Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
النساء
An-Nisa
The Women · Medinan · 176 ayahs
4:1Page 77
يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ ٱتَّقُواْ رَبَّكُمُ ٱلَّذِي خَلَقَكُم مِّن نَّفۡسٖ وَٰحِدَةٖ وَخَلَقَ مِنۡهَا زَوۡجَهَا وَبَثَّ مِنۡهُمَا رِجَالٗا كَثِيرٗا وَنِسَآءٗۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ ٱلَّذِي تَسَآءَلُونَ بِهِۦ وَٱلۡأَرۡحَامَۚ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلَيۡكُمۡ رَقِيبٗا ١
O mankind, fear your Lord, who created you from one soul and created from it its mate and dispersed from both of them many men and women. And fear Allāh, through whom1 you ask one another,2 and the wombs.3 Indeed Allāh is ever,4 over you, an Observer.5
โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเจ้ามาจากหนึ่งชีวิต คืออาดัมผู้เป็นบิดาของพวกเจ้า และพระองค์ได้ทรงสร้างจากอาดัมซึ่งคู่ครองของเขา คือพระนางเฮาวาอ์ผู้เป็นมารดาของพวกเจ้า และพระองค์ได้ทรงแพร่ขยายจากทั้งสองซึ่งมนุษย์ชาติที่เป็นผู้ชายและผู้หญิงอันมากมายทั่วทุกสารทิศบนแผ่นดินนี้ และพวกเจ้าจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ที่พวกเจ้าต่างเรียกร้องสิทธิซึ่งกันและกันด้วยกับ(พระนามของ)พระองค์ โดยกล่าวว่า: ฉันขอร้องด้วย(พระนามของ)อัลลอฮ์ให้เจ้ากระทำสิ่งนี้ และจงยำเกรงการตัดขาดวงเครือญาติที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเฝ้าดูพวกเจ้าอยู่เสมอ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจากการงานของพวกเจ้าจะพลาดจากพระองค์ได้ หากแต่พระองค์นั้นจะทรงคิดมันและจะทรงตอบแทนแก่พวกเจ้าตามการงานนั้น
4:2Page 77
وَءَاتُواْ ٱلۡيَتَٰمَىٰٓ أَمۡوَٰلَهُمۡۖ وَلَا تَتَبَدَّلُواْ ٱلۡخَبِيثَ بِٱلطَّيِّبِۖ وَلَا تَأۡكُلُوٓاْ أَمۡوَٰلَهُمۡ إِلَىٰٓ أَمۡوَٰلِكُمۡۚ إِنَّهُۥ كَانَ حُوبٗا كَبِيرٗا ٢
And give to the orphans their properties and do not substitute the defective [of your own] for the good [of theirs]. And do not consume their properties into your own. Indeed, that is ever a great sin.
และ (โอ้บรรดาผู้ดูแลเด็กกำพร้า) จงมอบให้แก่บรรดาเด็กกำพร้า (คือบรรดาผู้ที่เสียบิดาโดยที่พวกเขานั้นยังไม่บรรลุศาสนภาวะ) ซึ่งทรัพย์สินของพวกเขาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อพวกเขาบรรลุศาสนภาวะและฉลาด และพวกเจ้าอย่าได้เปลี่ยนเอาของหะรอมแทนด้วยของหะลาล ด้วยการที่พวกเจ้าเอาทรัพย์ที่ดีของเด็กกำพร้า แล้วให้ทรัพย์ที่เลวของพวกเจ้าแทน และอย่าได้เอาทรัพย์สมบัติของเด็กกำพร้าปะปนกับทรัพย์สมบัติของเจ้า เพราะแท้จริงมันเป็นบาปอันมหันต์ ณ ที่อัลลอฮ์
4:3Page 77
وَإِنۡ خِفۡتُمۡ أَلَّا تُقۡسِطُواْ فِي ٱلۡيَتَٰمَىٰ فَٱنكِحُواْ مَا طَابَ لَكُم مِّنَ ٱلنِّسَآءِ مَثۡنَىٰ وَثُلَٰثَ وَرُبَٰعَۖ فَإِنۡ خِفۡتُمۡ أَلَّا تَعۡدِلُواْ فَوَٰحِدَةً أَوۡ مَا مَلَكَتۡ أَيۡمَٰنُكُمۡۚ ذَٰلِكَ أَدۡنَىٰٓ أَلَّا تَعُولُواْ ٣
And if you fear that you will not deal justly with the orphan girls, then marry those that please you of [other] women, two or three or four. But if you fear that you will not be just, then [marry only] one or those your right hands possess [i.e., slaves]. That is more suitable that you may not incline [to injustice].
และหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมได้เมื่อพวกเจ้าได้แต่งงานกับบรรดาหญิงกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเจ้า โดยเกรงว่าจะลดค่าสินสอดที่จำเป็นหรือปฏิบัติไม่ดีแก่พวกนาง ดังนั้นจงอย่าแต่งงานกับพวกนาง แล้วหันมาแต่งงานกับบรรดาหญิงที่ดีที่มิใช่พวกนาง ถ้าหากพวกเจ้าประสงค์ก็จงแต่งงานสองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมระหว่างพวกนางได้ ก็จงจำกัดการแต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว หรือจะเข้าหาความสำราญจากทาสหญิงที่อยู่ในความครอบครองของพวกเจ้า เพราะพวกนางจะไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ เหมือนกับที่บรรดาผู้ที่เป็นภรรยาจะได้รับ ฉะนั้นสิ่งที่กล่าวถึงในโองการที่เกี่ยวกับเด็กกำพร้า การจำกัดให้แต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว หรือหาความสำราญกับทาสหญิงนั้นมีความใกล้เคียงกว่าที่จะไม่ให้พวกเจ้าอธรรมและโน้มเอียง(ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง)
4:4Page 77
وَءَاتُواْ ٱلنِّسَآءَ صَدُقَٰتِهِنَّ نِحۡلَةٗۚ فَإِن طِبۡنَ لَكُمۡ عَن شَيۡءٖ مِّنۡهُ نَفۡسٗا فَكُلُوهُ هَنِيٓـٔٗا مَّرِيٓـٔٗا ٤
And give the women [upon marriage] their [bridal] gifts1 graciously. But if they give up willingly to you anything of it, then take it in satisfaction and ease.2
และพวกเจ้าจงให้สินสอดแก่บรรดาผู้หญิง(ที่พวกเจ้าแต่งงาน) ซึ่งถือเป็นของขวัญที่บังคับ แต่ถ้าหากพวกนางเห็นชอบด้วยความเต็มใจที่จะมอบส่วนหนึ่งจากสินสอดดังกล่าวแก่พวกเจ้าแล้ว ก็จงบริโภคสิ่งนั้นด้วยความเอร็ดอร่อยและอย่าได้หนักใจในสิ่งนั้นเลย
4:5Page 77
وَلَا تُؤۡتُواْ ٱلسُّفَهَآءَ أَمۡوَٰلَكُمُ ٱلَّتِي جَعَلَ ٱللَّهُ لَكُمۡ قِيَٰمٗا وَٱرۡزُقُوهُمۡ فِيهَا وَٱكۡسُوهُمۡ وَقُولُواْ لَهُمۡ قَوۡلٗا مَّعۡرُوفٗا ٥
And do not give the weak-minded your property,1 which Allāh has made a means of sustenance for you, but provide for them with it and clothe them and speak to them words of appropriate kindness.
และพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นผู้ปกครองเอ๋ย) อย่าได้ให้ทรัพย์สมบัติแก่บรรดาผู้ที่ใช้จ่ายไม่เป็น ซึ่งทรัพย์สมบัตินี้อัลลอฮ์ได้ทรงทำให้มันเป็นสาเหตุในการอำนวยความสะดวกและการใช้ชีวิตของปวงบ่าว โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถที่จะดูแลและจัดเก็บรักษาทรัพย์สินได้ และพวกเจ้าจงให้ใช้จ่ายมันแก่พวกเขา จงให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขา จงกล่าววาจาที่ดีแก่พวกเขา และจงให้สัญญาที่ดีแก่พวกเขาว่าพวกเจ้าจะให้ทรัพย์สินของพวกเขากลับคืนเมื่อพวกเขาฉลาดไหวพริบและใช้จ่ายเป็น
4:6Page 77
وَٱبۡتَلُواْ ٱلۡيَتَٰمَىٰ حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغُواْ ٱلنِّكَاحَ فَإِنۡ ءَانَسۡتُم مِّنۡهُمۡ رُشۡدٗا فَٱدۡفَعُوٓاْ إِلَيۡهِمۡ أَمۡوَٰلَهُمۡۖ وَلَا تَأۡكُلُوهَآ إِسۡرَافٗا وَبِدَارًا أَن يَكۡبَرُواْۚ وَمَن كَانَ غَنِيّٗا فَلۡيَسۡتَعۡفِفۡۖ وَمَن كَانَ فَقِيرٗا فَلۡيَأۡكُلۡ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ فَإِذَا دَفَعۡتُمۡ إِلَيۡهِمۡ أَمۡوَٰلَهُمۡ فَأَشۡهِدُواْ عَلَيۡهِمۡۚ وَكَفَىٰ بِٱللَّهِ حَسِيبٗا ٦
And test the orphans [in their abilities] until they reach marriageable age. Then if you perceive in them sound judgement, release their property to them. And do not consume it excessively and quickly, [anticipating] that they will grow up. And whoever, [when acting as guardian], is self-sufficient should refrain [from taking a fee]; and whoever is poor - let him take according to what is acceptable. Then when you release their property to them, bring witnesses upon them. And sufficient is Allāh as Accountant.
และพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นผู้ปกครองเอ๋ย) จงทดสอบบรรดาเด็กกำพร้า เมื่อพวกเขาใกล้บรรลุศาสนภาวะ ด้วยการให้พวกเขาใช้จ่ายส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเขา ถ้าหากพวกเขาใช้จ่ายเป็นและเป็นที่แน่ชัดแก่พวกเจ้าถึงความมีไหวพริบของพวกเขา พวกเจ้าก็จงมอบทรัพย์สมบัติของพวกเขาให้แก่พวกเขาทั้งหมดโดยไม่ขาดบกพร่อง และพวกเจ้าอย่าได้กินทรัพย์สมบัติของพวกเขาจนเลยขอบเขตที่อัลลอฮ์ได้ทรงอนุญาตให้แก่พวกเจ้าในยามที่จำเป็น และอย่าได้รีบเร่งในการกินทรัพย์สมบัตินั้น เพราะกลัวว่าพวกเขาจะเอามันไปเมื่อโตขึ้น และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเป็นผู้มั่งมี ก็จงงดเอาทรัพย์สมบัติเด็กกำพร้าเสีย และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเป็นผู้ยากจน ก็จงกินด้วยปริมาณที่เขาจำเป็น และเมื่อพวกเจ้าได้มอบทรัพย์สมบัติของพวกเขาให้แก่พวกเขาหลังจากบรรลุศาสนภาวะและเป็นที่แน่ชัดถึงความมีไหวพริบของพวกเขา พวกเจ้าก็จงให้มีพยานยืนยันในการมอบนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิต่าง ๆ และเพื่อป้องกันจากสาเหตุของความขัดแย้ง และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานในเรื่องนั้น และทรงเป็นผู้สอบสวนปวงบ่าวที่มีต่อการงานทั้งหลายของพวกเขา
4:7Page 78
لِّلرِّجَالِ نَصِيبٞ مِّمَّا تَرَكَ ٱلۡوَٰلِدَانِ وَٱلۡأَقۡرَبُونَ وَلِلنِّسَآءِ نَصِيبٞ مِّمَّا تَرَكَ ٱلۡوَٰلِدَانِ وَٱلۡأَقۡرَبُونَ مِمَّا قَلَّ مِنۡهُ أَوۡ كَثُرَۚ نَصِيبٗا مَّفۡرُوضٗا ٧
For men is a share of what the parents and close relatives leave, and for women is a share of what the parents and close relatives leave, be it little or much - an obligatory share.
สำหรับบรรดาผู้ชายนั้น มีส่วนได้รับจากสิ่งที่บิดามารดาและบรรดาญาติที่ใกล้ชิด เช่น พี่น้องและลุงได้ทิ้งไว้ภายหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิต จะได้น้อยหรือจะได้มากก็ตาม และสำหรับบรรดาผู้หญิงนั้น ก็มีส่วนได้รับจากสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นได้ทิ้งไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะต่างกับยุคสมัยงมงาย(อัลญาฮิลียะฮ์)ที่ห้ามสิทธิของบรรดาผู้หญิงและเด็ก ๆ จากกองมรดก โดยส่วนแบ่ง(มรดก)นี้คือสิทธิที่ได้ถูกแจกแจงอัตราและได้ถูกกำหนดไว้แล้วจากอัลลอฮ์ ตะอาลา
4:8Page 78
وَإِذَا حَضَرَ ٱلۡقِسۡمَةَ أُوْلُواْ ٱلۡقُرۡبَىٰ وَٱلۡيَتَٰمَىٰ وَٱلۡمَسَٰكِينُ فَٱرۡزُقُوهُم مِّنۡهُ وَقُولُواْ لَهُمۡ قَوۡلٗا مَّعۡرُوفٗا ٨
And when [other] relatives and orphans and the needy are present at the [time of] division, then provide for them [something] out of it [i.e., the estate] and speak to them words of appropriate kindness.
และเมื่อผู้ที่ไม่มีสิทธิได้รับมรดกที่มาจากบรรดาญาติที่ใกล้ชิด บรรดาเด็กกำพร้า และบรรดาผู้ขัดสนมาร่วมอยู่ด้วยในขณะที่มีการแบ่งมรดก นับเป็นการส่งเสริมอย่างยิ่งให้พวกเจ้ามอบบางส่วนจากทรัพย์สมบัตินั้นให้แก่พวกเขาก่อนที่จะทำการแบ่งด้วยจำนวนที่พวกเจ้าพอใจ เพราะพวกเขามีความปรารถนาต่อสิ่งนั้น และพวกเจ้าได้ทรัพย์สมบัตินั้นมาโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ และพวกเจ้าจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใช่ถ้อยคำที่หยาบคาย
4:9Page 78
وَلۡيَخۡشَ ٱلَّذِينَ لَوۡ تَرَكُواْ مِنۡ خَلۡفِهِمۡ ذُرِّيَّةٗ ضِعَٰفًا خَافُواْ عَلَيۡهِمۡ فَلۡيَتَّقُواْ ٱللَّهَ وَلۡيَقُولُواْ قَوۡلٗا سَدِيدًا ٩
And let those [executors and guardians] fear [injustice] as if they [themselves] had left weak offspring behind and feared for them. So let them fear Allāh and speak words of appropriate justice.
และบรรดาผู้ที่หากพวกเขาเสียชีวิตและได้ละทิ้งบรรดาลูกเล็กที่ยังอ่อนแอไว้เบื้องหลังของพวกเขา โดยกลัวว่าบรรดาลูก ๆ จะได้รับความยากลำบากนั้น พวกเขาจงกลัว(อัลลอฮ์)เถิด แล้วจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ในการดูแลบรรดาเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเขา ด้วยการไม่อธรรมต่อบรรดาเด็กกำพร้า เพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงให้มีผู้ดูแลกระทำดีต่อลูก ๆ ของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาได้เสียชีวิต ดั่งที่พวกเขาได้เคยกระทำดี และจงกระทำดีต่อสิทธิของลูก ๆ ของผู้ที่พวกเขาอยู่ร่วมด้วยในตอนที่เขาให้คำสั่งเสีย ด้วยการกล่าวถ้อยคำที่ถูกต้องโดยไม่อธรรมต่อคำสั่งเสียของเขาที่ส่งผลต่อสิทธิของผู้รับมรดกของเขาหลังจากที่เขาได้เสียชีวิต และอย่าได้ปิดกั้นตัวเขาจากความดี ด้วยการละทิ้งคำสั่งเสีย
4:10Page 78
إِنَّ ٱلَّذِينَ يَأۡكُلُونَ أَمۡوَٰلَ ٱلۡيَتَٰمَىٰ ظُلۡمًا إِنَّمَا يَأۡكُلُونَ فِي بُطُونِهِمۡ نَارٗاۖ وَسَيَصۡلَوۡنَ سَعِيرٗا ١٠
Indeed, those who devour the property of orphans unjustly are only consuming into their bellies fire. And they will be burned in a Blaze [i.e., Hellfire].
แท้จริงบรรดาผู้ที่ฉวยเอาทรัพย์สมบัติของบรรดาเด็กกำพร้า และใช้จ่ายมันอย่างไม่เป็นธรรและก้าวร้าว แท้จริงพวกเขากำลังกินไฟที่กำลังลุกโชนเข้าไปในท้องของพวกเขา และในวันกิยามะฮ์ไฟนรกจะเผ่าไหม้พวกเขา
4:11Page 78
يُوصِيكُمُ ٱللَّهُ فِيٓ أَوۡلَٰدِكُمۡۖ لِلذَّكَرِ مِثۡلُ حَظِّ ٱلۡأُنثَيَيۡنِۚ فَإِن كُنَّ نِسَآءٗ فَوۡقَ ٱثۡنَتَيۡنِ فَلَهُنَّ ثُلُثَا مَا تَرَكَۖ وَإِن كَانَتۡ وَٰحِدَةٗ فَلَهَا ٱلنِّصۡفُۚ وَلِأَبَوَيۡهِ لِكُلِّ وَٰحِدٖ مِّنۡهُمَا ٱلسُّدُسُ مِمَّا تَرَكَ إِن كَانَ لَهُۥ وَلَدٞۚ فَإِن لَّمۡ يَكُن لَّهُۥ وَلَدٞ وَوَرِثَهُۥٓ أَبَوَاهُ فَلِأُمِّهِ ٱلثُّلُثُۚ فَإِن كَانَ لَهُۥٓ إِخۡوَةٞ فَلِأُمِّهِ ٱلسُّدُسُۚ مِنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ يُوصِي بِهَآ أَوۡ دَيۡنٍۗ ءَابَآؤُكُمۡ وَأَبۡنَآؤُكُمۡ لَا تَدۡرُونَ أَيُّهُمۡ أَقۡرَبُ لَكُمۡ نَفۡعٗاۚ فَرِيضَةٗ مِّنَ ٱللَّهِۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ عَلِيمًا حَكِيمٗا ١١
Allāh instructs you concerning your children [i.e., their portions of inheritance]: for the male, what is equal to the share of two females. But if there are [only] daughters, two or more, for them is two thirds of one's estate.1 And if there is only one, for her is half. And for one's parents, to each one of them is a sixth of his estate if he left children. But if he had no children and the parents [alone] inherit from him, then for his mother is one third. And if he had brothers [and/or sisters], for his mother is a sixth,2 after any bequest he [may have] made or debt.3 Your parents or your children - you know not which of them are nearest to you in benefit. [These shares are] an obligation [imposed] by Allāh. Indeed, Allāh is ever Knowing and Wise.
อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งใช้พวกเจ้าในเรื่องมรดกของลูก ๆ ของพวกเจ้า โดยมรดกนั้นจะถูกแบ่งให้แก่พวกเขา สำหรับลูกชายนั้นจะได้รับเท่ากับส่วนได้ของลูกสาวสองคน ถ้าหากผู้ตายมีลูกสาวมากกว่าสองคนโดยที่ไม่มีลูกชายเลย พวกนางก็จะได้สองในสามจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ และถ้าหากมีลูกสาวคนเดียว นางก็จะได้ครึ่งหนึ่งจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ และแต่ละคนจากบิดามารดาของผู้ตายจะได้หนึ่งในหกจากสิ่งที่เขาได้ทิ้งไว้ หากว่าเขานั้นมีลูกชายหรือลูกสาว แต่ถ้าหากผู้ตายไม่มีบุตรและไม่มีผู้รับมรดกคนอื่นนอกจากบิดามารดาของเขาเท่านั้น มารดาจะได้รับหนึ่งในสาม และส่วนที่เหลือจะตกเป็นของบิดาของเขา และถ้าหากผู้ตายมีพี่น้องมากกว่าสองคน จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงที่ร่วมบิดามารดาเดียวกันหรือไม่ร่วมกัน สำหรับมารดานั้นจะได้หนึ่งในหกดังที่ได้กำหนดไว้ และส่วนที่เหลือจะตกเป็นของบิดาในฐานะผู้ได้รับส่วนที่เหลือ โดยที่พี่น้องจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใด ๆ เลย ซึ่งการแบ่งส่วนมรดกนี้ จะมีขึ้นภายหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมที่ผู้ตายได้สั่งเสียมันไว้ โดยมีเงื่อนไขว่า พินัยกรรรมของเขานั้นจะต้องไม่เกินหนึ่งในสามของทรัพย์สมบัติของเขา และภายหลังจากที่ได้ชำระหนี้สินที่เขาติดคนอื่น และแน่นอนอัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติการแบ่งมรดกในรูปแบบดังกล่าว เพราะพวกเจ้าไม่รู้ว่าใครกันเล่า จะเป็นบรรดาบิดาหรือลูก ๆ ที่มีคุณประโยชน์ให้กับพวกเจ้าใกล้มากที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ซึ่งบางทีผู้ตายอาจจะคิดดีกับทายาทคนหนึ่งของเขา แล้วเขาก็จะมอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาให้กับทายาทนั้น หรืออาจจะคิดร้าย แล้วเขาก็จะห้ามไม่ให้อะไรแก่ทายาทคนนั้น และบางทีสภาพความเป็นจริงอาจจะต่างกับที่ได้คิดไว้ และผู้ที่รู้ยิ่งในเรื่องดังกล่าวคืออัลลอฮ์ที่ไม่มีสิ่งใดจะปกปิดพระองค์ได้ ด้วยเหตุนี้ พระองค์ได้แบ่งส่วนมรดกตามที่ได้แจกแจ้งไว้ และได้ทรงทำให้มันเป็นภาคบังคับเหนือบ่าวทั้งหลายของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ที่ไม่มีสิ่งใดจากสิ่งอำนวยประโยชน์ของบ่าวจะปกปิดจากการรอบรู้ของพระองค์ได้ และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดบทบัญญัติและบริหารจัดการ
4:12Page 79
۞ وَلَكُمۡ نِصۡفُ مَا تَرَكَ أَزۡوَٰجُكُمۡ إِن لَّمۡ يَكُن لَّهُنَّ وَلَدٞۚ فَإِن كَانَ لَهُنَّ وَلَدٞ فَلَكُمُ ٱلرُّبُعُ مِمَّا تَرَكۡنَۚ مِنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ يُوصِينَ بِهَآ أَوۡ دَيۡنٖۚ وَلَهُنَّ ٱلرُّبُعُ مِمَّا تَرَكۡتُمۡ إِن لَّمۡ يَكُن لَّكُمۡ وَلَدٞۚ فَإِن كَانَ لَكُمۡ وَلَدٞ فَلَهُنَّ ٱلثُّمُنُ مِمَّا تَرَكۡتُمۚ مِّنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ تُوصُونَ بِهَآ أَوۡ دَيۡنٖۗ وَإِن كَانَ رَجُلٞ يُورَثُ كَلَٰلَةً أَوِ ٱمۡرَأَةٞ وَلَهُۥٓ أَخٌ أَوۡ أُخۡتٞ فَلِكُلِّ وَٰحِدٖ مِّنۡهُمَا ٱلسُّدُسُۚ فَإِن كَانُوٓاْ أَكۡثَرَ مِن ذَٰلِكَ فَهُمۡ شُرَكَآءُ فِي ٱلثُّلُثِۚ مِنۢ بَعۡدِ وَصِيَّةٖ يُوصَىٰ بِهَآ أَوۡ دَيۡنٍ غَيۡرَ مُضَآرّٖۚ وَصِيَّةٗ مِّنَ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَلِيمٞ ١٢
And for you is half of what your wives leave if they have no child. But if they have a child, for you is one fourth of what they leave, after any bequest they [may have] made or debt. And for them [i.e., the wives] is one fourth if you leave no child. But if you leave a child, then for them is an eighth of what you leave, after any bequest you [may have] made or debt. And if a man or woman leaves neither ascendants nor descendants but has a brother or a sister, then for each one of them is a sixth. But if they are more than two, they share a third,1 after any bequest which was made or debt, as long as there is no detriment [caused].2 [This is] an ordinance from Allāh, and Allāh is Knowing and Forbearing.
และสำหรับพวกเจ้า(โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย)จะได้รับครึ่งหนึ่งของสิ่งที่บรรดาภรรยาของพวกเจ้าได้ทิ้งไว้ ถ้าหากว่าพวกนางนั้นไม่มีบุตร(ทั้งบุตรชายและบุตรสาว)ที่เกิดจากพวกเจ้าหรือคนอื่น แล้วถ้าหากพวกนางมีบุตร(จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว) พวกเจ้าจะได้รับหนึ่งในสี่จากทรัพย์สมบัติของพวกนางที่ได้ทิ้งไว้ โดยมันจะถูกแบ่งแก่พวกเจ้าหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของพวกนางเสียก่อน และสำหรับบรรดาผู้เป็นภรรยาจะได้รับหนึ่งในสี่จากสิ่งที่พวกเจ้าได้ทิ้งไว้ (โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย) ถ้าหากว่าพวกเจ้านั้นไม่มีบุตร(ทั้งบุตรชายและบุตรสาว)ที่เกิดจากพวกนางหรือคนอื่น แล้วถ้าหากพวกเจ้ามีบุตร(จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว) พวกนางจะได้รับหนึ่งในแปดจากสิ่งที่พวกเจ้าได้ทิ้งไว้ โดยมันจะถูกแบ่งแก่พวกนางหลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของพวกเจ้าเสียก่อน และถ้าหากมีผู้ชายหรือผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตโดยที่เขาและนางไม่มีบิดาและบุตร แต่ผู้เสียชีวิตจากทั้งสองนั้นมีพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวหนึ่งคนร่วมมารดา ดังนั้นแต่ละคนจากพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวร่วมมารดาของเขาจะได้รับหนึ่งส่วนหกดังที่ได้กำหนดไว้ แล้วถ้าหากเขามีพี่น้องชายหรือพี่น้องสาวร่วมมารดามากกว่าหนึ่งคน พวกเขาทุกคนจะได้รับหนึ่งในสามร่วมกันดังที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันระหว่างพวกเขาทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยพวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งของพวกเขาเหล่านี้หลังจากที่ได้จัดการกับพินัยกรรมและชำระหนี้สินของผู้ตายเสียก่อน โดยมีเงื่อนไขว่าพินัยกรรมของเขานั้นจะต้องไม่ส่งผลเสียให้แก่ทายาท เช่น การการทำพินัยกรรมที่มากกว่าหนึ่งในสามของทรัพย์สินของเขา บทบัญญัติในโองการนี้เป็นพันธสัญญาจากอัลลอฮ์โดยมีผลบังคับใช้เหนือพวกเจ้า และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ่าวของพระองค์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และเป็นผู้ทรงขันติไม่รีบเร่งลงโทษผู้ฝ่าฝืน
4:13Page 79
تِلۡكَ حُدُودُ ٱللَّهِۚ وَمَن يُطِعِ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ يُدۡخِلۡهُ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَاۚ وَذَٰلِكَ ٱلۡفَوۡزُ ٱلۡعَظِيمُ ١٣
These are the limits [set by] Allāh, and whoever obeys Allāh and His Messenger will be admitted by Him to gardens [in Paradise] under which rivers flow, abiding eternally therein; and that is the great attainment.
ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับบรรดาลูกกำพร้าและบุคคลอื่นดังกล่าวนั้นเป็นบทบัญญัติของอัลลอฮ์ที่พระองค์ได้ทรงบัญญัติให้แก่บ่าวของพระองค์เพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติตาม และผู้ใดเชื่อฟังอัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ด้วยการน้อมรับคำสั่งใช้และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ๆ พระองค์ อัลลอฮ์จะทรงให้เขาเข้าสวนสวรรค์อันหลากหลายที่มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างคฤหาสน์ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลอย่างไม่พินาศ และผลตอบแทนของพระเจ้านั้นคือชัยชนะอันใหญ่หลวงซึ่งไม่มีชัยชนะใดจะเปรียบได้
4:14Page 79
وَمَن يَعۡصِ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَيَتَعَدَّ حُدُودَهُۥ يُدۡخِلۡهُ نَارًا خَٰلِدٗا فِيهَا وَلَهُۥ عَذَابٞ مُّهِينٞ ١٤
And whoever disobeys Allāh and His Messenger and transgresses His limits - He will put him into the Fire to abide eternally therein, and he will have a humiliating punishment.
และผู้ใดฝ่าฝืนอัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ด้วยการปฏิเสธบทบัญญัติของพระองค์และละทิ้งการปฏิบัติมัน หรือสงสัยเกี่ยวกับมัน และละเมิดขอบเขตที่พระองค์ได้บัญญัติไว้ พระองค์จะทรงให้เขาเข้านรกโดยที่เขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และในนรกนั้นเขาจะได้รับการลงโทษอันอัปยศ
4:15Page 80
وَٱلَّٰتِي يَأۡتِينَ ٱلۡفَٰحِشَةَ مِن نِّسَآئِكُمۡ فَٱسۡتَشۡهِدُواْ عَلَيۡهِنَّ أَرۡبَعَةٗ مِّنكُمۡۖ فَإِن شَهِدُواْ فَأَمۡسِكُوهُنَّ فِي ٱلۡبُيُوتِ حَتَّىٰ يَتَوَفَّىٰهُنَّ ٱلۡمَوۡتُ أَوۡ يَجۡعَلَ ٱللَّهُ لَهُنَّ سَبِيلٗا ١٥
Those who commit immorality [i.e., unlawful sexual intercourse] of your women - bring against them four [witnesses] from among you. And if they testify,1 confine them [i.e., the guilty women] to houses until death takes them or Allāh ordains for them [another] way.2
และบรรดาผู้ที่กระทำการผิดประเวณีในหมู่สตรีของพวกเจ้าที่แต่งงานแล้วและยังไม่แต่งงานอีกนั้น พวกเจ้าจงให้มีพยานผู้ชายมุสลิมที่เที่ยงธรรมสี่คนมายืนยันต่อพวกนาง ถ้าหากพวกเขายืนยันถึงการกระทำของพวกนางแล้ว พวกเจ้าจงกักขังพวกนางไว้ในบ้านเพื่อเป็นการลงโทษแก่พวกนาง จนกว่าความตายจะคร่าชีวิตพวกนางไป หรือจนกว่าอัลลอฮ์จะทรงให้มีทางออกอื่นที่มิใช่การกักขัง ซึ่งหลังจากนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงชี้แจงทางออกให้แก่พวกเขา โดยได้ทรงบัญญัติการเฆี่ยนหนึ่งรอยทีพร้อมเนรเทศหนึ่งปี สำหรับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน และขว้างด้วยหินจนเสียชีวิต สำหรับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานแล้ว
4:16Page 80
وَٱلَّذَانِ يَأۡتِيَٰنِهَا مِنكُمۡ فَـَٔاذُوهُمَاۖ فَإِن تَابَا وَأَصۡلَحَا فَأَعۡرِضُواْ عَنۡهُمَآۗ إِنَّ ٱللَّهَ كَانَ تَوَّابٗا رَّحِيمًا ١٦
And the two1 who commit it [i.e., unlawful sexual intercourse] among you - punish [i.e., dishonor] them both. But if they repent and correct themselves, leave them alone. Indeed, Allāh is ever Accepting of Repentance and Merciful.
และคนสองคน(ชาย-หญิง)ที่กระทำการผิดประเวณี -ทั้งที่แต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งงานอีก- นั้น พวกเจ้าจงลงโทษทั้งสองด้วยคำพูดและการกระทำที่ทำให้เกิดการดูหมิ่นและการหยุดยั้ง แล้วหากทั้งสองสำนึกผิดจากสภาพที่ทั้งสองเป็นอยู่และการงานต่าง ๆ ของทั้งสองปรับตัวดีขึ้น พวกเจ้าจงละทิ้งการทำร้ายทั้งสอง เพราะผู้เตาบะฮ์(กลับเนื้อกลับตัว)จากการกระทำบาปเสมือนกับว่าเขานั้นไม่มีบาป แท้จริงอัลลอฮ์เป็นทรงผู้อภัยโทษยิ่งแก่ปวงบ่าวของพระองค์ที่เตาบะฮ์ และเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขา ซึ่งการจำกัดการลงโทษด้วยรูปแบบดังกล่าวนี้มีอยู่ในช่วงแรกของอิสลาม แล้วหลังจากนั้นมันถูกยกเลิกด้วยการเฆี่ยนและเนรเทศผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน และขว้างหินผู้ที่ผ่านการแต่งงานแล้วจนเสียชีวิต
4:17Page 80
إِنَّمَا ٱلتَّوۡبَةُ عَلَى ٱللَّهِ لِلَّذِينَ يَعۡمَلُونَ ٱلسُّوٓءَ بِجَهَٰلَةٖ ثُمَّ يَتُوبُونَ مِن قَرِيبٖ فَأُوْلَٰٓئِكَ يَتُوبُ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمۡۗ وَكَانَ ٱللَّهُ عَلِيمًا حَكِيمٗا ١٧
The repentance accepted by Allāh is only for those who do wrong in ignorance [or carelessness] and then repent soon [after].1 It is those to whom Allāh will turn in forgiveness, and Allāh is ever Knowing and Wise.
แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตอบรับการสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ล่วงเกินกระทำบาปและฝ่าฝืนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถึงบทลงโทษและความชั่วของมัน -และนี่ถือเป็นกรณีของผู้กระทำบาปที่เจตนาหรือไม่ได้เจตนา- แล้วหลังจากนั้นพวกเขากลับเนื้อกลับตัวต่อพระเจ้าของพวกเขาก่อนประสบกับความตาย พวกเขาเหล่านั้นอัลลอฮ์จะทรงตอบรับการสำนึกผิดของพวกเขา และพระองค์จะทรงยกโทษความชั่วทั้งหลายของพวกเขา และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงสถานะของสิ่งถูกสร้างทั้งหมด และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดและการบัญญัติมัน
4:18Page 80
وَلَيۡسَتِ ٱلتَّوۡبَةُ لِلَّذِينَ يَعۡمَلُونَ ٱلسَّيِّـَٔاتِ حَتَّىٰٓ إِذَا حَضَرَ أَحَدَهُمُ ٱلۡمَوۡتُ قَالَ إِنِّي تُبۡتُ ٱلۡـَٰٔنَ وَلَا ٱلَّذِينَ يَمُوتُونَ وَهُمۡ كُفَّارٌۚ أُوْلَٰٓئِكَ أَعۡتَدۡنَا لَهُمۡ عَذَابًا أَلِيمٗا ١٨
But repentance is not [accepted] of those who [continue to] do evil deeds up until, when death comes to one of them, he says, "Indeed, I have repented now," or of those who die while they are disbelievers. For them We have prepared a painful punishment.
และอัลลอฮ์จะไม่ทรงตอบรับการสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ยึดติดอยู่กับการกระทำบาปตลอดโดยที่พวกเขาไม่สำนึกผิดจากการกระทำบาปดังกล่าวจนกระทั่งพวกเขาใกล้จะตาย แล้วเมื่อนั้นคนหนึ่งจากพวกเขาจะกล่าวว่า: แท้จริงบัดนี้ฉันได้สำนึกผิดแล้ว จากบาปที่ฉันได้ฝ่าฝืนกระทำมันไป และอัลลอฮ์จะไม่ทรงตอบรับ -เช่นกัน- การสำนึกผิดของบรรดาผู้ที่ตายในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาเหล่านั้นที่ยึดติดอยู่กับการกระทำบาปตลอด และที่ตายในสภาพที่ปฏิเสธศรัทธา เราได้เตรียมการลงโทษอันเจ็บแสบให้แก่พวกเขาไว้แล้ว
4:19Page 80
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا يَحِلُّ لَكُمۡ أَن تَرِثُواْ ٱلنِّسَآءَ كَرۡهٗاۖ وَلَا تَعۡضُلُوهُنَّ لِتَذۡهَبُواْ بِبَعۡضِ مَآ ءَاتَيۡتُمُوهُنَّ إِلَّآ أَن يَأۡتِينَ بِفَٰحِشَةٖ مُّبَيِّنَةٖۚ وَعَاشِرُوهُنَّ بِٱلۡمَعۡرُوفِۚ فَإِن كَرِهۡتُمُوهُنَّ فَعَسَىٰٓ أَن تَكۡرَهُواْ شَيۡـٔٗا وَيَجۡعَلَ ٱللَّهُ فِيهِ خَيۡرٗا كَثِيرٗا ١٩
O you who have believed, it is not lawful for you to inherit women by compulsion.1 And do not make difficulties for them in order to take [back] part of what you gave them2 unless they commit a clear immorality [i.e., adultery]. And live with them in kindness. For if you dislike them - perhaps you dislike a thing and Allāh makes therein much good.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์ทั้งหลาย ไม่อนุญาตให้พวกเจ้าเอาบรรดาภรรยาของบิดาของพวกเจ้าและเครือญาติใกล้ชิดของพวกเจ้ามาเป็นมรดกเหมือนทรัพย์สิน และจัดการกับพวกนางด้วยการแต่งงานกับพวกนาง หรือให้พวกนางแต่งงานกับคนใดคนหนึ่งที่พวกเจ้าปรารถนา หรือห้ามพวกนางไม่ให้แต่งงาน และไม่อนุญาตให้พวกเจ้าขัดขวางบรรดาภรรยาของพวกเจ้าที่พวกเจ้าไม่ชอบเพื่อเป็นการทำร้ายพวกนาง จนทำให้พวกนางต้องสละให้แก่พวกเจ้าด้วยบางส่วนจากสินสอดและอื่น ๆ ที่พวกเจ้าได้ให้พวกนางไป เว้นแต่พวกนางจะกระทำสิ่งลามกอันชัดแจ้ง เช่น การผิดประเวณี ดังนั้นเมื่อใดที่พวกนางได้กระทำดังกล่าว ก็อนุญาตให้พวกเจ้าขัดขวางและกดดันพวกนาง จนกว่าพวกนางจะคืนกลับในสิ่งที่พวกเจ้าได้เคยให้แก่พวกนาง และพวกเจ้าจงอยู่ร่วมกับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าด้วยดี โดยงดการทำร้ายและมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำดี ถ้าหากพวกเจ้าเกลียดพวกนางในเรื่องที่เกี่ยวกับดุนยา ก็จงอดทนต่อพวกนางเถิด อาจเป็นไปได้ว่าอัลลอฮ์จะทรงให้มีความดีอันมากมายทั้งในโลกนี้และโลกหน้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่พอใจกัน
4:20Page 81
وَإِنۡ أَرَدتُّمُ ٱسۡتِبۡدَالَ زَوۡجٖ مَّكَانَ زَوۡجٖ وَءَاتَيۡتُمۡ إِحۡدَىٰهُنَّ قِنطَارٗا فَلَا تَأۡخُذُواْ مِنۡهُ شَيۡـًٔاۚ أَتَأۡخُذُونَهُۥ بُهۡتَٰنٗا وَإِثۡمٗا مُّبِينٗا ٢٠
But if you want to replace one wife with another and you have given one of them a great amount [in gifts], do not take [back] from it anything. Would you take it in injustice and manifest sin?
และถ้าหากพวกเจ้า (โอ้บรรดาผู้เป็นสามีเอ๋ย) ต้องการจะหย่าภรรยา และแต่งงานกับภรรยาอื่นมาแทนนาง ก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดแก่พวกเจ้าในเรื่องดังกล่าว และถ้าหากว่าพวกเจ้าได้ให้ทรัพย์สินอันมากมายที่เป็นสินสอดแก่นางที่พวกเจ้าตั้งใจจะหย่ากับนางแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้พวกเจ้ายึดเอาสิ่งใดจากทรัพย์สินนั้นกลับคืนมา แล้วถ้าหากพวกเจ้ายึดเอาสิ่งที่พวกเจ้าได้ให้แก่พวกนางกลับคืนมา จะถือว่าเป็นการทำร้ายและกระทำบาปอันชัดแจ้ง
4:21Page 81
وَكَيۡفَ تَأۡخُذُونَهُۥ وَقَدۡ أَفۡضَىٰ بَعۡضُكُمۡ إِلَىٰ بَعۡضٖ وَأَخَذۡنَ مِنكُم مِّيثَٰقًا غَلِيظٗا ٢١
And how could you take it while you have gone in unto each other and they have taken from you a solemn covenant?
และพวกเจ้าจะยึดเอาสินสอดที่พวกเจ้าได้ให้พวกนางหลังจากที่ได้มีความสัมพันธ์ ความรัก การสมสู่ และรวมถึงความลับต่าง ๆ ระหว่างพวกเจ้าแล้วได้อย่างไร เพราะการโลภมากในทรัพย์สินที่เป็นของนางหลังจากที่ได้มีสิ่งดังกล่าวนี้นั้นถือเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายและน่ารังเกียจ และแท้จริงนางก็ได้เอาคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นจากพวกเจ้าแล้ว นั้นก็คือ การทำให้พวกนางเป็นที่อนุญาตด้วยพระดำรัสของอัลลอฮ์และบทบัญญัติของพระองค์
4:22Page 81
وَلَا تَنكِحُواْ مَا نَكَحَ ءَابَآؤُكُم مِّنَ ٱلنِّسَآءِ إِلَّا مَا قَدۡ سَلَفَۚ إِنَّهُۥ كَانَ فَٰحِشَةٗ وَمَقۡتٗا وَسَآءَ سَبِيلًا ٢٢
And do not marry those [women] whom your fathers married, except what has already occurred.1 Indeed, it was an immorality and hateful [to Allāh] and was evil as a way.
และพวกเจ้าจงอย่าแต่งงานกับบรรดาหญิงที่บิดาของพวกเจ้าได้แต่งงานมาก่อนแล้ว เพราะสิ่งดังกล่าวนั้นเป็นที่หะรอม นอกจากที่ได้เกิดขึ้นผ่านพ้นมาแล้วก่อนอิสลาม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความผิด ทั้งนี้เพราะการที่บรรดาลูก ๆ ได้แต่งงานกับบรรดาภรรยาของบิดาของพวกเขานั้นถือเป็นสิ่งที่น่ารังเกลียดยิ่ง เป็นสาเหตุให้อัลลอฮ์ทรงโกรธเกรี้ยวแก่ผู้กระทำดังกล่าว และเป็นวิธีทางที่ชั่วช้าสำหรับผู้ที่ยึดปฏิบัติกับมัน
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences