Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Ash-Shuraa 42:33–53
42:33Page 487
إِن يَشَأۡ يُسۡكِنِ ٱلرِّيحَ فَيَظۡلَلۡنَ رَوَاكِدَ عَلَىٰ ظَهۡرِهِۦٓۚ إِنَّ فِي ذَٰلِكَ لَأٓيَٰتٖ لِّكُلِّ صَبَّارٖ شَكُورٍ ٣٣
If He willed, He could still the wind, and they would remain motionless on its surface. Indeed in that are signs for everyone patient and grateful.
หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้ลมที่พัดเรือนั้นให้นิ่ง พระองค์ก็จะทรงทำอย่างนั้น แล้วเรือนั้นก็จะหยุดนิ่งในมหาสมุทรไม่ขยับไปไหน แท้จริงในสิ่งที่ได้กล่าวมาที่เกี่ยวกับการสร้างเรือและการใช้ลมนั้น ย่อมเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่แสดงถึงอำนาจของอัลลอฮ์สำหรับทุกคนที่อดทนต่อความทุกข์ยากและบททดสอบต่างๆ และผู้ที่ขอบคุณสำหรับความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา
42:34Page 487
أَوۡ يُوبِقۡهُنَّ بِمَا كَسَبُواْ وَيَعۡفُ عَن كَثِيرٖ ٣٤
Or He could destroy them1 for what they earned; but He pardons much.
หรือพระองค์จะทรงทำให้เรือนั้นอับปางลงก็ได้โดยการส่งลมพายุมาทำลายมัน เนื่องด้วยความชั่วที่มนุษย์นั้นขวนขวายเอาไว้ และพระองค์ทรงมองข้ามบาปมากมายของปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงไม่ลงโทษพวกเขาในความผิดนั้น
42:35Page 487
وَيَعۡلَمَ ٱلَّذِينَ يُجَٰدِلُونَ فِيٓ ءَايَٰتِنَا مَا لَهُم مِّن مَّحِيصٖ ٣٥
And [that is so] those who dispute concerning Our signs may know that for them there is no place of escape.
และเพื่อให้บรรดาผู้โต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์จะได้รู้ว่า ขณะที่เรือกำลังถูกทำลายด้วยลมพายุที่ถูกส่งมานั้น สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีทางที่จะหลบหนีไปจากความพินาศนั้นได้ เนื่องจากเรืออับปางไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่วิงวอนขอจากผู้ใดนอกจากอัลลอฮ์ และพวกเขาจะละทิ้งทุกสิ่งนอกจากพระองค์
42:36Page 487
فَمَآ أُوتِيتُم مِّن شَيۡءٖ فَمَتَٰعُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۚ وَمَا عِندَ ٱللَّهِ خَيۡرٞ وَأَبۡقَىٰ لِلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَلَىٰ رَبِّهِمۡ يَتَوَكَّلُونَ ٣٦
So whatever thing you have been given - it is but [for] enjoyment of the worldly life. But what is with Allāh is better and more lasting for those who have believed and upon their Lord rely
และสิ่งใดที่พวกเจ้าได้รับนั้น -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียงหรือลูก ๆ มันเป็นเพียงความเพลิดเพลินแห่งชีวิตทางโลกนี้เท่านั้น แล้วมันก็จะสลายหายไป และความสุขที่ยั่งยืน คือความสุขแห่งสรวงสวรรค์ ที่อัลลอฮ์ทรงตระเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ และแด่พระเจ้าของพวกเขาพระองค์เดียวเท่านั้นที่พวกเขามอบหมายไว้วางใจในกิจการต่าง ๆ ของพวกเขาทุกอย่าง
42:37Page 487
وَٱلَّذِينَ يَجۡتَنِبُونَ كَبَٰٓئِرَ ٱلۡإِثۡمِ وَٱلۡفَوَٰحِشَ وَإِذَا مَا غَضِبُواْ هُمۡ يَغۡفِرُونَ ٣٧
And those who avoid the major sins and immoralities, and when they are angry, they forgive,
และบรรดาผู้ที่หลีกเลี่ยงจากบาปใหญ่และสิ่งที่น่ารังเกียจผิดศีลธรรม เมื่อพวกเขาโกรธผู้ที่ทำผิดต่อพวกเขาด้วยคำพูดหรือการกระทำ พวกเขาจะยกโทษให้กับความผิดของพวกเขาและไม่เอาความใดๆ กับพวกเขา และการให้อภัยนี้เป็นเป็นความกรุณาจากพวกเขา หากในนั้นมีความดีและเกิดประโยชน์
42:38Page 487
وَٱلَّذِينَ ٱسۡتَجَابُواْ لِرَبِّهِمۡ وَأَقَامُواْ ٱلصَّلَوٰةَ وَأَمۡرُهُمۡ شُورَىٰ بَيۡنَهُمۡ وَمِمَّا رَزَقۡنَٰهُمۡ يُنفِقُونَ ٣٨
And those who have responded to their Lord and established prayer and whose affair is [determined by] consultation among themselves, and from what We have provided them, they spend,
และบรรดาผู้ตอบรับพระบัญชาของพระเจ้าของพวกเขา โดยการปฏิบัติสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และละทิ้งสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และดำรงไว้ซึ่งการละหมาดในรูปแบบที่สมบูรณ์ และบรรดาผู้ที่ปรึกษาหารือกันในกิจการต่างๆ ที่สำคัญของพวกเขา และพวกเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเขาเพื่ออัลลอฮ์
42:39Page 487
وَٱلَّذِينَ إِذَآ أَصَابَهُمُ ٱلۡبَغۡيُ هُمۡ يَنتَصِرُونَ ٣٩
And those who, when tyranny strikes them, they retaliate [in a just manner].1
และบรรดาผู้ที่เมื่อมีความอยุติธรรมเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาก็แก้แค้นเพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติแก่ตัวของพวกเขาเอง หากผู้อธรรมนั้นไม่ใช่ผู้ที่ควรได้รับการให้อภัย และการแก้แค้นนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรม โดยเฉพาะเมื่อมีการให้อภัยแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
42:40Page 487
وَجَزَٰٓؤُاْ سَيِّئَةٖ سَيِّئَةٞ مِّثۡلُهَاۖ فَمَنۡ عَفَا وَأَصۡلَحَ فَأَجۡرُهُۥ عَلَى ٱللَّهِۚ إِنَّهُۥ لَا يُحِبُّ ٱلظَّٰلِمِينَ ٤٠
And the retribution for an evil act is an evil one like it, but whoever pardons and makes reconciliation - his reward is [due] from Allāh. Indeed, He does not like wrongdoers.
และผู้ใดที่ต้องการสิทธิ์ของเขาคืน เขาก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องเท่าๆกัน โดยไม่มีการล่วงเกินหรือการล่วงละเมิดใดๆ และผู้ใดให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดต่อเขา และไม่เอาผิดเขาในความผิดที่เขาได้ทำไว้ และไกล่เกลี่ยคืนดีกันระหว่างเขากับพี่น้องของเขาแล้ว ดังนั้นรางวัลตอบแทนของเขาอยู่ที่อัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์ไม่ทรงรักผู้ที่อธรรมต่อผู้อื่น ต่อชีวิต ทรัพย์สินหรือเกียรติยศของพวกเขา แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ทรงเกลียดบรรดาผู้อธรรมเหล่านั้น
42:41Page 487
وَلَمَنِ ٱنتَصَرَ بَعۡدَ ظُلۡمِهِۦ فَأُوْلَٰٓئِكَ مَا عَلَيۡهِم مِّن سَبِيلٍ ٤١
And whoever retaliates after having been wronged - those have not upon them any cause [for blame].
และผู้ใดแก้แค้นเพื่อตัวของเขาเองแล้ว ดังนั้นชนเหล่านั้นจะไม่มีการเอาผิดใดๆ กับพวกเขา เนื่องจากพวกเขาได้เอาสิทธิ์ของพวกเขาคืน
42:42Page 487
إِنَّمَا ٱلسَّبِيلُ عَلَى ٱلَّذِينَ يَظۡلِمُونَ ٱلنَّاسَ وَيَبۡغُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِ بِغَيۡرِ ٱلۡحَقِّۚ أُوْلَٰٓئِكَ لَهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمٞ ٤٢
The cause is only against the ones who wrong the people and tyrannize upon the earth without right. Those will have a painful punishment.
แท้จริงการเอาผิดและการลงโทษนั้นมีไว้สำหรับผู้ที่อธรรมต่อผู้อื่น และพวกเขาจะกระทำบนหน้าแผ่นดินี้ด้วยการฝ่าฝืน ชนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันแสนเจ็บปวดในอาคีเราะฮ์
42:43Page 487
وَلَمَن صَبَرَ وَغَفَرَ إِنَّ ذَٰلِكَ لَمِنۡ عَزۡمِ ٱلۡأُمُورِ ٤٣
And whoever is patient and forgives - indeed, that is of the matters [worthy] of resolve.1
ส่วนผู้ที่อดทนกับผลกระทบจากผู้อื่นมาที่ทำต่อเขา และได้ให้อภับต่อเขา ดังนั้น แท้จริงการอดทนนั้นคือสิ่งที่จะนำความดีมาสู่ตัวเขาและสังคมและมันเป็นเรื่องที่น่ายกย่องเชิดชูและไม่มีผู้ใดได้รับการช่วยเหลือเช่นนี้ นอกจากผู้ที่มีความโชคดีอันใหญ่หลวง
42:44Page 487
وَمَن يُضۡلِلِ ٱللَّهُ فَمَا لَهُۥ مِن وَلِيّٖ مِّنۢ بَعۡدِهِۦۗ وَتَرَى ٱلظَّٰلِمِينَ لَمَّا رَأَوُاْ ٱلۡعَذَابَ يَقُولُونَ هَلۡ إِلَىٰ مَرَدّٖ مِّن سَبِيلٖ ٤٤
And he whom Allāh sends astray - for him there is no protector beyond Him. And you will see the wrongdoers, when they see the punishment, saying, "Is there for return [to the former world] any way?"
และผู้ใดถูกอัลลอฮ์ทำให้หันเหไปจากทางนำและหลงทางจากความจริงแล้ว ดังนั้นจะไม่มีสำหรับเขาผู้คุ้มครองใด ๆ หลังจากพระองค์ที่จะคอยคุ้มครองกิจการของเขาอีก และเจ้าจะเห็นบรรดาผู้อธรรมที่อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม ซึ่งเมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษในวันกิยามะฮ์ด้วยสายตาของพวกเขาเอง พวกเขาจะกล่าวด้วยสภาพของผู้ที่หวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ว่า "จะมีทางกลับสู่โลกนี้อีกไหม เพื่อเราจะสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮ์?"
42:45Page 488
وَتَرَىٰهُمۡ يُعۡرَضُونَ عَلَيۡهَا خَٰشِعِينَ مِنَ ٱلذُّلِّ يَنظُرُونَ مِن طَرۡفٍ خَفِيّٖۗ وَقَالَ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِنَّ ٱلۡخَٰسِرِينَ ٱلَّذِينَ خَسِرُوٓاْ أَنفُسَهُمۡ وَأَهۡلِيهِمۡ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِۗ أَلَآ إِنَّ ٱلظَّٰلِمِينَ فِي عَذَابٖ مُّقِيمٖ ٤٥
And you will see them being exposed to it [i.e., the Fire], humbled from humiliation, looking from [behind] a covert glance. And those who had believed will say, "Indeed, the [true] losers are the ones who lost themselves and their families on the Day of Resurrection. Unquestionably, the wrongdoers are in an enduring punishment."
และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะเห็นบรรดาผู้อธรรมเหล่านั้นขณะที่พวกเขาถูกนำมาอยู่ตรงหน้าไฟนรก ซึ่งพวกเขานั้นตกต่ำและน่าสังเวช พวกเขามองดูผู้คนอย่างหลบสายตา เนื่องจากความกลัวของพวกเขาที่มีต่อไฟนรก และบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์จะกล่าวว่า “แท้จริงบรรดาผู้ที่สูญเสียที่แท้จริงคือ บรรดาผู้ที่ทำตัวของพวกเขาและครอบครัวของพวกเขาเกิดความสูญเสียในวันกิยามะฮ์ ด้วยสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอกับการลงโทษของอัลลอฮ์” พึงทราบเถิด แท้จริงบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมนั้น พวกเขาจะอยู่ในการลงโทษที่นิรันดร์ ไม่มีวันจบสิ้น
42:46Page 488
وَمَا كَانَ لَهُم مِّنۡ أَوۡلِيَآءَ يَنصُرُونَهُم مِّن دُونِ ٱللَّهِۗ وَمَن يُضۡلِلِ ٱللَّهُ فَمَا لَهُۥ مِن سَبِيلٍ ٤٦
And there will not be for them any allies to aid them other than Allāh. And whoever Allāh sends astray - for him there is no way.
และสำหรับพวกเขาจะไม่มีผู้คุ้มครองให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา ด้วยการทำให้พวกเขารอดพ้นจากการลงโทษของออัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ได้ และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทำให้หันเหไปจากสัจธรรมและหลงทางจากความจริงแล้ว ดังนั้นจะไม่มีสำหรับเขาหนทางที่จะนำพาเขาไปสู่การดลใจสู่สัจธรรมได้อย่างแน่นอน
42:47Page 488
ٱسۡتَجِيبُواْ لِرَبِّكُم مِّن قَبۡلِ أَن يَأۡتِيَ يَوۡمٞ لَّا مَرَدَّ لَهُۥ مِنَ ٱللَّهِۚ مَا لَكُم مِّن مَّلۡجَإٖ يَوۡمَئِذٖ وَمَا لَكُم مِّن نَّكِيرٖ ٤٧
Respond to your Lord before a Day comes from Allāh of which there is no repelling. No refuge will you have that Day, nor for you will there be any denial.1
โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าทั้งหลายจงตอบรับการเรียกร้องของพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด โดยการรีบเร่งไปสู่การปฏิบัติสิงที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามและละทิ้งการผลัดวันประกันพรุ่ง ก่อนที่วันกิยามะฮ์จะมาถึง ซึ่งถ้ามันมาถึงแล้ว ไม่มีผู้ใดขวางมันได้ สำหรับพวกเจ้านั้นจะไม่มีที่พักพิงใดให้พวกเจ้าหลบอาศัย และพวกเจ้าก็จะไม่มีทางปฏิเสธใด ที่จะปฏิเสธความผิดที่พวกเจ้าได้ก่อไว้ในโลกดุนยาด้วย
42:48Page 488
فَإِنۡ أَعۡرَضُواْ فَمَآ أَرۡسَلۡنَٰكَ عَلَيۡهِمۡ حَفِيظًاۖ إِنۡ عَلَيۡكَ إِلَّا ٱلۡبَلَٰغُۗ وَإِنَّآ إِذَآ أَذَقۡنَا ٱلۡإِنسَٰنَ مِنَّا رَحۡمَةٗ فَرِحَ بِهَاۖ وَإِن تُصِبۡهُمۡ سَيِّئَةُۢ بِمَا قَدَّمَتۡ أَيۡدِيهِمۡ فَإِنَّ ٱلۡإِنسَٰنَ كَفُورٞ ٤٨
But if they turn away - then We have not sent you, [O Muḥammad], over them as a guardian; upon you is only [the duty of] notification. And indeed, when We let man taste mercy from Us, he rejoices in it; but if evil afflicts him for what his hands have put forth, then indeed, man is ungrateful.
และหากพวกเขาผินหลังให้ในสิ่งที่เจ้าสั่งใช้พวกเขา ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เรามิได้ส่งเจ้ามายังพวกเขาเพื่อเป็นผู้คุ้มกันรักษาการงานของพวกเขา หน้าที่ของเจ้ามิใช่อื่นใด นอกจากการเผยแผ่สิ่งเจ้าถูกใช้ให้เผยแผ่เท่านั้น และการสอบสวนพวกเขาเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ และแท้จริงถ้าเราจะให้มนุษย์ลิ้มรสความเมตตาจากเราไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่งและการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีหรืออื่น ๆ เขาก็จะยินดีปรีดาต่อความเมตตานั้น และหากมนุษย์ประสบกับเคราะห์กรรมที่พวกเขาไม่ชอบ ซึ่งเกิดจากความผิดบาปของพวกเขา แท้จริงโดยธรรมชาติพวกเขานั้น คือการเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์และจะไม่สำนึกในความโปรดปราณนั้นและไม่พอใจต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดด้วยวิทยปัญญาของพระองค์
42:49–50Page 488
لِّلَّهِ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۚ يَخۡلُقُ مَا يَشَآءُۚ يَهَبُ لِمَن يَشَآءُ إِنَٰثٗا وَيَهَبُ لِمَن يَشَآءُ ٱلذُّكُورَ ٤٩
To Allāh belongs the dominion of the heavens and the earth; He creates what He wills. He gives to whom He wills female [children], and He gives to whom He wills males.
أَوۡ يُزَوِّجُهُمۡ ذُكۡرَانٗا وَإِنَٰثٗاۖ وَيَجۡعَلُ مَن يَشَآءُ عَقِيمًاۚ إِنَّهُۥ عَلِيمٞ قَدِيرٞ ٥٠
Or He makes them [both] males and females, and He renders whom He wills barren. Indeed, He is Knowing and Competent.
อำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงหรือสิ่งอื่น ๆ พระองค์ทรงประทานลูกสาวแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกชายให้แก่เขา และทรงประทานลูกชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกหญิงให้แก่เขา หรือทรงประทานทั้งลูกชายและลูกสาวให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ต่อสิ่งที่เป็นปัจจุบันและรอบรู้ต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และนี่คือการรอบรู้และฮิกมะฮ์ของพระองที่สมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดปกปิดพระองค์ได้และไม่มีสิ่งใดบั่นทอนความสามารถของพระองค์ได้
42:51Page 488
۞ وَمَا كَانَ لِبَشَرٍ أَن يُكَلِّمَهُ ٱللَّهُ إِلَّا وَحۡيًا أَوۡ مِن وَرَآيِٕ حِجَابٍ أَوۡ يُرۡسِلَ رَسُولٗا فَيُوحِيَ بِإِذۡنِهِۦ مَا يَشَآءُۚ إِنَّهُۥ عَلِيٌّ حَكِيمٞ ٥١
And it is not for any human being that Allāh should speak to him except by revelation or from behind a partition or that He sends a messenger [i.e., angel] to reveal, by His permission, what He wills. Indeed, He is Most High and Wise.
และไม่เป็นการบังควรแก่มนุษย์คนใดที่จะให้อัลลอฮ์สนทนากับเขา เว้นแต่โดยทางวะฮ์ยูด้วยการดลใจหรือด้วยวิธีอื่น หรือโดยที่พระองค์ทรงตรัสแก่เขา โดยที่มนุษย์คนนั้นได้ยินพระองค์แต่มองไม่เห็นพระองค์ หรือด้วยการส่งทูตมายังเขา เช่น ญิบรีล แล้วเขา(มะลัก) ก็จะนำวะฮ์ยูมาให้เราะสูล ตามสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้วะฮ์ยู แท้จริงพระองค์ -มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์- เป็นผู้ทรงสูงส่งทั้งในด้านตัวตนและคุณลักษณะของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การกำหนดสภาวะการณ์และการกำหนดบทบัญญัติของพระองค์
42:52Page 489
وَكَذَٰلِكَ أَوۡحَيۡنَآ إِلَيۡكَ رُوحٗا مِّنۡ أَمۡرِنَاۚ مَا كُنتَ تَدۡرِي مَا ٱلۡكِتَٰبُ وَلَا ٱلۡإِيمَٰنُ وَلَٰكِن جَعَلۡنَٰهُ نُورٗا نَّهۡدِي بِهِۦ مَن نَّشَآءُ مِنۡ عِبَادِنَاۚ وَإِنَّكَ لَتَهۡدِيٓ إِلَىٰ صِرَٰطٖ مُّسۡتَقِيمٖ ٥٢
And thus We have revealed to you an inspiration of Our command [i.e., the Qur’ān]. You did not know what is the Book or [what is] faith, but We have made it a light by which We guide whom We will of Our servants. And indeed, [O Muḥammad], you guide to a straight path -
และดังที่เราได้ประทานลงมาแก่บรรดานบีก่อนหน้าเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เราได้ประทานอัลกุรอานจากเราแก่เจ้า ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรคือคัมภีร์แห่งฟากฟ้าที่ถูกประทานลงมาแก่บรรดาเราะสูล และก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยรู้เลยว่าคำว่า “ศรัทธาคืออะไร?” แต่เราได้ส่งอัลกุรอานนี้ลงมาเป็นแสงสว่าง ซึ่งเราได้ชี้แนะผู้ที่เราประสงค์จากปวงบ่าวของเรา และแท้จริงพระองค์ทรงแนะนำมนุษย์ไปสู่แนวทางอันเที่ยงตรง นั่นคือศาสนาแห่งอิสลาม
42:53Page 489
صِرَٰطِ ٱللَّهِ ٱلَّذِي لَهُۥ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِۗ أَلَآ إِلَى ٱللَّهِ تَصِيرُ ٱلۡأُمُورُ ٥٣
The path of Allāh, to whom belongs whatever is in the heavens and whatever is on the earth. Unquestionably, to Allāh do [all] matters evolve [i.e., return].
คือทางของอัลลอฮ์ พระองค์ผู้ซึ่งทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว ทั้งในด้านการสร้าง การครอบครอง และการบริหารจัดการ ทุกกิจการขึ้นกับอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทั้งในด้านการกำหนดและการจัดการ
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences