Al-MukhtasarFussilat · 41:43–54

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Fussilat 41:43–54

41:43Page 481

مَّا يُقَالُ لَكَ إِلَّا مَا قَدۡ قِيلَ لِلرُّسُلِ مِن قَبۡلِكَۚ إِنَّ رَبَّكَ لَذُو مَغۡفِرَةٖ وَذُو عِقَابٍ أَلِيمٖ ٤٣

Nothing is said to you, [O Muḥammad], except what was already said to the messengers before you. Indeed, your Lord is a possessor of forgiveness and a possessor of painful penalty.

โอ้ ท่านเราะสูล ไม่มีสิ่งใดที่ถูกกล่าวแก่เจ้าจากการปฏิเสธเว้นแต่สิ่งที่ได้กล่าวแก่เราะสูลก่อนหน้าพวกท่านว่า จงอดทน แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงให้อภัยแก่บ่าวที่กลับใจต่อพระองค์ และทรงเป็นผู้ลงโทษอย่างเจ็บปวดสำหรับผู้ที่ยังคงมีความผิดบาปอยู่และไม่กลับใจ

41:44Page 481

وَلَوۡ جَعَلۡنَٰهُ قُرۡءَانًا أَعۡجَمِيّٗا لَّقَالُواْ لَوۡلَا فُصِّلَتۡ ءَايَٰتُهُۥٓۖ ءَا۬عۡجَمِيّٞ وَعَرَبِيّٞۗ قُلۡ هُوَ لِلَّذِينَ ءَامَنُواْ هُدٗى وَشِفَآءٞۚ وَٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ فِيٓ ءَاذَانِهِمۡ وَقۡرٞ وَهُوَ عَلَيۡهِمۡ عَمًىۚ أُوْلَٰٓئِكَ يُنَادَوۡنَ مِن مَّكَانِۭ بَعِيدٖ ٤٤

And if We had made it a foreign [i.e., non-Arabic] Qur’ān, they would have said, "Why are its verses not explained in detail [in our language]? Is it a foreign [recitation] and an Arab [messenger]?" Say, "It is, for those who believe, a guidance and cure." And those who do not believe - in their ears is deafness, and it is upon them blindness. Those are being called from a distant place.1

และหากเราได้ประทานอัลกุรอ่านมาเป็นภาษาที่ไม่ไช่ภาษาอาหรับ แน่นอนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า ทำไมไม่อธิบายจนให้เรามีความเข้าใจ อัลกุรอ่านนั้นเป็นภาษาต่างชาติ และ ผู้ที่นำมาเป็นคนอาหรับกระนั้นหรือ? จงกล่าวเถิดโอ้ท่านเราะสูล แก่พวกเขา อัลกุรอ่านนั้นสำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮและเชื่อต่อท่านเราะสูล และเป็นการชี้แนะสำหรับผู้ที่หลง และเป็นยาบำบัดหัวใจจากความโง่เขลา ส่วนบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์นั้น อัลกุรอ่านจะทำให้หูของพวกเขาหนวก และนัยน์ตาของพวกเขาบอดไม่เข้าใจในอัลกุรอ่าน ผู้ที่ถูกอธิบายถึงคุณลักษณะเหล่านี้เสมือนว่าเป็นคนที่ถูกร้องเรียกจากสถานที่อันไกล แล้วพวกเขาจะได้ยินการเชิญชวนได้อย่างไร?

41:45Page 481

وَلَقَدۡ ءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ فَٱخۡتُلِفَ فِيهِۚ وَلَوۡلَا كَلِمَةٞ سَبَقَتۡ مِن رَّبِّكَ لَقُضِيَ بَيۡنَهُمۡۚ وَإِنَّهُمۡ لَفِي شَكّٖ مِّنۡهُ مُرِيبٖ ٤٥

And We had already given Moses the Scripture, but it came under disagreement.1 And if not for a word [i.e., decree]2 that preceded from your Lord, it would have been concluded between them. And indeed they are, concerning it [i.e., the Qur’ān], in disquieting doubt.

และแน่นอนเราได้ประทานคมภีร์อัต-เตาเราะฮฺแก่ท่านนบีมูซาแล้วได้เกิดการขัดเเย้งกันขึ้น บางคนในพวกเขาเชื่อศรัทธาต่อคัมภีร์และอีกบางคนปฏิเสธมัน และถ้าอัลลอฮ์ไม่ได้สัญญาไว้ว่าจะแยกปวงบ่าวในวันกิยามะฮ์ในขณะที่พวกเขาแตกต่างกันไปในการตัดสินที่แตกต่างกันในอัต-เตาเราะฮ์ พระองค์ทรงทำให้ชัดเจนระหว่างความถูกต้องและผิด ทรงให้เกียรติแก่ผู้ที่ทำถูกต้องและดูถูกผู้ที่ทำผิดและแท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากำลังสงสัยจากอัลกุรอ่านเป็นที่น่าสงสัย

41:46Page 481

مَّنۡ عَمِلَ صَٰلِحٗا فَلِنَفۡسِهِۦۖ وَمَنۡ أَسَآءَ فَعَلَيۡهَاۗ وَمَا رَبُّكَ بِظَلَّٰمٖ لِّلۡعَبِيدِ ٤٦

Whoever does righteousness - it is for his [own] soul; and whoever does evil [does so] against it. And your Lord is not ever unjust to [His] servants.

ผู้ใดกระทำความดีดังนั้นประโยชน์ของความดีนั้นก็จะได้แก่ตัวของเขาเอง พระเจ้าไม่ได้รับประโยชน์จากความดีของผู้ใดเลย และผู้ใดกระทำความชั่วก็จะได้แก่ตัวของเขาเอง และพระเจ้าก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากความชั่วของบ่าวเลย และพระองค์จะทรงตอบแทนทั้งหมดในสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ และพระเจ้าของเจ้านั้น โอ้ท่านเราะสูล ไม่ทรงอธรรมต่อปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จะไม่ทรงตัดออกจากความดีของพวกเขา และไม่ทรงเพิ่มในความชั่วของพวกเขา

41:47Page 482

۞ إِلَيۡهِ يُرَدُّ عِلۡمُ ٱلسَّاعَةِۚ وَمَا تَخۡرُجُ مِن ثَمَرَٰتٖ مِّنۡ أَكۡمَامِهَا وَمَا تَحۡمِلُ مِنۡ أُنثَىٰ وَلَا تَضَعُ إِلَّا بِعِلۡمِهِۦۚ وَيَوۡمَ يُنَادِيهِمۡ أَيۡنَ شُرَكَآءِي قَالُوٓاْ ءَاذَنَّٰكَ مَا مِنَّا مِن شَهِيدٖ ٤٧

To Him [alone] is attributed knowledge of the Hour. And fruits emerge not from their coverings nor does a female conceive or give birth except with His knowledge. And the Day He will call to them, "Where are My 'partners'?" they will say, "We announce to You that there is [no longer] among us any witness [to that]."

ความรู้แห่งวันอวสานนั้นขึ้นกับพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น,ดังนั้นพระองค์เท่านั้นคือผู้ที่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่,จึงไม่มีผู้ใดอื่นจากพระองค์รู้เรื่องดังกล่าว,และไม่มีผลไม้ใดออกมาจากกลีบดอกที่ห่อหุ้มมัน และไม่มีหญิงใดตั้งครรภ์ หรือให้กำเนิด เว้นแต่ด้วยความรอบรู้ของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดจากเรื่องดังกล่าวจะผ่านพ้นพระองค์ไปได้ และวันที่พระองค์ทรงเรียกบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี ที่เคยสักการะบูชาบรรดาเจว็ดพร้อมกับพระองค์ เพื่อเป็นการเยาะเย้ยพวกเขาที่ได้ทำการเคารพสักการะบรรดาเจว็ดเหล่านั้นว่า "ไหนเล่าภาคีทั้งหลายของข้า ที่พวกเจ้านั้นอ้างว่าพวกเขาเป็นภาคี?" พวกเขากล่าวว่า "เราขอสารภาพต่อหน้าพระองค์ วันนี้ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราเป็นพยานว่าพระองค์มีภาคี"

41:48Page 482

وَضَلَّ عَنۡهُم مَّا كَانُواْ يَدۡعُونَ مِن قَبۡلُۖ وَظَنُّواْ مَا لَهُم مِّن مَّحِيصٖ ٤٨

And lost from them will be those they were invoking before, and they will be certain that they have no place of escape.

และบรรดาเจว็ดที่พวกเขาเคยวิงวอนกราบไหว้นั้นได้เตลิดหนีไปจากพวกเขา และพวกเขาเชื่อมั่นว่า พวกเขานั้นไม่มีทางหนีสำหรับพวกเขาที่จะหลบหนีการลงโทษของอัลลอฮ์ไปได้

41:49Page 482

لَّا يَسۡـَٔمُ ٱلۡإِنسَٰنُ مِن دُعَآءِ ٱلۡخَيۡرِ وَإِن مَّسَّهُ ٱلشَّرُّ فَيَـُٔوسٞ قَنُوطٞ ٤٩

Man is not weary of supplication for good [things], but if evil touches him, he is hopeless and despairing.

มนุษย์ไม่เคยเบื่อหน่ายต่อการวิงวอนขอการมีสุขภาพที่ดี ความมั่งคั่ง ลูก และความสุขทางโลกอื่นๆ แต่เมื่อความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บมาประสบแก่พวกเขาเข้า เขาก็จะท้อถอยหมดอาลัยจากความเมตตาของอัลลอฮ์เป็นอย่างมาก

41:50Page 482

وَلَئِنۡ أَذَقۡنَٰهُ رَحۡمَةٗ مِّنَّا مِنۢ بَعۡدِ ضَرَّآءَ مَسَّتۡهُ لَيَقُولَنَّ هَٰذَا لِي وَمَآ أَظُنُّ ٱلسَّاعَةَ قَآئِمَةٗ وَلَئِن رُّجِعۡتُ إِلَىٰ رَبِّيٓ إِنَّ لِي عِندَهُۥ لَلۡحُسۡنَىٰۚ فَلَنُنَبِّئَنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ بِمَا عَمِلُواْ وَلَنُذِيقَنَّهُم مِّنۡ عَذَابٍ غَلِيظٖ ٥٠

And if We let him taste mercy from Us after an adversity which has touched him, he will surely say, "This is [due] to me,1 and I do not think the Hour will occur; and [even] if I should be returned to my Lord, indeed, for me there will be with Him the best." But We will surely inform those who disbelieved about what they did, and We will surely make them taste a massive punishment.

และเมื่อเราได้ให้เขาลิ้มรสการมีสุขภาพที่ดี ความมั่งคั่งและความสุขสบายหลังจากที่ได้ประสบกับความทุกข์ยากและโรคภัยต่างๆ แน่นอนเขาก็จะกล่าวว่า นี่คือความสามารถของฉัน เพราะฉันเป็นผู้ที่คู่ควรและเหมาะสมกับมัน และฉันไม่คิดว่าวันแห่งการอวสานนั้นจะเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าวันแห่งการอวสานเกิดขึ้นจริง แน่นอนฉันก็จะอยู่ในฐานะที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สิน ณ ที่อัลลอฮ์ ดั่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้แก่ฉันในโลกดุนยา เพราะความเหมาะสมของฉันต่อเรื่องดังกล่าว พระองค์จึงทรงประทานให้แก่ฉันในวันอาคิเราะฮ์ด้วย ดังนั้นเรา(อัลลอฮ์)จะให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้รู้เห็นในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน และแน่นอนเราจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษอันรุนแรง

41:51Page 482

وَإِذَآ أَنۡعَمۡنَا عَلَى ٱلۡإِنسَٰنِ أَعۡرَضَ وَنَـَٔا بِجَانِبِهِۦ وَإِذَا مَسَّهُ ٱلشَّرُّ فَذُو دُعَآءٍ عَرِيضٖ ٥١

And when We bestow favor upon man, he turns away and distances himself; but when evil touches him, then he is full of extensive supplication.

และเมื่อเราประทานความโปรดปรานแก่มนุษย์ ด้วยการให้มีสุขภาพที่ดีและควมสุขสบายอื่น ๆ เขาก็จะละเลยการรำลึกถึงอัลลอฮ์และการเชื่อฟังต่อพระองค์ และเขาก็เหินห่างและปลีกตัวออกไปข้าง ๆ อย่างโอหัง และเมื่อโรคภัยไข้เจ็บ ความยากจนและอื่น ๆ มาประสบแก่เขา เขาก็เป็นผู้วิงวอนขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์อย่างมาก ด้วยการระบายต่อพระองค์ถึงความทุกข์ที่ประสบแก่เขา เพื่อให้พระองค์ขจัดทุกข์นั้นไปจากเขา แต่เขาไม่ขอบคุณผู้อภิบาลของเขาเมื่อพระองค์ทรงประทานความโปรดปรานให้แก่เขา และไม่อดทนต่อบททดสอบของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงทดสอบเขา

41:52Page 482

قُلۡ أَرَءَيۡتُمۡ إِن كَانَ مِنۡ عِندِ ٱللَّهِ ثُمَّ كَفَرۡتُم بِهِۦ مَنۡ أَضَلُّ مِمَّنۡ هُوَ فِي شِقَاقِۭ بَعِيدٖ ٥٢

Say, "Have you considered: if it [i.e., the Qur’ān] is from Allāh and you disbelieved in it, who would be more astray than one who is in extreme dissension?"

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย -แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า “จงบอกฉันมาเถิดว่า หากอัลกุรอานนี้มาจากอัลลอฮ์ แล้วพวกเจ้าปฏิเสธและไม่ศรัทธาตอมัน ดังนั้นพวกเจ้าจะเป็นอย่างไร?! และใครกันแน่ที่จะหลงทางมากกว่าคนที่ดื้อรั้นต่อความจริง ทั้งที่ความจริงนั้นปรากฎชัดเจน ด้านการเป็นหลักฐานที่กระจ่างชัดและมีน้ำหนัก?!

41:53Page 482

سَنُرِيهِمۡ ءَايَٰتِنَا فِي ٱلۡأٓفَاقِ وَفِيٓ أَنفُسِهِمۡ حَتَّىٰ يَتَبَيَّنَ لَهُمۡ أَنَّهُ ٱلۡحَقُّۗ أَوَلَمۡ يَكۡفِ بِرَبِّكَ أَنَّهُۥ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ شَهِيدٌ ٥٣

We will show them Our signs in the horizons and within themselves until it becomes clear to them that it is the truth.1 But is it not sufficient concerning your Lord that He is, over all things, a Witness?2

เราจะให้พวกปฏิเสธศรัทธากุร็อยชฺได้เห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในแผ่นดินอันไกลโพ้น จากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงพิชิตมันให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาและเราจะให้พวกเขาได้เห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในตัวของพวกเขาเองด้วยการพิชิตเมืองมักกะฮ์ จนเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาด้วยกับสิ่งที่ทำให้หายสงสัยว่า อัลกุรอานนั้นเป็นความจริงที่ไม่มีการเคลือบแคลงใดๆในนั้น บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นยังไม่พอเพียงอีกหรือว่า อัลกุรอานคือสัจธรรม ด้วยการเป็นพยานของอัลลอฮ์ ว่ามันนั้นมาจากพระองค์?! แล้วจะมีใครเป็นพยานที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าอัลลอฮ์?! ดังนั้นถ้าหากพวกเขาปรารถนาในสัจธรรมอย่างแท้จริง แน่นอนพวกเขาย่อมพอเพียงต่อการเป็นพยานของพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา

41:54Page 482

أَلَآ إِنَّهُمۡ فِي مِرۡيَةٖ مِّن لِّقَآءِ رَبِّهِمۡۗ أَلَآ إِنَّهُۥ بِكُلِّ شَيۡءٖ مُّحِيطُۢ ٥٤

Unquestionably, they are in doubt about the meeting with their Lord. Unquestionably He is, of all things, encompassing.

พึงรู้เถิดว่า แท้จริงบรรดาผู้ตั้งภาคีนั้น อยู่ในการสงสัยของพวกเขาเกี่ยวกับการพบพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ เนื่องจากพวกเขาปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮ์ ด้วยเหตุนี้ชี้ถึงว่า พวกเขาไม่ได้เตรียมการงานที่ดีสำหรับวันนั้นเลย พึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงครอบคลุมทุกสิ่งด้วยความรู้และความสามารถ

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском