Al-MukhtasarAl‑Isra · 17:1–37

Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai

الإسراء

Al-Isra

The Night Journey · Meccan · 111 ayahs

17:1Page 282

سُبۡحَٰنَ ٱلَّذِيٓ أَسۡرَىٰ بِعَبۡدِهِۦ لَيۡلٗا مِّنَ ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡحَرَامِ إِلَى ٱلۡمَسۡجِدِ ٱلۡأَقۡصَا ٱلَّذِي بَٰرَكۡنَا حَوۡلَهُۥ لِنُرِيَهُۥ مِنۡ ءَايَٰتِنَآۚ إِنَّهُۥ هُوَ ٱلسَّمِيعُ ٱلۡبَصِيرُ ١

Exalted1 is He who took His Servant [i.e., Prophet Muḥammad (ﷺ)] by night from al-Masjid al-Ḥarām to al-Masjid al-Aqṣā,2 whose surroundings We have blessed, to show him of Our signs. Indeed, He is the Hearing,3 the Seeing.4

อัลลอฮฺทรงมหาบริสุทธิ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ เนื่องด้วยอำนาจของพระองค์ทรงเหนืออำนาจใดๆ ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ทั้งกายและวิญญาณของเขาในสภาพที่รู้สึกตัว ในช่วงหนึ่งของกลางคืน จากมัสยิดอัลหะรอมไปยังมัสยิดบัยตุลมักดิส (มัสยิดอัลอักซอ) ซึ่งเป็นมัสยิดที่พระองค์ได้ทำให้บริเวณรอบมันได้เกิดความจำเริญ ด้วยพืชผล ผักผลไม้ต่างๆ นานา และเหล่าบ้านเรือนของบรรดานบีที่ล่วงลับไป(ขอพระองค์ทรงเมตตาทุกท่าน) เพื่อให้เขาได้เห็นถึงสัญญาณต่างๆที่แสดงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮ์ (ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ยิ่ง) แท้จริง พระองค์คือผู้ทรงได้ยินดังนั้นไม่มีเสียงใดจะเล็ดลอดจากพระองค์ได้ ผู้ทรงเห็นดังนั้นไม่มีสิ่งใดแอบซ่อนไปจากพระองค์ได้เช่นกัน

17:2Page 282

وَءَاتَيۡنَا مُوسَى ٱلۡكِتَٰبَ وَجَعَلۡنَٰهُ هُدٗى لِّبَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ أَلَّا تَتَّخِذُواْ مِن دُونِي وَكِيلٗا ٢

And We gave Moses the Scripture and made it a guidance for the Children of Israel that you not take other than Me as Disposer of affairs,1

และเราได้มอบคัมภีร์เตารอฮ์แก่มูซา อะลัยฮิสสลาม และเราได้ทำให้มันเป็นแนวทางและเป็นคู่มือแก่วงศ์วานของอิสรออีล และกล่าวแก่วงศ์วานของอิสรออีลว่า "อย่าได้ยึดผู้ใดอื่นจากข้า เป็นผู้คุ้มครองที่พวกเจ้ามอบหมายกิจการต่างๆของพวกเจ้า แต่จงมอบหมายทุกอย่างแด่ข้าเพียงผู้เดียว"

17:3Page 282

ذُرِّيَّةَ مَنۡ حَمَلۡنَا مَعَ نُوحٍۚ إِنَّهُۥ كَانَ عَبۡدٗا شَكُورٗا ٣

O descendants of those We carried [in the ship] with Noah. Indeed, he was a grateful servant.

พวกเจ้าคือลูกหลานวงศ์วานของบรรดาผู้ที่เราได้โปรดปรานด้วยการให้รอดปลอดภัยพร้อมกับนบีนูหฺจากการจมน้ำเมื่อครั้นน้ำท่วมใหญ่ ฉะนั้นจงรำลึกและจงขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ด้วยการเคารพสักการะและเชื่อฟังพระองค์เท่านั้น และจงขอบคุณต่อพระองค์อย่างที่นบีนูหฺเป็นแบบอย่าง เพราะแท้จริงเขาเป็นบ่าวที่กตัญญูรู้คุณต่ออัลลอฮฺเป็นอย่างมาก

17:4Page 282

وَقَضَيۡنَآ إِلَىٰ بَنِيٓ إِسۡرَٰٓءِيلَ فِي ٱلۡكِتَٰبِ لَتُفۡسِدُنَّ فِي ٱلۡأَرۡضِ مَرَّتَيۡنِ وَلَتَعۡلُنَّ عُلُوّٗا كَبِيرٗا ٤

And We conveyed1 to the Children of Israel in the Scripture that, "You will surely cause corruption on the earth twice, and you will surely reach [a degree of] great haughtiness."

และเราได้แจ้งแก่ชนชาติอิสรออีลและบอกกับพวกเขาในคัมภีร์เตารอฮ์ว่า พวกเขาจะก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินอย่างแน่นอน โดยการกระทำความชั่วและยโสโอหังถึงสองครั้งด้วยกัน และแน่นอนพวกเขาจะลุกขึ้นมีอำนาจเหนือผู้อื่น ด้วยความอยุติธรรมและการกดขี่ผู้คนอย่างไร้ขีดจำกัด

17:5Page 282

فَإِذَا جَآءَ وَعۡدُ أُولَىٰهُمَا بَعَثۡنَا عَلَيۡكُمۡ عِبَادٗا لَّنَآ أُوْلِي بَأۡسٖ شَدِيدٖ فَجَاسُواْ خِلَٰلَ ٱلدِّيَارِۚ وَكَانَ وَعۡدٗا مَّفۡعُولٗا ٥

So when the [time of] promise came for the first of them,1 We sent against you servants of Ours - those of great military might, and they probed [even] into the homes,2 and it was a promise fulfilled.

เมื่อความวิบัติครั้งที่หนึ่งได้เกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกเขา เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอำนาจเข้มแข็ง รูปร่างที่แข็งแกร่ง ได้เข่นฆ่าและขับไล่พวกเขา ดังนั้นบรรดาบ่าวของเราจึงได้บุกเข้าไปยังทุกส่วนในบ้านเมืองของพวกเขาพร้อมทำลายทุกอย่างที่พวกเขาได้เดินผ่าน และคำสัญญาของอัลลอฮ์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้จะต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน

17:6Page 282

ثُمَّ رَدَدۡنَا لَكُمُ ٱلۡكَرَّةَ عَلَيۡهِمۡ وَأَمۡدَدۡنَٰكُم بِأَمۡوَٰلٖ وَبَنِينَ وَجَعَلۡنَٰكُمۡ أَكۡثَرَ نَفِيرًا ٦

Then We gave back to you a return victory over them. And We reinforced you with wealth and sons and made you more numerous in manpower.

แล้วหลังจากนั้นเราได้ให้โอกาสแก่พวกเจ้า -โอ้วงศ์วานอิสรออีลเอ๋ย- ได้กลับมามีบ้านเมืองและมีอำนาจเหนือพวกที่ได้ยึดอำนาจจากพวกเจ้า หลังจากที่พวกเจ้าได้เตาบะฮ์(กลับเนื้อกลับใจ)ต่ออัลลอฮ์ และเราได้ให้พวกเจ้ากลับมามีทรัพย์สินหลังจากที่ถูกยึดไป และมีบุตรหลานหลังจากที่ได้ตกเป็นเชลยศึก และเราได้ทำให้พวกเจ้ามีกองกำลังเหนือศัตรูของพวกเจ้า

17:7Page 282

إِنۡ أَحۡسَنتُمۡ أَحۡسَنتُمۡ لِأَنفُسِكُمۡۖ وَإِنۡ أَسَأۡتُمۡ فَلَهَاۚ فَإِذَا جَآءَ وَعۡدُ ٱلۡأٓخِرَةِ لِيَسُـُٔواْ وُجُوهَكُمۡ وَلِيَدۡخُلُواْ ٱلۡمَسۡجِدَ كَمَا دَخَلُوهُ أَوَّلَ مَرَّةٖ وَلِيُتَبِّرُواْ مَا عَلَوۡاْ تَتۡبِيرًا ٧

[And said], "If you do good, you do good for yourselves; and if you do evil, [you do it] to them [i.e., yourselves]." Then when the final [i.e., second] promise came, [We sent your enemies] to sadden your faces and to enter the masjid [i.e., the temple in Jerusalem], as they entered it the first time, and to destroy what they had taken over with [total] destruction.

หากพวกเจ้า-โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- ได้กระทำความดี และได้ทำความดีบนครรลองที่ได้บัญญัติไว้ ดังนั้นผลของความดีนั้นก็จะกลับมาหาพวกเจ้าเอง และสำหรับอัลลอฮนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งการงานใดๆของพวกเจ้าเลย และหากพวกเจ้ากระทำความชั่ว ดังนั้นการลงโทษสำหรับสิ่งนั้นก็จะเกิดกับพวกเจ้าเช่นกัน ดังนั้นสำหรับพระองค์แล้วไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากความดีของพวกเจ้าและไม่ได้เกิดผลกระทบใดๆจากการละเมิดของพวกเจ้า และเมื่อได้มีการสร้างความเสียหายเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เราจะทำให้ศัตรูของพวกเจ้ามีอำนาจเหนือพวกเจ้าเพื่อทำให้ความระทมทุกข์ได้ปรากฎบนใบหน้าของพวกเจ้า เนื่องจากพวกเขาจะทำทุกอย่างให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองถึงรสชาติแห่งความตกต่ำ และเพื่อเข้าไปในวิหารแห่งเยรูซาเล็มและทำลายมันเหมือนครั้งที่พวกเขาได้เข้าไปและทำลายมันในครั้งแรก และเพื่อทำลายสิ่งที่พวกเขาได้ยึดมาจากแผ่นดินนั้นอย่างหมดสิ้น

17:8Page 283

عَسَىٰ رَبُّكُمۡ أَن يَرۡحَمَكُمۡۚ وَإِنۡ عُدتُّمۡ عُدۡنَاۚ وَجَعَلۡنَا جَهَنَّمَ لِلۡكَٰفِرِينَ حَصِيرًا ٨

[Then Allāh said], "It is expected, [if you repent], that your Lord will have mercy upon you. But if you return [to sin], We will return [to punishment]. And We have made Hell, for the disbelievers, a prison-bed."

หวังว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า -โอ้วงศ์วานของอิสรออีลเอ๋ย- จะทรงเมตตาแก่พวกเจ้า หลังจากการลงโทษที่รุ่นแรงนี้ หากพวกเจ้าได้กลับใจต่อพระองค์ และพวกเจ้าได้กระทำคุณงามความดีและหากพวกเจ้ากลับมาก่อกวนเป็นครั้งที่สามหรืออีกกี่ครั้งก็ตาม เราก็จะกลับมาลงโทษพวกเจ้าอีกเช่นกัน และเราได้ทำให้นรกญะฮันนัม เป็นที่คุมขังและเป็นที่พำนักสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และพวกเขาจะไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากมันได้

17:9Page 283

إِنَّ هَٰذَا ٱلۡقُرۡءَانَ يَهۡدِي لِلَّتِي هِيَ أَقۡوَمُ وَيُبَشِّرُ ٱلۡمُؤۡمِنِينَ ٱلَّذِينَ يَعۡمَلُونَ ٱلصَّٰلِحَٰتِ أَنَّ لَهُمۡ أَجۡرٗا كَبِيرٗا ٩

Indeed, this Qur’ān guides to that which is most suitable and gives good tidings to the believers who do righteous deeds that they will have a great reward

แท้จริง คัมภีร์อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม นั้น จะชี้แนะถึงแนวทางที่ดีที่สุด มันก็คือแนวทางแห่งอิสลามนั่นเอง และ(เป็นคำภีร์ที่)ที่จะแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ที่ประกอบคุณงามความดีทั้งหลายในสิ่งที่จะทำให้พวกเขาพอใจ คือพวกเขาจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จากอัลลอฮ์นั่นเอง

17:10Page 283

وَأَنَّ ٱلَّذِينَ لَا يُؤۡمِنُونَ بِٱلۡأٓخِرَةِ أَعۡتَدۡنَا لَهُمۡ عَذَابًا أَلِيمٗا ١٠

And that those who do not believe in the Hereafter - We have prepared for them a painful punishment.

และ(นอกจากนั้นคำภีร์อัลกุรอาน) ยังแจ้ง(ข่าวร้าย) แก่บรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์ด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่พอใจ คือเราได้เตรียมการลงโทษอันเจ็บปวดให้กับพวกเขาในวันกิยามะฮ์

17:11Page 283

وَيَدۡعُ ٱلۡإِنسَٰنُ بِٱلشَّرِّ دُعَآءَهُۥ بِٱلۡخَيۡرِۖ وَكَانَ ٱلۡإِنسَٰنُ عَجُولٗا ١١

And man supplicates for evil [when angry] as he supplicates for good, and man is ever hasty.1

และมนุษย์ มักจะวิงวอนขอเพื่อความชั่วร้ายต่อตนเอง ต่อลูกๆและทรัพย์สินของตนเอง เมื่อพวกเขาโกรธ เพราะความไม่รู้ของพวกเขา เสมือนการวิงวอนขอต่อตัวเองเพื่อความดี ซึ่งถ้าหากว่าเราได้ตอบรับคำวิงวอนของพวกเขาเพื่อความชั่วร้ายนั้น แน่นอนพวกเขา ลูกๆและทรัพย์สินของพวกเขาก็จะพินาศ และมนุษย์นั้นมีธรรมชาติที่ชอบรีบร้อน จึงมักจะรีบร้อนที่จะทำบางสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง

17:12Page 283

وَجَعَلۡنَا ٱلَّيۡلَ وَٱلنَّهَارَ ءَايَتَيۡنِۖ فَمَحَوۡنَآ ءَايَةَ ٱلَّيۡلِ وَجَعَلۡنَآ ءَايَةَ ٱلنَّهَارِ مُبۡصِرَةٗ لِّتَبۡتَغُواْ فَضۡلٗا مِّن رَّبِّكُمۡ وَلِتَعۡلَمُواْ عَدَدَ ٱلسِّنِينَ وَٱلۡحِسَابَۚ وَكُلَّ شَيۡءٖ فَصَّلۡنَٰهُ تَفۡصِيلٗا ١٢

And We have made the night and day two signs, and We erased the sign of the night and made the sign of the day visible1 that you may seek bounty from your Lord and may know the number of years and the account [of time]. And everything We have set out in detail.

และเราได้สร้างกลางวันและกลางคืน เพื่อเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพและเดชานุภาพของอัลลอฮ์ เพราะในทั้งสองเวลานั้นมีความต่างกันทั้งในเรื่องเวลาที่สั้นกับยาว หรืออากาศที่ต่างกันร้อนกับหนาว ดังนั้นเราจึงกำหนดให้กลางคืนมืดมิด เพื่อให้มนุษย์ได้นอนหลับผักผ่อน และเราได้กำหนดให้กลางวันสว่างไสว เพื่อให้มนุษย์ได้มองเห็นและแสวงหาปัจจัยยังชีพ ทั้งนี้การสลับหมุนเวียนกันของกลางวันกับกลางคืนนั้น ก็เพื่อให้พวกเจ้าได้รู้ถึงจำนวนปี และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เช่นการคำนวณเวลาของแต่ละเดือน เวลาของแต่ละวันและเวลาของแต่ละชั่วโมง และทุกสิ่งนั้นเราได้อธิบายอย่างชัดเจนถี่ถ้วนแล้ว เพื่อสามารถจำแนกสิ่งต่าง ๆ ได้และเพื่อให้สามารถแยกแยะและให้เกิดความกระจ่างระหว่างความถูกต้องจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

17:13Page 283

وَكُلَّ إِنسَٰنٍ أَلۡزَمۡنَٰهُ طَٰٓئِرَهُۥ فِي عُنُقِهِۦۖ وَنُخۡرِجُ لَهُۥ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ كِتَٰبٗا يَلۡقَىٰهُ مَنشُورًا ١٣

And [for] every person We have imposed his fate upon his neck,1 and We will produce for him on the Day of Resurrection a record which he will encounter spread open.

และมนุษย์ทุกคน เราจะให้การงานของพวกเขาติดกับตัวของพวกเขาเหมือนกับการติดของสร้อยคอที่แขวนไว้ที่คอ ไม่สามารถถอดมันออกไปได้จนกว่าจะถูกสอบสวน และในวันปรโลกเราจะนำบันทึกที่มีทุกๆการงานทั้งดีและชั่วของพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะพบบันทึกนั้นมาเปิดกางไว้ต่อหน้าพวกเขา

17:14Page 283

ٱقۡرَأۡ كِتَٰبَكَ كَفَىٰ بِنَفۡسِكَ ٱلۡيَوۡمَ عَلَيۡكَ حَسِيبٗا ١٤

[It will be said], "Read your record. Sufficient is yourself against you this Day as accountant."

และเราจะกล่าวแก่พวกเขาในวันนั้นว่า "โอ้มนุษย์เอ๋ย เจ้าจงอ่านสมุดบันทึกของเจ้าเถิด และจงพิพากษาตนเองในการงานที่ตนเองได้ทำ ซึ่งในวันปรโลกนั้นเพียงพอแล้วที่เจ้าจะเป็นผู้ชำระบัญชีต่อตัวเอง"

17:15Page 283

مَّنِ ٱهۡتَدَىٰ فَإِنَّمَا يَهۡتَدِي لِنَفۡسِهِۦۖ وَمَن ضَلَّ فَإِنَّمَا يَضِلُّ عَلَيۡهَاۚ وَلَا تَزِرُ وَازِرَةٞ وِزۡرَ أُخۡرَىٰۗ وَمَا كُنَّا مُعَذِّبِينَ حَتَّىٰ نَبۡعَثَ رَسُولٗا ١٥

Whoever is guided is only guided for [the benefit of] his soul. And whoever errs only errs against it. And no bearer of burdens will bear the burden of another. And never would We punish until We sent a messenger.

ใครก็ตามที่ได้รับแนวทางแห่งการศรัทธาที่ถูกต้องเขาจะได้รับผลดีกลับไปสู่ตัวเขาเอง และใครก็ตามที่หลงทางออกไปเขาจะถูกลงโทษอันเนื่องมาจากความผิดพลาดของเขาเองเช่นกัน และไม่มีผู้ใดที่จะมาแบกเบาภาระ(บาป)แทนผู้อื่นได้ และพระองค์มิอาจลงโทษกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่งจนกว่าพระองค์จะมีหลักฐานเหนื่อพวกเขา โดยการส่งบรรดาศาสนทูตของพระองค์ไปยังพวกเขาเสียก่อน

17:16Page 283

وَإِذَآ أَرَدۡنَآ أَن نُّهۡلِكَ قَرۡيَةً أَمَرۡنَا مُتۡرَفِيهَا فَفَسَقُواْ فِيهَا فَحَقَّ عَلَيۡهَا ٱلۡقَوۡلُ فَدَمَّرۡنَٰهَا تَدۡمِيرٗا ١٦

And when We intend to destroy a city, We command its affluent1 but they defiantly disobey therein; so the word [i.e., deserved decree] comes into effect upon it, and We destroy it with [complete] destruction.

และเมื่อเราต้องการทำให้หมู่บ้านใดถูกทำลายอันเนื่องมาจากความอธรรมของพวกเขาเอง เราได้สั่งให้บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่อย่างหรูหราและมั่งคั่งในเมืองนั้นให้เคารพภักดีต่อพระองค์ แต่พวกเขากลับไม่ปฏิบัติตาม ดื้อรั้น ฝ่าฝืน และไม่เชื่อฟัง เมื่อนั้นแล้วสมควรที่จะถูกลงโทษอย่างพังพินาศ

17:17Page 283

وَكَمۡ أَهۡلَكۡنَا مِنَ ٱلۡقُرُونِ مِنۢ بَعۡدِ نُوحٖۗ وَكَفَىٰ بِرَبِّكَ بِذُنُوبِ عِبَادِهِۦ خَبِيرَۢا بَصِيرٗا ١٧

And how many have We destroyed from the generations after Noah. And sufficient is your Lord, concerning the sins of His servants, as Aware and Seeing.

และกี่มากน้อยแล้วที่เราได้ทำลายล้างกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธา หลังจากนบีนูห เช่นกลุ่มชนอาดและกลุ่มชนษะมูด และเพียงพอกับพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ทรงรอบรู้ถึงความผิดบาปของปวงบ่าวของพระองค์ ทรงเห็นทุกสิ่งไม่มีสิ่งใดจะปกปิดพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงสอบสวนพวกเขาเอง

17:18Page 284

مَّن كَانَ يُرِيدُ ٱلۡعَاجِلَةَ عَجَّلۡنَا لَهُۥ فِيهَا مَا نَشَآءُ لِمَن نُّرِيدُ ثُمَّ جَعَلۡنَا لَهُۥ جَهَنَّمَ يَصۡلَىٰهَا مَذۡمُومٗا مَّدۡحُورٗا ١٨

Whoever should desire the immediate1 - We hasten for him from it what We will to whom We intend. Then We have made for him Hell, which he will [enter to] burn, censured and banished.

ผู้ใดประกอบคุณงามความดีเพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนในโลกนี้โดยปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลกและเพิกเฉยต่อมัน พระองค์จะรีบเร่งให้เขาได้รับในสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์มิใช่ตามที่เขาปรารถนาไว้ แล้วในวันกิยามะฮ์นั้นพระองค์จะทรงเตรียมนรกญะฮันนัมไว้สำหรับเขา เขาจะเข้าไปในนั้นเผชิญกับการทรมานแห่งความร้อนของมัน เพื่อเป็นการลงโทษเขาในฐานะที่เลือกชีวิตแห่งโลกนี้และปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก และเป็นการรขับออกจากความเมตตาของพระองค์

17:19Page 284

وَمَنۡ أَرَادَ ٱلۡأٓخِرَةَ وَسَعَىٰ لَهَا سَعۡيَهَا وَهُوَ مُؤۡمِنٞ فَأُوْلَٰٓئِكَ كَانَ سَعۡيُهُم مَّشۡكُورٗا ١٩

But whoever desires the Hereafter and exerts the effort due to it while he is a believer - it is those whose effort is ever appreciated [by Allāh].

และผู้ใดได้ประกอบคุณงามความดีเพื่อหวังการตอบแทนและได้ทุ่มเทในการประกอบความดีนั้นโดยปราศจากการโอ้อวดและหวังชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้น โดยเขาเป็นผู้ศรัทธาในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาไว้ ดังนั้นการทุ่มเทของผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนี้จะเป็นที่ตอบรับ ณ อัลลอฮ์และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาเอง

17:20Page 284

كُلّٗا نُّمِدُّ هَٰٓؤُلَآءِ وَهَٰٓؤُلَآءِ مِنۡ عَطَآءِ رَبِّكَۚ وَمَا كَانَ عَطَآءُ رَبِّكَ مَحۡظُورًا ٢٠

To each [category] We extend - to these and to those - from the gift of your Lord. And never has the gift of your Lord been restricted.

โอ้เราะสูลเอ๋ย พระองค์ได้ทรงเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ทั้งสองกลุ่มคือ กลุ่มผู้ประพฤติดีและกลุ่มผู้ประพฤติชั่ว ซึ่งการประทานของพระองค์ในโลกดุนยานี้จะไม่ถูกปิดกั้นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือจะเป็นคนชั่วก็ตาม

17:21Page 284

ٱنظُرۡ كَيۡفَ فَضَّلۡنَا بَعۡضَهُمۡ عَلَىٰ بَعۡضٖۚ وَلَلۡأٓخِرَةُ أَكۡبَرُ دَرَجَٰتٖ وَأَكۡبَرُ تَفۡضِيلٗا ٢١

Look how We have favored [in provision] some of them over others. But the Hereafter is greater in degrees [of difference] and greater in distinction.

โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงใคร่ครวญเถิดว่า เราได้ให้เกียรติระหว่างพวกเขาในโลกนี้อย่างไร ทั้งในด้านปัจจัยยังชีพและตำแหน่งเกียรติยศ และในโลกหน้านั้นจะแตกต่างมากเมื่อเทียบกับระดับความสุขในโลกนี้ และเกียรติก็จะต่างกันมาก ดังนั้นมุอ์มินจงแสวงหาความยิ่งใหญ่นั้นเถิด

17:22Page 284

لَّا تَجۡعَلۡ مَعَ ٱللَّهِ إِلَٰهًا ءَاخَرَ فَتَقۡعُدَ مَذۡمُومٗا مَّخۡذُولٗا ٢٢

Do not make [as equal] with Allāh another deity and [thereby] become censured and forsaken.

โอ้ปวงบ่าวเอ๋ย จงอย่าเอาพระเจ้าอื่นใดเทียบเคียงกับอัลลอฮ์ในการเคารพสักการะ เพราะจะทำให้เจ้าเป็นผู้ถูกตำหนิ ณ ที่พระองค์ และ ณ ที่บรรดาผู้ประพฤติดี ไร้ซึ่งผู้สรรเสริญ ถูกเมินเฉย และไม่มีใครช่วยเหลือ

17:23Page 284

۞ وَقَضَىٰ رَبُّكَ أَلَّا تَعۡبُدُوٓاْ إِلَّآ إِيَّاهُ وَبِٱلۡوَٰلِدَيۡنِ إِحۡسَٰنًاۚ إِمَّا يَبۡلُغَنَّ عِندَكَ ٱلۡكِبَرَ أَحَدُهُمَآ أَوۡ كِلَاهُمَا فَلَا تَقُل لَّهُمَآ أُفّٖ وَلَا تَنۡهَرۡهُمَا وَقُل لَّهُمَا قَوۡلٗا كَرِيمٗا ٢٣

And your Lord has decreed that you worship not except Him, and to parents, good treatment. Whether one or both of them reach old age [while] with you, say not to them [so much as], "uff,"1 and do not repel them but speak to them a noble word.

พระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้ผู้เป็นบ่าวเอ๋ย- ได้ทรงใช้และทรงบัญชาไว้ว่า "จงอย่าเคารพภักดีต่อผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และทรงบัญชาให้ปฏิบัติดีต่อบิดามารดาโดยเฉพาะในยามแก่ชรา ถ้าหากคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองถึงวัยชรา แล้วอาศัยอยู่กับเจ้า ดังนั้นอย่าบ่นท่านทั้งสองด้วยคำพูดที่ทำร้ายทั้งสอง และอย่าดุด่าและพูดรุนแรงกับทั้งสอง แต่พูดกับท่านทั้งสองด้วยคำพูดที่สุภาพซึ่งเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล"

17:24Page 284

وَٱخۡفِضۡ لَهُمَا جَنَاحَ ٱلذُّلِّ مِنَ ٱلرَّحۡمَةِ وَقُل رَّبِّ ٱرۡحَمۡهُمَا كَمَا رَبَّيَانِي صَغِيرٗا ٢٤

And lower to them the wing of humility out of mercy and say, "My Lord, have mercy upon them as they brought me up [when I was] small."

และจงมีความเมตตา อ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านทั้งสอง พร้อมๆกับกล่าวขอพรว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสอง เนื่องจากที่ท่านทั้งสองได้อบรมเลี้ยงดูข้าเมื่อเยาว์วัย"

17:25Page 284

رَّبُّكُمۡ أَعۡلَمُ بِمَا فِي نُفُوسِكُمۡۚ إِن تَكُونُواْ صَٰلِحِينَ فَإِنَّهُۥ كَانَ لِلۡأَوَّٰبِينَ غَفُورٗا ٢٥

Your Lord is most knowing of what is within yourselves. If you should be righteous [in intention] - then indeed He is ever, to the often returning [to Him], Forgiving.1

โอ้มนุษย์เอ๋ย พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเจ้า เช่นความบริสุทธิใจต่อพระองค์ในการประกอบศาสนกิจ การประกอบความดีต่างๆ และการปรนนิบัติที่ดีต่อพ่อแม่ หากพวกเจ้ามีเจตนาบริสุทธิ์จริงในการงานดังกล่าวแล้ว แน่นอนพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่บรรดาผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวในหมู่พวกเจ้าทันที ดังนั้นคนที่สำนึกผิดในความบกพร่องของตนเองที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์หรือไม่ได้เชื่อฟังพ่อแม่แล้ว พระองค์ทรงพร้อมที่จะให้อภัยเขาเสมอ

17:26Page 284

وَءَاتِ ذَا ٱلۡقُرۡبَىٰ حَقَّهُۥ وَٱلۡمِسۡكِينَ وَٱبۡنَ ٱلسَّبِيلِ وَلَا تُبَذِّرۡ تَبۡذِيرًا ٢٦

And give the relative his right, and [also] the poor and the traveler, and do not spend wastefully.1

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า ต่อเครือญาติของเจ้าด้วยการเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพวกเขา และต่อผู้ที่ขัดสนด้วยการมอบสิ่งปัจจัยยังชีพแก่เขา และต่อผู้ที่ติดขัดในการเดินทางด้วยกับการช่วยเหลือเขา และอย่าใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทองของเจ้าในทางที่ผิดบาปหรือฟุ่มเฟือย

17:27Page 284

إِنَّ ٱلۡمُبَذِّرِينَ كَانُوٓاْ إِخۡوَٰنَ ٱلشَّيَٰطِينِۖ وَكَانَ ٱلشَّيۡطَٰنُ لِرَبِّهِۦ كَفُورٗا ٢٧

Indeed, the wasteful are brothers of the devils, and ever has Satan been to his Lord ungrateful.

แท้จริงบรรดาผู้ที่ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาในหนทางที่เป็นการเนรคุณสุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพี่น้องกับเหล่าชัยตอน คอยเชื่อฟังทำตามคำสั่งของพวกมันในการฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายมาโดยตลอด และชัยตอนนั้นเนรคุณต่อพระผู้อภิบาลของมัน ชอบทำในสิ่งที่เป็นการเนรคุณต่อคำสั่งของพระองค์และชอบสั่งใช้ในสิ่งที่พระองค์ทรงกริ้วโกรธ

17:28Page 285

وَإِمَّا تُعۡرِضَنَّ عَنۡهُمُ ٱبۡتِغَآءَ رَحۡمَةٖ مِّن رَّبِّكَ تَرۡجُوهَا فَقُل لَّهُمۡ قَوۡلٗا مَّيۡسُورٗا ٢٨

And if you [must] turn away from them [i.e., the needy] awaiting mercy from your Lord which you expect,1 then speak to them a gentle word.

และหากเจ้าไม่สามารถที่จะมอบสิ่งใดๆให้พวกเขาได้ เนื่องด้วยเจ้าเองไม่มีสิ่งที่จะให้แก่พวกเขาเหล่านั้น พร้อมกับการรอปัจจัยยังชีพที่อัลลอฮ์จะเปิดให้แก่เจ้า ก็จงบอกพวกเขา ด้วยคำพูดที่นุ่มนวล เช่นขอพรให้พวกเขาได้รับปัจจัยยังชีพอย่างมากมาย หรือไม่ก็สัญญากับพวกเขาว่าหากวันไหนได้รับปัจจัยยังชีพจาพระองค์ในเรื่องของทรัพย์สินเงินทองนั้นก็จะเตรียมมอบให้

17:29Page 285

وَلَا تَجۡعَلۡ يَدَكَ مَغۡلُولَةً إِلَىٰ عُنُقِكَ وَلَا تَبۡسُطۡهَا كُلَّ ٱلۡبَسۡطِ فَتَقۡعُدَ مَلُومٗا مَّحۡسُورًا ٢٩

And do not make your hand [as] chained to your neck1 or extend it completely2 and [thereby] become blamed and insolvent.

และจงอย่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวหรือเป็นคนฟุ่มเฟือยในการใช้จ่าย เพราะจะถูกตำหนิจากผู้คนในความตระหนี่ของเจ้าหากว่าไม่มีการใช้จ่ายใดๆเลย และอาจจะกลายเป็นคนที่ขัดสนไม่มีอะไรใช้จ่ายเลยเพราะสาเหตุของความฟุ่มเฟือยที่ผ่านมา

17:30Page 285

إِنَّ رَبَّكَ يَبۡسُطُ ٱلرِّزۡقَ لِمَن يَشَآءُ وَيَقۡدِرُۚ إِنَّهُۥ كَانَ بِعِبَادِهِۦ خَبِيرَۢا بَصِيرٗا ٣٠

Indeed, your Lord extends provision for whom He wills and restricts [it]. Indeed He is ever, concerning His servants, Aware and Seeing.

แท้จริง พระผู้อภิบาลของเจ้าทรงไพศาลในการให้ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงระงับมันแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เช่นกัน ด้วยเหตุแห่งวิทยปัญญาอันสูงส่งของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรู้ดีถึงสภาพของปวงบ่าวของพระองค์และทรงเฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด พวกเขามิอาจซ่อนความลับใดๆจากพระองค์ได้ ดังนั้นพระองค์จึงปฏิบัติต่อพวกเขาตามที่พระองค์ทรงประสงค์นั่นเอง

17:31Page 285

وَلَا تَقۡتُلُوٓاْ أَوۡلَٰدَكُمۡ خَشۡيَةَ إِمۡلَٰقٖۖ نَّحۡنُ نَرۡزُقُهُمۡ وَإِيَّاكُمۡۚ إِنَّ قَتۡلَهُمۡ كَانَ خِطۡـٔٗا كَبِيرٗا ٣١

And do not kill your children for fear of poverty. We provide for them and for you. Indeed, their killing is ever a great sin.

และพวกเจ้าอย่าฆ่าลูกๆของพวกเจ้าเพราะกลัวความยากจนในอนาคตหากพวกเจ้าได้เลี้ยงดูพวกเขา เราเป็นผู้ดูแลเรื่องปัจจัยยังชีพของพวกเขาและเราเป็นผู้ดูแลเรื่องปัจจัยยังชีพให้แก่ของพวกเจ้าเช่นกัน แท้จริงการฆ่าพวกเขานั้นเป็นความผิดบาปอย่างใหญ่หลวง เพราะพวกเขาไม่มีความผิดและไม่มีเหตุผลใดที่จะฆ่าพวกเขาเลย

17:32Page 285

وَلَا تَقۡرَبُواْ ٱلزِّنَىٰٓۖ إِنَّهُۥ كَانَ فَٰحِشَةٗ وَسَآءَ سَبِيلٗا ٣٢

And do not approach unlawful sexual intercourse.1 Indeed, it is ever an immorality and is evil as a way.

และพวกเจ้าจงระวังการผิดประเวณี และควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมากระตุ้นมัน แท้จริงมันช่างน่าเกลียดที่สุดและเป็นหนทางอันชั่วช้าที่จะนำไปสู่ปัญหาของการสืบเชื้อสายและการลงโทษของพระองค์

17:33Page 285

وَلَا تَقۡتُلُواْ ٱلنَّفۡسَ ٱلَّتِي حَرَّمَ ٱللَّهُ إِلَّا بِٱلۡحَقِّۗ وَمَن قُتِلَ مَظۡلُومٗا فَقَدۡ جَعَلۡنَا لِوَلِيِّهِۦ سُلۡطَٰنٗا فَلَا يُسۡرِف فِّي ٱلۡقَتۡلِۖ إِنَّهُۥ كَانَ مَنصُورٗا ٣٣

And do not kill the soul [i.e., person] which Allāh has forbidden, except by right.1 And whoever is killed unjustly - We have given his heir authority,2 but let him not exceed limits in [the matter of] taking life. Indeed, he has been supported [by the law].

และพวกเจ้าจงอย่าฆ่าชีวิตใดที่พระองค์ทรงปกป้องไว้ด้วยกับการศรัทธาที่มีต่อพระองค์หรือได้รับความคุ้มครอง(จากรัฐอิสลาม)ยกเว้นด้วยเหตุที่อนุญาตให้ฆ่าชีวิตนั้นได้ เช่นผู้ละทิ้งศาสนา ผู้ผิดประเวณีِที่แต่งงานมาแล้ว และฆาตกรผู้อธรรม และหากผู้ใดถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมโดยปราศจากเหตุผลที่ชอบธรรม เราได้ให้อำนาจ(ในการแก้แค้น)แก่ทายาทของผู้ตายเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเครือญาติเหล่านี้สามารถเรียกร้องให้ทางการทำการประหารชีวิตฆาตกรผู้อธรรม หรืออาจจะให้อภัยกับเขาโดยเรียกค่าสินไหมหรือไม่เรียกก็ได้ นี่คือขอบเขตที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ต่อฆาตกรผู้อธรรม จึงมิอาจกระทำการใดๆที่ละเมิดขอบเขตดังกล่าวได้เช่น ฆ่าหั่นศพ หรือฆ่าด้วยอาวุธอื่นที่ฆาตกรไม่ได้ใช้ฆ่าผู้ตาย หรือฆ่าผู้อื่นแทนที่ฆาตกรตัวจริง แท้จริงแล้วพระองค์ทรงปกป้องดูแลสิทธิ์ของผู้ที่ถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรมเสมอ

17:34Page 285

وَلَا تَقۡرَبُواْ مَالَ ٱلۡيَتِيمِ إِلَّا بِٱلَّتِي هِيَ أَحۡسَنُ حَتَّىٰ يَبۡلُغَ أَشُدَّهُۥۚ وَأَوۡفُواْ بِٱلۡعَهۡدِۖ إِنَّ ٱلۡعَهۡدَ كَانَ مَسۡـُٔولٗا ٣٤

And do not approach the property of an orphan, except in the way that is best,1 until he reaches maturity. And fulfill [every] commitment. Indeed, the commitment is ever [that about which one will be] questioned.

และพวกเจ้าจงอย่ากระทำการใดๆกับทรัพย์สินของผู้ที่พ่อของเขาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เยาว์วัย(เด็กกำพร้า) เว้นแต่ด้วยสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่เขามากที่สุดเช่น การเพิ่มพูนทรัพย์สินโดยการลงทุน(มีผลกำไรจริง)หรือเก็บออมไว้จนกว่าเขาจะบรรลุศาสนภาวะเป็นผู้ใหญ่และมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ และจงปฏิบัติตามสัญญาให้ครบถ้วนระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และระหว่างเจ้ากับคนอื่นๆโดยไม่มีการละเมิดสัญญาแต่อย่างใด แท้จริงแล้วในวันฟื้นคืนชีพพระองค์อัลลอฮ์จะทรงสอบสวนผู้ที่ตอบรับคำสัญญาว่าเขาได้ปฏิบัติตามนั้นหรือไม่? หากได้ปฏิบัติตามแล้วพระองค์จะทรงตอบแทนเขา แต่หากยังไม่ได้ปฏิบัติตามแล้วพระองค์จะทรงลงโทษเขา

17:35Page 285

وَأَوۡفُواْ ٱلۡكَيۡلَ إِذَا كِلۡتُمۡ وَزِنُواْ بِٱلۡقِسۡطَاسِ ٱلۡمُسۡتَقِيمِۚ ذَٰلِكَ خَيۡرٞ وَأَحۡسَنُ تَأۡوِيلٗا ٣٥

And give full measure when you measure, and weigh with an even [i.e., honest] balance. That is the best [way] and best in result.

และจงตวงให้ครบถ้วนตามจำนวนเมื่อเจ้าทำการตวงให้แก่ผู้อื่นและอย่าได้ทำให้มันพร่อง และจงทำการชั่งด้วยตาชั่งที่แม่นยำไม่ทำให้มันพร่องหรือลดจำนวนลง เพราะการตวงที่ครบถ้วนและการชั่งที่เที่ยงตรงนั้นมันเป็นสิ่งที่ดียิ่งแก่พวกเจ้าในโลกนี้และโลกหน้า และยังเป็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการละเมิดคดโกงในการชั่งตวงอย่างแน่นอน

17:36Page 285

وَلَا تَقۡفُ مَا لَيۡسَ لَكَ بِهِۦ عِلۡمٌۚ إِنَّ ٱلسَّمۡعَ وَٱلۡبَصَرَ وَٱلۡفُؤَادَ كُلُّ أُوْلَٰٓئِكَ كَانَ عَنۡهُ مَسۡـُٔولٗا ٣٦

And do not pursue1 that of which you have no knowledge. Indeed, the hearing, the sight and the heart - about all those [one] will be questioned.

โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย เจ้าอย่าได้ปฏิบัติในสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นโดยยึดหลักการคาดเดาเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วมนุษย์นั้นจะถูกสอบสวนต่อการใช้ หู ตา และความคิด ในหนทางที่ดีหรือไม่ดี หากได้ใช้มันในหนทางที่ดีก็จะได้รับผลบุญตอบแทน และหากได้ใช้มันในหนทางที่ไม่ดีก็จะถูกลงโทษ

17:37Page 285

وَلَا تَمۡشِ فِي ٱلۡأَرۡضِ مَرَحًاۖ إِنَّكَ لَن تَخۡرِقَ ٱلۡأَرۡضَ وَلَن تَبۡلُغَ ٱلۡجِبَالَ طُولٗا ٣٧

And do not walk upon the earth exultantly. Indeed, you will never tear the earth [apart], and you will never reach the mountains in height.1

และอย่าเดินในแผ่นดินนี้ด้วยความเย่อหยิ่งและจองหองเพราะแม้ว่าเจ้าจะเดินด้วยความเย่อหยิ่งก็ไม่ได้ทำให้แผ่นดินแยกออก และไม่ได้ทำให้เจ้าสูงเท่าภูเขาได้ แล้วทำไมเจ้าต้องแสดงความเย่อหยิ่ง?!

Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences

Contents

Ayat al-Kursi36Al-Kahfpage 42juz 15Bukhari 1Muslim 2999

Style

Theme
Text size
Layout

Читать на русском