Al-Mukhtasar · Tafsir · in Thai
Al-A'raf 7:162–189
7:162Page 171
فَبَدَّلَ ٱلَّذِينَ ظَلَمُواْ مِنۡهُمۡ قَوۡلًا غَيۡرَ ٱلَّذِي قِيلَ لَهُمۡ فَأَرۡسَلۡنَا عَلَيۡهِمۡ رِجۡزٗا مِّنَ ٱلسَّمَآءِ بِمَا كَانُواْ يَظۡلِمُونَ ١٦٢
But those who wronged among them changed [the words] to a statement other than that which had been said to them. So We sent upon them a punishment from the sky for the wrong that they were doing.
หลังจากนั้น บรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเขาได้เปลี่ยนคำพูดที่พวกเขาถูกสั่งมา พวกเขากล่าวว่า "หับบะฮ์ ฟี เชียะอ์เราะฮ์" (เมล็ดในข้าวบาเล่ย์) แทนคำ ที่ถูกใช้ให้กล่าว ที่เป็นการใช้ให้ขออภัยโทษ และพวกเขายังเปลี่ยนการกระทำที่พวกเขาถูกสั่งมาอีกด้วย พวกเขาคลานด้วยก้นของพวกเขาขณะเข้าประตูบัยตุลมักดิสแทนที่จะโน้มศรีษะเพื่อแสดงการนอบน้อมต่ออัลลอฮ์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงส่งการลงโทษมายังพวกเขาจากชั้นฟ้า เพราะความอธรรมที่พวกเขากระทำ
7:163Page 171
وَسۡـَٔلۡهُمۡ عَنِ ٱلۡقَرۡيَةِ ٱلَّتِي كَانَتۡ حَاضِرَةَ ٱلۡبَحۡرِ إِذۡ يَعۡدُونَ فِي ٱلسَّبۡتِ إِذۡ تَأۡتِيهِمۡ حِيتَانُهُمۡ يَوۡمَ سَبۡتِهِمۡ شُرَّعٗا وَيَوۡمَ لَا يَسۡبِتُونَ لَا تَأۡتِيهِمۡۚ كَذَٰلِكَ نَبۡلُوهُم بِمَا كَانُواْ يَفۡسُقُونَ ١٦٣
And ask them about the town that was by the sea - when they transgressed in [the matter of] the sabbath - when their fish came to them openly on their sabbath day, and the day they had no sabbath they did not come to them. Thus did We give them trial because they were defiantly disobedient.
โอ้รอสูลุลลอฮฺ เจ้าจงถามชาวยิว เพื่อให้พวกเขานึกถึงสิ่งที่อัลลอฮฺเคยลงโทษบรรพบุรุษของพวกเขา ซึ่งมันเกี่ยวกับเรื่องราวของเมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งทะเล ครั้งที่ชาวเมืองนั้นได้ละเมิดคำสั่งของอัลลอฮฺ โดยการจับปลาในวันเสาร์ที่พระองค์ทรงห้าม วันที่อัลลอฮฺทรงทดสอบพวกเขาโดยการที่ฝูงปลาได้ลอยปรากฎบนผืนน้ำต่อหน้าพวกเขา แต่ในวันอื่นที่ไม่ใช่วันเสาร์ ฝูงปลากลับไม่มาปรากฎให้พวกเขาเห็น อัลลอฮฺทรงทดสอบพวกเขาด้วยวิธีนี้ อันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนและบาปที่พวกเขากระทำ ดังนั้นพวกเขาได้วางอุบายดักปลาโดยการตั้งอวนและขุดหลุมไว้ ทำให้ปลาติดอวนของพวกเขาในวันเสาร์ พอถึงวันอาทิตย์พวกเขาจะเก็บมันมากิน
7:164Page 172
وَإِذۡ قَالَتۡ أُمَّةٞ مِّنۡهُمۡ لِمَ تَعِظُونَ قَوۡمًا ٱللَّهُ مُهۡلِكُهُمۡ أَوۡ مُعَذِّبُهُمۡ عَذَابٗا شَدِيدٗاۖ قَالُواْ مَعۡذِرَةً إِلَىٰ رَبِّكُمۡ وَلَعَلَّهُمۡ يَتَّقُونَ ١٦٤
And when a community among them said, "Why do you advise [or warn] a people whom Allāh is [about] to destroy or to punish with a severe punishment?" they [the advisors] said, "To be absolved before your Lord and perhaps they may fear Him."
และจงรำลึกเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย-ครั้นที่มีกลุ่มหนึ่งจากพวกเขาที่ได้ห้ามปรามและตักเตือนพวกเขาไม่ให้กระทำความชั่ว แล้วมีกลุ่มหนึ่งได้ถามพวกเขาว่า "ทำไมพวกท่านได้ตักเตือนผู้คนที่อัลลอฮฺจะทรงทำลายพวกเขาในโลกนี้อันเนื่องจากความชั่วทั้งหลายที่พวกเขาก่อขึ้น หรือพระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาในวันปรโลกด้วยการลงโทษอันรุนแรง" กลุ่มผู้ตักเตือนตอบว่า "การที่เราตักเตือนพวกเขานั้น เพื่อเป็นเหตุผลสำหรับเราในการแก้ต้วต่อหน้าอัลลอฮฺ โดยการที่เรานั้นได้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ถูกมอบหมายแล้ว ได้เชิญชวนให้ผู้คนกระทำความดีและห้ามปรามพวกเขาไม่ให้กระทำความชั่ว เพื่อไม่ให้พระองค์ลงโทษพวกเราเพราะการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และอีกอย่าง พวกเราหวังว่า พวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการตักเตือนนี้ แล้วละทิ้งสิ่งชั่วช้าที่พวกเขากระทำอยู่"
7:165Page 172
فَلَمَّا نَسُواْ مَا ذُكِّرُواْ بِهِۦٓ أَنجَيۡنَا ٱلَّذِينَ يَنۡهَوۡنَ عَنِ ٱلسُّوٓءِ وَأَخَذۡنَا ٱلَّذِينَ ظَلَمُواْ بِعَذَابِۭ بَـِٔيسِۭ بِمَا كَانُواْ يَفۡسُقُونَ ١٦٥
And when they [i.e., those advised] forgot that by which they had been reminded, We saved those who had forbidden evil and seized those who wronged, with a wretched punishment, because they were defiantly disobeying.
เมื่อพวกเขาไม่ยอมรับคำตักเตือนจากบรรดาผู้ตักเตือน และยังไม่คิดที่จะทิ้งความชั่วทั้งหลายแล้ว เราจึงได้ช่วยบรรดาผู้ห้ามปรามความชั่วให้ปลอดภัยจากการลงโทษของเรา และเราได้ลงโทษบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย เพราะการละเมิดของพวกเขาด้วยการจับปลาในวันเสาร์ ด้วยการลงโทษอันรุนแรง อันเนื่องมาจากการที่พวกเขาไม่ภักดีต่ออัลลอฮฺและยืนกรานที่จะทำความชั่ว
7:166Page 172
فَلَمَّا عَتَوۡاْ عَن مَّا نُهُواْ عَنۡهُ قُلۡنَا لَهُمۡ كُونُواْ قِرَدَةً خَٰسِـِٔينَ ١٦٦
So when they were insolent about that which they had been forbidden, We said to them, "Be apes, despised."
ดังนั้น เมื่อพวกเขาได้กระทำเกินขอบเขตด้วยการเนรคุณต่ออัลลอฮฺเพราะความหยิ่งยโสและความดื้อรั้นของพวกเขา และไม่คิดที่จะสำนึกจากคำตักเตือนเหล่านั้น เราจึงได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "โอ้ผู้ที่เนรคุณทั้งหลาย พวกเจ้าจงกลายเป็นลิงที่อัปลักษณ์" ในที่สุดพวกเขาได้กลายเป็นลิงตามที่เราประสงค์ แท้จริงถ้าเราได้ปรารถนาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด เมื่อเราต้องมันแล้ว เราจะกล่าวแก่มันว่า "จงเป็น" แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา
7:167Page 172
وَإِذۡ تَأَذَّنَ رَبُّكَ لَيَبۡعَثَنَّ عَلَيۡهِمۡ إِلَىٰ يَوۡمِ ٱلۡقِيَٰمَةِ مَن يَسُومُهُمۡ سُوٓءَ ٱلۡعَذَابِۗ إِنَّ رَبَّكَ لَسَرِيعُ ٱلۡعِقَابِ وَإِنَّهُۥ لَغَفُورٞ رَّحِيمٞ ١٦٧
And [mention] when your Lord declared that He would surely [continue to] send upon them until the Day of Resurrection those who would afflict them with the worst torment. Indeed, your Lord is swift in penalty; but indeed, He is Forgiving and Merciful.
และจงรำลึกเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย- ครั้นที่อัลลอฮฺได้ทรงประกาศอย่างชัดเจนโดยไม่คลุมเครือแต่อย่างใดว่า แน่นอนอัลลอฮ์จะทำให้พวกยิวนั้นตกต่ำ ด้วยการส่งผู้ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องอัปยศและตกต่ำในชีวิตนี้จนถึงวันแห่งการพิพากษา แท้จริงแล้ว -โอ้รอสูลเอ๋ย- พระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการลงโทษต่อผู้ที่เนรคุณ แม้กระทั่งในโลกดุนยานี้ บางครั้งพระองค์จะทรงลงโทษเขาอย่างฉับพลัน และแท้จริงแล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้ให้อภัยแก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮ์) จากบรรดาบ่าวของพระองค์ ทรงเมตตาต่อพวกเขาเสมอ
7:168Page 172
وَقَطَّعۡنَٰهُمۡ فِي ٱلۡأَرۡضِ أُمَمٗاۖ مِّنۡهُمُ ٱلصَّٰلِحُونَ وَمِنۡهُمۡ دُونَ ذَٰلِكَۖ وَبَلَوۡنَٰهُم بِٱلۡحَسَنَٰتِ وَٱلسَّيِّـَٔاتِ لَعَلَّهُمۡ يَرۡجِعُونَ ١٦٨
And We divided them throughout the earth into nations. Of them some were righteous, and of them some were otherwise. And We tested them with good [times] and bad that perhaps they would return [to obedience].
และเราได้ทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปในแผ่นดินและเราได้แบ่งพวกเขาออกเป็นกลุ่มๆ หลังจากที่พวกเขารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในหมู่พวกเขามีคนที่เคร่งครัดในศาสนาที่ยืยหยัดในการรักษาสิทธิของอัลลอฮ์และสิทธิของบรรดาบ่าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาเป็นคนที่อยู่ในความพอดี และในหมู่พวกเขามีผู้ที่ละเมิดต่อตนเองโดยการทำผิดศีลธรรม และเราได้ทอสอบพวกเขาในรูปแบบของความสุขสบายและความทุกข์ยาก เพื่อที่พวกเขาจะได้ตระหนักถึงข้อผิดพลาดของพวกเขา
7:169Page 172
فَخَلَفَ مِنۢ بَعۡدِهِمۡ خَلۡفٞ وَرِثُواْ ٱلۡكِتَٰبَ يَأۡخُذُونَ عَرَضَ هَٰذَا ٱلۡأَدۡنَىٰ وَيَقُولُونَ سَيُغۡفَرُ لَنَا وَإِن يَأۡتِهِمۡ عَرَضٞ مِّثۡلُهُۥ يَأۡخُذُوهُۚ أَلَمۡ يُؤۡخَذۡ عَلَيۡهِم مِّيثَٰقُ ٱلۡكِتَٰبِ أَن لَّا يَقُولُواْ عَلَى ٱللَّهِ إِلَّا ٱلۡحَقَّ وَدَرَسُواْ مَا فِيهِۗ وَٱلدَّارُ ٱلۡأٓخِرَةُ خَيۡرٞ لِّلَّذِينَ يَتَّقُونَۚ أَفَلَا تَعۡقِلُونَ ١٦٩
And there followed them successors who inherited the Scripture [while] taking the commodities1 of this lower life and saying, "It will be forgiven for us." And if an offer like it2 comes to them, they will [again] take it. Was not the covenant of the Scripture [i.e., the Torah] taken from them that they would not say about Allāh except the truth, and they studied what was in it? And the home of the Hereafter is better for those who fear Allāh, so will you not use reason?
หลังจากนั้น ก็มีผู้ที่มาหลังจากพวกเขาซึ่งเป็นกลุ่มชนที่ชั่ว พวกเขาได้สืบทอดคัมภีร์เตารอฮ์จากบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาอ่านมัน แต่ไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่มีอยู่ในนั้น พวกเขาได้เอาความสุขบนโลกที่น่ารังเกียจ เพื่อเป็นสินบนในการบิดเบือนคัมภีร์ของอัลลอฮฺ และได้ตัดสินด้วยสิ่งที่ไม่ได้ถูกประทานลงมาในคำภีร์ และพวกเขาสร้างความหวังให้แก่ตัวเองว่า "อัลลอฮฺจะทรงให้อภัยแก่พวกเขาจากความชั่วที่พวกเขากระทำ" และถ้าความสุขเล็กๆ น้อยๆ มายังพวกเขาอีกพวกเขาก็จะคว้ามันไว้อีก อัลลอฮฺมิได้กำหนดพันธสัญญาไว้แก่พวกเขาหรือ ว่า พวกเขาจะไม่กล่าวสิ่งใดถึงอัลลอฮฺนอกจากความจริงโดยไม่มีการบิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ?! การที่พวกเขาได้ละทิ้งการปฏิบัติต่อสิ่งที่มีในคัมภีร์นั้น หาได้เป็นเพราะความโง่เขลาของพวกเขาไม่ อันที่จริงแล้ว พวกเขารู้และได้อ่านสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้นเป็นอย่างดี ดังนั้น บาปของพวกเขาย่อมหนักกว่า และความสุขอันนิรันดร์ในปรโลกย่อมดีกว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในโลกนี้สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺที่พวกเขาได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้และหลีกเลี่ยงคำสั่งห้ามของพระองค์ พวกที่ชอบเอาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในโลกนี้ ไม่คิดหรือว่า สิ่งที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้สำหรับบรรดผู้ยำเกรงนั้นมันประเสริฐมากว่าและจะคงอยู่กับพวกเขาอย่างนิรันดร์?!
7:170Page 172
وَٱلَّذِينَ يُمَسِّكُونَ بِٱلۡكِتَٰبِ وَأَقَامُواْ ٱلصَّلَوٰةَ إِنَّا لَا نُضِيعُ أَجۡرَ ٱلۡمُصۡلِحِينَ ١٧٠
But those who hold fast to the Book [i.e., the Qur’ān] and establish prayer - indeed, We will not allow to be lost the reward of the reformers.
สำหรับบรรดาผู้ยึดมั่นในคัมภีร์ ปฏิบัติตามคำสั่งสอนที่มีอยู่ในนั้น และดำรงไว้ซึ่งการละหมาดด้วยการรักษาเวลาของมัน เงื่อนไขของมัน สิ่งที่เป็นวาญิบและสุนนะฮ์ของมัน แน่นอนอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนรางวัลแก่พวกเขาตามการงานต่างๆ ของพวกเขาที่ได้ปฏิบัติมา เพราะอัลลอฮฺจะไม่ปล่อยให้รางวัลของผู้ที่กระทำความดีนั้นต้องสูญหายไป
7:171Page 173
۞ وَإِذۡ نَتَقۡنَا ٱلۡجَبَلَ فَوۡقَهُمۡ كَأَنَّهُۥ ظُلَّةٞ وَظَنُّوٓاْ أَنَّهُۥ وَاقِعُۢ بِهِمۡ خُذُواْ مَآ ءَاتَيۡنَٰكُم بِقُوَّةٖ وَٱذۡكُرُواْ مَا فِيهِ لَعَلَّكُمۡ تَتَّقُونَ ١٧١
And [mention] when We raised the mountain above them as if it was a dark cloud and they were certain that it would fall upon them,1 [and Allāh said], "Take what We have given you with determination and remember what is in it that you might fear Allāh."
และจงรำลึกเถิด -โอ้มุหัมมัด- เมื่อตอนที่เราได้ถอนภูเขาลูกนั้นและได้ยกมันขึ้นเหนือวงศ์วานอิสราอีล หลังจากที่พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับสิ่งที่มีในคัมภีร์อัตเตารอฮ์ ภูเขาลูกนั้นเป็นเสมือนเมฆที่ปกคลุมเหนือศรีษะพวกเขา และพวกเขาคิดอย่างมั่นใจว่ามันจะตกลงมาบนพวกเขา และอัลลอฮ์กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจงยึดมั่นในสิ่งที่เราได้ประทานให้แก่พวกเจ้าด้วยความจริงจัง ทุ่มเท และมีความมุ่งมั่น และจงรำลึกถึงบทบัญญัติต่างๆ ที่อัลลอฮ์ทรงประทานไว้ให้แก่พวกเจ้าและอย่าลืมมันเป็นอันขาด หวังว่าพวกเจ้าจะยำเกรงต่ออัลลอฮ์เมื่อพวกเจ้าได้ปฏิบัติตามที่กล่าวมา"
7:172Page 173
وَإِذۡ أَخَذَ رَبُّكَ مِنۢ بَنِيٓ ءَادَمَ مِن ظُهُورِهِمۡ ذُرِّيَّتَهُمۡ وَأَشۡهَدَهُمۡ عَلَىٰٓ أَنفُسِهِمۡ أَلَسۡتُ بِرَبِّكُمۡۖ قَالُواْ بَلَىٰ شَهِدۡنَآۚ أَن تَقُولُواْ يَوۡمَ ٱلۡقِيَٰمَةِ إِنَّا كُنَّا عَنۡ هَٰذَا غَٰفِلِينَ ١٧٢
And [mention] when your Lord took from the children of Adam - from their loins - their descendants and made them testify of themselves, [saying to them], "Am I not your Lord?" They said, "Yes, we have testified." [This] - lest you should say on the Day of Resurrection, "Indeed, we were of this unaware."
และจงรำลึกเถิด -โอ้มุหัมมัด- เมื่อตอนที่พระผู้อภิบาลของเจ้าได้นำออกมาจากกระดูกสันหลังของลูกหลานอาดัมซึ่งลูกหลานของพวกเขา และทรงกำชับให้พวกเขายืนยันถึงความเป็นพระผู้อภิบาลของพระองค์ ตามที่พระองค์ได้ทรงวางไว้ในสัญชาตญาณของพวกเขาด้วยการยอมรับว่า พระองค์ คือ ผู้สร้างและผู้อภิบาลพวกเขา โดยพระองค์ได้ตรัสถามพวกเขาว่า "ข้าไม่ใช่พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าหรอกหรือ? พวกเขาทั้งหลายตอบว่า "ใช่ พระองค์คือพระผู้อภิบาลของพวกเรา" อัลลอฮ์ตรัสว่า "แท้จริงที่เราได้ทดสอบและทำพันธสัญญาไว้กับพวกเจ้า ก็เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ไม่ปฏิเสธถึงหลักฐานของอัลลอฮฺในวันพิพากษา โดยอ้างว่า "พวกเราไม่รู้ในเรื่องนี้เลย"
7:173Page 173
أَوۡ تَقُولُوٓاْ إِنَّمَآ أَشۡرَكَ ءَابَآؤُنَا مِن قَبۡلُ وَكُنَّا ذُرِّيَّةٗ مِّنۢ بَعۡدِهِمۡۖ أَفَتُهۡلِكُنَا بِمَا فَعَلَ ٱلۡمُبۡطِلُونَ ١٧٣
Or [lest] you say, "It was only that our fathers associated [others in worship] with Allāh before, and we were but descendants after them. Then would You destroy us for what the falsifiers have done?"
หรือไม่ก็ พวกเจ้าจะอ้างว่า เพราะบรรพบุรุษของพวกเจ้านั่นแหละที่เป็นคนได้ผิดพันธสัญญานั้นแล้วตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ และพวกเจ้าได้เลียนแบบทำตามบรรพบุรุษของพวกเจ้าในการตั้งภาคีที่พวกเขากระทำอยู่ หลังจากนั้นพวกเจ้าก็จะกล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ พระองค์จะทรงลงโทษพวกเราเพราะการกระทำของบรรพบุรุษของพวกเราที่พวกเขาได้ทำลายการงานของพวกเขาด้วยการตั้งภาคีกับพระองค์กระนั้นหรือ? ฉะนั้น พวกเราไม่ผิด เพราะพวกเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย พวกเราแค่ทำตามบรรพบุรุษของพวกเราเองเท่านั้นเอง"
7:174Page 173
وَكَذَٰلِكَ نُفَصِّلُ ٱلۡأٓيَٰتِ وَلَعَلَّهُمۡ يَرۡجِعُونَ ١٧٤
And thus do We [explain in] detail the verses, and perhaps they will return.1
ดังที่เราได้ชี้แจงโองการต่างๆ เกี่ยวกับชะตากรรมของประชาชาติที่ปฏิเสธศรัทธามาก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกันเราก็ได้ชี้แจงโองการต่างๆ แก่พวกเขา ทั้งนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้ละทิ้งการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ แล้วกลับมาสู่การให้เอกภาพและเคารพสักการะอัลลอฮ์แต่เพียงองค์เดียว ดังที่พวกเขาได้ให้พันธสัญญากับตัวพวกเขาเองว่าจะเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์แต่เพียงองค์เดียว
7:175Page 173
وَٱتۡلُ عَلَيۡهِمۡ نَبَأَ ٱلَّذِيٓ ءَاتَيۡنَٰهُ ءَايَٰتِنَا فَٱنسَلَخَ مِنۡهَا فَأَتۡبَعَهُ ٱلشَّيۡطَٰنُ فَكَانَ مِنَ ٱلۡغَاوِينَ ١٧٥
And recite to them, [O Muḥammad], the news of him1 to whom We gave [knowledge of] Our signs, but he detached himself from them; so Satan pursued him, and he became of the deviators.2
และจงเล่าให้วงศ์วานอิสราอีลได้รับรู้เถิด -โอ้รอสูล- ถึงเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เราได้ประทานแก่เขาซึ่งบรรดาโองการของเรา จากนั้นเขาก็ได้รู้มันและเข้าใจถึงความจริงที่ปรากฎในโองการเหล่านั้น แต่เขาไม่ปฏิบัติตามมัน แถมยังละทิ้งมันและปลีกตัวออกจากมัน ดังนั้น ชัยฏอนจึงได้ติดตามเขา จนกระทั่งเขาได้กลายเป็นมิตรกับเขา และสุดท้ายเขาก็ตกอยู่ในกลุ่มผู้หลงทางที่หายนะ หลังจากที่เขาเคยเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่ได้รับทางนำ
7:176Page 173
وَلَوۡ شِئۡنَا لَرَفَعۡنَٰهُ بِهَا وَلَٰكِنَّهُۥٓ أَخۡلَدَ إِلَى ٱلۡأَرۡضِ وَٱتَّبَعَ هَوَىٰهُۚ فَمَثَلُهُۥ كَمَثَلِ ٱلۡكَلۡبِ إِن تَحۡمِلۡ عَلَيۡهِ يَلۡهَثۡ أَوۡ تَتۡرُكۡهُ يَلۡهَثۚ ذَّٰلِكَ مَثَلُ ٱلۡقَوۡمِ ٱلَّذِينَ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَاۚ فَٱقۡصُصِ ٱلۡقَصَصَ لَعَلَّهُمۡ يَتَفَكَّرُونَ ١٧٦
And if We had willed, We could have elevated him thereby,1 but he adhered [instead] to the earth2 and followed his own desire. So his example is like that of the dog: if you chase him, he pants, or if you leave him, he [still] pants. That is the example of the people who denied Our signs.3 So relate the stories that perhaps they will give thought.
หากเราประสงค์ให้เขาได้รับประโยชน์จากโองการต่างๆ แน่นอนเราจะยกสถานะของเขาด้วยบรรดาโองการเหล่านั้น โดยการให้พวกเขาได้รับทางนำสู่การปฏิบัติต่อบรรดาโองการเหล่านั้น แล้วสถานะของเขาก็จะสูงขึ้นทั้งในโลกนี้และในปรโลก แต่เขาเลือกสิ่งที่นำตัวเองสู่ความตกต่ำ เมื่อเขาได้โน้มตัวเองตามความปรารถนาทางโลก โดยการให้ค่าแก่มันเหนืออาคิเราะฮ์ เขาเลือกที่จะทำตามความพอใจของตัณหาอันไร้สาระของเขา ดังนั้นความโลภของเขาที่มีต่อโลกก็เหมือนกับสุนัขที่แลบลิ้นออกมาตลอดเวลา สุนัขที่อยู่ในท่าหมอบนั่งมันจะแลบลิ้นออกมาและเมื่อมันถูกไล่มันก็จะแลบลิ้นออกมา นั่นคืออุปมาของผู้ที่หลงผิดที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา ดังนั้นจงบอกพวกเขาเถิด -โอ้รอสูลเอ๋ย - ถึงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อพวกเขาจะได้คิด เพื่อจะได้ละทิ้งการปฏิเสธและการหลงทาง
7:177Page 173
سَآءَ مَثَلًا ٱلۡقَوۡمُ ٱلَّذِينَ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَا وَأَنفُسَهُمۡ كَانُواْ يَظۡلِمُونَ ١٧٧
How evil an example [is that of] the people who denied Our signs and used to wrong themselves.
คงไม่มีอะไรที่ชั่วช้ายิ่งกว่ากลุ่มชนที่ปฏิเสธและไม่เชื่อบรรดาหลักฐานของเรา ด้วยเหตุนี้พวกเขาได้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการนำตัวเองสู่ความหายนะ
7:178Page 173
مَن يَهۡدِ ٱللَّهُ فَهُوَ ٱلۡمُهۡتَدِيۖ وَمَن يُضۡلِلۡ فَأُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡخَٰسِرُونَ ١٧٨
Whoever Allāh guides - he is the [rightly] guided; and whoever He sends astray1 - it is those who are the losers.
ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้ทางนำแก่เขาไปยังหนทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่ได้รับทางนำอย่างแท้จริง และผู้ใดที่พระองค์ทรงทำให้เขาต้องห่างไกลจากหนทางที่เที่ยงตรง พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ที่ไม่มีวาสนาอย่างแท้จริง ที่ทำให้ตัวของพวกเขาเองและครอบครัวของพวกเขาต้องขาดทุนในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ พึงรู้เถิดว่านั่นคือการขาดทุนที่แท้จริง
7:179Page 174
وَلَقَدۡ ذَرَأۡنَا لِجَهَنَّمَ كَثِيرٗا مِّنَ ٱلۡجِنِّ وَٱلۡإِنسِۖ لَهُمۡ قُلُوبٞ لَّا يَفۡقَهُونَ بِهَا وَلَهُمۡ أَعۡيُنٞ لَّا يُبۡصِرُونَ بِهَا وَلَهُمۡ ءَاذَانٞ لَّا يَسۡمَعُونَ بِهَآۚ أُوْلَٰٓئِكَ كَٱلۡأَنۡعَٰمِ بَلۡ هُمۡ أَضَلُّۚ أُوْلَٰٓئِكَ هُمُ ٱلۡغَٰفِلُونَ ١٧٩
And We have certainly created for Hell many of the jinn and mankind. They have hearts with which they do not understand, they have eyes with which they do not see, and they have ears with which they do not hear. Those are like livestock; rather, they are more astray.1 It is they who are the heedless.
และแท้จริงแล้ว เราได้สร้างญินและมนุษย์เป็นจำนวนมากสำหรับนรกญะฮันนัม เพราะด้วยความรู้ของเรา รู้ว่าพวกเขาจะปฏิบ้ติการงานของชาวนรก พวกเขามีหัวใจ แต่มิได้ใช้มันในการรับรู้ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเขา พวกเขามีดวงตา แต่มิได้ใช้มันในการมองเห็นถึงสัญญานต่างๆของอัลลอฮ์ ทั้งที่มีปรากฎในร่างกายของมนุษย์และขอบฟ้า เพื่อให้พวกเขาได้รับบทเรียนจากสิ่งที่มองเห็น พวกเขามีหูแต่มิได้ใช้มันในการรับฟังโองการต่างๆ ของอัลลอฮ์และพิจารณาใคร่ครวญสิ่งที่อยู่ในโองการเหล่านั้น พวกที่มีคุณลักษณะดังกล่าวเหมือนกับปศุสัตว์ที่ไม่มีสติปัญญา แต่พวกเขาหลงยิ่งกว่าปศุสัตว์เหล่านั้น ทั้งนี้เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่เพิกเฉยในการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก
7:180Page 174
وَلِلَّهِ ٱلۡأَسۡمَآءُ ٱلۡحُسۡنَىٰ فَٱدۡعُوهُ بِهَاۖ وَذَرُواْ ٱلَّذِينَ يُلۡحِدُونَ فِيٓ أَسۡمَٰٓئِهِۦۚ سَيُجۡزَوۡنَ مَا كَانُواْ يَعۡمَلُونَ ١٨٠
And to Allāh belong the best names, so invoke Him by them. And leave [the company of] those who practice deviation concerning His names.1 They will be recompensed for what they have been doing.
และสำหรับอัลลอฮฺนั้น (ความบริสุทธิ์จงมีแด่พระองค์) ทรงมีพระนามอันสวยงามที่บ่งบอกถึงความสูงส่งและความสมบูรณ์แบบของพระองค์ พวกเจ้าจงใช้มันในการร้องขอจากอัลลอฮฺซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าปราถนา จงใช้มันในการสรรเสริญพระองค์ และจงปล่อยบรรดาผู้ที่หันห่างจากสัจธรรมในการตั้งพระนามของพระองค์ให้กับสิ่งอื่น หรือปฏิเสธมัน หรือบิดเบือนความหมายของมัน หรือทำให้สิ่งอื่นคล้ายกับมัน ในไม่ช้า เราจะตอบแทนผู้ที่หันห่างจากสัจธรรมทั้งหลายนั้นด้วยการลงโทษอันเจ็บปวดตามสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้
7:181Page 174
وَمِمَّنۡ خَلَقۡنَآ أُمَّةٞ يَهۡدُونَ بِٱلۡحَقِّ وَبِهِۦ يَعۡدِلُونَ ١٨١
And among those We created is a community1 which guides by truth and thereby establishes justice.
และในบรรดาผู้ที่เราสร้างขึ้นมานั้นจะมีกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่พวกเขานำทางแก่ตัวเองด้วยสัจธรรม และเชิญชวนผู้อื่นให้ยึดมั่นกับมันจนกระทั่งพวกเขาได้รับการชี้นำ และพวกเขาจะตัดสินกันด้วยความยุติธรรมและพวกเขาจะไม่ละเมิด
7:182Page 174
وَٱلَّذِينَ كَذَّبُواْ بِـَٔايَٰتِنَا سَنَسۡتَدۡرِجُهُم مِّنۡ حَيۡثُ لَا يَعۡلَمُونَ ١٨٢
But those who deny Our signs - We will progressively lead them [to destruction]1 from where they do not know.
และบรรดาผู้ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเราและไม่ศรัทธาต่อมัน แถมยังดื้อไม่ยอมรับมันอีก เราจะเปิดบรรดาประตูแห่งปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา ไม่ใช่เป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา แต่เป็นการหลอกพวกเขาให้คงอยู่กับความหลงผิด หลังจากนั้นพวกเขาจะได้ลิ้มรสการลงโทษของเราช่วงที่พวกเขาเผลอ
7:183Page 174
وَأُمۡلِي لَهُمۡۚ إِنَّ كَيۡدِي مَتِينٌ ١٨٣
And I will give them time. Indeed, My plan is firm.
และข้าจะยังไม่ลงโทษพวกเขา จนพวกเขาคิดว่า พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ สุดท้ายพวกเขาจะยังคงยืนหยัดอยู่กับการไม่เชื่อและปฏิเสธศรัทธาจนกระทั่งการลงโทษที่พวกเขาจะได้รับนั้นจะทวีมากขึ้น แท้จริงแผนการของข้านั้นมันแข็งแกร่ง ซึ่งพวกเขาจะเห็นว่าเราทำดีกับพวกเขา แต่ความจริงเราต้องการให้พวกเขาตกต่ำ
7:184Page 174
أَوَلَمۡ يَتَفَكَّرُواْۗ مَا بِصَاحِبِهِم مِّن جِنَّةٍۚ إِنۡ هُوَ إِلَّا نَذِيرٞ مُّبِينٌ ١٨٤
Then do they not give thought? There is in their companion [i.e., Muḥammad (ﷺ)] no madness. He is not but a clear warner.
พวกที่ปฏิเสธบรรดาโองการของอัลลอฮ์และรอสูลของพระองค์ จะไม่ใคร่ครวญบ้างหรือ ด้วยการใช้สติปัญญาที่พวกเขามีว่า เพื่อให้เกิดความกระจ่างว่า มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น มิได้เป็นบ้า แท้จริงเขาเป็นรอสูลคนหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ส่งมา เพื่อเป็นผู้ตักเตือนอย่างชัดแจ้ง ให้ระวังการลงโทษของอัลลอฮ์
7:185Page 174
أَوَلَمۡ يَنظُرُواْ فِي مَلَكُوتِ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا خَلَقَ ٱللَّهُ مِن شَيۡءٖ وَأَنۡ عَسَىٰٓ أَن يَكُونَ قَدِ ٱقۡتَرَبَ أَجَلُهُمۡۖ فَبِأَيِّ حَدِيثِۭ بَعۡدَهُۥ يُؤۡمِنُونَ ١٨٥
Do they not look into the realm of the heavens and the earth and everything that Allāh has created and [think] that perhaps their appointed time has come near? So in what statement [i.e., message] hereafter will they believe?
พวกเขาไม่ได้พิจารณาถึงอำนาจของอัลลอฮ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ไม่พิจารณาถึงสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย เช่นสัตว์ต่างๆ พืช และอื่นๆและไม่พิจารณาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตของพวกเขาบ้างหรือ ซึ่งบางทีมันอาจใกล้เข้ามา เพื่อจะได้กลับเนื้อกลับใจก่อนที่มันจะสายเกินไป ดังนั้นหากพวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานและสิ่งที่มีในนั้นจะเป็นสัญญาดีและสัญญาร้าย แล้วจะมีคำภีร์ใด อื่นจากอัลกุรฺอาน ที่พวกเขาจะศรัทธา?!
7:186Page 174
مَن يُضۡلِلِ ٱللَّهُ فَلَا هَادِيَ لَهُۥۚ وَيَذَرُهُمۡ فِي طُغۡيَٰنِهِمۡ يَعۡمَهُونَ ١٨٦
Whoever Allāh sends astray - there is no guide for him. And He leaves them in their transgression, wandering blindly.
ผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงปล่อยให้หักเหจากเส้นทางแห่งสัจธรรมและทรงปล่อยให้หลงจากเส้นทางอันเที่ยงธรรมแล้ว ก็จะไม่มีผู้ใดนำทางให้แก่เขา อัลลอฮฺจะทรงปล่อยพวกเขาให้อยู่ในความหลงผิดและการปฏิเสธของพวกเขา พวกเขาจะตกอยู่ในสภาพที่สับสนไม่รู้ว่าทางไหนคือทางนำ
7:187Page 174
يَسۡـَٔلُونَكَ عَنِ ٱلسَّاعَةِ أَيَّانَ مُرۡسَىٰهَاۖ قُلۡ إِنَّمَا عِلۡمُهَا عِندَ رَبِّيۖ لَا يُجَلِّيهَا لِوَقۡتِهَآ إِلَّا هُوَۚ ثَقُلَتۡ فِي ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِۚ لَا تَأۡتِيكُمۡ إِلَّا بَغۡتَةٗۗ يَسۡـَٔلُونَكَ كَأَنَّكَ حَفِيٌّ عَنۡهَاۖ قُلۡ إِنَّمَا عِلۡمُهَا عِندَ ٱللَّهِ وَلَٰكِنَّ أَكۡثَرَ ٱلنَّاسِ لَا يَعۡلَمُونَ ١٨٧
They ask you, [O Muḥammad], about the Hour: when is its arrival?1 Say, "Its knowledge is only with my Lord. None will reveal its time except Him. It lays heavily2 upon the heavens and the earth. It will not come upon you except unexpectedly." They ask you as if you are familiar with it. Say, "Its knowledge is only with Allāh, but most of the people do not know."
บรรดาผู้ปฏิเสธที่ดื้อรั้นจะถามเจ้าถึงเวลาแห่งการฟื้นคืนชีพว่า "เมื่อไรวันแห่งการฟื้นคืนชีพจะเกิดขึ้น และความรู้ที่เกี่ยวกับมันจะเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน? จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด- "ความรู้ในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ฉันและไม่ได้อยู่ที่คนอื่นใด แต่มันอยู่ที่อัลลอฮ์เพียงพระองค์เดียว ไม่มีผู้ใดสามารถบอกถึงเวลาที่กำหนดของมันได้ นอกจากอัลลอฮฺ มันจะถูกซ่อนเร้นจากผู้ที่อยู่บนฟักฟ้าและบนแผ่นดิน และมันจะไม่มาเยือนพวกเจ้านอกจากจะมาอย่างกระทันหัน" พวกเขาถามเจ้าถึงวันกิยามะฮ์เหมือนกับว่าเจ้ากระตือรือร้นที่จะรู้เรื่องนี้ และพวกเขาไม่รู้ว่าเจ้าจะไม่ถามถึงเรื่องนี้ เพราะความรู้อันสมุบูรณ์แบบของเจ้าที่มีต่อพระผู้อภิบาลของเจ้า จงกล่าวเถิด -โอ้มุหัมมัด- "แท้จริงความรู้ในเรื่องเวลาฟื้นคืนชีพนั้นอยู่ที่อัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว แต่ว่ามนุษย์ส่วนมากจะไม่รู้ในเรื่องดังกล่าว"
7:188Page 175
قُل لَّآ أَمۡلِكُ لِنَفۡسِي نَفۡعٗا وَلَا ضَرًّا إِلَّا مَا شَآءَ ٱللَّهُۚ وَلَوۡ كُنتُ أَعۡلَمُ ٱلۡغَيۡبَ لَٱسۡتَكۡثَرۡتُ مِنَ ٱلۡخَيۡرِ وَمَا مَسَّنِيَ ٱلسُّوٓءُۚ إِنۡ أَنَا۠ إِلَّا نَذِيرٞ وَبَشِيرٞ لِّقَوۡمٖ يُؤۡمِنُونَ ١٨٨
Say, "I hold not for myself [the power of] benefit or harm, except what Allāh has willed. And if I knew the unseen, I could have acquired much wealth, and no harm would have touched me. I am not except a warner and a bringer of good tidings to a people who believe."
จงบอกพวกเขาเถิด -โอ้มุหัมมัด- ฉันไม่มีอำนาจใดๆที่จะให้คุณหรือให้โทษแก่ตัวฉันเอง เว้นแต่ที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์เท่านั้น แท้จริงเรื่องดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับอัลลอฮ์พระองค์เดียว ฉันไม่สามารถรับรู้เว้นแต่ในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงบอกฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่รู้ในสิ่งที่เร้นลับ หากฉันรู้ แน่นอนฉันก็จะทำสิ่งที่เป็นสาเหตุของการได้มาซึ่งความดีต่างๆ และยับยั้งตัวเองจากความชั่วร้ายต่างๆ เพราะฉันรู้ทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่มันจะเกิดขึ้นและรู้ถึงผลลัพธ์ของมัน ฉันไม่ใช่ใคร นอกจากเป็นรอสูลคนหนึ่งที่ถูกส่งมาจากอัลลอฮ์เพื่อแจ้งข่าวร้ายที่เกี่ยวกับการลงโทษที่เจ็บปวดที่สุดและแจ้งข่าวดีที่เกี่ยวกับการตอบแทนที่ประเสริฐที่สุดให้แก่กลุ่มที่ศรัทธาว่าฉันคือรอสูลที่มาจากพระองค์และศรัทธาต่อสิ่งที่ฉันได้นำมา
7:189Page 175
۞ هُوَ ٱلَّذِي خَلَقَكُم مِّن نَّفۡسٖ وَٰحِدَةٖ وَجَعَلَ مِنۡهَا زَوۡجَهَا لِيَسۡكُنَ إِلَيۡهَاۖ فَلَمَّا تَغَشَّىٰهَا حَمَلَتۡ حَمۡلًا خَفِيفٗا فَمَرَّتۡ بِهِۦۖ فَلَمَّآ أَثۡقَلَت دَّعَوَا ٱللَّهَ رَبَّهُمَا لَئِنۡ ءَاتَيۡتَنَا صَٰلِحٗا لَّنَكُونَنَّ مِنَ ٱلشَّٰكِرِينَ ١٨٩
It is He who created you from one soul and created from it its mate that he1 might dwell in security with her. And when he [i.e., man] covers her,2 she carries a light burden [i.e., a pregnancy] and continues therein. And when it becomes heavy, they both invoke Allāh, their Lord, "If You should give us a good3 [child], we will surely be among the grateful."
พระองค์ได้ทรงสร้างพวกเจ้า -โอ้บรรดาบุรุษและบรรดาสตรีทั้งหลาย- จากชีวิตหนึ่ง คือ อาดัม อะลัยฮิสสาลาม และจากอาดัม อะลัยฮิสสาลามพระองค์ก็ทรงสร้างคู่ครองเขาขึ้นมา คือ เหาวาอ์ ทรงสร้างนางขึ้นมาจากซี่โครงของเขา เพื่อที่เขาจะได้มีชีวิตที่สงบและอบอุ่นใจกับนาง เมื่อสามีได้ร่วมหลับนอนกับภรรยาของเขาแล้ว นางก็ได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ แบบไม่รู้สึกตัว เพราะนั่นเป็นระยะแรกของการตั้งครรภ์ และนางก็ยังคงอยู่กับการตั้งครรภ์นี้ไปเรื่อยๆ โดยที่นางไม่ได้รู้สึกลำบากเหน็ดเหนื่อยใดๆ ในการทำธุระของนาง เมื่อท้องของนางเริ่มโตขึ้นมาและรู้สึกหนักที่ต้องอุ้มมัน ทั้งสองสามีภรรยานี้ก็ได้วิงวอนร้องขอว่า "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา หากพระองค์ทรงประทานแก่เรา ซึ่งลูกที่ดีสมบูรณ์แบบ แน่นอนเราจะเป็นบ่าวที่อยู่ในกลุ่มผู้ขอบคุณต่อความโปรดปรานของพระองค์"
Text: Quranic Universal Library (Tarteel), via spa5k/tafsir_api (MIT), at a fixed version. The ayahs: Quran Foundation. Sources and licences