Al-MukhtasarAl‑Ma'idah · 5:23–50

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Ma'idah 5:23–50

5:23Page 111

قَالَ رَجُلَانِ مِنَ ٱلَّذِينَ يَخَافُونَ أَنۡعَمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمَا ٱدۡخُلُواْ عَلَيۡهِمُ ٱلۡبَابَ فَإِذَا دَخَلۡتُمُوهُ فَإِنَّكُمۡ غَٰلِبُونَۚ وَعَلَى ٱللَّهِ فَتَوَكَّلُوٓاْ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٢٣

Said two men from those who feared [to disobey] upon whom Allāh had bestowed favor, "Enter upon them through the gate, for when you have entered it, you will be predominant.1 And upon Allāh rely, if you should be believers."

มีชายสองคนในหมู่สาวกของมูซาที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺและเกรงกลัวการลงโทษของพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงประทานความกรุณาให้ทั้งสองเชื่อฟังพระองค์ โดยที่ทั้งสองส่งเสริมให้กลุ่มชนของพวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของมูซาว่า จงเข้าไปหาพวกแข็งแกร่งเหี้ยมโหดนั้นทางประตูเมืองเถิด เมื่อพวกเจ้าบุกประตูเข้าไปแล้ว แน่นอน(ด้วยการอนุมัติของพระองค์) พวกเจ้าจะได้รับชัยชนะโดยมั่นใจในกฎของอัลลอฮฺที่ว่า ชัยชนะนั้นย่อมมาจากการเตรียมการและการวางแผนที่ดี เช่น การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ การเตรียมเครื่องมืออาวุธต่างๆ และแด่อัลลอฮฺเท่านั้นพวกเจ้าจงยึดมั่นและมอบหมาย หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง เพราะการศรัทธาที่แท้จริงนั้นจำเป็นต้องมอบหมายแด่อัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว

5:24Page 112

قَالُواْ يَٰمُوسَىٰٓ إِنَّا لَن نَّدۡخُلَهَآ أَبَدٗا مَّا دَامُواْ فِيهَا فَٱذۡهَبۡ أَنتَ وَرَبُّكَ فَقَٰتِلَآ إِنَّا هَٰهُنَا قَٰعِدُونَ ٢٤

They said, "O Moses, indeed we will not enter it, ever, as long as they are within it; so go, you and your Lord, and fight. Indeed, we are remaining right here."

กลุ่มชนของมูซาที่มาจากบะนีอิสรออีลยังคงยืนยันไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งนบีของพวกเขาโดยพวกเขากล่าวแก่มูซาว่า แท้จริงพวกเราจะไม่เข้าไปในเมืองนั้นเป็นอันขาด ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในที่นั้น ดังนั้นเจ้า (มูซา) ก็จงเข้าไปกับพระเจ้าของเจ้าเถิด แล้วจงต่อสู้กับพวกเขา ส่วนพวกเราจะนั่งรออยู่ที่นี้ไม่ไปร่วมต่อสู้กับพวกเจ้าทั้งสอง

5:25Page 112

قَالَ رَبِّ إِنِّي لَآ أَمۡلِكُ إِلَّا نَفۡسِي وَأَخِيۖ فَٱفۡرُقۡ بَيۡنَنَا وَبَيۡنَ ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡفَٰسِقِينَ ٢٥

[Moses] said, "My Lord, indeed I do not possess [i.e., control] except myself and my brother, so part us1 from the defiantly disobedient people."

มูซาได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาว่า โอ้พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงข้าไม่มีอำนาจใดนอกจากตัวของข้าเองและพี่ชายของข้าเท่านั้น ดังนั้นได้โปรดแยกระหว่างเรากับกลุ่มชนที่ละเมิดไม่เชื่อฟังพระองค์และเราะซูลของพระองค์ด้วยเถิด

5:26Page 112

قَالَ فَإِنَّهَا مُحَرَّمَةٌ عَلَيۡهِمۡۛ أَرۡبَعِينَ سَنَةٗۛ يَتِيهُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِۚ فَلَا تَأۡسَ عَلَى ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡفَٰسِقِينَ ٢٦

[Allāh] said, "Then indeed, it is forbidden to them for forty years [in which] they will wander throughout the land. So do not grieve over the defiantly disobedient people."

อัลลอฮฺได้ตรัสกับนบีมูซาว่า แท้จริงอัลลอฮฺได้ห้ามบะนีอิสรออีลมิให้เข้าแผ่นดินอันบริสุทธิ์เป็นเวลาสี่สิบปี ซึ่งพวกเขาจะเร่ร่อนหลงทางในผืนแผ่นดินทะเลทราย ดังนั้นเจ้า (มูซา) อย่าได้เสียใจกับกลุ่มชนที่ละเมิดไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ เพราะสิ่งที่ประสบกับพวกเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการลงโทษที่มีสาเหตุมาจากการฝ่าฝืนไม่เชื่อฟังและบาปต่างๆ ของพวกเขา

5:27Page 112

۞ وَٱتۡلُ عَلَيۡهِمۡ نَبَأَ ٱبۡنَيۡ ءَادَمَ بِٱلۡحَقِّ إِذۡ قَرَّبَا قُرۡبَانٗا فَتُقُبِّلَ مِنۡ أَحَدِهِمَا وَلَمۡ يُتَقَبَّلۡ مِنَ ٱلۡأٓخَرِ قَالَ لَأَقۡتُلَنَّكَۖ قَالَ إِنَّمَا يَتَقَبَّلُ ٱللَّهُ مِنَ ٱلۡمُتَّقِينَ ٢٧

And recite to them the story of Adam's two sons, in truth, when they both made an offering [to Allāh], and it was accepted from one of them but was not accepted from the other. Said [the latter], "I will surely kill you." Said [the former], "Indeed, Allāh only accepts from the righteous [who fear Him].

โอ้ท่านเราะซูล จงเล่าให้ชาวยิวผู้มีนิสัยอิจฉาและอธรรมได้ฟังเรื่องราวบุตรชายสองคนของอาดัม กอบีลและฮาบีลด้วยความจริงโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ ขณะที่ทั้งสองได้กระทำการพลีซึ่งสิ่งพลีเพื่อเป็นการสร้างความไกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ แล้วอัลลอฮฺก็รับสิ่งพลีของฮาบีล เพราะเขาเป็นผู้ยำเกรง โดยที่ไม่รับสิ่งพลีของกอบีล เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ยำเกรง ดังนั้นด้วยความอิจฉากอบีลจึงรับไม่ได้ที่สิ่งพลีของฮาบีลถูกตอบรับและกล่าวว่า แน่นอนข้าจะฆ่าเจ้าโอ้ฮาบีล ฮาบีลก็ได้กล่าวตอบว่า แท้จริงอัลลอฮฺจะตอบรับสิ่งพลีของผู้ที่ยำเกรงพระองค์ด้วยการปฏิบัติคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์

5:28Page 112

لَئِنۢ بَسَطتَ إِلَيَّ يَدَكَ لِتَقۡتُلَنِي مَآ أَنَا۠ بِبَاسِطٖ يَدِيَ إِلَيۡكَ لِأَقۡتُلَكَۖ إِنِّيٓ أَخَافُ ٱللَّهَ رَبَّ ٱلۡعَٰلَمِينَ ٢٨

If you should raise your hand toward me to kill me - I shall not raise my hand toward you to kill you. Indeed, I fear Allāh, Lord of the worlds.

หากเจ้ายื่นมือของเจ้ามายังฉันเพื่อที่จะฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่แก้แค้นเจ้าเหมือนการกระทำของเจ้า ซึ่งมันไม่ใช่เพราะความขี้ขลาดของฉัน แต่ฉันกลัวอัลลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกต่างหาก

5:29Page 112

إِنِّيٓ أُرِيدُ أَن تَبُوٓأَ بِإِثۡمِي وَإِثۡمِكَ فَتَكُونَ مِنۡ أَصۡحَٰبِ ٱلنَّارِۚ وَذَٰلِكَ جَزَٰٓؤُاْ ٱلظَّٰلِمِينَ ٢٩

Indeed, I want you to obtain [thereby] my sin and your sin so you will be among the companions of the Fire. And that is the recompense of wrongdoers."

แท้จริงฉันต้องการให้เจ้านำบาปที่ฆ่าฉันอย่างอธรรมและเป็นศัตรูไปรวมกับบาปต่างๆ ของเจ้าที่ผ่านมา แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นชาวนรกที่ต้องอยู่ในนั้นในวันกิยามะฮฺ ซึ่งการตอบแทนนี้มันเป็นการตอบแทนของผู้ที่ละเมิดขอบเขต และฉันไม่ต้องการนำบาปที่ฆ่าเจ้าซึ่งทำให้ฉันต้องอยู่ร่วมกับพวกเขาด้วย

5:30Page 112

فَطَوَّعَتۡ لَهُۥ نَفۡسُهُۥ قَتۡلَ أَخِيهِ فَقَتَلَهُۥ فَأَصۡبَحَ مِنَ ٱلۡخَٰسِرِينَ ٣٠

And his soul permitted to him1 the murder of his brother, so he killed him and became among the losers.

ดังนั้นจิตใจอันชั่วร้ายของกอบีลได้ยั่วยุเขาให้ฆ่าน้องชายของเขาฮาบีลอย่างอธรรม แล้วเขาก็ฆ่าฮาบีล ด้วยเหตุดังกล่าวเขาจึงได้กลายเป็นผู้ขาดทุนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

5:31Page 112

فَبَعَثَ ٱللَّهُ غُرَابٗا يَبۡحَثُ فِي ٱلۡأَرۡضِ لِيُرِيَهُۥ كَيۡفَ يُوَٰرِي سَوۡءَةَ أَخِيهِۚ قَالَ يَٰوَيۡلَتَىٰٓ أَعَجَزۡتُ أَنۡ أَكُونَ مِثۡلَ هَٰذَا ٱلۡغُرَابِ فَأُوَٰرِيَ سَوۡءَةَ أَخِيۖ فَأَصۡبَحَ مِنَ ٱلنَّٰدِمِينَ ٣١

Then Allāh sent a crow searching [i.e., scratching] in the ground to show him how to hide the disgrace1 of his brother. He said, "O woe to me! Have I failed to be like this crow and hide the disgrace [i.e., body] of my brother?" And he became of the regretful.

ดังนั้นอัลลอฮ์จึงส่งอีกาตัวหนึ่งมาคุ้ยดินตรงหน้าเขาเพื่อฝังซากอีกาที่ตายแล้ว เพื่อเป็นการสอนเขาถึงวิธีปกปิดร่างของน้องชายของเขา ทันใดนั้นคนฆ่าจึงพูดกับน้องชายของเขาว่า "ความวิบัติได้บังเกิดขึ้นแล้ว ฉันไม่สามารถที่จะเป็นเช่นกาตัวนี้ที่มันกลบร่างอีกาอีกตัวแล้วกลบศพน้องชายของฉันเชียวหรือนี่? แล้วเขาก็กลายเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ตรอมใจ

5:32Page 113

مِنۡ أَجۡلِ ذَٰلِكَ كَتَبۡنَا عَلَىٰ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ أَنَّهُۥ مَن قَتَلَ نَفۡسَۢا بِغَيۡرِ نَفۡسٍ أَوۡ فَسَادٖ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَكَأَنَّمَا قَتَلَ ٱلنَّاسَ جَمِيعٗا وَمَنۡ أَحۡيَاهَا فَكَأَنَّمَآ أَحۡيَا ٱلنَّاسَ جَمِيعٗاۚ وَلَقَدۡ جَآءَتۡهُمۡ رُسُلُنَا بِٱلۡبَيِّنَٰتِ ثُمَّ إِنَّ كَثِيرٗا مِّنۡهُم بَعۡدَ ذَٰلِكَ فِي ٱلۡأَرۡضِ لَمُسۡرِفُونَ ٣٢

Because of that, We decreed upon the Children of Israel that whoever kills a soul unless for a soul1 or for corruption [done] in the land2 - it is as if he had slain mankind entirely. And whoever saves one3 - it is as if he had saved mankind entirely. And Our messengers had certainly come to them with clear proofs. Then indeed many of them, [even] after that, throughout the land, were transgressors.4

ด้วยเหตุที่กอบีลฆ่าน้องชายของเขานั้นแหละ ทำให้เราได้บอกแก่บะนีอิสรออีลว่า ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยปราศจากสาเหตุ เช่น การประหารฆาตกร หรือการบ่อนทำลายในผืนแผ่นดินด้วยการปฏิเสธศรัทธา หรือการปล้นสะดม ก็เท่ากับว่าเขาได้ฆ่าชีวิตมนุษย์ทั้งมวล เพราะสำหรับเขาแล้วมันไม่แตกต่างอะไรระหว่างผู้บริสุทธิ์กับอาชญากร และผู้ใดที่ยับยั้งไม่ฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามโดยศรัทธาว่าไม่อนุญาตให้ฆ่าชีวิตอื่น แล้วเขาก็ไม่ได้ฆ่า ก็เท่ากับว่าเขาได้ไว้ชีวิตมนุษย์ทั้งมวล เพราะการกระทำของเขานั้นมันทำให้ทุกคนได้ปลอดภัย และแท้จริงบรรดาเราะซูลของเราได้นำหลักฐานต่างๆ อันชัดแจ้งมายังบะนีอิสรออีลแล้ว พร้อมกันนั้นยังมีอีกจำนวนมากมายในหมู่พวกเขาที่เป็นผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮฺด้วยการกระทำบาปต่างๆ และฝ่าฝืนบรรดาเราะซูลของพวกเขา

5:33Page 113

إِنَّمَا جَزَٰٓؤُاْ ٱلَّذِينَ يُحَارِبُونَ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَيَسۡعَوۡنَ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَسَادًا أَن يُقَتَّلُوٓاْ أَوۡ يُصَلَّبُوٓاْ أَوۡ تُقَطَّعَ أَيۡدِيهِمۡ وَأَرۡجُلُهُم مِّنۡ خِلَٰفٍ أَوۡ يُنفَوۡاْ مِنَ ٱلۡأَرۡضِۚ ذَٰلِكَ لَهُمۡ خِزۡيٞ فِي ٱلدُّنۡيَاۖ وَلَهُمۡ فِي ٱلۡأٓخِرَةِ عَذَابٌ عَظِيمٌ ٣٣

Indeed, the penalty1 for those who wage war2 against Allāh and His Messenger and strive upon earth [to cause] corruption is none but that they be killed or crucified or that their hands and feet be cut off from opposite sides or that they be exiled from the land. That is for them a disgrace in this world; and for them in the Hereafter is a great punishment,

ไม่มีผลตอบแทนใดๆ สำหรับผู้ที่ทำสงครามกับอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ สร้างความเป็นศัตรูกับพระองค์และบ่อนทำลายในผืนแผ่นดินด้วยกับการฆ่า การดักปล้นระหว่างทาง นอกจากพวกเขาจะต้องถูกประหารชีวิตโดยไม่ตรึงบนไม้กางเขน หรือถูกประหารชีวิตพร้อมกับตรึงบนกางเขน หรือตัดมือขวาของพวกเขาพร้อมกับเท้าซ้ายสลับข้างกัน หลังจากนั้นหากพวกเขากลับมาทำอาชญากรรมนี้อีก ก็ให้ตัดมือซ้ายพร้อมกับเท้าขวาสลับข้างกันอีก หรือพวกเขาต้องถูกเนรเทศออกไปจากประเทศ การลงโทษพวกเขาในลักษณะดังกล่าวนั้นเป็นการประจานในโลกดุนยานี้ และพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันใหญ่หลวงในปรโลก

5:34Page 113

إِلَّا ٱلَّذِينَ تَابُواْ مِن قَبۡلِ أَن تَقۡدِرُواْ عَلَيۡهِمۡۖ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٣٤

Except for those who return [repenting] before you overcome [i.e., apprehend] them. And know that Allāh is Forgiving and Merciful.

นอกจากผู้ที่ทำสงครามกับอัลลอฮฺที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวก่อนที่พวกเจ้า (ผู้ปกครองบ้านเมือง) จะจับพวกเขาได้ (ก็ไม่ต้องรับโทษดังกล่าว) พึงทราบเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอภัยโทษพวกเขาหลังจากที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว ทรงเมตตาพวกเขา และส่วนหนึ่งจากความเมตตาของพระองค์คือ การยกโทษให้แก่พวกเขา

5:35Page 113

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَٱبۡتَغُوٓاْ إِلَيۡهِ ٱلۡوَسِيلَةَ وَجَٰهِدُواْ فِي سَبِيلِهِۦ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ٣٥

O you who have believed, fear Allāh and seek the means [of nearness] to Him and strive in His cause that you may succeed.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และจงแสวงหาสื่อเข้าใกล้พระองค์ด้วยการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงห้าม และจงต่อสู้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเพื่อหวังความพอพระทัยจากพระองค์ หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับในสิ่งที่พวกเจ้าแสวงหาและได้รับความคุ้มครองจากสิ่งที่พวกเจ้ากังวลกลัว

5:36Page 113

إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ لَوۡ أَنَّ لَهُم مَّا فِي ٱلۡأَرۡضِ جَمِيعٗا وَمِثۡلَهُۥ مَعَهُۥ لِيَفۡتَدُواْ بِهِۦ مِنۡ عَذَابِ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِ مَا تُقُبِّلَ مِنۡهُمۡۖ وَلَهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمٞ ٣٦

Indeed, those who disbelieve - if they should have all that is in the earth and the like of it with it by which to ransom themselves from the punishment of the Day of Resurrection, it will not be accepted from them, and for them is a painful punishment.

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์นั้น หากสมมติว่าพวกเขาแต่ละคนครอบครองสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดินทั้งหมดและอีกหนึ่งเท่าของสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดินทั้งหมดมารวมกัน เพื่อที่จะใช้มันไถ่ตัวให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ แน่นอนการไถ่ตัวนั้นจะไม่ถูกตอบรับ และพวกเขายังจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ

5:37Page 114

يُرِيدُونَ أَن يَخۡرُجُواْ مِنَ ٱلنَّارِ وَمَا هُم بِخَٰرِجِينَ مِنۡهَاۖ وَلَهُمۡ عَذَابٞ مُّقِيمٞ ٣٧

They will wish to get out of the Fire, but never are they to emerge therefrom, and for them is an enduring punishment.

เมื่อพวกเขาได้ตกอยู่ในนรก พวกเขาปรารถนาที่จะออกจากไฟนรก พวกเขาจะออกได้อย่างไรเล่า? พวกเขาไม่มีทางที่จะออกจากมันได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาต้องตกอยู่ในนรกตลอดกาล และจะได้รับการลงโทษตลอดไป

5:38Page 114

وَٱلسَّارِقُ وَٱلسَّارِقَةُ فَٱقۡطَعُوٓاْ أَيۡدِيَهُمَا جَزَآءَۢ بِمَا كَسَبَا نَكَٰلٗا مِّنَ ٱللَّهِۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٞ ٣٨

[As for] the thief, the male and the female, amputate their hands in recompense for what they earned [i.e., committed] as a deterrent [punishment] from Allāh. And Allāh is Exalted in Might and Wise.

และผู้ขโมยชายและผู้ขโมยหญิงนั้น พวกเจ้า (บรรดาผู้พิพากษา) จงตัดมือขวาของทั้งสอง เพื่อเป็นการตอบแทนทั้งสองและเป็นการลงโทษจากอัลลอฮฺในสิ่งที่ทั้งสองได้กระทำจากการขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิชอบ และเพื่อเป็นการขู่ทั้งสองและผู้อื่น และอัลลอฮฺทรงเดชานุภาพที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้ และทรงปรีชาญาณในกำหนดการต่างๆ และการบัญญัติแห่งศาสนา

5:39Page 114

فَمَن تَابَ مِنۢ بَعۡدِ ظُلۡمِهِۦ وَأَصۡلَحَ فَإِنَّ ٱللَّهَ يَتُوبُ عَلَيۡهِۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٌ ٣٩

But whoever repents after his wrongdoing and reforms, indeed, Allāh will turn to him in forgiveness. Indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.

แล้วผู้ใดสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺจากการขโมยและแก้ไขปรับปรุงการงานของเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะทรงอภัยโทษแก่เขาด้วยความเมตตากรุณาจากพระองค์ เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษบาปต่างๆ ให้กับบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด เป็นผู้ทรงเมตตาพวกเขา แต่ทว่าบทลงโทษการขโมย (ในโลกนี้) จะไม่หลุดออกไปจากพวกเขาด้วยการสำนึกผิดหากคดีการขโมยได้ไปถึงผู้พิพากษาแล้ว

5:40Page 114

أَلَمۡ تَعۡلَمۡ أَنَّ ٱللَّهَ لَهُۥ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ يُعَذِّبُ مَن يَشَآءُ وَيَغۡفِرُ لِمَن يَشَآءُۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٞ ٤٠

Do you not know that to Allāh belongs the dominion of the heavens and the earth? He punishes whom He wills and forgives whom He wills, and Allāh is over all things competent.

แท้จริงเจ้า โอ้ท่านเราะสูล ได้รู้แล้วว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงมีอำนาจในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน โดยที่พระองค์จะทรงกระทำสิ่งต่างๆ ในทั้งสองตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความยุติธรรมของพระองค์ จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ พระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางพระองค์ได้

5:41Page 114

۞ يَٰٓأَيُّهَا ٱلرَّسُولُ لَا يَحۡزُنكَ ٱلَّذِينَ يُسَٰرِعُونَ فِي ٱلۡكُفۡرِ مِنَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ ءَامَنَّا بِأَفۡوَٰهِهِمۡ وَلَمۡ تُؤۡمِن قُلُوبُهُمۡۛ وَمِنَ ٱلَّذِينَ هَادُواْۛ سَمَّٰعُونَ لِلۡكَذِبِ سَمَّٰعُونَ لِقَوۡمٍ ءَاخَرِينَ لَمۡ يَأۡتُوكَۖ يُحَرِّفُونَ ٱلۡكَلِمَ مِنۢ بَعۡدِ مَوَاضِعِهِۦۖ يَقُولُونَ إِنۡ أُوتِيتُمۡ هَٰذَا فَخُذُوهُ وَإِن لَّمۡ تُؤۡتَوۡهُ فَٱحۡذَرُواْۚ وَمَن يُرِدِ ٱللَّهُ فِتۡنَتَهُۥ فَلَن تَمۡلِكَ لَهُۥ مِنَ ٱللَّهِ شَيۡـًٔاۚ أُوْلَٰٓئِكَ ٱلَّذِينَ لَمۡ يُرِدِ ٱللَّهُ أَن يُطَهِّرَ قُلُوبَهُمۡۚ لَهُمۡ فِي ٱلدُّنۡيَا خِزۡيٞۖ وَلَهُمۡ فِي ٱلۡأٓخِرَةِ عَذَابٌ عَظِيمٞ ٤١

O Messenger, let them not grieve you who hasten into disbelief – of those who say, "We believe" with their mouths, but their hearts believe not, and from among the Jews. [They are] avid listeners to falsehood, listening to another people who have not come to you.1 They distort words beyond their [proper] places [i.e., usages], saying, "If you are given this,2 take it; but if you are not given it, then beware." But he for whom Allāh intends fitnah3 - never will you possess [power to do] for him a thing against Allāh. Those are the ones for whom Allāh does not intend to purify their hearts. For them in this world is disgrace, and for them in the Hereafter is a great punishment.

โอ้ท่านเราะสูล เจ้าอย่าได้เสียใจกับบรรดาผู้ที่รีบเร่งกันในการปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้าและวะห์ยูที่เจ้าได้นำมา พวกเขาคือบรรดามุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) ที่เปิดเผยการศรัทธาและปกปิดการปฏิเสธศรัทธา และจากหมู่ชาวยิว ซึ่งจะมีกลุ่มหนึ่งที่ชอบฟังคำพูดเท็จโดยตามบรรดาหัวหน้าของพวกเขาที่ผินหลังไม่เข้ามาหาเจ้า พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำของอัลลอฮฺในคัมภีร์อัตเตารอตให้ตรงตามความปรารถนาของพวกเขา พวกเขากล่าวกับผู้ตามของพวกเขาว่า หากบทบัญญัติของมุฮัมมัดตรงตามความปรารถนาของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จงปฏิบัติตามเขา และหากมันไม่ตรงตามความปรารถนาของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จงระวัง และผู้ใดที่อัลลอฮฺประสงค์ให้เขาหลงทาง เจ้า(โอ้ท่านเราะสูล) ก็จะไม่พบกับผู้ที่สามารถปกป้องเขาให้รอดพ้นจากการหลงทางและชี้แนวทางอันเที่ยงตรงให้กับเขาได้ พวกเขาเหล่านนั้นที่มีคุณลักษณะดังกล่าวนี้ทั้งที่เป็นชาวยิวและบรรดามุนาฟิก พวกเขาคือผู้ที่อัลลอฮฺไม่ทรงประสงค์จะชำระจิตใจของพวกเขาให้สะอาดจากการปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะได้รับความอัปยศในโลกนี้ และในโลกหน้าพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันมหันต์ นั้นก็คือการลงโทษด้วยไฟนรก

5:42Page 115

سَمَّٰعُونَ لِلۡكَذِبِ أَكَّٰلُونَ لِلسُّحۡتِۚ فَإِن جَآءُوكَ فَٱحۡكُم بَيۡنَهُمۡ أَوۡ أَعۡرِضۡ عَنۡهُمۡۖ وَإِن تُعۡرِضۡ عَنۡهُمۡ فَلَن يَضُرُّوكَ شَيۡـٔٗاۖ وَإِنۡ حَكَمۡتَ فَٱحۡكُم بَيۡنَهُم بِٱلۡقِسۡطِۚ إِنَّ ٱللَّهَ يُحِبُّ ٱلۡمُقۡسِطِينَ ٤٢

[They are] avid listeners to falsehood, devourers of [what is] unlawful. So if they come to you, [O Muḥammad], judge between them or turn away from them. And if you turn away from them - never will they harm you at all. And if you judge, judge between them with justice. Indeed, Allāh loves those who act justly.

ชาวยิวเหล่านั้นชอบฟังคำพูดเท็จ ชอบกินทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น ดอกเบี้ย แล้วหากพวกเขามาหาเจ้าให้ตัดสินดำเนินคดี เจ้าก็จงตัดสินระหว่างพวกเขาหากเจ้าต้องการ หรือละทิ้งการตัดสินระหว่างพวกเขาหากเจ้าต้องการ ซึ่งเจ้าสามารถที่จะเลือกระหว่างสองสิ่งดังกล่าว และหากเจ้าละทิ้งการตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะให้โทษใดๆ แก่เจ้า และหากเจ้าทำการตัดสินระหว่างพวกเขา ก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้อธรรมและศัตรูก็ตาม เพราะอัลลอฮฺทรงรักผู้ที่ยุติธรรมในการตัดสิน ถึงแม้ว่าโจทย์หรือจำเลยจะเป็นศัตรูกับผู้พิพากษาก็ตาม

5:43Page 115

وَكَيۡفَ يُحَكِّمُونَكَ وَعِندَهُمُ ٱلتَّوۡرَىٰةُ فِيهَا حُكۡمُ ٱللَّهِ ثُمَّ يَتَوَلَّوۡنَ مِنۢ بَعۡدِ ذَٰلِكَۚ وَمَآ أُوْلَٰٓئِكَ بِٱلۡمُؤۡمِنِينَ ٤٣

But how is it that they come to you for judgement while they have the Torah, in which is the judgement of Allāh? Then they turn away, [even] after that; but those are not [in fact] believers.

เรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นแปลกจริงๆ ซึ่งพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้า และเข้าหาเจ้าให้ตัดสิน(ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา)เพื่อหวังคำตัดสินของเจ้าที่ตรงตามความปรารถนาของเขาทั้งๆ ที่พวกเขามีคัมภีร์อัตเตารอตที่พวกเขาอ้างว่าศรัทธาต่อมัน ซึ่งในนั้นจะมีคำตัดสินของอัลลอฮฺอยู่แล้ว แล้วพวกเขาก็ผินหลังไม่ยอมรับคำตัดสินของเจ้าหากมันไม่ตรงตามความปรารถนาของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาได้รวมระหว่างการปฏิเสธศรัทธาต่อคัมภีร์ของพวกเขากับการผินหลังไม่ยอมรับคำตัดสินของเจ้า การกระทำของพวกเขาไม่ใช่เป็นการกระทำของบรรดาผู้ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่บรรดาผู้ศรัทธาต่อเจ้าและต่อสิ่งที่เจ้าได้นำมา

5:44Page 115

إِنَّآ أَنزَلۡنَا ٱلتَّوۡرَىٰةَ فِيهَا هُدٗى وَنُورٞۚ يَحۡكُمُ بِهَا ٱلنَّبِيُّونَ ٱلَّذِينَ أَسۡلَمُواْ لِلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلرَّبَّٰنِيُّونَ وَٱلۡأَحۡبَارُ بِمَا ٱسۡتُحۡفِظُواْ مِن كِتَٰبِ ٱللَّهِ وَكَانُواْ عَلَيۡهِ شُهَدَآءَۚ فَلَا تَخۡشَوُاْ ٱلنَّاسَ وَٱخۡشَوۡنِ وَلَا تَشۡتَرُواْ بِـَٔايَٰتِي ثَمَنٗا قَلِيلٗاۚ وَمَن لَّمۡ يَحۡكُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡكَٰفِرُونَ ٤٤

Indeed, We sent down the Torah, in which was guidance and light. The prophets who submitted [to Allāh] judged by it for the Jews, as did the rabbis and scholars by that with which they were entrusted of the Scripture of Allāh, and they were witnesses thereto. So do not fear the people but fear Me, and do not exchange My verses for a small price [i.e., worldly gain]. And whoever does not judge by what Allāh has revealed - then it is those who are the disbelievers.

เราได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตให้แก่นบีมูซา อลัยฮิสสลาม โดยในนั้นจะมีข้อชี้นำและสัญญาณสู่ความดี มีแสงสว่างใช้ในการนำทาง ซึ่งบรรดานบีของบนีอิสรออีลที่เชื่อฟังอัลลอฮฺจะใช้มันในการตัดสินคดี และบรรดาผู้รู้และนักปราชญ์ที่ดูแลสั่งสอนผู้คนตามที่อัลลอฮฺได้มอบหมายให้พวกเขาดูแลสั่งสอนผู้คนเหล่านั้นตามคัมภีร์ของพระองค์ต่างก็ได้ใช้มันในการตัดสินคดีด้วย พระองค์ได้ให้พวกเขาเป็นผู้ซื่อสัตย์ดูแลคัมภีร์ของพระองค์จากการบิดเบือนและเปลี่ยนแปลง พวกเขาเป็นพยานยืนยันถึงความสัจจริงของคัมภีร์นั้นด้วย และเป็นที่ปรึกษาของผู้คนในเรื่องต่างๆ ดังนั้นพวกเจ้า (โอ้ชาวยิว) จงอย่าได้กลัวคนอื่นและจงกลัวข้าเพียงผู้เดียว และจงอย่าได้แลกเปลี่ยนบทบัญญัติที่พระองค์ได้ประทานลงมากับราคาอันเล็กน้อย เช่น ตำแหน่ง ชื่อเสียง และเงินทอง และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา โดยเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้หรือเชื่อว่าสิ่งอื่นนั้นดีกว่าหรือเสมอเท่าเทียมกัน แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ปฏิเสธศรัทธาที่แท้จริง

5:45Page 115

وَكَتَبۡنَا عَلَيۡهِمۡ فِيهَآ أَنَّ ٱلنَّفۡسَ بِٱلنَّفۡسِ وَٱلۡعَيۡنَ بِٱلۡعَيۡنِ وَٱلۡأَنفَ بِٱلۡأَنفِ وَٱلۡأُذُنَ بِٱلۡأُذُنِ وَٱلسِّنَّ بِٱلسِّنِّ وَٱلۡجُرُوحَ قِصَاصٞۚ فَمَن تَصَدَّقَ بِهِۦ فَهُوَ كَفَّارَةٞ لَّهُۥۚ وَمَن لَّمۡ يَحۡكُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلظَّٰلِمُونَ ٤٥

And We ordained for them therein a life for a life, an eye for an eye, a nose for a nose, an ear for an ear, a tooth for a tooth, and for wounds is legal retribution. But whoever gives [up his right as] charity, it is an expiation for him. And whoever does not judge by what Allāh has revealed - then it is those who are the wrongdoers [i.e., the unjust].

และเราได้บัญญัติไว้แก่ชาวยิวในคัมถีร์อัตเตารอตว่า ผู้ใดที่ฆ่าชีวิตหนึ่งโดยเจตนาอย่างมิชอบ เขาจะต้องถูกฆ่ากลับเช่นกัน ผู้ใดที่ทำดวงตาผู้อื่นหลุดออกโดยเจตนา ดวงตาของเขาจะต้องถูกเอาออกด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ทำให้จมูกผู้อื่นแหว่งโดยเจตนา จมูกของเขาจะต้องถูกทำให้แหว่งด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ตัดหูผู้อื่นโดยเจตนา หูของเขาจะต้องถูกตัดด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ถอนฟัน (ทำร้าย) ผู้อื่นหลุดออกโดยเจตนา ฟันของเขาจะต้องถูกถอน (ทำร้าย) ด้วยเช่นกัน และเราได้บัญญัติซึ่งบทบัญญัติว่าด้วยบาดแผลไว้แก่พวกเขาว่า อาชญากรนั้นจะต้องได้รับโทษตามอาชญากรรมที่เขาได้กระทำไว้ และผู้ใดอาสายกโทษให้กับอาชญากร การยกโทษของเขานั้นก็จะเป็นการลบล้างบาปต่างๆ ของเขา เนื่องด้วยเขาได้ยกโทษให้กับผู้ที่อธรรมต่อตัวเขา และผู้ใดที่มิได้ตัดสินคดีด้วยบทบัญญัติว่าด้วยการกิศอศ (การลงโทษอาชญากรตามอาชญากรรมที่ได้กระทำไว้) และบทบัญญัติอื่นๆ ที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา แน่นอนเขาคนนั้นคือผู้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ

5:46Page 116

وَقَفَّيۡنَا عَلَىٰٓ ءَاثَٰرِهِم بِعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِۖ وَءَاتَيۡنَٰهُ ٱلۡإِنجِيلَ فِيهِ هُدٗى وَنُورٞ وَمُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَهُدٗى وَمَوۡعِظَةٗ لِّلۡمُتَّقِينَ ٤٦

And We sent, following in their footsteps,1 Jesus, the son of Mary, confirming that which came before him in the Torah; and We gave him the Gospel, in which was guidance and light and confirming that which preceded it of the Torah as guidance and instruction for the righteous.

และเราได้ทำให้ผลงานของบรรดานบีของบนีอิสรออีลได้รับการสานต่อด้วยอีซาบุตรของมัรยัมโดยการที่เขาศรัทธาต่อสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอตและตัดสินด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในนั้น และเราได้ประทานให้แก่อีซาซึ่งคัมภีร์อัลอินญีลที่ครอบคลุมด้วยทางนำสู่สัจธรรม หลักฐานต่าง ๆ ที่ขจัดสิ่งคลุมเครือ และบทบัญญัติต่าง ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ โดยที่มันจะสอดคล้องกับคัมภีร์อัตเตารอตที่ได้ถูกประทานก่อนหน้ามัน นอกจากบทบัญญัติของคัมภีร์อัตเตารอตเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกยกเลิก และเราได้ให้คัมภีร์อัลอินญีลเป็นทางนำในการแสวงหาสัจธรรม และเป็นสิ่งป้องกันมิให้กระทำในสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม

5:47Page 116

وَلۡيَحۡكُمۡ أَهۡلُ ٱلۡإِنجِيلِ بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فِيهِۚ وَمَن لَّمۡ يَحۡكُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡفَٰسِقُونَ ٤٧

And let the People of the Gospel judge by what Allāh has revealed therein. And whoever does not judge by what Allāh has revealed - then it is those who are the defiantly disobedient.

และบรรดาชาวคริสต์จงศรัทธาต่อสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาในคัมภีร์อัลอินญีล และจงตัดสินด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในนั้นที่เกี่ยวกับความจริงต่างๆ ก่อนที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิ วะซัลลัม จะถูกส่งไปยังพวกเขา และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ไม่เชื่อฟังคำสั่งอัลลอฮฺ ละทิ้งสัจธรรม และโน้มเอียงสู่ความเท็จ

5:48Page 116

وَأَنزَلۡنَآ إِلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ بِٱلۡحَقِّ مُصَدِّقٗا لِّمَا بَيۡنَ يَدَيۡهِ مِنَ ٱلۡكِتَٰبِ وَمُهَيۡمِنًا عَلَيۡهِۖ فَٱحۡكُم بَيۡنَهُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُۖ وَلَا تَتَّبِعۡ أَهۡوَآءَهُمۡ عَمَّا جَآءَكَ مِنَ ٱلۡحَقِّۚ لِكُلّٖ جَعَلۡنَا مِنكُمۡ شِرۡعَةٗ وَمِنۡهَاجٗاۚ وَلَوۡ شَآءَ ٱللَّهُ لَجَعَلَكُمۡ أُمَّةٗ وَٰحِدَةٗ وَلَٰكِن لِّيَبۡلُوَكُمۡ فِي مَآ ءَاتَىٰكُمۡۖ فَٱسۡتَبِقُواْ ٱلۡخَيۡرَٰتِۚ إِلَى ٱللَّهِ مَرۡجِعُكُمۡ جَمِيعٗا فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمۡ فِيهِ تَخۡتَلِفُونَ ٤٨

And We have revealed to you, [O Muḥammad], the Book [i.e., the Qur’ān] in truth, confirming that which preceded it of the Scripture and as a criterion over it. So judge between them by what Allāh has revealed and do not follow their inclinations away from what has come to you of the truth. To each of you We prescribed a law and a method.1 Had Allāh willed, He would have made you one nation [united in religion], but [He intended] to test you in what He has given you; so race to [all that is] good.2 To Allāh is your return all together, and He will [then] inform you concerning that over which you used to differ.

และเราได้ประทานอัลกุรอ่านให้แก่เจ้า โอ้ท่านเราะสูล ด้วยความสัจจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่ามันมาจากอัลลอฮฺ อัลกุรอ่านเป็นคัมภีร์ที่ยืนยันถึงความสัจจริงของคัมภีร์ต่างๆ ที่ถูกประทานลงมาก่อนหน้ามัน และเป็นคัมภีร์ที่ให้การค้ำประกันกับคัมภีร์ต่างๆ เหล่านั้น ดังนั้นสิ่งใดที่สอดคล้องตรงกับอัลกุรอ่านมันก็เป็นสัจธรรม และสิ่งใดที่ไม่สอดคล้องกับอัลกุรอ่านมันก็เป็นเท็จ ดังนั้นเจ้าจงตัดสินคดีระหว่างพวกเขาด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในอัลกุรอ่านที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า และอย่าได้ตามความปรารถนาของพวกเขาโดยละทิ้งสัจธรรมที่ได้ถูกประทานลงมาให้แก่เจ้า และแน่นอนเราได้กำหนดบทบัญญัติและแนวทางอันชัดเจนให้กับทุกประชาชาติ และหากอัลลอฮฺทรงประสงค์จะกำหนดให้มีบทบัญญัติอันเดียวกัน พระองค์สามารถกระทำได้ แต่ทว่าพระองค์ได้ทรงกำหนดบทบัญญัติให้กับทุกประชาชาติเพื่อที่จะทดสอบพวกเขาทุกคน แล้วจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เชื่อฟังและมีใครบ้างที่ไม่เชื่อฟัง ดังนั้นพวกเจ้าจงรีบเร่งสู่การทำความดีและละทิ้งความชั่ว และยังอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวคือการกลับไปของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ และพระองค์จะทรงแจ้งให้แก่พวกเจ้าทราบในสิ่งที่พวกเจ้าได้ขัดแย้งกัน และตอบแทนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้

5:49Page 116

وَأَنِ ٱحۡكُم بَيۡنَهُم بِمَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ وَلَا تَتَّبِعۡ أَهۡوَآءَهُمۡ وَٱحۡذَرۡهُمۡ أَن يَفۡتِنُوكَ عَنۢ بَعۡضِ مَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ إِلَيۡكَۖ فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَٱعۡلَمۡ أَنَّمَا يُرِيدُ ٱللَّهُ أَن يُصِيبَهُم بِبَعۡضِ ذُنُوبِهِمۡۗ وَإِنَّ كَثِيرٗا مِّنَ ٱلنَّاسِ لَفَٰسِقُونَ ٤٩

And judge, [O Muḥammad], between them by what Allāh has revealed and do not follow their inclinations and beware of them, lest they tempt you away from some of what Allāh has revealed to you. And if they turn away - then know that Allāh only intends to afflict them with some of their [own] sins. And indeed, many among the people are defiantly disobedient.

และจงตัดสินระหว่างพวกเขา โอ้ท่านเราะสูล ด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าและอย่าได้ปฏิบัติตามข้อคิดเห็นของพวกเขาที่เกิดจากความใคร่ใฝ่ต่ำ และจงระวังพวกเขาในการที่จะให้เจ้าหลงออกจากบางสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ซึ่งพวกเขาจะไม่เฉื่อยช้าลดละความพยายามในเรื่องดังกล่าวเด็ดขาด แล้วหากพวกเขาผินหลังไม่ยอมรับบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ก็พึงทราบเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺประสงค์จะลงโทษพวกเขาในโลกนี้เนื่องเพราะบาปบางส่วนของพวก และจะทรงลงโทษพวกเขาเนื่องเพราะบาปทั้งหมดในโลกหน้า และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์นั้นจะออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ

5:50Page 116

أَفَحُكۡمَ ٱلۡجَٰهِلِيَّةِ يَبۡغُونَۚ وَمَنۡ أَحۡسَنُ مِنَ ٱللَّهِ حُكۡمٗا لِّقَوۡمٖ يُوقِنُونَ ٥٠

Then is it the judgement of [the time of] ignorance they desire? But who is better than Allāh in judgement for a people who are certain [in faith].

พวกเขาผินหลังไม่ยอมรับบทบัญญัติของเจ้าโดยปรารถนาต้องการข้อตัดสินของชาวญาฮิลียะฮฺที่กราบไหว้รูปเจว็ดต่างๆ ที่พวกเขาตัดสินตามความใคร่ใฝ่ต่ำกระนั้นหรือ?! ไม่มีผู้ใดที่ตัดสินดียิ่งกว่าอัลลอฮฺสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นที่เข้าใจเกี่ยวกับบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เราะซูลของพระองค์ ไม่ใช่พวกโง่เขลาและปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำที่พวกเขาไม่ยอมรับบทบัญญัติของอัลลอฮฺนอกจากสิ่งที่สอดคล้องกับความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเขาถึงแม้ว่ามันจะเป็นเท็จก็ตาม

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском