Al-MukhtasarAt‑Tawbah · 9:31–58

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

At-Tawbah 9:31–58

9:31Page 191

ٱتَّخَذُوٓاْ أَحۡبَارَهُمۡ وَرُهۡبَٰنَهُمۡ أَرۡبَابٗا مِّن دُونِ ٱللَّهِ وَٱلۡمَسِيحَ ٱبۡنَ مَرۡيَمَ وَمَآ أُمِرُوٓاْ إِلَّا لِيَعۡبُدُوٓاْ إِلَٰهٗا وَٰحِدٗاۖ لَّآ إِلَٰهَ إِلَّا هُوَۚ سُبۡحَٰنَهُۥ عَمَّا يُشۡرِكُونَ ٣١

They have taken their scholars and monks as lords besides Allāh,1 and [also] the Messiah, the son of Mary.2 And they were not commanded except to worship one God; there is no deity except Him. Exalted is He above whatever they associate with Him.

ชาวยิวได้ทำให้บรรดาปราชญ์ของพวกเขาและพวกคริสเตียนได้ทำให้บาทหลวงพวกเขา เป็นพระเจ้าอื่นจากอัลลอฮ์ โดยที่พวกเขาได้อนุมัติในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามและได้ห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ และชาวคริสต์ยึดเอาอัล-มะซีห์บุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้าพร้อมอัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ไม่ได้สั่งบรรดาปราชญ์ของยิวและบาทหลวงของคริสต์ และพระองค์ไม่ได้สั่งอุเซรและอีซา บุตรของมัรยัม นอกจากเพื่อให้เคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ กับพระองค์ พระองค์คือพระเจ้าเพียงองค์เดียว ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรเคารพสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากภาคีใดๆ ที่จะเคียงคู่กับพระองค์ ดังที่บรรดามุชริกีนและคนอื่น ๆ ได้กล่าวไว้

9:32Page 192

يُرِيدُونَ أَن يُطۡفِـُٔواْ نُورَ ٱللَّهِ بِأَفۡوَٰهِهِمۡ وَيَأۡبَى ٱللَّهُ إِلَّآ أَن يُتِمَّ نُورَهُۥ وَلَوۡ كَرِهَ ٱلۡكَٰفِرُونَ ٣٢

They want to extinguish the light of Allāh with their mouths, but Allāh refuses except to perfect His light, although the disbelievers dislike it.

บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มของผู้ปฏิเสธศรัทธาต้องการจะกำจัดและจะโมฆะศาสนาอิสลาม และจะโมฆะข้อพิสูจน์และหลักฐานต่าง ๆ ที่ชัดแจ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์และสิ่งที่เราะซูลได้นำมานั้นเป็นสัจธรรม ด้วยการใส่ร้ายต่าง ๆ และปฏิเสธในสิ่งที่ในสิ่งที่นบีมูหัมมัด ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้นำมา แต่อัลลอฮ์ไม่ยินยอมเว้นแต่เพื่อจะให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่งเหนือศาสนาอื่น ถึงแม้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธารังเกียจและไม่ยินยอมให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่ง เพราะอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงให้ศาสนาของพระองค์สมบูรณ์ เป็นที่ประจักษ์ และสูงส่ง และหากอัลลอฮ์ประสงค์สิ่งใด ความต้องการของผู้อื่นก็จะเป็นโมฆะ

9:33Page 192

هُوَ ٱلَّذِيٓ أَرۡسَلَ رَسُولَهُۥ بِٱلۡهُدَىٰ وَدِينِ ٱلۡحَقِّ لِيُظۡهِرَهُۥ عَلَى ٱلدِّينِ كُلِّهِۦ وَلَوۡ كَرِهَ ٱلۡمُشۡرِكُونَ ٣٣

It is He who has sent His Messenger with guidance and the religion of truth to manifest it over all religion, although they who associate others with Allāh dislike it.

อัลลอฮ์คือผู้ทรงส่งเราะซูลของพระองค์มูหัมมัด ศ็อลล็ออลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมโดยนำคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเป็นทางนำแก่มวลมนุษย์ และศาสนาแห่งสัจธรรมนั้นคือศาสนาอิสลาม เพื่อที่พระองค์จะทรงให้ศาสนาของพระองค์สูงส่งเหนือศาสนาอื่น ๆ ด้วยข้อพิสูจน์ หลักฐาน และบทบัญญัติต่าง ๆ ถึงแม้บรรดาผู้ปฏิเสธสัทธาจะเกลียดชังก็ตาม

9:34Page 192

۞ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوٓاْ إِنَّ كَثِيرٗا مِّنَ ٱلۡأَحۡبَارِ وَٱلرُّهۡبَانِ لَيَأۡكُلُونَ أَمۡوَٰلَ ٱلنَّاسِ بِٱلۡبَٰطِلِ وَيَصُدُّونَ عَن سَبِيلِ ٱللَّهِۗ وَٱلَّذِينَ يَكۡنِزُونَ ٱلذَّهَبَ وَٱلۡفِضَّةَ وَلَا يُنفِقُونَهَا فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ فَبَشِّرۡهُم بِعَذَابٍ أَلِيمٖ ٣٤

O you who have believed, indeed many of the scholars and the monks devour the wealth of people unjustly1 and avert [them] from the way of Allāh. And those who hoard gold and silver and spend it not in the way of Allāh - give them tidings of a painful punishment.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์ แท้จริงนักปราชญ์ของชาวยิวและบาทหลวงของชาวคริสต์จำนวนมากเอาทรัพย์สินของผู้คนโดยไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา พวกเขารับสินบนและสิ่งอื่น ๆ และพวกเขาขัดขวางผู้คนไม่ให้เข้ารับศาสนาของอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ที่สะสมทองและเงินโดยไม่จ่ายซากาต จงแจ้งข่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูลเอ๋ย เกี่ยวการลงโทษอันเจ็บปวดที่จะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดีในวันกียามะฮ์

9:35Page 192

يَوۡمَ يُحۡمَىٰ عَلَيۡهَا فِي نَارِ جَهَنَّمَ فَتُكۡوَىٰ بِهَا جِبَاهُهُمۡ وَجُنُوبُهُمۡ وَظُهُورُهُمۡۖ هَٰذَا مَا كَنَزۡتُمۡ لِأَنفُسِكُمۡ فَذُوقُواْ مَا كُنتُمۡ تَكۡنِزُونَ ٣٥

The Day when it1 will be heated in the fire of Hell and seared therewith will be their foreheads, their flanks, and their backs, [it will be said], "This is what you hoarded for yourselves, so taste what you used to hoard."

ในวันกิยามะฮ์สิ่งที่พวกเขาได้สะสมไว้และไม่จ่ายซะกาตจะถูกเผาไหม้ในนรกณะฮันมัม จนกระทั่งเมื่อความร้อนของมันสูง มันจะถูกวางไว้บนหน้าผาก สีข้าง และหลังของพวกเขา และจะมีการกล่าวแก่พวกเขาในเชิงตำหนิว่า นี่คือทรัพย์สินที่พวกเจ้าได้สะสมมันไว้และไม่ได้จ่ายในส่วนที่เป็นภาคบังคับ ดังนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรสกับสิ่งที่พวกเจ้าได้สะสมมันไว้และไม่ได้จ่ายตามสิทธิที่จำเป็นของมัน และนี่คือผล (การลงโทษ) ของมัน

9:36Page 192

إِنَّ عِدَّةَ ٱلشُّهُورِ عِندَ ٱللَّهِ ٱثۡنَا عَشَرَ شَهۡرٗا فِي كِتَٰبِ ٱللَّهِ يَوۡمَ خَلَقَ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضَ مِنۡهَآ أَرۡبَعَةٌ حُرُمٞۚ ذَٰلِكَ ٱلدِّينُ ٱلۡقَيِّمُۚ فَلَا تَظۡلِمُواْ فِيهِنَّ أَنفُسَكُمۡۚ وَقَٰتِلُواْ ٱلۡمُشۡرِكِينَ كَآفَّةٗ كَمَا يُقَٰتِلُونَكُمۡ كَآفَّةٗۚ وَٱعۡلَمُوٓاْ أَنَّ ٱللَّهَ مَعَ ٱلۡمُتَّقِينَ ٣٦

Indeed, the number of months with Allāh is twelve [lunar] months in the register of Allāh [from] the day He created the heavens and the earth; of these, four are sacred.1 That is the correct religion [i.e., way], so do not wrong yourselves during them.2 And fight against the disbelievers collectively as they fight against you collectively. And know that Allāh is with the righteous [who fear Him].

แท้จริงจำนวนเดือนในหนึ่งปี ณ อัลลอฮ์นั้นมีสิบสองเดือนดังที่อัลลอฮ์ได้ระบุไว้ในบันทึกอัลเลาฮุลมะห์ฟูซในตอนแรกที่พระองค์ได้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน ในสิบสองเดือนเหล่านี้มีสี่เดือนที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไม่ให้ทำการสู้รบฆ่าฝันกัน คือสามเดือนที่ติดต่อกัน (ซูลกิอ์เดาะฮ์ ซุลหิจญะฮ์ และมูหัรร็อม) และอีกเดือนหนึ่ง คือ รอญับ ดังกล่าวนั้นคือจำนวนดือนในรอบปี และมีสี่เดือนที่เป็นที่ต้องห้าม และนี่เป็นศาสนาอันเที่ยงตรง ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าอธรรมต่อตัวเองในสี่เดือนนี้ด้วยการเริ่มทำการสู้รบและละเมิดเกียรติของมัน และจงต่อสู้กับบรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พวกเขาต่อสู้กับพวกเจ้าทั้งหมด และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ยำเกรงด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ในการให้ความช่วยเหลือและการยืนยัด และผู้ใดก็ตามที่อัลลอฮ์อยู่กับเขาจะไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้

9:37Page 193

إِنَّمَا ٱلنَّسِيٓءُ زِيَادَةٞ فِي ٱلۡكُفۡرِۖ يُضَلُّ بِهِ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ يُحِلُّونَهُۥ عَامٗا وَيُحَرِّمُونَهُۥ عَامٗا لِّيُوَاطِـُٔواْ عِدَّةَ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُ فَيُحِلُّواْ مَا حَرَّمَ ٱللَّهُۚ زُيِّنَ لَهُمۡ سُوٓءُ أَعۡمَٰلِهِمۡۗ وَٱللَّهُ لَا يَهۡدِي ٱلۡقَوۡمَ ٱلۡكَٰفِرِينَ ٣٧

Indeed, the postponing [of restriction within sacred months] is an increase in disbelief by which those who have disbelieved are led [further] astray. They make it1 lawful one year and unlawful another year to correspond to the number made unlawful by Allāh2 and [thus] make lawful what Allāh has made unlawful. Made pleasing to them is the evil of their deeds; and Allāh does not guide the disbelieving people.

แท้จริงการเลื่อนเดือนที่ต้องห้ามให้ล่าช้าไปยังเดือนที่ไม่ใช่เดือนที่ต้องห้ามและการทดแทนระหว่างกัน ดังเช่นที่ชาวอาหรับในยุคญาฮีลียะฮ์ได้กระทำนั้นเป็นการเพิ่มการปฏิเสธศรัทธาซ้อนการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาต่อบทบัญญัติของพระองค์ในเดือนที่ต้องห้าม ชัยตอนได้ทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์หลงทางในตอนที่เขาได้วางความประพฤติชั่วนี้ให้กับพวกเขา พวกเขาได้อนุมัติเดือนที่ต้องห้ามหนึ่งปีด้วยการทดแทนเดือนที่ไม่เป็นที่ต้องห้าม และรักษาเดือนที่ต้องห้ามหนึ่งปีเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเดือนที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้ ถึงแม้ว่าชื่อเดือนต่าง ๆ นั้นจะแตกต่างกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่อนุมัติเดือนที่ต้องห้ามเดือนใดเดือนหนึ่ง เว้นแต้พวกเขาจะห้ามเดือนที่ไม่เป็นที่ต้องห้ามมาทดแทน ด้วยกับการดังกล่าวพวกเขาจะอนุมัติสิ่งต่าง ๆ ที่ได้อัลลอฮ์ได้ห้ามไว้ในเดือนที่ต้องห้าม ชัยตอนได้ประดับประดาการกระทำชั่วของพวกเขาให้สวยงาม และอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้นำแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ยืนหยัดในการปฏิเสธศรัทธา

9:38Page 193

يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُواْ مَا لَكُمۡ إِذَا قِيلَ لَكُمُ ٱنفِرُواْ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِ ٱثَّاقَلۡتُمۡ إِلَى ٱلۡأَرۡضِۚ أَرَضِيتُم بِٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا مِنَ ٱلۡأٓخِرَةِۚ فَمَا مَتَٰعُ ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا فِي ٱلۡأٓخِرَةِ إِلَّا قَلِيلٌ ٣٨

O you who have believed, what is [the matter] with you that, when you are told to go forth in the cause of Allāh, you adhere heavily to the earth?1 Are you satisfied with the life of this world rather than the Hereafter? But what is the enjoyment of worldly life compared to the Hereafter except a [very] little.

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเจ้ากระนั้นหรือ ทำไมเมื่อพวกเจ้าได้ถูกเชิญชวนให้ไปต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูของพวกเจ้า พวกเจ้าได้ชะลอตัวลงและเลือกที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านของพวกเจ้า? พวกเจ้าพึงพอใจกับชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ที่ชั่วขณะและความสุขที่ไม่นิรันดร์เพื่อแลกกับความสุขแห่งปรโลกที่นิรันดร์ที่อัลลอฮ์ได้ทรงเตรียมไว้แก่บรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของพระองค์กระนั้นหรือ? ความสุขของชีวิตความเป็นอยู่ในโลกนี้เมื่อเทียบกับความสุขแห่งปรโลกแล้ว มันไม่มีอะไรนอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่มีสติปัญญาจะเลือกสิ่งที่ไม่ยั่งยืนเหนือสิ่งที่ถาวรกว่า และสิ่งที่เล็กน้อยเหนือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้อย่างไร?

9:39Page 193

إِلَّا تَنفِرُواْ يُعَذِّبۡكُمۡ عَذَابًا أَلِيمٗا وَيَسۡتَبۡدِلۡ قَوۡمًا غَيۡرَكُمۡ وَلَا تَضُرُّوهُ شَيۡـٔٗاۗ وَٱللَّهُ عَلَىٰ كُلِّ شَيۡءٖ قَدِيرٌ ٣٩

If you do not go forth, He will punish you with a painful punishment and will replace you with another people, and you will not harm Him at all. And Allāh is over all things competent.

ถ้าหากพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ไม่ออกไปทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์เพื่อต่อสู้กับศัตรูของพวกเจ้า แน่นอนพระองค์จะทรงลงโทษพวกเจ้าด้วยความพ่ายแพ้ ความอัปยศ และอื่น ๆ และพระองค์จะทรงแทนที่พวกเจ้าด้วยกลุ่มชนอื่นที่จงรักภัคดีต่อพระองค์ หากเมื่อไรที่พวกเขาถูกเชิญชวนให้ออกทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์พวกเขาก็จะออกไป และพระองค์ไม่เสียหายใด ๆ กับการที่พวกเจ้าฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงมั่งมีไม่ต้องพึ่งพวกเจ้า และพวกเจ้าเป็นผู้ขัดสนต้องพึ่งพระองค์ และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถให้พระองค์อ่อนแอได้ พระองค์สามารถที่จะช่วยเหลือศาสนาและศาสนทูตของพระองค์โดยไม่มีพวกเจ้าได้

9:40Page 193

إِلَّا تَنصُرُوهُ فَقَدۡ نَصَرَهُ ٱللَّهُ إِذۡ أَخۡرَجَهُ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ ثَانِيَ ٱثۡنَيۡنِ إِذۡ هُمَا فِي ٱلۡغَارِ إِذۡ يَقُولُ لِصَٰحِبِهِۦ لَا تَحۡزَنۡ إِنَّ ٱللَّهَ مَعَنَاۖ فَأَنزَلَ ٱللَّهُ سَكِينَتَهُۥ عَلَيۡهِ وَأَيَّدَهُۥ بِجُنُودٖ لَّمۡ تَرَوۡهَا وَجَعَلَ كَلِمَةَ ٱلَّذِينَ كَفَرُواْ ٱلسُّفۡلَىٰۗ وَكَلِمَةُ ٱللَّهِ هِيَ ٱلۡعُلۡيَاۗ وَٱللَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ ٤٠

If you do not aid him [i.e., the Prophet (ﷺ)] - Allāh has already aided him when those who disbelieved had driven him out [of Makkah] as one of two,1 when they were in the cave and he [i.e., Muḥammad (ﷺ)] said to his companion, "Do not grieve; indeed Allāh is with us." And Allāh sent down His tranquility upon him and supported him with soldiers [i.e., angels] you did not see and made the word2 of those who disbelieved the lowest,3 while the word of Allāh4 - that is the highest. And Allāh is Exalted in Might and Wise.

ถ้าหากพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ไม่ช่วยเหลือเราะซูล ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะสัลลัม และไม่ตอบรับการเชิญชวนของท่านให้ออกไปสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ แท้จริงนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงช่วยเหลือท่านมาแล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพวกเจ้าอยู่พร้อมกับท่านขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ขับไล่ท่านและอบูบักร์ รอฏิยัลลอฮุอันฮุ ออก(จากเมืองมักกะฮ์) โดยที่ไม่มีบุคคลที่สามอยู่ร่วมกับทั้งสอง ขณะที่ทั้งสองได้อยู่ในถ้ำษูรเพื่อหลบหนีจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ตามล่าทั้งสอง ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮ์อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่อบูบักร์สหายของท่านในขณะเขากลัวว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะจับท่านได้ว่า เจ้าอย่าได้เสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเราด้วยการดูแลและการช่วยเหลือของพระองค์ แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงประทานความสงบใจแก่เราะซูลของพระองค์ และได้ทรงประทานบรรดาไพร่พลที่พวกเจ้ามองไม่เห็นพวกเขาซึ่งเป็นบรรดามลาอิกะฮ์ที่คอยสนับสนุนท่าน และอัลลอฮ์ได้ทรงให้ถ้อยคำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ำสุด และถ้อยคำของพระองค์สูงสุดในตอนที่อิสลามได้สูงทรง และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเดชานุภาพในตัวของพระองค์เองและในอำนาจของพระองค์โดยไม่มีผู้ใดสามารถเอาาชนะพระองค์ได้ พระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการ การกำหนดกฏสภาวะ และการบัญญัติของพระองค์

9:41Page 194

ٱنفِرُواْ خِفَافٗا وَثِقَالٗا وَجَٰهِدُواْ بِأَمۡوَٰلِكُمۡ وَأَنفُسِكُمۡ فِي سَبِيلِ ٱللَّهِۚ ذَٰلِكُمۡ خَيۡرٞ لَّكُمۡ إِن كُنتُمۡ تَعۡلَمُونَ ٤١

Go forth, whether light or heavy,1 and strive with your wealth and your lives in the cause of Allāh. That is better for you, if you only knew.

พวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงเดินออกไปเพื่อทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ทั้งในเรื่องยากและเรื่องง่าย คนหนุ่มหรือคนแก่ และจงเสียสละทรัพย์สินและชีวิตของพวกเจ้า เพราะแท้จริงการออกไปสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยทรัพย์สินและชีวิตนั้นจะให้ประโยชน์ทั้งในโลกดุนยาและในปรโลกมากกว่าการนั่งเฉย ๆ และยึดติดกับความปลอดภัยของทรัพย์สินและชีวิต หากพวกเจ้ารู้ในสิ่งดังกล่าว ดังนั้นก็จงพยายามให้ถึงที่สุด

9:42Page 194

لَوۡ كَانَ عَرَضٗا قَرِيبٗا وَسَفَرٗا قَاصِدٗا لَّٱتَّبَعُوكَ وَلَٰكِنۢ بَعُدَتۡ عَلَيۡهِمُ ٱلشُّقَّةُۚ وَسَيَحۡلِفُونَ بِٱللَّهِ لَوِ ٱسۡتَطَعۡنَا لَخَرَجۡنَا مَعَكُمۡ يُهۡلِكُونَ أَنفُسَهُمۡ وَٱللَّهُ يَعۡلَمُ إِنَّهُمۡ لَكَٰذِبُونَ ٤٢

Had it been a near [i.e., easy] gain and a moderate trip, they [i.e., the hypocrites] would have followed you, but distant to them was the journey. And they will swear by Allāh,1 "If we were able, we would have gone forth with you," destroying themselves [through false oaths], and Allāh knows that indeed they are liars.

ถ้าหากสิ่งที่พวกเจ้าเชิญชวนบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ที่ขออนุญาตท่านนบีเพื่อไม่ไปร่วมทำการสู้รบเป็นทรัพย์สินสงครามที่ได้มาอย่างง่ายดายและการเดินทางที่ไม่ยุ่งยาก แน่นอนพวกเขาจะปฏิบัติตามเจ้า (นบี) แต่ทว่าระยะทางที่เจ้าเชิญชวนพวกเขานั้นไกลเหลือเกินกว่าจะไปถึงที่ศัตรู เลยพวกเขาไม่ออกไปร่วมทำการสู้รบ และบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ที่ขออนุญาตเหล่านั้นจะสาบานต่ออัลลอฮ์ในตอนที่เจ้ากลับมายังพวกเขาโดยกล่าวว่า หากพวกเราสามารถออกไปร่วมทำการสู้รบพร้อมกับพวกเจ้าแน่นอนพวกเราจะออกไป พวกเขาสร้างความหายนะให้กับตัวเองโดยการเสนอตัวให้กับการลงโทษของอัลลอฮ์เนื่องจากพวกเขาไม่ไปร่วมทำการสู้รบและสาบานเท็จ และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีว่าพวกเขาเป็นผู้โกหกในการอ้างแก่ตัวและในการสาบานของพวกเขา

9:43Page 194

عَفَا ٱللَّهُ عَنكَ لِمَ أَذِنتَ لَهُمۡ حَتَّىٰ يَتَبَيَّنَ لَكَ ٱلَّذِينَ صَدَقُواْ وَتَعۡلَمَ ٱلۡكَٰذِبِينَ ٤٣

Allāh has pardoned you, [O Muḥammad, but] why did you give them permission [to remain behind]? [You should not have] until it was evident to you who were truthful and you knew [who were] the liars.

อัลลอฮ์นั้นได้ทรงอภัยให้แก่เจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย ที่เจ้าพิจารณาอนุญาตให้พวกเขาไม่ต้องออกไปร่วมทำการสู้รบ เพราะเหตุใดเล่าเจ้าจึงอนุญาตให้แก่พวกเขาในเรื่องดังกล่าว? เพื่อที่เจ้าจะได้รู้ว่าใครเป็นผู้สัตย์จริงในการยื่นข้อแก้ตัวและใครเป็นผู้โกหก แล้วเจ้าจะได้อนุญาตเฉพาะให้กับผู้สัตย์มิใช่ผู้โกหก

9:44Page 194

لَا يَسۡتَـٔۡذِنُكَ ٱلَّذِينَ يُؤۡمِنُونَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ أَن يُجَٰهِدُواْ بِأَمۡوَٰلِهِمۡ وَأَنفُسِهِمۡۗ وَٱللَّهُ عَلِيمُۢ بِٱلۡمُتَّقِينَ ٤٤

Those who believe in Allāh and the Last Day would not ask permission of you to be excused from striving [i.e., fighting] with their wealth and their lives. And Allāh is Knowing of those who fear Him.

มันมิใช่คุณลักษณะของบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลกที่จะขออนุญาตจากเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย เพื่อไม่ไปร่วมทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขา แต่พวกเขาจะพร้อมออกไปทุกเวลาเมื่อมีการเรียกร้อง พวกเขาจะเสียสละทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขา และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้เกี่ยวกับบ่าวผู้ที่ยำเกรงที่ไม่ขออนุญาตจากเจ้า (เพื่อไม่ไปร่วมทำการสู้รบ) ยกเว้นเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถออกไปร่วมสู้รบกับเจ้าได้

9:45Page 194

إِنَّمَا يَسۡتَـٔۡذِنُكَ ٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ بِٱللَّهِ وَٱلۡيَوۡمِ ٱلۡأٓخِرِ وَٱرۡتَابَتۡ قُلُوبُهُمۡ فَهُمۡ فِي رَيۡبِهِمۡ يَتَرَدَّدُونَ ٤٥

Only those would ask permission of you who do not believe in Allāh and the Last Day and whose hearts have doubted, and they, in their doubt, are hesitating.

แต่แท้จริงบรรดาผู้ที่ขออนุญาตจากเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย เพื่อไม่ไปร่วมทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ พวกเขาคือบรรดาผู้กลับกลอก (มูนาฟิก) ที่ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก และหัวใจของพวกเขาประสบกับความสงสัยในศาสนาของอัลลอฮ์ พวกเขาลังเลใจงุนงงจนทำให้พวกเขาไม่ได้รับสัจธรรม

9:46Page 194

۞ وَلَوۡ أَرَادُواْ ٱلۡخُرُوجَ لَأَعَدُّواْ لَهُۥ عُدَّةٗ وَلَٰكِن كَرِهَ ٱللَّهُ ٱنۢبِعَاثَهُمۡ فَثَبَّطَهُمۡ وَقِيلَ ٱقۡعُدُواْ مَعَ ٱلۡقَٰعِدِينَ ٤٦

And if they had intended to go forth, they would have prepared for it [some] preparation. But Allāh disliked their being sent, so He kept them back, and they were told, "Remain [behind] with those who remain."1

และหากพวกเขาแน่จริงในข้ออ้างที่ว่าพวกเขาต้องการจะออกไปพร้อมกับเจ้าเพื่อทำการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ แน่นอนพวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมให้กับสิ่งนั้นด้วยการเตรียมอุปกรณ์สงคราม แต่ทว่าอัลลอฮ์ทรงเกลียดการออกไปของพวกเขาพร้อมกับเจ้า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะออกไป จนกระทั่งพวกเขาเลือกที่จะอยู่ในบ้านมากกว่า

9:47Page 194

لَوۡ خَرَجُواْ فِيكُم مَّا زَادُوكُمۡ إِلَّا خَبَالٗا وَلَأَوۡضَعُواْ خِلَٰلَكُمۡ يَبۡغُونَكُمُ ٱلۡفِتۡنَةَ وَفِيكُمۡ سَمَّٰعُونَ لَهُمۡۗ وَٱللَّهُ عَلِيمُۢ بِٱلظَّٰلِمِينَ ٤٧

Had they gone forth with you, they would not have increased you except in confusion, and they would have been active among you, seeking [to cause] you fitnah [i.e., chaos and dissension]. And among you are avid listeners to them. And Allāh is Knowing of the wrongdoers.

ในทางที่ดีอย่าให้บรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ออกไปร่วมสู้รบพร้อมกับพวกเจ้าเลย เพราะหากพวกเขาออกไปพร้อมกับพวกเจ้า พวกเขาจะไม่เพิ่มอะไรเลยนอกจากจะสร้างความหายนะด้วยการสร้างความขี้ขลาดและความคลุมเครือ รีบฉวยโอกาสยุแหย่ในหมู่พวกเจ้าเพื่อให้เกิดความแตกแยกกัน และในหมู่พวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ก็จะมีผู้คนที่ฟังคำโกหกที่พวกเขาสร้างขึ้น ทำให้ผู้นั้นตอบรับและนำไปแพร่ต่อไป จึงทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้เกี่ยวกับผู้อธรรมทั้งหลายที่มาจากบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ที่เป็นผู้วางแผนร้ายและสร้างความคลุมเครือให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้ศรัทธา

9:48Page 195

لَقَدِ ٱبۡتَغَوُاْ ٱلۡفِتۡنَةَ مِن قَبۡلُ وَقَلَّبُواْ لَكَ ٱلۡأُمُورَ حَتَّىٰ جَآءَ ٱلۡحَقُّ وَظَهَرَ أَمۡرُ ٱللَّهِ وَهُمۡ كَٰرِهُونَ ٤٨

They had already desired dissension before and had upset matters for you1 until the truth came and the ordinance [i.e., victory] of Allāh appeared, while they were averse.

แท้จริงบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ได้เคยพยายามสร้างความเสียหายด้วยการสร้างความแตกแยกและสลายความเป็นหนึ่งของบรรดาผู้ศรัทธาก่อนหน้าสงครามตะบูก พวกเขาได้วางแผนต่าง ๆ นานา ๆ เพื่อต่อต้านเจ้า โอ้เราะซูล โดยหวังว่าแผนการของพวกเขานั้นจะส่งผลบั่นทอนจิตใจของเจ้าในการสู้รบในหนทางของอัลลอฮ์ จนกระทั้งความช่วยเหลือและการสนับสนุนของอัลลอฮ์ได้มายังเจ้า และอัลลอฮ์ได้ทรงเชิดชูศาสนาของพระองค์ให้สูงส่งและทำให้ศัตรูพ่ายแพ้โดยที่พวกเขาไม่พอใจในสิ่งดังกล่าว เพราะพวกเขาต้องการที่จะให้ความเท็จมีชัยชนะเหนือสัจธรรม

9:49Page 195

وَمِنۡهُم مَّن يَقُولُ ٱئۡذَن لِّي وَلَا تَفۡتِنِّيٓۚ أَلَا فِي ٱلۡفِتۡنَةِ سَقَطُواْۗ وَإِنَّ جَهَنَّمَ لَمُحِيطَةُۢ بِٱلۡكَٰفِرِينَ ٤٩

And among them is he who says, "Permit me [to remain at home] and do not put me to trial." Unquestionably, into trial they have fallen.1 And indeed, Hell will encompass the disbelievers.

และในบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) นั้นมีผู้ที่ขออนุญาตด้วยข้อแก้ตัวที่สร้างขึ้นมาว่า โอ้เราะซูลเอ๋ย จงอนุญาตแก่ฉันเพื่อมิต้องออกไปร่วมสู้รบเถิด และอย่าสร้างภาระให้ฉันต้องออกไปร่วมพร้อมกับเจ้า เพื่อให้ฉันไม่ต้องรับบาปเนื่องด้วยการหลงเสน่ห์ผู้หญิงของฝ่ายศัตรู(ที่เมืองโรม)เมื่อฉันมองดูพวกนาง พึงรู้เถิดว่า พวกเขาได้ตกอยู่ในภัยอันตรายที่ใหญ่กว่าสิ่งที่พวกเขากล่าวอ้าง นั่นก็คือภัยอันตรายของการกลับกลอก (นิฟาก) และภัยอันตรายของการไม่ไปร่วมสู้รบ แท้จริงในปรโลกนั้นนรกญะฮันนัมจะล้อมบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ไม่มีผู้ใดที่รอดพ้นได้และไม่มีผู้ใดที่สามารถหาที่หลบได้

9:50Page 195

إِن تُصِبۡكَ حَسَنَةٞ تَسُؤۡهُمۡۖ وَإِن تُصِبۡكَ مُصِيبَةٞ يَقُولُواْ قَدۡ أَخَذۡنَآ أَمۡرَنَا مِن قَبۡلُ وَيَتَوَلَّواْ وَّهُمۡ فَرِحُونَ ٥٠

If good befalls you, it distresses them; but if disaster strikes you, they say, "We took our matter [in hand] before,"1 and turn away while they are rejoicing.

โอ้เราะซูล หากเจ้าได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ เช่น ชัยชนะหรือทรัพย์เชลย พวกเขาจะไม่พอใจและเศร้าใจกับสิ่งดังกล่าว และหากเจ้าประสบกับความหายนะ เช่น ความยากลำบากหรือชัยชนะของศัตรู พวกเขาจะกล่าวว่า "แท้จริงพวกเราได้ระวังตัวเองและได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วในตอนที่พวกเราไม่ออกไปร่วมสู้รบดังที่บรรดาผู้ศรัทธาออกไป ทำให้บรรดาผู้ศรัทธาต้องประสบกับความตายและถูกจับเป็นเชลย" จากนั้นบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ก็กลับไปยังครอบครัวของพวกเขาอย่างมีความสุขและปลอดภัย

9:51Page 195

قُل لَّن يُصِيبَنَآ إِلَّا مَا كَتَبَ ٱللَّهُ لَنَا هُوَ مَوۡلَىٰنَاۚ وَعَلَى ٱللَّهِ فَلۡيَتَوَكَّلِ ٱلۡمُؤۡمِنُونَ ٥١

Say, "Never will we be struck except by what Allāh has decreed for us; He is our protector." And upon Allāh let the believers rely.

โอ้เราะซูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) เถิดว่า พวกเราจะไม่ประสบกับสิ่งใดเว้นแต่สิ่งนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดใว้แก่พวกเราแล้ว พระองค์เป็นเจ้านายและที่พึ่งของพวกเรา และพวกเรามอบหมายต่อพระองค์ในทุกกิจการของพวกเรา และแด่พระองค์องค์เดียวเท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาจะมอบหมายกิจการของพวกเขา อัลลอฮเป็นผู้ทรงพอเพียงแก่พวกเราแล้ว และเป็นผู้ทรงดูแลที่ดีเยี่ยม

9:52Page 195

قُلۡ هَلۡ تَرَبَّصُونَ بِنَآ إِلَّآ إِحۡدَى ٱلۡحُسۡنَيَيۡنِۖ وَنَحۡنُ نَتَرَبَّصُ بِكُمۡ أَن يُصِيبَكُمُ ٱللَّهُ بِعَذَابٖ مِّنۡ عِندِهِۦٓ أَوۡ بِأَيۡدِينَاۖ فَتَرَبَّصُوٓاْ إِنَّا مَعَكُم مُّتَرَبِّصُونَ ٥٢

Say, "Do you await for us except one of the two best things [i.e., martyrdom or victory] while we await for you that Allāh will afflict you with punishment from Himself or at our hands? So wait; indeed we, along with you, are waiting."

โอ้เราะซูลเอ๋ย จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า พวกจ้าจะไม่รอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเรานอกจากชัยชนะหรือการเสียชีวิตในสนามรบ? และพวกเราก็จะรอคอยการลงโทษของอัลลอฮ์ที่จะลงมาประสบกับพวกเจ้าทำให้พวกเจ้าหายนะหรือพระองค์จะทรงลงโทษพวกเจ้าด้วยน้ำมือของพวกเราด้วยการฆ่าพวกเจ้าและจับพวกเจ้าเป็นเชลยหากพระองค์ทรงอนุญาติให้พวกเราทำการสู้รบกับพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงรอคอยบั้นปลายของพวกเรา และแท้จริงพวกเราก็จะรอคอยบั้นปลายของพวกเจ้า

9:53Page 195

قُلۡ أَنفِقُواْ طَوۡعًا أَوۡ كَرۡهٗا لَّن يُتَقَبَّلَ مِنكُمۡ إِنَّكُمۡ كُنتُمۡ قَوۡمٗا فَٰسِقِينَ ٥٣

Say, "Spend willingly or unwillingly; never will it be accepted from you. Indeed, you have been a defiantly disobedient people."

โอ้เราะซูลเอ๋ย จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า จงบริจาคทรัพย์สินเงินทองของพวกเจ้าด้วยความสมัครใจหรือฝืนใจ แน่นอนมันจะไม่ถูกตอบรับจากพวกเจ้าซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าได้บริจาคไป เนื่องจากการปฏิเสธของพวกเจ้าและพวกเจ้าไม่จงรักภัคดีต่ออัลลอฮ์

9:54Page 195

وَمَا مَنَعَهُمۡ أَن تُقۡبَلَ مِنۡهُمۡ نَفَقَٰتُهُمۡ إِلَّآ أَنَّهُمۡ كَفَرُواْ بِٱللَّهِ وَبِرَسُولِهِۦ وَلَا يَأۡتُونَ ٱلصَّلَوٰةَ إِلَّا وَهُمۡ كُسَالَىٰ وَلَا يُنفِقُونَ إِلَّا وَهُمۡ كَٰرِهُونَ ٥٤

And what prevents their expenditures from being accepted from them but that they have disbelieved in Allāh and in His Messenger and that they come not to prayer except while they are lazy and that they do not spend except while they are unwilling.

และไม่มีสิ่งใดขัดขวางการตอบรับการบริจาคของพวกเขา นอกจากสามประการ คือ พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อเราะซูลของพระองค์ พวกเขาขี้เกียจและรู้สึกหนักเมื่อต้องละหมาด และพวกเขาจะไม่บริจาคทรัพย์สินด้วยความสมัครใจแต่พวกเขาจะบริจากด้วยความฝืนใจ เพราะพวกเขาไม่ได้หวังผลบุญอะไรเลยจากการละหมาดและการบริจาคทานของพวกเขา

9:55Page 196

فَلَا تُعۡجِبۡكَ أَمۡوَٰلُهُمۡ وَلَآ أَوۡلَٰدُهُمۡۚ إِنَّمَا يُرِيدُ ٱللَّهُ لِيُعَذِّبَهُم بِهَا فِي ٱلۡحَيَوٰةِ ٱلدُّنۡيَا وَتَزۡهَقَ أَنفُسُهُمۡ وَهُمۡ كَٰفِرُونَ ٥٥

So let not their wealth or their children impress you. Allāh only intends to punish them through them in worldly life and that their souls should depart [at death] while they are disbelievers.

ดังนั้น โอ้เราะซูลเอ๋ย จงอย่าได้หลงใหลและเห็นดีเห็นงามกับทรัพย์สินและลูกหลานของบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) เพราะบั้นปลายของทรัพย์สินและลูกหลานของพวกเขานั้นชั่วร้าย เนื่องจากอัลลอฮ์จะทรงทำให้มันเป็นการทรมานพวกเขาทำให้พวกเขาต้องทำงานอย่างหนักและเหนื่อยในการที่จะได้มาซึ่งสิ่งนั้น และมันต้องได้รับภัยพิบัติต่าง ๆ จนกระทั่งอัลลอฮ์ได้ถอดวิญญาณของพวกเขาในสภาพที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา ทำให้พวกเขาต้องถูกทรมานตลอดกาลในจุดต่ำที่สุดของไฟนรก

9:56Page 196

وَيَحۡلِفُونَ بِٱللَّهِ إِنَّهُمۡ لَمِنكُمۡ وَمَا هُم مِّنكُمۡ وَلَٰكِنَّهُمۡ قَوۡمٞ يَفۡرَقُونَ ٥٦

And they swear by Allāh that they are from among you while they are not from among you; but they are a people who are afraid.

และบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) จะสาบานเท็จแก่พวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ว่า แท้จริงพวกเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของพวกเจ้า แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเจ้า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเจ้า แต่พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ขี้ขลาดกลัวว่าต้องตายและถูกจับเป็นเชลยเหมือนกับบรรดาผู้ตั้งภาคี เลยพวกเขาแสดงความเป็นอิสลามออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง

9:57Page 196

لَوۡ يَجِدُونَ مَلۡجَـًٔا أَوۡ مَغَٰرَٰتٍ أَوۡ مُدَّخَلٗا لَّوَلَّوۡاْ إِلَيۡهِ وَهُمۡ يَجۡمَحُونَ ٥٧

If they could find a refuge or some caves or any place to enter [and hide], they would turn to it while they run heedlessly.

หากบรรดาผู้กลับกลอกเหล่านั้นพบที่หลบซ่อนที่สามารถปกป้องรักษาชีวิตของพวกเขา หรือพบถ้ำบนภูเขาที่สามารถซ่อนตัวอยู่ในนั้น หรือพบเจออุโมงค์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในนั้น แน่นอนพวกเขาจะลี้ภัยและเข้าไปอยู่ในนั้นอย่างเร่งรีบ

9:58Page 196

وَمِنۡهُم مَّن يَلۡمِزُكَ فِي ٱلصَّدَقَٰتِ فَإِنۡ أُعۡطُواْ مِنۡهَا رَضُواْ وَإِن لَّمۡ يُعۡطَوۡاْ مِنۡهَآ إِذَا هُمۡ يَسۡخَطُونَ ٥٨

And among them are some who criticize you concerning the [distribution of] charities. If they are given from them, they approve; but if they are not given from them, at once they become angry.

และในบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) นั้นจะมีผู้ที่ตำหนิเจ้า โอ้เราะซูล ในเรื่องการแบ่งซะกาตหากพวกเขาไม่ได้รับตามที่พวกเขาต้องการ ดังนั้นหากเจ้ามอบให้พวกเขาตามที่พวกเขาขอพวกเขาก็จะยินดีพอใจกับเจ้า และหากเจ้าไม่มอบให้พวกเขาตามที่พวกเขาขอ พวกเขาก็จะแสดงความไม่พอใจ

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском