดาผู้ทำความดีในหมู่พวกเจ้าในโลกนี้ ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีในโลกนี้ ด้วยการได้รับชัยชนะ ความมั่นคงในสุขภาพ และความมั่งคั่งในทรัพย์สิน และได้รับสรวงสวรรค์ในปรโลก แผ่นดินของอัลลอฮ์นั้นกว้างใหญ่ ดังนั้นพวกเจ้าจงอพยพไปจนกว่าจะพบสถานที่ที่สามารถเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ได้ โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวนพวกเจ้า แท้จริงบรรดาผู้อดทนจะได้รับการตอบแทนซึ่งรางวัลของพวกเขาในวันกิยามะฮ์โดยไม่ต้องคิดคำนวณและไม่ต้องวัดขนาด เนื่องด้วยจำนวนที่มากมายและความหลากหลายของมัน
39:11Page 460
قُلۡ إِنِّيٓ أُمِرۡتُ أَنۡ أَعۡبُدَ ٱللَّهَ مُخۡلِصٗا لَّهُ ٱلدِّينَ ١١
Say, [O Muḥammad], "Indeed, I have been commanded to worship Allāh, [being] sincere to Him in religion.
จงกล่าวเถิด-โอ้เราะสูลเอ๋ย- "แท้จริงอัลลอฮฺทรงบัญชาแก่ฉันให้เคารพภักดีต่อพระองค์เพียงองค์เดียว ด้วยการเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการทำอิบาดะฮ์"
39:12Page 460
وَأُمِرۡتُ لِأَنۡ أَكُونَ أَوَّلَ ٱلۡمُسۡلِمِينَ ١٢
And I have been commanded to be the first [among you] of the Muslims."
"และทรงบัญชาให้ฉันเป็นคนแรกที่ยอมจำนนต่อพระองค์และนอบน้อมจากประชาชาตินี้"
39:13Page 460
قُلۡ إِنِّيٓ أَخَافُ إِنۡ عَصَيۡتُ رَبِّي عَذَابَ يَوۡمٍ عَظِيمٖ ١٣
Say, "Indeed I fear, if I should disobey my Lord, the punishment of a tremendous Day."
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - แท้จริงฉันกลัวการลงโทษแห่งวันอันยิ่งใหญ่ หากฉันฝ่าฝืนพระเจ้าของฉัน และไม่เชื่อฟังพระองค์ นั้นคือวันกิยามะฮ์
39:14Page 460
قُلِ ٱللَّهَ أَعۡبُدُ مُخۡلِصٗا لَّهُۥ دِينِي ١٤
Say, "Allāh [alone] do I worship, sincere to Him in my religion,
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - "แท้จริงฉันเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้น ด้วยการเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการทำอิบาดะฮ์ ฉันจะไม่เคารพภักดีพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับพระองค์"
39:15Page 460
فَٱعۡبُدُواْ مَا شِئۡتُم مِّن دُونِهِۦۗ قُلۡ إِنَّ ٱلۡخَٰسِرِينَ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓاْ أَنفُسَهُمۡ وَأَهۡلِيهِمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۗ أَلَا ذَٰلِكَ هُوَ ٱلۡخُسۡرَانُ ٱلۡمُبِينُ ١٥
So worship what you will besides Him." Say, "Indeed, the losers are the ones who will lose themselves and their families on the Day of Resurrection. Unquestionably, that is the manifest loss."
ดังนั้นพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จงเคารพสักการะสิ่งอื่นจากพระองค์ตามที่พวกเจ้าต้องการเถิด ที่มาจากรูปปั้นต่างๆ (เป็นคำสั่งเพื่อให้เกิดความกลัว) จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่า แท้จริงบรรดาผู้ที่สูญเสียที่แท้จริงนั้นคือ บรรดาผู้ที่ทำตัวของพวกเขาเอง และครอบครัวของพวกเขาให้สูญเสีย ซึ่งพวกเขาจะไม่พบกับครอบครัวของพวกเขาในปรโลกเนื่องจากพวกเขาถูกแยกออกจากกันเนื่องด้วยการที่พวกเขาได้เข้าสวรรค์ หรือด้วยการที่พวกเขาได้เข้านรกร่วมกับครอบครัวของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีวันได้พบกัน พึงรู้เถิด นั่นคือความสูญเสียที่แท้จริงที่ไม่มีความคลุมเครือใดๆ
39:16Page 460
لَهُم مِّن فَوۡقِهِمۡ ظُلَلٞ مِّنَ ٱلنَّارِ وَمِن تَحۡتِهِمۡ ظُلَلٞۚ ذَٰلِكَ يُخَوِّفُ ٱللَّهُ بِهِۦ عِبَادَهُۥۚ يَٰعِبَادِ فَٱتَّقُونِ ١٦
They will have canopies [i.e., layers] of fire above them and below them, canopies. By that Allāh threatens [i.e., warns] His servants. O My servants, then fear Me.
สำหรับพวกเขานั้นมีควัน เปลวไฟ และความร้อน ปกคลุมเหนือพวกเขา และเบื้องล่างของพวกเขาก็เช่นกัน มีควัน เปลวไฟ และความร้อน สิ่งที่ได้กล่าวมาที่เป็นบทลงโทษนั้น อัลลอฮ์ทำให้ปวงบ่าวของพระองค์หวาดกลัว โอ้ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย จงยำเกรงต่อข้าเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของข้าและห่างไกลจากข้อห้ามของข้า
39:17Page 460
وَٱلَّذِينَ ٱجۡتَنَبُواْ ٱلطَّٰغُوتَ أَن يَعۡبُدُوهَا وَأَنَابُوٓاْ إِلَى ٱللَّهِ لَهُمُ ٱلۡبُشۡرَىٰۚ فَبَشِّرۡ عِبَادِ ١٧
But those who have avoided ṭāghūt,1 lest they worship it, and turned back to Allāh - for them are good tidings. So give good tidings to My servants
และบรรดาผู้หลีกห่างจากการเคารพบูชารูปปั้นและทุกสิ่งที่เป็นการเคารพสักการะอื่นจากอัลลอฮ์ และหันกลับมาหาอัลลอฮ์ด้วยการสำนึกผิด พวกเขาจะได้รับข่าวดีด้วยสวรรค์ขณะที่พวกเขาเสียชีวิต และอยู่ในหลุมฝังศพ และในวันกิยามะฮ์ ดังนั้นเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย-จงแจ้งข่าวดีแก่ปวงบ่าวของข้าเถิด
39:18Page 460
ٱلَّذِينَ يَسۡتَمِعُونَ ٱلۡقَوۡلَ فَيَتَّبِعُونَ أَحۡسَنَهُۥٓۚ أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ هَدَىٰهُمُ ٱللَّهُۖ وَأُوْلَٰٓئِكَ هُمۡ أُوْلُواْ ٱلۡأَلۡبَٰبِ ١٨
Who listen to speech and follow the best of it. Those are the ones Allāh has guided, and those are people of understanding.
(พวกเขาคือ)บรรดาผู้ที่แสวงหาที่จะได้ยินคำกล่าวต่างๆ และพวกเขาแยกแยะระหว่างคำที่ดีของมันจากคำที่ไม่ดี แต่พวกเขาก็เลือกที่จะปฏิบัติตามสิ่งที่ดีที่สุดของมันเพราะประโยชน์ที่มีอยู่กับมัน พวกเขาที่มีคุณลักษณะดังกล่าวนั้นคือบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเลือกสู่เส้นทางแห่งทางนำ และพวกเขาคือกลุ่มชนผู้มีสติปัญญาที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง
39:19Page 460
أَفَمَنۡ حَقَّ عَلَيۡهِ كَلِمَةُ ٱلۡعَذَابِ أَفَأَنتَ تُنقِذُ مَن فِي ٱلنَّارِ ١٩
Then, is one who has deserved the decree of punishment [to be guided]? Then, can you save one who is in the Fire?
ใครก็ตามที่จะถูกตัดสินว่าจะถูกลงโทษ เพราะการคงอยู่ของเขาในการปฏิเสธศรัทธา และการหลงผิด ดังนั้นไม่มีทางสำหรับเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ในการให้คำแนะนำและชี้แนะแก่เขาได้ แล้วเจ้า - โอ้ เราะสูลเอ๋ย - สามารถช่วยเหลือผู้ที่มีลักษณะดังกล่าวออกจากไฟนรกกระนั้นหรือ?!
39:20Page 460
لَٰكِنِ ٱلَّذِينَ ٱتَّقَوۡاْ رَبَّهُمۡ لَهُمۡ غُرَفٞ مِّن فَوۡقِهَا غُرَفٞ مَّبۡنِيَّةٞ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُۖ وَعۡدَ ٱللَّهِ لَا يُخۡلِفُ ٱللَّهُ ٱلۡمِيعَادَ ٢٠
But those who have feared their Lord - for them are chambers,1 above them chambers built high, beneath which rivers flow. [This is] the promise of Allāh. Allāh does not fail in [His] promise.
แต่บรรดาผู้ยำเกรงพระเจ้าของพวกเขานั้น ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ สำหรับพวกเขาจะมีคฤหาสน์ที่สูงสง่า เป็นชั้นๆ ซึ่งภายใต้ของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน มันเป็นสัญญาของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเขา และอัลลอฮ์จะไม่ทรงผิดกับสัญญา
39:21Page 460
أَلَمۡ تَرَ أَنَّ ٱللَّهَ أَنزَلَ مِنَ ٱلسَّمَآءِ مَآءٗ فَسَلَكَهُۥ يَنَٰبِيعَ فِي ٱلۡأَرۡضِ ثُمَّ يُخۡرِجُ بِهِۦ زَرۡعٗا مُّخۡتَلِفًا أَلۡوَٰنُهُۥ ثُمَّ يَهِيجُ فَتَرَىٰهُ مُصۡفَرّٗا ثُمَّ يَجۡعَلُهُۥ حُطَٰمًاۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَذِكۡرَىٰ لِأُوْلِي ٱلۡأَلۡبَٰبِ ٢١
Do you not see that Allāh sends down rain from the sky and makes it flow as springs [and rivers] in the earth; then He produces thereby crops of varying colors; then they dry and you see them turned yellow; then He makes them [scattered] debris. Indeed in that is a reminder for those of understanding.
แท้จริงพวกเจ้ารู้ดีอยู่แล้วโดยผ่านสายตาของพวกเจ้า ว่าอัลลอฮ์ได้ทรงส่งน้ำฝนจากฟากฟ้าลงมายังแผ่นดิน แล้วทรงทำให้มันเข้าไปสู่ในตาน้ำและในแม่น้ำ แล้วด้วยน้ำนี้ พระองค์ทรงทำให้พืชผลได้งอกออกมาเป็นหลากสี จากนั้นพืชผลเหล่านี้ก็เหี่ยวแห้ง ซึ่งเจ้าเองก็เห็นว่ามันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหลังจากที่มันเป็นสีเขียว เมื่อมันเหี่ยวแห้งแล้ว พระองค์ก็ทรงทำให้มันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แท้จริงในสิ่งที่ได้กล่าวมานั้นย่อมเป็นข้อเตือนใจให้ผู้ที่มีใจที่มีชีวิต
39:22Page 461
أَفَمَن شَرَحَ ٱللَّهُ صَدۡرَهُۥ لِلۡإِسۡلَٰمِ فَهُوَ عَلَىٰ نُورٖ مِّن رَّبِّهِۦۚ فَوَيۡلٞ لِّلۡقَٰسِيَةِ قُلُوبُهُم مِّن ذِكۡرِ ٱللَّهِۚ أُوْلَٰٓئِكَ فِي ضَلَٰلٖ مُّبِينٍ ٢٢
So is one whose breast Allāh has expanded to [accept] Islām and he is upon [i.e., guided by] a light from his Lord [like one whose heart rejects it]? Then woe to those whose hearts are hardened against the remembrance of Allāh. Those are in manifest error.
ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเปิดทรวงอกของเขาเพื่ออิสลาม แล้วเขาก็จะได้รับการชี้นำสู่อิสลาม จากนั้นเขาก็อยู่บนแสงสว่างจากพระเจ้าของเขา เขาจะเหมือนกับผู้ที่มีหัวใจที่แข็งกระด้างต่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์กระนั้นหรือ?!จะไม่เท่าเทียมกันเป็นอันขาด เพราะความสำเร็จเป็นของผู้ที่ได้รับทางนำ และความวิบัติจะประสบแด่ผู้ที่มีหัวใจที่แข็งกระด้างต่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์ ชนเหล่านี้อยู่ในการหลงผิดจากความจริงอันชัดแจ้ง
39:23Page 461
ٱللَّهُ نَزَّلَ أَحۡسَنَ ٱلۡحَدِيثِ كِتَٰبٗا مُّتَشَٰبِهٗا مَّثَانِيَ تَقۡشَعِرُّ مِنۡهُ جُلُودُ ٱلَّذِينَ يَخۡشَوۡنَ رَبَّهُمۡ ثُمَّ تَلِينُ جُلُودُهُمۡ وَقُلُوبُهُمۡ إِلَىٰ ذِكۡرِ ٱللَّهِۚ ذَٰلِكَ هُدَى ٱللَّهِ يَهۡدِي بِهِۦ مَن يَشَآءُۚ وَمَن يُضۡلِلِ ٱللَّهُ فَمَا لَهُۥ مِنۡ هَادٍ ٢٣
Allāh has sent down the best statement: a consistent Book wherein is reiteration. The skins shiver therefrom of those who fear their Lord; then their skins and their hearts relax at the remembrance [i.e., mention] of Allāh. That is the guidance of Allāh by which He guides whom He wills. And one whom Allāh sends astray - for him there is no guide.
อัลลอฮ์ได้ทรงประทานอัลกุรอานแก่เราะสูลของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม และมันเป็นคำกล่าวที่ดียิ่ง เป็นคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาที่มีเนื้อหาที่เทียบเท่ากันในด้านความจริงและความงดงาม ด้านสร้างความปรองดองและไม่สร้างความขัดแย้ง ในคัมภีร์อัลกุรอานจะมีเรื่องเล่ามากมายและบทบัญญัติต่างๆ มีคำมั่นสัญญาต่อสิ่งที่ดีและไม่ดี และกล่าวถึงคุณลักษณะของผู้ที่อยู่ในความจริงและผู้ที่อยู่ในความเท็จเป็นต้น เมื่อได้มีการได้ฟัง(หรือได้อ่าน)โองการต่างๆของมันที่กล่าวถึงบทลงโทษและการข่มขู่ ผิวหนังของบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้าของพวกเขาจะลุกชันขึ้น แล้วผิวหนังของพวกเขาและหัวใจของพวกเขาจะสงบลงมุ่งสู่การรำลึกถึงอัลลอฮ์ เมื่อพวกเขาได้ฟังโองการที่พูดถึงความหวังและข่าวดีต่างๆ สิ่งที่กล่าวมาจากอัลกุรอาน และผลของมันนั้น มันคือทางนำของอัลลอฮ์ ซึ่งพระองค์จะทรงชี้นำแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงให้เขาหลงทาง และไม่ทรงชี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงแก่เขาแล้ว ดังนั้นสำหรับเขาก็จะไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชี้นำทางให้แก่เขา
39:24Page 461
أَفَمَن يَتَّقِي بِوَجۡهِهِۦ سُوٓءَ ٱلۡعَذَابِ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۚ وَقِيلَ لِلظَّٰلِمِينَ ذُوقُواْ مَا كُنتُمۡ تَكۡسِبُونَ ٢٤
Then is he who will shield with his face1 the worst of the punishment on the Day of Resurrection [like one secure from it]? And it will be said to the wrongdoers, "Taste what you used to earn."
ผู้ที่อัลลอฮฺทรงชี้นำทางและตอบรับเขาในดุนยาและเอาเขาเข้าสวรรค์ในอาคิเราะฮฺนั้นจะเทียบเท่ากับผู้ที่ปฏิเสธและตายในสถานะเป็นผู้ปฏิเสธและเอาเขาเข้านรกพร้อมล่ามโซ่ที่มือทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้าง โดยที่เขาไม่สามารถที่จะป้องกันจากไฟนรกได้เว้นแต่ด้วยใบหน้าของเขาที่เขาคว่ำกระนั้นหรือ?! และจะมีเสียงกล่าวแก่บรรดาผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการปฏิเสธและกระทำบาป เพื่อเป็นการตำหนิว่า "จงลิ้มรสสิ่งที่พวกเจ้าแสวงหาไว้ซึ่งการปฏิเสธและกระทำบาปเถิด และมันคือรางวัลตอบแทนสำหรับพวกเจ้า"
39:25Page 461
كَذَّبَ ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡ فَأَتَىٰهُمُ ٱلۡعَذَابُ مِنۡ حَيۡثُ لَا يَشۡعُرُونَ ٢٥
Those before them denied, and punishment came upon them from where they did not perceive.
บรรดาหมู่ชนก่อนหน้าบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นได้ปฏิเสธมาแล้ว ดังนั้นการลงโทษได้มีมายังพวกเขาอย่างเร่งด่วน โดยที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัว เพื่อที่พวกเขาจะได้เตรียมตัวเพื่อการกลับตัวสำนึกผิด
39:26Page 461
فَأَذَاقَهُمُ ٱللَّهُ ٱلۡخِزۡيَ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۖ وَلَعَذَابُ ٱلۡأٓخِرَةِ أَكۡبَرُۚ لَوۡ كَانُواْ يَعۡلَمُونَ ٢٦
So Allāh made them taste disgrace in worldly life. But the punishment of the Hereafter is greater, if they only knew.
ดังนั้น อัลลอฮ์ทรงให้พวกเขาลิ้มรสบทลงโทษเหล่านั้นที่มีความอัปยศและอื้อฉาวในชีวิตของโลกนี้ และแน่นอนการลงโทษในปรโลกที่กำลังรอพวกเขาอยู่นั้นยิ่งใหญ่กว่าและโหดร้ายยิ่งกว่าหากพวกเขาได้รู้
39:27Page 461
وَلَقَدۡ ضَرَبۡنَا لِلنَّاسِ فِي هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانِ مِن كُلِّ مَثَلٖ لَّعَلَّهُمۡ يَتَذَكَّرُونَ ٢٧
And We have certainly presented for the people in this Qur’ān from every [kind of] example - that they might remember.
แท้จริงเราได้ยกเป็นอุทาหรณ์แก่มนุษย์ในอัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่มูฮัมหมัด –ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม- ซึ่งหลากหลายเรื่อง ในเรื่องความดีและความชั่ว ความจริงและความเท็จ การศรัทธาและการปฏิเสธและอื่นๆ โดยหวังว่าพวกเขาจะได้เรียนรู้จากอุทาหรณ์เหล่านั้น แล้วปฏิบัติกับความจริงและละทิ้งความเท็จ
39:28Page 461
قُرۡءَانًا عَرَبِيًّا غَيۡرَ ذِي عِوَجٖ لَّعَلَّهُمۡ يَتَّقُونَ ٢٨
[It is] an Arabic Qur’ān, without any deviance1 that they might become righteous.2
เราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับ ไม่มีการคดเคี้ยว ไม่มีการดัดแปลง และไม่มีความคลุมเครือใดๆในนั้นหวังเพื่อพวกเขาจะได้ยำเกรงอัลลอฮ์ ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์
39:29Page 461
ضَرَبَ ٱللَّهُ مَثَلٗا رَّجُلٗا فِيهِ شُرَكَآءُ مُتَشَٰكِسُونَ وَرَجُلٗا سَلَمٗا لِّرَجُلٍ هَلۡ يَسۡتَوِيَانِ مَثَلًاۚ ٱلۡحَمۡدُ لِلَّهِۚ بَلۡ أَكۡثَرُهُمۡ لَا يَعۡلَمُونَ ٢٩
Allāh presents an example: a man [i.e., slave] owned by quarreling partners and another belonging exclusively to one man - are they equal in comparison? Praise be to Allāh! But most of them do not know.
อัลลอฮ์ทรงยกอุทาหรณ์แก่ผู้ตั้งภาคีและผู้ศรัทธาด้วยชายคนหนึ่งที่เป็นทาสซึ่งเขาเป็นหุ้นส่วนของคนหลายคน พวกเขาขัดแย้งไม่ลงรอยกัน หากทำให้คนหนึ่งพอใจอีกคนก็ไม่พอใจ ดังนั้นเขาอยู่ในสภาพที่สับสน และชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นทาสของชายคนหนึ่งมีเจ้าของเพียงผู้เดียว เขารู้ถึงเจตนาของนายเขา จึงทำให้เขารู้สึกสงบและไม่กังวลอะไร ทั้งสองคนนี้จะไม่เท่าเทียมกัน การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮ์ แต่ว่าส่วนมากของพวกเขาไม่รู้ ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งภาคีต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์เคียงคู่กับพระองค์
39:30Page 461
إِنَّكَ مَيِّتٞ وَإِنَّهُم مَّيِّتُونَ ٣٠
Indeed, you are to die, and indeed, they are to die.
แท้จริงเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะต้องตาย และแท้จริงพวกเขาจะต้องตายซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
39:31Page 461
ثُمَّ إِنَّكُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ عِندَ رَبِّكُمۡ تَخۡتَصِمُونَ ٣١
Then indeed you, on the Day of Resurrection, before your Lord, will dispute.
แล้วแท้จริงพวกเจ้า -โอ้ มนุษย์เอ๋ย- ในวันกิยามะฮ์จะถกเถียงในสิ่งที่ขัดแย้งกันต่อหน้าพระเจ้าของพวกเจ้า แล้วความจริงก็จะเป็นที่ประจักษ์เหนือความเท็จ
39:32Page 462
۞ فَمَنۡ أَظۡلَمُ مِمَّن كَذَبَ عَلَى ٱللَّهِ وَكَذَّبَ بِٱلصِّدۡقِ إِذۡ جَآءَهُۥٓۚ أَلَيۡسَ فِي جَهَنَّمَ مَثۡوٗى لِّلۡكَٰفِرِينَ ٣٢
So who is more unjust than one who lies about Allāh and denies the truth when it has come to him? Is there not in Hell a residence for the disbelievers?
และไม่มีผู้ใดที่อธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่กล่าวหาอัลลอฮ์ในสิ่งที่ไม่เหมาะกับพระองค์ เช่น การมีภาคี มีคู่สมรส และมีบุตร และไม่มีผู้ใดที่อธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่ปฏิเสธต่อวะห์ยูที่เราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮ์ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้นำมา และมิไช่ในนรกดอกหรือ ที่เป็นสถานที่พำนักสำหรับบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และสิ่งที่เราะซูลของพระองค์ได้นำมา แน่นอนแท้จริงสถานที่ของพวกเขานั้นคือในนรก
39:33Page 462
وَٱلَّذِي جَآءَ بِٱلصِّدۡقِ وَصَدَّقَ بِهِۦٓ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُتَّقُونَ ٣٣
And the one who has brought the truth [i.e., the Prophet (ﷺ)] and [they who] believed in it - those are the righteous.
และผู้ที่นำมาซึ่งความจริงในคำพูดและการกระทำของเขา ทั้งบรรดานบีและคนอื่น ๆ และเขาได้เชื่อมั่นศรัทธาต่อความจริงพร้อมกับได้ปฏิบัติสอดคล้องกับความจริงนั้น พวกเขาคือบรรดาผู้ที่ยำเกรงที่แท้จริง ที่เชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้าของพวกเขาและห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
39:34Page 462
لَهُم مَّا يَشَآءُونَ عِندَ رَبِّهِمۡۚ ذَٰلِكَ جَزَآءُ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٣٤
They will have whatever they desire with their Lord. That is the reward of the doers of good -
สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับความสุขอันถาวรตามที่พวกเขาต้องการ ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา ซึ่งนั่นคือการตอบแทนของบรรดาผู้กระทำความดีในการงานของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์และบ่าวของพระองค์
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences