Al-MukhtasarAt‑Tawbah · 9:116–129

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

At-Tawbah 9:116–129

9:116Page 205

إِنَّ ٱللَّهَ لَهُۥ مُلۡكُ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۖ يُحۡيِۦ وَيُمِيتُۚ وَمَا لَكُم مِّن دُونِ ٱللَّهِ مِن وَلِيّٖ وَلَا نَصِيرٖ ١١٦

Indeed, to Allāh belongs the dominion of the heavens and the earth; He gives life and causes death. And you have not besides Allāh any protector or any helper.

แท้จริงสำหรับอัลลอฮฺนั้น อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงองค์เดียว ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นที่อยู่บนชั้นฟ้าและแผ่นดินที่ปราศจากความรอบรู้ของพระองค์ได้ พระองค์ทรงให้ชีวิตสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้เขาเกิด ทรงให้ตายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จะให้เขาตาย โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย นอกจากอัลลอฮฺแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่จะคุ้มครองการงานของพวกท่าน และไม่มีผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือพวกท่านจากอันตราย และช่วยเหลือพวกท่านจากศัตรูของพวกท่าน

9:117Page 205

لَّقَد تَّابَ ٱللَّهُ عَلَى ٱلنَّبِيِّ وَٱلۡمُهَٰجِرِينَ وَٱلۡأَنصَارِ ٱلَّذِينَ ٱتَّبَعُوهُ فِي سَاعَةِ ٱلۡعُسۡرَةِ مِنۢ بَعۡدِ مَا كَادَ يَزِيغُ قُلُوبُ فَرِيقٖ مِّنۡهُمۡ ثُمَّ تَابَ عَلَيۡهِمۡۚ إِنَّهُۥ بِهِمۡ رَءُوفٞ رَّحِيمٞ ١١٧

Allāh has already forgiven the Prophet and the Muhājireen and the Anṣār who followed him in the hour of difficulty after the hearts of a party of them had almost inclined [to doubt], and then He forgave them. Indeed, He was to them Kind and Merciful.

แท้จริงอัลลอฮฺทรงอภัยโทษให้แก่ท่านนบี มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ที่อนุญาตให้บรรดามุนาฟิกีนไม่ต้องร่วมรบในสมรภูมิตะบู๊ก และแท้จริงอัลลอฮฺทรงอภัยโทษให้แก่ชาวมุฮาญิรีน(ผู้อพยพ) และชาวอันศ้อร(ผู้ช่วยเหลือ)แล้ว ซึ่งเขาเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามเขา(นบี)ออกสู้รบในสมรภูมิตะบู๊ก ในสภาวะอากาศที่เร้าร้อน และมีจำนวนน้อยกว่า และศัตรูมีความเข้มแข็ง หลังจากที่จิตใจของชนกลุ่มหนึ่งในพวกเขา เกือบจะรวนเรที่จะไม่ออกไปสู้รบ เพราะความทุกข์ยากลำบากอย่างมาก หลังจากนั้นอัลลอฮฺทรงให้ความง่ายดายแก่พวกเขาเพื่อยืนหยัดที่จะออกสู้รบ แล้วพระองค์ก็ทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอ่อนโยนต่อพวกเขา ผู้ทรงกรุณาอยู่เสมอ และหนึ่งในความเมตตาของพระองค์คือการให้กลับตัวกลับใจและตอบรับการขออภัยโทษจากพวกเขา

9:118Page 206

وَعَلَى ٱلثَّلَٰثَةِ ٱلَّذِينَ خُلِّفُواْ حَتَّىٰٓ إِذَا ضَاقَتۡ عَلَيۡهِمُ ٱلۡأَرۡضُ بِمَا رَحُبَتۡ وَضَاقَتۡ عَلَيۡهِمۡ أَنفُسُهُمۡ وَظَنُّوٓاْ أَن لَّا مَلۡجَأَ مِنَ ٱللَّهِ إِلَّآ إِلَيۡهِ ثُمَّ تَابَ عَلَيۡهِمۡ لِيَتُوبُوٓاْۚ إِنَّ ٱللَّهَ هُوَ ٱلتَّوَّابُ ٱلرَّحِيمُ ١١٨

And [He also forgave] the three who were left alone [i.e., boycotted, regretting their error] to the point that the earth closed in on them in spite of its vastness1 and their souls confined [i.e., anguished] them and they were certain that there is no refuge from Allāh except in Him. Then He turned to them so they could repent. Indeed, Allāh is the Accepting of Repentance,2 the Merciful.

และอัลลอฮฺทรงอภัยโทษให้แก่ชายสามคน (คือ กะอฺบฺ อิบนุมาลิก มุรอเราะฮฺ อิบนุ อัรร่อบีอฺ และฮิลาล อิบนุอุมัยะฮฺ) ผู้ที่ได้ละทิ้งการกลับใจ และความล่าช้าที่จะตอบรับการกลับใจของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาไม่ได้ออกไปทำสงครามพร้อมท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ในสมรภูมิตะบู๊ก และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้สั่งให้มวลมนุษย์ ละทิ้งพวกเขา ทำให้พวกเขาทนทุกข์ทรมานและเศร้าโศกจนกระทั่งแผ่นดินได้คับแคบแก่พวกเขาทั้งๆ ที่มันกว้างใหญ่ไพศาล และทรวงอกของพวกเขาได้แคบลงเพราะความโหดร้ายได้บังเกิดแก่พวกเขา และพวกเจ้าจงรับรู้เถิดว่า ไม่มีที่พักพิงที่ไหนที่พวกจะกลับไปหานอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว แล้วพระองค์ก็ทรงเมตตาปราณีพวกเขาด้วยการตอบรับการอภัยโทษ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคือผู้ทรงอภัยโทษต่อบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขาเสมอ

9:119Page 206

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ ٱتَّقُواْ ٱللَّهَ وَكُونُواْ مَعَ ٱلصَّٰدِقِينَ ١١٩

O you who have believed, fear Allāh and be with those who are true.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ผู้เจริญรอยตามเราะซูลของพระองค์ และได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์เอ๋ย จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ และออกห่างจากข้อห้ามของพระองค์ และจงอยู่กับบรรดาผู้สัตย์จริงในการศรัทธา และการพูดและการงานของพวกเขา และจะไม่มีทางรอดใดๆสำหรับพวกเจ้าเว้นแต่ด้วยความสัตย์จริง

9:120Page 206

مَا كَانَ لِأَهۡلِ ٱلۡمَدِينَةِ وَمَنۡ حَوۡلَهُم مِّنَ ٱلۡأَعۡرَابِ أَن يَتَخَلَّفُواْ عَن رَّسُولِ ٱللَّهِ وَلَا يَرۡغَبُواْ بِأَنفُسِهِمۡ عَن نَّفۡسِهِۦۚ ذَٰلِكَ بِأَنَّهُمۡ لَا يُصِيبُهُمۡ ظَمَأٞ وَلَا نَصَبٞ وَلَا مَخۡمَصَةٞ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ وَلَا يَطَـُٔونَ مَوۡطِئٗا يَغِيظُ ٱلۡكُفَّارَ وَلَا يَنَالُونَ مِنۡ عَدُوّٖ نَّيۡلًا إِلَّا كُتِبَ لَهُم بِهِۦ عَمَلٞ صَٰلِحٌۚ إِنَّ ٱللَّهَ لَا يُضِيعُ أَجۡرَ ٱلۡمُحۡسِنِينَ ١٢٠

It was not [proper] for the people of Madīnah and those surrounding them of the bedouins that they remain behind after [the departure of] the Messenger of Allāh or that they prefer themselves over his self.1 That is because they are not afflicted by thirst or fatigue or hunger in the cause of Allāh, nor do they tread on any ground that enrages the disbelievers, nor do they inflict upon an enemy any infliction but that it is registered for them as a righteous deed. Indeed, Allāh does not allow to be lost the reward of the doers of good.

ไม่บังควรแก่ชาวมะดีนะฮฺและชาวอาหรับชนบทที่พักอยู่รอบๆ จะผินหลังให้กับท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม เมื่อได้ออกญิฮาดด้วยตัวของท่านเอง และไม่บังควรที่เขาเหล่านั้นจะเก็บตัวของพวกเองโดยให้เราะซูล ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ปกป้องพวกเขา แต่จำเป็นสำหรับพวกเขาต้องปกป้องเราะซูล ทั้งนี้เนื่องจากความกระหายน้ำก็ดี ความเหนื่อยก็ดีและความหิวโหยก็ดี เพื่อหนทางของอัลลอฮฺนั้นจะไม่ประสบกับพวกเขา และไม่ว่าพวกเขาจะเหยียบย่างไป ณ ที่ใดที่ ทำให้พวกปฏิเสธศรัทธา กริ้วโกรธก็ตาม และพวกเขาจะไม่ได้รับอันตรายจากศัตรูหรือถูกจับหรือพ่ายแพ้ นอกจากผลตอบแทนของการงานที่ดีถูกจารึกไว้แล้วสำหรับพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้รางวัลของผู้กระทำความดีต้องสูญเสียไปเป็นอันขาด แต่จะตอบแทนอย่างครบถ้วนและจะเพิ่มให้พวกเขามากขึ้นอีก

9:121Page 206

وَلَا يُنفِقُونَ نَفَقَةٗ صَغِيرَةٗ وَلَا كَبِيرَةٗ وَلَا يَقۡطَعُونَ وَادِيًا إِلَّا كُتِبَ لَهُمۡ لِيَجۡزِيَهُمُ ٱللَّهُ أَحۡسَنَ مَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٢١

Nor do they spend an expenditure, small or large, or cross a valley but that it is registered for them that Allāh may reward them for the best of what they were doing.

และพวกเขาจะไม่บริจาคในการบริจาคใดๆ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม และพวกเขาไม่เดินผ่านหุบเขาใดๆ นอกจากมันจะถูกบันทึกไว้แก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้บริจาคหรือเดินทางนั้น เพื่อที่ว่าอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนให้แก่พวกเขา และให้ผลตอบแทนที่ดียิ่งในสิ่งที่พวกเขาได้ทำไว้ในปรโลก

9:122Page 206

۞ وَمَا كَانَ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ لِيَنفِرُواْ كَآفَّةٗۚ فَلَوۡلَا نَفَرَ مِن كُلِّ فِرۡقَةٖ مِّنۡهُمۡ طَآئِفَةٞ لِّيَتَفَقَّهُواْ فِي ٱلدِّينِ وَلِيُنذِرُواْ قَوۡمَهُمۡ إِذَا رَجَعُوٓاْ إِلَيۡهِمۡ لَعَلَّهُمۡ يَحۡذَرُونَ ١٢٢

And it is not for the believers to go forth [to battle] all at once. For there should separate from every division of them a group [remaining] to obtain understanding in the religion and warn [i.e., advise] their people when they return to them that they might be cautious.

ไม่บังควรที่บรรดาผู้ศรัทธาจะออกไปสู้รบกันทั้งหมด เพื่อที่พวกเขาจะไม่ถูกถอนรากถอนโคนเมื่อศัตรูมีชัยชนะเหนือพวกเขา ไม่บังควรกว่าหรือที่จะให้กลุ่มหนึ่งออกไปญิฮาด และเหลืออีกกลุ่มเพื่ออยู่กับเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม และทำการศึกษาศาสนาในสิ่งที่พวกเขาได้ฟังมาจากเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม ที่มาจากอัลกรุอ่านและบทบัญญติต่างๆ และพวกเขาจะได้ตักเตือนหมู่คณะของพวกเขา เมื่อพวกเขาได้กลับมายังหมู่คณะของพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้มา โดยหวังที่จะเตือนถึงความทุกข์ทรมานและบทลงโทษของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขาก็จะปฏิบัติตามคำบัญชาและห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์ และนี่เป็นกลุ่มทหารที่เราะซูลุลอฮฺส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ และเลือกกลุ่มหนึ่งจากบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่าน

9:123Page 207

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ قَٰتِلُواْ ٱلَّذِينَ يَلُونَكُم مِّنَ ٱلۡكُفَّارِ وَلۡيَجِدُواْ فِيكُمۡ غِلۡظَةٗۚ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلۡمُتَّقِينَ ١٢٣

O you who have believed, fight against those adjacent to you of the disbelievers and let them find in you harshness. And know that Allāh is with the righteous.

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงบัญชาให้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายสู้รบกับผู้ปฏิเสธที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ที่เป็นเหตุทำให้เกิดอันตรายแก่บรรดาผู้ศรัทธาเพราะอยู่ใกล้เคียงกัน และพระองค์ก็ทรงบัญชาเช่นกันให้บรรดาผู้ศรัทธาแสดงความแข็งแรงและความรุนแรงเพื่อข่มขวัญและเพื่อป้องกันจากความชั่วร้ายของพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายที่ยำเกรง ด้วยการช่วยเหลือและการสนับสนุนของพระองค์

9:124Page 207

وَإِذَا مَآ أُنزِلَتۡ سُورَةٞ فَمِنۡهُم مَّن يَقُولُ أَيُّكُمۡ زَادَتۡهُ هَٰذِهِۦٓ إِيمَٰنٗاۚ فَأَمَّا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ فَزَادَتۡهُمۡ إِيمَٰنٗا وَهُمۡ يَسۡتَبۡشِرُونَ ١٢٤

And whenever a sūrah is revealed, there are among them [i.e., the hypocrites] those who say, "Which of you has this increased in faith?" As for those who believed, it has increased them in faith, while they are rejoicing.

และเมื่ออัลลอฮฺได้ประทานซูเราะฮฺหนึ่งลงมาให้เราะซูลของพระองค์ (มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม) แล้วมีหนึ่งในบรรดามุนาฟิกีนได้ถามด้วยความเย้ยหยันว่า: มีใครบ้างในหมู่พวกท่านที่ซูเราะฮฺนี้ที่มุฮัมมัดพามานั้นทำให้มีความศรัทธาเพิ่มขึ้น? สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเชื่อฟังเราะซูลของพระองค์นั้น ได้ทำให้การศรัทธาของเขาเพิ่มขึ้นจากการศรัทธาที่มีอยู่ แล้วพวกเขาก็มีความปิติยินดี ที่วะฮฺยุถูกประทานลงมา ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตของพวกเขาบนโลกนี้และปรโลก

9:125Page 207

وَأَمَّا ٱلَّذِينَ فِي قُلُوبِهِم مَّرَضٞ فَزَادَتۡهُمۡ رِجۡسًا إِلَىٰ رِجۡسِهِمۡ وَمَاتُواْ وَهُمۡ كَٰفِرُونَ ١٢٥

But as for those in whose hearts is disease, it has [only] increased them in evil [in addition] to their evil.1 And they will have died while they are disbelievers.

และสำหรับบรรดามุนาฟิกีน การประทานอัลกุรอ่านลงมาที่มีกฏเกณฑ์และเรื่องราวต่างๆ ทำให้โรคและความสกปรกได้เพิ่มแก่พวกเขามากยิ่งขึ้นเพราะการปฏิเสธในสิ่งที่ประทานลงมา และโรคในจิตใจของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นเมื่ออัลกุรอ่านได้ประทานลงมาเพิ่มขึ้น เพราะทุกครั้งที่ประทานลงมา พวกเขาจะเกิดข้อสงสัยในสิ่งที่ประทานลงมา และพวกเขาจะตายไปในสภาพที่เป็นพวกปฏิเสธศรัทธา

9:126Page 207

أَوَلَا يَرَوۡنَ أَنَّهُمۡ يُفۡتَنُونَ فِي كُلِّ عَامٖ مَّرَّةً أَوۡ مَرَّتَيۡنِ ثُمَّ لَا يَتُوبُونَ وَلَا هُمۡ يَذَّكَّرُونَ ١٢٦

Do they not see that they are tried every year once or twice but then they do not repent nor do they remember?

และบรรดามุนาฟิกีนพวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า พวกเขาถูกทดสอบโดยการเปิดเผยสภาพของพวกเขาและความเสแสร้งของพวกเขาในทุกๆ ปี ครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง? หลังจากที่พวกเขารู้ดีว่าแท้จริงอัลลอฮฺ ตะอาลาคือผู้ทรงกระทำสิ่งนั้นต่อพวกเขา พวกเขาก็ไม่ยอมกลับเนื้อกลับตัวไปยังพระองค์ในการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา และไม่ละเว้นจากการเสแสร้งของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่ทำการใคร่ครวญว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา และแท้จริงแล้วมันมาจากอัลลอฮฺ

9:127Page 207

وَإِذَا مَآ أُنزِلَتۡ سُورَةٞ نَّظَرَ بَعۡضُهُمۡ إِلَىٰ بَعۡضٍ هَلۡ يَرَىٰكُم مِّنۡ أَحَدٖ ثُمَّ ٱنصَرَفُواْۚ صَرَفَ ٱللَّهُ قُلُوبَهُم بِأَنَّهُمۡ قَوۡمٞ لَّا يَفۡقَهُونَ ١٢٧

And whenever a sūrah is revealed, they look at each other, [as if saying], "Does anyone see you?" and then they dismiss themselves. Allāh has dismissed their hearts because they are a people who do not understand.

และเมื่ออัลลอฮฺทรงประทานซูเราะฮฺหนึ่งลงมาแก่เราะซูลของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม นั้นได้กล่าวถึงสภาพของบรรดามุนาฟิกีน ที่ต่างคนก็มองตาซึ่งกันและกัน (แล้วถามขึ้นว่า) มีใครเห็นพวกท่านบ้างไหม? เมื่อไม่มีไครมองเห็นพวกท่านก็จงแยกย้ายออกไปจากที่นั่งเถิด อัลลอฮฺจึงทรงให้จิตใจของพวกเขาหันเหออกจากแนวทางที่ถูกต้องและทางที่ดีและละทิ้งพวกเขา แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ไม่รู้อะไรเลย

9:128Page 207

لَقَدۡ جَآءَكُمۡ رَسُولٞ مِّنۡ أَنفُسِكُمۡ عَزِيزٌ عَلَيۡهِ مَا عَنِتُّمۡ حَرِيصٌ عَلَيۡكُم بِٱلۡمُؤۡمِنِينَ رَءُوفٞ رَّحِيمٞ ١٢٨

There has certainly come to you a Messenger from among yourselves. Grievous to him is what you suffer; [he is] concerned over you [i.e., your guidance] and to the believers is kind and merciful.

โอ้ ชาวอาหรับเอ๋ย แท้จริงมีเราะซูลคนหนึ่งจากพวกท่านเองได้มาหาพวกท่านแล้ว เขาเป็นชาวอาหรับเหมือนพวกท่าน เป็นที่ลำบากใจแก่เขาในสิ่งที่พวกท่านได้รับความทุกข์ยาก เขาต้องการที่จะนำทางพวกท่านไปตามทางที่ถูกต้องและห่วงใยเป็นอย่างมาก และเขามาสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาเป็นส่วนใหญ่และเป็นผู้อ่อนโยนและเมตตาเสมอ

9:129Page 207

فَإِن تَوَلَّوۡاْ فَقُلۡ حَسۡبِيَ ٱللَّهُ لَآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۖ عَلَيۡهِ تَوَكَّلۡتُۖ وَهُوَ رَبُّ ٱلۡعَرۡشِ ٱلۡعَظِيمِ ١٢٩

But if they turn away, [O Muḥammad], say, "Sufficient for me is Allāh; there is no deity except Him. On Him I have relied, and He is the Lord of the Great Throne."

หากพวกเขาผินหลังให้เจ้า และไม่ศรัทธาในสิ่งที่เจ้านำมา โอ้ เราะซูลเอ๋ย ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า อัลลอฮฺนั้นเป็นที่พอเพียงสำหรับฉันแล้ว ที่ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ไว้เคารพสักการะด้วยความสัตย์จริงนอกจากพระองค์ และพระองค์เท่านั้น แด่พระองค์เท่านั้นที่ฉันขอมอบหมาย และพระองค์คือเจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском