Al-MukhtasarAl‑Anfal · 8:31–58

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

Al-Anfal 8:31–58

8:31Page 180

وَإِذَا تُتۡلَىٰ عَلَيۡهِمۡ ءَايَٰتُنَا قَالُواْ قَدۡ سَمِعۡنَا لَوۡ نَشَآءُ لَقُلۡنَا مِثۡلَ هَٰذَآ إِنۡ هَٰذَآ إِلَّآ أَسَٰطِيرُ ٱلۡأَوَّلِينَ ٣١

And when Our verses are recited to them, they say, "We have heard. If we willed, we could say [something] like this. This is not but legends of the former peoples."

เมื่อบรรดาโองการของเราได้ถูกอ่านแก่พวกเขา พวกเขาได้กล่าวด้วยความดื้อรั้นและโอ้อวดต่อสัจธรรมว่า "พวกเราเคยได้ยินเช่นนี้มาแล้ว หากพวกเราต้องการที่จะกล่าวเยี่ยงอัลกุรอานนี้ แน่นอนพวกเราก็จะกล่าวมัน อัลกุรอานที่พวกเราได้ยินนี้ มันไม่ใช่อื่นใดนอกจากเป็นเรื่องราวที่เล่าขานกันมาแต่อดีตเท่านั้น ดังนั้น พวกเราจะไม่ศรัทธาต่อมันเป็นอันขาด"

8:32Page 180

وَإِذۡ قَالُواْ ٱللَّهُمَّ إِن كَانَ هَٰذَا هُوَ ٱلۡحَقَّ مِنۡ عِندِكَ فَأَمۡطِرۡ عَلَيۡنَا حِجَارَةٗ مِّنَ ٱلسَّمَآءِ أَوِ ٱئۡتِنَا بِعَذَابٍ أَلِيمٖ ٣٢

And [remember] when they said, "O Allāh, if this should be the truth from You, then rain down upon us stones from the sky or bring us a painful punishment."

โอ้ท่านเราะสูล จงนึกถึงตอนที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวว่า "โอ้ อัลลอฮ์ ถ้าหากสิ่งที่มุหัมมัดได้นำมาเผยแพร่เป็นสัจธรรมที่แท้จริง ก็จงโปรยหินจากฟากฟ้าลงมาทำลายพวกเรา หรือลงโทษพวกเราอย่างรุนแรงเถิด" พวกเขากล่าวเช่นนั้น เพื่อบ่งบอกถึงการปฏิเสธศรัทธาอย่างที่สุด

8:33Page 180

وَمَا كَانَ ٱللَّهُ لِيُعَذِّبَهُمۡ وَأَنتَ فِيهِمۡۚ وَمَا كَانَ ٱللَّهُ مُعَذِّبَهُمۡ وَهُمۡ يَسۡتَغۡفِرُونَ ٣٣

But Allāh would not punish them while you, [O Muḥammad], are among them, and Allāh would not punish them while they seek forgiveness.

และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษประชาชาติของเจ้า (ทั้งที่เป็นประชาชาติที่ไม่ศรัทธาและประชาชาติที่ศรัทธา) ด้วยการลงโทษที่มันทำลายพวกเขาอย่างสิ้นซาก ตราบใดที่เจ้า (โอ้มุหัมมัด) ยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางพวกเขา การที่เจ้าได้อยู่ท่ามกลางพวกเขา ทำให้พวกเขาปลอดภัยจากการถูกลงโทษดังกล่าว และอัลลอฮ์จะไม่เป็นผู้ทรงลงโทษพวกเขา ในขณะที่พวกเขากำลังขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์จากบาปต่างๆ ของพวกเขา

8:34Page 181

وَمَا لَهُمۡ أَلَّا يُعَذِّبَهُمُ ٱللَّهُ وَهُمۡ يَصُدُّونَ عَنِ ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡحَرَامِ وَمَا كَانُوٓاْ أَوۡلِيَآءَهُۥٓۚ إِنۡ أَوۡلِيَآؤُهُۥٓ إِلَّا ٱلۡمُتَّقُونَ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَهُمۡ لَا يَعۡلَمُونَ ٣٤

But why should Allāh not punish them while they obstruct [people] from al-Masjid al-Ḥarām and they were not [fit to be] its guardians? Its [true] guardians are not but the righteous, but most of them do not know.

แล้วสิ่งใดเล่าที่จะเป็นตัวยับยั้งจากการลงโทษพวกเขา ในเมื่อพวกเขาได้กระทำในสิ่งที่สมควรต้องถูกลงโทษจากการที่พวกเขาได้ขัดขวางผู้คนมิให้เข้าไปในมัสยิดอัลหะรอมเพื่อกระทำการเฏาะวาฟและละหมาด บรรดาผู้ตั้งภาคีนั้นมิใช่เป็นที่รักของอัลลอฮ์ และไม่มีผู้อื่นใดที่เป็นที่รักของอัลลอฮ์ นอกจากบรรดาผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ที่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกห่างจากสิ่งต้องห้ามของพระองค์เท่านั้น แต่บรรดาผู้ตั้งภาคีส่วนใหญ่ พวกเขาจะไม่รู้ถึงสิ่งนี้ตอนที่พวกเขาอ้างว่าพวกเขาเป็นที่รักของอัลลอฮ์ ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นที่รักของอัลลอฮ์

8:35Page 181

وَمَا كَانَ صَلَاتُهُمۡ عِندَ ٱلۡبَيۡتِ إِلَّا مُكَآءٗ وَتَصۡدِيَةٗۚ فَذُوقُواْ ٱلۡعَذَابَ بِمَا كُنتُمۡ تَكۡفُرُونَ ٣٥

And their prayer at the House [i.e., the Kaʿbah] was not except whistling and handclapping. So taste the punishment for what you disbelieved [i.e., practiced of deviations].

และการละหมาดของพวกเขา ณ บ้านอัลลอฮ์มิใช่อื่นใด นอกจากเป็นการผิวปากและการปรบมือ ดังนั้นโอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายจงลิ้มรสแห่งการลงโทษด้วยการต้องถูกฆ่าตายและเป็นเชลยศึกในสงครามบัดร์ เนื่องด้วยพวกเจ้าไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธเราะสูลของพระองค์

8:36Page 181

إِنَّ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ يُنفِقُونَ أَمۡوَٰلَهُمۡ لِيَصُدُّواْ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِۚ فَسَيُنفِقُونَهَا ثُمَّ تَكُونُ عَلَيۡهِمۡ حَسۡرَةٗ ثُمَّ يُغۡلَبُونَۗ وَٱلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ إِلَىٰ جَهَنَّمَ يُحۡشَرُونَ ٣٦

Indeed, those who disbelieve spend their wealth to avert [people] from the way of Allāh. So they will spend it; then it will be for them a [source of] regret; then they will be overcome. And those who have disbelieved - unto Hell they will be gathered.

แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ พวกเขาจะใช้จ่ายทรัพย์สินของพวกเขาเพื่อขัดขวางผู้คนมิให้นับถือศาสนาของอัลลอฮ์ ซึ่งพวกเขาจะใช้จ่ายมันอย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่มีวันบรรลุผลในสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นอันขาด จากนั้นผลของการใช้จ่ายทรัพย์สินของพวกเขานั้น คือ ความเสียใจที่ต้องสูญเสียความมั่งคั่งและล้มเหลวในเป้าหมายที่ได้วางไว้ แล้วยังต้องถูกพิชิตด้วยชัยชนะของบรรดาผู้ศรัทธาที่มีต่อพวกเขา และบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮ์ทั้งหลายจะถูกต้อนไปยังนรกญะฮันนัมในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ซึ่งพวกเขาจะเข้าไปอยู่ในนรกนั้นตลอดกาล ไม่มีทางที่จะออกจากมันได้

8:37Page 181

لِيَمِيزَ ٱللَّهُ ٱلۡخَبِيثَ مِنَ ٱلطَّيِّبِ وَيَجۡعَلَ ٱلۡخَبِيثَ بَعۡضَهُۥ عَلَىٰ بَعۡضٖ فَيَرۡكُمَهُۥ جَمِيعٗا فَيَجۡعَلَهُۥ فِي جَهَنَّمَۚ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡخَٰسِرُونَ ٣٧

[It is] so that Allāh may distinguish the wicked from the good and place the wicked some of them upon others and heap them all together and put them into Hell. It is those who are the losers.

บรรดาผู้ปฏิเสธที่ใช้ทรัพย์สินของพวกเขาเพื่อขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮ์จะถูกต้อนไปยังนรกญะฮันนัม เพื่อที่อัลลอฮฺจะทรงแยกกลุ่มผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ชั่วร้ายออกจากกลุ่มผู้ศรัทธาที่บริสุทธิ์ และเพื่อที่พระองค์จะทรงวางคนเลวการกระทำและทรัพย์สินซ้อนทับกันเป็นกอง ๆ แล้วโยนในไฟนรก คนเหล่านั้นแหละคือพวกที่ขาดทุนที่แท้จริง เพราะพวกเขาต้องสูญเสียทั้งตัวเองและครอบครัวในวันแห่งการพิพากษา

8:38Page 181

قُل لِّلَّذِينَ كَفَرُوٓاْ إِن يَنتَهُواْ يُغۡفَرۡ لَهُم مَّا قَدۡ سَلَفَ وَإِن يَعُودُواْ فَقَدۡ مَضَتۡ سُنَّتُ ٱلۡأَوَّلِينَ ٣٨

Say to those who have disbelieved [that] if they cease, what has previously occurred will be forgiven for them. But if they return [to hostility] - then the precedent of the former [rebellious] peoples has already taken place.1

จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์จากพวกพ้องของเจ้าว่า "หากพวกเขายุติการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ และยุติการขัดขวางผู้ศรัทธาให้ออกจากหนทางของอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ก็จะทรงให้อภัยบาปที่พวกเขาเคยกระทำมา เพราะความเป็นมุสลิมของพวกเขาจะลบล้างบาปกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และหากพวกเขายังดื้อรั้นที่จะคงอยู่กับการปฏิเสธศรัทธาอีก แน่นอนวิธีการปฏิบัติของอัลลอฮ์ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วกับผู้คนก่อนหน้านี้ว่า ซึ่งเมื่อพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาและดื้อรั้นที่จะปฏิเสธอีก พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาอย่างฉับพลัน"

8:39Page 181

وَقَٰتِلُوهُمۡ حَتَّىٰ لَا تَكُونَ فِتۡنَةٞ وَيَكُونَ ٱلدِّينُ كُلُّهُۥ لِلَّهِۚ فَإِنِ ٱنتَهَوۡاْ فَإِنَّ ٱللَّهَ بِمَا يَعۡمَلُونَ بَصِيرٞ ٣٩

And fight against them until there is no fitnah1 and [until] the religion [i.e., worship], all of it, is for Allāh.2 And if they cease - then indeed, Allāh is Seeing of what they do.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงต่อสู้กับบรรดาศัตรูของพวกเจ้าจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเถิด จนกว่าจะไม่มีการตั้งภาคีต่อพระองค์และการขัดขวางบรรดามุสลิมให้ออกจากศาสนาของอัลลอฮ์ และเพื่อให้ศาสนาและการภักดีมีแด่อัลลอฮ์เพียงองค์เดียว โดยไม่มีภาคีใดๆ ร่วมกับพระองค์ ดังนั้น ถ้าหากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้หยุดจากการตั้งภาคีและหยุดจากการขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮ์โดยการปลดปล่อยให้ผู้คนเป็นอิสระ แน่นอน อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเห็นการกระทำทั้งหลายของพวกเขา โดยไม่มีความลับอันใดสามารถปกปิดจากพระองค์ได้

8:40Page 181

وَإِن تَوَلَّوۡاْ فَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ مَوۡلَىٰكُمۡۚ نِعۡمَ ٱلۡمَوۡلَىٰ وَنِعۡمَ ٱلنَّصِيرُ ٤٠

But if they turn away - then know that Allāh is your protector. Excellent is the protector, and excellent is the helper.

และถ้าหากพวกเขาละทิ้งในสิ่งที่พวกเขาถูกสั่งให้ยุติการปฏิเสธศรัทธาและการขัดขวางผู้คนจากหนทางของอัลลอฮ์ จงมั่นใจเถิด -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย- "แท้จริง อัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ชนะเหนือพวกเขาเสมอ และพระองค์ทรงเป็นผู้คุ้มครองที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่ภักดีต่อพระองค์ และทรงเป็นผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือพระองค์ ดังนั้น ผู้ใดที่ภักดีต่อพระองค์เขาก็จะประสบความสำเร็จ และผู้ใดที่ช่วยเหลือพระองค์เขาก็จะได้ชัยชนะ

8:41Page 182

۞ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّمَا غَنِمۡتُم مِّن شَيۡءٖ فَأَنَّ لِلَّهِ خُمُسَهُۥ وَلِلرَّسُولِ وَلِذِي ٱلۡقُرۡبَىٰ وَٱلۡيَتَٰمَىٰ وَٱلۡمَسَٰكِينِ وَٱبۡنِ ٱلسَّبِيلِ إِن كُنتُمۡ ءَامَنتُم بِٱللَّهِ وَمَآ أَنزَلۡنَا عَلَىٰ عَبۡدِنَا يَوۡمَ ٱلۡفُرۡقَانِ يَوۡمَ ٱلۡتَقَى ٱلۡجَمۡعَانِۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٌ ٤١

And know that anything you obtain of war booty - then indeed, for Allāh is one fifth of it and for the Messenger1 and for [his] near relatives2 and the orphans, the needy, and the [stranded] traveler,3 if you have believed in Allāh and in that which We sent down to Our Servant4 on the day of criterion [i.e., decisive encounter] - the day when the two armies met [at Badr]. And Allāh, over all things, is competent.

และพึงทราบเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ว่า แท้จริงแล้วสิ่งใดที่พวกเจ้าได้รับมาจากผู้ปฏิเสธศรัทธาในการทำศึกสงครามในหนทางของอัลลอฮ์นั้น จะต้องแบ่งออกเป็นห้าส่วน สี่ส่วนแบ่งให้กับมูญาฮิดีน (ผู้ที่ออกทำสงคราม) ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งส่วนให้แบ่งออกเป็นห้าส่วนอีกดังนี้ ส่วน(ที่หนึ่ง) เป็นของอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์โดยนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมสำหรับชาวมุสลิม ส่วน(ที่สอง) เป็นของเครือญาติของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่มาจากลูกหลานของฮาชิมและลูกหลานของอัลมุฏเฏาะลิบ ส่วน(ที่สาม) เป็นของเด็กกำพร้า ส่วน(ที่สี่) เป็นของบรรดาผู้ยากจน และสวน(ที่ห้า) เป็นของผู้เดินทางที่ขาดปัจจัยสำหรับการเดินทาง หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮ์และสิ่งที่เราได้ประทานลงมาให้แก่บ่าวของเรานบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในวันสงครามบาดัรซึ่งเป็นวันที่อัลลอฮ์ทรงจำแนกระหว่างความถูกต้องและความผิด ในตอนที่พระองค์ได้ทรงช่วยเหลือพวกเจ้าให้ได้รับชัยชนะเหนือศัตรูของพวกเจ้า และอัลลอฮ์ที่ได้ทรงช่วยเหลือพวกเจ้านั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสรรพสิ่ง

8:42Page 182

إِذۡ أَنتُم بِٱلۡعُدۡوَةِ ٱلدُّنۡيَا وَهُم بِٱلۡعُدۡوَةِ ٱلۡقُصۡوَىٰ وَٱلرَّكۡبُ أَسۡفَلَ مِنكُمۡۚ وَلَوۡ تَوَاعَدتُّمۡ لَٱخۡتَلَفۡتُمۡ فِي ٱلۡمِيعَٰدِ وَلَٰكِن لِّيَقۡضِيَ ٱللَّهُ أَمۡرٗا كَانَ مَفۡعُولٗا لِّيَهۡلِكَ مَنۡ هَلَكَ عَنۢ بَيِّنَةٖ وَيَحۡيَىٰ مَنۡ حَيَّ عَنۢ بَيِّنَةٖۗ وَإِنَّ ٱللَّهَ لَسَمِيعٌ عَلِيمٌ ٤٢

[Remember] when you were on the near side of the valley, and they were on the farther side, and the caravan was lower [in position] than you. If you had made an appointment [to meet], you would have missed the appointment. But [it was] so that Allāh might accomplish a matter already destined - that those who perished [through disbelief] would perish upon evidence and those who lived [in faith] would live upon evidence; and indeed, Allāh is Hearing and Knowing.

และจงรำลึก (ถึงเหตุการณ์หนึ่ง) ขณะที่พวกเจ้าอยู่ที่หุบเขาฝั่งเมืองมะดีนะฮ์ บรรดาผู้ตั้งภาคีอยู่ที่หุบเขาฝั่งเมืองมักกะฮ์ และกองคาราวานอยู่ทางตอนใต้ของพวกเจ้าฝั่งทะเลแดง และหากพวกเจ้าและบรรดาผู้ตั้งภาคีนัดหมายว่าจะมาพบกันที่บาดัร แน่นอนพวกเจ้าจะผิดนัดซึ่งกันและกัน แต่พระองค์ได้ทรงรวมระหว่างพวกเจ้าที่บาดัรโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน เพื่อที่พระองค์จะทรงให้งานหนึ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วเสร็จสิ้นไป นั้นก็คือการช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาและทอดทิ้งบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา เทิดทูนศาสนาของพระองค์และเหยียดหยามการตั้งภาคี เพื่อที่จะให้ผู้ที่เสียชีวิตในหมู่พวกเขาเสียชีวิตไปในสภาพที่มีหลักฐานแย้งความพวกเขาด้วยการช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาให้มีชัยเหนือพวกเขา ทั้ง ๆ ที่จำนวนและการเตรียมการของบรรดาผู้ศรัทธามีจำนวนเล็กน้อย และจะให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ใช้ชีวิตโดยมีหลักฐานอันชัดแจ้งที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เขาเห็น ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่จะนำหลักฐานมาแย้งความกับอัลลอฮ์ได้ และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเขาทั้งหมด ทรงรอบรู้ในการกระทำของพวกเขา ไม่มีอะไรที่จะปกปิดพระองค์ได้เลย และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามสิ่งที่ได้กระทำไว้

8:43Page 182

إِذۡ يُرِيكَهُمُ ٱللَّهُ فِي مَنَامِكَ قَلِيلٗاۖ وَلَوۡ أَرَىٰكَهُمۡ كَثِيرٗا لَّفَشِلۡتُمۡ وَلَتَنَٰزَعۡتُمۡ فِي ٱلۡأَمۡرِ وَلَٰكِنَّ ٱللَّهَ سَلَّمَۚ إِنَّهُۥ عَلِيمُۢ بِذَاتِ ٱلصُّدُورِ ٤٣

[Remember, O Muḥammad], when Allāh showed them to you in your dream as few; and if He had shown them to you as many, you [believers] would have lost courage and would have disputed in the matter [of whether to fight], but Allāh saved [you from that]. Indeed, He is Knowing of that within the breasts.

จงรำลึกเถิด โอ้เราะซูลเอ๋ย ถึงความโปรดปรานต่าง ๆ ที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานให้แก่เจ้าและบรรดาผู้ศรัทธาขณะที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เจ้าเห็นบรรดาผู้ตั้งภาคีในฝันของเจ้าว่าพวกเขามีจำนวนน้อย แล้วเจ้าได้บอกให้บรรดาผู้ศรัทธารับทราบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทำให้พวกเขารู้สึกดีใจ เพิ่มความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูและสู้รบกับพวกเขา และหากว่าพระองค์ได้ทรงให้เจ้าเห็นบรรดาผู้ตั้งภาคีในฝันของเจ้าว่าพวกเขามีจำนวนมากแล้วไซร้ แน่นอนความมุ่งมั่นของบรรดาเศาะหาบะฮ์ของเจ้าก็จะอ่อนลงและกลัวที่จะทำการสู้รบ แต่ทว่าอัลลอฮ์ได้ทรงให้ปลอดภัยจากสิ่งนั้น ทำให้พระองค์คุ้มครองพวกเขา (เศาะหาบะฮ์) จากความล้มเหลว แล้วทำให้พวกเขา (บรรดาผู้ตั้งภาดี) มีจำนวนน้อยนิดในสายตาของเราะซูลของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในใจและสิ่งที่ชีวิตซ่อนไว้

8:44Page 182

وَإِذۡ يُرِيكُمُوهُمۡ إِذِ ٱلۡتَقَيۡتُمۡ فِيٓ أَعۡيُنِكُمۡ قَلِيلٗا وَيُقَلِّلُكُمۡ فِيٓ أَعۡيُنِهِمۡ لِيَقۡضِيَ ٱللَّهُ أَمۡرٗا كَانَ مَفۡعُولٗاۗ وَإِلَى ٱللَّهِ تُرۡجَعُ ٱلۡأُمُورُ ٤٤

And [remember] when He showed them to you, when you met, as few in your eyes, and He made you [appear] as few in their eyes so that Allāh might accomplish a matter already destined. And to Allāh are [all] matters returned.

และจงรำลึกเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ขณะที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้พวกเจ้าเห็นบรรดาผู้ตั้งภาคีมีจำนวนน้อยในตอนที่พวกเจ้าเผชิญหน้ากับพวกเขา ทำให้พวกเจ้ากล้าหาญที่จะเผชิญหน้าสู้รบกับพวกเขา และพระองค์ได้ทรงทำให้พวกเจ้ามีจำนวนน้อยในสายตาของพวกเขา ทำให้พวกเขากล้าที่จะออกมาสู้รบกับพวกเจ้าและไม่คิดที่จะหนี (ทั้งหมดเหล่านี้) เพื่อที่อัลลอฮ์จะทรงให้งานหนึ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วเสร็จสิ้นไปโดยการลงโทษแก้แค้นบรรดาผู้ตั้งภาคีด้วยการฆ่า(ในสนามรบ)และจับเป็นเฉลยศึก และโดยการประทานความโปรดปรานให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาด้วยชัยชนะเหนือศัตรู และยังอัลลอฮ์เท่านั้นกิจการทั้งหลายจะถูกนำกลับไป และพระองค์จะทรงตอบแทนคนชั่วตามความชั่วของเขา และตอบแทนคนดีตามความดีของเขา

8:45Page 182

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِذَا لَقِيتُمۡ فِئَةٗ فَٱثۡبُتُواْ وَٱذۡكُرُواْ ٱللَّهَ كَثِيرٗا لَّعَلَّكُمۡ تُفۡلِحُونَ ٤٥

O you who have believed, when you encounter a company [from the enemy forces], stand firm and remember Allāh much that you may be successful.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามเราะสูลของพระองค์ทั้งหลาย หากพวกเจ้าเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ปฏิเสธาศรัทธา พวกเจ้าจงยืนหยัดและอย่าได้ขี้ขลาด และจงรำลึกถึงอัลลอฮ์ให้มาก ๆ และขอพรต่อพระองค์ ซึ่งพระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจในการช่วยเหลือพวกเจ้าให้ได้รับชัยชนะเหนือพวกเขา เพื่อให้พวกเจ้าสมปรารถนาในสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ และห่างไกลจากสิ่งที่พวกเจ้าเฝ้าระวัง

8:46Page 183

وَأَطِيعُواْ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ وَلَا تَنَٰزَعُواْ فَتَفۡشَلُواْ وَتَذۡهَبَ رِيحُكُمۡۖ وَٱصۡبِرُوٓاْۚ إِنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلصَّٰبِرِينَ ٤٦

And obey Allāh and His Messenger, and do not dispute and [thus] lose courage and [then] your strength would depart; and be patient. Indeed, Allāh is with the patient.

และจงเชื่อฟังอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ทั้งในการใช้วาจา การกระทำ และทุกอริยาบทของพวกเจ้า และอย่าได้ขัดแย้งกันในความคิดเห็น เพราะความขัดแย้งนั้นคือสาเหตุที่จะทำให้พวกเจ้าอ่อนแอ ขี้ขลาด และจะทำให้ความเข้มแข็งของพวกเจ้าหายไป และจงอดทนในตอนที่เผชิญหน้ากับศัตรูของพวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงอยู่กับบรรดาผู้อดทนด้วยการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงอยู่เคียงข้างเขา แน่นอนเขาจะเป็นผู้มีชัย

8:47Page 183

وَلَا تَكُونُواْ كَٱلَّذِينَ خَرَجُواْ مِن دِيَٰرِهِم بَطَرٗا وَرِئَآءَ ٱلنَّاسِ وَيَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِۚ وَٱللَّهُ بِمَا يَعۡمَلُونَ مُحِيطٞ ٤٧

And do not be like those who came forth from their homes insolently and to be seen by people and avert [them] from the way of Allāh. And Allāh is encompassing1 of what they do.

และพวกเจ้าจงอย่าเป็นเช่นบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ออกจากเมืองมักกะฮ์ด้วยความหยิ่งผยอง โอ้อวดผู้คน ขัดขวางผู้คนออกจากศาสนาของอัลลอฮ์ และห้ามพวกเขาไม่ให้เข้ารับศาสนาของพระองค์ และอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้รอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำกัน ไม่มีการงานใดของพวกเขาที่สามารถซ้อนเร้นพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการงานที่ได้กระทำไว้

8:48Page 183

وَإِذۡ زَيَّنَ لَهُمُ ٱلشَّيۡطَٰنُ أَعۡمَٰلَهُمۡ وَقَالَ لَا غَالِبَ لَكُمُ ٱلۡيَوۡمَ مِنَ ٱلنَّاسِ وَإِنِّي جَارٞ لَّكُمۡۖ فَلَمَّا تَرَآءَتِ ٱلۡفِئَتَانِ نَكَصَ عَلَىٰ عَقِبَيۡهِ وَقَالَ إِنِّي بَرِيٓءٞ مِّنكُمۡ إِنِّيٓ أَرَىٰ مَا لَا تَرَوۡنَ إِنِّيٓ أَخَافُ ٱللَّهَۚ وَٱللَّهُ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ٤٨

And [remember] when Satan made their deeds pleasing to them and said, "No one can overcome you today from among the people, and indeed, I am your protector." But when the two armies sighted each other, he turned on his heels and said, "Indeed, I am disassociated from you. Indeed, I see what you do not see; indeed, I fear Allāh. And Allāh is severe in penalty."

และจงรำลึกเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ว่า หนึ่งในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้าคือ การที่ชัยฏอนได้ทำให้บรรดาผู้ตั้งภาคีเห็นดีเห็นงามในการงานของพวกเขา ทำให้พวกเขากล้าหาญที่จะเผชิญหน้าสู้รบกับบรรดามุสลิม และ(ชัยฏอน)ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า วันนี้ไม่มีผู้ใดในหมู่มนุษย์ที่จะชนะพวกเจ้าได้ แท้จริงฉันเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือพวกเจ้าและเป็นผู้ปกป้องพวกเจ้าจากศัตรูของพวกเจ้า เมื่อครั้งที่ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากัน ฝ่ายผู้ศรัทธาซึ่งมีมะลาอิกะฮ์ที่คอยช่วยเหลือพวกเขา และฝ่ายผู้ตั้งภาคีซึ่งมีชัยฏอนที่รอจะทอดทิ้งพวกเขา ชัยฏอนก็ได้หันหลังหนีพร้อมกล่าวว่า แท้จริงฉันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า แท้จริงฉันเห็นบรรดามะลาอิกะฮ์ที่มาช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธา แท้จริงฉันกลัวอัลลอฮ์จะทำให้ฉันพินาศ ซึ่งพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรุนแรงในการลงโทษ และไม่มีผู้ใดที่สามารถต้านการลงโทษของพระองค์ได้

8:49Page 183

إِذۡ يَقُولُ ٱلۡمُنَٰفِقُونَ وَٱلَّذِينَ فِي قُلُوبِهِم مَّرَضٌ غَرَّ هَٰٓؤُلَآءِ دِينُهُمۡۗ وَمَن يَتَوَكَّلۡ عَلَى ٱللَّهِ فَإِنَّ ٱللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٞ ٤٩

[Remember] when the hypocrites and those in whose hearts was disease [i.e., arrogance and disbelief] said, "Their religion has deluded those [Muslims]." But whoever relies upon Allāh - then indeed, Allāh is Exalted in Might and Wise.

และพวกเจ้าจงรำลึกไว้เมื่อครั้งที่บรรดาผู้กลับกลอกและบรรดาผู้มีความศรัทธาอ่อนแอ กล่าวว่า บรรดามุสลิมเหล่านั้นได้ถูกศาสนาของพวกเขาหลอกลวง ซึ่งได้สัญญาด้วยชัยชนะเหนือศัตรูของพวกเขา ทั้งๆ ที่พวกเขามีจำนวนน้อยและการเตรียมพร้อมที่อ่อนแอ พร้อมทั้งศัตรูมีจำนวนมากและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าผู้ที่พึ่งพาอัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียวและเชื่อมั่นในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือ อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงช่วนเหลือและจะไม่ทอดทิ้งเขาอย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาจะอ่อนแอเพียงใดก็ตาม และอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดกฏสภาวะและการบัญญัติของพระองค์

8:50Page 183

وَلَوۡ تَرَىٰٓ إِذۡ يَتَوَفَّى ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ ٱلۡمَلَٰٓئِكَةُ يَضۡرِبُونَ وُجُوهَهُمۡ وَأَدۡبَٰرَهُمۡ وَذُوقُواْ عَذَابَ ٱلۡحَرِيقِ ٥٠

And if you could but see when the angels take the souls of those who disbelieved...1 They are striking their faces and their backs and [saying], "Taste the punishment of the Burning Fire.

และหากเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย เห็นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ในขณะที่มะลาอิกะฮ์กระชากวิญญาณออกจากร่างของพวกเขา แน่นอนเจ้าจะเห็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยมะลาอิกะฮ์จะตบตีใบหน้าของพวกเขาในยามที่รุกเข้าและจะตบตีด้านหลังของพวกเขาในยามที่ผินหลังหนี และมะลาอิกะฮ์จะกล่าวแก่พวกเขาว่า โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษแห่งการเผาไหม้เถิด

8:51Page 183

ذَٰلِكَ بِمَا قَدَّمَتۡ أَيۡدِيكُمۡ وَأَنَّ ٱللَّهَ لَيۡسَ بِظَلَّٰمٖ لِّلۡعَبِيدِ ٥١

That is for what your hands have put forth [of evil] and because Allāh is not ever unjust to [His] servants."

โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย การลงโทษอันเจ็บปวดทรมานในขณะที่มะลาอิกะฮ์เอาวิญญาณของพวกเจ้าไป การลงโทษที่เผาไหม้ในหลุมฝังศพของพวกเจ้าและในวันปรโลกนั้น สาเหตุของมันคือ กรรมที่พวกเจ้าได้กระทำไว้บนโลกดุนยา เพราะอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงอธรรมต่อมวลมนุษย์ หากแต่พระองค์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาด้วยความยุติธรรม ซึ่งพระองค์เป็นผู้ตัดสินที่ยุติธรรม

8:52Page 183

كَدَأۡبِ ءَالِ فِرۡعَوۡنَ وَٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡۚ كَفَرُواْ بِـَٔايَٰتِ ٱللَّهِ فَأَخَذَهُمُ ٱللَّهُ بِذُنُوبِهِمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ قَوِيّٞ شَدِيدُ ٱلۡعِقَابِ ٥٢

[Theirs is] like the custom of the people of Pharaoh and of those before them. They disbelieved in the signs of Allāh, so Allāh seized them for their sins. Indeed, Allāh is Powerful and severe in penalty.

และนี่ไม่ใช่เป็นการลงโทษที่ลงมาเฉพาะแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา(ในสมัยเราะซูล)เท่านั้น แต่มันเป็นกฏของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงใช้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในทุกยุคทุกสมัย ดังที่วงศ์วานของฟิรเอาน์และบรรดาประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาได้รับในยามที่พวกเขาเหล่านั้นปฏิเสธศรัทธาต่อสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงลงโทษพวกเขาด้วยสาเหตุความผิดบาปของพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีผู้ใดเหนือพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงรุนแรงในการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนพระองค์

8:53Page 184

ذَٰلِكَ بِأَنَّ ٱللَّهَ لَمۡ يَكُ مُغَيِّرٗا نِّعۡمَةً أَنۡعَمَهَا عَلَىٰ قَوۡمٍ حَتَّىٰ يُغَيِّرُواْ مَا بِأَنفُسِهِمۡ وَأَنَّ ٱللَّهَ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٥٣

That is because Allāh would not change a favor which He had bestowed upon a people until they change what is within themselves. And indeed, Allāh is Hearing and Knowing.

การลงโทษที่รุนแรงสาหัสนั้น มีสาเหตุมาจากเมื่ออัลลอฮ์ได้ทรงประทานความโปรดปรานหนึ่งของพระองค์ให้กับกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่ง พระองค์จะไม่ทรงยึดมันคืนจากพวกเขาจนกว่ากลุ่มชนนั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาเองจากสภาพที่ดีด้วยการศรัทธา การกระทำความดีอย่างต่อเนื่อง และการขอบคุณต่อความโปรดปรานต่างๆ ไปสู่สภาพที่ไม่ดีด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ไม่เชื่อฟังพระองค์ และไม่ขอบคุณต่อความโปรดปรานต่าง ๆ ของพระองค์ และแท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยินทุกคำพูดของปวงบ่าว ผู้ทรงรอบรู้ทุกการกระทำของพวกเขา ซึ่งไม่มีสิ่งจะซ่อนเร้นพระองค์ได้

8:54Page 184

كَدَأۡبِ ءَالِ فِرۡعَوۡنَ وَٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِهِمۡۚ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِ رَبِّهِمۡ فَأَهۡلَكۡنَٰهُم بِذُنُوبِهِمۡ وَأَغۡرَقۡنَآ ءَالَ فِرۡعَوۡنَۚ وَكُلّٞ كَانُواْ ظَٰلِمِينَ ٥٤

[Theirs is] like the custom of the people of Pharaoh and of those before them. They denied the signs of their Lord, so We destroyed them for their sins, and We drowned the people of Pharaoh. And all [of them] were wrongdoers.

สภาพของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นมีสถานะเช่นเดียวกับสภาพของผู้อื่นที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เช่น วงศ์วานของฟิรเอาน์และประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธาก่อนหน้าพวกเขา ซึ่งพวกเขาปฏิเสธโองการต่าง ๆ ของพระเจ้าของพวกเขา แล้วอัลลอฮ์จึงได้ทำลายพวกเขาเนื่องด้วยบาปต่าง ๆ ที่พวกเขาได้กระทำไว้ และอัลลอฮ์ได้ทำลายวงศ์วานของฟิรเอาน์ด้วยการให้จมน้ำตายในทะเล ซึ่งทั้งวงศ์วานของฟิรเอาน์และประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาทั้งหมดเป็นผู้อธรรมด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และตั้งภาคีต่อพระองค์ ทำให้พวกเขาสมควรได้รับการลงโทษจากพระองค์ เลยพระองค์ได้ทรงให้การลงโทษนั้นประสบกับพวกเขา

8:55Page 184

إِنَّ شَرَّ ٱلدَّوَآبِّ عِندَ ٱللَّهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ فَهُمۡ لَا يُؤۡمِنُونَ ٥٥

Indeed, the worst of living creatures in the sight of Allāh are those who have disbelieved, and they will not [ever] believe-

แท้จริงผู้ที่เดินคลานบนหน้าแผ่นดินที่ชั่วร้ายที่สุดคือบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ ซึ่งพวกเขาจะไม่ศรัทธาถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณทั้งหมดมายังพวกเขา เนื่องด้วยการยืนกรานปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา เพราะพวกเขาได้สูญเสียสื่อแห่งทางนำ เช่น สติปัญญา การได้ยิน และการมองเห็น

8:56Page 184

ٱلَّذِينَ عَٰهَدتَّ مِنۡهُمۡ ثُمَّ يَنقُضُونَ عَهۡدَهُمۡ فِي كُلِّ مَرَّةٖ وَهُمۡ لَا يَتَّقُونَ ٥٦

The ones with whom you made a treaty but then they break their pledge every time, and they do not fear Allāh.

(พวกเขา) คือ บรรดาผู้ที่เจ้าได้ทำพันธสัญญาไว้กับพวกเขา เช่น เผ่ากุร็อยเซาะฮ์ แล้วพวกเขาก็ทำลายสิ่งที่เจ้าได้ทำสัญญาไว้กับพวกเขาทุกครั้ง โดยที่พวกเขาไม่เกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ เลยพวกเขาบิดพลิ้วต่อสัญญาต่าง ๆ ของพวกเขา และไม่ปฏิบัติตามพันธสัญญาที่ได้ทำไว้กับพวกเขา

8:57Page 184

فَإِمَّا تَثۡقَفَنَّهُمۡ فِي ٱلۡحَرۡبِ فَشَرِّدۡ بِهِم مَّنۡ خَلۡفَهُمۡ لَعَلَّهُمۡ يَذَّكَّرُونَ ٥٧

So if you, [O Muḥammad], gain dominance over them in war, disperse by [means of] them those behind them that perhaps they will be reminded.1

ดังนั้น ถ้าหากเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย ได้พบกับบรรดาผู้ที่ทำลายพันธสัญญาของพวกเขาในสงคราม เจ้าจงลงโทษพวกเขาอย่างรุนแรงเพื่อให้คนอื่นได้ยินถึงเรื่องดังกล่าว เผื่อว่าพวกเขาจะได้รับบทเรียนจากสภาพของผู้ที่ถูกลงโทษ ทำให้พวกเขาเกรงที่จะต่อสู้กับเจ้าและสัตรูของเจ้าเกรงที่จะออกมาประท้วงเจ้า

8:58Page 184

وَإِمَّا تَخَافَنَّ مِن قَوۡمٍ خِيَانَةٗ فَٱنۢبِذۡ إِلَيۡهِمۡ عَلَىٰ سَوَآءٍۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُحِبُّ ٱلۡخَآئِنِينَ ٥٨

If you [have reason to] fear from a people betrayal, throw [their treaty] back to them, [putting you] on equal terms.1 Indeed, Allāh does not like traitors.

และถ้าหากเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย เกรงว่ากลุ่มชนหนึ่งที่เจ้าได้ทำสัญญาไว้กับพวกเขาจะทุจริตและทำลายสัญญานั้น โดยมีสัญญาณที่แสดงให้เจ้าเห็น เจ้าจงประกาศแจ้งยกเลิกสัญญาของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาและเจ้าจะได้รู้ร่วมกัน และเจ้าอย่าได้ข่มเหงพวกเขาก่อนที่จะประกาศแจ้งให้พวกเขาทราบ และแท้จริงการข่มเหงพวกเขาก่อนที่จะประกาศแจ้งให้พวกเขาทราบนั้นเป็นการทุจริจ และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงชอบบรรดาผู้ที่ทุจริต แถมยังเกลียดชังพวกเขาอีก ดังนั้นเจ้าจงระวังการทุจริต

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском