Al-MukhtasarAl‑Ma'idah · 5:82–105

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Ma'idah 5:82–105

5:82Page 121

۞ لَتَجِدَنَّ أَشَدَّ ٱلنَّاسِ عَدَٰوَةٗ لِّلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱلۡيَهُودَ وَٱلَّذِينَ أَشۡرَكُواْۖ وَلَتَجِدَنَّ أَقۡرَبَهُم مَّوَدَّةٗ لِّلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱلَّذِينَ قَالُوٓاْ إِنَّا نَصَٰرَىٰۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّ مِنۡهُمۡ قِسِّيسِينَ وَرُهۡبَانٗا وَأَنَّهُمۡ لَا يَسۡتَكۡبِرُونَ ٨٢

You will surely find the most intense of the people in animosity toward the believers [to be] the Jews and those who associate others with Allāh; and you will find the nearest of them in affection to the believers those who say, "We are Christians." That is because among them are priests and monks and because they are not arrogant.

แน่นอนเจ้า โอ้ท่านเราะสูล จะได้พบกับหมู่ชนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดต่อบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเจ้าและศรัทธาต่อคำสอนที่เจ้าได้นำมาคือชาวยิว เพราะความแค้นอิจฉาและหยิ่งยโสที่ติดตัวอยู่กับพวกเขา บรรดาผู้สักการะรูปเจว็ดต่างๆ และบรรดามุชริกีนผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ และแน่นอนเจ้าจะได้พบว่าบรรดาผู้ที่มีความรักใคร่ต่อบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเจ้าและศรัทธาต่อคำสอนที่เจ้าได้นำมา มากที่สุดคือบรรดาผู้ที่กล่าวว่าพวกเราเป็นคริสต์ นั้นก็เพราะว่าในหมู่พวกเขานั้นมีบรรดาผู้รู้ นักปราชญ์ และบาทหลวง และก็เพราะว่าพวกเขานอบน้อมไม่เย่อหยิ่ง เพราะผู้ที่เย่อหยิ่งนั้นความดีจะไม่เข้าไปถึงหัวใจของเขา

5:83Page 122

وَإِذَا سَمِعُواْ مَآ أُنزِلَ إِلَى ٱلرَّسُولِ تَرَىٰٓ أَعۡيُنَهُمۡ تَفِيضُ مِنَ ٱلدَّمۡعِ مِمَّا عَرَفُواْ مِنَ ٱلۡحَقِّۖ يَقُولُونَ رَبَّنَآ ءَامَنَّا فَٱكۡتُبۡنَا مَعَ ٱلشَّٰهِدِينَ ٨٣

And when they hear what has been revealed to the Messenger, you see their eyes overflowing with tears because of what they have recognized of the truth. They say, "Our Lord, we have believed, so register us among the witnesses.

และพวกเขาเหล่านั้น (เช่น กษัตริย์อันนะญาชีย์และพรรคพวกของเขา) มีจิตใจที่อ่อนโยน โดยที่พวกเขาจะร้องไห้นอบน้อมขณะที่ได้ยินเสียงอัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมา เนื่องจากความจริงที่พวกเขารู้ เพราะพวกเขารู้เกี่ยวกับคัมภีร์ที่อีซา อลัยฮิสสลาม ได้นำมา พวกเขาจะกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของเรา พวกเราได้ศรัทธาต่ออัลกุรอ่านที่พระองค์ได้ประทานลงมาให้แก่เราะซูลของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม แล้ว ดังนั้นขอพระองค์ได้โปรดบันทึกพวกเราให้อยู่ร่วมกับประชาชาติของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ที่จะเป็นพยานให้มวลมนุษย์ทั้งหมดในวันกิยามะฮฺด้วยเถิด

5:84Page 122

وَمَا لَنَا لَا نُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَمَا جَآءَنَا مِنَ ٱلۡحَقِّ وَنَطۡمَعُ أَن يُدۡخِلَنَا رَبُّنَا مَعَ ٱلۡقَوۡمِ ٱلصَّٰلِحِينَ ٨٤

And why should we not believe in Allāh and what has come to us of the truth? And we aspire that our Lord will admit us [to Paradise] with the righteous people."

และเหตุผลอันใดกันที่มันคอยมาขวางกั้นระหว่างเรากับการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงประทานมันลงมาจากความจริงที่ท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม นั้นได้นำมา?! และเราก็ปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อการเข้าไปในสวนสวรรค์พร้อมกับบรรดานบีและบรรดาผู้ที่ติดตามพวกเขา คือ บรรดาผู้ที่เชื่อฟังต่ออัลลอฮฺและเกรงกลัวต่อการลงโทษของพระองค์

5:85Page 122

فَأَثَٰبَهُمُ ٱللَّهُ بِمَا قَالُواْ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي مِن تَحۡتِهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَاۚ وَذَٰلِكَ جَزَآءُ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٨٥

So Allāh rewarded them for what they said1 with gardens [in Paradise] beneath which rivers flow, wherein they abide eternally. And that is the reward of doers of good.

แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงตอบแทนแก่พวกเขาเนื่องด้วยการศรัทธาของพวกเขาและการยอมรับในสัจธรรม ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้พระราชวังและต้นไม้ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และนั่นแหละคือ การตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำดีในการที่พวกเขานั้นได้ปฏิบัติตามต่อสัจธรรมและน้อมรับเชื่อฟังต่อมัน โดยที่ไม่มีข้อผูกมัดหรือเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

5:86Page 122

وَٱلَّذِينَ كَفَرُواْ وَكَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَآ أُوْلَٰٓئِكَ أَصۡحَٰبُ ٱلۡجَحِيمِ ٨٦

But those who disbelieved and denied Our signs - they are the companions of Hellfire.

และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ และปฏิเสธต่อบรรดาโองการต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ที่พระองค์ได้ทรงประทานมันลงมาให้แก่ศาสนทูตของพระองค์นั้น ชนเหล่านั้นแหละคือ บรรดาผู้ที่คู่ควรแก่นรกที่มีเปลวไฟอันโชติช่วง ซึ่งพวกเขาก็จะไม่สามารถออกมาจากมันได้

5:87Page 122

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تُحَرِّمُواْ طَيِّبَٰتِ مَآ أَحَلَّ ٱللَّهُ لَكُمۡ وَلَا تَعۡتَدُوٓاْۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُحِبُّ ٱلۡمُعۡتَدِينَ ٨٧

O you who have believed, do not prohibit the good things which Allāh has made lawful to you and do not transgress. Indeed, Allāh does not like transgressors.

โอ้ผู้ที่ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงอย่าได้ทำให้ความชื่นชอบอันโอชะที่พระเจ้าได้ทรงอนุมัติไว้ทั้งที่เป็นอาหาร เครื่งดื่ม และการแต่งงานนั้นให้เป็นที่ต้องห้าม เพื่อแสดงตนว่าไม่หลงดุนยาหรือเพื่อการมุ่งหน้าทำแต่การเคารพบูชา และพวกเจ้าจงอย่าละเมิดขอบเขตของสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงห้ามปรามต่อพวกเจ้าเอาไว้ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงชอบบรรดาผู้ละเมิดต่อขอบเขตของพระองค์ มิหนำซ้ำพระองค์ยังทรงกริ้วพวกเขาอีกต่างหาก

5:88Page 122

وَكُلُواْ مِمَّا رَزَقَكُمُ ٱللَّهُ حَلَٰلٗا طَيِّبٗاۚ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ ٱلَّذِيٓ أَنتُم بِهِۦ مُؤۡمِنُونَ ٨٨

And eat of what Allāh has provided for you [which is] lawful and good. And fear Allāh, in whom you are believers.

และพวกเจ้าจงบริโภคสิ่งที่อัลลอฮฺทรงนำมันมาให้แก่พวกเจ้า จากปัจจัยชีพดีๆซึ่งพระองค์ได้อนุมัติไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่อนุมัติและต้องห้าม เช่น การได้มาโดยการบังคับใช้กำลังหรือการขู่รีดไถ และพึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ในเมื่อพระองค์คือพระเจ้าที่พวกเจ้านับถือศรัทธา ดังนั้นจึงจำเป็นที่พวกเจ้าต้องยำเกรงต่อพระองค์

5:89Page 122

لَا يُؤَاخِذُكُمُ ٱللَّهُ بِٱللَّغۡوِ فِيٓ أَيۡمَٰنِكُمۡ وَلَٰكِن يُؤَاخِذُكُم بِمَا عَقَّدتُّمُ ٱلۡأَيۡمَٰنَۖ فَكَفَّٰرَتُهُۥٓ إِطۡعَامُ عَشَرَةِ مَسَٰكِينَ مِنۡ أَوۡسَطِ مَا تُطۡعِمُونَ أَهۡلِيكُمۡ أَوۡ كِسۡوَتُهُمۡ أَوۡ تَحۡرِيرُ رَقَبَةٖۖ فَمَن لَّمۡ يَجِدۡ فَصِيَامُ ثَلَٰثَةِ أَيَّامٖۚ ذَٰلِكَ كَفَّٰرَةُ أَيۡمَٰنِكُمۡ إِذَا حَلَفۡتُمۡۚ وَٱحۡفَظُوٓاْ أَيۡمَٰنَكُمۡۚ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ ٱللَّهُ لَكُمۡ ءَايَٰتِهِۦ لَعَلَّكُمۡ تَشۡكُرُونَ ٨٩

Allāh will not impose blame upon you for what is meaningless1 in your oaths, but He will impose blame upon you for [breaking] what you intended of oaths. So its expiation2 is the feeding of ten needy people from the average of that which you feed your [own] families or clothing them or the freeing of a slave. But whoever cannot find [or afford it] - then a fast of three days [is required]. That is the expiation for oaths when you have sworn. But guard your oaths.3 Thus does Allāh make clear to you His verses [i.e., revealed law] that you may be grateful.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย อัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงเอาโทษต่อพวกเจ้ากับสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับลิ้นของพวกเจ้า ซึ่งการสาบานโดยที่มิได้เจตนา แต่ทว่าพระองค์จะทรงเอาโทษกับพวกเจ้าต่อสิ่งที่พวกเจ้านั้นเจตนาและปลงใจหรือลำเอนเอียงไปหามัน แล้วพระองค์ก็จะทรงลบบาปออกไปจากพวกเจ้า คือสิ่งที่พวกเจ้านั้นตั้งใจเจตนาสาบานต่อมันหรือที่พวกเจ้าได้กล่าวถ่อยคำสาบานมันเอาไว้ เมื่อไหร่ที่พวกเจ้านั้นได้กลับไปสู่หนึ่งในสามสิ่งที่ให้เลือกปฏิบัติ(เพื่อการไถ่โทษ) คือ การให้อาหารแก่คนยากจนจำนวนสิบคนจากอาหารขนาดปานกลางในประเทศของพวกเจ้า โดยคนละครึ่งศ๊ออฺ หรือไม่ก็ให้เครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกเขา ด้วยสิ่งที่ถือว่าเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือไถ่ทาสที่ศรัทธาคนหนึ่งให้เป็นอิสระ แล้วถ้าหากเขาไม่พบสิ่งที่ต้องใช้ในการไถ่โทษการสาบานของเขา ซึ่งจากหนึ่งในสามสิ่งนี้ ก็ให้เขาถือบวชสามวัน โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย สิ่งที่ถูกกล่าวมานั้นคือสิ่งไถ่โทษในคำสาบานของพวกเจ้า ครั้นเมื่อที่พวกเจ้าได้สาบานต่ออัลลอฮฺและได้ถอนคำสาบาน และจงรักษาการสาบานของพวกเจ้าเอาไว้โดยให้ห่างไกลจากการสาบานต่ออัลลอฮฺที่เป็นการสาบานที่โกหก และการสาบานต่ออัลลอฮฺที่มากมายหลายครั้ง และการไม่รักษาสัญญาต่อคำสาบาน ดังนั้นพวกเจ้าจงทำดีและขอไถ่โทษต่อการสาบานของพวกเจ้า ดังเช่นที่อัลลอฮฺนั้นทรงได้อธิบายให้แก่พวกเจ้าถึงวิธีการไถ่โทษต่อคำสาบาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ชี้แจงให้แก่พวกเจ้าถึงบทบัญญัติต่างๆ อันชัดแจ้งของพระองค์ ถึงสิ่งที่อนุมัติและที่ไม่อนุมัติต้องห้าม เพื่อหวังว่าพวกเจ้าจักขอบคุณต่ออัลลอฮฺถึงสิ่งที่พระองค์นั้นได้พร่ำสอนพวกเจ้ากับสิ่งที่พวกเจ้านั้นไม่ได้รู้มาก่อน

5:90Page 123

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِنَّمَا ٱلۡخَمۡرُ وَٱلۡمَيۡسِرُ وَٱلۡأَنصَابُ وَٱلۡأَزۡلَٰمُ رِجۡسٞ مِّنۡ عَمَلِ ٱلشَّيۡطَٰنِ فَٱجۡتَنِبُوهُ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ٩٠

O you who have believed, indeed, intoxicants, gambling, [sacrificing on] stone alters [to other than Allāh], and divining arrows are but defilement from the work of Satan, so avoid1 it that you may be successful.

โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ที่จริงสุราที่มันทำให้สตินั้นหายไป และการพนันที่มันมีส่วนได้ส่วนเสียต่อทั้งสองฝ่าย และแท่นหินที่บรรดาผู้ตั้งภาคีนั้นเชือดสัตว์บูชายัญต่อมันหรือที่พวกเขานั้นยกมันขึ้นมาเพื่อการเคารพบูชาต่อมัน และลูกศรที่พวกเขานั้นใช้เสี่ยงทายโชคลาภด้วยกับมัน ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งโสมมอันเกิดจากการกระทำของชัยฏอน ดังนั้นพวกเจ้าจงห่างไกลจากมันเสีย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จต่อการมีชีวิตที่ดีในโลกดุนยาและรับความโปรดปรานของสวรรค์ในปรโลก

5:91Page 123

إِنَّمَا يُرِيدُ ٱلشَّيۡطَٰنُ أَن يُوقِعَ بَيۡنَكُمُ ٱلۡعَدَٰوَةَ وَٱلۡبَغۡضَآءَ فِي ٱلۡخَمۡرِ وَٱلۡمَيۡسِرِ وَيَصُدَّكُمۡ عَن ذِكۡرِ ٱللَّهِ وَعَنِ ٱلصَّلَوٰةِۖ فَهَلۡ أَنتُم مُّنتَهُونَ ٩١

Satan only wants to cause between you animosity and hatred through intoxicants and gambling and to avert you from the remembrance of Allāh and from prayer. So will you not desist?

แท้จริงแล้วชัยฏอนต้องการทำให้สิ่งมึนเมาและการพนันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสวยงาม และที่จะทำให้เกิดการเป็นศัตรูกัน การเกลียดชังกันระหว่างพวกเจ้า และการทำให้พวกเจ้าหันเหออกจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺและการละหมาด แล้วพวกเจ้าจะยุติความชั่วร้ายเหล่านี้หรือไม่ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เหมาะสำหรับสูเจ้าหรือไม่ ดังนั้นสู่เจ้าจงหยุดมันเถิด

5:92Page 123

وَأَطِيعُواْ ٱللَّهَ وَأَطِيعُواْ ٱلرَّسُولَ وَٱحۡذَرُواْۚ فَإِن تَوَلَّيۡتُمۡ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّمَا عَلَىٰ رَسُولِنَا ٱلۡبَلَٰغُ ٱلۡمُبِينُ ٩٢

And obey Allāh and obey the Messenger and beware. And if you turn away - then know that upon Our Messenger is only [the responsibility for] clear notification.

และพวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ และจงเชื่อฟังเราะซูลเถิด ด้วยการปฏิบัติตามบบทบัญญัติใช้ที่ได้กำหนดไว้ และจงออกห่างจากบทบัญญัติห้ามเอาไว้ และพึงระวังการละเมิด ซึ่งถ้าพวกเจ้าได้ผินหลังไส่ ก็พึงรู้เถิดว่าแท้จริงหน้าที่ของเราะซูลของเรานั้น คือ การประกาศสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสั่งใช้ และแท้จริงนั้นเขาก็ได้ประกาศมันแล้ว ถ้าหากสูเจ้าได้กระทำตาม มันก็จะเป็นผลดีต่อตัวสูเจ้าเอง แต่ถ้าสูเจ้ากระทำชั่ว มันก็จะเป็นผลร้ายต่อตัวสูเจ้าเอง

5:93Page 123

لَيۡسَ عَلَى ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ جُنَاحٞ فِيمَا طَعِمُوٓاْ إِذَا مَا ٱتَّقَواْ وَّءَامَنُواْ وَعَمِلُواْ ٱلصَّٰلِحَٰتِ ثُمَّ ٱتَّقَواْ وَّءَامَنُواْ ثُمَّ ٱتَّقَواْ وَّأَحۡسَنُواْۚ وَٱللَّهُ يُحِبُّ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ٩٣

There is not upon those who believe and do righteousness [any] blame concerning what they have eaten [in the past] if they [now] fear Allāh and believe and do righteous deeds, and then fear Allāh and believe, and then fear Allāh and do good; and Allāh loves the doers of good.

ไม่เป็นบาปใด ๆ แก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและปฏิบัติสิ่งที่ดีงามทั้งหลายเพื่อที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์ ถึงแม้นว่าพวกเขาได้ดื่มสุราก่อนการห้ามมันมาแล้ว หากพวกเขาหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามอื่นๆ โดยที่พวกเขานั้นเกรงกลัวในสิ่งที่อัลลลฮฺไม่พึงพอใจต่อพวกเขา และพวกเขาก็ศรัทธาต่อพระองค์ และปฏิบัติสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย แล้วพวกเขาก็ได้ตระหนักมากขึ้นต่อการเฝ้ามองของอัลลอฮฺ จนกระทั่งพวกเขาเคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ราวกับว่าพวกเขานั้นเห็นพระองค์ และอัลลอฮฺก็ทรงรักบรรดาผู้ที่เคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ราวกับว่าพวกเขานั้นเห็นพระองค์ เพราะพวกเขารู้สำนึกอยู่เสมอถึงการเฝ้ามองของอัลลอฮฺอย่างต่อเนื่องตลอด และสิ่งนี้เองที่จะทำให้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เชี่ยวชาญ และชำนาญแต่การกระทำความดีโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง

5:94Page 123

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَيَبۡلُوَنَّكُمُ ٱللَّهُ بِشَيۡءٖ مِّنَ ٱلصَّيۡدِ تَنَالُهُۥٓ أَيۡدِيكُمۡ وَرِمَاحُكُمۡ لِيَعۡلَمَ ٱللَّهُ مَن يَخَافُهُۥ بِٱلۡغَيۡبِۚ فَمَنِ ٱعۡتَدَىٰ بَعۡدَ ذَٰلِكَ فَلَهُۥ عَذَابٌ أَلِيمٞ ٩٤

O you who have believed, Allāh will surely test you through something of the game that your hands and spears [can] reach, that Allāh may make evident those who fear Him unseen. And whoever transgresses after that - for him is a painful punishment.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย แน่นอนอัลลอฮฺ จะทรงทดสอบพวกเจ้าด้วยสิ่งหนึ่ง ซึ่งพระองค์จะส่งมันมายังพวกเจ้า นั่นคือสัตว์ป่า ขณะที่พวกเจ้านั้นครองอิหฺรอมอยู่ ซึ่งพวกเจ้าสามารถล่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ ได้ด้วยมือของพวกเจ้า และล่าตัวใหญ่ด้วยหอกของพวกเจ้า เพื่อที่อัลลอฮฺจะได้ทรงรู้ว่า ผู้ใดบ้างที่เกรงกลัวต่อพระองค์อย่างแท้จริง ทั้งในทางเปิดเผย และ ในทางเร้นลับ ผู้ใดที่เกรงกลัวต่อพระองค์ในสภาพที่พวกเขาไม่เห็นพระองค์ แต่เนื่องด้วยการศรัทธาของเขาที่เต็มเปี่ยมว่าอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ยิ่ง แล้วเขาก็ได้หักห้ามใจต่อการล่าสัตว์เพราะเกรงกลัวต่อพระเจ้า ซึ่งการกระทำของเขานั้นไม่อาจซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ แล้วผู้ใดที่ละเมิดขอบเขต และทำการล่าสัตว์ขณะที่เขาครองอิหฺรอมในช่วงทำฮัจญ์หรือว่าทำอุมเราะฮ์นั้น สำหรับเขาก็จะได้รับโทษอันเจ็บแสบในวันกิยามะฮฺ เพราะว่าเขานั้นได้ทำในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ห้ามมันเอาไว้

5:95Page 123

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تَقۡتُلُواْ ٱلصَّيۡدَ وَأَنتُمۡ حُرُمٞۚ وَمَن قَتَلَهُۥ مِنكُم مُّتَعَمِّدٗا فَجَزَآءٞ مِّثۡلُ مَا قَتَلَ مِنَ ٱلنَّعَمِ يَحۡكُمُ بِهِۦ ذَوَا عَدۡلٖ مِّنكُمۡ هَدۡيَۢا بَٰلِغَ ٱلۡكَعۡبَةِ أَوۡ كَفَّٰرَةٞ طَعَامُ مَسَٰكِينَ أَوۡ عَدۡلُ ذَٰلِكَ صِيَامٗا لِّيَذُوقَ وَبَالَ أَمۡرِهِۦۗ عَفَا ٱللَّهُ عَمَّا سَلَفَۚ وَمَنۡ عَادَ فَيَنتَقِمُ ٱللَّهُ مِنۡهُۚ وَٱللَّهُ عَزِيزٞ ذُو ٱنتِقَامٍ ٩٥

O you who have believed, do not kill game while you are in the state of iḥrām.1 And whoever of you kills it intentionally - the penalty is an equivalent from sacrificial animals to what he killed, as judged by two just men among you as an offering [to Allāh] delivered to the Kaʿbah, or an expiation: the feeding of needy people or the equivalent of that in fasting, that he may taste the consequence of his matter [i.e., deed]. Allāh has pardoned what is past; but whoever returns [to violation], then Allāh will take retribution from him. And Allāh is Exalted in Might and Owner of Retribution.2

โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าฆ่าสัตว์ล่าในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิหฺรอมในการประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะฮฺอยู่ และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่ได้ฆ่ามันโดยเจตนา ดังนั้นเขาจงชดเชยเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันกับที่เขาได้ฆ่ามัน จากปศุสัตว์ อาทิเช่น อูฐ วัว หรือแพะ โดยให้ผู้ที่มีความยุติธรรมสองคนในหมู่คนผู้ศรัทธาดำการชี้ขาดเกี่ยวกับมัน ด้วยการให้ผู้กระทำผิดนั้น (อย่าฆ่าสัตว์ล่าในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิหฺรอม) ชดเชยมันในฐานะที่ถือว่าเป็นสัตว์พลีที่ต้องส่งคืนไปยังมักกะฮฺ และเชือดมันในเขตฮารอม หรือคิดคำนวนค่าสัตว์ตัวนั้นเป็นเงินตรา เพื่อซื้ออาหารแจกจ่ายให้แก่บรรดาคนยากจนในเขตฮารอม ซึ่งมอบให้คนละครึ่งศออฺ หรือชดเชยด้วยการถือศีลอดเพื่อแลกกับอาหารทุก ๆ ครึ่งศออฺ ทั้งหมดนี้ เพื่อที่ผู้ฆ่าสัตว์จะได้ลิ้มรสบทลงโทษในสิ่งที่เขาได้กระทำมา อัลลอฮฺได้ทรงอภัยให้ในสิ่งที่ได้ล่วงเลยมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ในเขตพื้นที่ฮารอมหรือการล่าสัตว์ป่าของผู้ที่ครองอิหฺรอมก่อนการสั่งห้ามล่าฆ่ามัน และผู้ใดกลับไปกระทำมันอีกหลังจากที่ได้มีกฎห้ามแล้ว อัลลอฮฺก็จะทรงลงโทษเขาด้วยพระองค์เอง และอัลลอฮฺคือผู้ที่ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีใครเอาชนะได้ และด้วยความเดชานุภาพของพระองค์ พระองค์จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ฝ่าฟืนในคำสั่งของพระองค์หากพระองค์ทรงประสงค์ โดยไม่มีผู้ใดสกัดกั้นพระองค์ได้

5:96Page 124

أُحِلَّ لَكُمۡ صَيۡدُ ٱلۡبَحۡرِ وَطَعَامُهُۥ مَتَٰعٗا لَّكُمۡ وَلِلسَّيَّارَةِۖ وَحُرِّمَ عَلَيۡكُمۡ صَيۡدُ ٱلۡبَرِّ مَا دُمۡتُمۡ حُرُمٗاۗ وَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ ٱلَّذِيٓ إِلَيۡهِ تُحۡشَرُونَ ٩٦

Lawful to you is game from the sea and its food as provision for you and the travelers,1 but forbidden to you is game from the land as long as you are in the state of iḥrām. And fear Allāh to whom you will be gathered.

อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติแก่พวกเจ้า ซึ่งการล่าสัตว์น้ำทะเล และสิ่งที่ทะเลซัดสาดมันขึ้นมาให้แก่พวกเจ้าทั้งที่มันมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์สำหรับพวกเจ้าที่อาศัยอยู่หรือผู้ที่เดินทางได้นำมันมาเป็นเสบียง และได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้า ซึ่งการล่าสัตว์ล่าบกตราบใดที่พวกเจ้ายังคงครองอิหฺรอมอยู่ในการทำฮัจญ์หรือว่าอุมเราะฮฺ และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ ดังนั้นพระองค์คือผู้เดียวเท่านั้นที่พวกเจ้าจะต้องกลับไปสู่พระองค์ในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าต่อการงานของพวกเจ้า

5:97Page 124

۞ جَعَلَ ٱللَّهُ ٱلۡكَعۡبَةَ ٱلۡبَيۡتَ ٱلۡحَرَامَ قِيَٰمٗا لِّلنَّاسِ وَٱلشَّهۡرَ ٱلۡحَرَامَ وَٱلۡهَدۡيَ وَٱلۡقَلَٰٓئِدَۚ ذَٰلِكَ لِتَعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ يَعۡلَمُ مَا فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَمَا فِي ٱلۡأَرۡضِ وَأَنَّ ٱللَّهَ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٌ ٩٧

Allāh has made the Kaʿbah, the Sacred House, standing1 for the people and [has sanctified] the sacred months and the sacrificial animals and the garlands [by which they are identified]. That is so you may know that Allāh knows what is in the heavens and what is in the earth and that Allāh is Knowing of all things.

อัลลอฮฺได้ทรงทำให้อัล-กะอฺบะฮฺอันเป็นบ้านที่ต้องห้ามนั้น เป็นที่ดำรงอยู่สำหรับมนุษย์ เพื่อประโยชน์อันสูงสุดของพวกเขาทั้งทางด้านศาสนา เช่น การละหมาด การทำฮัจญ์และอุมเราะฮ และทางด้านดุนยา เช่น ในเรื่องความปลอยภัยในเขตพื้นที่ที่ต้องห้ามและการเก็บรวบรวมพืชผลต่างๆ นาๆ และพระองค์ทรงได้ทำให้มีเดือนที่ต้องห้าม คือเดือน (ซุลกออฺดะฮฺ ซุลฮิจญะฮฺ มุหัรรอม และเราะญับ) เพื่อดำรงไว้ให้แก่พวกเขาซึ่งความปลอดภัยในพื้นที่แห่งนั้น จากการรุกราน หรือ สู้รบกัน และเช่นเดียวกันสัตว์พลี และสัตว์ที่ถูกสวมเครื่องหมายไว้ที่คอ ที่ถูกนำพามายังพื้นที่ฮะรอม (พื้นที่ต้องห้าม) เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการซุ่มทำร้าย นั้นคือสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงโปรดปรานมันให้กับพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้ว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงรู้สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และแท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง และโดยแท้จริงแล้วบทบัญญัติของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ต่อพวกเจ้าและเป็นการปกป้องภยันตรายให้แก่พวกเจ้าและนี่คือหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้ของพระองค์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับปวงบ่าวทั้งหลาย

5:98Page 124

ٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ وَأَنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٩٨

Know that Allāh is severe in penalty and that Allāh is Forgiving and Merciful.

โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺ เป็นผู้รุนแรงในการลงโทษ แก่ผู้ที่ทรยศต่อพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษยิ่งแก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว ทรงเอ็นดูเมตตายิ่งต่อเขา

5:99Page 124

مَّا عَلَى ٱلرَّسُولِ إِلَّا ٱلۡبَلَٰغُۗ وَٱللَّهُ يَعۡلَمُ مَا تُبۡدُونَ وَمَا تَكۡتُمُونَ ٩٩

Not upon the Messenger is [responsibility] except [for] notification. And Allāh knows whatever you reveal and whatever you conceal.

หน้าที่ของเราะซูลนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการประกาศให้ทราบถึงสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสั่งใช้ให้เขานั้นประกาศมันเพียงเท่านั้น เขาไม่ได้มีหน้าที่ทำให้มนุษย์นั้นบรรลุไปสู่ทางนำ ดังนั้นเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับพระหัตของอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว และอัลลอฮฺทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยมัน และสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดมันจากสิ่งที่ถูกต้องหรือหลงผิด และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าสำหรับสิ่งนั้น

5:100Page 124

قُل لَّا يَسۡتَوِي ٱلۡخَبِيثُ وَٱلطَّيِّبُ وَلَوۡ أَعۡجَبَكَ كَثۡرَةُ ٱلۡخَبِيثِۚ فَٱتَّقُواْ ٱللَّهَ يَٰٓأُوْلِي ٱلۡأَلۡبَٰبِ لَعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ١٠٠

Say, "Not equal are the evil and the good, although the abundance of evil might impress you." So fear Allāh, O you of understanding, that you may be successful.

จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล ว่าสิ่งเลวทรามจากทุกทั่วสารทิศกับสิ่งดีจากทุกทั่วสารทิศนั้นย่อมไม่เท่าเทียมกัน และแม้ว่าความมากมายของสิ่งชั่วนั้น ได้ทำให้ท่านประทับใจก็ตาม แท้จริงแล้วความมากมายของมันนั้นมิได้ชี้ให้เห็นถึงความประเสริฐของมันเลย จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด โอ้ผู้มีสติปัญญาทั้งหลาย โดยการละทิ้งสิ่งที่เลวทรามและปฏิบัติสิ่งที่ดี เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะด้วยสวนสวรรค์

5:101Page 124

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ لَا تَسۡـَٔلُواْ عَنۡ أَشۡيَآءَ إِن تُبۡدَ لَكُمۡ تَسُؤۡكُمۡ وَإِن تَسۡـَٔلُواْ عَنۡهَا حِينَ يُنَزَّلُ ٱلۡقُرۡءَانُ تُبۡدَ لَكُمۡ عَفَا ٱللَّهُ عَنۡهَاۗ وَٱللَّهُ غَفُورٌ حَلِيمٞ ١٠١

O you who have believed, do not ask about things which, if they are shown to you, will distress you. But if you ask about them while the Qur’ān is being revealed, they will be shown to you. Allāh has pardoned it [i.e., that which is past]; and Allāh is Forgiving and Forbearing.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าอย่าถามเราะสูลของพวกเจ้า ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มันไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับพวกเจ้าเลย และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ศาสนาของพวกเจ้าดีขึ้น หากสิ่งเหล่านี้ปรากฎขึ้นแก่พวกเจ้าแล้ว มันจะก่อให้เกิดความเลวร้ายแก่พวกเจ้า เนื่องด้วยความยากลำบากที่มีในสิ่งนั้น ถ้าพวกเจ้าถามถึงสิ่งเหล่านั้น ทั้งที่พวกเจ้าได้ถูกห้ามไม่ให้ถามถึงมัน ขณะที่วะฮ์ยู (อัล-กุรอาน) ถูกประทานลงมาแก่ท่านเราะสูล มันก็จะถูกเปิดเผยขึ้นแก่พวกเจ้า และสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นได้ทรงละเว้นสิ่งต่าง ๆ ที่อัลกุรอานมิได้พูดถึงมัน ดังนั้นพวกเจ้าอย่าได้ถามถึงมัน แล้วหากพวกเจ้าถามถึงมัน บทบัญญัติก็จะถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้าตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมัน และอัลลอฮ์คือผู้ทรงลบล้างบาปของบ่าวของพระองค์ เมื่อพวกเขาทำการกลับเนื้อกลับตัว โดยที่พระองค์ทรงยกโทษให้ในการลงโทษต่อพวกเขาด้วยสิ่งดั่งกล่าวนั้น

5:102Page 124

قَدۡ سَأَلَهَا قَوۡمٞ مِّن قَبۡلِكُمۡ ثُمَّ أَصۡبَحُواْ بِهَا كَٰفِرِينَ ١٠٢

A people asked such [questions] before you; then they became thereby disbelievers.1

แท้จริงได้มีพวกหนึ่งก่อนพวกเจ้าได้ถามถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาแล้ว เมื่อพวกเขาได้รับมอบหมายให้ทำมัน พวกเขาก็ไม่ได้ทำ แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้ปฏิเสธด้วยสาเหตุนั้น

5:103Page 124

مَا جَعَلَ ٱللَّهُ مِنۢ بَحِيرَةٖ وَلَا سَآئِبَةٖ وَلَا وَصِيلَةٖ وَلَا حَامٖ وَلَٰكِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ يَفۡتَرُونَ عَلَى ٱللَّهِ ٱلۡكَذِبَۖ وَأَكۡثَرُهُمۡ لَا يَعۡقِلُونَ ١٠٣

Allāh has not appointed [such innovations as] baḥīrah or sā’ibah or waṣīlah or ḥām.1 But those who disbelieve invent falsehood about Allāh, and most of them do not reason.

อัลลอฮฺได้ทรงให้อูฐเป็นสิ่งอนุมัติ แล้วไม่ได้ห้ามส่วนใดส่วนหนึ่งอะไรทั้งนั้น ดังเช่นที่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีได้เชื่อกันว่ามันเป็นที่ต้องห้ามสำหรับพวกเขา แต่เป็นที่อนุมัติเพื่อบรรดาเจว็ดของพวกเขา ทั้งอัล-บะฮีเราะฮฺ คืออูฐที่คลอดลูกออกมาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยหูของมันก็จะถูกตัดออกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และซาอิบะฮฺ คืออูฐที่ครั้นเมื่อถึงวัยที่กำหนดก็จะต้องละไว้เพื่อบรรดาเจว็ดของพวกเขา และวะซีละฮฺ คืออูฐที่ถึงรอบคลอดลูกออกมาเป็นตัวเมีย และฮาม คือพ่อพันธุ์อูฐที่ได้ผสมพันธุ์จนได้ลูกจำนวนหลายตัว แต่ทว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่างหากที่อุปโลกน์ความเท็จแต่งเรื่องขึ้นมาว่าแท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงไม่อนุมัติสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น และส่วนมากของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาพวกเขาจะไม่แยกแยะระหว่าง ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือว่าเป็นสิ่งที่ผิด เป็นสิ่งที่อนุมัติหรือว่าสิ่งที่ไม่อนุมัติ

5:104Page 125

وَإِذَا قِيلَ لَهُمۡ تَعَالَوۡاْ إِلَىٰ مَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ وَإِلَى ٱلرَّسُولِ قَالُواْ حَسۡبُنَا مَا وَجَدۡنَا عَلَيۡهِ ءَابَآءَنَآۚ أَوَلَوۡ كَانَ ءَابَآؤُهُمۡ لَا يَعۡلَمُونَ شَيۡـٔٗا وَلَا يَهۡتَدُونَ ١٠٤

And when it is said to them, "Come to what Allāh has revealed and to the Messenger," they say, "Sufficient for us is that upon which we found our fathers." Even though their fathers knew nothing, nor were they guided?

และเมื่อได้มีการกล่าวแก่บรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺ ถึงการตั้งข้อห้ามเกี่ยวกับอูฐบางตัวว่า : พวกเจ้าจงมาเถิด มาสู่สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาจากอัลกุรอ่าน และมาสู่แนวทางของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม เพื่อที่พวกเจ้าจะได้รู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นที่อนุมัติจากสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม พวกเขาก็กล่าวว่า มันเพียงพอแล้วสำหรับเรา สิ่งที่เราได้มาและเป็นที่สืบทอดมาจากบรรดาบรรพบุรุษของเรา ทั้งความเชื่อ คำพูด และการกระทำ สิ่งนั้นมันจะพอเพียงแก่พวกเขาได้อย่างไร แท้จริงแล้วบรรพบุรุษของพวกเขาไม่รู้เรื่องอะไร และพวกเขาก็ไม่ได้หันไปสู่ซึ่งสิ่งที่เป็นสัจธรรมเลย?! ดังนั้นเขาไม่ควรทำตามพวกเขา เว้นแต่ผู้ที่โง่เขลายิ่งในหมู่ของพวกเขาและผู้ที่หลงทาง แล้วพวกเขาก็คือผู้ที่โง่เขลาหลงทาง

5:105Page 125

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ عَلَيۡكُمۡ أَنفُسَكُمۡۖ لَا يَضُرُّكُم مَّن ضَلَّ إِذَا ٱهۡتَدَيۡتُمۡۚ إِلَى ٱللَّهِ مَرۡجِعُكُمۡ جَمِيعٗا فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمۡ تَعۡمَلُونَ ١٠٥

O you who have believed, upon you is [responsibility for] yourselves. Those who have gone astray will not harm you when you have been guided. To Allāh is your return all together; then He will inform you of what you used to do.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงปกป้องตัวของพวกเจ้าเองเถิด โดยการดำรงไว้ซึ่งความดีงามทั้งหลาย ผู้ใดที่หลงผิดและไม่ยอมรับพวกเจ้านั้น พวกเขาไม่อาจสร้างความเสียหายต่อพวกเจ้าได้หรอก หากพวกเจ้าได้รับการชี้นำโดยแท้จริง และผลจากการแนะนำชักชวนของพวกเจ้า การสั่งใช้ของพวกเจ้าด้วยในการทำความดี และการห้ามปรามของพวกเจ้าจากสิ่งที่ไม่ดี ทุกอย่างจะกลับไปสู่อัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว นั้นคือ การกลับไปของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเจ้าทั้งหลาย ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกันในโลกดุนยา และจะทรงตอบแทนมันแก่พวกเจ้า

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском