Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-A'raf 7:138–161
7:138Page 167
وَجَٰوَزۡنَا بِبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ ٱلۡبَحۡرَ فَأَتَوۡاْ عَلَىٰ قَوۡمٖ يَعۡكُفُونَ عَلَىٰٓ أَصۡنَامٖ لَّهُمۡۚ قَالُواْ يَٰمُوسَى ٱجۡعَل لَّنَآ إِلَٰهٗا كَمَا لَهُمۡ ءَالِهَةٞۚ قَالَ إِنَّكُمۡ قَوۡمٞ تَجۡهَلُونَ ١٣٨
And We took the Children of Israel across the sea; then they came upon a people intent in devotion to [some] idols of theirs. They [the Children of Israel] said, "O Moses, make for us a god just as they have gods." He said, "Indeed, you are a people behaving ignorantly.
และเราได้นำวงศ์วานอิสรออีลข้ามทะเลได้สำเร็จ หลังจากที่มูซาได้ทุบทะเลนั้นด้วยไม้เท้าของเขาดังนั้นมันก็แตกแยกออกมา แล้วพวกเขาก็ได้เดินผ่านชุมชนกลุ่มหนึ่งทีกำลังบูชารูปเจว็ดต่างๆ อื่นจากอัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเขาก็ได้กล่าวแก่มูซาว่า "โอ้มูซา ท่านจงสร้างรูปเจว็ดแก่พวกเราสักองค์หนึ่งเราจะได้บูชามัน เหมือนกับชนกลุ่มนั้นมีเจว็ดหลายองค์ไว้เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺ" มูซาก็ตอบแก่พวกเขาว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน แท้จริงพวกเจ้าเป็นหมู่ชนที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่จำเป็นที่ควรสำหรับอัลลอฮฺ เช่น การสำนึกในความยิ่งใหญ่และการให้เอกภาพต่อพระองค์ และพวกเจ้าไม่รู้ในสิ่งที่ไม่สมควรสำหรับพระองค์ เช่น การตั้งภาคีและการบูชาสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ"
7:139Page 167
إِنَّ هَٰٓؤُلَآءِ مُتَبَّرٞ مَّا هُمۡ فِيهِ وَبَٰطِلٞ مَّا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٣٩
Indeed, those [worshippers] - destroyed is that in which they are [engaged], and worthless is whatever they were doing."
แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นที่เคารพสักการะรูปเจว็ดต่างๆ จะถูกทำลายตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในสภาพนั้น และการงานที่ดีของพวกเขาที่ได้กระทำมาทั้งหมดจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง เนื่องด้วยการตั้งภาคีของพวกเขาในการทำอิบาดะฮ์ต่อสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮ"
7:140Page 167
قَالَ أَغَيۡرَ ٱللَّهِ أَبۡغِيكُمۡ إِلَٰهٗا وَهُوَ فَضَّلَكُمۡ عَلَى ٱلۡعَٰلَمِينَ ١٤٠
He said, "Is it other than Allāh I should desire for you as a god1 while He has preferred you over the worlds?"
มูซาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า "โอ้ประชาชาติของฉัน จะให้ฉันแสวงหาพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ที่พวกเจ้าอิบาดะฮ์อยู่ได้อย่างไร ทั้งที่พวกเจ้าได้เห็นสัญญานต่างๆ ที่ยิ่่งใหญ่ของพระองค์มาแล้วกับตา และพระองค์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ก็ได้ทรงเทิดทูนพวกเจ้าเหนือประชาชาติอื่นๆทั้งหลายในยุคของพวกเจ้า ได้มอบความสะดวกสบายต่างๆ ได้ทำลายศัตรูของพวกเจ้า และได้ให้พวกเจ้าเป็นผู้นำมีอำนาจในการปกครองแผ่นดิน?!"
7:141Page 167
وَإِذۡ أَنجَيۡنَٰكُم مِّنۡ ءَالِ فِرۡعَوۡنَ يَسُومُونَكُمۡ سُوٓءَ ٱلۡعَذَابِ يُقَتِّلُونَ أَبۡنَآءَكُمۡ وَيَسۡتَحۡيُونَ نِسَآءَكُمۡۚ وَفِي ذَٰلِكُم بَلَآءٞ مِّن رَّبِّكُمۡ عَظِيمٞ ١٤١
And [recall, O Children of Israel], when We saved you from the people of Pharaoh, [who were] afflicting you with the worst torment - killing your sons and keeping your women alive. And in that was a great trial from your Lord.
วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย จงนึกถึงในตอนที่เราได้ช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากการกดขี่ของฟิรฺเอาน์และบริวารของเขา ซึ่งพวกเขาได้ทำการทรมานพวกเจ้าด้วยการทรมานที่เลวร้ายที่สุด ด้วยการฆ่าบรรดาลูกชายของพวกเจ้า และไว้ชีวิตบรรดาผู้หญิงของพวกเจ้าใว้เป็นทาสรับใช้ และในการที่พวกเจ้าได้รอดจากฟิรฺเอาน์และบริวารของเขานั้น ถือเป็นการทดสอบอันใหญ่หลวงจากพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเจ้าต้องขอบคุณพระองค์
7:142Page 167
۞ وَوَٰعَدۡنَا مُوسَىٰ ثَلَٰثِينَ لَيۡلَةٗ وَأَتۡمَمۡنَٰهَا بِعَشۡرٖ فَتَمَّ مِيقَٰتُ رَبِّهِۦٓ أَرۡبَعِينَ لَيۡلَةٗۚ وَقَالَ مُوسَىٰ لِأَخِيهِ هَٰرُونَ ٱخۡلُفۡنِي فِي قَوۡمِي وَأَصۡلِحۡ وَلَا تَتَّبِعۡ سَبِيلَ ٱلۡمُفۡسِدِينَ ١٤٢
And We made an appointment with Moses for thirty nights and perfected them by [the addition of] ten; so the term of his Lord was completed as forty nights. And Moses said to his brother Aaron, "Take my place among my people, do right [by them],1 and do not follow the way of the corrupters."
และอัลลอฮฺได้กำหนดสัญญาแก่มูซาในการวิงวอนต่อพระองค์เป็นเวลาสามสิบคืน และพระองค์ได้ทรงเพิ่่มอีกสิบคืน จนกลายเป็นสี่สิบคืนเต็ม มูซาได้กล่าวแก่ฮารูนพี่ชายของเขาก่อนที่เขาจะเดินทางไป เพื่อวิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของว่า "โอ้ฮารูน จงทำหน้าที่แทนฉันในหมู่ชนของฉัน และจงแก้ไขปัญหาของพวกเขา ด้วยวิธีการที่ดีและสุภาพอ่อนโยน และจงอย่าตามเส้นทางของผู้ก่อความเสียหายด้วยการกระทำสิ่งที่เป็นบาปต่างๆและจงอย่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่บรรดาผู้กระทำบาปทั้งหลาย"
7:143Page 167
وَلَمَّا جَآءَ مُوسَىٰ لِمِيقَٰتِنَا وَكَلَّمَهُۥ رَبُّهُۥ قَالَ رَبِّ أَرِنِيٓ أَنظُرۡ إِلَيۡكَۚ قَالَ لَن تَرَىٰنِي وَلَٰكِنِ ٱنظُرۡ إِلَى ٱلۡجَبَلِ فَإِنِ ٱسۡتَقَرَّ مَكَانَهُۥ فَسَوۡفَ تَرَىٰنِيۚ فَلَمَّا تَجَلَّىٰ رَبُّهُۥ لِلۡجَبَلِ جَعَلَهُۥ دَكّٗا وَخَرَّ مُوسَىٰ صَعِقٗاۚ فَلَمَّآ أَفَاقَ قَالَ سُبۡحَٰنَكَ تُبۡتُ إِلَيۡكَ وَأَنَا۠ أَوَّلُ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ١٤٣
And when Moses arrived at Our appointed time and his Lord spoke to him, he said, "My Lord, show me [Yourself] that I may look at You." [Allāh] said, "You will not see Me,1 but look at the mountain; if it should remain in place, then you will see Me." But when his Lord appeared to the mountain, He rendered it level,2 and Moses fell unconscious. And when he awoke, he said, "Exalted are You! I have repented to You, and I am the first [among my people] of the believers."3
และครั้นที่มูซาได้มาหาพระผู้อภิบาลของเขาเพื่อวิงวอนพระองค์ตามเวลาที่กำหนดไว้ คือสี่สิบคืนเต็ม และพระผู้อภิบาลของเขาได้ตรัสแก่เขาในเรื่องที่เกี่ยวกับคำสั่งใช้ คำสั่งห้ามต่างๆ และอื่นๆ มูซารู้สึกต้องการที่จะเห็นพระผู้อภิบาลของเขา ดังนั้นเขาจึงขอต่อพระองค์เพื่อให้ได้เห็นพระองค์ พระองค์ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบว่า"เจ้าไม่สามารถที่จะเห็นข้าบนโลกนี้เป็นอันขาด เพราะเจ้าไม่มีความสามารถพอในเรื่องนี้ แต่ว่าเจ้าจงมองไปยังภูเขาลูกนั้น ถ้าหากมันมั่นอยู่ ณ ที่ของมัน เจ้าก็จะเห็นข้า แต่ถ้ามันทลายตัวลงพื้นดินอย่างราบเรียบ เจ้าจะไม่ได้เห็นข้าในโลกนี้" ครั้นเมื่อพระผู้อภิบาลของเขาได้ประจักษ์ที่ภูเขาลูกนั้น ภูเขาลูกนั้นก็ทลายตัวลงอย่างราบเรียบ ทันใดนั้นมูซาก็ล้มลงในสภาพที่หมดสติ และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาก็กล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่ไม่คู่ควรทั้งหลาย ข้าพระองค์ขอลุแก่โทษต่อพระองค์ในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้ขอให้เห็นพระองค์ในโลกนี้ และข้าพระองค์คือผู้ศรัทธาคนแรกในหมู่ชนของข้าพระองค์"
7:144Page 168
قَالَ يَٰمُوسَىٰٓ إِنِّي ٱصۡطَفَيۡتُكَ عَلَى ٱلنَّاسِ بِرِسَٰلَٰتِي وَبِكَلَٰمِي فَخُذۡ مَآ ءَاتَيۡتُكَ وَكُن مِّنَ ٱلشَّٰكِرِينَ ١٤٤
[Allāh] said, "O Moses, I have chosen you over the people with My messages and My words [to you]. So take what I have given you and be among the grateful."
อัลลอฮ์ได้ตรัสแก่มูซาว่า "โอ้มูซา แท้จริงข้าได้เลือกเจ้าและเทิดทูนเจ้าให้เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการให้เจ้าได้เผยแพร่สาส์นของข้าไปยังพวกเขา และข้าได้เทิดทูนเจ้าด้วยการสนทนากับเจ้าโดยตรงโดยไม่มีสื่อกลาง ดังนั้นเจ้าจงยึดสิ่งที่ข้าได้ให้แก่เจ้าที่มีเกียรตินี้ และจงอยู่ในหมู่ผู้ที่ขอบคุณสำหรับการให้อันยิ่่งใหญ่นี้"
7:145Page 168
وَكَتَبۡنَا لَهُۥ فِي ٱلۡأَلۡوَاحِ مِن كُلِّ شَيۡءٖ مَّوۡعِظَةٗ وَتَفۡصِيلٗا لِّكُلِّ شَيۡءٖ فَخُذۡهَا بِقُوَّةٖ وَأۡمُرۡ قَوۡمَكَ يَأۡخُذُواْ بِأَحۡسَنِهَاۚ سَأُوْرِيكُمۡ دَارَ ٱلۡفَٰسِقِينَ ١٤٥
And We wrote for him on the tablets [something] of all things - instruction and explanation for all things, [saying], "Take them with determination and order your people to take the best of it. I will show you the home of the defiantly disobedient."1
และเราได้บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้แก่มูซาในแผ่นจารึกซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับวงศ์วานอิสรออีล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนาหรือเรื่องการใช้ชีวิตบนโลกนี้ เพื่อเป็นข้อตักเตือนสำหรับบางคนในหมู่พวกเขาที่ต้องการ และเพื่อเป็นการแจกแจงในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆ ที่ต้องอธิบายเพิ่มเติม ดังนั้นมูซาเอ๋ย เจ้าจงยึดถือคัมภีร์อัตเตารอฮฺนี้อย่างจริงจังและแนวแน่ และจงสั่งใช้ประชาชาติของเจ้าวงศ์วานอิสรออีลให้ยึดถือสิ่งที่ดีที่สุดของมันที่ผลบุญของมันนั้นใหญ่ยิ่ง ดังเช่นการปฏิบัติสิ่งที่ถูกสั่งใช้ในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด การอดทน และการให้อภัย เป็นต้น ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นการลงโทษสำหรับผู้ที่ละเมิดคำสั่งใช้ของข้า ไม่เชื่อฟังข้า และจะให้พวกเจ้าได้เห็นความหายนะที่เขาจะต้องเผชิญกับมัน
7:146Page 168
سَأَصۡرِفُ عَنۡ ءَايَٰتِيَ ٱلَّذِينَ يَتَكَبَّرُونَ فِي ٱلۡأَرۡضِ بِغَيۡرِ ٱلۡحَقِّ وَإِن يَرَوۡاْ كُلَّ ءَايَةٖ لَّا يُؤۡمِنُواْ بِهَا وَإِن يَرَوۡاْ سَبِيلَ ٱلرُّشۡدِ لَا يَتَّخِذُوهُ سَبِيلٗا وَإِن يَرَوۡاْ سَبِيلَ ٱلۡغَيِّ يَتَّخِذُوهُ سَبِيلٗاۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَا وَكَانُواْ عَنۡهَا غَٰفِلِينَ ١٤٦
I will turn away from My signs those who are arrogant upon the earth without right; and if they should see every sign, they will not believe in it. And if they see the way of consciousness,1 they will not adopt it as a way; but if they see the way of error, they will adopt it as a way. That is because they have denied Our signs and they were heedless of them.
ข้าจะทำให้บรรดาผู้ที่ประพฤติตัวหยิ่งยโสโอหังเหนือบ่าวของอัลลอฮ์และไม่ยอมรับสัจธรรมอย่างไม่ชอบธรรมออกห่างจากการได้รับบทเรียนจากสัญญาณต่างๆ ของข้า เช่นสัญญาณต่างๆในจักรวาลอันไกลโพ้นและในตัวของพวกเขาเอง และข้าจะทำให้พวกเขายากที่จะเข้าใจบรรดาโองการที่อยู่ในคัมภีร์ของข้า และหากพวกเขาได้เห็นสัญญานของข้าทั้งหมดทั้งมวล พวกเขาก็ไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น เนื่องด้วยการคัดค้านของพวกเขาและการหันหลังไม่ศรัทธาต่อสัญญานเหล่านั้น และพวกเขาจงใจต่อต้านอัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์ และหากพวกเขาได้เห็นแนวทางที่ถูกต้องที่จะนำพาพวกเขาไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺ พวกเขาจะไม่พึงพอใจและไม่ปฏิบัติตาม แต่ทว่า เมื่อไรที่พวกเขาได้เห็นหนทางที่หลงผิดที่จะนำไปสู่ความโกรธกริ้วอัลลอฮฺ พวกเขาจะปฏิบัติตามเส้นทางนั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในสถานะดังกล่าวนั้น เกิดจากการปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อสัญญานต่างๆ อันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ ซึ่งเป็นสัญญานที่บ่งบอกถึงสัจธรรมของสิ่งที่รอสูลได้นำมา และอีกสาเหตุหนึ่งคือ พวกเขาละเลยที่จะทบทวนพิจารณาสัญญาเหล่านั้น
7:147Page 168
وَٱلَّذِينَ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَا وَلِقَآءِ ٱلۡأٓخِرَةِ حَبِطَتۡ أَعۡمَٰلُهُمۡۚ هَلۡ يُجۡزَوۡنَ إِلَّا مَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٤٧
Those who denied Our signs and the meeting of the Hereafter - their deeds have become worthless. Are they recompensed except for what they used to do?
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา และปฏิเสธการพบอัลลอฮฺในวันปรโลกนั้น บรรดาการงานของพวกเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ย่อมไร้ผล พวกเขาจะไม่ได้ผลบูญใดๆ จากการงานดังกล่าว เพราะพวกเขาขาดเงื่อนไขหนึ่ง คือ การศรักธา และในวันปรโลกพวกเขาจะไม่ได้รับการตอบแทนนอกจากสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ในโลกดุนยาเท่านั้น เช่น การปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและการตั้งภาคีร่วมกับพระองค์ และแน่นอนที่สุดการตอบแทนนั้น คือ การที่พวกเขาต้องตกอยู่ในไฟนรกตลอดกาล
7:148Page 168
وَٱتَّخَذَ قَوۡمُ مُوسَىٰ مِنۢ بَعۡدِهِۦ مِنۡ حُلِيِّهِمۡ عِجۡلٗا جَسَدٗا لَّهُۥ خُوَارٌۚ أَلَمۡ يَرَوۡاْ أَنَّهُۥ لَا يُكَلِّمُهُمۡ وَلَا يَهۡدِيهِمۡ سَبِيلًاۘ ٱتَّخَذُوهُ وَكَانُواْ ظَٰلِمِينَ ١٤٨
And the people of Moses made, after [his departure], from their ornaments a calf - an image having a lowing sound. Did they not see that it could neither speak to them nor guide them to a way? They took it [for worship], and they were wrongdoers.
หลังจากที่มูซาออกไปเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา พวกพ้องของเขาได้นำเครื่องประดับของพวกเขาปั้นเป็นลูกวัวที่ไร้วิญญาณและมีเสียง พวกเขาไม่รู้หรือว่า ลูกวัวรูปนั้นไม่สามารถพูกกับพวกเขาได้ และไม่สามารถชี้ทางให้พวกเขาไปสู่เส้นทางแห่งความดีได้ทั้งทางโลกและทางธรรม แถมลูกวัวรูปนั้นยังไม่สามารถให้ประโยชน์แก่พวกเขาได้และไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากอันตรายได้ พวกเขาได้เอาลูกวัวตัวนั้นเป็นที่เคารพบูชา และด้วยเหตุดังกล่าวนั้นพวกเขากลายเป็นผู้ที่อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง
7:149Page 168
وَلَمَّا سُقِطَ فِيٓ أَيۡدِيهِمۡ وَرَأَوۡاْ أَنَّهُمۡ قَدۡ ضَلُّواْ قَالُواْ لَئِن لَّمۡ يَرۡحَمۡنَا رَبُّنَا وَيَغۡفِرۡ لَنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ ٱلۡخَٰسِرِينَ ١٤٩
And when regret overcame them1 and they saw that they had gone astray, they said, "If our Lord does not have mercy upon us and forgive us, we will surely be among the losers."
และเมื่อพวกเขารู้สึกเสียใจและกังวลต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ และรู้ว่าพวกเขาได้หันเหจากเส้นทางที่ถูกต้องด้วยการสักการะบูชาลูกวัวร่วมกับอัลลอฮฺ พวกเขาจึงวิงวอนต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า "หากพระผู้อภิบาลของเรามิทรงเมตตาแก่เราด้วยการชี้นำให้เราภักดีต่อพระองค์และมิทรงให้อภัยแก่เราจากการสักการะบูชาลูกวัวนั้น แน่นอนพวกเราจะอยู่ในหมู่ชนที่ขาดทุนทั้งโลกนี้และปรโลก"
7:150Page 169
وَلَمَّا رَجَعَ مُوسَىٰٓ إِلَىٰ قَوۡمِهِۦ غَضۡبَٰنَ أَسِفٗا قَالَ بِئۡسَمَا خَلَفۡتُمُونِي مِنۢ بَعۡدِيٓۖ أَعَجِلۡتُمۡ أَمۡرَ رَبِّكُمۡۖ وَأَلۡقَى ٱلۡأَلۡوَاحَ وَأَخَذَ بِرَأۡسِ أَخِيهِ يَجُرُّهُۥٓ إِلَيۡهِۚ قَالَ ٱبۡنَ أُمَّ إِنَّ ٱلۡقَوۡمَ ٱسۡتَضۡعَفُونِي وَكَادُواْ يَقۡتُلُونَنِي فَلَا تُشۡمِتۡ بِيَ ٱلۡأَعۡدَآءَ وَلَا تَجۡعَلۡنِي مَعَ ٱلۡقَوۡمِ ٱلظَّٰلِمِينَ ١٥٠
And when Moses returned to his people, angry and grieved, he said, "How wretched is that by which you have replaced me after [my departure]. Were you impatient over the matter of your Lord?" And he threw down the tablets and seized his brother by [the hair of] his head, pulling him toward him. [Aaron] said, "O son of my mother, indeed the people overpowered me and were about to kill me, so let not the enemies rejoice over me1 and do not place me among the wrongdoing people."
หลังจากมูซาได้กลับมาจากการเข้าเฝ้าพระผู้อภิบาลของเขา มุ่งหน้าไปยังพวกพ้องของเขาด้วยความโกรธและเสียใจ ต่อสิ่งที่พวกเขาได้กระทำจากการสักการะบูชาลูกวัว เขาได้กล่าวว่า "โอ้พวกพ้องของฉัน การกระทำของพวกเจ้าช่วงที่ฉันไม่อยู่นั้นมันช่างชั่วช้าเหลือเกิน เพราะการกระทำดังกล่าวจะนำมาซึ่งความหายนะและความทุกข์ยากแก่พวกเจ้า พวกเจ้ารู้สึกเบื่อหน่ายที่จะรอฉันกลับมากระนั้นหรือ เลยทำให้พวกเจ้าต้องสักการะบูชาลูกวัวตัวนั้น?!" แล้วเขาก็ได้โยนแผ่นจารึกลง อันเนื่องจากความโกรธและเสียใจอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้น และเขาได้จับหัวและเคราของฮารูนพี่ชายเขาและดึงเขาเข้าใกล้ เพราะพี่ชายของเขาอยู่พร้อมกับพวกเขาและไม่สั่งห้ามพวกเขาในการสักการะบูชาลูกวัว แล้วฮารูนได้กล่าวขอโทษและได้ขอร้องต่อมูซา "โอ้ลูกของแม่ของฉันเอ๋ย คนพวกนี้มองฉันเป็นคนที่อ่อนแอ ดังนั้นพวกเขาไม่ให้ค่าใดๆแก่ฉันเลย และพวกเขาเกือบที่จะฆ่าฉันด้วยซ้ำ ดังนั้นเจ้าจงอย่าลงโทษฉันด้วยการลงโทษที่จะทำให้ศัตรูของฉันดีใจ และเจ้าจงอย่ารวมฉันอยู่ในกลุ่มผู้อธรรมที่สักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ อันเนื่องด้วยความโกรธของเจ้าที่มีต่อฉัน"
7:151Page 169
قَالَ رَبِّ ٱغۡفِرۡ لِي وَلِأَخِي وَأَدۡخِلۡنَا فِي رَحۡمَتِكَۖ وَأَنتَ أَرۡحَمُ ٱلرَّٰحِمِينَ ١٥١
[Moses] said, "My Lord, forgive me and my brother and admit us into Your mercy, for You are the most merciful of the merciful."
ดังนั้นมูซาจึงได้วิงวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า โปรดอภัยโทษแก่ข้าและแก่พี่ชายของข้า (ฮารูน) ด้วย และโปรดให้เราได้เข้าอยู่ในความเมตตาของพระองค์ และโปรดทำให้ความเมตตาของพระองค์ครอบคลุมเราจากทุกด้านด้วยเถิด โอ้พระผู้อภิบาลของเรา พระองค์นั้นผู้ทรงเมตตาต่อเราเหนือบรรดาผู้เมตตาทั้งหลาย"
7:152Page 169
إِنَّ ٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُواْ ٱلۡعِجۡلَ سَيَنَالُهُمۡ غَضَبٞ مِّن رَّبِّهِمۡ وَذِلَّةٞ فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَاۚ وَكَذَٰلِكَ نَجۡزِي ٱلۡمُفۡتَرِينَ ١٥٢
Indeed, those who took the calf [for worship] will obtain anger from their Lord and humiliation in the life of this world, and thus do We recompense the inventors [of falsehood].
แท้จริงบรรดาผู้ที่เอาลูกวัวมาเป็นพระเจ้าสักการะบูชานั้น พวกเขาจะต้องเผชิญกับความกริ้วโกรธอันรุนแรงจากพระผู้อภิบาลของพวกเขา และชีวิตของพวกเขาต้องประสบกับความตกต่ำ เพราะการกระทำของพวกเขาได้สร้างความโกรธแก่พระองค์ แถมยังเป็นการดูถูกเหยียดหยามพระองค์อีกด้วย และการลงโทษเช่นนี้เราจะตอบแทนแก่ผู้ที่ชอบอุปโลกน์ต่ออัลลอฮฺทั้งหลายเช่นกัน
7:153Page 169
وَٱلَّذِينَ عَمِلُواْ ٱلسَّيِّـَٔاتِ ثُمَّ تَابُواْ مِنۢ بَعۡدِهَا وَءَامَنُوٓاْ إِنَّ رَبَّكَ مِنۢ بَعۡدِهَا لَغَفُورٞ رَّحِيمٞ ١٥٣
But those who committed misdeeds and then repented after them and believed - indeed your Lord, thereafter, is Forgiving and Merciful.
และบรรดาผู้ที่กระทำความชั่วด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺและกระทำบาปต่างๆ แล้วหลังจากนั้น พวกเขาได้กลับเนื้อกลับตัวสู่อัลลอฮฺด้วยการศรัทธาต่อพระองค์ พร้อมกับละทิ้งความชั่วทั้งหลายที่พวกเขาเคยกระทำมา หลังจากที่พวกเขาได้กลับเนื้อกลับตัวจากการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺไปสู่การศรัทธาต่อพระองค์ และจากการกระทำบาปทั้งหลายไปสู่การภักดีต่อพระองค์ แท้จริงแล้วพระผู้อภิบาลของเจ้า (โอรอสูลุลลอฮฺ) ทรงเป็นผู้อภัยโทษแก่พวกเขาด้วยการปกปิดและละเว้นบาปของพวกเขา และเป็นผู้ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ
7:154Page 169
وَلَمَّا سَكَتَ عَن مُّوسَى ٱلۡغَضَبُ أَخَذَ ٱلۡأَلۡوَاحَۖ وَفِي نُسۡخَتِهَا هُدٗى وَرَحۡمَةٞ لِّلَّذِينَ هُمۡ لِرَبِّهِمۡ يَرۡهَبُونَ ١٥٤
And when the anger subsided in Moses, he took up the tablets; and in their inscription was guidance and mercy for those who are fearful of their Lord.
และเมื่อความโกรธของมูซา (อะลัยฮิสสาลาม) ได้คลายลงเขาก็หยิบแผ่นจารึกที่เขาขว้างทิ้งมันด้วยความกริ้วโกรธ และแผ่นจารึกเหล่านี้ประกอบด้วยการชี้ทางจากความหลงผิดเข้าสู่แสงสว่าง ชี้แจงถึงสัจธรรม และประกอบไปด้วยความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์และเกรงกลัวต่อบทลงโทษของพระองค์
7:155Page 169
وَٱخۡتَارَ مُوسَىٰ قَوۡمَهُۥ سَبۡعِينَ رَجُلٗا لِّمِيقَٰتِنَاۖ فَلَمَّآ أَخَذَتۡهُمُ ٱلرَّجۡفَةُ قَالَ رَبِّ لَوۡ شِئۡتَ أَهۡلَكۡتَهُم مِّن قَبۡلُ وَإِيَّٰيَۖ أَتُهۡلِكُنَا بِمَا فَعَلَ ٱلسُّفَهَآءُ مِنَّآۖ إِنۡ هِيَ إِلَّا فِتۡنَتُكَ تُضِلُّ بِهَا مَن تَشَآءُ وَتَهۡدِي مَن تَشَآءُۖ أَنتَ وَلِيُّنَا فَٱغۡفِرۡ لَنَا وَٱرۡحَمۡنَاۖ وَأَنتَ خَيۡرُ ٱلۡغَٰفِرِينَ ١٥٥
And Moses chose from his people seventy men for Our appointment.1 And when the earthquake seized them,2 he said, "My Lord, if You had willed, You could have destroyed them before and me [as well]. Would You destroy us for what the foolish among us have done? This is not but Your trial by which You send astray whom You will and guide whom You will. You are our Protector, so forgive us and have mercy upon us; and You are the best of forgivers.
และมูซาได้เลือกกลุ่มคนที่ดีที่สุดในหมู่พวกพ้องของเขาเจ็ดสิบคนเพื่อไปขออภัยโทษจากพระผู้อภิบาลของพวกเขาจากการกระทำของบรรดาผู้โฉดเขลาของพวกเขาที่ทำการเคารพบูชารูปปั้นวัว และพระองค์ได้กำหนดเวลาหนึ่งที่พวกเขาจะมารวมตัวกัน เมื่อพวกเขาได้รวมตัวกันพวกเขาช่างกล้าหาญกับอัลลอฮฺมากที่ได้ขอจากมูซาเพื่อให้พระเจ้าของเขาแสดงตัวให้พวกเขาเห็นกับตา ด้วยเหตุนี้พระองค์ได้ลงโทษพวกเขาด้วยการให้เกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้พวกเขาต้องล้มลงตาย จงทำให้มูซาต้องอ้อนวอนต่อพระผู้อภิบาลของเขาด้วยการกล่าวว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า หากพระองค์ทรงต้องการที่จะทำลายพวกเขารวมทั้งข้าด้วยแล้วก่อนหน้านี้ แน่นอนพระองค์จะทรงทำลายพวกเขาทั้งหมดแล้ว พระองค์จะทรงทำลายพวกเราเพราะการกระทำของพวกโฉดเขลาบางคนในหมู่พวกเรากระนั้นหรือ? การที่พวกพ้องของข้า ได้กระทำมานั้น มันมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นการทดสอบของพระองค์ ซึ่งโดยการนี้พระองค์จะทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์หลงทาง และจะทรงให้ทางนำแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์เท่านั้นที่ทรงเป็นผู้คุ้มครองกิจการของเรา ดังนั้นโปรดทรงให้อภัยแก่เราซึ่งบรรดาบาปต่างๆของเรา และโปรดเมตตาเราด้วยความเมตตาของพระองค์อันกว้างขวาง เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ให้อภัยที่ดีที่สุดในบรรดาผู้ให้อภัยทั้งหลา"
7:156Page 170
۞ وَٱكۡتُبۡ لَنَا فِي هَٰذِهِ ٱلدُّنۡيَا حَسَنَةٗ وَفِي ٱلۡأٓخِرَةِ إِنَّا هُدۡنَآ إِلَيۡكَۚ قَالَ عَذَابِيٓ أُصِيبُ بِهِۦ مَنۡ أَشَآءُۖ وَرَحۡمَتِي وَسِعَتۡ كُلَّ شَيۡءٖۚ فَسَأَكۡتُبُهَا لِلَّذِينَ يَتَّقُونَ وَيُؤۡتُونَ ٱلزَّكَوٰةَ وَٱلَّذِينَ هُم بِـَٔايَٰتِنَا يُؤۡمِنُونَ ١٥٦
And decree for us in this world [that which is] good and [also] in the Hereafter; indeed, we have turned back to You." [Allāh] said, "My punishment - I afflict with it whom I will, but My mercy encompasses all things." So I will decree it [especially] for those who fear Me and give zakāh and those who believe in Our verses-
"และ(ขอพระองค์)ทำให้พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงให้เกียรติพวกเขาในโลกนี้ด้วยความโปรดปรานต่างๆ มีสุขภาพที่ดี และเป็นคนที่พระองค์ทำให้พวกเขารักในการทำความดี และโปรดทำให้พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในหมู่คนดีจากบรรดาบ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้แก่พวกเขาในวันปรโลกซึ่งสรวงสวรรค์ แท้จริง เราได้กลับไปยังพระองค์แล้วพร้อมกับการยอมรับในข้อบกพร่องของพวกเรา" อัลลอฮฺได้ตรัสว่า "สำหรับการลงโทษของข้า ข้าจะให้มันประสบแก่ผู้ที่ข้าประสงค์จากบรรดาผู้ที่กระทำการที่นำไปสู่ความทุกข์ยาก และความเมตตาของข้าครอบคลุมทุกสรรพสิ่งอย่างในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างมานอกจากจะได้รับความเมตตา ความโปรดปราน และความดีจากอัลลอฮฺ และข้าจะกำหนดความเมตตาของข้าในปรโลกสำหรับบรรดาผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามข้อสั่งใช้และห่างไกลข้อสั่งห้ามของพระองค์ และความเมตตาของข้าจะถูกประทานให้แก่บรรดาผู้ที่จ่ายซะกาตทรัพย์สินของเขาให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับ และความเมตตาของข้าจะถูกประทานเช่นกันแก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเหล่าโองการของเราทั้งหลาย"
7:157Page 170
ٱلَّذِينَ يَتَّبِعُونَ ٱلرَّسُولَ ٱلنَّبِيَّ ٱلۡأُمِّيَّ ٱلَّذِي يَجِدُونَهُۥ مَكۡتُوبًا عِندَهُمۡ فِي ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَٱلۡإِنجِيلِ يَأۡمُرُهُم بِٱلۡمَعۡرُوفِ وَيَنۡهَىٰهُمۡ عَنِ ٱلۡمُنكَرِ وَيُحِلُّ لَهُمُ ٱلطَّيِّبَٰتِ وَيُحَرِّمُ عَلَيۡهِمُ ٱلۡخَبَٰٓئِثَ وَيَضَعُ عَنۡهُمۡ إِصۡرَهُمۡ وَٱلۡأَغۡلَٰلَ ٱلَّتِي كَانَتۡ عَلَيۡهِمۡۚ فَٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ بِهِۦ وَعَزَّرُوهُ وَنَصَرُوهُ وَٱتَّبَعُواْ ٱلنُّورَ ٱلَّذِيٓ أُنزِلَ مَعَهُۥٓ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡمُفۡلِحُونَ ١٥٧
Those who follow the Messenger, the unlettered prophet, whom they find written [i.e., described] in what they have of the Torah and the Gospel, who enjoins upon them what is right and prohibits them from what is wrong and makes lawful for them what is good and forbids them from what is evil and relieves them of their burden1 and the shackles which were upon them.2 So they who have believed in him, honored him, supported him and followed the light which was sent down with him - it is those who will be the successful.
บรรดาผู้ปฏิบัติตามมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นบีผู้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่อัลลอฮ์ทรงประทานโองการ (วะห์ยุ) ให้แก่เขา ซึ่งเขาคือผู้ที่พวกเขาได้พบชื่อของเขา คุณลักษณะของเขาและสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เขาในคัมภีร์อัตเตารอฮ์ที่ถูกประทานลงมายังมูซา อะลัยฮิสสาลาม และคัมภีร์อัลอินญีลที่ถูกประทานลงมายังอีซา อะลัยฮิสสาลาม เขาจะสั่งใช้คนเหล่านั้นให้ปฏิบัติตามคุณธรรมความดีและห้ามปรามพวกเขาจากสิ่งที่สติปัญญาและสัญชาตญาณอันเที่ยงธรรมรู้กันว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี และเขาจะอนุมัติสิ่งที่ดีทั้งหลายที่ไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขา เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และการแต่งงาน และจะห้ามพวกเขาในสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านั้น และเขาได้ขจัดภาระอันหนักอึ้งที่พวกเขาเคยแบกรับกันในอดีต อาทิเช่น การบังคับใช้การประหารชีวิตฆาตกรที่ฆ่าคนตายไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ดังนั้นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเขาจากวงศ์วานอิสราอีลหรือกลุ่มชนอื่น ๆ ด้วยการให้เกียรติแก่เขา ช่วยเหลือเขาในการต่อต้านศัตรูที่มาจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลาย และปฏิบัติตามอัลกุรอานที่เปรียบเสมือนแสงสว่างชี้นำทางที่ถูกประทานลงมาแก่เขา พวกเขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มชนที่ประสบความสำเร็จที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาร้องขอและจะได้รับการปกป้องให้ห่างไกลจากสิ่งที่พวกเขาหวาดเกรง
7:158Page 170
قُلۡ يَٰٓأَيُّهَا ٱلنَّاسُ إِنِّي رَسُولُ ٱللَّهِ إِلَيۡكُمۡ جَمِيعًا ٱلَّذِي لَهُۥ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَ يُحۡيِۦ وَيُمِيتُۖ فَـَٔامِنُواْ بِٱللَّهِ وَرَسُولِهِ ٱلنَّبِيِّ ٱلۡأُمِّيِّ ٱلَّذِي يُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَكَلِمَٰتِهِۦ وَٱتَّبِعُوهُ لَعَلَّكُمۡ تَهۡتَدُونَ ١٥٨
Say, [O Muḥammad], "O mankind, indeed I am the Messenger of Allāh to you all, [from Him] to whom belongs the dominion of the heavens and the earth. There is no deity except Him; He gives life and causes death." So believe in Allāh and His Messenger, the unlettered prophet, who believes in Allāh and His words, and follow him that you may be guided.
จงกล่าวเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- "โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงฉันเป็นรอสูลของอัลลอฮฺที่ถูกประทานมายังพวกเจ้าทั้งมวล ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นกลุ่มอาหรับหรือไม่ก็ตาม อัลลอฮฺองค์เดียวที่เป็นเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการเคารพสักการะที่แท้จริงนอกจากพระองค์ (ความบริสุทธิ์จงมีแด่พระองค์) พระองค์ผู้ทรงให้ชีวิตแก่ผู้ที่ตายและทรงให้ตายแก่ผู้ที่มีชีวิต ดังนั้น -โอ้มนุษย์เอ๋ย- พวกท่านจงศรัทธาต่ออัลลอฮฺและมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเถิด ผู้ซึ่งเป็นรอสูลของอัลลอฮฺที่เขียนไม่ได้อ่านไม่ออก แต่เขาได้นำวะห์ยุจากพระผู้อภิบาลของเขา เขาเป็นผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เขาและแก่บรรดานบีก่อนหน้าเขาโดยไม่แบ่งแยก และพวกเจ้าจงปฏิบัติตามเขาในสิ่งที่เขาได้นำมาเผยแพร่จากพระผู้อภิบาลของเขา หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับทางนำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่พวกเจ้าทั้งในโลกดุนยาและวันปรโลก
7:159Page 170
وَمِن قَوۡمِ مُوسَىٰٓ أُمَّةٞ يَهۡدُونَ بِٱلۡحَقِّ وَبِهِۦ يَعۡدِلُونَ ١٥٩
And among the people of Moses is a community1 which guides by truth and by it establishes justice.
จากพวกพ้องของมูซาที่มาจากวงศ์วานอิสราเอล มีกลุ่มหนึ่งได้ยืนหยัดบนเส้นทางแห่งศาสนาที่เที่ยงตรง พวกเขาจะแนะนำผู้คนให้รู้จักเส้นทางนั้น และพวกเขาจะตัดสินด้วยความยุติธรรมโดยพวกเขาจะไม่มีการละเมิดใดๆ
7:160Page 171
وَقَطَّعۡنَٰهُمُ ٱثۡنَتَيۡ عَشۡرَةَ أَسۡبَاطًا أُمَمٗاۚ وَأَوۡحَيۡنَآ إِلَىٰ مُوسَىٰٓ إِذِ ٱسۡتَسۡقَىٰهُ قَوۡمُهُۥٓ أَنِ ٱضۡرِب بِّعَصَاكَ ٱلۡحَجَرَۖ فَٱنۢبَجَسَتۡ مِنۡهُ ٱثۡنَتَا عَشۡرَةَ عَيۡنٗاۖ قَدۡ عَلِمَ كُلُّ أُنَاسٖ مَّشۡرَبَهُمۡۚ وَظَلَّلۡنَا عَلَيۡهِمُ ٱلۡغَمَٰمَ وَأَنزَلۡنَا عَلَيۡهِمُ ٱلۡمَنَّ وَٱلسَّلۡوَىٰۖ كُلُواْ مِن طَيِّبَٰتِ مَا رَزَقۡنَٰكُمۡۚ وَمَا ظَلَمُونَا وَلَٰكِن كَانُوٓاْ أَنفُسَهُمۡ يَظۡلِمُونَ ١٦٠
And We divided them into twelve descendant tribes1 [as distinct] nations. And We inspired to Moses when his people implored him for water, "Strike with your staff the stone," and there gushed forth from it twelve springs. Every people [i.e., tribe] knew its watering place. And We shaded them with clouds and sent down upon them manna and quails, [saying], "Eat from the good things with which We have provided you." And they wronged Us not, but they were [only] wronging themselves.
และเราได้แบ่งวงศ์วานอิสราอีลออกเป็นสิบสองชนเผ่า และเราได้ประทานโองการแก่มูซาครั้นที่พวกพ้องของเขาได้ขอให้เขาขอพรจากอัลลอฮฺเพื่อประทานน้ำแก่พวกเขา "โอ้มูซา เจ้าจงตีก้อนหินด้วยไม้เท้าของเจ้าเถิด มูซาก็ได้ตีก้อนหินนั้น แล้วตาน้ำสิบสองตาก็พุ่งออกมาตามจำนวนชนเผ่าทั้งสิบสองของพวกเขาพอดี แต่ละชนเผ่าได้รู้แหล่งน้ำเฉพาะของพวกเขาโดยไม่ปะปนกับชนเผ่าอื่น และเราได้ทำให้ก้อนเมฆปกคลุมบังแดดให้แก่พวกเขา ซึ่งเมื่อพวกเขาเดินมันก็จะเดิน เมื่อพวกเขาหยุดมันก็จะหยุด และเราได้ประทานแก่พวกเขาซึ่งเครื่องดื่มที่ดีอย่างกับน้ำผึ้งและยังได้ประทานแก่พวกเขานกตัวเล็กๆ ที่มีเนื้อดีเสมือนนกกระทา และเราได้กล่าวแก่พวกเขาว่า"พวกเจ้าจงกินจากสิ่งที่ดีๆ ที่เราได้ประทานให้แก่พวกเจ้า" และพวกเขาไม่ได้ทำให้เราต้องเสื่อมเสียอะไร ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจากพวกเขา เช่น การกดขี่ และการไม่สำนึกในความโปรดปราน และไม่เห็นคุณค่าในความโปรดปรานของเรา แต่ทว่าพวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง ด้วยการสูญเสียความโปรดปรานเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขาได้นำตัวของพวกเขาเองสู่ความหายนะ ด้วยการกระทำของพวกเขาที่ละเมิดพระบัญชาของอัลลอฮฺและไม่ยอมรับในความโปรดปรานของพระองค์
7:161Page 171
وَإِذۡ قِيلَ لَهُمُ ٱسۡكُنُواْ هَٰذِهِ ٱلۡقَرۡيَةَ وَكُلُواْ مِنۡهَا حَيۡثُ شِئۡتُمۡ وَقُولُواْ حِطَّةٞ وَٱدۡخُلُواْ ٱلۡبَابَ سُجَّدٗا نَّغۡفِرۡ لَكُمۡ خَطِيٓـَٰٔتِكُمۡۚ سَنَزِيدُ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ١٦١
And [mention, O Muḥammad], when it was said to them, "Dwell in this city [i.e., Jerusalem] and eat from it wherever you will and say, 'Relieve us of our burdens [i.e., sins],' and enter the gate bowing humbly; We will [then] forgive you your sins. We will increase the doers of good [in goodness and reward]."
และจงรำลึกเถิด -โอ้ท่านรอสูล- ขณะที่อัลลอฮฺได้ตรัสกับวงศ์วานอิสราอีลว่า "พวกเจ้าจงเข้าบัยตุลมักดิส จงกินผลไม้ต่างๆ ในเมืองนี้ทุกที่และทุกเวลาที่พวกเจ้าต้องการ และพวกเจ้าจงกล่าว "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา โปรดยกโทษให้พวกเราเถิด และพวกเจ้าจงเข้าประตูบัยตุลมักดิสในสภาพผู้โน้มศรีษะลงด้วยความนอบน้อมต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าทำอย่างนั้นเราจะให้อภัยต่อบาปของพวกเจ้า และเราจะเพิ่มพูนความดีงามแก่ผู้ประกอบการดีทั้งในโลกนี้และวันปรโลก"
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences