Al-MukhtasarAn‑Nisa · 4:101–130

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

An-Nisa 4:101–130

4:101Page 94

وَإِذَا ضَرَبۡتُمۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَلَيۡسَ عَلَيۡكُمۡ جُنَاحٌ أَن تَقۡصُرُواْ مِنَ ٱلصَّلَوٰةِ إِنۡ خِفۡتُمۡ أَن يَفۡتِنَكُمُ ٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْۚ إِنَّ ٱلۡكَٰفِرِينَ كَانُواْ لَكُمۡ عَدُوّٗا مُّبِينٗا ١٠١

And when you travel throughout the land, there is no blame upon you for shortening the prayer,1 [especially] if you fear that those who disbelieve may disrupt [or attack] you.2 Indeed, the disbelievers are ever to you a clear enemy.

และเมื่อพวกเจ้าเดินทางไปบนผืนแผ่นดินก็ไม่มีความผิดใด ๆ แก่พวกเจ้าในการที่พวกเจ้าจะย่อละหมาดที่มี 4 รอกะอะฮ์ โดยจาก 4 รอกะอะฮ์ เป็น 2 รอกะอะฮ์ หากพวกเจ้ากลัวว่าจะมีภัยอันตรายจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามาประสบกับพวกเจ้า แท้จริงความเป็นศัตรูของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่มีต่อพวกเจ้านั้น คือ เป็นศัตรูอย่างเปิดเผยและชัดเจน และมีหลักฐานที่ถูกต้องที่ยืนยันว่า อนุญาตให้ละหมาดย่อได้ ในการเดินทางที่มีความปลอดภัยเช่นกัน

4:102Page 95

وَإِذَا كُنتَ فِيهِمۡ فَأَقَمۡتَ لَهُمُ ٱلصَّلَوٰةَ فَلۡتَقُمۡ طَآئِفَةٞ مِّنۡهُم مَّعَكَ وَلۡيَأۡخُذُوٓاْ أَسۡلِحَتَهُمۡۖ فَإِذَا سَجَدُواْ فَلۡيَكُونُواْ مِن وَرَآئِكُمۡ وَلۡتَأۡتِ طَآئِفَةٌ أُخۡرَىٰ لَمۡ يُصَلُّواْ فَلۡيُصَلُّواْ مَعَكَ وَلۡيَأۡخُذُواْ حِذۡرَهُمۡ وَأَسۡلِحَتَهُمۡۗ وَدَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لَوۡ تَغۡفُلُونَ عَنۡ أَسۡلِحَتِكُمۡ وَأَمۡتِعَتِكُمۡ فَيَمِيلُونَ عَلَيۡكُم مَّيۡلَةٗ وَٰحِدَةٗۚ وَلَا جُنَاحَ عَلَيۡكُمۡ إِن كَانَ بِكُمۡ أَذٗى مِّن مَّطَرٍ أَوۡ كُنتُم مَّرۡضَىٰٓ أَن تَضَعُوٓاْ أَسۡلِحَتَكُمۡۖ وَخُذُواْ حِذۡرَكُمۡۗ إِنَّ ٱللَّهَ أَعَدَّ لِلۡكَٰفِرِينَ عَذَابٗا مُّهِينٗا ١٠٢

And when you [i.e., the commander of an army] are among them and lead them in prayer,1 let a group of them stand [in prayer] with you and let them carry their arms. And when they have prostrated, let them be [in position] behind you and have the other group come forward which has not [yet] prayed and let them pray with you, taking precaution and carrying their arms. Those who disbelieve wish that you would neglect your weapons and your baggage so they could come down upon you in one [single] attack. But there is no blame upon you, if you are troubled by rain or are ill, for putting down your arms, but take precaution. Indeed, Allāh has prepared for the disbelievers a humiliating punishment.

และเมื่อเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย-อยู่ในหมู่ทหารขณะที่กำลังสู้รบกับศัตรู แล้วเจ้าก็ต้องการนำละหมาดให้แก่พวกเขา ดังนั้น เจ้าจงแบ่งทหารออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจากพวกเขาจงยืนละหมาดร่วมกับเจ้า และพวกเขาจงจับอาวุธของพวกเขาไว้กับตัวในขณะที่กำลังละหมาดด้วย แล้วกลุ่มที่สองก็จงรักษาความปลอดภัยให้แก่พวกเจ้า ครั้นเมื่อกลุ่มแรกทำการละหมาดได้หนึ่งรอกะอัตพร้อมกับอิหม่ามแล้ว ก็ให้พวกเขาทำการละหมาดด้วยตัวเองให้เสร็จสมบูรณ์ ครั้นเมื่อพวกเขาละหมาดเสร็จแล้ว จงให้พวกเขาอยู่เบื้องหลังของพวกเจ้าโดยหันหน้าไปทางศัตรู และกลุ่มที่กำลังทำการรักษาความปลอดภัยที่ยังไม่ได้ละหมาด ก็จงมาละหมาดหนึ่งรอกะอัตพร้อมกับอิมาม ครั้นเมื่ออิมามได้ให้สลามแล้ว พวกเขาก็จงทำสิ่งที่เหลือจากการละหมาดของพวกเขาให้เสร็จสมบูรณ์ และพวกเขาจงอยู่ในความระมัดระวังจากศัตรูและจงจับอาวุธไว้ เพราะแท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น หวังให้พวกเจ้าละเลยอาวุธและสัมภาระของพวกเจ้า และเมื่อพวกเจ้ากำลังละหมาดกันอยู่นั้น พวกเขาก็จะจู่โจมพวกเจ้าอย่างรวดเดียวและบุกควบคุมตัวพวกเจ้าในขณะที่พวกเจ้ากำลังเผลอ และไม่มีบาปใดๆแก่พวกเจ้า หากมีความเดือดร้อนใดๆมาประสบกับพวกเจ้าเนื่องจากฝนตกหรือพวกเจ้าป่วยและอื่นๆ ในการที่พวกเจ้านั้นจะวางอาวุธของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าได้ถือมันเอาไว้ และพวกเจ้าจงระมัดระวังศัตรูของพวกเจ้าอย่างสุดความสามารถ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเตรียมไว้แล้วสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายซึ่งการลงโทษที่ยังความอัปยศแก่พวกเขา

4:103Page 95

فَإِذَا قَضَيۡتُمُ ٱلصَّلَوٰةَ فَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ قِيَٰمٗا وَقُعُودٗا وَعَلَىٰ جُنُوبِكُمۡۚ فَإِذَا ٱطۡمَأۡنَنتُمۡ فَأَقِيمُواْ ٱلصَّلَوٰةَۚ إِنَّ ٱلصَّلَوٰةَ كَانَتۡ عَلَى ٱلۡمُؤۡمِنِينَ كِتَٰبٗا مَّوۡقُوتٗا ١٠٣

And when you have completed the prayer, remember Allāh standing, sitting, or [lying] on your sides. But when you become secure, re-establish [regular] prayer. Indeed, prayer has been decreed upon the believers a decree of specified times.

ครั้นเมื่อพวกเจ้า-โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย-ได้เสร็จสิ้นจากการละหมาดแล้ว พวกเจ้าจงรำลึกถึงอัลลอฮ์ด้วยการกล่าว “ตัสเบียะฮ์” “ตะฮ์มีด”,และ “ตะฮ์ลีล” ในทุกสภาพของพวกเจ้า ไม่ว่าจะยืน นั่ง หรือกำลังนอนเอกเขนกอยู่ และเมื่อใดที่ความกลัวได้หายไปจากพวกเจ้าและพวกเจ้าก็ปลอดภัยดีแล้ว พวกเจ้าก็จงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดให้ครบสมบูรณ์ ทั้งสิ่งที่เป็นรุกนต่างๆการละหมาด วาญิบต่างๆของการละหมาดและสุนัตต่างๆของการละหมาด ต้องให้ตรงตามที่พวกเจ้าได้ถูกสั่งใช้เอาไว้ แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นฟัรฎูที่ถูกกำหนดเวลาไว้เหนือผู้ศรัทธาทั้งหลายไม่อนุญาติทำให้มันล่าช้าออกไปจากเวลาของมันได้ ยกเว้นมีอุปสรรค นี่คือกรณีที่พำนักอยู่กับบ้าน ส่วนกรณีของการเดินทางนั้น ก็ให้พวกเจ้าสามารถละหมาดรวมและละหมาดย่อได้

4:104Page 95

وَلَا تَهِنُواْ فِي ٱبۡتِغَآءِ ٱلۡقَوۡمِۖ إِن تَكُونُواْ تَأۡلَمُونَ فَإِنَّهُمۡ يَأۡلَمُونَ كَمَا تَأۡلَمُونَۖ وَتَرۡجُونَ مِنَ ٱللَّهِ مَا لَا يَرۡجُونَۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمًا ١٠٤

And do not weaken in pursuit of the enemy. If you should be suffering - so are they suffering as you are suffering, but you expect from Allāh that which they expect not. And Allāh is ever Knowing and Wise.

และพวกเจ้าจงอย่าอ่อนแอ-โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย-และจงอย่าเกียจคร้านในการค้นหาศัตรูผู้ปฏิเสธของพวกเจ้า หากพวกเจ้าเจ็บปวดเนื่องจากการถูกฆ่าและได้รับบาดเจ็บที่ประสบกับพวกเจ้า พวกเขาก็เจ็บปวดเช่นเดียวกับพวกเจ้า ,พวกเขาได้ประสบเหมือนกับที่พวกเจ้าประสบ แต่ความอดทนของพวกเขานั้นจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ไปกว่าความอดทนของพวกเจ้า ,เพราะแท้จริงพวกเจ้าหวังจากอัลลอฮ์ซึ่งผลบุญและความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากอัลลอฮ์ ซึ่งพวกเขาไม่หวังมัน และอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ทรงรอบรู้สภาพต่างๆของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการและกำหนดบทบัญญัติของพระองค์

4:105Page 95

إِنَّآ أَنزَلۡنَآ إِلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ بِٱلۡحَقِّ لِتَحۡكُمَ بَيۡنَ ٱلنَّاسِ بِمَآ أَرَىٰكَ ٱللَّهُۚ وَلَا تَكُن لِّلۡخَآئِنِينَ خَصِيمٗا ١٠٥

Indeed, We have revealed to you, [O Muḥammad], the Book in truth so you may judge between the people by that which Allāh has shown you. And do not be for the deceitful an advocate.

-โอ้เราะซูลเอ๋ย-แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาให้แก่เจ้าซึ่งประกอบไปด้วยความจริง เพื่อเจ้าจะได้แจกแจงระหว่างผู้คนในกิจการต่างๆของพวกเขา ด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงสอนให้เจ้ารู้และดลใจแก่เจ้า มิใช่ด้วยอารมณ์และความคิดของเจ้า และเจ้าจงอย่าเป็นผู้ปกป้องให้แก่บรรดาผู้บิดพริ้วต่อตัวของพวกเขาเองและต่อความรับผิดชอบของพวกเขา ที่เจ้าจะไปโต้ตอบผู้ที่เรียกร้องความจริงจากพวกเขา

4:106Page 96

وَٱسۡتَغۡفِرِ ٱللَّهَۖ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ غَفُورٗا رَّحِيمٗا ١٠٦

And seek forgiveness of Allāh. Indeed, Allāh is ever Forgiving and Merciful.

และจงขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยโทษ แก่ปวงบ่าวของพระองค์ที่หันกลับมาหาพระองค์ด้วยการสำนึกผิด ผู้ทรงเมตตายิ่งต่อพวกเขาเสมอ

4:107Page 96

وَلَا تُجَٰدِلۡ عَنِ ٱلَّذِينَ يَخۡتَانُونَ أَنفُسَهُمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُحِبُّ مَن كَانَ خَوَّانًا أَثِيمٗا ١٠٧

And do not argue on behalf of those who deceive themselves. Indeed, Allāh loves not one who is a habitually sinful deceiver.

และเจ้าจงอย่าโต้เถียง เพื่อปกป้องผู้ที่บิดพริ้ว และจริงจังกับการปกปิดการบิดพริ้วของเขา แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงรักจอมหลอกลวงโกหกและกระทำบาปทั้งหลาย

4:108Page 96

يَسۡتَخۡفُونَ مِنَ ٱلنَّاسِ وَلَا يَسۡتَخۡفُونَ مِنَ ٱللَّهِ وَهُوَ مَعَهُمۡ إِذۡ يُبَيِّتُونَ مَا لَا يَرۡضَىٰ مِنَ ٱلۡقَوۡلِۚ وَكَانَ ٱللَّهُ بِمَا يَعۡمَلُونَ مُحِيطًا ١٠٨

They conceal [their evil intentions and deeds] from the people, but they cannot conceal [them] from Allāh, and He is with them [in His knowledge] when they spend the night in such as He does not accept of speech. And ever is Allāh, of what they do, encompassing.

พวกเขาจะปกปิดให้พ้นจากมนุษย์เมื่อพวกเขาทำบาปเนื่องจากเกรงกลัวและอับอายได้ แต่พวกเขาจะปกปิดให้พ้นจากอัลลอฮ์นั้นไม่ได้ โดยที่พระองค์อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความครอบคลุมของพระองค์ต่อพวกเขาไว้ทุกทิศทาง ไม่มีสิ่งใดจากพวกเขาปกปิดพระองค์ได้ ขณะที่พวกเขากำลังวางแผนกันอย่างลับๆ ซึ่งคำพูดที่พระองค์ไม่ทรงพอพระทัย เช่น ปกป้องผู้กระทำผิดและกล่าวหาผู้บริสุทธิ์ และอัลลอฮ์ทรงครอบคลุมทุกสิ่งที่พวกเขากระทำกันทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง ไม่มีสิ่งใดที่สามารถแอบซ่อนจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาต่อการงานต่างๆของพวกเขา

4:109Page 96

هَٰٓأَنتُمۡ هَٰٓؤُلَآءِ جَٰدَلۡتُمۡ عَنۡهُمۡ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا فَمَن يُجَٰدِلُ ٱللَّهَ عَنۡهُمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ أَم مَّن يَكُونُ عَلَيۡهِمۡ وَكِيلٗا ١٠٩

Here you are - those who argue on their behalf in [this] worldly life - but who will argue with Allāh for them on the Day of Resurrection, or who will [then] be their representative?

พึงรู้เถิดว่า พวกเจ้านี้แหละ-โอ้ผู้ที่เรื่องราวของบรรดาผู้ที่กระทำความผิดมีความสำคัญต่อเขา- ที่พวกเจ้าได้เถียงแทนพวกเขากันในชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของพวกเขา และปกป้องพวกเขาจากการลงโทษ แล้วผู้ใดเล่าที่จะเถียงกับอัลลอฮ์แทนพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ทั้งๆที่รู้ถึงสภาพที่แท้จริงของพวกเขา?! และใครเล่าจะเป็นผู้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษาพวกเขาในวันนั้น? และแน่นอนว่าจะไม่มีบุคคลใดทำเช่นนั้นได้

4:110Page 96

وَمَن يَعۡمَلۡ سُوٓءًا أَوۡ يَظۡلِمۡ نَفۡسَهُۥ ثُمَّ يَسۡتَغۡفِرِ ٱللَّهَ يَجِدِ ٱللَّهَ غَفُورٗا رَّحِيمٗا ١١٠

And whoever does a wrong or wrongs himself but then seeks forgiveness of Allāh will find Allāh Forgiving and Merciful.

และผู้ใดที่กระทำความชั่วหรืออธรรมต่อตัวเองโดยการทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืน แล้วเขาขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ ยอมรับในความผิดของตัวเองและเสียใจต่อการกระทำนั้นได้ออกห่างจากมัน เขาก็จะพบว่าอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษในความผิดของเขา และเป็นผู้ทรงเมตตาต่อเขาเสมอ

4:111Page 96

وَمَن يَكۡسِبۡ إِثۡمٗا فَإِنَّمَا يَكۡسِبُهُۥ عَلَىٰ نَفۡسِهِۦۚ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا ١١١

And whoever earns [i.e., commits] a sin only earns it against himself. And Allāh is ever Knowing and Wise.

และผู้ใดที่ได้ทำบาปกรรมอะไรไว้ ไม่ว่าจะเป็นบาปเล็กหรือบาปใหญ่ แท้จริงแล้วบทลงโทษของเขาก็ย่อมตกเป็นของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น มันจะไม่ล่วงล้ำไปยังผู้อื่น และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงการงานต่างๆของปวงบ่าว ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการและการกำหนดบทบัญญัติศาสนาของพระองค์

4:112Page 96

وَمَن يَكۡسِبۡ خَطِيٓـَٔةً أَوۡ إِثۡمٗا ثُمَّ يَرۡمِ بِهِۦ بَرِيٓـٔٗا فَقَدِ ٱحۡتَمَلَ بُهۡتَٰنٗا وَإِثۡمٗا مُّبِينٗا ١١٢

But whoever earns an offense or a sin and then blames it on an innocent [person] has taken upon himself a slander and manifest sin.

และผู้ใดที่กระทำความผิดโดยมิได้เจตตนาหรือทำบาปกรรมอะไรไว้โดยเจตตนา จากนั้นก็กล่าวหาผู้ที่บริสุทธิ์ว่าเป็นผู้กระทำ แน่นอนเขาได้แบกรับภาระที่เกิดจากการกระทำของเขา ซึ่งเป็นความเท็จที่ร้ายแรงและบาปกรรมอันชัดเจนเอาไว้

4:113Page 96

وَلَوۡلَا فَضۡلُ ٱللَّهِ عَلَيۡكَ وَرَحۡمَتُهُۥ لَهَمَّت طَّآئِفَةٞ مِّنۡهُمۡ أَن يُضِلُّوكَ وَمَا يُضِلُّونَ إِلَّآ أَنفُسَهُمۡۖ وَمَا يَضُرُّونَكَ مِن شَيۡءٖۚ وَأَنزَلَ ٱللَّهُ عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ وَٱلۡحِكۡمَةَ وَعَلَّمَكَ مَا لَمۡ تَكُن تَعۡلَمُۚ وَكَانَ فَضۡلُ ٱللَّهِ عَلَيۡكَ عَظِيمٗا ١١٣

And if it was not for the favor of Allāh upon you, [O Muḥammad], and His mercy, a group of them would have determined to mislead you. But they do not mislead except themselves, and they will not harm you at all. And Allāh has revealed to you the Book and wisdom and has taught you that which you did not know. And ever has the favor of Allāh upon you been great.

และหากไม่ใช่เพราะความกรุณาของอัลลอฮ์ที่มีต่อเจ้า-โอ้เราะสูลเอ๋ย-ที่ให้การคุ้มครองแก่เจ้าแล้ว แน่นอนกลุ่มหนึ่งจากบรรดาผู้ที่หลอกลวงต่อตัวของพวกเขาเอง ก็ได้มุ่งหวังที่จะให้เจ้าหลงผิดไปจากสัจธรรม จนเจ้าตัดสินอย่างไม่มีความยุติธรรม แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาจะไม่ทำให้ใครหลงผิดไปได้ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น เพราะเนื่องจากว่าบทลงโทษของสิ่งที่พวกเขาได้ก่อขึ้นจากความพยายามในการทำให้ผู้อื่นหลงผิดนั้น ก็จะย้อนกลับมายังตัวพวกเขาเอง และอัลลอฮ์ได้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์ลงมาแก่เจ้า และได้ทรงสอนให้เจ้ารู้ทางนำและแสงสว่างที่เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนหน้านี้ และความกรุณาของอัลลอฮ์ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นนบีและให้การคุ้มครองที่มีแก่เจ้านั้น มันใหญ่หลวงยิ่งนัก

4:114Page 97

۞ لَّا خَيۡرَ فِي كَثِيرٖ مِّن نَّجۡوَىٰهُمۡ إِلَّا مَنۡ أَمَرَ بِصَدَقَةٍ أَوۡ مَعۡرُوفٍ أَوۡ إِصۡلَٰحِۭ بَيۡنَ ٱلنَّاسِۚ وَمَن يَفۡعَلۡ ذَٰلِكَ ٱبۡتِغَآءَ مَرۡضَاتِ ٱللَّهِ فَسَوۡفَ نُؤۡتِيهِ أَجۡرًا عَظِيمٗا ١١٤

No good is there in much of their private conversation, except for those who enjoin charity or that which is right or conciliation between people. And whoever does that seeking means to the approval of Allāh - then We are going to give him a great reward.

ไม่มีความดีใดๆเลย ในการพูดส่วนมากที่ผู้คนได้กระซิบกระซาบกัน และไม่มีประโยชน์อันใดเลยจากคำพูดเหล่านั้น นอกจากว่า ถ้าหากคำพูดของพวกเขานั้นเป็นการใช้ให้ทำทาน หรือให้ทำสิ่งที่ดีงามที่ศาสนานำมาและสอดคล้องกับสติปัญญา หรือการเชิญชวนสู่การประนีประนอมระหว่างคู่กรณี และผู้ใดกระทำการดังกล่าวเพื่อแสวงหาความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮ์ เราจะให้แก่เขาซึ่งรางวัลอันใหญ่หลวง

4:115Page 97

وَمَن يُشَاقِقِ ٱلرَّسُولَ مِنۢ بَعۡدِ مَا تَبَيَّنَ لَهُ ٱلۡهُدَىٰ وَيَتَّبِعۡ غَيۡرَ سَبِيلِ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ نُوَلِّهِۦ مَا تَوَلَّىٰ وَنُصۡلِهِۦ جَهَنَّمَۖ وَسَآءَتۡ مَصِيرًا ١١٥

And whoever opposes the Messenger after guidance has become clear to him and follows other than the way of the believers - We will give him what he has taken1 and drive him into Hell, and evil it is as a destination.

และผู้ใดที่ต่อต้านเราะสูลและขัดแย้งกับท่านในสิ่งที่ท่านนำมา หลังจากที่สัจธรรมได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว และปฏิบัติตามทางที่มิใช่ทางของบรรดาผู้ศรัทธา เราก็จะปล่อยเขาไป และสิ่งที่เขาได้เลือกสำหรับตัวเขา และเราจะไม่ช่วยเหลือเขาให้พบกับสัจธรรม เนื่องจากการที่เขาปฏิเสธโดยเจตตนา และให้เขาเข้านรกญะฮันนัม ซึ่งเขาจะทรมานเนื่องจากความร้อนของมัน และมันเป็นจุดหมายปลายทางที่ชั่วร้ายสำหรับชาวนรก

4:116Page 97

إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَغۡفِرُ أَن يُشۡرَكَ بِهِۦ وَيَغۡفِرُ مَا دُونَ ذَٰلِكَ لِمَن يَشَآءُۚ وَمَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ ضَلَّ ضَلَٰلَۢا بَعِيدًا ١١٦

Indeed, Allāh does not forgive association with Him, but He forgives what is less than that for whom He wills. And he who associates others with Allāh has certainly gone far astray.

แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การกระทำที่เป็นภาคีกับพระองค์ แต่พระองค์จะทรงให้ผู้ที่ตั้งภาคีนั้นถูกจองจำในนรกตลอดกาลอีกด้วย แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่การฝ่าฝืนต่างๆที่นอกเหนือจากการตั้งภาคีสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ด้วยความเมตตาและความโปรดปราณของพระองค์ และผู้ใดก็ตามที่ให้ผู้อื่นเป็นภาคีต่ออัลลอฮ์แล้ว แน่นอนเขาได้หลงทางออกจากสัจธรรมแล้วและห่างไกลจากมันอย่างมาก เพราะเขาได้ทำให้ผู้สร้างและผู้ถูกสร้างเทียบเท่ากัน

4:117Page 97

إِن يَدۡعُونَ مِن دُونِهِۦٓ إِلَّآ إِنَٰثٗا وَإِن يَدۡعُونَ إِلَّا شَيۡطَٰنٗا مَّرِيدٗا ١١٧

They call upon instead of Him none but female [deities], and they [actually] call upon none but a rebellious Satan,

พวกมุชริกีนเหล่านั้นมิได้เคารพสักการะและวิงวอนขอพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮ์ นอกจากเจว็ดที่ถูกขนานนามด้วยชื่อของผู้หญิง เช่น อัลลาต และ อุซซา มันไม่มีคุณประโยช์และไม่ให้โทษใดๆ และในความเป็นจริงแล้วพวกเขามิได้สักการะสิ่งใดเลย นอกจากชัยฏอนที่หันออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮ์ ซึ่งมันไม่มีความดีงามอันใดเลย เพราะมันคือผู้ที่ใช้ให้พวกเขาสักการะเจว็ด

4:118Page 97

لَّعَنَهُ ٱللَّهُۘ وَقَالَ لَأَتَّخِذَنَّ مِنۡ عِبَادِكَ نَصِيبٗا مَّفۡرُوضٗا ١١٨

Whom Allāh has cursed. For he had said, "I will surely take from among Your servants a specific portion.

ด้วยเหตุนี้อัลลอฮ์จึงขับไล่เขาให้ออกจากความเมตตาของพระองค์ และชัยฏอนตนนั้นก็ได้กล่าวคำสาบานกับพระผู้อภิบาลของมันว่า “ข้าพระองค์จะทำให้ปวงบ่าวของพระองค์จำพวกหนึ่งเป็นของข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาหลงออกจากสัจธรรมให้ได้”

4:119Page 97

وَلَأُضِلَّنَّهُمۡ وَلَأُمَنِّيَنَّهُمۡ وَلَأٓمُرَنَّهُمۡ فَلَيُبَتِّكُنَّ ءَاذَانَ ٱلۡأَنۡعَٰمِ وَلَأٓمُرَنَّهُمۡ فَلَيُغَيِّرُنَّ خَلۡقَ ٱللَّهِۚ وَمَن يَتَّخِذِ ٱلشَّيۡطَٰنَ وَلِيّٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ فَقَدۡ خَسِرَ خُسۡرَانٗا مُّبِينٗا ١١٩

And I will mislead them, and I will arouse in them [sinful] desires, and I will command them so they will slit the ears of cattle, and I will command them so they will change the creation of Allāh." And whoever takes Satan as an ally instead of Allāh has certainly sustained a clear loss.

และแท้จริงข้าจะขัดขวางพวกเขาจากทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ และข้าจะปรุกเร้าพวกเขาด้วยความหวังที่เป็นเท็จเพื่อทำให้ความหลงผิดของพวกเขาเป็นสิ่งสวยงาม ฉันจะสั่งให้พวกเขากรีดหูสัตว์เพื่อทำให้สัตว์ที่อัลลอฮ์ได้อนุมัติฮะลาลกลายเป็นสัตว์ต้องห้ามไป และฉันจะสั่งพวกเขาให้ทำการเปลี่ยนการสร้างของอัลลอฮ์และความบริสุทธิ์ของมัน” และผู้ใดก็ตามที่เอาชัยตอนเป็นผู้นำด้วยการภัคดีและเชื่อฟังเขา ดังนั้นเขาได้ประสบกับการขาดทุนอย่างแท้จริงเพราะความจงรักภักดีของเขาที่มีต่อชัยตอนที่ถูกสาปแช่ง

4:120Page 97

يَعِدُهُمۡ وَيُمَنِّيهِمۡۖ وَمَا يَعِدُهُمُ ٱلشَّيۡطَٰنُ إِلَّا غُرُورًا ١٢٠

He [i.e., Satan] promises them and arouses desire in them. But Satan does not promise them except delusion.

ชัยฏอนจะสัญญากับพวกเขาด้วยสัญญาเท็จ และจะปรุกเร้าพวกเขาอยู่ในความเพ้อฝันลมๆแล้งๆ และในความเป็นจริงแล้วชัยฏอนมันไม่ได้สัญญาอะไรกับพวกเขา นอกจากสัญญาที่ลมๆแล้งๆที่ไม่มีความจริงเลย

4:121Page 97

أُوْلَٰٓئِكَ مَأۡوَىٰهُمۡ جَهَنَّمُ وَلَا يَجِدُونَ عَنۡهَا مَحِيصٗا ١٢١

The refuge of those will be Hell, and they will not find from it an escape.

บรรดาผู้ที่เดินตามทางเดินของชัยฏอนและตามสิ่งที่มันได้กำหนดให้พวกเขา ที่พำนักของพวกเขาก็คือนรกญะฮันนัม ซึ่งพวกเขาจะไม่พบทางหนีใดๆให้พ้นจากมันไปได้

4:122Page 98

وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ سَنُدۡخِلُهُمۡ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَآ أَبَدٗاۖ وَعۡدَ ٱللَّهِ حَقّٗاۚ وَمَنۡ أَصۡدَقُ مِنَ ٱللَّهِ قِيلٗا ١٢٢

But the ones who believe and do righteous deeds - We will admit them to gardens beneath which rivers flow, wherein they will abide forever. [It is] the promise of Allāh, [which is] truth, and who is more truthful than Allāh in statement.

และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และประกอบคุณงามความดีต่างๆที่ทำให้เขาใกล้ชิดกับพระองค์ เราจะให้พวกเขาเข้าสรวงสวรรค์ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านภายใต้คฤหาสน์ของสวรรค์นั้น โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล เป็นสัญญาจากอัลลอฮฺ และสัญญาของพระองค์นั้นเป็นจริงเสมอ และพระองค์จะไม่ทรงผิดสัญญา และไม่มีผู้ใดที่จะมีคำพูดที่เป็นจริงยิ่งกว่าอัลลอฮ์

4:123Page 98

لَّيۡسَ بِأَمَانِيِّكُمۡ وَلَآ أَمَانِيِّ أَهۡلِ ٱلۡكِتَٰبِۗ مَن يَعۡمَلۡ سُوٓءٗا يُجۡزَ بِهِۦ وَلَا يَجِدۡ لَهُۥ مِن دُونِ ٱللَّهِ وَلِيّٗا وَلَا نَصِيرٗا ١٢٣

It [i.e., Paradise] is not [obtained] by your wishful thinking nor by that of the People of the Scripture. Whoever does a wrong will be recompensed for it, and he will not find besides Allāh a protector or a helper.

เรื่องของความปลอดภัยและชัยชนะนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่การเพ้อฝันของพวกเจ้าหรือความเพ้อฝันของชาวคมภีร์ -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย- แต่มันขึ้นอยู่กับการปฏิบัติต่างหาก ฉะนั้นแล้วใครก็ตามในหมู่พวกเจ้ากระทำความชั่ว เขาก็จะได้รับการตอบแทนด้วยความชั่วช้านั้นในวันกิยามะฮ์ และเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองใดๆอื่นจากอัลลอฮ์ที่จะให้ประโยชน์ให้แก่เขา และจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใดๆสำหรับเขา ที่จะปกป้องเขาจากภัยอันตราย

4:124Page 98

وَمَن يَعۡمَلۡ مِنَ ٱلصَّٰلِحَٰتِ مِن ذَكَرٍ أَوۡ أُنثَىٰ وَهُوَ مُؤۡمِنٞ فَأُوْلَٰٓئِكَ يَدۡخُلُونَ ٱلۡجَنَّةَ وَلَا يُظۡلَمُونَ نَقِيرٗا ١٢٤

And whoever does righteous deeds, whether male or female, while being a believer - those will enter Paradise and will not be wronged, [even as much as] the speck on a date seed.

และผู้ใดกระทำในส่วนที่เป็นคุณงามความดี ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม ในฐานะที่เขาเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อย่างแท้จริง ดังนั้นชนเหล่านี้ที่ได้รวมระหว่างการศรัทธากับการปฏิบัติเข้าด้วยกันนั้น พวกเขาจะได้เข้าสวรรค์ และพวกเขาจะไม่ถูกทำให้ผลบุญจากการงานต่างๆของพวกเขาลดน้อยลงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่ามันเป็นสิ่งน้อยนิดที่มีขนาดเท่าปุ่มเล็กๆที่อยู่บนเมล็ดอินทผลัมก็ตาม

4:125Page 98

وَمَنۡ أَحۡسَنُ دِينٗا مِّمَّنۡ أَسۡلَمَ وَجۡهَهُۥ لِلَّهِ وَهُوَ مُحۡسِنٞ وَٱتَّبَعَ مِلَّةَ إِبۡرَٰهِيمَ حَنِيفٗاۗ وَٱتَّخَذَ ٱللَّهُ إِبۡرَٰهِيمَ خَلِيلٗا ١٢٥

And who is better in religion than one who submits himself to Allāh while being a doer of good and follows the religion of Abraham, inclining toward truth? And Allāh took Abraham as an intimate friend.

และไม่มีผู้ใดที่จะมีศาสนา ดียิ่งไปกว่าผู้ที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮ์ ทั้งภายในและภายนอก และมีเจตนาที่บริสุทธิ์ต่อพระองค์ และปฏิบัติการงานของเขาอย่างดีโดยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติ และปฏิบัติตามศาสนาของอิบรอฮีม ซึ่งมันคือรากฐานของศาสนาของมุหัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ออกห่างจากการตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธา สู่การยึดมั่นในเอกภาพของอัลลอฮ์และการศรัทธาต่อพระองค์ และอัลลอฮ์ทรงเลือกนบีของพระองค์ที่ชื่ออิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม เหนือสิ่งถูกสร้างของพระองค์ทั้งหมด

4:126Page 98

وَلِلَّهِ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۚ وَكَانَ ٱللَّهُ بِكُلِّ شَيۡءٖ مُّحِيطٗا ١٢٦

And to Allāh belongs whatever is in the heavens and whatever is on the earth. And ever is Allāh, of all things, encompassing.

และเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้ครอบครองสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และอัลลอฮ์ทรงครอบคลุมทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ครอบคลุมทั้งในด้านความรู้ ความสามารถ และการบริหารจัดการ

4:127Page 98

وَيَسۡتَفۡتُونَكَ فِي ٱلنِّسَآءِۖ قُلِ ٱللَّهُ يُفۡتِيكُمۡ فِيهِنَّ وَمَا يُتۡلَىٰ عَلَيۡكُمۡ فِي ٱلۡكِتَٰبِ فِي يَتَٰمَى ٱلنِّسَآءِ ٱلَّٰتِي لَا تُؤۡتُونَهُنَّ مَا كُتِبَ لَهُنَّ وَتَرۡغَبُونَ أَن تَنكِحُوهُنَّ وَٱلۡمُسۡتَضۡعَفِينَ مِنَ ٱلۡوِلۡدَٰنِ وَأَن تَقُومُواْ لِلۡيَتَٰمَىٰ بِٱلۡقِسۡطِۚ وَمَا تَفۡعَلُواْ مِنۡ خَيۡرٖ فَإِنَّ ٱللَّهَ كَانَ بِهِۦ عَلِيمٗا ١٢٧

And they request from you, [O Muḥammad], a [legal] ruling concerning women. Say, "Allāh gives you a ruling about them and [about] what has been recited to you in the Book concerning the orphan girls to whom you do not give what is decreed for them1 - and [yet] you desire to marry them - and concerning the oppressed among children and that you maintain for orphans [their rights] in justice." And whatever you do of good - indeed, Allāh is ever Knowing of it.

และพวกเขาจะถามเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของผู้หญิง จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด “อัลลอฮ์จะทรงให้คำอธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่พวกเจ้าถาม และพระองค์จะทรงอธิบายแก่พวกเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ถูกอ่านให้แก่พวกเจ้าในอัลกุรอานที่เกี่ยวกับเด็กกำพร้าที่เป็นผู้หญิงที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเจ้า และพวกเจ้าไม่ให้แก่พวกนางซึ่งสิทธิของพวกนาง ทั้งในรูปของสินสอดทองหมั้นหรือสิทธิในมรดกที่อัลลอฮ์ได้กำหนดไว้สำหรับพวกนาง ในขณะที่พวกเจ้าไม่มีความปรารถนาที่จะแต่งงานกับพวกนาง และพวกเจ้าขัดขวางไม่ให้พวกนางแต่งงาน เนื่องด้วยความโลภของพวกเจ้าที่มีต่อความมั่งคั่งของพวกนาง และอัลลอฮ์ยังอธิบายให้พวกเจ้าเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของพวกเจ้าที่มีต่อเด็กที่อ่อนแอที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่น ให้สิทธิ์พวกเขาจากมรดก และสิทธิ์ที่จะไม่ถูกกดขีด้วยการที่พวกเจ้าครอบครองทรัพย์สินของพวกเขา และอัลลอฮ์ยังอธิบายแก่พวกเจ้าเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของพวกเจ้าที่จะต้องปฏิบัติต่อเด็กกำพร้าอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ในโลกนี้และปรโลก และความดีใด ๆ ที่พวกเจ้าทำเพื่อเด็กกำพร้าและคนอื่น ๆ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้และจะตอบแทนพวกเจ้าอย่างยุติธรรม

4:128Page 99

وَإِنِ ٱمۡرَأَةٌ خَافَتۡ مِنۢ بَعۡلِهَا نُشُوزًا أَوۡ إِعۡرَاضٗا فَلَا جُنَاحَ عَلَيۡهِمَآ أَن يُصۡلِحَا بَيۡنَهُمَا صُلۡحٗاۚ وَٱلصُّلۡحُ خَيۡرٞۗ وَأُحۡضِرَتِ ٱلۡأَنفُسُ ٱلشُّحَّۚ وَإِن تُحۡسِنُواْ وَتَتَّقُواْ فَإِنَّ ٱللَّهَ كَانَ بِمَا تَعۡمَلُونَ خَبِيرٗا ١٢٨

And if a woman fears from her husband contempt or evasion, there is no sin upon them if they make terms of settlement between them - and settlement is best. And present in [human] souls is stinginess.1 But if you do good and fear Allāh - then indeed Allāh is ever, of what you do, Aware.

และหากหญิงใดที่กังวลว่าสามีจะเฉยเมยต่อนางและเกิดการไม่สนใจนางขึ้นมา ดังนั้นก็ไม่ผิดอะไรที่ทั้งสองจะตกลงกันด้วยดี ด้วยการสละสิทธิบางอย่างของนาง เช่น สิทธิค่าเลี้ยงดูและการค้างคืนกับสามีของนาง การตกลงประนีประนอมกันในลักษณะนี้ดีกว่าการหย่าร้างกัน ในขณะที่มนุษย์มีลักษณะพื้นฐานของความโลภและความตระหนี่ ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่จะลดสิทธิของตนง่ายๆ ดังนั้น คู่สามีภรรยาควรพยายามเอาชนะนิสัยเหล่านี้ด้วยการฝึกจิตใจให้มีการปล่อยวางและทำดีกับผู้อื่น และหากพวกเจ้าทำดีในทุกกิจการของพวกเจ้าและเกรงกลัวอัลลอฮ์โดยปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์และหลีกเลี่ยงข้อห้ามของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเจ้าทำ ไม่มีอะไรหนีจากความรู้ของพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าอย่างยุติธรรม

4:129Page 99

وَلَن تَسۡتَطِيعُوٓاْ أَن تَعۡدِلُواْ بَيۡنَ ٱلنِّسَآءِ وَلَوۡ حَرَصۡتُمۡۖ فَلَا تَمِيلُواْ كُلَّ ٱلۡمَيۡلِ فَتَذَرُوهَا كَٱلۡمُعَلَّقَةِۚ وَإِن تُصۡلِحُواْ وَتَتَّقُواْ فَإِنَّ ٱللَّهَ كَانَ غَفُورٗا رَّحِيمٗا ١٢٩

And you will never be able to be equal [in feeling] between wives, even if you should strive [to do so]. So do not incline completely [toward one] and leave another hanging.1 And if you amend [your affairs] and fear Allāh - then indeed, Allāh is ever Forgiving and Merciful.

และพวกเจ้าไม่สามารถ-โอ้บรรดาสามีทั้งหลาย- ที่จะให้ความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์แก่บรรดาภรรยาของพวกเจ้าในเรื่องของหัวใจได้ ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะพยายามขนาดไหนก็ตาม เนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ หลายประการ บางครั้งเหตุผลเหล่านั้นอยู่เหนือความปรารถนาของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าเอนเอียงไปจนหมด จากผู้ที่พวกเจ้ามิได้รักนาง ด้วยการทิ้งพวกนาง เสมือนกับผู้ที่ถูกแขวนไว้ เป็นหญิงผู้มีสามีคอยดูแลเอาใจใส่ก็ไม่ใช่ เป็นหญิงผู้ไม่มีสามีที่กำลังมองหาการแต่งงานก็ไม่เชิง และหากพวกเจ้าประนีประนอมระหว่างกัน ด้วยการบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ จากการดำรงไว้ซึ่งสิทธิของภรรยา และมีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับนางแล้ว แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาต่อพวกเจ้าเสมอ

4:130Page 99

وَإِن يَتَفَرَّقَا يُغۡنِ ٱللَّهُ كُلّٗا مِّن سَعَتِهِۦۚ وَكَانَ ٱللَّهُ وَٰسِعًا حَكِيمٗا ١٣٠

But if they separate [by divorce], Allāh will enrich each [of them] from His abundance. And ever is Allāh Encompassing and Wise.

และถ้าหากคู่สามีภรรยาแยกทางกันด้วยการหย่าร้าง หรือด้วยการซื้อหย่า อัลลอฮ์จะทรงทำให้ทั้งคู่ร่ำรวยจากความโปรดปรานอันมหาศาลของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงโปรดปรานอันมหาศาลและมีความเมตตาอย่างมากมาย และทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการและการกำหนดต่าง ๆ ของพระองค์

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском