Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-Ma'idah 5:51–81
5:51Page 117
۞ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تَتَّخِذُواْ ٱلۡيَهُودَ وَٱلنَّصَٰرَىٰٓ أَوۡلِيَآءَۘ بَعۡضُهُمۡ أَوۡلِيَآءُ بَعۡضٖۚ وَمَن يَتَوَلَّهُم مِّنكُمۡ فَإِنَّهُۥ مِنۡهُمۡۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّٰلِمِينَ ٥١
O you who have believed, do not take the Jews and the Christians as allies. They are [in fact] allies of one another. And whoever is an ally to them among you - then indeed, he is [one] of them. Indeed, Allāh guides not the wrongdoing people.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้ยึดเอาชาวยิวและชาวคริสต์เป็นพันธมิตร ที่ต้องคอยปกป้องช่วยเหลือพวกเขา เพราะชาวยิวจะปกป้องช่วยเหลือเฉพาะพวกเขาและชาวคริสต์ก็จะปกป้องช่วยเหลือเฉพาะพวกเขา และทั้งสองกลุ่มนี้จะรวมตัวกันเป็นศัตรูกับพวกเจ้า ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่เป็นมิตรกับพวกเขา แน่นอนเขาจะเป็นคนหนึ่งในหมู่ของพวกเขา และแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้ทางนำแก่กลุ่มชนที่อธรรมด้วยการเป็นมิตรกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
5:52Page 117
فَتَرَى ٱلَّذِينَ فِي قُلُوبِهِم مَّرَضٞ يُسَٰرِعُونَ فِيهِمۡ يَقُولُونَ نَخۡشَىٰٓ أَن تُصِيبَنَا دَآئِرَةٞۚ فَعَسَى ٱللَّهُ أَن يَأۡتِيَ بِٱلۡفَتۡحِ أَوۡ أَمۡرٖ مِّنۡ عِندِهِۦ فَيُصۡبِحُواْ عَلَىٰ مَآ أَسَرُّواْ فِيٓ أَنفُسِهِمۡ نَٰدِمِينَ ٥٢
So you see those in whose hearts is disease [i.e., hypocrisy] hastening into [association with] them, saying, "We are afraid a misfortune may strike us." But perhaps Allāh will bring conquest or a decision from Him, and they will become, over what they have been concealing within themselves, regretful.
แล้วเจ้า โอ้ท่านเราะซูล จะได้เห็นบรรดามุนาฟิกีนผู้ที่อีหม่าน (การศรัทธา) ของเขาอ่อนแอ พวกเขาต่างรีบเร่งสู่การเป็นมิตรกับชาวยิวและชาวคริสต์ โดยกล่าวว่า พวกเรากลัวว่าพวกเขา (บรรดาผู้ศรัทธา) จะได้รับชัยชนะและมีประเทศให้ปกครอง ซึ่งมันอาจทำให้พวกเราต้องได้รับความเดือดร้อน หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงให้ชัยชนะแก่เราะซูลของพระองค์และบรรดาผู้ศรัทธา หรือไม่ก็นำพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่งมาจากพระองค์ เพื่อป้องกันกำลังความรุนแรงของชาวยิวและบรรดาผู้เป็นมิตรกับพวกเขา จนทำให้บรรดาผู้รีบเร่งเป็นมิตรกับพวกเขานั้นต้องเสียใจกับการกลับกลอก (นิฟาก) ที่พวกเขาได้ซ่อนไว้ในหัวใจเพราะพวกเขายึดเอาปัจจัยที่เป็นเท็จ
5:53Page 117
وَيَقُولُ ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَهَٰٓؤُلَآءِ ٱلَّذِينَ أَقۡسَمُواْ بِٱللَّهِ جَهۡدَ أَيۡمَٰنِهِمۡ إِنَّهُمۡ لَمَعَكُمۡۚ حَبِطَتۡ أَعۡمَٰلُهُمۡ فَأَصۡبَحُواْ خَٰسِرِينَ ٥٣
And those who believe will say,1 "Are these the ones who swore by Allāh their strongest oaths that indeed they were with you?" Their deeds have become worthless, and they have become losers.
และบรรดาผู้ศรัทธากล่าวโดยแสดงความรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกกลับกลอกว่า ชนเหล่านั้นหรือที่สาบานต่ออัลลอฮฺอย่างจริงจังว่า แท้จริงพวกเขานั้นจะอยู่ร่วมกับเจ้า (บรรดาผู้ศรัทธา) ทั้งในเรื่องการศรัทธา การช่วยเหลือ และการเป็นมิตร?! การงานของพวกเขานั้นไร้ผล แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้ขาดทุนที่ไม่ได้รับอะไรเลยจากความต้องการของพวกเขา แถมยังต้องได้รับโทษอีกด้วย
5:54Page 117
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مَن يَرۡتَدَّ مِنكُمۡ عَن دِينِهِۦ فَسَوۡفَ يَأۡتِي ٱللَّهُ بِقَوۡمٖ يُحِبُّهُمۡ وَيُحِبُّونَهُۥٓ أَذِلَّةٍ عَلَى ٱلۡمُؤۡمِنِينَ أَعِزَّةٍ عَلَى ٱلۡكَٰفِرِينَ يُجَٰهِدُونَ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَلَا يَخَافُونَ لَوۡمَةَ لَآئِمٖۚ ذَٰلِكَ فَضۡلُ ٱللَّهِ يُؤۡتِيهِ مَن يَشَآءُۚ وَٱللَّهُ وَٰسِعٌ عَلِيمٌ ٥٤
O you who have believed, whoever of you should revert from his religion - Allāh will bring forth [in place of them] a people He will love and who will love Him [who are] humble toward the believers, strong against the disbelievers; they strive in the cause of Allāh and do not fear the blame of a critic. That is the favor of Allāh; He bestows it upon whom He wills. And Allāh is all-Encompassing and Knowing.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่ออกนอกศาสนาอิสลามไปสู่การปฏิเสธศรัทธา อัลลอฮฺก็จะทรงนำมาซึ่งพวกหนึ่งแทนที่พวกเขา โดยที่พระองค์ทรงรักพวกเขา และพวกเขาก็รักพระองค์ พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา เข้มแข็งกล้าหาญต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาต่อสู้เสียสละด้วยทรัพย์สินและชีวิตเพื่อให้ศาสนาของอัลลอฮฺสูงส่งและไม่กลัวการตำหนิของผู้ใดทั้งนั้น เพราะพวกเขายึดเอาความพอพระทัยของอัลลอฮฺ(และกลัวการตำหนิของพระองค์เป็นหลัก) นั้นคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺซึ่งพระองค์จะให้แก่บ่าวผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงกว้างขวางในความโปรดปรานและความดี เป็นผู้ทรงรอบรู้ว่าผู้ใดบ้างที่สมควรได้รับความโปรดปรานของพระองค์แล้วพระองค์ก็จะประทานให้ และผู้ใดบ้างที่ไม่สมควรได้รับความโปรดปรานของพระองค์แล้วพระองค์ก็จะห้ามมัน
5:55Page 117
إِنَّمَا وَلِيُّكُمُ ٱللَّهُ وَرَسُولُهُۥ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱلَّذِينَ يُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ وَيُؤۡتُونَ ٱلزَّكَوٰةَ وَهُمۡ رَٰكِعُونَ ٥٥
Your ally is none but Allāh and [therefore] His Messenger and those who have believed - those who establish prayer and give zakāh, and they bow [in worship].
ชาวยิว ชาวคริสต์ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่ใช่มิตรของพวกเจ้า แต่ทว่าผู้เป็นมิตรและผู้ช่วยเหลือของพวกเจ้านั้นคือ อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธาที่ดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์แบบและจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเขา พวกเขาคือบรรดาผู้นอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ
5:56Page 117
وَمَن يَتَوَلَّ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ فَإِنَّ حِزۡبَ ٱللَّهِ هُمُ ٱلۡغَٰلِبُونَ ٥٦
And whoever is an ally of Allāh and His Messenger and those who have believed - indeed, the party of Allāh - they will be the predominant.
และผู้ใดเป็นมิตรกับอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธาด้วยการช่วยเหลือ เขาก็จะเป็นคนหนึ่งในพรรคพวกของอัลลอฮฺ และพรรคพวกของอัลลอฮฺคือ บรรดาผู้ที่ได้รับชัยชนะเพราะอัลลอฮฺทรงเป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขา
5:57Page 117
يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تَتَّخِذُواْ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُواْ دِينَكُمۡ هُزُوٗا وَلَعِبٗا مِّنَ ٱلَّذِينَ أُوتُواْ ٱلۡكِتَٰبَ مِن قَبۡلِكُمۡ وَٱلۡكُفَّارَ أَوۡلِيَآءَۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ إِن كُنتُم مُّؤۡمِنِينَ ٥٧
O you who have believed, take not those who have taken your religion in ridicule and amusement among the ones who were given the Scripture before you nor the disbelievers as allies. And fear Allāh, if you should [truly] be believers.
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้เป็นมิตรกับพวกที่เย้ยหยันและล้อเล่นกับศาสนาของพวกเจ้า เช่น ชาวยิว ชาวคริสต์ และบรรดาผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺก่อนหน้าพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด ด้วยการออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม เช่น การเป็นมิตรกับพวกเขา หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาต่อพระองค์และศรัทธาต่อสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมา
5:58Page 118
وَإِذَا نَادَيۡتُمۡ إِلَى ٱلصَّلَوٰةِ ٱتَّخَذُوهَا هُزُوٗا وَلَعِبٗاۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ قَوۡمٞ لَّا يَعۡقِلُونَ ٥٨
And when you call to prayer, they take it in ridicule and amusement. That is because they are a people who do not use reason.
และเมื่อพวกเจ้าได้เรียกร้องไปสู่การละหมาดซึ่งเป็นความดีที่ทำให้ใกล้ชิดอัลลอฮฺที่สุด พวกเขาก็จะเย้ยหยันและล้อเล่นเช่นกัน เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับความหมายการเคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺและบทบัญญัติต่างๆ ที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ให้กับมวลมนุษย์
5:59Page 118
قُلۡ يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ هَلۡ تَنقِمُونَ مِنَّآ إِلَّآ أَنۡ ءَامَنَّا بِٱللَّهِ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡنَا وَمَآ أُنزِلَ مِن قَبۡلُ وَأَنَّ أَكۡثَرَكُمۡ فَٰسِقُونَ ٥٩
Say, "O People of the Scripture, do you resent us except [for the fact] that we have believed in Allāh and what was revealed to us and what was revealed before and because most of you are defiantly disobedient?"
โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่ชาวคัมภีร์ที่เย้ยหยันเถิดว่า พวกเจ้ามิได้ตำหนิติเตียนพวกเราเพราะอื่นใด นอกจากว่าพวกเราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่พวกเรา และสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาก่อนหน้าพวกเรา และพวกเราศรัทธาว่าส่วนมากของพวกเจ้านั้นออกนอกกรอบการเชื่อฟังคำสอนของอัลลอฮฺด้วยการปฏิเสธศรัทธาและละทิ้งคำบัญชาของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่พวกเจ้าตำหนิพวกเรานั้นมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราไม่ใช่เป็นการติเตียน
5:60Page 118
قُلۡ هَلۡ أُنَبِّئُكُم بِشَرّٖ مِّن ذَٰلِكَ مَثُوبَةً عِندَ ٱللَّهِۚ مَن لَّعَنَهُ ٱللَّهُ وَغَضِبَ عَلَيۡهِ وَجَعَلَ مِنۡهُمُ ٱلۡقِرَدَةَ وَٱلۡخَنَازِيرَ وَعَبَدَ ٱلطَّٰغُوتَۚ أُوْلَٰٓئِكَ شَرّٞ مَّكَانٗا وَأَضَلُّ عَن سَوَآءِ ٱلسَّبِيلِ ٦٠
Say, "Shall I inform you of [what is] worse than that1 as penalty from Allāh? [It is that of] those whom Allāh has cursed and with whom He became angry and made of them apes and pigs and slaves of ṭāghūt.2 Those are worse in position and further astray from the sound way."
โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวเถิดว่า จะให้ฉันบอกแก่พวกเจ้าไหมว่า ผู้ใดสมควรได้รับการตำหนิและรับโทษอันรุนแรงมากกว่า พวกเขาคือบรรพชนของพวกเขาที่อัลลอฮ์ได้ขับไล่พวกเขาออกจากความเมตตาของพระองค์ และได้เปลี่ยนรูปร่างพวกเขาให้เป็นลิงและสุกร และได้ให้ส่วนหนึ่งจากพวกเขาเป็นผู้บูชารูปปั้น ซึ่งหมายถึงทุกอย่างที่ถูกกราบไหว้โดยที่เขาพอใจนอกจากอัลลอฮ์ ชนเหล่านั้นจะมีฐานะที่เลวร้ายที่สุดในวันกิยามะฮ์และเป็นผู้หลงทางที่สุด
5:61Page 118
وَإِذَا جَآءُوكُمۡ قَالُوٓاْ ءَامَنَّا وَقَد دَّخَلُواْ بِٱلۡكُفۡرِ وَهُمۡ قَدۡ خَرَجُواْ بِهِۦۚ وَٱللَّهُ أَعۡلَمُ بِمَا كَانُواْ يَكۡتُمُونَ ٦١
And when they come to you, they say, "We believe." But they have entered with disbelief [in their hearts], and they have certainly left with it. And Allāh is most knowing of what they were concealing.
และเมื่อบรรดาผู้กลับกลอกได้เข้ามาหาพวกเจ้า (บรรดาผู้ศรัทธา) ซึ่งในหมู่พวกเขานั้นจะมีผู้ที่เปิดเผยให้พวกเจ้าเห็นถึงการศรัทธาทั้งๆ ที่มันเป็นการกลับกลอก ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นขณะที่พวกเขาเข้ามาและออกไปพวกเขาอยู่ในสภาพการปฏิเสธศรัทธา และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรู้ยิ่งเกี่ยวกับการปฏิเสธศรัทธาที่พวกเขาได้ปิดบังมันไว้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเปิดเผยการศรัทธาให้พวกเจ้าเห็นก็ตาม และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาในเรื่องดังกล่าว
5:62Page 118
وَتَرَىٰ كَثِيرٗا مِّنۡهُمۡ يُسَٰرِعُونَ فِي ٱلۡإِثۡمِ وَٱلۡعُدۡوَٰنِ وَأَكۡلِهِمُ ٱلسُّحۡتَۚ لَبِئۡسَ مَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ٦٢
And you see many of them hastening into sin and aggression and the devouring of [what is] unlawful. How wretched is what they have been doing.
และเจ้า โอ้ท่านเราะสูล จะได้เห็นถึงจำนวนมากมายจากชาวยิวและบรรดาผู้กลับกลอกที่รีบเร่งกันในการกระทำบาป เช่น การโกหก การอธรรม การกินในสิ่งที่ต้องห้าม ช่างเลวจริงๆ สิ่งที่พวกเขากระทำกัน
5:63Page 118
لَوۡلَا يَنۡهَىٰهُمُ ٱلرَّبَّٰنِيُّونَ وَٱلۡأَحۡبَارُ عَن قَوۡلِهِمُ ٱلۡإِثۡمَ وَأَكۡلِهِمُ ٱلسُّحۡتَۚ لَبِئۡسَ مَا كَانُواْ يَصۡنَعُونَ ٦٣
Why do the rabbis and religious scholars not forbid them from saying what is sinful and devouring what is unlawful? How wretched is what they have been practicing.
ไฉนเล่าบรรดาผู้นำและนักปราชญ์ของพวกเขาจึงไม่ห้ามพวกเขาในสิ่งที่พวกเขารีบเร่งกันกระทำ เช่น การโกหก เป็นพยานเท็จ กินทรัพย์สินผู้อื่นโดยมิชอบ ช่างเลวจริงๆ การกระทำของผู้นำและนักปราชญ์ของพวกเขาที่ไม่ห้ามพวกเขากระทำในสิ่งที่ไม่ดี
5:64Page 118
وَقَالَتِ ٱلۡيَهُودُ يَدُ ٱللَّهِ مَغۡلُولَةٌۚ غُلَّتۡ أَيۡدِيهِمۡ وَلُعِنُواْ بِمَا قَالُواْۘ بَلۡ يَدَاهُ مَبۡسُوطَتَانِ يُنفِقُ كَيۡفَ يَشَآءُۚ وَلَيَزِيدَنَّ كَثِيرٗا مِّنۡهُم مَّآ أُنزِلَ إِلَيۡكَ مِن رَّبِّكَ طُغۡيَٰنٗا وَكُفۡرٗاۚ وَأَلۡقَيۡنَا بَيۡنَهُمُ ٱلۡعَدَٰوَةَ وَٱلۡبَغۡضَآءَ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِۚ كُلَّمَآ أَوۡقَدُواْ نَارٗا لِّلۡحَرۡبِ أَطۡفَأَهَا ٱللَّهُۚ وَيَسۡعَوۡنَ فِي ٱلۡأَرۡضِ فَسَادٗاۚ وَٱللَّهُ لَا يُحِبُّ ٱلۡمُفۡسِدِينَ ٦٤
And the Jews say, "The hand of Allāh is chained."1 Chained are their hands, and cursed are they for what they say. Rather, both His hands are extended; He spends however He wills. And that which has been revealed to you from your Lord will surely increase many of them in transgression and disbelief. And We have cast among them animosity and hatred until the Day of Resurrection. Every time they kindled the fire of war [against you], Allāh extinguished it. And they strive throughout the land [causing] corruption, and Allāh does not like corrupters.
และชาวยิวกล่าวขณะที่พวกเขาต้องประสบกับความยุ่งยากแห้งแล้งว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺนั้นถูกล่ามตรวนไม่สามารถแบ่งปันความดี พระองค์สกัดสิ่งที่อยู่กับพระองค์ไม่ให้แก่พวกเรา พึ่งรู้เถิดว่า มือของพวกเขาต่างหากที่ถูกล่ามตรวนมิให้กระทำความดีมีประโยชน์ พวกเขาถูกขับไล่ออกจากความเมตตาของพระองค์เนื่องจากคำพูดของพวกเขา ในทางตรงกันข้ามพระหัตถ์ของพระองค์ถูกแบออกด้วยความดีและการให้ต่างหาก พระองค์จะทรงแจกจ่ายตามที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงแผ่ปัจจัยยังชีพและพระองค์จะทรงยับยั้งมัน ไม่มีผู้ใดสามารถขัดขว้างและบังคับพระองค์ได้ และสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เจ้านั้น (โอ้ท่านเราะสูล) มันจะไม่เพิ่ม (ความดีใดๆ) ให้แก่ชาวยิว นอกเสียจากการละเมิดและการปฏิเสธศรัทธา เนื่องจากความอิจฉาคุมแค้นที่มีอยู่ในตัวพวกเขา และเราได้ก่อให้เกิดความเป็นศัตรูและความเกลียดชังระหว่างกลุ่มชนชาวยิว ทุกครั้งที่พวกเขารวมตัวกันทำสงคราม เตรียมการต่างๆ หรือวางแผนลับเพื่อจุดชนวนสงคราม พระองค์ก็จะทรงให้การรวมตัวของพวกเขากระจัดกระจาย ทำลายกำลังความสามารถของพวกเขา และพวกเขาจะยังคงพยายามสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน เช่น การพยายามล้มล้างอิสลามและวางแผนทำร้ายมัน และอัลลอฮฺจะไม่ทรงชอบผู้ที่สร้างความเสียหาย
5:65Page 119
وَلَوۡ أَنَّ أَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ ءَامَنُواْ وَٱتَّقَوۡاْ لَكَفَّرۡنَا عَنۡهُمۡ سَيِّـَٔاتِهِمۡ وَلَأَدۡخَلۡنَٰهُمۡ جَنَّٰتِ ٱلنَّعِيمِ ٦٥
And if only the People of the Scripture had believed and feared Allāh, We would have removed from them their misdeeds and admitted them to Gardens of Pleasure.
และหากชาวยิวและชาวคริสต์ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา และยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการหลีกห่างจากบาปต่างๆ แน่นอนเราจะลบล้างบาปต่างๆ ที่พวกเขาได้กระทำไว้ ถึงแม้ว่ามันจะมีมากก็ตาม และแน่นอนเราจะให้พวกเขาได้เข้าสรวงสวรรค์อันหลากหลาย อย่างสุขสำราญในวันกิยามะฮฺ พวกเขาจะสุขสบายกับความโปรดปรานที่ชั่วนิรันดร์
5:66Page 119
وَلَوۡ أَنَّهُمۡ أَقَامُواْ ٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡهِم مِّن رَّبِّهِمۡ لَأَكَلُواْ مِن فَوۡقِهِمۡ وَمِن تَحۡتِ أَرۡجُلِهِمۚ مِّنۡهُمۡ أُمَّةٞ مُّقۡتَصِدَةٞۖ وَكَثِيرٞ مِّنۡهُمۡ سَآءَ مَا يَعۡمَلُونَ ٦٦
And if only they had upheld [the law of] the Torah, the Gospel, and what has been revealed to them from their Lord [i.e., the Qur’ān], they would have consumed [provision] from above them and from beneath their feet.1 Among them are a moderate [i.e., acceptable] community, but many of them - evil is that which they do.
และหากชาวยิวปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอต และชาวคริสต์ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มีอยู่ในคัมภีร์อัลอินญีล และพวกเขาทั้งหมดปฏิบัติตามคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมาให้แก่พวกเขา แน่นอนข้าจะให้สาเหตุแห่งปัจจัยยังชีพเกิดขึ้นอย่างง่ายดายแก่พวกเขา เช่น การประทานน้ำฝนลงมา การให้พืชผลงอกเงย และส่วนหนึ่งในหมู่ชาวคัมภีร์นั้นจะมีผู้ที่ยืนหยัดบนสัจธรรม และส่วนมากของพวกเขานั้นช่างเลวจริงๆ สิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้เพราะพวกเขาไม่ศรัทธาต่อสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮวะซัลลัม ได้นำมา
5:67Page 119
۞ يَٰٓأَيُّهَا ٱلرَّسُولُ بَلِّغۡ مَآ أُنزِلَ إِلَيۡكَ مِن رَّبِّكَۖ وَإِن لَّمۡ تَفۡعَلۡ فَمَا بَلَّغۡتَ رِسَالَتَهُۥۚ وَٱللَّهُ يَعۡصِمُكَ مِنَ ٱلنَّاسِۗ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٦٧
O Messenger, announce that which has been revealed to you from your Lord, and if you do not, then you have not conveyed His message. And Allāh will protect you from the people. Indeed, Allāh does not guide the disbelieving people.
โอ้ท่านเราะสูลจงประกาศเผยแพร่สิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่เจ้าทั้งหมด และอย่าได้ปกปิดแม้แต่สิ่งเดียว และหากเจ้าปกปิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็เท่ากับว่าเจ้ายังไม่ได้ประกาศเผยแพร่ศาสนาของพระเจ้าของเจ้า (โดยแน่นอนท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้ประกาศเผยแพร่ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นผู้ใดที่อ้างตรงข้ามกับสิ่งดังกล่าว แน่นอนเขาได้โกหกใส่ร้ายอัลลอฮฺอย่างหนัก) และหลังจากวันนี้อัลลอฮฺจะทรงคุ้มครองเจ้าให้พ้นจากการทำร้ายของมนุษย์จนไม่มีใครสามารถเข้าทำร้ายเจ้าได้ ดังนั้นหน้าที่ของเจ้าคือการประกาศเผยแพร่ศาสนา และแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้ทางนำแก่ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่ต้องการทางนำ
5:68Page 119
قُلۡ يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَسۡتُمۡ عَلَىٰ شَيۡءٍ حَتَّىٰ تُقِيمُواْ ٱلتَّوۡرَىٰةَ وَٱلۡإِنجِيلَ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡكُم مِّن رَّبِّكُمۡۗ وَلَيَزِيدَنَّ كَثِيرٗا مِّنۡهُم مَّآ أُنزِلَ إِلَيۡكَ مِن رَّبِّكَ طُغۡيَٰنٗا وَكُفۡرٗاۖ فَلَا تَأۡسَ عَلَى ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٦٨
Say, "O People of the Scripture, you are [standing] on nothing until you uphold [the law of] the Torah, the Gospel, and what has been revealed to you from your Lord [i.e., the Qur’ān]." And that which has been revealed to you from your Lord will surely increase many of them in transgression and disbelief. So do not grieve over the disbelieving people.
โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวเถิดว่า พวกเจ้า (ชาวยิวและชาวคริสต์) ยังไม่ได้ปฏิบัติศาสนาอันถูกต้องแต่อย่างใดจนกว่าพวกท่านจะปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอตและคัมภีร์อัลอินญีลและปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน ซึ่งการศรัทธาของพวกเจ้าจะไม่ถูกต้องจนกว่าจะต้องศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอ่านพร้อมกับปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในนั้นด้วย และแน่นอนสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้าจากพระเจ้าของเจ้านั้นจะเพิ่มการละเมิดและการปฏิเสธศรัทธาทับซ้อนกันแก่คนจำนวนมากในหมู่ชาวคัมภีร์ เนื่องจากความโกรธแค้นที่มีติดตัวอยู่กับพวกเขา ดังนั้นเจ้าอย่าได้เสียใจกับพวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเลย และในบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติตามเจ้ามันก็เพียงพอแล้ว
5:69Page 119
إِنَّ ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَٱلَّذِينَ هَادُواْ وَٱلصَّٰبِـُٔونَ وَٱلنَّصَٰرَىٰ مَنۡ ءَامَنَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَعَمِلَ صَٰلِحٗا فَلَا خَوۡفٌ عَلَيۡهِمۡ وَلَا هُمۡ يَحۡزَنُونَ ٦٩
Indeed, those who have believed [in Prophet Muḥammad (ﷺ)] and those [before him (ﷺ)] who were Jews or Sabeans or Christians - those [among them] who believed in Allāh and the Last Day and did righteousness - no fear will there be concerning them, nor will they grieve.1
และแท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา ชาวยิว ชาวศอบิอูน (ผู้ที่ปฏิบัติตามนบีบางท่าน) และชาวคริสต์ ผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาต่อวันปรโลกพร้อมกับประกอบคุณงามความดีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัวใดๆ เกิดขึ้นกับพวกเขาในอนาคต และพวกเขาจะไม่ระทมเสียใจกับสิ่งที่พวกเขาได้พลาดไปจากส่วนแบ่งแห่งโลกนี้
5:70Page 119
لَقَدۡ أَخَذۡنَا مِيثَٰقَ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ وَأَرۡسَلۡنَآ إِلَيۡهِمۡ رُسُلٗاۖ كُلَّمَا جَآءَهُمۡ رَسُولُۢ بِمَا لَا تَهۡوَىٰٓ أَنفُسُهُمۡ فَرِيقٗا كَذَّبُواْ وَفَرِيقٗا يَقۡتُلُونَ ٧٠
We had already taken the covenant of the Children of Israel and had sent to them messengers. Whenever there came to them a messenger with what their souls did not desire, a party [of messengers] they denied, and another party they killed.
แท้จริงเราได้ทำสัญญาอันหนักแน่นกับบนีอิสรอีลในเรื่องการเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แล้วพวกเขาก็ได้ทำลายสัญญาดังกล่าวและปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเขา เช่น การผินหลังให้กับคำสอนที่บรรดาเราะสูลได้นำมาให้แก่พวกเขา การโกหกซึ่งกันและกัน และการฆ่าซึ่งกันและกัน
5:71Page 120
وَحَسِبُوٓاْ أَلَّا تَكُونَ فِتۡنَةٞ فَعَمُواْ وَصَمُّواْ ثُمَّ تَابَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمۡ ثُمَّ عَمُواْ وَصَمُّواْ كَثِيرٞ مِّنۡهُمۡۚ وَٱللَّهُ بَصِيرُۢ بِمَا يَعۡمَلُونَ ٧١
And they thought there would be no [resulting] punishment, so they became blind and deaf. Then Allāh turned to them in forgiveness; then [again] many of them became blind and deaf. And Allāh is Seeing of what they do.
พวกเขาคิดว่าการที่พวกเขาทำลายสัญญาอันหนักแน่น โกหก และฆ่าชีวิตบรรดานบีนั้นมันจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ให้กับพวกเขา แล้วผลกระทบที่พวกเขาไม่คาดคิดนั้นก็เกิดขึ้น พวกเขาต้องตาบอดไม่เห็นสัจธรรม ทำให้แสวงหาสัจธรรมไม่เจอ พวกเขาต้องหูหนวกไม่ได้ยินคำสัจธรรม หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็ได้ทรงอภัยโทษพวกเขาเพื่อเป็นการโปรดปรานพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็ตาบอดไม่เห็นสัจธรรมและหูหนวกไม่ได้ยินมันอีก เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับหลายคนในหมู่พวกเขา และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำกัน ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้
5:72Page 120
لَقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَۖ وَقَالَ ٱلۡمَسِيحُ يَٰبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ رَبِّي وَرَبَّكُمۡۖ إِنَّهُۥ مَن يُشۡرِكۡ بِٱللَّهِ فَقَدۡ حَرَّمَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِ ٱلۡجَنَّةَ وَمَأۡوَىٰهُ ٱلنَّارُۖ وَمَا لِلظَّٰلِمِينَ مِنۡ أَنصَارٖ ٧٢
They have certainly disbelieved who say, "Allāh is the Messiah, the son of Mary" while the Messiah has said, "O Children of Israel, worship Allāh, my Lord and your Lord." Indeed, he who associates others with Allāh - Allāh has forbidden him Paradise, and his refuge is the Fire. And there are not for the wrongdoers any helpers.
แท้จริงชาวคริสต์ที่กล่าวว่าอัลมะซีห อีซาบุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้านั้นพวกเขาได้กลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว เพราะพวกเขาได้พาดพิงความเป็นพระเจ้าให้กับสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์ ทั้งๆ ที่อัลมะซีห บุตรของมัรยัมเองกล่าวว่า "โอ้บนีอิสรออีล จงเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเถิด เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของฉันและเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า ดังนั้นเราทุกคนอยู่ในฐานะที่เหมือนกันบนความเป็นบ่าวที่ต้องเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ เพราะผู้ใดที่ตั้งภาคีกับพระองค์ แน่นอนพระองค์จะทรงห้ามมิให้เขาเข้าสวรรค์ตลอดกาล และที่พำนักของเขานั้นคือนรกญะฮันนัม ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือเขาต่อหน้าอัลลอฮ์และไม่มีผู้ใดสามารถให้เขารอดพ้นจากการลงโทษได้
5:73Page 120
لَّقَدۡ كَفَرَ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّ ٱللَّهَ ثَالِثُ ثَلَٰثَةٖۘ وَمَا مِنۡ إِلَٰهٍ إِلَّآ إِلَٰهٞ وَٰحِدٞۚ وَإِن لَّمۡ يَنتَهُواْ عَمَّا يَقُولُونَ لَيَمَسَّنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۡهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمٌ ٧٣
They have certainly disbelieved who say, "Allāh is the third of three."1 And there is no god except one God. And if they do not desist from what they are saying, there will surely afflict the disbelievers among them a painful punishment.
แท้จริงชาวคริสต์ที่กล่าวว่าอัลลอฮฺประกอบด้วยสามองค์นั้นพวกเขาได้กลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว พวกเขากล่าวว่า อัลลอฮฺประกอบด้วย พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ อัลลอฮฺสูงส่งยิ่งใหญ่เหนือคำกล่าวของพวกเขา อัลลอฮฺมิได้มีหลายองค์ แต่อัลลอฮฺเป็นพระเจ้าองค์เดียวโดยไม่มีภาคีใดๆ และหากพวกเขายังไม่หยุดยั้งจากคำกล่าวอันน่าเกลียดนี้อีก แน่นอนพวกเขาจะต้องได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ
5:74Page 120
أَفَلَا يَتُوبُونَ إِلَى ٱللَّهِ وَيَسۡتَغۡفِرُونَهُۥۚ وَٱللَّهُ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٧٤
So will they not repent to Allāh and seek His forgiveness? And Allāh is Forgiving and Merciful.
พวกเขาจะไม่ถอนคำพูดดังกล่าวแล้วสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮฺและขออภัยโทษจากพระองค์จากการตั้งภาคีที่พวกเขาได้กระทำไว้กระนั้นหรือ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษให้กับผู้ที่สำนึกผิดจากบาปทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าบาปนั้นจะเป็นการปฏิเสธศรัทธาก็ตาม และพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาต่อบรรดาผู้ศรัทธาเสมอ
5:75Page 120
مَّا ٱلۡمَسِيحُ ٱبۡنُ مَرۡيَمَ إِلَّا رَسُولٞ قَدۡ خَلَتۡ مِن قَبۡلِهِ ٱلرُّسُلُ وَأُمُّهُۥ صِدِّيقَةٞۖ كَانَا يَأۡكُلَانِ ٱلطَّعَامَۗ ٱنظُرۡ كَيۡفَ نُبَيِّنُ لَهُمُ ٱلۡأٓيَٰتِ ثُمَّ ٱنظُرۡ أَنَّىٰ يُؤۡفَكُونَ ٧٥
The Messiah, son of Mary, was not but a messenger; [other] messengers have passed on before him. And his mother was a supporter of truth. They both used to eat food.1 Look how We make clear to them the signs; then look how they are deluded.
อัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัมนั้นมิใช่ใครอื่นใดนอกจากเป็นเราะซูลคนหนึ่งในบรรดาเราะซูลทั้งหมด เขาจะต้องประสบอย่างที่บรรดารอสูลทุกคนก่อนหน้าเคยประสบคือเสียชีวิต และมารดาของเขาคือมัรยัมผู้มีความจริงใจและน่าเชื่อถือมาก ซึ่งทั้งสองนั้นจะรับประทานอาหารเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นทั้งสองจะมาเป็นพระเจ้าได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ทั้งสองต้องพึ่งพาอาหารเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นเจ้า (โอ้ท่านเราะสูล) จงพิจารณาเถิดว่า เราได้แจกแจงสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของพระเจ้าและชี้แจงถึงความผิดพลาดของพวกเขาที่พาดพิงความเป็นพระเจ้าให้กับสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺอย่างไร แต่ถึงกระนั้นพวกเขายังปฏิเสธสัญญาณต่างๆ เหล่านี้ แล้วจงพิจารณาอีกว่า พวกเขาได้หันเหออกจากสัจธรรมได้อย่างไร ทั้งๆ ที่มีสัญญาณต่างๆ อันชัดแจ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺ
5:76Page 120
قُلۡ أَتَعۡبُدُونَ مِن دُونِ ٱللَّهِ مَا لَا يَمۡلِكُ لَكُمۡ ضَرّٗا وَلَا نَفۡعٗاۚ وَٱللَّهُ هُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡعَلِيمُ ٧٦
Say, "Do you worship besides Allāh that which holds for you no [power of] harm or benefit while it is Allāh who is the Hearing, the Knowing?"
(โอ้ท่านเราะสูล) จงกล่าวแย้งพวกเขาในเรื่องการเคารพสักการะสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺเถิดว่า พวกเจ้าจะเคารพสักการะสิ่งที่ไม่มีอำนาจให้ประโยชน์กับพวกเจ้าและไม่สามารถป้องกันพวกเจ้าจากอันตรายได้กระนั้นหรือ?! มันอ่อนแอไร้อำนาจความสามารถใดๆ และอัลลอฮฺบริสุทธิ์จากความอ่อนแอ อัลลอฮฺผู้เดียวเป็นผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่มีคำพูดใดที่พลาดไปจากพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงการกระทำของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้
5:77Page 121
قُلۡ يَٰٓأَهۡلَ ٱلۡكِتَٰبِ لَا تَغۡلُواْ فِي دِينِكُمۡ غَيۡرَ ٱلۡحَقِّ وَلَا تَتَّبِعُوٓاْ أَهۡوَآءَ قَوۡمٖ قَدۡ ضَلُّواْ مِن قَبۡلُ وَأَضَلُّواْ كَثِيرٗا وَضَلُّواْ عَن سَوَآءِ ٱلسَّبِيلِ ٧٧
Say, "O People of the Scripture, do not exceed limits in your religion beyond the truth and do not follow the inclinations of a people who had gone astray before and misled many and have strayed from the soundness of the way."
โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวแก่ชาวคริสต์เถิดว่า พวกเจ้าอย่าได้ละเมิดขอบเขตในการปฏิบัติตามสัจธรรม และอย่าได้เลยเถิดในการให้เกียรติใครสักคน เช่น บรรดานบี ซึ่งพวกเจ้าเชื่อว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าดังที่พวกเจ้าได้กระทำไว้กับนบีอีซาบุตรของมัรยัม (การกระทำเหล่านี้) มีสาเหตุมาจากการที่พวกเจ้าปฏิบัติตามบรรพชนรุ่นก่อนที่หลงผิด ซึ่งพวกเขาได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงทาง และพวกเขาเองก็หลงทางแห่งสัจธรรมเช่นกัน
5:78Page 121
لُعِنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۢ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ عَلَىٰ لِسَانِ دَاوُۥدَ وَعِيسَى ٱبۡنِ مَرۡيَمَۚ ذَٰلِكَ بِمَا عَصَواْ وَّكَانُواْ يَعۡتَدُونَ ٧٨
Cursed were those who disbelieved among the Children of Israel by the tongue of David and of Jesus, the son of Mary. That was because they disobeyed and [habitually] transgressed.
อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้บอกว่า พระองค์นั้นได้ขับไล่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่บนีอิสรออีลออกจากความเมตตาของพระองค์ ซึ่งเรื่องนี้พระองค์ได้บอกไว้ในคัมภีร์อัซซะบูรที่ถูกประทานลงมาให้แก่นบีดาวูดและในคัมภีร์อัลอินญีลที่ถูกประทานลงมาให้แก่นบีอีซาบุตรของมัรยัม ซึ่งการขับไล่ออกจากความเมตตาของพระองค์นั้นมีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาได้กระทำบาปต่างๆ และทำการละเมิดต่อสิ่งต้องห้ามต่างๆ ของอัลลอฮฺ
5:79Page 121
كَانُواْ لَا يَتَنَاهَوۡنَ عَن مُّنكَرٖ فَعَلُوهُۚ لَبِئۡسَ مَا كَانُواْ يَفۡعَلُونَ ٧٩
They used not to prevent one another from wrongdoing that they did. How wretched was that which they were doing.
(ส่วนหนึ่งจากบาปของพวกเขาคือ) พวกเขาไม่ห้ามปรามผู้กระทำบาปในหมู่พวกเขา ยิ่งกว่านั้นบรรดาผู้กระทำบาปในหมู่พวกเขาเปิดเผยการกระทำบาปและความชั่วต่างๆ เพราะไม่มีผู้ใดมาห้ามปรามพวกเขา การไม่ห้ามปรามความชั่วนั้นเป็นการกระทำที่ช่างเลวร้ายจริงๆ
5:80Page 121
تَرَىٰ كَثِيرٗا مِّنۡهُمۡ يَتَوَلَّوۡنَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْۚ لَبِئۡسَ مَا قَدَّمَتۡ لَهُمۡ أَنفُسُهُمۡ أَن سَخِطَ ٱللَّهُ عَلَيۡهِمۡ وَفِي ٱلۡعَذَابِ هُمۡ خَٰلِدُونَ ٨٠
You see many of them becoming allies of those who disbelieved [i.e., the polytheists]. How wretched is that which they have put forth for themselves in that Allāh has become angry with them, and in the punishment they will abide eternally.
โอ้ท่านเราะซูล เจ้าจะได้เห็นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่ชาวยิวเป็นมิตรกับบรรดามุชริกีน (ผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ) ที่ไม่มีศาสนา พวกเขาจะเป็นศัตรูกับเจ้าและเป็นศัตรูกับผู้ที่ศรัทธาต่อความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺ การเป็นมิตรของพวกเขากับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามันช่างเลวร้ายจริงๆ อันเป็นสาเหตุให้อัลลอฮฺโกรธกริ้วพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องตกนรกตลอดกาลไม่สามารถออกจะมันได้เป็นอันขาด
5:81Page 121
وَلَوۡ كَانُواْ يُؤۡمِنُونَ بِٱللَّهِ وَٱلنَّبِيِّ وَمَآ أُنزِلَ إِلَيۡهِ مَا ٱتَّخَذُوهُمۡ أَوۡلِيَآءَ وَلَٰكِنَّ كَثِيرٗا مِّنۡهُمۡ فَٰسِقُونَ ٨١
And if they had believed in Allāh and the Prophet and in what was revealed to him, they would not have taken them as allies; but many of them are defiantly disobedient.
และหากชาวยิวเหล่านั้นศรัทธาต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริงและศรัทธาต่อนบีของพวกเขา แน่นอนพวกเขาจะไม่เป็นมิตรกับบรรดาผู้ตั้งภาคี เพราะพวกเขาถูกห้ามมิให้เอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามาเป็นมิตร แต่ชาวยิวจำนวนมากออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ การเป็นมิตรกับพระองค์ และการเป็นมิตรกับบรรดาผู้ศรัทธา
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences