Al-MukhtasarAt‑Tawbah · 9:90–115

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

At-Tawbah 9:90–115

9:90Page 201

وَجَآءَ ٱلۡمُعَذِّرُونَ مِنَ ٱلۡأَعۡرَابِ لِيُؤۡذَنَ لَهُمۡ وَقَعَدَ ٱلَّذِينَ كَذَبُواْ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥۚ سَيُصِيبُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ مِنۡهُمۡ عَذَابٌ أَلِيمٞ ٩٠

And those with excuses among the bedouins came to be permitted [to remain], and they who had lied1 to Allāh and His Messenger sat [at home]. There will strike those who disbelieved among them a painful punishment.

และชาวอาหรับเบดูอินของเมืองมาดีนะอ์และผู้ที่อาศัยโดยรอบได้มาขอแก้ตัวกับเราะซูล ศ็อลลัลอฮฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อให้ท่านอนุญาตแก่พวกเขาที่ไม่ไปร่วมทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ และยังมีกลุ่มอื่นที่ไม่ไปร่วมทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ที่ไม่ได้มาขอแก้ตัวตั้งแรกเลย เพราะพวกเขาไม่เชื่อนบีและไม่ศรัทธาต่อสัญญาของอัลลอฮ์ พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันเจ็บปวดเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา

9:91Page 201

لَّيۡسَ عَلَى ٱلضُّعَفَآءِ وَلَا عَلَى ٱلۡمَرۡضَىٰ وَلَا عَلَى ٱلَّذِينَ لَا يَجِدُونَ مَا يُنفِقُونَ حَرَجٌ إِذَا نَصَحُواْ لِلَّهِ وَرَسُولِهِۦۚ مَا عَلَى ٱلۡمُحۡسِنِينَ مِن سَبِيلٖۚ وَٱللَّهُ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٩١

There is not upon the weak or upon the ill or upon those who do not find anything to spend any discomfort [i.e., guilt] when they are sincere to Allāh and His Messenger. There is not upon the doers of good any cause [for blame]. And Allāh is Forgiving and Merciful.

ไม่มีบาปใด ๆ สำหรับบรรดาผู้หญิง เด็กๆ คนป่วย คนชรา คนตาบอด คนยากจนที่ไม่มีทรัพย์สินใช้จ่ายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ สำหรับพวกเขาทั้งหมดนั้นไม่มีบาปใด ๆ ที่ไม่ไปร่วมสู้รบ เพราะพวกมีเหตุผลจริง ๆ หากพวกเขาบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ บรรดาผู้กระทำดีที่ไม่ไปร่วมสู้รบเหล่านี้ พวกเขาไม่สมควรได้รับการลงโทษ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยโทษบาปต่าง ๆ ของผู้กระทำดี อีกทั้งยังเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขา

9:92Page 201

وَلَا عَلَى ٱلَّذِينَ إِذَا مَآ أَتَوۡكَ لِتَحۡمِلَهُمۡ قُلۡتَ لَآ أَجِدُ مَآ أَحۡمِلُكُمۡ عَلَيۡهِ تَوَلَّواْ وَّأَعۡيُنُهُمۡ تَفِيضُ مِنَ ٱلدَّمۡعِ حَزَنًا أَلَّا يَجِدُواْ مَا يُنفِقُونَ ٩٢

Nor [is there blame] upon those who, when they came to you for you to take them along, you said, "I can find nothing upon which to carry you."1 They turned back while their eyes overflowed with tears out of grief that they could not find something to spend [for the cause of Allāh].

และไม่มีการบาปใด ๆ เช่นกันสำหรับผู้ที่ไม่ไปร่วมสู้รบพร้อมกับเจ้า โอ้เราะซูล หากพวกเขาได้มาหาเจ้าเพื่อให้เจ้าจัดยานพาหนะให้พวกเขาขับขี่(ไปยังสนามรบ) และเจ้าได้กล่าวแก่พวกเขาว่า ฉันไม่มียานพาหนะที่จะให้พวกเจ้าขี่มันได้ พวกเขาก็หันหลังกลับโดยที่นัยน์ตาของพวกเขาท่วมท้นไปด้วยน้ำตา เพราะเสียใจที่พวกเขาไม่มีสิ่งที่จะใช้จ่ายทั้งจากตัวของพวกเขาเองหรือจากเจ้า

9:93Page 201

۞ إِنَّمَا ٱلسَّبِيلُ عَلَى ٱلَّذِينَ يَسۡتَـٔۡذِنُونَكَ وَهُمۡ أَغۡنِيَآءُۚ رَضُواْ بِأَن يَكُونُواْ مَعَ ٱلۡخَوَالِفِ وَطَبَعَ ٱللَّهُ عَلَىٰ قُلُوبِهِمۡ فَهُمۡ لَا يَعۡلَمُونَ ٩٣

The cause [for blame] is only upon those who ask permission of you while they are rich. They are satisfied to be with those who stay behind, and Allāh has sealed over their hearts, so they do not know.

ในเมื่ออัลลอฮ์ได้ชี้แจงว่าบรรดาผู้ที่ไม่ไปร่วมสู้รบที่มีเหตุจำเป็นไม่สมควรได้รับการลงโทษ พระองค์ก็ได้แจ้งถึงผู้ที่สมควรได้รับการลงโทษว่า แท้จริงการลงโทษนั้นสมควรประสบแก่บรรดาผู้ที่ขออนุญาตจากเจ้า โอ้เราะซูล เพื่อไม่ไปร่วมสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีความสามารถในการเตรียมพร้อมสิ่งดังกล่าว พวกเขาพึงพอใจกับความอัปยศต่ำต้อยของตัวเองด้วยการอยู่บ้านพร้อมกับบรรดาผู้ที่ไม่ไปร่วมสู้รบ และอัลลอฮ์ได้ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกเขาทำให้พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลยจากคำตักเตือน ดังนั้นด้วยกับการประทับตรานี้ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ต่อพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะได้เลือกเอา และสิ่งใดมีผลเสียต่อพวกเขาเพื่อที่พวกเขาจะได้หลีกเลี่ยง

9:94Page 202

يَعۡتَذِرُونَ إِلَيۡكُمۡ إِذَا رَجَعۡتُمۡ إِلَيۡهِمۡۚ قُل لَّا تَعۡتَذِرُواْ لَن نُّؤۡمِنَ لَكُمۡ قَدۡ نَبَّأَنَا ٱللَّهُ مِنۡ أَخۡبَارِكُمۡۚ وَسَيَرَى ٱللَّهُ عَمَلَكُمۡ وَرَسُولُهُۥ ثُمَّ تُرَدُّونَ إِلَىٰ عَٰلِمِ ٱلۡغَيۡبِ وَٱلشَّهَٰدَةِ فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمۡ تَعۡمَلُونَ ٩٤

They will make excuses to you when you have returned to them. Say, "Make no excuse - never will we believe you. Allāh has already informed us of your news [i.e., affair]. And Allāh will observe your deeds, and [so will] His Messenger; then you will be taken back to the Knower of the unseen and the witnessed,1 and He will inform you of what you used to do."

บรรดามุนาฟิกีนที่ไม่ได้ออกญิฮาดนั้น จะยกข้อแก้ตัวต่าง ๆ นานาที่ฟังไม่ขึ้นแก่บรรดามุสลิมในขณะที่พวกเขาได้กลับมาจากการญิฮาด และอัลลอฮฺทรงชี้นำให้นบีของพระองค์และมุสลิมทั้งหลาย ตอบกลับพวกเขาว่า พวกท่านอย่าได้แก้ตัวด้วยคำแก้ตัวที่เป็นเท็จเลย เราจะไม่เชื่อในสิ่งที่พวกท่านได้บอกเราดอก แท้จริงอัลลอฮฺทรงแจ้งข่าวคราวของพวกท่านแก่เราแล้ว และอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์จะเฝ้าดูพฤติกรรมของพวกท่าน ว่าพวกท่านจะกลับตัวกลับใจหรือไม่ แล้วอัลลอฮฺจะทรงตอบรับการกลับตัวกลับใจของพวกท่านหรือว่าพวกท่านจะคงอยู่แบบนั้นต่อไป แล้วพวกท่านก็จะถูกนำกลับไปยังพระผู้ทรงรอบรู้ในทุก ๆ สิ่ง แล้วพระองค์ก็จะทรงแจ้งแก่พวกท่านให้รู้ถึงสิ่งที่พวกท่านกระทำกันไว้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกท่านในสิ่งที่พวกท่านกระทำ ดังนั้นแล้วพวกท่านจงรีบกลับตัวกลับใจขออภัยโทษต่อพระองค์และกระทำการงานที่ดีเถิด

9:95Page 202

سَيَحۡلِفُونَ بِٱللَّهِ لَكُمۡ إِذَا ٱنقَلَبۡتُمۡ إِلَيۡهِمۡ لِتُعۡرِضُواْ عَنۡهُمۡۖ فَأَعۡرِضُواْ عَنۡهُمۡۖ إِنَّهُمۡ رِجۡسٞۖ وَمَأۡوَىٰهُمۡ جَهَنَّمُ جَزَآءَۢ بِمَا كَانُواْ يَكۡسِبُونَ ٩٥

They will swear by Allāh to you when you return to them that you would leave them alone. So leave them alone; indeed they are evil; and their refuge is Hell as recompense for what they had been earning.

โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย บรรดามุนาฟิกีนที่ไม่ได้ออกไปสู้รบกับพวกเจ้านั้นจะสาบานต่ออัลลอฮฺแก่พวกท่านเมื่อพวกท่านได้กลับมายังพวกเขา เพื่อยืนยันข้อแก้ตัวที่โกหกของพวกเขา เพื่อที่จะให้พวกท่านไม่ต้องกล่าวว่าพวกเขา หรือตำหนิพวกเขา ดังนั้นพวกท่านจงปล่อยพวกเขาไม่ต้องแยแส และออกห่างจากพวกเขาเถิด แท้จริงพวกเขานั้นสกปรก เป็นคนที่ชั่วร้ายอยู่ภายในจิตใจ และที่พำนักของพวกเขาที่จะถูกโยนลงไปนั้นคือนรกญะฮันนัม ทั้งนี้เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้จากการกลับกลอกและการทำบาป

9:96Page 202

يَحۡلِفُونَ لَكُمۡ لِتَرۡضَوۡاْ عَنۡهُمۡۖ فَإِن تَرۡضَوۡاْ عَنۡهُمۡ فَإِنَّ ٱللَّهَ لَا يَرۡضَىٰ عَنِ ٱلۡقَوۡمِ ٱلۡفَٰسِقِينَ ٩٦

They swear to you so that you might be satisfied with them. But if you should be satisfied with them - indeed, Allāh is not satisfied with a defiantly disobedient people.

โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย บรรดามุนาฟิกีนที่ไม่ได้ออกรบนั้น จะสาบานแก่พวกท่าน เพื่อให้พวกท่านพอใจต่อพวกเขา และรับข้อแก้ตัวของพวกเขา พวกท่านจงอย่าได้พอใจต่อพวกเขา แล้วหากพวกท่านพอใจต่อพวกเขา แท้จริงแล้วพวกท่านได้ฝ่าฝืนพระผู้เป็นเจ้าของพวกท่าน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงพอพระทัยต่อกลุ่มชนที่ไม่ศรัทธาต่อพระองค์ด้วยการปฏิเสธและการกลับกลอก โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย พวกเจ้าจงพึงระวังที่จะพอใจในสิ่งที่อัลลอฮฺไม่ทรงพอพระทัยเถิด

9:97Page 202

ٱلۡأَعۡرَابُ أَشَدُّ كُفۡرٗا وَنِفَاقٗا وَأَجۡدَرُ أَلَّا يَعۡلَمُواْ حُدُودَ مَآ أَنزَلَ ٱللَّهُ عَلَىٰ رَسُولِهِۦۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٞ ٩٧

The bedouins are stronger in disbelief and hypocrisy and more likely not to know the limits of what [laws] Allāh has revealed to His Messenger. And Allāh is Knowing and Wise.

บรรดาอาหรับชนบทนั้น หากว่าพวกเขาปฏิเสธหรือกลับกลอกแล้ว การปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาจะร้ายกาจกว่าการปฏิเสธศรัทธาของคนในเมือง และการกลับกลอกของพวกเขาก็ร้ายกาจกว่าชนเหล่านั้น พวกเขาไม่รู้เรื่องศาสนาเลย และเป็นการสมควรยิ่งแล้ว ที่พวกเขาจะไม่รู้กฎเกณฑ์ แนวทาง และกฎของบทบัญญัติต่างๆ ที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เราะซูลของพระองค์ เพราะพวกเขามีความบาดหมางและแข็งกระด้างและไม่เชื่อมสัมพันธ์กับผู้อื่น และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงสถานะของพวกเขา ที่จะไม่มีสิ่งใดถูกปกปิดต่อพระองค์ได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในการจัดการและการบัญญัติของพระองค์

9:98Page 202

وَمِنَ ٱلۡأَعۡرَابِ مَن يَتَّخِذُ مَا يُنفِقُ مَغۡرَمٗا وَيَتَرَبَّصُ بِكُمُ ٱلدَّوَآئِرَۚ عَلَيۡهِمۡ دَآئِرَةُ ٱلسَّوۡءِۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٞ ٩٨

And among the bedouins are some who consider what they spend as a loss1 and await for you turns of misfortune. Upon them will be a misfortune of evil. And Allāh is Hearing and Knowing.

และในหมู่อาหรับชนบทที่เป็นมุนาฟิกีนนั้น มีผู้เชื่อว่าสิ่งที่ตนบริจาคไปในหนทางของอัลลอฮ์นั้น เป็นการขาดทุนและเป็นเสมือนค่าปรับ เพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เขาได้บริจาคไปนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดผลบุญใด ๆ และอัลลอฮ์จะไม่ทรงลงโทษเขาถ้าหากเขาไม่บริจาค แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้งเขาก็บริจาคเพื่อโอ้อวดและเพื่อปิดบังความจริงที่อยู่ในใจ และพวกเขารอคอยให้มีเหตุร้ายประสบแก่พวกท่าน โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย แล้วเขาจะละทิ้งพวกท่านไป แต่อัลลอฮ์ทรงทำให้สิ่งที่พวกเขาหวังไว้เพื่อให้เหตุร้ายเหล่านั้นประสบแก่ผู้บรรดาศรัทธาและการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์นั้นได้ประสบแก่พวกเขาเอง และแท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยินในสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวมัน ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขาปกปิดมัน

9:99Page 202

وَمِنَ ٱلۡأَعۡرَابِ مَن يُؤۡمِنُ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَيَتَّخِذُ مَا يُنفِقُ قُرُبَٰتٍ عِندَ ٱللَّهِ وَصَلَوَٰتِ ٱلرَّسُولِۚ أَلَآ إِنَّهَا قُرۡبَةٞ لَّهُمۡۚ سَيُدۡخِلُهُمُ ٱللَّهُ فِي رَحۡمَتِهِۦٓۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٞ ٩٩

But among the bedouins are some who believe in Allāh and the Last Day and consider what they spend as means of nearness to Allāh and of [obtaining] invocations of the Messenger. Unquestionably, it is a means of nearness for them. Allāh will admit them to His mercy. Indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.

และในหมู่อาหรับชนบทนั้น มีผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาในวันอาคิเราะฮฺ และถือว่าทรัพย์สินที่ตนบริจาคไปในหนทางของอัลลอฮฺนั้น เป็นการใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ และเพื่อจะได้รับการขอพรของเราะซูล ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม และการขออภัยโทษของท่านสำหรับเขา พึงรู้เถิดว่า แท้จริงการบริจาคของเขาในหนทางของอัลลอฮฺและการขอพรจากเราะซูลแก่เขานั้นเป็นการทำให้เขาใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ และจะได้รับผลตอบแทนของมันจากพระองค์ โดยที่พระองค์จะทรงให้เขาอยู่ในความเอ็นดูเมตตาที่กว้างขวางของพระองค์ที่รวมไว้ด้วยการอภัยโทษและสวนสวรรค์ของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษสำหรับบ่าวของพระองค์ที่กลับตัวกลัวใจ ทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขาเสมอ

9:100Page 203

وَٱلسَّٰبِقُونَ ٱلۡأَوَّلُونَ مِنَ ٱلۡمُهَٰجِرِينَ وَٱلۡأَنصَارِ وَٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُم بِإِحۡسَٰنٖ رَّضِيَ ٱللَّهُ عَنۡهُمۡ وَرَضُواْ عَنۡهُ وَأَعَدَّ لَهُمۡ جَنَّٰتٖ تَجۡرِي تَحۡتَهَا ٱلۡأَنۡهَٰرُ خَٰلِدِينَ فِيهَآ أَبَدٗاۚ ذَٰلِكَ ٱلۡفَوۡزُ ٱلۡعَظِيمُ ١٠٠

And the first forerunners [in the faith] among the Muhājireen1 and the Anṣār2 and those who followed them with good conduct - Allāh is pleased with them and they are pleased with Him, and He has prepared for them gardens beneath which rivers flow, wherein they will abide forever. That is the great attainment.

บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ (ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮฺ) ที่ได้อพยพออกจากบ้านของพวกเขาและเมืองของพวกเขาไปยังอัลลอฮฺ และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ (ชาวอันศ้อรจากมะดีนะฮฺ) พวกเขาได้ช่วยเหลือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ของเขา และบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามหมู่ผู้อพยพ และหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือที่ได้ศรัทธามาก่อน ด้วยการทำให้ดีในหลักการความเชื่อศรัทธา การพูดและการกระทำ ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยในพวกเขาและตอบรับการเชื่อฟังของพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์จากผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺทรงมอบให้แก่พวกเขา และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างที่พำนักของพวกเขา พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือผลตอบแทนและชัยชนะอันใหญ่หลวง

9:101Page 203

وَمِمَّنۡ حَوۡلَكُم مِّنَ ٱلۡأَعۡرَابِ مُنَٰفِقُونَۖ وَمِنۡ أَهۡلِ ٱلۡمَدِينَةِ مَرَدُواْ عَلَى ٱلنِّفَاقِ لَا تَعۡلَمُهُمۡۖ نَحۡنُ نَعۡلَمُهُمۡۚ سَنُعَذِّبُهُم مَّرَّتَيۡنِ ثُمَّ يُرَدُّونَ إِلَىٰ عَذَابٍ عَظِيمٖ ١٠١

And among those around you of the bedouins are hypocrites, and [also] from the people of Madīnah. They have persisted in hypocrisy. You, [O Muḥammad], do not know them, [but] We know them. We will punish them twice [in this world]; then they will be returned to a great punishment.

และผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้มะดีนะฮฺที่เป็นอาหรับชนบทนั้น เป็นพวกกลับกลอก และในหมู่ชาวมะดีนะฮฺก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นยังคงอยู่บนการกลับกลอกและยังคงทำเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ โอ้ เราะซูลเอ๋ย เจ้าไม่รู้จักธาตุแท้ของพวกเขาดอก อัลลอฮฺคือผู้ที่รู้จักพวกเขาดี พระองค์จะลงโทษพวกเขาสองครั้ง ครั้งแรกบนโลกนี้ด้วยการเปิดเผยการกลับกลอกของพวกเขาและการฆ่าของพวกเขาและครอบครัวของพวกเขา และครั้งที่สองในวันปรโลกด้วยการทุกข์ทรมานต่อการลงโทษในหลุมฝังศพ แล้วพวกเขาจะถูกนำกลับไปในวันกิยามะฮฺสู่การลงโทษอันยิ่งใหญ่ ในนรกชั้นต่ำที่สุด

9:102Page 203

وَءَاخَرُونَ ٱعۡتَرَفُواْ بِذُنُوبِهِمۡ خَلَطُواْ عَمَلٗا صَٰلِحٗا وَءَاخَرَ سَيِّئًا عَسَى ٱللَّهُ أَن يَتُوبَ عَلَيۡهِمۡۚ إِنَّ ٱللَّهَ غَفُورٞ رَّحِيمٌ ١٠٢

And [there are] others who have acknowledged their sins. They had mixed [i.e., polluted] a righteous deed with another that was bad.1 Perhaps Allāh will turn to them in forgiveness. Indeed, Allāh is Forgiving and Merciful.

และในหมู่ชาวมะดีนะฮฺมีชนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้ออกไปสู้รบโดยไม่มีข้ออ้างใดๆ แล้วพวกเขาก็ได้สารภาพว่าพวกเขานั้นไม่มีข้ออ้างใดๆเลย และไม่ได้นำมาซึ่งข้ออ้างที่เป็นเท็จ โดยที่พวกเขาได้ปะปนการงานที่ดีก่อนหน้านี้จากการเชื่อฟังอัลลอฮฺและปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์และออกไปสู้รบในหนทางของอัลลอฮฺด้วยการทำชั่ว หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขาและไม่ถือโทษพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคือผู้ทรงอภัยโทษแก่บ่าวของพระองค์ที่กลับตัวกลับใจ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขาเสมอ

9:103Page 203

خُذۡ مِنۡ أَمۡوَٰلِهِمۡ صَدَقَةٗ تُطَهِّرُهُمۡ وَتُزَكِّيهِم بِهَا وَصَلِّ عَلَيۡهِمۡۖ إِنَّ صَلَوٰتَكَ سَكَنٞ لَّهُمۡۗ وَٱللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ ١٠٣

Take, [O Muḥammad], from their wealth a charity by which you purify them and cause them increase, and invoke [Allāh's blessings] upon them. Indeed, your invocations are reassurance for them. And Allāh is Hearing and Knowing.

โอ้ เราะซูล เจ้าจงเอาส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเขาเป็นทาน เพื่อทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ จากการฝ่าฝืนและทำบาปและให้ความดีของพวกเขาได้เจริญเติบโต และเจ้าจงขอพรให้แก่พวกเขาหลังจากที่ได้เอาทรัพย์สินมาจากพวกเขา แท้จริงการขอพรของเจ้านั้นเป็นความกรุณาและทำให้เกิดความสุขใจแก่พวกเขา และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยินคำขอพรของเจ้า ผู้ทรงรอบรู้ในการงานและเจตนาของพวกเขา

9:104Page 203

أَلَمۡ يَعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ هُوَ يَقۡبَلُ ٱلتَّوۡبَةَ عَنۡ عِبَادِهِۦ وَيَأۡخُذُ ٱلصَّدَقَٰتِ وَأَنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلتَّوَّابُ ٱلرَّحِيمُ ١٠٤

Do they not know that it is Allāh who accepts repentance from His servants and receives charities and that it is Allāh who is the Accepting of Repentance,1 the Merciful?

เพื่อที่บรรดาผู้ที่ไม่ออกญิฮาดและผู้ที่สำนึกผิดต่ออัลลอฮฺรับรู้ว่าอัลลอฮฺจะทรงรับการสำนึกผิดจากปวงบ่าวของพระองค์ และทรงรับบรรดาสิ่งที่เป็นทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) และพระองค์ทรงร่ำรวย และจะตอบแทนผู้ที่บริจาคทาน และแท้จริงอัลลอฮฺนั้นคือ ผู้ทรงอภัยโทษสำหรับปวงบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด ผู้ทรงเมตตาพวกเขาเสมอ

9:105Page 203

وَقُلِ ٱعۡمَلُواْ فَسَيَرَى ٱللَّهُ عَمَلَكُمۡ وَرَسُولُهُۥ وَٱلۡمُؤۡمِنُونَۖ وَسَتُرَدُّونَ إِلَىٰ عَٰلِمِ ٱلۡغَيۡبِ وَٱلشَّهَٰدَةِ فَيُنَبِّئُكُم بِمَا كُنتُمۡ تَعۡمَلُونَ ١٠٥

And say, "Do [as you will], for Allāh will see your deeds, and [so will] His Messenger and the believers. And you will be returned to the Knower of the unseen and the witnessed, and He will inform you of what you used to do."

โอ้ เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ไม่ออกญิฮาด และบรรดาผู้ที่สำนึกผิดต่อบาปของพวกเขาเถิดว่า พวกท่านจงทำในสิ่งที่ได้พลัดพลาดไปจากพวกท่าน และพวกท่านจงบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮฺในการงานของพวกท่าน และจงทำในสิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัย แล้วอัลลอฮฺจะทรงเห็นการงานของพวกท่าน และเราะซูลของพระองค์และบรรดาผู้ศรัทธาก็จะเห็นด้วย และพวกท่านจะถูกนำกลับไปยังพระเจ้าของพวกท่านในวันปรโลก พระผู้ทรงรอบรู้ในทุกๆสิ่งทั้งสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่านในสิ่งที่พวกท่านกระทำไว้ในโลกนี้ และจะทรงตอบแทนในการกระทำของพวกท่าน

9:106Page 203

وَءَاخَرُونَ مُرۡجَوۡنَ لِأَمۡرِ ٱللَّهِ إِمَّا يُعَذِّبُهُمۡ وَإِمَّا يَتُوبُ عَلَيۡهِمۡۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٞ ١٠٦

And [there are] others deferred until the command of Allāh - whether He will punish them or whether He will forgive them. And Allāh is Knowing and Wise.

และในบรรดาผู้ที่ไม่ได้ออกสู้รบในสมรภูมิตะบู๊คนั้นมีชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มีข้ออ้างความจำเป็นใดๆที่จะไม่ออกไปสู้รบ ชนเหล่านั้นเป็นบรรดาผู้ที่ล่าช้าที่จะถูกรับการตัดสินจากอัลลอฮฺและคำพิพากษาต่อพวกเขา พระองค์อาจจะทรงตัดสินพวกเขาตามที่พระองค์ทรงประสงค์ อาจจะลงโทษพวกเขาถ้าหากพวกเขาไม่กลับตัวกลับใจไปยังพระองค์ หรือพระองค์อาจจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขาหากพวกเขาได้กลับตัวกลับใจแล้ว และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ว่าผู้ใดที่สมควรจะได้รับการลงโทษจากพระองค์ และผู้ใดที่สมควรจะได้รับการอภัยโทษจากพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณต่อบทบัญญัติและการบริหารจัดการของพระองค์ พวกเขาเหล่านั้นคือ มุรอเราะฮฺ บิน อัรฺเราะบีอฺ และกะอับ บินมาลิก และฮีลาล บิน อุมัยยะฮฺ

9:107Page 204

وَٱلَّذِينَ ٱتَّخَذُواْ مَسۡجِدٗا ضِرَارٗا وَكُفۡرٗا وَتَفۡرِيقَۢا بَيۡنَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ وَإِرۡصَادٗا لِّمَنۡ حَارَبَ ٱللَّهَ وَرَسُولَهُۥ مِن قَبۡلُۚ وَلَيَحۡلِفُنَّ إِنۡ أَرَدۡنَآ إِلَّا ٱلۡحُسۡنَىٰۖ وَٱللَّهُ يَشۡهَدُ إِنَّهُمۡ لَكَٰذِبُونَ ١٠٧

And [there are] those [hypocrites] who took for themselves a mosque for causing harm and disbelief and division among the believers and as a station for whoever had warred against Allāh and His Messenger before. And they will surely swear, "We intended only the best." And Allāh testifies that indeed they are liars.

และบรรดามุนาฟิกีนก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นสร้างมัสยิดหลังหนึ่งขึ้นโดยไม่ใช่เพื่อทำตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ แต่เพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บรรดามุสลิมและแสดงให้เห็นถึงการปฏิเสธศรัทธาด้วยการทำให้ผู้กลับกลอกแข็งแกร่งขึ้นและก่อให้เกิดการแตกแยกระหว่างบรรดามุอฺมินด้วยกัน และเพื่อเป็นแหล่งเตรียมพร้อมและรอคอยผู้ที่จะทำสงครามต่อต้านอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ก่อนที่จะสร้างมัสยิดขึ้น และแน่นอนบรรดามุนาฟิกีนพวกเขาจะสาบานแก่พวกเจ้าว่า เราไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากเห็นอกเห็นใจบรรดามุสลิมเท่านั้น และอัลลอฮฺนั้นทรงเป็นพยานยืนยันว่า แท้จริงพวกเขานั้นเป็นพวกที่กล่าวเท็จในคำกล่าวอ้างของพวกเขา

9:108Page 204

لَا تَقُمۡ فِيهِ أَبَدٗاۚ لَّمَسۡجِدٌ أُسِّسَ عَلَى ٱلتَّقۡوَىٰ مِنۡ أَوَّلِ يَوۡمٍ أَحَقُّ أَن تَقُومَ فِيهِۚ فِيهِ رِجَالٞ يُحِبُّونَ أَن يَتَطَهَّرُواْۚ وَٱللَّهُ يُحِبُّ ٱلۡمُطَّهِّرِينَ ١٠٨

Do not stand [for prayer] within it - ever. A mosque founded on righteousness from the first day1 is more worthy for you to stand in. Within it are men who love to purify themselves; and Allāh loves those who purify themselves.

โอ้ นบีเอ๋ย มัสยิดที่มีลักษณะเช่นนี้เจ้าอย่าได้ตอบรับตามคำเรียกร้องของบรรดามุนาฟิกีนเพื่อให้เจ้าเข้าไปยืนละหมาดในนั้นเลย แท้จริงแล้ว มัสยิดกุบาอฺเป็นมัสยิดที่ถูกวางรากฐานบนความยำเกรงตั้งแต่วันแรกนั้นสมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้นมากกว่ามัสยิดนี้ที่วางรากฐานบนความปฏิเสธศรัทธา เพราะในมัสยิดกุบาอฺนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะชำระตัวให้บริสุทธิ์จากสิ่งสกปรกและสิ่งที่ไม่ดีด้วยน้ำ และชำระตัวให้บริสุทธิ์จากบาปทั้งหลายด้วยการกลับตัวกลับใจและขออภัยโทษ และอัลลอฮฺนั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ชำระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์จากสิ่งสกปรก สิ่งไม่ดีและบาปอยู่เสมอ

9:109Page 204

أَفَمَنۡ أَسَّسَ بُنۡيَٰنَهُۥ عَلَىٰ تَقۡوَىٰ مِنَ ٱللَّهِ وَرِضۡوَٰنٍ خَيۡرٌ أَم مَّنۡ أَسَّسَ بُنۡيَٰنَهُۥ عَلَىٰ شَفَا جُرُفٍ هَارٖ فَٱنۡهَارَ بِهِۦ فِي نَارِ جَهَنَّمَۗ وَٱللَّهُ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلظَّٰلِمِينَ ١٠٩

Then is one who laid the foundation of his building on righteousness [with fear] from Allāh and [seeking] His approval better or one who laid the foundation of his building on the edge of a bank about to collapse, so it collapsed with him into the fire of Hell? And Allāh does not guide the wrongdoing people.

ผู้ที่วางรากฐานอาคารของเขาบนความยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และหลีกเลี่ยงข้อห้ามของพระองค์ และหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ด้วยการขยายการทำความดีนั้นให้กว้างขึ้น กับผู้ที่สร้างมัสยิดเพื่อก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่บรรดามุสลิมและทำให้การปฏิเสธศรัทธาแข็งแกร่งขึ้น และก่อให้เกิดการแตกแยกระหว่างบรรดามุอฺมินด้วยกันนั้น มันจะเท่าเทียมกันอย่างนั้นหรือ ทั้งสองอย่างนี้จะไม่เท่าเทียมกันเป็นอันขาด ดังนั้นอันแรกโครงสร้างของอาคารนั้นแข็งแกร่งและเชื่อมโยงกันไม่กลัวต่อการพังทลาย และอีกอันนั้นเปรียบเสมือนกับคนที่สร้างอาคารของเขาบนริมขอบเหวและพังทลายลง แล้วอาคารของเขาถูกทำลายลงในก้นบึ้งของนรก และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ชี้แนะทางแก่กลุ่มชนที่อธรรมที่ปฏิเสธศรัทธาและกลับกลอกและอื่นๆ

9:110Page 204

لَا يَزَالُ بُنۡيَٰنُهُمُ ٱلَّذِي بَنَوۡاْ رِيبَةٗ فِي قُلُوبِهِمۡ إِلَّآ أَن تَقَطَّعَ قُلُوبُهُمۡۗ وَٱللَّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌ ١١٠

Their building which they built will not cease to be a [cause of] skepticism in their hearts until their hearts are cut [i.e., stopped]. And Allāh is Knowing and Wise.

มัสยิดของพวกเขาที่ก่อสร้างขึ้นมานั้นยังคงเป็นที่ระแวงสงสัยอยู่ในจิตใจของพวกเขาจนกระทั่งหัวใจของพวกเขาจะถูกตัดออกเป็นชิ้นๆ ด้วยความตายหรือถูกฆ่าตายด้วยดาบ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้การงานของบ่าว ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่พระองค์ทรงตัดสินและทรงตอบแทนทั้งการงานที่ดีและการงานที่ชั่ว

9:111Page 204

۞ إِنَّ ٱللَّهَ ٱشۡتَرَىٰ مِنَ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ أَنفُسَهُمۡ وَأَمۡوَٰلَهُم بِأَنَّ لَهُمُ ٱلۡجَنَّةَۚ يُقَٰتِلُونَ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ فَيَقۡتُلُونَ وَيُقۡتَلُونَۖ وَعۡدًا عَلَيۡهِ حَقّٗا فِي ٱلتَّوۡرَىٰةِ وَٱلۡإِنجِيلِ وَٱلۡقُرۡءَانِۚ وَمَنۡ أَوۡفَىٰ بِعَهۡدِهِۦ مِنَ ٱللَّهِۚ فَٱسۡتَبۡشِرُواْ بِبَيۡعِكُمُ ٱلَّذِي بَايَعۡتُم بِهِۦۚ وَذَٰلِكَ هُوَ ٱلۡفَوۡزُ ٱلۡعَظِيمُ ١١١

Indeed, Allāh has purchased from the believers their lives and their properties [in exchange] for that they will have Paradise. They fight in the cause of Allāh, so they kill and are killed. [It is] a true promise [binding] upon Him in the Torah and the Gospel and the Qur’ān. And who is truer to his covenant than Allāh? So rejoice in your transaction which you have contracted. And it is that which is the great attainment.

แท้จริงอัลลอฮฺ สุบหานาฮุ วะตะอาลา นั้นได้ทรงซื้อแล้วจากบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งชีวิตของพวกเขาทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วชีวิตนั้นเป็นทรัพย์สินของพระองค์เป็นความกรุณาจากพระองค์ โดยซื้อด้วยราคาที่สูง นั้นก็คือสวนสวรรค์ โดยให้พวกเขาทำการต่อสู้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเพื่อให้พจนารถของอัลลอฮฺเป็นพจนารถที่สูงสุด และพวกเขาก็ฆ่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและถูกบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาฆ่า เป็นสัญญาของพระองค์เองอย่างแท้จริง ซึ่งมีอยู่ในคัมภีร์เตารอต ซึ่งเป็นคัมภีร์ของมูซา และอินญีล ซึ่งเป็นคัมภีร์ของอีซา อะลัยฮิมัสสลาม และอัลกุรฺอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ของ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม และใครเล่าจะรักษาสัญญาของเขาได้ดียิ่งไปกว่าอัลลอฮฺ สุบฮานะฮุ วะตะอาลา ดังนั้นแล้ว โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย พวกเจ้าจงรื่นเริง ชื่นชมยินดีในการขายของพวกท่านเถิด ซึ่งพวกท่านได้ขายมันไปให้แก่พระองค์ แท้จริงแล้วพวกเจ้านั้นได้รับผลกำไรที่มหาศาล และการขายนั้นนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง

9:112Page 205

ٱلتَّٰٓئِبُونَ ٱلۡعَٰبِدُونَ ٱلۡحَٰمِدُونَ ٱلسَّٰٓئِحُونَ ٱلرَّٰكِعُونَ ٱلسَّٰجِدُونَ ٱلۡأٓمِرُونَ بِٱلۡمَعۡرُوفِ وَٱلنَّاهُونَ عَنِ ٱلۡمُنكَرِ وَٱلۡحَٰفِظُونَ لِحُدُودِ ٱللَّهِۗ وَبَشِّرِ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ١١٢

[Such believers are] the repentant, the worshippers, the praisers [of Allāh], the travelers [for His cause], those who bow and prostrate [in prayer], those who enjoin what is right and forbid what is wrong, and those who observe the limits [set by] Allāh. And give good tidings to the believers.

บรรดาผู้ที่ได้รับผลตอบแทนนี้ พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเกลียดชังและทรงโกรธกริ้วไปยังสิ่งทีพระองค์ทรงรักและทรงพอพระทัย บรรดาผู้ที่เกรงกลัวอัลลอฮฺและอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วเชื่อฟังพระองค์อย่างจริงจัง บรรดาผู้แซ่ซ้องสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาในทุกสถานการณ์ บรรดาผู้ทำการถือศีลอด บรรดาผู้ทำการละหมาด บรรดาผู้กำชับให้ปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงบัญชา และในสิ่งที่เราะซูลของพระองค์ได้บัญชา บรรดาผู้ปราบปรามให้ละเว้นจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้ามและจากสิ่งที่เราะซูลของพระองค์ได้ห้าม และบรรดาผู้รักษาคำบัญชาของอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามและข้อห้ามของพระองค์ด้วยการห่างไกล โอ้ เราะซูลเอ๋ย เจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ให้พวกเขายินดีทั้งในโลกนี้และในปรโลกเถิด

9:113Page 205

مَا كَانَ لِلنَّبِيِّ وَٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ أَن يَسۡتَغۡفِرُواْ لِلۡمُشۡرِكِينَ وَلَوۡ كَانُوٓاْ أُوْلِي قُرۡبَىٰ مِنۢ بَعۡدِ مَا تَبَيَّنَ لَهُمۡ أَنَّهُمۡ أَصۡحَٰبُ ٱلۡجَحِيمِ ١١٣

It is not for the Prophet and those who have believed to ask forgiveness for the polytheists, even if they were relatives, after it has become clear to them that they are companions of Hellfire.

ไม่บังควรแก่นบีและบรรดาผู้ศรัทธาที่จะขออภัยโทษจากอัลลอฮฺให้แก่พวกตั้งภาคี และแม้ว่าพวกเขาจะเป็นญาติใกล้ชิดกันก็ตาม ทั้งนี้หลังจากเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาแล้วว่า แน่นอนพวกเหล่านั้นเป็นชาวนรก เพราะพวกเขานั้นได้ตายในสภาพของการตั้งภาคี

9:114Page 205

وَمَا كَانَ ٱسۡتِغۡفَارُ إِبۡرَٰهِيمَ لِأَبِيهِ إِلَّا عَن مَّوۡعِدَةٖ وَعَدَهَآ إِيَّاهُ فَلَمَّا تَبَيَّنَ لَهُۥٓ أَنَّهُۥ عَدُوّٞ لِّلَّهِ تَبَرَّأَ مِنۡهُۚ إِنَّ إِبۡرَٰهِيمَ لَأَوَّٰهٌ حَلِيمٞ ١١٤

And the request of forgiveness of Abraham for his father was only because of a promise he had made to him. But when it became apparent to him [i.e., Abraham] that he [i.e., the father] was an enemy to Allāh, he disassociated himself from him. Indeed was Abraham compassionate and patient.

และการขออภัยโทษของอิบรอฮีมให้แก่บิดาของเขามิได้ปรากฏขึ้น นอกจากเป็นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้แก่บิดาของเขาเท่านั้น ที่หวังให้เขานั้นเข้ารับอิสลาม แต่เมื่อได้เป็นที่ประจักษ์แก่อิบรอฮีมแล้ว ว่าแท้จริงแล้วบิดาของเขาเป็นศัตรูของอัลลอฮฺ ไม่มีประโยชน์ที่จะตักเตือน หรือเขาได้รับรู้จากวะฮฺยุ ว่าบิดาของเขานั้นจะตายในสภาพที่เป็นกาฟิร(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)เขาก็ได้ปลีกตัวออกจากบิดาของเขา และการขออภัยโทษของเขาเป็นการกำหนดขึ้นจากเขาโดยที่เขาไม่ได้ละเมิดกฏเกณฑ์ที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เขา แท้จริงอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลามได้อ้อนวอนต่ออัลลอฮฺเป็นอย่างมาก ให้อภัยและไม่เอาผิดจากประชาชาติผู้อธรรมของเขา

9:115Page 205

وَمَا كَانَ ٱللَّهُ لِيُضِلَّ قَوۡمَۢا بَعۡدَ إِذۡ هَدَىٰهُمۡ حَتَّىٰ يُبَيِّنَ لَهُم مَّا يَتَّقُونَۚ إِنَّ ٱللَّهَ بِكُلِّ شَيۡءٍ عَلِيمٌ ١١٥

And Allāh would not let a people stray after He has guided them until He makes clear to them what they should avoid. Indeed, Allāh is Knowing of all things.

และอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงตัดสินกลุ่มชนใดว่าหลงทาง หลังจากที่พระองค์ได้ทรงชี้ทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขาแล้ว จนกว่าจะทำให้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาถึงสิ่งต้องห้ามที่จำเป็นต้องห่างไกลจากมัน แล้วเมื่อพวกเขาได้กระทำสิ่งต้องห้ามหลังจากได้ห้ามไว้แล้วก็จะตัดสินว่าพวกเขาเป็นผู้หลงทาง แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ในทุกสิ่ง จะไม่มีสิ่งใดปกปิดไปจากพระองค์ได้ และแท้จริงแล้วพระองค์จะทรงสอนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าไม่มีความรู้

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском